สถานการณ์โควิด - 19 ประเทศไทยและอาเซียน ประจำวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564
สถานการณ์โควิด - 19 ประเทศไทยและอาเซียน
ประจำวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564
สถานการณ์โควิด - 19 ประเทศไทยและอาเซียน
ประจำวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564
ตามรายงานของ ออเรียนทัล เดลี สื่อมวลชนท้องถิ่น ระบุเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่มณฑลซานตง ประเทศจีน โดยฟู้ดไรเดอร์รายหนึ่งได้รับคำขอเพิ่มเติมจากคำสั่งซื้อเดิมของลูกค้า ซึ่งเป็นคำขอที่ต่างจากออเดอร์ธรรมดา ๆ ทั่วไป
คำสั่งพิเศษดังกล่าวของหญิงสาวรายนี้ก็คือ ขอให้ฟู้ดไรเดอร์นำชาไปส่งให้แฟนเก่าของเธอ แล้วสาดมันใส่หน้าของเขา
"ไม่จำเป็นต้องทำดีกับไอ้สารเลวคนนี้ แค่สาดชาเข้าใส่หน้าเขาก็พอ" ลูกค้าหญิงเขียน
วิดีโอของเหตุการณ์ พบเห็นฟู้ดไรเดอร์รายดังกล่าวทำตามคำขอของลูกค้าอย่างซื่อตรง และหลังจากสาดชาใส่แฟนเก่าของลูกค้าแล้ว ฟู้ดไรเดอร์ก็ได้ยื่นใบสั่งซื้อให้ชายคนดังกล่าวดู เพื่อยืนยันว่ามันเป็นคำสั่งของแฟนเก่าของเขา พร้อมกับกล่าวขอโทษ
"ขอโทษครับ ผมแค่ทำตามคำสั่งของลูกค้า" จากนั้นก็ยื่นกระดาษชำระให้และขอโทษซ้ำอีกรอบ
ในรายงานของออเรียนทัล เดลี ระบุว่า ทางบริษัทต้นสังกัดของฟู้ดไรเดอร์รายดังกล่าวจะทำการสืบสวนในประเด็นนี้ พร้อมชี้แจงว่าฟู้ดไรเดอร์สามารถปฏิเสธคำสั่งได้ หากคิดว่าคำสั่งเหล่านั้นไม่มีเหตุผล
อย่างไรก็ตามบรรดาผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์เขียนแซวกันอย่างสนุกสนานว่า ฟู้ดไรเดอร์รายนี้ควรได้คะแนน 5 ดาว เนื่องจากเขาอาจหาญกล้าทำตามคำสั่งยากๆ ของลูกค้า
ที่มา: https://www.facebook.com/119425428118611/posts/3886568724737577/
ซึ่งระบุว่าไวรัสโควิด-19 ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากห้องปฏิบัติการวิจัยในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน จากการเปิดเผยของ เจน ซากี เลขานุการฝ่ายสื่อมวลชนของทำเนียบขาว
คณะผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบที่มาที่ไปของโควิด-19 ซึ่งนำโดยองค์การอนามัยโลก ระบุว่า ค้างคาวยังคงเป็นแหล่งต้นตอที่มีความเป็นไปได้ และมีความเป็นไปได้ที่ไวรัสแพร่กระจายเชื้อผ่านอาหารแช่แข็ง พร้อมปฏิเสธสมมติฐานที่ว่ามันหลุดจากห้องปฏิบัติการวิจัยหนึ่ง
ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเชื่อว่าโรคโควิด-19 ที่ล่าสุดทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 106 ล้านคน และเสียชีวิตกว่า 2.3 ล้านคนนั้น มีต้นกำเนิดมาจากค้างคาว และอาจมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกชนิดหนึ่งเป็นพาหะถ่ายทอดจากค้างคาวต่อมายังมนุษย์
เหลียง วานเหนียน ผู้เชี่ยวชาญจากคณะกรรมาธิการสาธารณสุขของจีน หัวหน้าคณะสอบสวนของจีนที่ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก แถลงเมื่อวันอังคาร (9 ก.พ.) ว่า แม้แนวคิดดังกล่าวมีแนวโน้มเป็นไปได้ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุโฮสต์กักตุน (reservoir host) สัตว์ที่เป็นแหล่งกักตุนเชื้อโรคตามธรรมชาติและสามารถแพร่เชื้อโรคไปยังสัตว์อื่นๆ และคนได้
เขาเสริมด้วยว่า ในอีกด้านหนึ่งผลศึกษาหลายฉบับแสดงให้เห็นว่า ไวรัสสามารถแพร่เชื้อไปไกลผ่านสินค้าที่ควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งเท่ากับมีความเป็นไปได้ว่าไวรัสโคโรนาอาจมาจากประเทศอื่น ทั้งนี้ ทฤษฎีดังกล่าวเป็นที่แพร่หลายอย่างมากในจีนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
