Sunday, 2 August 2026
NEWS FEED

‘สว.นันทนา’ โพสต์เฟซ!! วอนสังคมให้มีสติ หลังโซเชียลขุดภาพคู่ ‘ทนายตั้ม’ มาดิสเครดิต

เมื่อวานนี้ (8 พ.ย. 67) นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า 

ขอให้สังคมมีสติ และใช้วิจารณญาณ ต่อการขุดโพสต์ facebook เก่า มาดิสเครดิตกัน

ประการที่ 1 โพสต์เรื่องทนายตั้มรับโล่รางวัลนี้ เกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีครึ่งมาแล้ว ตั้งแต่ 12 มีนาคม 2561 เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในขณะที่ดิฉันดำรงตำแหน่ง คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง ไม่ได้ เป็นสว.

ประการที่ 2 การให้รางวัลศิษย์เก่าดีเด่นของวิทยาลัยสื่อสารการเมือง เป็นการให้รางวัลทุกปี ปีละ 5-6 คน เป็นรางวัลที่มอบให้กับศิษย์เก่าที่มีผลงานดีเด่นในรอบปีนั้นๆ เช่นมีผลงานทางสังคม มีผลงานด้านวิชาชีพ เช่นได้รับรางวัลจากต่างปท. ช่วยเหลือส่วนรวมในด้านต่าง ๆ ฯลฯ

ซึ่งในปี2561 ทนายตั้ม ได้มีผลงานในเรื่องของการทำคดีหวย ช่วยให้เจ้าของหวยตัวจริงได้รับความเป็นธรรม ทางคณะกรรมการชมรมสื่อสารการเมืองเห็นว่า เป็นคุณประโยชน์ต่อสังคม ก็มอบรางวัลให้พร้อมกับศิษย์เก่าอื่น ๆ อีก 5 คน

รางวัลของเรา คงไม่อาจจะรับประกันคุณภาพของผู้รับรางวัลว่า เขาจะรักษาคุณงามความดีไว้ตลอดไปตราบชีวิตจะหาไม่ แต่เราก็หวังว่า รางวัลจะช่วยเป็นเครื่องเตือนสติ ให้เค้ารักษาความดีงามนั้น แต่ถ้าเค้ารักษาไว้ไม่ได้ เราก็เสียใจ ผิดหวัง

อีกประการหนึ่ง ในขณะนี้ ดิฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริกแล้ว

จึงขอให้บรรดา ผู้ที่พยายามจะแชร์โพสต์นี้ ได้ใช้สติ ขณะเดียวกันประชาชนผู้รับสาร ก็ต้องมีวิจารณญาณ แยกแยะข้อมูล ว่าเรื่องการขุดโพสต์นี้ เป็นข่าวที่ควรค่าแก่การรับรู้ หรือเป็นเพียงข้อมูลที่ต้องการดิสเครดิตกัน

ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ดิฉันย่อมตั้งมั่นอยู่ในการทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ย่อมไม่สนับสนุนคนที่ฉ้อฉล หลอกลวง และไม่เคารพกฎหมายอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อปี 2561 ระบุว่า ‘ทนายตั้มเป็นผู้ที่นำเอา องค์ความรู้ด้านสื่อสารการเมือง ไปต่อยอด ความรู้ด้านกฎหมาย และได้นำเอาความรู้เหล่านั้น ไปใช้ต่อสู้เพื่อผู้บริสุทธิ์ โดยมิได้หวังผลตอบแทน นับเป็นบุคคลตัวอย่าง ที่สังคมไทยต้องการ’

เชียงใหม่- เชียงใหม่- ท่าอากาศยานเชียงใหม่ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวและส่งต่อประสบการณ์ที่น่าประทับใจต่อผู้มาเยือน ภายใต้โครงการ 'Your Journey Our Priority' 
        
นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวว่า เพื่อแสดงออกถึงความพร้อมต้อนรับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ที่เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ท่าอากาศยานเชียงใหม่ในฐานะประตูบานแรกที่จะเปิดรับผู้มาเยือน จึงได้จัดโครงการ 'Your Journey Our Priority' 

