Friday, 31 July 2026
NEWS FEED

‘อาจารย์สาว’ เป็นงง!! หลังโทรไปหา ‘ผู้ปกครองของนักเรียน’ ยังไม่ทันได้อธิบาย โดนด่าว่าเป็น ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ แล้วตัดสาย

(22 ธ.ค. 67) อาจารย์ที่ปรึกษาของห้องเรียน โทรไปถามผู้ปกครองว่า ลูกชายทำไมถึงไม่มาเรียน เรื่องกลับตาลปัตร โดนพ่อด่าหาว่าเป็น ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’

โดยในคลิปอาจารย์โบนัส กำลังโทรไปหาผู้ปกครองของนักเรียนคนหนึ่ง หลังพบว่าไม่มาเรียนหนังสือโดยไม่ได้แจ้งลา 

เมื่อผู้ปกครองรับสายก็ถามทันทีว่า “ใครครับ” อาจารย์จึงบอกว่า “อันนี้เป็นอาจารย์เองค่ะ”

แต่ยังไม่ทันที่จะได้อธิบายหรือแจ้งธุระที่ต้องโทรไป คุณพ่อก็วีนใส่หาว่าอาจารย์คือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมกับบ่นแล้วด่าว่า “แก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกแระ วันๆ ไม่ทำ 5 อะไร แค่นี้แหละ ทำงาน ทำการบ้าน” ก่อนจะวางสายใส่ทันที

ทำเอาอาจารย์ถึงกับอึ้ง ก่อนจะบ่นว่า “ไม่ใช่ จะบอกว่าลูกคุณไม่มาโรงเรียน” จากนั้นอาจารย์ก็โทรไปใหม่ แล้วรีบอธิบายตัวเองอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าคุณพ่อจะเข้าใจผิดอีกว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แล้วถามว่าทำไมลูกชายของคุณพ่อถึงไม่มาเรียนในวันนี้

เมื่อคุณพ่อรู้ว่า เป็น ‘อาจารย์จริง’ ไม่ใช่ ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ เสียงก็เปลี่ยนทันที แล้วบอกว่า นึกว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรมา แล้วก็บอกเหตุผลที่ลูกไม่เรียนว่า ‘ลูกป่วย’

‘เป็ด เชิญยิ้ม’ เข้ารพ.!! หลังพบติดเชื้อ ‘โนโรไวรัส’ เจ้าตัวยังอารมณ์ดี ชี้!! รีบเป็นเพราะ ‘กลัวตกเทรนด์’

เมื่อวานนี้ (21 ธ.ค. 67) ดร.ธัญญา โพธิ์วิจิตร หรือ ‘เป็ด เชิญยิ้ม’ นักแสดงตลกอาวุโส ได้โพสต์ภาพในชุดผู้ป่วย ระบุว่า … 

ทันสมัยมากครับ กลัวตกเทรนด์รีบเป็นกันซะครับ ราคาไม่แพง โรคระบาดเพิ่งมา เป็ดแม่งงงงเป็นซะก่อน อาการ ท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำ ปวดเมื่อยตัวคลื่นไส้อาเจียน แข็งใจว่าจะไม่มา สุดท้ายต้องนอนให้น้ำเกลือ ณ โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์

เหล่าแฟนๆ และชาวโซเชียล ได้เข้าไปส่งกำลังใจ ขอให้หายป่วยกันอย่างต่อเนื่อง

‘เชน ธนา’ ประกาศขาย!! ตึกสำนักงาน ที่ลาดพร้าว ราคาแบบขาดทุน 58 ล้าน เผย!! ถึงเวลาต้องจากลา หลังคาน้อยที่พาโตจนเติบใหญ่ จะคิดถึงสุดหัวใจ

(21 ธ.ค. 67) ขอทำงานขายของเพื่อกู้วิกฤตให้กับบริษัท สำหรับผู้บริหารหนุ่ม ‘เชน ธนา’ หรือ ธนาตรัยฉัตร ภูโชคอนันต์ หลังจากบริษัทรับผลิตอาหารเสริมแจ้งความ ฐานฉ้อโกง ไม่จ่ายค่าผลิตสินค้าเสริมอาหาร มูลค่า 79 ล้านบาท

ทำให้ที่ผ่านมาจะเห็น ‘เชน ธนา’ ไลฟ์ขายของและขายสินค้าหลาย ๆ อย่าง เพื่อนำเงินมาชดใช้ในกรณีที่เกิดขึ้น