ขณะที่ด้าน ซากี บอกกับผู้สื่อข่าวระหว่างแถลงสรุปในวันอังคาร (9 ก.พ.) ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้เกี่ยวข้องในการวางแผนหรือการดำเนินการสืบสวน และต้องการตรวจประเมินอิสระต่อสิ่งที่ค้นพบและข้อมูลแฝงต่างๆ โดยเธอกล่าวต่อว่า แม้รัฐบาลกลับเข้าร่วมองค์การอนามัยโลกแล้ว แต่มัน "เป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องมีคณะผู้เชี่ยวชาญของเราเองที่ภาคสนามในจีน"
ด้าน ปีเตอร์ เบน เอ็มบาเรค หัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระที่ลงพื้นที่เมืองอู่ฮั่นมานานเกือบ 1 เดือน ดินแดนที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ปรากฏตัวขึ้นเป็นครั้งแรกที่ตลาดอาหารทะเลแห่งหนึ่งในช่วงปลายปี 2019 บอกว่าการทำงานของคณะผู้เชี่ยวชาญนั้นครอบคลุมข้อมูลใหม่ ๆ แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายใด ๆ ในมุมมองของพวกเขาที่มีต่อโรคระบาดใหญ่
เอ็มบาเรค บอกว่า การระบุเส้นทางที่ไวรัสนี้ผ่านจากสัตว์มาสู่มนุษย์นั้น ยังอยู่ในขั้นตอนการทำงาน ความเห็นที่สนับสนุนคำกล่าวของเหลียง และยังปฏิเสธทฤษฎีที่ว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หลุดออกมาจากห้องปฏิบัติการทดลอง "ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง" และบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำการศึกษาเพิ่มเติม
เมื่อถูกสอบถามถึงผลการค้นพบขององค์การอนามัยโลก เนด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า เขาไม่อาจสรุปได้ว่าคณะผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากจีน
"ผมคิดว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป มันชัดเจนว่าอย่างน้อยๆ ก่อนหน้านี้จีนไม่ได้มอบความโปร่งใสที่จำเป็นตามที่เราต้องการ" ไพรซ์กล่าว พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ จะทำการสรุปบนพื้นฐานของข้อมูลองค์การอนามัยโลกและข่าวกรองของตนเอง
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล, นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก และ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล เดินทางมาเป็นตัวแทนในนาม “พรรคก้าวไกล” เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดี 2 สำนวน สำนวนแรกฟ้องต่อ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้ก่อตั้งพรรคไทยภักดี เป็นจำเลย
ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กับอีกสำนวนฟ้องต่อ นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และแจ้งหรือกล่าวหาอันเป็นความเท็จว่าพรรคการเมืองกระทำความผิดกฎหมายพรรคการเมือง ตามมาตรา 101 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า "คดีฟ้อง นพ.วรงค์ ฟ้องการกระทำเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2564 และเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2564 คือการแถลงข่าวและการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว มีลักษณะก่อให้เกิดความเสียหายต่อพรรค พรรคจำเป็นต้องปกป้องสิทธิ เกียรติยศชื่อเสียงของพรรค และสมาชิกพรรคที่ได้รับผลกระทบจากการให้ข้อมูลดังกล่าว เราจะฟ้องเป็นคดีอาญา เรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง จำนวนเงิน 24,062,475 บาท และเรียกร้องให้ นพ.วรงค์ หยุดพฤติการณ์อันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายอีก"
