Sunday, 2 August 2026
NEWS FEED

นครนายก - กองพันทหารราบโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จัดงานวันพร้อมญาติทหารใหม่ รุ่นปี 2567 ผลัดที่ 2 ณ พัน.ร.รร.จปร.

เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ (24 พ.ย.67) ที่สนามหน้ากองบังคับการกองร้อยที่ 1 พันเอกวัชระ ว่องวิกย์การ ผู้บังคับกองพันทหารราบโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เป็นประธานกล่าวเปิดงานวันพร้อมญาติทหารใหม่ รุ่นปี พ.ศ.2567 ผลัดที่ 2 โดยมีญาติทหารใหม่จังหวัดนครนายกและจังหวัดใกล้เคียงได้เตรียมนำอาหารกลางวันมาเลี้ยงสังสรรค์ และไต่ถามความเป็นอยู่ในการที่ลูกหลานเข้ามาทำหน้าที่รับใช้ชาติหลังจากผ่านการฝึก และในวันพร้อมญาติทหารใหม่ได้มีครอบครัวและญาติจำนวนมากเข้าร่วมในงานวันพร้อมญาติทหารใหม่ 

ภายในงานได้จัดให้มีการแสดงของทหารใหม่ให้ผู้ปกครองและญาติทหารใหม่ได้ชมการฝึกบุคคลเบื้องต้น ชมการแสดงมวยไทย ชมการแสดงยิงปืนฉับพลัน ชมการปฏิบัติทางยุทธวิธี และการแสดงมุทิตาจิตของทหารใหม่ พร้อมทหารใหม่ได้พบญาติ

ด้วยกองพันทหารราบ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จัดให้มีงานวันพร้อมญาติทหารใหม่ รุ่นปี 2567 ผลัดที่ 2 เพื่อรับการฝึกจำนวนทั้งสิ้น 192 นายโดยแยกเป็นสังกัดดังนี้เช่น กองพันทหารราบ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จำนวน 153 นาย โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จำนวน 19 นาย โรงเรียนทหารการสัตว์ กรมการสัตว์ทหารบก จำนวน 20 นาย โดยมีภูมิลำเนา 14 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดกรุงเทพมหานคร จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดระยอง จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดสุรินทร์ ห้วงการฝึกตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ถึง 7 ธันวาคม 2567 

ซึ่งทหารใหม่สามารถปรับสภาพความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ จากการดำเนินชีวิตแบบพลเรือนมาเป็นการดำเนินชีวิตแบบทหาร ปรับคุณลักษณะและท่าทางของทหาร เรียนรู้วิธีปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกันภายในกรมกองการปลูกฝังให้เป็นผู้ให้เป็นผู้มีจิตใจดีมีคุณธรรม มีอุดมการณ์ความรักชาติและยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เหล่าทหารใหม่จึงจัดให้มีงานวันพร้อมญาติใหม่ขึ้น ณ กองพันทหารราบโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดงานวันเบาหวานโลก 'World Diabetes Day 2024' 

ณ หอประชุมโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้่าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กลุ่มงานอายุรเวชกรรม ร่วมกับคณะกรรมการโรคเบาหวาน (DM care team) โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ได้จัดกิจกรรมวันเบาหวานโลก โดยได้รับเกียรติจาก พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานในพิธี มีพลเรือตรี พัฒนชัย เฉลิมวรรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ และคณะผู้บริหาร รพ.สมเก็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ผู้แทนหน่วยงายกองทัพเรือพื้นที่สัตหีบ ร่วมให้การต้อนรับและร่วมในพิธี

น.อ.หญิง รุจิเรข ธรรมเจริญ อายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม หัวหน้าแผนกต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิก กลุ่มงานอายุรเวชกรรม (หมอเบาหวาน) รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาของโครงการฯ ประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน พร้อมมอบรางวัล ให้กับผู้ป่วยเบาหวานของโรงพยาบาลฯ ที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ตามเกณที่เหมาะสมและเป็นตัวอย่างที่ดีในการดูแลตนเอง ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

