Saturday, 13 June 2026
NEWS FEED

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้ากฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม

(27 ต.ค. 67) พลเรือตรี เอตม์ ยุวนางกูร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นผู้ควบคุม เรือเอกไชยเหินหาว พร้อมด้วยกำลังฝีพายเรือพระราชพิธี หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เข้าร่วมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้ากฐิน เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร
การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในครั้งนี้ ใช้เรือพระราชพิธี จำนวนทั้งสิ้น 52 ลำ จัดขบวนเป็น 5 ริ้ว ความยาว 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร โดยใช้กำลังพลประจำเรือ ในขบวนเรือพระราชพิธี รวมทั้งสิ้น 2,200 นาย  โดย หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เป็นหน่วยรับเรือพระราชพิธี จำนวน 5 ลำ ประกอบด้วย เรือเอกไชยเหินหาว เรือเอกไชยหลาวทอง เรือทองขวานฟ้า เรือทองบ้าบิ่น เรือดั้ง 22 และมีกำลังพลที่เป็นฝีพายเรือราชพิธี รวมทั้งสิ้น 221 นาย

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

'รมว.เอกนัฏ' สั่งปิด!! โรงงานหลอมโลหะ นิคมบ่อทอง เน้นย้ำ!! อุตสาหกรรมยุคใหม่ ต้องปลอดภัย

(26 ต.ค. 67) นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ถึงกรณี จากเหตุระเบิดถังผสมสารเคมี บริษัทเซียงนัน-เฟอรัส เมทัล โรงงานสกัดโลหะ ในนิคมอุตสาหกรรมบ่อทอง จังหวัดปราจีนบุรี มีผู้เสียชีวิต 2 คน และผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง

หลังเกิดเหตุ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม กับคณะทำงานร่วมกันหารือและแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในเบื้องต้นนายเอกนัฏ มอบหมายผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรม ให้สั่งปิดโรงงาน เพื่อตรวจสอบทันที และพร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด

นายเอกนัฏ เน้นย้ำ มาตรการรักษาความปลอดภัยภายในการนิคมอุตสาหกรรม ต้องเข้มงวด ทั้งการกำกับตามกฎระเบียบ ระบบสาธารณูปโภคภายในโรงงาน โดยเฉพาะโรงงานส่วนที่ประกอบกิจการที่มีวัตถุอันตราย ไว้ครอบครอง ต้องปฏิบัติตาม พรบ.วัตถุอันตราย อย่างเคร่งครัด 

ขอฝากเจ้าหน้าที่การนิคม และข้าราชการกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจตราเรื่องนี้เป็นวาระสำคัญ ไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้อีก

ส่องคอมเมนต์ต่างชาติ โหวต ‘ที่ฉีดก้นไทย’ กับ ‘ปุ่มส้วมญี่ปุ่น’ ชี้!! ชอบสายฉีดไทย ‘ทรงพลัง – ไม่ยุ่งยาก - ยิงได้แม่นยำกว่า’

(26 ต.ค. 67) เรียกได้ว่าขึ้นชื่อเรื่องนวัตกรรมห้องน้ำทั้งสองประเทศ สำหรับ ‘ไทย’ และ ‘ญี่ปุ่น’ ชาวต่างชาติทั้งอึ้งและติดใจไปแล้วหลายราย รวมถึงผู้ใช้เรดดิทรายนี้ ที่ได้ตั้งกระทู้เปิดโหวตศึกห้องน้ำในเอเชีย ให้เลือกระหว่าง ‘สายฉีดชำระ’ ของไทย กับ ‘ปุ่มกดในห้องน้ำ’ ของญี่ปุ่น อะไรจะประทับใจกว่ากัน!?

โดยเจ้าของกระทู้อธิบายว่า ‘สายฉีดชำระ’ เป็นสายฉีดน้ำที่ทรงพลังและไม่ยุ่งยาก เปรียบเสมือนสายดับเพลิงสำหรับด้านหลังของคุณ ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพ แต่หลังจากใช้เสร็จอาจจะต้องล้างมือโดยด่วน

ส่วน ‘ปุ่มกดในห้องน้ำ’ ผลงานอันน่าทึ่งของวิศวกรญี่ปุ่น ที่มอบที่นั่งอุ่น ๆ ให้คุณ มีปุ่มกดมากมาย มีฟังก์ชันเพียบและสามารถทำงานได้น่าชื่นชม

สิ่งหนึ่งคือการผจญภัยอันโลดโผนในห้องน้ำ ขณะที่อีกสิ่งคือประสบการณ์สปาสุดหรูสำหรับส่วนล่าง จงโหวตซะ!!