ล่าสุด เชน ธนา โพสต์ประกาศขายตึกสำนักงาน โครงการ WISE ลาดพร้าว 71 เป็นโฮมออฟฟิศ 5 ชั้น 3 คูหา ในราคา 58 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท โดยระบุในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า …

“ขายสำนักงาน 3 ตึก 58 ล้าน ลดค่าใช้จ่ายบริษัทครับ”

นอกจากนี้ เชน ธนา ยังแชร์โพสต์ดังกล่าวลงในสตอรี่ พร้อมข้อความด้วยว่า … 

“ถึงเวลาบอกกล่าวและจากลา หลังคาน้อยที่พาโตจนเติบใหญ่ จะคิดถึงในอดีตสุดหัวใจ สู้ต่อไป สู้สุดใจ สู้ทุกวัน”

‘จิรายุ’ เผย!! ‘แพทองธาร’ เป็นนายกรัฐมนตรี 3 เดือน ทำงานเข้าตาประชาชน วางเป้า!! ทำให้คนไทย หลุดจาก ‘กับดักความยากจน’ ก้าวสู่ประเทศพัฒนาแล้ว

(21 ธ.ค. 67) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจความคิดเห็นของนอร์ทกรุงเทพโพล มหาวิทยาลัยนอร์ท กรุงเทพ ในประเด็น ‘ท่านเห็นว่าบุคคลใดที่สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นนักการเมืองแห่งปี 2567’ พบว่า ประชาชนชื่นชมและชื่นชอบโหวตให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร มาเป็นอันดับหนึ่ง นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณทุกกำลังใจ ถือว่าจะเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญในการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป

นายจิรายุ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่บริหารประเทศมาเพียง 3 เดือน ได้เร่งผลักดันแก้ไขปัญหาที่เป็นประโยชน์ ต่อประเทศชาติและตรงตามความต้องการของประชาชน ซึ่งผลการสำรวจความคิดเห็นนี้จะเป็นอีกเสียงที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำงาน ความสำเร็จที่เห็นผล อย่างเป็นรูปธรรมในการเดินหน้าในทุกนโยบาย ของรัฐบาล ทั้งนี้ รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นทั้งคำชมหรือข้อแนะนำเพื่อนำไปปรับปรุงให้เป็นประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน

นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลยืนยันว่าจะขอทำงานให้หนักมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งการลงพื้นที่แก้ไขปัญหาในทุก ๆ หมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัดและทุกภาคของประเทศและการเป็นตัวแทนของประเทศเพื่อนำพาประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักและเชิญชวนนักลงทุนและนักท่องเที่ยวมาประเทศไทยให้ได้มากที่สุด โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้าในทุกตารางนิ้วของประเทศ ตามนโยบาย 2568 โอกาสไทยทำได้จริง หลังจากภาวะเศรษฐกิจ สังคมหยุดนิ่งมานานหลายปี

โฆษกรัฐบาล ยังกล่าวอีกด้วยว่า นายกรัฐมนตรียืนยันว่าปีหน้าจะเร่งสปีดนโยบายต่างๆโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ซึ่งช่วงหน้าฝน ประชาชนจะได้ไม่ต้องมาเสี่ยงภัยกับอุทกภัยซ้ำซากแบบนี้อีก นอกจากนี้การเร่งรัดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลจะเร่งทำอย่างเป็นระบบเพื่อให้เห็นผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว รวมทั้งการปราบปรามยาเสพติดที่ มอบนโยบายเร่งด่วนให้ส่วนราชการให้ดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมาย

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรียืนยันและขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลจะนำพาเศรษฐกิจและสังคมรวมทั้งสิ่งดี ๆ กลับคืนสู่พี่น้องประชาชนให้ได้ในเร็ววันนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะต้องทำให้ประเทศไทยหลุดกับดักความยากจนและก้าวไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วให้ได้

รมว.กต.เผยเวที 6 ประเทศเพื่อนบ้านเมียนมา-เวทีอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการลุล่วงด้วยดี - ชี้เป็นเวทีสำคัญให้เมียนมาร่วมมือกับเพื่อนบ้านเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา - ย้ำทุกประเทศอาเซียนยึดฉันทามติ 5 ข้อ 