ซึ่งกิจกรรมวันเบาหวานโลกนี้ มีวัตถุประสงค์เป็นการให้ความรู้แก่กำลังพล ทร. และครอบครัว ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน หรือโรคเบาหวาน ตลอดจนประชาชนที่มารักษาได้รับการดูแลจากทีมเฉพาะทางแบบองค์รวมและยังสอดคล้องตามนโยบายของท่าน ผู้บัญชาการทหารเรือ ข้อที่ 4 เรื่องการดูแลกำลังพล ทร. โดยให้ขยายผลเฝ้าระวังและติดตามการดูแลสุขภาพของกำลังพลในทุกระดับ รวมถึงครอบครัว ตามโครงการ (Good Home Good Health) ดังคำขวัญของงานในวันนี้ 'โรคเบาหวานและความเป็นอยู่ที่ดีแบบองค์รวม' (Diabetes and well-being) 

โดยภายในงานจะมีแพทย์เฉพาะทางเบาหวานมาบรรยายให้ความรู้ต่าง ๆ ได้แก่ เบาหวานและอ้วนด้วย จะลดอย่างไร บรรยายโดย น.อ.หญิง รุจิเรข ธรรมเจริญ อายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม หัวหน้าแผนกต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิก กลุ่มงานอายุรเวชกรรม รพ.ฯ เบาหวานหายได้ด้วยการกินดี บรรยายโดย น.ท.หญิง หญิง บุรัสกร ทวีบูรณ์ และเป็นเบาหวานกินบุฟเฟต์ได้หรือไม่ บรรยายโดย น.ท.หญิง อาภานรี เภกะสุต 

น.อ.หญิง รุจิเรข ธรรมเจริญ หมอเบาหวาน รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กล่าวว่า โรคเบาหวานไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากรู้ทัน รักษาเร็วก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป รวมทั้งลดในเรื่องของการต้องมาโรงพยาบาลหรืออัตาการเสียชีวิต 'เบาหวาน รู้เร็ว รักษาเร็ว ป้องกันได้'

นราธิวาส - ศอ.บต. ร่วมเครือข่ายประชาสังคมไทย-มาเลย์ ยกระดับเศรษฐกิจชายแดนใต้ สร้างรายได้พันล้าน

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จับมือภาคประชาสังคมจากไทย-มาเลเซีย จัดประชุมพัฒนาความร่วมมือเศรษฐกิจชายแดน โดยเน้นปศุสัตว์และเกษตรกรรม หวังสร้างรายได้กว่าพันล้านบาท

นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวฮาลาล พร้อมจัดทำแผนติดตามผลเพื่อสร้างความมั่นคงในพื้นที่ ฝ่ายมาเลเซีย นำโดยเจ้ะกูมูฮัมหมัดอัสมี บิน อับดุลฮามิด ประธานที่ปรึกษาสภาองค์กรมุสลิมแห่งชาติมาเลเซีย และที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศมาเลเซีย พร้อมคณะ รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนรัฐเปอรลิส นายรุสดาน รัสมี และคณะจากมาเลเซีย ร่วมมือกับภาคประชาสังคมชายแดนใต้ ได้แก่ นายมันโซ สาและ ประธาน IMAR ประเทศไทย และอาจารย์ณรงค์ หัสนี ประธานคลัสเตอร์เศรษฐกิจ เพื่อเตรียมความร่วมมือในด้านต่างๆ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ ศาสนา และวัฒนธรรม ตัวแทนมาเลเซียและฝ่ายไทยยังมีแผนสร้างศูนย์อาหารฮาลาลและตลาดกลางปศุสัตว์ปัตตานี หวังให้ชายแดนใต้เป็นศูนย์กลางการค้าในภูมิภาคและส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชน

นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการปัตตานี เผยความร่วมมือครั้งนี้มีความสำคัญต่อการเสริมสร้างสัมพันธ์ไทย-มาเลย์ในชายแดนใต้ที่อุดมด้วยทรัพยากร และจะขยายการค้าสู่มาเลเซีย จีน อินโดนีเซีย เจ้ะกูมูฮัมหมัดอัสมี บิน อับดุลฮามิด จากมาเลเซีย กล่าวเสริมว่าความร่วมมือนี้มุ่งสร้างเครือข่ายการค้าในสินค้าฮาลาล เช่น มะพร้าว ไก่ น้ำผึ้ง เพื่อความมั่งคั่งของชายแดนใต้และวางแผนจัดตั้งศูนย์อาหารฮาลาลป้อนตลาดโลก