บอกเลยว่างานนี้คอมเมนต์สนั่น ต่างนำเสนอข้อดีและข้อเสียของทั้งสองอย่าง 

“ถ้าตัดสินจากคุณภาพอย่างเดียว ที่ฉีดก้นมีแนวโน้มที่จะพังง่าย แต่ค่าซ่อมก็แค่ไม่กี่ร้อย เทียบกับอีกอันค่าซ่อมเป็นพัน ไม่มีการแข่งขันอะไรทั้งนั้น”

“สายฉีดก้นจะยิงน้ำได้แม่นกว่านะ”

“หลังจากได้ลองใช้ทั้งสองแบบแล้ว ฉันคิดว่าสายฉีดจะสะดวกกว่า เพราะควบคุมได้ดีกว่าของญี่ปุ่นและรู้สึกสะอาด แต่ในคืนอันเหน็บหนาว ฉันก็ไม่ปฏิเสธที่จะนั่งบนที่นั่งอุ่น ๆ นะ”

“ของญี่ปุ่น มีความเสี่ยงเรื่องแบคทีเรียจากอุจจาระกระเด็นติดมือน้อยกว่า ดูใช้ง่ายและมีระเบียบมากกว่า แม้ว่าจะขาดแรงดันน้ำที่ทรงพลังแบบของไทยก็ตาม”

‘ร้านบุฟเฟต์’ ลั่น!! กล้องชัดเป๊ะ ประกาศตามหาลูกค้า สั่งกุ้งเผา เหลือทิ้งเต็มโต๊ะ อาศัยช่วงชุลมุน แอบเผ่นหนี

(26 ต.ค. 67) บุฟเฟต์ เป็นร้านอาหารที่ผู้บริโภคสามารถเลือกอาหารได้หลายๆ ประเภท สามารถรับประทานทีละมาก ๆ ได้ แต่ส่วนใหญ่จะมีกติกาที่ชัดเจน คือ สั่งมาแล้วต้องรับประทานให้หมด เอาเท่าที่ไหว ไม่งั้นจะโดนค่าปรับ

ดรามาที่เกิดจากการเข้าไปใช้บริการประเภทบุฟเฟต์ มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ส่วนมากมักจะเกิดจากผู้บริโภคที่ไม่ทำตามกติกา สั่งมาแล้วทานไม่หมด แต่พยายามจะไม่รับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น

ล่าสุด เพจ ‘ร้านป้าบุญล้อม Buffet’ ได้ออกมาโพสต์ภาพบนโต๊ะอาหารของลูกค้า ที่เห็นได้ว่ามีอาหารเหลือค่อนข้างมาก ทั้งกุ้งเผา ปลาทอดเป็นตัว ซึ่งร้านได้โพสต์ไว้ด้วยว่า 

“จักรพงษ์ ติดต่อกลับมาจ่ายค่าปรับด้วย ใจร้ายมาก ทำไมทิ้งแบบนี้ กล้องบ้านป้าชัดมากนะ”

ก่อนจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่า ลูกค้ามาสองคนแต่สั่งของไปจำนวนมาก เรียกร้องให้เสิร์ฟปลาเป็นตัว แต่ก็เห็นได้ว่ากินไม่หมด เป็นเหตุผลให้ต้องเสิร์ฟทีละน้อยๆ แถมที่ร้านยังมีโปรโมชั่นคนที่ 2 ลด 50% อีกด้วย

‘กนอ.’ เร่งสอบเหตุ!! ถังเคมีระเบิดในโรงงานนิคมฯ บ่อทอง จ.ปราจีนบุรี สั่งปิด!! โรงงานบางส่วน พร้อมให้ความช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบ

(26 ต.ค. 67) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รายงานเกิดเหตุถังบรรจุภัณฑ์ระเบิดภายใน บริษัท เซียงนันเฟอรัส เมทัล จำกัด โรงงานสกัดหลอมโลหะในนิคมอุตสาหกรรมบ่อทอง จ.ปราจีนบุรี เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บหลายคน

จากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุเกิดจากคนงานเติมสารเคมีเกินเกณฑ์ที่กำหนด ทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีรุนแรง กนอ. ได้สั่งการให้โรงงานหยุดประกอบกิจการบางส่วนเป็นการชั่วคราว พร้อมเร่งตรวจสอบหาสาเหตุโดยละเอียด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ รักษาการผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า  กนอ. มีความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันจะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ขึ้นอีก ทั้งนี้ กนอ. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

กนอ.ได้ดำเนินการตรวจสอบ ใบอนุญาต ในการเปิดกิจการ โดยพบว่าบริษัทดังกล่าวได้ยื่นขอประกอบกิจการเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2567 และเริ่มประกอบกิจการเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ใบอนุญาตเลขที่ 2-61-0-301-00065-2567 

ทั้งนี้ กนอ.จะดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุของอุบัติเหตุโดยละเอียด ตรวจสอบความเสียหาย และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ เพื่อกำกับดูแลโรงงานปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

'พีระพันธุ์' เปิดงาน 'เทศกาล แสง สี สิงห์' ประจำปี 2567 จังหวัดสิงห์บุรี บรรยากาศย้อนยุค ชมหนังกลางแปลง การแสดงหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์

เมื่อวานนี้ (25 ต.ค. 67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดเทศกาล 'แสง สี สิงห์' ประจำปี 2567  

จัดขึ้นโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดสิงห์บุรี, สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี และเอกชน ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรีหลังเดิม ร.ศ.130 

โดยมี นายสุเมธ ธีรนิติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวต้อนรับ-นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวความร่วมมือ-นายวัชรินทร์ เรืองฤทธิ์กูล นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี ประธานคณะอำนวยการจัดงาน กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์การจัดงาน 

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเมืองรองของจังหวัดสิงห์บุรี ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม 2567 ถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณศาลากลางหลัง เดิม ร.ศ.130   

ภายในงานประกอบด้วย งานแสดงสินค้าจากชุมชน, คอนเสิร์ตจากศิลปินนักร้อง, ย้อนบรรยากาศยุคเก่าชมภาพยนตร์กลางแปลง, การแสดงหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์, ชมดนตรีรีไซเคิลจากน้อง ๆโรงเรียนสิงห์บุรี, การแสดงดนตรีจากน้องๆเยาวชน ตลอดการจัดกิจกรรม มีการประดับประดาไฟสีสันสวยงาม 

สงขลา-วันแรกหมดอายุความคดีตากใบ 4 วันอันตรายชายแดนใต้ หวั่นมีเหตุการณ์รุนแรง นายกฯขอโทษ ไม่ทำให้เหตุการณ์ลดลง แม่ทัพภาค 4 สั่งคุมเข้ม ห้ามกำลังทหารลากิจ-ลาป่วย

จากกรณีที่อายุความผู้ต้องหาคดีตากใบ 14 คน จะหมดอายุความเวลา 24.00 น.ในวันที่ 25 ต.ค.67 ไม่สามารถนำผู้ต้องหาที่ศาลออกหมายจับทั้ง 14 คนเข้าสู่ขบวนการยุติธรรมได้

(26 ต.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวว่าสถานการณ์วันสุดท้ายคดีตากใบหมดอายุความ ถึงแม้เมื่อคืนได้ผ่านเหตุร้ายไปได้  เพราะมีกำลังเจ้าหน้าที่อยู่ทุกเต็มพื้นที่ จึงไม่มีกองกำลังติดอาวุธก่อเหตุร้ายเคลื่อนไหวก่อเหตุได้

นายไชยยงค์ กล่าวว่า มีแหล่งข่าวในพื้นที่แจ้งเตือนในช่วงวันที่ 24-28 ต.ค. กองกำลังติดอาวุธจะก่อเหตุใน อ.เมืองนราธิวาส เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ตำบลรอบนอกอาทิ ต.ลำภู กะลุวอ กะลุวอเหนือ บางปอและ ต.มะนังตายอ และจุดตรวจและฐานปฏิบัติการณ์

นายไชยยงค์ ยังกล่าวอีกว่า มีข่าวจากแหล่งข่าวมีการขนระเบิด 2 ลูกเข้าทาง อ.ตากใบ มาพักคอยใน อ.เมืองนราธิวาส ประกอบระเบิดในรถยนต์หรือรถ จยย. ก่อเหตุคาร์บอมม์ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาสตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มีมาตรการเฝ้าระวังเข้มข้น พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาค 4 สั่งการให้กำลังทหารห้ามลาป่วย ลากิจเด็ดขาด รักษาความสงบเรียบร้อยในชายแดนใต้