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการเป็นเจ้าภาพการหารืออย่างไม่เป็นทางการระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 6 ประเทศเพื่อนบ้านเมียนมา ทั้งไทย สปป.ลาว จีน อินเดีย และบังกลาเทศ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567 เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นข้อห่วงกังวลร่วมกัน และการหารืออย่างไม่เป็นทางการในกรอบอาเซียนซึ่ง สปป.ลาวเป็นประธาน และประเทศไทยเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดการหารือเมื่อวานนี้ (20 ธ.ค.) ว่า การประชุมเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. เป็นโอกาสให้มีการหารือระหว่างเมียนมากับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศพร้อมกันเกี่ยวกับปัญหาที่เป็นผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในเมียนมาที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านความมั่นคงบริเวณชายแดน และอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิ การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ การหลอกลวงออนไลน์ เพื่อหาแนวทางจัดการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเชื่อว่าจะช่วยเสริมความพยายามของอาเซียนใน การแก้ไขปัญหาเมียนมาผ่านแนวทางการเจรจาได้ในท้ายที่สุด ทั้งนี้ ไทยเห็นว่าความร่วมมือจะเกิดขึ้นได้ก็เมื่อมีการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาและจริงใจ รวมถึงการแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งการหารืออย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้ก็ถือได้ว่าประสบผลสําเร็จอย่างดี เพราะประเทศเพื่อนบ้านรอบๆ เมียนมาต่างแสดงความพร้อมสนับสนุนเมียนมาในการหาข้อยุติภายในประเทศ 

ส่วนการหารืออย่างไม่เป็นทางการในกรอบอาเซียนซึ่ง สปป.ลาวเป็นประธานนั้น นายมาริษ เปิดเผยว่า ทุกประเทศสมาชิกอาเซียนยังคงยึดฉันทามติ 5 ข้อ หรือ 5 Point Consensus และหวังเห็นพัฒนาการ หรือมีสัญญาณเชิงบวกในการแก้ไขปัญหาเมียนมา แต่ท้ายที่สุด การตัดสินใจจะเป็นไปในทิศทางใด ก็ขึ้นอยู่กับเมียนมา หรือหากพูดตรงๆ ก็คือ ''ไม่มีใครรู้จักประเทศเมียนมา ดีเท่ากับประเทศเมียนมาเอง'' 

‘รองนายกฯ ประเสริฐ’ เผย ‘รัฐบาล’ เร่งเครื่องแก้ปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษา เร่งพัฒนาแพลตฟอร์มกลางภาครัฐ ยกระดับทักษะดิจิทัล รองรับ Learn to Earn เรียนรู้มีรายได้ สร้างอาชีพระหว่างศึกษา 

(21 ธ.ค.67) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยลงการลงพื้นที่และการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ระดับชาติ ณ โรงเรียนหนองน้ำใส ต.หนองน้ำใส อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมาเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 พร้อมมีการประชุม Online อบรมเชิงปฏิบัติการการใช้งานระบบสารสนเทศ Thailand Zero Dropout ณ โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ที่มีทุกภาคส่วนในจังหวัดนครราชสีมา และท้องถิ่นทั้ง 333 แห่ง ว่าการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาของชาติอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง หรือ THAILAND ZERO DROPOUT เน้นการแก้ปัญหาใน 4 ประเด็น ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ได้แก่ 1. การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อค้นหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา 2. การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานโดยใช้พื้นที่เป็นฐานเพื่อลุยดูแลกลุ่มเป้าหมาย 3. การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นตามโจทย์ชีวิตของเด็กและเยาวชนแต่ละคน และ 4. การสร้างรายได้ไปพร้อมกับการเรียนรู้

นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังจัดทำโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางภาครัฐ เพื่อรองรับการพัฒนาทักษะดิจิทัล เรียนรู้มีรายได้ เรียนรู้ง่ายตลอดชีวิต ผ่านรูปแบบ Learn to Earn โดยจะมีการจัดเก็บข้อมูลด้านการศึกษา การฝึกอบรม การจัดหางาน ความต้องการตลาดแรงงาน และเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสะสมหน่วยการเรียนรู้ และการจับคู่ตำแหน่งงาน Job Matching นอกจากนี้รัฐบาลยังบูรณาการการทํางานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทาง การศึกษา (กสศ.) และ แพลตฟอร์ม EWE (E-workforce ecosystem) ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) ในการพัฒนากําลังคนด้วยมาตรฐานอาชีพให้เป็นมืออาชีพ เพื่อความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน รวมถึงระบบการเทียบโอนสมรรถนะที่มีประสิทธิภาพ และเที่ยงตรงเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของกําลังคน เพื่อรองรับการช่วยเหลือกลุ่มที่ หลุดจากระบบการศึกษา