ส่วนคดีที่สอง ฟ้องนายณฐพรที่อ้างเคยเป็นที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวหาพรรคก้าวไกลละเมิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายที่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานหมิ่นประมาท ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน
และข้อหาตามมาตรา 101 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง คือกล่าวหาพรรคการเมืองโดยรู้อยู่แล้วว่าข้อความดังกล่าวเป็นเท็จ เราเรียกร้องให้หยุดการกระทำดังกล่าว และเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง จำนวนเงิน 24,062,475 เช่นเดียวกัน พรรคก้าวไกลฟ้องเป็นการปกป้องสิทธิของพรรค ไม่ให้บุคคลทั้งสองทำแบบนี้อีกกับบุคคลอื่นหรือพรรคการเมืองอื่น อันเป็นการทำลายสถาบันทางการเมือง ไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่มีการติชมด้วยความเหมาะสม
ผู้สื่อข่าวถามว่าคำฟ้องเรียกร้องเฉพาะค่าเสียหายหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เป็นเรื่องของคดีอาญา ข้อหาทั้งหมดมีโทษจำคุกด้วย อย่างไรก็ตามเป็นขั้นตอนกระบวนการของศาล เรามีหน้าที่พิสูจน์ความเป็นจริงให้ศาลเห็นว่าเราได้รับผลกระทบเป็นผู้เสียหายอย่างไร ความผิดฐานหมิ่นประมาท เมื่อวานนี้ (10 ก.พ.) พรรคก้าวไกลยื่นแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะเรามองว่าการแสดงความคิดเห็นที่ถูกต้องเหมาะสมสามารถกระทำได้ แต่ต้องไม่ให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น เมื่อมีกระบวนการของศาลแล้วในอนาคตเป็นเรื่องของศาล เราหวังเพียงว่าจะได้รับการคืนความเป็นธรรม
ตรีชฎา ศรีธาดา คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เผย กังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจไทย หลังรัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาผ่านบัตรคนจนวันแรกแต่ระบบแอปพลิเคชันเป๋าตังกลับใช้งานไม่ได้ชั่วคราว เคยเตือนให้รัฐบาลเปลี่ยนวิธีมาจ่ายเงินสดก่อนระบบล่มแต่รัฐบาลยืนยันไม่เปลี่ยน หนี้สาธารณะทะลุ 8.13 ล้านล้านบาท ลางบอกเหตุ เชื่อเหตุการณ์นำพาประชาชนคนไทยสู่ 'สภาพกบต้ม' คนตกงานล้น - อาชญากรรมเกลื่อนเมือง แนะรัฐบาล - ปรับแผนรับมือ ก่อนคนจะออกมาไล่รัฐบาลแบบประชาชนพม่าบ้าง
ตามที่อัยการไม่ฟ้อง พิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจในคดี 'กบต้ม' ตามที่ คสช.ส่งคนมาฟ้อง เพราะทฤษฎีกบต้มนี้ เป็นทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่มีอยู่จริง โดยทฤษฎีอธิบายว่า ถ้าเอากบใส่เข้าไปในน้ำร้อน กบจะกระโดดออกทันที แต่ถ้านำกบใส่ในน้ำธรรมดาแล้วค่อย ๆ เร่งไฟ กบจะค่อย ๆ ปรับตัวตามความร้อนและเมื่อน้ำเดือดกบก็ตายโดยไม่ได้ทันกระโดดออก
จุดนี้เปรียบเหมือนกับ ‘ประเทศ’ หรือ ‘บริษัท’ ที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป แต่ทนอยู่ไปเรื่อย ๆ สุดท้าย ประเทศนั้นก็ต้องย่ำแย่หรือบริษัทนั้นก็ต้องแย่ไป
นี่เป็นคำเตือนที่พิชัย ได้เตือนไว้แล้วตั้งแต่ปี 2560 แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้า คสช. ในขณะนั้นไม่ยอมฟัง แถมยังส่งคนมาดำเนินคดีกับพิชัยเพราะกลัวความจริง
แต่วันนี้สถานการณ์ประเทศในปัจจุบันยิ่งกว่าสภาวะกบต้มเสียอีก เพราะเศรษฐกิจไทยทรุดหนักมาก ปีนี้บอกว่าฟื้น ก็ปรากฏว่าจะไม่ฟื้นได้มากอย่างที่คาดกัน โดยอาจจะฟื้นได้บ้างหรือไม่ฟื้นเลย คนจะลำบากกันอย่างมาก