นายไชยยงค์ ยังกล่าวต่ออีกว่า บีอาร์เอ็นใช้ยุทธการเดิมคือยุทธการควบคู่กันไป  คือฉวยโอกาสการก่อการร้าย และประสานปีกทางการเมืองของขบวนการในพื้นที่จัดกิจกรรม เคลื่อนไหวทางการเมืองของขบวนการ บีอาร์เอ็น ที่ต้องการปลุกระดมมวลชนต่อต้านเจ้าหน้าที่รัฐและแสดงเชิงสัญลักษณ์ความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น มีการจัดกิจกรรม เช่น เสวนาระลึกวีรชนตากใบ ฉากหนังสั้นตากใบ ตากใบลมหายใจที่ลอยนวล

“ต้องการสื่อให้สังคมโลกโดยเฉพาะสังคมมุสลิมรับทราบว่า คนมุสลิมในประเทศไทยได้รับความอยุติธรรม”

นายไชยยงค์ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีออกมาขอโทษและแสดงความเสียใจมีการวิพากวิจารย์กันว่าไม่ทำให้เหตุการณ์ความรุนแรงลดลง แต่เขาต้องการความยุติธรรม ต้องการรัฐบาลเพื่อไทยนำผู้ต้องหาที่ศาลออกหมายจับทั้ง 14 คน ขึ้นศาลเพื่อให้ศาลไต่สวน ให้คดีจบด้วยขบวนการของศาล ไม่ทำให้เหตุการณ์ร้ายลดลง เพราะประเด็นเรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีและมาเกิดในสมัยนางสาวแพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลูกของคุณทักษิณ สังคมบอกว่าทั้งพ่อทั้งลูกไม่ได้อำนวยความเป็นธรรมให้กับผู้สูญเสีย

นายไชยยงค์ กล่าวอีกว่า มีข่าวจากหน่วยความมั่นคงว่าก่อเหตุร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนไม่ได้ ก็จะถือโอกาสนำระเบิดมาก่อเหตุใน จ.สงขลา โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจได้แก่ อ.หาดใหญ่ เมือง และ อ.สะเดา หากป้องกันเมืองไม่ได้จะทำให้เศรษฐกิจทรุดลงอีก และ 4 อำเภอชายแดน จ.สงขลา ได้แก่ อ.นาทวี เทพา จะนะ และ อ.สะบ้าย้อย ขณะนี้ทราบว่าได้มีการยกระดับมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังขั้นสูงสุดแล้ว

นราธิวาส-แม่ทัพลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ กำชับเจ้าหน้าที่ ตื่นตัว รู้ทัน ป่วนสร้างสถานการณ์ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนพื้นที่ตากใบ - สุไหงโก-ลก ยาวไปจนถึงสงขลา

เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 25 ตุลาคม 2567 พลโท ไพศาล  หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลเจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงปลอดภัย ตามด่านตรวจ จุดตรวจ และเจ้าหน้าที่ป้องกันชายแดน ในพื้นที่อำเภอตากใบ และอำเภอสุไหงโก-ลก ของจังหวัดนราธิวาส ทั้งแนวชายแดน เขตรอยต่อทางบกและทางน้ำ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ และสร้างความเชื่อมั่นในความมั่นคงปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน หลังมีกระแสและข่าวลือถึงความพยายามเข้ามาก่อเหตุก่อกวน สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความสับสนระแวง ไม่สบายใจถึงความปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่ทุกส่วนทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตลอดจนฝ่ายกำลังพลเรือนก็ได้ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อควบคุมดูแลพื้นที่ไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง ตามนโยบายของ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 และคณะ ได้เดินทางไปยังจุดตรวจยูงทอง ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นจุดตรวจร่วม 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจและพลเรือน จุดตรวจสถานีตำรวจภูธรตากใบ และกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 4 กองบังคับการควบคุมสุริโยทัย เกาะสะท้อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โดยได้ตรวจตราความเรียบร้อยระบบการทำงานของ CCTV ระบบป้องกันภัย ไฟส่องสว่างทั่วบริเวณ ตลอดจนแนวชายแดน ไทย - มาเลเซีย และล่องเรือสำรวจทางน้ำตลอดเส้นทางลำน้ำโก-ลก ก่อนแม่ทัพภาพที่ 4 และคณะ ได้เดินทางต่อไปยังพื้นที่ อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจสงขลา 40

แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กำชับต่อเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ให้ตรึงเข้มมาตรการในการดูแลพื้นที่อย่างเข้มงวด รู้ทันเหตุและตื่นตัวในการปฏิบัติงานอยู่เสมอ  เพื่อหยุดยั้งการกระทำของผู้ไม่หวังดี ที่อาจจะเข้ามาก่อกวนสร้างความสับสนวุ่นวายในพื้นที่ได้ โดยเฉพาะด่านตรวจ จุดตรวจ เฝ้าสังเกตุสิ่งผิดปกติ ยานพาหนะ บุคคต้องสงสัย โดยจะต้องบูรณาการร่วมของเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้มีอิสระในการก่อเหตุ เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกครั้งได้สร้างความความเสียหายทั้งทรัพย์สินและชีวิตของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนประชาชน จึงต้องเพิ่มความรอบคอบมากยิ่งขึ้น และในช่วงของคืนวันที่ 25 ตุลาคม 2567 ขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวันที่คดีตากใบจะหมดอายุความ อาจมีการปลุกปั่นสร้างความสับสนให้กับพี่น้องประชาชน หวังทำลายความสงบสุขในพื้นที่

‘รองนายกฯประเสริฐ’ ชี้ AI เครื่องมือสำคัญขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเติบโต ปลุกทุกฝ่ายร่วมกันยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ 

เมื่อวานนี้ (25 ต.ค.67) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษ 'แนวรบประเทศไทยยุค AI 'New Business to New Economy' วิสัยทัศน์จากผู้นำองค์กรชั้นนำ' ในงานสัมมนาเชิงกลยุทธ์ Battle Strategy 'เศรษฐกิจยุค AI โอกาสของไทยและความเสี่ยง The AI Economy: Opportunity and Threat for Thailand' ซึ่งจัดโดยบริษัท เอสซีบี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)  หรือ เอสซีบี เอกซ์ (SCBX) และพันธมิตรชั้นนำว่า  งานสัมมนานี้เป็นเวทีสำคัญยิ่งในการระดมสมองจากผู้นำหลากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและวางรากฐานอันมั่นคงให้กับประเทศไทย  ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่งยวดต่อเศรษฐกิจและสังคมโลก  โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่  เทคโนโลยี AI ได้เข้ามา Disrupt  ทุกอุตสาหกรรม  ธุรกิจ  และวิถีชีวิตของผู้คน  การปรับตัวให้เท่าทันกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง

"AI กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 3 ภาคส่วนหลัก  ได้แก่ ภาคการผลิต การนำ AI มาประยุกต์ใช้ในภาคการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต  ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ภาคการดูแลสุขภาพ ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งนำมาซึ่งความท้าทายด้านการดูแลสุขภาพ AI จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับระบบการดูแลสุขภาพของประเทศ  ด้วยเทคโนโลยีการวินิจฉัยโรคด้วย AI การแพทย์ทางไกล และการรักษาแบบเฉพาะบุคคล  ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ แม่นยำ และรวดเร็ว ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และภาคการเกษตร  ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม  มีประชากรจำนวนมากประกอบอาชีพเกษตรกร  AI จะเข้ามาช่วยพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ  เพิ่มผลผลิต  และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร  ด้วยเทคโนโลยีการเกษตรแม่นยำ  การตรวจสอบพืชผลด้วย AI  และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน" นายประเสริฐ กล่าว 

ด้านนายชาญชัย สงวนวงศ์ ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นธุรกิจ ระบุว่า การจัดเวทีสัมมนานี้ ถือเป็นการจัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมองด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในปีนี้ประเทศไทยและทั่วโลกเผชิญกับความท้าทาย เกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่งในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของโลกอย่างรวดเร็ว และกำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม การเงินการลงทุน การแพทย์สาธารณสุข หรือแม้กระทั่งการดำเนินชีวิตประจำวัน AI ได้เริ่มเข้ามามีบทบาท และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ยกระดับความสะดวกสบาย และสร้างสรรค์นวัตกรรมล้ำสมัยอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

สำหรับประเทศไทย การมาถึงของยุค AI นับเป็นทั้งโอกาสอันมหาศาลและความท้าทายที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือ โอกาสในการนำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและบริการ และแก้ไขปัญหาสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวให้เท่าทันต่อวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