MG มีข้อเสนอสุดคุ้ม!! ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุดถึง 5 ปี เผย!! เป็นข้อเสนอพิเศษเดียวกัน กับที่งาน ‘MOTOR EXPO’

(24 พ.ย. 67) บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย มอบความคุ้มค่าผ่านแคมเปญ MG NEW YEAR’s SUPERDEAL ด้วยดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุดถึง 5 ปี ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นานสูงสุด 3 ปี และมั่นใจกับการใช้รถระยะยาวด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ และระบบขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งานไม่จำกัดผู้ขับขี่ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ เอ็มจี 140 แห่ง ทั่วประเทศ หรือจองออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ https://onlinebooking.mgcars.com/ 

แคมเปญนี้ ยังเป็นข้อเสนอพิเศษเดียวกันกับงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2024 (MOTOR EXPO 2024) อีกด้วย

(อุบลราชธานี) ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 300,000 เม็ด ที่ชายแดน จ.อุบลราชธานี

เมื่อวานนี้ (23 พ.ย.67) ที่ กองบัญชาการกองกำลังสุรนารี โดยพลตรี สมภร ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ได้จัดกำลังพลจาก หมวดลาดตระเวนระยะไกลที่ 1 กองกำลังสุรนารี หมวดเคลื่อนที่เร็ว กองกำลังสุรนารี หน่วยเฝ้าตรวจชายแดนที่ 22 ชุด ลาดตระเวนและเฝ้าตรวจ ที่บัญชาการกองกำลังสุรนารี (UAV) และชุด สุนัขทหารที่ 7 กองกำลังสุรนารี ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานีและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่ามีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี สามารถตรวจยึดยาบ้าจำนวน 300,000 เม็ด และได้ส่งมอบของกลางให้กับ สถานีตำรวจภูธรเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี  เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


 

(บุรีรัมย์) แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีเปิดอนุสรณ์เกียรติภูมิ 'พันโท ธีรเดช เพชรบุตร'

เมื่อวานนี้ (23 พ.ย. 67) พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีเปิดอนุสรณ์เกียรติภูมิ พันโท ธีรเดช เพชรบุตร ณ ช่องโอบก อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี พลตรี วีระยุทธ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2/รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี นายเกรียงศักดิ์ สมจิต ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยผู้บังคับหน่วย และส่วนราชการในพื้นที่ ให้การต้อนรับและร่วมปฏิบัติภารกิจ ซึ่งกองกำลังสุรนารี มีแนวคิดที่จะจัดสร้างอนุสรณ์สถานเพื่อบันทึกเรื่องราวการสู้รบของหน่วยในทุกพื้นที่ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้รับรู้ และเทิดเกียรติวีรชนที่เสียสละชีวิตพร้อมเลือดเนื้อ เพื่อพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งผืนแผ่นดินไทยตลอดมา และในครั้งนี้กองกำลังสุรนารี ได้จัดสร้างอนุสรณ์สถานในชื่อ 'อนุสรณ์เกียรติภูมิ พันโทธีรเดช เพชรบุตร' 