บริษัทห้างร้านจะปิดตัวเพิ่มขึ้นอีกมาก หลังจากที่ปิดไปแล้ว ซึ่งหาก พล.อ.ประยุทธ์จะรับฟังคำเตือนของพิชัยและนำมาแก้ไขได้ทัน ประชาชนคงไม่เผชิญกับสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างที่เป็นอยู่นี้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจถ้าเก่งจริงป่านนี้ก็คงไม่ตกสภาพเจ๊งขนาดนี้
"สภาวะกบต้มที่เกิดกับประเทศที่ชัดเจนที่สุดคือ เมียนมา เพราะหลังจากถูกทหารยึดอำนาจมานานเป็นสิบๆ ปี จากที่เคยมีศักยภาพกลับต้องถอยหลังสู่สภาพแย่ที่สุดในอาเซียน แต่พอเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยประเทศพม่าก็พัฒนาขึ้นมาเร็วได้ หนนี้เมื่อทหารปฏิวัติอีก ประชาชนเมียนมา จึงต้องออกมาประท้วงต้านเผด็จการทหารเพราะไม่อยากกลับไปอยู่อย่างเดิม
ขณะที่ประชาชนไทยตอนนี้ ก็คงได้รู้ซึ้งถึงความล้มเหลวของการบริหารประเทศของรัฐบาลทหารที่อยู่ยาว 6 - 7 ปีผ่านมาเป็นอย่างไรการพลาดจากเสือตัวที่ 5 มาเป็นแมวที่ 6 อาจถึงขีดสุดที่คนไทยต้องออกมาเรียกร้องไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทั้งประเทศบ้างจะได้ไม่อายเมียนมา" ตรีชฎา กล่าว.
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ (หมอยง) หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสเฟซบุ๊ก (Yong Poovorawan) ถึงสถานการณ์โควิดล่าสุด โดยระบุว่า
โควิด-19 ทั่วโลกกำลังโผล่จากหุบเหว
จากการฟันผ่ากับโควิด-19 มาเป็นเวลา 1 ปี ได้ผ่านพ้นจากหุบเหว และกำลังจะวิ่งขึ้นแล้ว หลังจากที่มาตรการในการควบคุมโรคด้วยวิถีชีวิตใหม่ และมีวัคซีนมาเสริม ตัวเลขของผู้ป่วยทั่วโลกได้สูงสุดในเดือนธันวาคม ก่อนปีใหม่ มีการป่วยสูงสุดวันละ 7 แสนราย ขณะนี้ผู้ป่วยต่อวันได้ลดลงมาก ตัวเลขผู้ป่วยต่อวันเหลือเพียง 3 แสนกว่าแล้ว แต่ของประเทศไทยอย่าให้เป็นขาขึ้นก็แล้วกัน
มีการพัฒนาวัคซีนมาใช้มากกว่า 10 ตำรับ และมีอัตราการให้วัคซีนพุ่งเป็นก้าวกระโดด ตัวเลขผู้ป่วยในประเทศตะวันตก เริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะต้องสู้กับไวรัส ก็คือไวรัสพยายามหลีกหนี ภูมิต้านทานของวัคซีน จะเห็นได้ว่ามีสายพันธ์ใหม่เกิดขึ้น สายพันธุ์อังกฤษ แอฟริกาใต้ และบราซิล สายพันธุ์แอฟริกาใต้และบราซิลเก่งในการหลบหลีกวัคซีนได้ดี
ล่าสุดมีการศึกษาขนาดเล็กในแอฟริกาใต้ ออกมาว่าประสิทธิผลของวัคซีน AstraZeneca ลดลงเหลือต่ำมาก อย่าบอกตัวเลขเลยนะ เป็นเหตุให้แอฟริกาใต้ได้รับวัคซีนไปแล้ว ระงับการฉีดวัคซีนไปก่อน รอข้อมูลเพิ่มวัคซีนที่ผลิตจำนวนมาก ตอนนี้ถ้าไม่รีบขาย ต่อไปก็จะต้องรีบวิ่งมาหาเราเองแน่นอน
#หมอยง
https://www.facebook.com/108692177438990/posts/248447860130087/?sfnsn=mo
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เห็นชอบการปรับเพิ่มวงเงินงบประมาณโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 รอบที่ 1 จาก 46,807.35 ล้านบาท
โดยเห็นชอบปรับเพิ่มอีก 3,838.92 ล้านบาท รวมเป็น 50,646.27 ล้านบาท และมอบหมาย ธ.ก.ส. และกระทรวงพาณิชย์ จัดทำรายละเอียด และงบประมาณตาม พรบ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 และให้กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ นบข. นำเสนอครม.ต่อไป
"นายกฯ ย้ำในที่ประชุมว่า สำหรับภาระงบประมาณที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี มอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หารือแนวทางปฏิรูป ขับเคลื่อนภาคการเกษตรเน้นสร้างความเข้มแข็งให้ภาคเกษตรกรโดยตรง แทนตัวสินค้าเกษตร มีแนวทางการพัฒนาอาชีพ โดยต้องมี Roadmap และ Action Plan ที่ชัดเจน"