โดยการจัดจุดเช็กอิน จุดถ่ายภาพ ภายในอาคารผู้โดยสารหลายแห่ง โดยเฉพาะภายในห้องผู้โดยสารขาเข้าทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งการประดับตกแต่งได้ใช้วัสดุจากธรรมชาติและงานหัตถกรรมพื้นบ้านล้านนา อาทิ ร่มกระดาษสา โคมล้านนา เครื่องจักสาน ตลอดจนสีสันพรรณไม้ต่างๆ เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถสัมผัสบรรยากาศกลิ่นอายล้านนาได้ตั้งแต่เดินทางมาถึง นอกจากนี้ยังได้จัดพื้นที่ Flower room บริเวณหน้าห้องผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพลงโซเชียลมีเดีย และยังจัดพื้นที่ันันทนาการสำหรับเด็กในห้องโถงผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศเพื่อให้ผู้โดยสารผ่อนคลายระหว่างรอเวลาขึ้นเครื่องด้วย

ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ยังกล่าวอีกว่า ในช่วงเทศกาลลอยกระทง หรือยี่เป็งของจังหวัดเชียงใหม่ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้ตกแต่งอาคารผู้โดยสาร ให้มีบรรยากาศแบบล้านนา พร้อมกับเปิดเพลงลอยกระทง เพื่อสร้างบรรยากาศสนุกสนาน และในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ยังได้จัดกิจกรรมการสอนทำกระทงจากวัสดุธรรมชาติ ณ บริเวณหน้าห้องขาเข้า อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ และแจกกระทงให้ผู้โดยสารนำไปลอยตามสถานที่ต่าง ๆ อีกด้วย

‘ผู้กองเบนซ์’ โพสต์เฟซบุ๊ก ฟาดใส่ ‘ทนายเด’ กับเพื่อนทนาย ไลฟ์สด!! อย่างเมามัน เอาเรื่องเท็จมาใส่ความ ทำให้เสียหาย

เมื่อวานนี้ (8 พ.ย. 67) ผู้กองเบนซ์ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยมีใจความว่า ...

4 ปีก่อน ผมเป็นคนนึงที่ได้รับผลกระทบจาก ‘ทนายเด’ กับทนายอีกคน เอาเรื่องเท็จมาใส่ความผมผ่าน live ของตัวเองอย่างเมามัน จนผมได้รับความเสียหาย ตอนนั้นผมเสียเปรียบทางสังคมอยู่ จึงไม่ได้ตอบโต้อะไร 

ตอนนี้กรรมตามทันมันแล้วครับ

เอวัง

เปิดเมนูลับ!! ปลาสามน้ำ ทะเลสาบสงขลา มีเฉพาะช่วงสิ้นปี หากินได้เฉพาะที่ ‘สงขลา-พัทลุง’ เนื้อแน่น-หวาน-มัน-อร่อย

(9 พ.ย. 67) ช่วงหน้าฝนของภาคใต้เป็นช่วงเวลาที่ปล่อยท่องเที่ยวจะมีมากในทะเลสาบสงขลา และมีอยู่ที่เดียวเท่านั้น จะหากินได้ในจังหวัดสงขลา และพัทลุง

มารู้จักปลาท่องเที่ยวกัน เป็นปลาที่ฮอตที่สุดของจังหวัดสงขลาตอนนี้ 

‘ปลาท่องเที่ยว’ เป็นปลาตระกูลเดียวกับปลาตีน ลักษณะคล้ายปลาเขือ ปลาท่องเที่ยวอาศัยอยู่ในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาเป็นปลาสามน้ำ #น้ำเค็ม#น้ำจืด#น้ำกร่อย รสชาติปลาแถวนี้จะขึ้นชื่อเรื่องความมันของเนื้อปลาเยอะกว่าที่ทะเลอื่น ๆ ชาวบ้านนิยมเอาปลาท่องเที่ยวมาทำได้หลายเมนู เช่น

-ต้มส้มมะขามสด 

-คลุกเกลือทอดขมิ้นกระเทียม

-เเกงส้ม(เเกงเหลือง)

-ต้มยำ

ปลาท่องเที่ยวยังทำได้อีกหลากหลายเมนูและเมนูที่น้องๆหนูๆชอบคือต้มปลาท่องเที่ยวมะขามสด รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ปลาเนื้อมัน ๆ ซดน้ำซุปร้อน ๆ โอ๊ย อย่อยยยยยย!