นายประเสริฐ กล่าวว่า นโยบายลดความเหลื่อมล้ำเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ณ ตรงจุดที่อยู่นี้มี ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ที่พร้อมร่วมขับเคลื่อนนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาให้โรงเรียนและชุมชน เช่น การ ให้บริการนักเรียนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล และยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับการค้นคว้าหาข้อ มูล และองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์กับเด็ก เยาวชน และประชาชนทุกคน รวมถึงการใช้ อินเทอร์เน็ตนอกเวลาเรียน

“ผมเชื่อมั่นว่าสิ่งสําคัญที่จะทําให้มาตรการเหล่านี้สําเร็จ คําตอบอยู่ที่การดําเนินงาน ระดับพื้นที่จังหวัด อําเภอ ตําบล และหมู่บ้าน ‘เราทุกคนเป็นเจ้าของเรื่องนี้ร่วมกันครับ’ การแก้ปัญหา THAILAND ZERO DROPOUT ต้องอาศัยทุกคนในชุมชน ทุกอําเภอ ทุกตําบล ทุก หมู่บ้าน ช่วยกันดูแลเด็กและเยาวชนของเรา เพราะพวกเขาคืออนาคตของประเทศไทย จังหวัด นครราชสีมา หรือโคราชเป็นเมืองที่มีศักยภาพและเปี่ยมไปด้วยโอกาสมากมาย การที่จะพัฒนา ไปข้างหน้าได้ ต้องมีรากฐานกําลังคนที่เข้มแข็ง เราต้องไม่ปล่อยให้เกิดการสูญเสีย เด็กและ เยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา หรือไม่ได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพแม้แต่คนเดียว เพราะเด็กทุกคนเป็นมนุษย์ทองคํา เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน สร้างโอกาสให้เด็ก และเยาวชนทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ” นายประเสริฐกล่าวย้ำ

2 ตายาย ใช้ยางรถยนต์เก่า ตกแต่งเป็น ‘ต้นคริสต์มาส – ตุ๊กตาหิมะ’ ชาวเน็ตแห่ชื่นชม!! ‘ความคิดสร้างสรรค์ – ความครีเอท’ แบบรีไซเคิล

(21 ธ.ค. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพสุดน่ารักลงในกลุ่ม ‘อวดบ้านกันนะ’ โดยเผยให้เห็น 2 ตายาย กำลังตกแต่งต้นคริสต์มาสกันอย่างขะมักเขม้น โดยได้ใช้ยางรถยนต์นำมาพ่นสีเขียวเรียงทับ ๆ กันจนกลายเป็นต้นคริสต์มาส และมีการตกแต่งด้วยไฟ นอกจากนี้ข้าง ๆ ต้นคริสต์มาสก็ยังมีตุ๊กตาหิมะที่ทำจากยางรถยนต์อีกด้วย โดยทำการพ่นสีขาวและใช้ตะกร้ามาตกแต่งเป็นลูกตา โดยผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า

ขออวดต้นคริสต์มาส ฝีมือคุณตาคุณยายหน่อยค่าทำจากยางล้อรถเก่าที่ไม่ใช้แล้วค่ะ มีล้อเคลื่อนย้ายได้ใช้เงินซื้อสีมาทา กับสายรุ้งตกแต่งค่ะ งบหลักร้อย

‘รู้จักพอ ก็เป็นสุข’

ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตและคำชื่นชมเป็นอย่างมาก มียอดแชร์โพสต์แล้วกว่า 2 พันครั้ง

ศาลปกครอง มีคำสั่ง ค้างค่าปรับ ‘ใบสั่งจราจร’ ให้!! ต่อทะเบียนได้ พร้อมป้ายเสียภาษี ชี้!! ชำระภาษี เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวรถ แต่ทำผิดกฎจราจร เป็นเรื่องของบุคคล

(21 ธ.ค. 67) ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษา ตามคดีหมายเลขดำที่ 2120/2567 คดีหมายเลขแดงที่ 2682/2567 ลงวันที่ 18 ธ.ค.2567 เกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์ ที่ค้างค่าปรับใบสั่ง ตามกฎหมายจราจร ระหว่าง นายอำนาจ ผู้ฟ้องคดี กับผู้ถูกฟ้องคดี ประกอบด้วย กรมการขนส่งทางบก ที่ 1 อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ที่ 2 สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 ที่ 3 ฝ่ายทะเบียนสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 ที่ 4 นายทะเบียนตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่ 5 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 6 ผู้ถูกฟ้องคดี

เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร และการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวว่าเกินสมควร

คดีนี้อธิบดีศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีโดยเร่งด่วนตาม ข้อ 49/2 วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543

ตามฟ้องโจทก์ระบุว่า นายทะเบียน กรมการขนส่งทางบก ไม่ออกป้ายภาษีวงกลมให้ โดยส่งมอบแค่ใบเสร็จชำระค่าภาษีประจำปีแล้วประทับตรา ว่าใช้แทนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีไม่เกิน 30 วัน ให้แทน พร้อมเอกสารที่ปรินต์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ แสดงรายละเอียดข้อมูลการกระทำความผิดตามกฎหมายจราจร

โดยอ้างข้อตกลงที่ทำขึ้นระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับกรมการขนส่งทางบก เพียงฝ่ายเดียว เป็นการละเลยและไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการของพระราชบัญญัติการจราจรทางบก ดังนั้นจึงไม่มีอำนาจในการชะลอการออก ป้ายภาษีวงกลม ให้กับเจ้าของรถที่ค้างชำระค่าปรับจราจร

“หลักการชำระภาษีรถเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวรถ แต่การทำผิดกฎจราจรเป็นเรื่องของบุคคล การนำ 2 เรื่องมาเชื่อมโยงกันจึงไม่ถูกต้อง เป็นการบังคับทางอ้อมให้เจ้าของรถต้องยินยอมชำระค่าปรับ” คำฟ้องตอนหนึ่งระบุ

ทั้งนี้ ศาลปกครองกลาง ยังสั่งให้ กรมการขนส่งทางบก จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีด้วย

“พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5 ออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีรถประจำปี พ.ศ. 2568 ให้แก่ผู้ฟ้องคดี ทั้งนี้ภายในสามวันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นเงินจำนวน 3,151.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามความในมาตรา 7 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ไม่เกินอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตามคำขอของผู้ฟ้องคดี ทั้งนี้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 6 คืนค่าธรรมเนียมศาลบางส่วนตามส่วนของการชนะคดีให้แก่ผู้ฟ้องคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก” 

ท้ายคำพิพากษาระบุ

‘ฮุนได’ ชวน!! ตรวจเช็กสภาพรถ ฟรี!! เพื่อความปลอดภัย ก่อนเดินทางไกล

(21 ธ.ค. 67) เทศกาลแห่งความสุขมาถึงแล้ว เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณและคนที่คุณรักเต็มไปด้วยความมั่นใจ ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย มอบความห่วงใยผ่านแคมเปญพิเศษ ‘ฮุนไดมอบโปรฯ ให้ ใส่ใจทุกการเดินทาง’ ฟรี!! ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ พร้อมรับส่วนลดสุดพิเศษสำหรับอะไหล่ต่าง ๆ ที่จะช่วยให้รถของคุณพร้อมในทุกเส้นทาง

เตรียมรถให้พร้อมก่อนออกเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่และวันหยุดยาวได้ที่ ศูนย์บริการฮุนไดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2567 - 28 กุมภาพันธ์ 2568 เพราะความปลอดภัยบนท้องถนนคือเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ทีมงานมืออาชีพของฮุนไดพร้อมดูแลคุณและรถทุกคันด้วยความใส่ใจ เพื่อให้ทุกการขับขี่ราบรื่น และทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสุข ฮุนไดใส่ใจ เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกเส้นทาง

ฟรี!! ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ 40 รายการ ดูแลรถยนต์ของคุณอย่างละเอียดโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบระบบหลัก ๆ เพื่อให้มั่นใจว่ารถอยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมออกเดินทางได้อย่างปลอดภัย