อีกทั้งยังสั่งให้หารือถึงแนวทางการส่งออกข้าวไทยที่ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศผู้ส่งออกที่สำคัญว่า ให้ดูปัจจัยที่ทำให้ราคาข้าวผกผันเพื่อแก้ปัญหาให้ถูกวิธี กำหนดกรอบข้าวแต่ละประเภทเพื่อไม่ให้ผลผลิตล้นตลาด ทั้งประเภทพันธุ์ ราคา สัดส่วนชนิดข้าวที่ผลิต
ขณะที่ตลาดส่งออกข้าวไทยทั้งทวิภาคีและการขายตรงไปแต่ละประเทศ ให้พิจารณาเพิ่มตลาดกลางในกลุ่มประเทศต่าง ๆ เพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าในภูมิภาคอื่น ๆ เรื่องการปัญหาการขาดแคลนตู้ขนส่งสินค้า ได้สั่งการทั้งกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง ให้แก้ปัญหาเรื่องตู้ขนส่งสินค้า ขณะนี้ปลดล็อกหลายอย่างแล้ว จึงขอให้ติดตามด้วยว่ามีจำนวนเพียงพอหรือไม่ โดยในส่วนของข้าวตลาดหลัก ข้าวตลาดเฉพาะในประเทศ ข้าวเพื่อสุขภาพ ข้าวอินทรีย์ ข้าวพื้นนุ่ม ต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจน
โดยทีมสืบสวนประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ทั้งด้านไวรัสวิทยา, การระบาด, สัตวแพทย์, วิทยาศาสตร์การอาหาร และสาธารณสุข จำนวน 14 คน เดินทางเข้าไปในเมืองอู่ฮั่นตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา
และได้มีการตระเวนเก็บข้อมูลอย่างละเอียดในตลาดซีฟู้ดอู่ฮั่น ที่พบการระบาดครั้งแรก, โรงพยาบาลในอู่ฮั่นที่รับคนไข้ Covid-19 กลุ่มแรก และสถาบันวิจัยด้านไวรัสแห่งชาติ ประจำเมืองอู่ฮั่น ที่เคยถูกกล่าวหาจากรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมพ์ และ นักทฤษฎีสมคบคิดว่าเป็นจุดต้นกำเนิดของเชื้อไวรัส Covid-19
ในที่สุด เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางทีมสืบสวนพิเศษของ WHO ก็ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยปฏิเสธเรื่องทฤษฎีที่เชื่อว่าเชื้อไวรัส Covid-19 เกิดจากในห้องแล็บที่อู่ฮั่น พร้อมย้ำชัดว่า ‘แทบเป็นไปไม่ได้’ และ ‘ไร้หลักฐาน’
ด็อกเตอร์ ปีเตอร์ เบน เอ็มบาเรค หัวหน้าทีมสืบสวนของ WHO ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของอาหาร และโรคระบาดที่เกิดจากสัตว์ แถลงว่า สมมติฐานที่ว่าไวรัส Covid-19 ถูกสร้างโดยห้องแล็บนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ และเมื่อทีมงานได้เข้าไปตรวจสอบสถาบันวิจัยไวรัสที่อู่ฮั่น พบว่า มีโอกาสน้อยมาก ๆ ที่จะมีเชื้อไวรัสหลุดออกมาจากแล็บไปแพร่ระบาดที่ในชุมชนได้
โดยยังคงยืนยันว่า เชื้อไวรัส Covid-19 เป็นเชื้อโรคชนิดใหม่ เกิดในสัตว์ที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรน่า เช่น ค้างคาว และติดต่อสู่สัตว์อีกชนิดก่อนที่จะแพร่สู่มนุษย์ ที่ยังเป็นจิ๊กซอว์ปริศนาที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมต่อไป
นอกจากนี้ ทีมสืบสวนพิเศษได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า เชื้อ Covid-19 อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นด้วย แต่อาจเป็นเชื้อโรคที่ปะปนมาในผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง และขอให้มีการตรวจสอบระบบการขนส่ง ซื้อขายอาหารแช่แข็งทั้งระบบอย่างละเอียด
แต่ทั้งนี้ ทีมสืบสวนจะยังคงมีงานต้องทำอีกมาก เพื่อค้นหาต้นตอของ Covid-19 ตามภารกิจ แต่จะเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายมาสืบค้นในประเทศย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เนื่องจากตลาดค้าส่งอาหารทะเลหัวหนาน ในเมืองอู่ฮั่น ที่พบการแพร่ระบาดของ Covid-19 เป็นครั้งแรกรับสินค้าส่งมาจากทั้งในประเทศจีน และบางส่วนมาจากประเทศในย่านอาเซียนด้วย
