Thursday, 9 July 2026
NEWS FEED

ผู้ช่วย ผบ.ตร. เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เผยผลการปฏิบัติในรอบ 3 เดือน เร่งรัดแก้ไขปัญหาให้ประชาชนเสร็จสิ้นแล้ว 5,332 เรื่อง

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตามยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายรวมไทยสร้างชาติขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน (Stronger Together) ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งการบูรณาการความร่วมมือของส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วน รวมพลังกันเพื่อทำนุบำรุงสถาบันหลัก ของชาติ ตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกมิติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยดำเนินโครงการ “สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรม ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามนโยบายรวมไทยสร้างชาติและขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน (Stronger Together)” โดยมีเป้าหมาย “เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอและแก้ไขปัญหา ชุมชนสังคมมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ ส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อความผาสุกของประชาชนอย่างยั่งยืน” โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข และ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ 

พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวว่า ในวันนี้ ตนได้ประชุมเพื่อขับเคลื่อนและติดตามผลการปฏิบัติกับหน่วย บช.น., ภ.1 - 9 และ สถานีตำรวจ 1,483 สถานีทั่วประเทศ เพื่อรับทราบและสรุปผลการปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม - 31 พฤษภาคม 2565 ซึ่งได้รับรายงานปัญหาที่ประชาชนเดือนร้อน จำนวน 5,578 เรื่อง และได้ติดตามขับเคลื่อนและเร่งรัดให้หน่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาเสร็จสิ้นแล้ว 5,332 เรื่อง ได้แก่ 

1.ปัญหาด้านสังคม เช่น ยาเสพติด การแข่งรถในทาง การลักลอบเข้าเมือง กลุ่มผู้มีอิทธิพล แหล่งอบายมุขและสถานบริการ หนี้นอกระบบ อาชญากรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์และเทคโนโลยี ฯลฯ จำนวน 3,986 เรื่อง 

2.ปัญหาด้านเศรษฐกิจ เช่น ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ค่าครองชีพสูง การว่างงาน ความยากจนปัญหาหนี้สิน การขาดแคลนที่ทำกิน ฯลฯ จำนวน 241 เรื่อง 

3.ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การขาดแคลนแหล่งน้ำ มลภาวะทางอากาศ ฝุ่นควันโรงงานอุตสาหกรรม แหล่งเสื่อมโทรมในชุมชน ภัยแล้งและอุทกภัย ฯลฯ จำนวน 745 เรื่อง 

4.ปัญหาด้านความขัดแย้ง เช่น ความเห็นต่างทางการเมือง ศาสนาและเชื้อชาติ ข้อพิพาทเรื่องที่ดินทำกินทับซ้อน การสร้างความเดือดร้อนรำคาญในรูปแบบต่าง ๆ ฯลฯ จำนวน 360 เรื่อง

และมีปัญหาที่อยู่ระหว่างหน่วยดำเนินการแก้ไข โดยได้สั่งการเร่งรัดและคาดว่าจะสามารถแก้ไขได้ จำนวน 246 เรื่อง ได้แก่ ปัญหาด้านสังคม 155 เรื่อง ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม 51 เรื่อง ปัญหาด้านเศรษฐกิจ 33 เรื่อง ปัญหาด้านความขัดแย้ง 7 เรื่อง ตามลำดับ

รอง ผบ.ตร. เปิดปฏิบัติการล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในกัมพูชา หลอกลวงให้ลงทุนผ่านแอปหาคู่ มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท 

วันนี้ (22 มิ.ย.65) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT เปิดเผยกรณีส่งชุดปฏิบัติการ PCT ประสานความร่วมมือตำรวจกัมพูชา เข้าทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมืองพระสีหนุ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 21 ราย เตรียมเดินทางไปรับตัวและสอบปากคำด้วยตนเองที่ จ.สระแก้ว สัปดาห์หน้า

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้เร่งปราบปราม “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ซึ่งกำลังระบาดอย่างหนัก และมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอยู่ตลอดเวลา ผู้กระทำผิดส่วนใหญ่ตั้งออฟฟิศอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านทำให้เป็นอุปสรรคในการสืบสวน ติดตาม จับกุมตัวมาดำเนินคดี 