ขณะที่ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน)  ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ขององค์กรในประเด็น ‘AI-first Organization’  โดยมองว่า ในยุคปัจจุบัน AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกองค์กร ไม่เว้นแม้แต่ ‘สถานบันการเงิน’ ใช้ AI ในหลายด้านทั้งการทำความเข้าใจ การวิเคระห์ความสามารถในการขอสินเชื่อของลูกค้า และเมื่อเทคโนโลยีมาถึงจุดที่พัฒนาขีดความสามารถ SCBx ก็มีการนำมาใช้ในหลากหลายด้าน อาทิ การให้ AI เข้าไปตรวจบัญชีตามสามารถ ก็ทำให้ลดต้นทุนขององค์กร ทั้งในเรื่องของบุคลากร และเวลาในการทำงาน อีกทั้งมีความแม่นยำ และรวดเร็วมากขึ้น 

ส่วนการพัฒนาบุคลากรที่ถูก AI เข้ามา Disrupt  ในระบบการทำงาน  SCBx ได้ให้พัฒนากว่า 20,000 คนได้เรียนรู้การใช้ AI ในการทำงานภายในองค์กร ภายใต้แนวคิดที่ว่า ‘ทุกคนมีโอกาสที่จะอยู่กับ AI แทนที่จะกลัวและซ่อนงานไว้ ไม่เช่นนั้นงานขององค์กรก็ขยับไม่’

นอกจากนี้ กิจกรรมภายในงาน ยังสัมภาษณ์พิเศษ ผู้บริหารระดับสูงจาก Google Cloud ประเทศไทย และ Microsoft (ประเทศไทย) ร่วมเสวนาในหัวข้อ ‘AI Cloud: The Key to Unlocking Future Achievements’ และ ‘ความพร้อมของธุรกิจไทยกับ AI Opportunity’ เพื่อเปิดมุมมองของบริษัทไอทีชั้นนำของโลกถึงศักยภาพของเทคโนโลยีคลาวด์ AI และโอกาสของธุรกิจไทย

รวมถึงมุมมองจาก นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม บรรยายพิเศษในหัวข้อ ‘Intelligent Economics: Leveraging AI Amid Climate Challenges’ ซึ่งนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ AI ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน ‘คาร์บอนเครดิต’

‘หนูนา ศิลปอาชา’ เผยโครงการ ‘โรงช้างตกมัน’ มูลค่ากว่า 5.6 ล้าน เน้น!! ให้ช้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ต้องถูกผูกอยู่กับหลัก พร้อมใช้ได้ปีหน้า

(26 ต.ค. 67) นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ โครงการ ‘โรงช้างตกมัน’ โดยมีใจความว่า ...

โรงช้างตกมันที่ดิฉันจะสร้างให้ช้างเพศผู้ของคชบาลบนพื้นที่ 5 ไร่ในคชบาล ..เพื่อว่า ในยามที่ช้างตกมันจะได้ไม่ต้องถูกผูกหลักอยู่กับที่ยาวนานหลายเดือน…

อย่างเช่นศักดิ์สุรินทร์..ตอนช่วงตกมัน ต้องถูกผูกอยู่กับหลักถึงประมาณเกือบ 5 เดือน…ทำให้ขาข้างที่มีปัญหาต้องกลับไปฟื้นฟูใหม่ …

การมีโรงช้างเช่นนี้ จะทำให้ช้างเดินได้อย่างอิสระในบริเวณที่กำหนดตลอดช่วงตกมัน ..(เมื่อหายตกมัน ก็ออกมาใช้ชีวิตปกติ)…

โรงช้างนี้..จะแบ่งเป็น 2 คอกกักแยกกัน อยู่ได้พร้อมกันทีละ 2 เชือก…

มีแอ่งน้ำ มีที่ที่จะเอาอาหารไปให้ และมีที่ที่จะให้หมอเข้าตรวจสุขภาพได้อย่างปลอดภัย …

วันนี้โรงช้างดังกล่าว มูลค่า 5,650,000 บาท ผู้รับเหมาจะเริ่มลงมือสร้างแล้ว และจะเสร็จไม่เกิน 25 มีนาปีหน้า …

ถ้าใช้แล้วได้ผลดี.. ดิฉันก็ยินดีสร้างให้อีก เพราะช้างเพศผู้ของคชบาลมีเกือบ 30 เชือกถ้าจำไม่ผิด…

พวกเขาจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีแม้ยามตกมันค่ะ…


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top