รายการตรวจเช็ก 40 รายการ มูลค่า 496 บาท ได้แก่:
1. ไฟเตือนแบตเตอรี่ 
2. ไฟเตือนน้ำมันเครื่อง 
3. ไฟเตือนเครื่องยนต์ 
4. ไฟเตือน ABS 
5. ไฟเตือน AIR BAG 
6. ไฟเตือนเบรกมือ 
7. สัญญาณบอกตำแหน่งเกียร์ออโต้ 
8. ไฟเลี้ยว 
9. ไฟฉุกเฉิน 
10. ไฟหรี่ 
11. ไฟสูง 
12. แตร 
13. การทำงานของใบปัดน้ำฝน 
14. กระจกประตูไฟฟ้า 
15. ระบบล็อกประตูไฟฟ้า 
16. กระจกมองข้างไฟฟ้า 
17. เข็มขัดนิรภัยด้านคนขับ 
18. ระบบปรับอากาศ 
19. เบรกมือ 
20. เข็มขัดนิรภัยด้านผู้โดยสาร 

21. แบตเตอรี่ 
22. ระดับน้ำในถังพักหม้อน้ำ 
23. ระดับน้ำในถังพักน้ำล้างกระจก 
24. ไส้กรองอากาศ 
25. น้ำมันเครื่อง 
26. น้ำมันเบรก 
27. น้ำมันคลัทช์หรือน้ำมันเกียร์ออโต้ 
28. น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ 
29. สายพานด้านหน้าเครื่องยนต์ 
30. ยางปัดน้ำฝน 
31. ไฟหน้า 
32. ไฟเลี้ยว 
33. ไฟเบรก ไฟถอยหลัง 
34. ลูกหมากเหล็กกันโคลง 
35. ลูกหมากคันชักคันส่ง 
36. ปีกนกและบู๊ช 
37. โช้คอัพหน้าและหลัง 
38. ยางหุ้มเพลาขับในและนอก (ถ้ามี) 
39. ยางหุ้มแร็คพวงมาลัย 
40. การรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์-เฟืองท้าย และน้ำมันเพาเวอร์

‘มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ – มูลนิธิสถาบันแสงสว่างในพระอุปถัมภ์ฯ’ ฉลองวันคริสต์มาส!! เปิดตัวหนังสือนิทานเรื่อง ‘ผองเพื่อนของบิ๊กและดุ๊กดิ๊ก’

(21 ธ.ค. 67) มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ โดย เคานต์เจรัลด์ แวน เดอ สตราเทน พอนโธส ประธานมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ เป็นเจ้าภาพร่วมกับมูลนิธิสถาบันแสงสว่างในพระอุปถัมภ์ฯ จัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส เปิดตัวหนังสือนิทานเรื่อง ‘ผองเพื่อนของบิ๊กและดุ๊กดิ๊ก’ ในฉบับภาษาไทยแปลจากบทพระนิพนธ์หนังสือนิทานของ ‘เจ้าหญิงเลอาแห่งเบลเยียม’ ประกอบด้วย 7 เรื่องสั้น สะท้อนถึงสถานการณ์ที่เด็กพิเศษต้องพบเจอในชีวิตจริง และคำแนะนำวิธีรับมือกับความรู้สึก พร้อมมอบให้แก่น้อง ๆ เด็กพิเศษที่มาร่วมงาน และเตรียมจัดส่งไปให้แก่ น้อง ๆ เด็กพิเศษ ทั่วประเทศไทย เพื่อมอบเป็นของขวัญในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวนอกจากการเปิดตัวหนังสือนิทานแล้วยังจัดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์สำคัญคือเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในสังคม ถึงการทำงานและการอุทิศตนของบุคลากรผู้ดูแลกลุ่มบุคคลที่มีความต้องการการดูแลเป็นพิเศษ และเพื่อมอบความสุขให้กับเด็กๆ 

ภายในงานได้รับเกียรติจาก เจ้าหญิงเลอาแห่งเบลเยียม ทรงร่วมงานเลี้ยง ผ่านทางออนไลน์จากประเทศเบลเยียม พร้อมด้วยบุคคลสำคัญ อาทิ ดร. จิรายุและท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ ดร.ศักดิ์ทิพย์และม.ร.ว.เบญจภา ไกรฤกษ์ คุณหญิงขวัญตา เทวกุล หม่อมบงกชปริยา ยุคล ณ อยุธยา ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์ คุณสุทธิภัค จิราธิวัฒน์ คุณวิลเลียมและคุณเคธี ไฮเนค เข้าร่วมงาน โดยมี เคานต์เจรัลด์ แวน เดอ สตราเทน พอนโธส ประธานมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ ให้การต้อนรับ และร่วมชมโชว์ชมชุดพิเศษจากน้องๆ มูลนิธิสถาบันแสงสว่างในพระอุปถัมภ์ฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ณ แกรนด์ ฮอลล์ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top