โดยมีประวัติการสู้รบในพื้นที่ ดังนี้ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2531 เวลา 10.30 นาฬิกา พันโท ธีรเดช เพชรบุตร ได้นำกำลังพลออกลาดตระเวน บริเวณพื้นที่เนิน 339 ช่องจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ตรวจพบกำลังฝ้ายตรงข้าม ประมาณ 7 นาย เกิดการปะทะกันประมาณ 10 นาที ฝ่ายตรงข้ามได้ถอนกำลัง ออกจากพื้นที่ปะทะ พันโท ธีรเดช เพชรบุตร ได้นำกำลังพลไล่ติดตาม และได้เหยียบกับระเบิดของฝ่ายตรงข้าม ทำให้ พันโท ธีรเดช เพชรบุตร ได้รับบาตเจ็บสาหัส ขาขาดทั้งสองข้าง และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ณ จุดเกิดเหตุ วีรกรรมของ พันโท ธีรเดช เพชรบุตร ในครั้งนั้น นับเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างสมเกียรติสมศักดิ์ศรีของชายชาติทหาร ควรได้รับการยกย่องเชิดชู เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งคุณงามความดี และความเสียสละเพื่อประเทศชาติสืบไป ในโอกาสนี้กองกำลังสุรนารี ได้เรียนเชิญคณะญาติ และเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร เพื่อร่วมรำลึกถึงวีรกรรมของพันโท ธีรเดช เพชรบุตร ดังนี้ คณะญาติ ประกอบด้วย คุณต่าย(พี่สาว) (คุณตุ้ม) และหลานสาว เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร ประกอบด้วย พลตรีกิตติศักดิ์ หนูมิตร  พลโทวิฑูรย์ ศิริปักมานนท์ พลเอกสุรพล เจียรณัย และ พลโท เดชา ปุญญบาล 

ดร.สามารถ’ ลั่น!! ไม่จำเป็น ต้องขยายสัมปทาน ‘ทางด่วนศรีรัช’ ชี้!! หากแก้ปัญหา รถติดหน้าด่านได้ ก็สามารถชะลอการก่อสร้าง

(24 พ.ย. 67)  นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ สัมปทานทางด่วนศรีรัช โดยได้ระบุว่า ...

‘ไม่จำเป็น’ ต้องขยายสัมปทานทางด่วนศรีรัช!!

มีข่าวว่าในเดือนธันวาคม 2567 กระทรวงคมนาคมเตรียมที่จะลงนามสัญญาขยายสัมปทานทางด่วนศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) ที่จะสิ้นสุดลงในปี 2578 หรืออีก 11 ปีข้างหน้า ให้เอกชนอีก 22 ปี 5 เดือน แลกกับการให้เอกชนลงทุนก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 เพื่อช่วยแก้ปัญหารถติด แต่การแก้ปัญหารถติดบนทางด่วนด้วย Double Deck จะแก้ได้จริงหรือ ? มีหนทางอื่นอีกหรือไม่ ?

รถติดบนทางด่วนส่วนหนึ่งมีผลมาจากรถติดหน้าด่านชำระค่าผ่านทาง ดังนั้น หากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) สามารถแก้ปัญหารถติดหน้าด่านได้ ก็ไม่จำเป็นจะต้องก่อสร้าง Double Deck หรือสามารถชะลอการก่อสร้างออกไปได้

ข้อเสนอแนะการแก้ปัญหารถติดหน้าด่านช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 มีดังนี้

(1) ยกเลิกด่านเก็บค่าผ่านทาง 2 ด่าน ซึ่งมีรถติดมาก ประกอบด้วยด่านประชาชื่นขาออก และด่านอโศกขาออก ซึ่งจะเป็นผลให้ค่าผ่านทางช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 สำหรับรถ 4 ล้อ ลดลงเหลือสูงสุด 50 บาท จากเดิม 90 บาท ทั้งนี้ การยกเลิกด่านทั้งสองจะทำให้กระแสจราจรบนทางด่วนเคลื่อนตัวได้เร็วขึ้น ไม่ติดขัด

(2) เพิ่มช่องชำระค่าผ่านทางด้วย Easy Pass ให้มากขึ้น พร้อมทั้งเปลี่ยนช่อง Easy Pass จากแบบ ‘มีไม้กั้น’ เป็นแบบ ‘ไม่มีไม้กั้น’ ให้หมดทุกช่อง ซึ่งจะช่วยให้รถผ่านด่านได้เร็วขึ้น ลดรถติดหน้าด่านได้เป็นอย่างดี

นอกจากการแก้ปัญหารถติดหน้าด่านแล้ว กทพ.จะต้องแก้ปัญหา ‘คอขวด’ บนทางด่วน ซึ่งมีอยู่หลายจุด หากทำได้เช่นนี้ ผมมั่นใจว่าจะทำให้กระแสจราจรบนทางด่วนเคลื่อนตัวได้เร็วขึ้น