ปลาท่องเที่ยวเป็นปลาตามฤดูกาล(ฝนตกชุก) ปีนึงพบมากสุดแค่ฤดูกาลเดียวคือช่วงฝนตกชุกช่วงเดือน10-12 (เดือนตุลาคม -พฤศจิกายน-ธันวาคม)และสามารถจับปลาได้ฤดูกาลละเป็นตันๆ #ที่มาของคำว่าปลาท่องเที่ยวมาจาก การพบเจอของปลาซึ่งนาน ๆ จะเจอครั้งก็เจอครั้งละมาก ๆ ชาวบ้านเลยขนานนามว่า #ปลาท่องเที่ยว 

ปลาท่องเที่ยวมีลักษณะ มีหัวแหลม ๆ ลื่น ๆ ลำตัวมีเกล็ดเล็ก ๆ มีความยาวตัวโตสุดไม่เกิน1ฟุตหางเรียวยาวลักษณะคล้าย ๆ ปลาทรายเนื้อนุ่มหวานมัน

วันก่อนลงไปสงขลาแวะไปร้านมะม่วงเบา ใน อ.สิงหนคร ร้านออกแนวชนบท แต่บรรยากาศดี พูดได้ว่า #เป็นร้านรับแขก ของสิงหนคร เจ้าของร้าน 'พงศ์ศักดิ์ มากสุวรรณ์' ก็นำเสนอแกงปลาท่องเที่ยวมาด้วย 1 เมนู ชิมแล้ว เนื้อปลาแน่นมาก หวาน มัน อร่อย

เข้าใจว่าหน้าท่องเที่ยวของภาคใต้ ร้านอาหารย่านเกาะยอ ก็ต้องมีปลาท่องเที่ยวให้ได้รับประทานกับข้าว

พรุ่งนี้จะลงไปสงขลาอีกครั้ง วันที่ 10 พ.ย.ก็จะลงท่องทะเลสาบสงขลาไปกับ 'ทัวร์ทางไทย' ของวิชาญ ช่วยชูใจ เย็นคณะทัวร์ก็จะมาทานมื้อเย็นกันที่ร้านมะม่วงเบา นี้แหละ ผมขอฝากท้องไว้กับคณะทัวร์ด้วย

แหม…ว่าจะโทรไปบอกเจ้าของร้านว่า ขอเมนูต้มส้มปลาท่องเที่ยวกับส้มขาม ก็เองใจ แต่ถ้าไปถึงแล้ว ทัวร์ทางไทย ไม่มีเมนูต้มส้มปลาท่องเที่ยวกับส้มมะขาม จะขอสั่งต่างหากสักถ้วย 

ซดน้ำต้มส้มปลาท่องเที่ยวให้คล่องคอหน่อย…ได้แรงอกแหละ

เลขาอารีฯ พบเครือข่าย จป.ภาคใต้ รวมพลังสร้างความปลอดภัย ลดการประสบอันตรายในการทำงาน 

เมื่อวานนี้ (8 พ.ย.67) เวลา 15.00 น.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานพิธีปิดโครงการรวมพลังเครือข่าย เสริมสร้างศักยภาพให้ จป.กิจกรรม 'เครือข่าย จป. รวมใจ สร้างความปลอดภัย (วัน จป.)' โดยมี ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลออดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยภูมิภาค (ภาคใต้) หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดสงขลา ประธานชมรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานภาคใต้ (ตอนล่าง)

นายกสมาคมความปลอดภัยภาคใต้ คณะกรรมการชมรมฯ คณะกรรมการสมาคมฯ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงแรมเซาท์เทอร์นแอร์พอร์ท อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

นายอารี กล่าวว่า ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรม 'เครือข่าย จป. รวมใจ สร้างความปลอดภัย (วัน จป.)' ภายใต้โครงการรวมพลังเครือข่าย เสริมสร้างศักยภาพให้ จป. ในวันนี้ ซึ่งจากการกล่าวรายงานของผู้จัดกิจกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ได้เกิดขึ้นในสถานประกอบกิจการในประเทศไทย มาเป็นระยะเวลา 39 ปีแล้ว และถึงแม้ว่าจะมีบุคลากรผู้ดูแล รับผิดชอบในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานโดยตรง แต่ต้องยอมรับว่าอุบัติเหตุก็ยังเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน 

ซึ่งสาเหตุหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุ เกิดจากระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยที่ยังขาดประสิทธิภาพ บุคลากรขาดความรู้เกี่ยวกับมาตรการในการป้องกันแก้ไข การประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุ ดังนั้น การดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยของประเทศไทย (Safety Thailand) เป็นสิ่งสำคัญอันยิ่งใหญ่ของการพัฒนางานด้านความปลอดภัยในการทำงานให้เกิดผลสำเร็จอย่างยั่งยืนการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีพฤติกรรมหรือจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในเชิงป้องกัน ให้ตระหนักรู้ถึงความปลอดภัยตลอดทุกการกระทำและทุกสภาพแวดล้อมที่ดำรงอยู่ เพื่อก่อให้เกิดความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของคนในชาติ อันเป็นกำลังสำคัญ สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของประเทศ ซึ่งความสำเร็จนี้ต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชนอย่างจริงจัง