และหากดูจากพื้นที่ในการตรวจสอบระบบขนส่งที่ทีมสืบสวนจากองค์การอนามัยโลกได้กล่าวถึง ทั้งจีน และอาเซียน ก็นับว่ากว้างมาก ยิ่งมาไล่สืบตามหลังเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วกว่า 1 ปี การสืบค้นยิ่งยากลำบาก แต่การค้นหาความจริงต้องใช้เวลา และความอดทนอยากมาก และต้องไม่ลืมว่าเป้าหมายของการค้นหาความจริง คือการใช้ความกระจ่างนั้นป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในวันนี้นั่นเอง
อ้างอิง:
น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยรายละเอียดการเปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ สำหรับประชาชนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ว่า ประชาชนกลุ่มนี้ สามารถลงทะเบียนได้ระหว่างวันที่ 15 - 25 ก.พ.นี้ ที่สาขาธนาคารกรุงไทย หรือจุดบริการเคลื่อนที่รับลงทะเบียนต่าง ๆ ของธนาคาร
สำหรับประชาชนในกลุ่มนี้ เบื้องต้นต้องนำบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ไปใช้ประกอบการลงทะเบียนขอรับสิทธิ์โครงการฯ โดยต้องพิสูจน์และยืนยันตัวตนโดยการเสียบบัตรประจำตัวประชาชน ผ่านเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) พร้อมกำหนดรหัส (PIN Code) ได้ที่สาขาของธนาคารกรุงไทย หรือจุดบริการที่ธนาคารกรุงไทยกำหนด หากผ่านการคัดกรองคุณสมบัติและได้รับอนุมัติวงเงินสิทธิ์จะได้รับวงเงินสิทธิ์สนับสนุนเป็นราย
ส่วนกลุ่มประชาชนที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ทางเว็บไซต์เราชนะ แล้วพบว่า “ไม่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ” สามารถยื่นขอทบทวนสิทธิ์ผ่านทางเว็บไซต์เราชนะ ได้ โดยผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติเรื่องเงินได้พึงประเมิน
และต้องการให้ตรวจสอบข้อมูลเงินได้พึงประเมินในปีภาษี 2563 ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษี 2563 ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากรภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ยื่นขอทบทวนสิทธิ์ แต่ต้องไม่เกินวันที่ 8 มี.ค. 2564 สำหรับผู้ที่ได้ยื่นขอทบทวนสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 8 - 9 ก.พ. 2564 จะต้องยื่นแบบฯ ภายในวันที่ 17 ก.พ. 2564
ที่ผ่านมากระทรวงการคลังพบว่ามีประชาชนหรือร้านค้าที่ใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ผิดวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ซึ่งกระทรวงการคลังได้มีการประสานขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการติดตาม ตรวจสอบ
และดำเนินการทางกฎหมายในประเด็นดังกล่าวแล้ว หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดเงื่อนไขจริง จะระงับการใช้แอปฯ “ถุงเงิน” ของร้านค้า และระงับการจ่ายเงินให้กับร้านค้าทันที รวมถึงระงับการใช้แอปฯ เป๋าตัง และจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวน เพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงกับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ หลังจากยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเมื่อเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.ปรากฎรายการที่ดิน 29 แปลง พื้นที่รวม 853-0-73 ไร่ ใน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี
ทั้งนี้ พยานหลักฐานจากข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าและเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2548 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 1069 (พ.ศ.2527) ออกตามความใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 โดยในปี 36 และปี 37 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้กรมป่าไม้ส่งมอบพื้นที่ให้สำนักงานปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) ให้ไปดำเนินการปฏิรูปที่ดิน ต่อมาปี 54 มี พ.ร.ฎ.กำหนดให้พื้นที่ อ.รางบัว อ.จอมบึง ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และ ส.ป.ก.ให้เกษตรกรยื่นคำร้องขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว
จากการไต่สวนปรากฏว่า น.ส.ปารีณา ร่วมกับนายทวี ไกรคุปต์ บิดา เข้ายึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ พื้นที่จำนวน 711-2-93 ไร่ โดยเบื้องต้นได้กระจายการถือครองที่ดินดังกล่าวโดยอาศัยชื่อบุคคลอื่นมาถือครอง แต่ในปี 55 ได้มีการโอนกลับมาเป็นชื่อของน.ส.ปารีณา ทั้งหมด ต่อมา อบต.รางบัว ได้ยกเลิกการเก็บภาษีบำรุงท้องที่ดังกล่าว
เนื่องจากกรมการปกครองได้แจ้งให้ยกเลิกแบบแสดงรายการที่ดิน (ภ.บ.ท.5) เพราะเป็นที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือที่สาธารณประโยชน์ที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน แต่ น.ส.ปารีณา ก็ยังคงยึดถือ ครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว โดยไม่มีสิทธิครอบครองและมิได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.แต่อย่างใด
ในปี 55 - 62 น.ส.ปารีณา ได้ขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต่อ อบต.รางบัว และใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม “เขาสนฟาร์ม” และ “เขาสนฟาร์ม 2” บนที่ดินดังกล่าวต่อกรมปศุสัตว์ และในปี 61 ได้ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด เพื่อประกอบกิจการดังกล่าว
ต่อมาเมื่อวันที่ 25 พ.ค.62 น.ส.ปารีณา ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. โดยยังคงยึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐดังกล่าวโดยอ้างเอกสารแบบแสดงรายการที่ดินฯ (ภ.บ.ท.5) ทั้ง 29 แปลงที่ถูกยกเลิกไปแล้ว และมิได้รับอนุญาต
จนกระทั่งถูกตรวจสอบการครอบครองที่ดินจาก ส.ป.ก.และกรมป่าไม้ โดย ส.ป.ก.ได้แจ้งให้ น.ส.ปารีณา ส่งคืนที่ดินที่ครอบครอง และทำประโยชน์ดังกล่าวทั้งหมด อีกทั้งกรมป่าไม้ได้ร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ให้ดำเนินคดีอาญากับ น.ส.ปารีณา ในข้อหาบุกรุกที่ดินของรัฐ เป็นพื้นที่ 711-2-93 ไร่ และคำนวณค่าเสียหายเป็นตัวเงิน จำนวน 36,224,791 บาท
ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนแล้วเห็นว่า น.ส.ปารีณา เป็น ส.ส. ในฐานะผู้แทนของประชาชน ไม่ยึดถือระเบียบ หลักเกณฑ์ กฎหมาย และไม่ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม
ซึ่งเป็นประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ หรือเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดินที่มีเจตนารมณ์เพื่อต้องการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบความเดือดร้อน และลดความเหลื่อมล้ำในฐานะของบุคคลในทางเศรษฐกิจและสังคม
ดังนั้น จึงมีมติว่า น.ส.ปารีณา ยึดถือ ครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเป็น ส.ส.กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรง
และก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรงตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ข้อ 11 ข้อ 17 ประกอบ ข้อ 27 วรรคสอง ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยต่อไป