สำหรับการก่อสร้าง Double Deck นั้น ผมเข้าใจว่ามีหลายคนรวมทั้งผมด้วยที่ไม่มั่นใจว่า Double Deck จะสามารถแก้ปัญหารถติดบนทางด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพหากไม่สามารถแก้ปัญหารถติดที่ทางขึ้น-ลงทางด่วนได้ ด้วยเหตุนี้ กทพ.ควรทบทวนความจำเป็นของ Double Deck ให้รอบคอบว่าการลงทุนก่อสร้าง Double Deck เป็นเงินถึง 34,800 ล้านบาทนั้น คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ?

อย่างไรก็ตาม หาก กทพ.เห็นว่ายังจำเป็นจะต้องมี Double Deck ก็ควรชะลอการก่อสร้างออกไปอีก 11 ปี จนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ดังที่เคยชะลอมาแล้วในปี 2563 แต่ กทพ.จะต้องเร่งแก้ปัญหารถติดหน้าด่านรวมทั้งแก้ปัญหา 'คอขวด' บนทางด่วนดังกล่าวแล้วข้างต้น ซึ่ง กทพ.มีศักยภาพมากพอที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

กทพ.อาจเป็นห่วงว่าการชะลอการก่อสร้าง Double Deck จะทำให้ค่าก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้น ทุกคนเข้าใจดีว่าค่าก่อสร้างจะเพิ่มสูงขึ้นจริง แต่ก็คุ้มกับการที่ กทพ.ไม่ต้องขยายสัมปทานให้เอกชน

อนึ่ง หากเปรียบค่าก่อสร้าง Double Deck ในปี 2563 ซึ่งมีมูลค่า 31,000 ล้านบาท กับค่าก่อสร้างในปี 2567 ซึ่งมีมูลค่า 34,800 ล้านบาท พบว่าค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 3% เท่านั้น

ทั้งหมดนี้ ด้วยความหวังดีต่อ กทพ. และกระทรวงคมนาคมที่จะได้สร้างผลงานชิ้นโบแดงให้กับพี่น้องประชาชน รวมทั้งผู้ใช้ทางด่วนทุกคนที่รอคอยจะได้ใช้ทางด่วนในราคาที่ถูกลงเมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลงในปี 2578

อย่าขยายสัมปทานทางด่วนศรีรัชอีกเลยครับ !!

‘เอกนัฏ – อรรถวิชช์’ นำทีมลุย!! กำจัด ‘กากพิษ – ขยะอิเล็กทรอนิกส์’ เร่ง!! ออกกฎหมาย บังคับใช้เข้มงวด เพื่อปราบปราม ‘โรงงานเถื่อน’

(24 พ.ย. 67) รายการข่าว3มิติ ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้นำเสนอเกี่ยวกับ พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ประธานคณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม 2 คนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ได้ผนึกกำลังรวมทีมกัน เพื่อกำจัดกากพิษให้ประชาชน โดยเนื้อหาในรายการมีใจความว่า ...

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กล่าวว่า ที่แรกที่ผมไปก็คือที่ ‘วินโพรเซส’ เพื่อส่งสัญญาณว่าจากนี้ไป เราต้องไม่ปิดตา ที่มันเกิดขึ้นได้เนี่ยมันไม่ใช่เกิดด้วยความบังเอิญหรือไม่มีใครรู้ มันอยู่ที่ว่าเราจับไม่จับ ออกจับจริงมั้ยถ้าออกจับจริง ก็จะเจอแบบที่เราเจอทั้งผลิตในประเทศ ทั้งนําเข้ามา

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังระบุว่า สิ่งที่กําลังทําขณะนี้มีสองส่วน ส่วนแรกคือสั่งปราบปรามโรงงานเถื่อน 