นายอารี กล่าวต่อว่า ผมขอขอบคุณ สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) ที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นรวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสงขลา ศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 9 สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลา ชมรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานภาคใต้ (ตอนล่าง) สมาคมความปลอดภัยภาคใต้ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 12 สงขลา นายจ้าง ผู้บริหาร เจ้าของสถานประกอบกิจการ บุคลากรด้านความปลอดภัย เครือข่ายความปลอดภัย และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมในครั้งนี้

ปตท. คว้าคะแนน CGR ระดับ 'ดีเลิศ' ต่อเนื่อง 16 ปีซ้อน

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้รับผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ (Excellent CG Scoring) หรือ 5 ตราสัญลักษณ์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 และติดหนึ่งใน TOP QUARTILE ของบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าทางการตลาดไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท ในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) ประจำปี 2567 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ภายใต้การสนับสนุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

นับเป็นอีกหนึ่งปีของความภาคภูมิใจ ที่ ปตท. ได้รับการประเมินในระดับดีเลิศ ซึ่งได้สะท้อนถึงมาตรฐานและการยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างสมดุล รวมถึงครอบคลุมในด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กร ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

ผบ.ทร. นายกสมาคมสามสมอ ประชุมคณะกรรมการสมาคม ปีงป.68

เมื่อวานนี้ (7 พ.ย.67) พลเรือเอกจิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ นายกสมาคมสามสมอสมาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสามสมอสมาคม เพื่อพิจารณาแผนการดำเนินการ และประมาณการรายได้ ค่าใช้จ่าย สามสมอสมาคมประจำปี งบประมาณ 68 ก่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ณ ห้องนารายณ์ทรงสุบรรณ  อาคาร 5 พระราชวังเดิม กทม.

พร้อมดูแลดุจครอบครัว! ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ และตำรวจทางหลวง นำขบวนเปิดทางกว่า 450 กิโลเมตร ส่งทารกอายุ 14 วัน และเด็กน้อย 3 ขวบป่วยวิกฤตถึงโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็วใน 4 ชั่วโมง

วันนี้ (8 พ.ย.67) พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการคณะทำงานขับเคลื่อนงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรองผู้อำนวยการคณะทำงานขับเคลื่อนงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่มุ่งให้ความสำคัญในการอำนวยความสะดวกการจราจรให้แก่พี่น้องประชาชน พร้อมป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งได้กำชับเน้นย้ำให้ทุกหน่วยนำไปขับเคลื่อนให้มีผลปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และล่าสุดขอชื่นชมตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ กองบังคับการตำรวจจราจร และตำรวจทางหลวง อำนวยความสะดวกการจราจร เร่งนำส่งเด็กมีอาการป่วยวิกฤต 2 เคส จากจังหวัดขอนแก่นส่งโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากประชาชน รวมถึงตำรวจทางหลวง ตำรวจจราจรท้องที่ และเจ้าหน้าที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จึงสามารถนำส่งผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

โดยเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 เวลาประมาณ 08.27 น. ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ได้รับการประสานงานจากโรงพยาบาลขอนแก่น ว่ามีผู้ป่วยเป็นเด็กทารกแรกเกิดอายุ 14 วัน มีภาวะหลอดเลือดใหญ่หัวใจสลับขั้ว ทางเดินหายใจตีบแคบ ใช้เครื่องช่วยหายใจ ต้องส่งเข้ารับการรักษาต่อที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เมื่อได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ได้เข้าสนับสนุนบริเวณ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดทางนำส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว

ต่อมาวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 เวลาประมาณ 06.00 น. ได้รับการประสานงานจากโรงพยาบาลขอนแก่น ว่าต้องการตำรวจนำขบวนเปิดเส้นทางเพื่อส่งตัวเด็กหญิง อายุ 3 ปี 4 เดือน ป่วยปอดติดเชื้อขั้นรุนแรง ไปยังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพมหานคร ตำรวจทางหลวงจึงได้นำเปิดเส้นทาง จนถึง อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริได้เข้าสมทบ นำขบวนเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว และนำส่งผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเคสนี้เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้เวลาในการเดินทางให้น้อยที่สุด จึงต้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเปิดเส้นทางเร่งด่วน เพื่อนำผู้ป่วยวิกฤตส่งรักษาต่อยังแพทย์เฉพาะทางโดยเร็วที่สุด เนื่องด้วยระยะทางไกลกว่า 450 กิโลเมตร หากไม่มีรถนำ รถพยาบาลจะสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วที่ไม่มากนัก ไม่สามารถทำเวลาได้เต็มที่และอาจจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุขณะเดินทาง พล.ต.ท.ประจวบฯ จึงได้สั่งการให้ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ตำรวจทางหลวง และตำรวจท้องที่เข้าช่วยเหลืออำนวยความสะดวกนำขบวนเปิดเส้นทางโดยทันที เมื่อได้รับการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้นในการเดินทาง และถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ประจวบฯ และ พล.ต.ท.กรไชยฯ ได้ชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ของทีมตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ตำรวจทางหลวง รวมถึงตำรวจท้องที่ทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพ มีทักษะคล่องแคล่ว สามารถให้ความช่วยเหลือ เป็นที่พึ่งของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมช่วยเหลือ ดูแล และอยู่เคียงข้างประชาชนเสมอ ไม่ว่าจะเหตุด่วน เหตุร้าย เหตุฉุกเฉิน ขอให้นึกถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราพร้อมดูแลทุกท่านดุจสมาชิกในครอบครัว 

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร./หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร คณะทำงานขับเคลื่อนงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชาสัมพันธ์ว่า หากพี่น้องประชาชนพบเห็นหรือประสบเหตุ สามารถแจ้ง ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง ทางช่องทาง
- โทร. 191 จราจรทุก สน./สภ. ทั่วประเทศ 
- โทร. 1197 สายด่วนตำรวจจราจร ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล 
- โทร. 1193 ตำรวจทางหลวงทั่วประเทศ 
- โทร. 1599 สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

‘รถถัง’ เคลื่อนไหวหลังตกตาชั่งเสียแชมป์โลก ONE มวยไทย ลั่นทำเต็มที่แล้ว พร้อมขอร้องชาวเน็ต “อย่าว่าเมียผม”

(8 พ.ย.67) หลังจาก 'รถถัง จิตรเมืองนนท์' เจ้าของฉายา ดิไอรอนแมน ยอดนักชกชาวไทย ตกตาชั่งอีกครั้ง ทำน้ำหนักไม่ผ่านตามกำหนด ก่อนคิวเตรียมขึ้นชกกับ จาค็อบ สมิธ ผู้ท้าชิงจากสหราชอาณาจักร เพื่อป้องกันแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ที่สนามมวยลุมพินี (รามอินทรา) ในวันที่ 9 พ.ย. นี้ ทำให้ รถถัง ต้องถูกริบเข็มขัดแชมป์โลกตามกฎ ONE Championship แต่การชกจะยังคงมีอยู่ตามกำหนดการเดิม โดยถ้า สมิธ ชนะ จะคว้าแชมป์ไปครองทันที หาก สมิธ แพ้ แชมป์จะว่างลง

โดยทางรถถัง ได้เคลื่อนไหว ด้วยการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า "7ปีที่เราอยู่ด้วยกันมา ผมเต็มที่ที่สุดแล้ว จากกันแล้วก็จะไม่จากไกลผมสัญญาว่าจะเอากลับมาให้ได้ #ไม่ต้องด่าคนอื่นนะพี่ ๆ ด่าผมคนเดียวผม ผมเต็มที่ที่สุดแล้ว" โดยมีแฟนคลับเข้าไปให้กำลังใจจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ 'บอย ท่าพระจันทร์' โดยได้คอมเมนต์ว่า 

ไม่ว่าใครจะด่า หรือว่าน้องยังไง อยากให้รู้ว่าพวกพี่ ๆ และเพื่อน ๆ เป็นกำลังใจให้น้องเสมอ #สู้

นอกจากนี้ รถถังยังได้ออกมาโพสต์ขอร้องทุกคนอย่าคอมเมนต์เสีย ๆ หาย ๆ ถึงภรรยาของตน เพราะเป็นคนที่คอยกำลังใจตนอยู่ตลอด โดยระบุว่า

"ใช่ คุณด่าได้เต็มที่เลยว่าผมไม่มืออาชีพ แต่อยากบอกอะไรให้นะ คุณมาลองอยู่กับผมสักไฟต์สิว่าผมทำอะไรบ้างแต่ละวัน ผมแม่งโคตรอยากทำให้ได้เลย ผมอยากไลฟ์สดให้ดูเลยว่าผมต้องอดทนขนาดไหน ผมแม่งโคตรอยากรักษาเข็มขัดเส้นนี้ไว้ไห้นานเลย พวกคุณรู้มั้ย"

"คุณลองมาเป็นผมดูมั้ยก่อนที่จะด่าจะว่าอะไรออกมาเคยลองคิดกลับไปมองตัวเองมั้ยว่าด่าเขาแล้วผมจะทำได้มั้ย ผมไม่เคยด่าเลยนะ เพราะผมรู้ว่าถ้าผมอยู่จุดแต่ละคนแล้วผมคงทำไม่ได้แน่ สักวันคุณจะเข้าใจ และขอฝากไว้นะครับ ทุกวันนี้ผมทำเพื่อครอบครัวและประเทศไทยจริงๆ มวยไทยผมรักมากที่สุด ขอบคุณที่ทนอ่านนะครับและขอร้องอย่าเมนต์เสีย ๆ หาย ๆ ว่าเมียผมเลยเขาคือคนที่ให้กำลังใจผมตลอดเวลา"

เส้นทางขนส่ง 'MIDDLE Corridor' กระตุ้นการค้าระหว่าง ​​ประเทศในเอเชียกลางและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กรุงเทพ, 30 ตุลาคม 2567 สถานทูตคาซัคสถานประจำประเทศไทยได้จัดสัมมนาในหัวข้อเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศทรานส์แคสเปียน (Middle Corridor) และประเทศคาซัคสถานในฐานะจุดยุทธศาสตร์เชื่อมโยงที่มีศักยภาพ ผู้ร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้ประกอบไปด้วยตัวแทนจากกระทรวงการต่างประเทศ, นักวิชาการ ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการขนส่งที่มีประสบการณ์

​นาย อาร์มัน อิสเซตอฟ เอกอัครราชทูตคาซัคสถานประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำว่าประเทศคาซัคสถานที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบนเส้นทาง ทรานส์แคสเปียน คาซัคสถานประเทศซึ่งเป็นศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญในภูมิภาคยูเรเชียน โดยมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงด้านการค้าและการแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในศตวรรษที่ 21 คาซัคสถานได้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ณ วันนี้มีจุดผ่านแดนประเทศของเราถึง 11 จุด โดยเส้นทางที่สำคัญที่สุดคือเส้นทางทรานส์แคสเปียน

​ข้อมูลจากองค์กรระหว่างประเทศที่เผยแพร่โดยธนาคารโลกเมื่อปี 2023 ระบุว่าเส้นทางขนส่ง Middle Corridor ช่วยย่นระยะเวลาขนส่งระหว่างประเทศจีนและยุโรปอีกทั้งเพิ่มการขนส่งขึ้นถึงสามเท่าจนถึงระดับ 11 ล้านตันภายในปี 2030 UN ESCAP ในแผนนโยบายที่ได้แถลงเมื่อปี 2023 กล่าวว่า Middle Corridor และเส้นทางรถไฟจากประเทศจีนเชื่อมสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวที่เปิดในปี 2021 จะช่วยกระตุ้นการค้าระหว่างภูมิภาคเอเชียกลางและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

​การสัมมนายังได้เชิญผู้ประกอบการขนส่งจากบริษัท Rhenus Logistics นายศิวาพัชญ์ เผ่าพรหม ตัวแทนบริษัทฯ ขึ้นพูดเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ด้านการขนส่งที่เชื่อมโยงจากประเทศไทยสู่ประเทศคาซัคสถาน โดยเน้นถึงโอกาสการเติบโตทางด้านการค้าและศักยภาพที่สำคัญในการเชื่อมโยงการขนส่ง และ นายพีระพล พิภวากร ตัวแทนจาก Kazakh Thai Alliance มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในการเปิดตลาดคาซัคสถาน รวมถึง วิธีการ และ แนวทางในการนำสินค้าเข้าไปเปิดตลาดในประเทศคาซัคสถาน

​ช่วงท้ายของการสัมมนาได้เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น รวมไปถึงการพูดคุยกับหน่วยงานต่างๆที่มาร่วมงานเพื่อสร้างความร่วมมือในอนาคต สถานทูตคาซัคสถานขอขอบคุณผู้ร่วมงานทุกท่านและวิทยากรที่สละเวลามาร่วมงานในครั้งนี้ อีกทั้งอยากเน้นย้ำถึงความสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศคาซัคสถานและประเทศไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top