ส่วนที่สองคือช่องโหว่ทางกฎหมายที่กากอุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิกส์ไม่มีกฎหมายเฉพาะมากํากับโดยตรง จึงได้ตั้งคณะทํางานร่างกฎหมายใหม่ในชื่อพระราชบัญญัติกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ เจตนากฎหมายนี้ ก็เพื่อแยกโรงงานกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ออกจากโรงงานประเภทอื่นให้ชัดเจน

“กฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายใช้กํากับของเสีย พ.ร.บ.โรงงานของดี พรบ.กากกํากับดูแลของเสีย ผู้ประกอบการมีความรับผิดชอบต้องกําจัด กากของเสียนิคมอุตสาหกรรม ต้องรับผิดชอบ ต้องกําจัดของเสีย และกรณีที่มีพวกที่เจตนาเป็นโจรรับกําจัดของเสียแล้วไม่ทํา กฎหมายก็ต้องรุนแรงพอที่จะไปจัดการกับพวกที่มีเจตนาเป็นโจร” รมว.อุตสาหกรรม กล่าวย้ำ ที่จะดำเนินการทางกฎหมาย 

ร่างพระราชบัญญัติการอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เอกนัฏ พร้อมพันธุ์กล่าวถึงมีนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ทําหน้าที่เป็นประธานคณะทํางานร่างขึ้น

ซึ่งนายอรรถวิชช์ ก็ได้เล่าให้ฟังว่า เวลาสั่งปิดโรงงาน สั่งปิดไปเรียบร้อยแล้ว ทําอะไรเค้าไม่ได้แล้วนะ กระทรวงอุตสาหกรรมเข้าไปแตะเค้าไม่ได้อีกเลย กากพิษก็ยังอยู่ในนั้น กว่าจะได้เงินเยียวยา กว่าจะเข้าไปเก็บกู้ซาก รอกันนานมาก

ภายใต้พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรม เรามีการตั้งกองทุนปฏิรูปอุตสาหกรรมเพื่อความยั่งยืน ขึ้นอีกอันนึง ทําหน้าที่ในการที่เข้าไปจัดการเยียวยาประชาชนได้ก่อนเลย รวมไปถึงเก็บกู้ได้ก่อนเลย รัฐเนี่ยแหละเข้าไปลุยฟ้องก่อน พอรัฐชนะ ค่อยเอาเงินวกกลับมาคืนกองทุน เยียวยาเร็ว กู้ซากเร็ว เอาสารพิษออกมาได้เร็ว เราไม่มีสินบนนําจับ แล้วก็ขอว่าไม่เข้าหลวงแต่มาเข้ากองทุนเลย คือสินบน เป็นศูนย์เลย เจ้าหน้าที่รัฐไม่มาเกี่ยวข้องอะไรทั้งสิ้น
.
ไม่ให้นําเข้าขยะ แต่จะให้นําเข้าเฉพาะวัตถุดิบเท่านั้น คราวนี้คุณต้องชัดเจน ห้ามมั่ว ถ้าเป็นสมัยก่อน เวลาคุณบี้รถยนต์เข้ามา คุณบี้มาเป็นทั้งคัน ก็บี้ส่งเข้ามา พอเข้ามา ก็มาแยกกันอีกที มันก็จะเหลือเศษที่ไม่มีความจําเป็น คราวนี้เวลาคุณเอาเข้ามาคุณเอาให้แน่ คุณไปแยกมาก่อนที่นู่นเลย ส่วนเบาะรถยนต์คุณแกะออกส่วนสายไฟแกะออกส่วนที่เป็นเหล็กแกะเข้าออก คือมันมาเป็นขยะไม่ได้ แต่ต้องมาเป็นโลหะที่มีคุณภาพ ที่ประเทศไทยถลุงไม่ได้เอง 

ร่างกฎหมายนี้ จะเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ แล้วก็จะบรรจุเข้าสู่วาระที่หนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรได้ทันในสมัยประชุมหน้า

‘สถาบันราชพฤกษ์’ เดินหน้าประชุมใหญ่ COP ที่ ‘อาเซอร์ไบจาน’ ประสานความร่วมมือ!! ในระดับโลก เพื่อแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมระดับโลกที่สำคัญมากมาย ทั้งการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC การประชุมกลุ่ม G20 และการประชุมด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกของรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Conference of Parties to the United Nations Framework Convention on Climate Change : UNFCCC หรือ COP) ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้นำประเทศต่าง ๆ นักวิชาการ องค์กรระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคม มาร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จุดมุ่งหมายหลักคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนการปรับตัวต่อผลกระทบของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน

ทั้งนี้การประชุม COP เริ่มขึ้นในปี ค.ศ.1995 โดย COP1 จัดที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เป็นการประชุมครั้งแรกหลังการลงนามใน UNFCCC ปี ค.ศ. 1992 ที่ประชุมแต่ละปีจะมุ่งสร้างความตกลงใหม่ ๆ และประเมินความก้าวหน้าของประเทศสมาชิกในเป้าหมายลดโลกร้อน เช่น พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ในปี ค.ศ. 1997 เน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม ข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ในปี ค.ศ. 2015 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ประเทศสมาชิกกว่า 190 ประเทศได้ให้คำมั่นต่อกันในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้อยู่ต่ำกว่า 2°C และพยายามรักษาไว้ที่ 1.5°C 

การประชุม COP จึงมีความสำคัญในฐานะเวทีที่สร้างความร่วมมือระดับโลกในการแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อชีวิตมนุษย์และสิ่งแวดล้อมโดยตรง เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และในปี ค.ศ. 2024 ก็มีการประชุม COP29 จัดขึ้นที่กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน เป็นโอกาสสำคัญในการแสดงบทบาทในเวทีสิ่งแวดล้อมโลก ของอาเซอร์ไบจานในฐานะประเทศเจ้าภาพมีความท้าทายและโอกาสในการนำเสนอแนวทางการพัฒนาพลังงานสะอาดและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน ประเด็นสำคัญหนึ่งที่จะได้รับการหยิบยกกันมาหารือในที่ประชุมคือการจัดหาแหล่งเงินทุนจากกลุ่มประเทศผู้บริจาคเพื่อสนับสนุนกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในการรับมือผลกระทบกับวิกฤติทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงการรณรงค์และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหานี้

ในส่วนของไทยเรานั้น แม่งานหลักของเรื่องคือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ที่จะทำหน้าที่สานต่อในส่วนของภาครัฐให้เป็นไปตามที่ไทยเราได้ลงสัตยาบันไว้ ตลอดจนจะได้แสดงความมุ่งมั่น ตั้งใจ แสวงหาความร่วมมือในทุกด้านจากมิตรประเทศเพื่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนานวัตกรรมทางสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องร่วมกัน รวมถึงเป็นโอกาสให้เราได้ทบทวนการทำงานภายในประเทศ เพื่อจะออกมาตรการ กำหนดทิศทางที่ทันสมัยและตอบโจทย์เพื่อขับเคลื่อนการต่อสู้กับวิกฤตินี้ต่อไป

นายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ (หน่วยงานดีเด่นแห่งชาติสาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) และ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ในสภาผู้แทนราษฎร

พังงา ผู้บัญชาการทหารเรือตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลด้วยความหว่งใยหน่วยทหารเรือในฝั่งอันดามัน

นาวาโท นพดล กิ่งเกตุ ผู้บังคับกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 นำกำลังพลในสังกัด รับฟังโอวาท พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เนื่องในโอกาสเดินทางตรวจเยี่ยมหน่วยงานกองทัพเรือพื้นที่ทัพเรือภาคที่ 3 ณ ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา พร้อมกันนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้แสดงความห่วงใยต่อกำลังพลที่ปฏิบัติงานห่างไกลภูมิลำเนาและเน้นย้ำถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน โดยหลังจากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางมาตรวจโรงเลี้ยง-โรงครัว กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เพื่อรับทราบถึงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของข้าราชการ และทหารกองประจำการในสังกัด โดยเน้นย้ำด้านสวัสดิการ สิทธิกำลังพล และความเป็นอยู่ของกำลังพลในทุกส่วนและการดูแลสวัสดิการของทหารกองประจำการในด้านต่าง ๆ ให้ได้รับสิทธิตามระเบียบของทางราชการ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top