แก๊งคอลเซ็นเตอร์รายนี้ มีแผนประทุษกรรมใช้รูปบุคคลหน้าตาดี แชทกับเหยื่อผ่านแอปพลิเคชั่น Tinder ซึ่งเป็นแอปหาคู่ หรือ แอป LINE จากนั้นจะหลอกพูดคุยจนเหยื่อเชื่อใจหรือเริ่มหลงรัก คนร้ายก็จะชวนให้ร่วมลงทุนใน MetaTrader 5 (ฟอเร็กซ์) หรือซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล โดยจะให้ทำการเทรด การวิเคราะห์ทางเทคนิค ตามคำแนะนำ และชักชวนให้ลงทุนกับโบรกเกอร์ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อหลอกให้ลงเงินแต่ไม่มีการลงทุนจริง แล้วเอาทรัพย์สินนั้นไป 

คดีนี้ได้สั่งการให้ ชุดปฏิบัติการที่ 5 PCT ประกอบด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์  ผบก.สส.ภ.2 หน.ชุดปฏิบัติการ ที่ 5 PCT, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.(สอบสวน)  กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.2 และ พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.สืบสวน ภ.จว.ระยอง และชุดปฏิบัติการที่ 1 PCT ประกอบด้วย
พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.ภ.8 หน.ชุดปฏิบัติการที่ 1 PCT, พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ผกก.1 บก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ชย พานกิจ ผกก.(สอบสวน) บก.สส.สตม. พร้อมกำลังตำรวจ PCT รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับจากศาล และเดินทางไปประเทศกัมพูชา เพื่อประสานขอความร่วมมือในการเข้าปฏิบัติการครั้งนี้ 

ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สร้างขวัญและกำลังใจ แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน

พล.ต.ท.ณัฐ สิงห์อุดม ผบช.ตชด. พร้อมคณะ พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รอง ผบก.ตชด.ภาค 3, พ.ต.อ.เพิ่มศักดิ์ ตาตะนันท์ รอง ผบก.อก.บช.ตชด., และ พ.ต.อ.พงศ์พัชร นิคมภักดี ผกก.7 บก.กฝ.บช.ตชด.ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม กองร้อย ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 บ.แม่ตาว ม.1 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก 

โดยมี พ.ต.ท.อรรถชัย ออมสินสมบูรณ์ ผบ.ร้อย ตชด.346 พร้อม กำลังพลจำนวน 20 นาย ปฏิบัติหน้าที่ในการต้อนรับ ทั้งนี้ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนพร้อมคณะ ได้เคารพสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหน่วย พร้อมให้โอวาทและแนวทางการปฏิบัติ โดยให้ติดตามสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนระหว่างรัฐบาลทหารกับ กำลังชนกลุ่มน้อยในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง 

‘ผู้พันเบิร์ด’ เผย ร.10 ทรงงานแบบประชาธิปไตย ดำเนินพระราชกรณียกิจอย่างเหมาะสมและแยบยล

‘ผู้พันเบิร์ด’ พบ นร.แผนที่ทหาร เผยแพร่ สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ปรับบทบาทให้เข้ากับบริบทสังคม และทรงพระราชกรณียกิจเพื่อบ้านเมืองนำสมัยนำพาประเทศชาติรอดพ้นวิกฤต ระบุ ร.10 ทรงงานแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง 
 
พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่พบนักเรียนแผนที่ทหารร่วมพูดคุยถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชหรือประชาธิปไตย ในหลวง ทุกพระองค์มีพระราชกรณียกิจที่เหมาะสมและแยบยล นำมาซึ่งความผูกพันระหว่างสถาบันกับประชาชนมาโดยตลอด 

โดยการทรงงานของในหลวงแต่ละพระองค์นั้นมีวิธีที่แตกต่างกันโดยเฉพาะรัชกาลปัจจุบันนั้น ถือได้ว่าเป็นการทำงานแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงพระองค์ทรงงานผ่านฝ่ายเสธ (องคมนตรี) รับการรายงานเรื่องราวความทุกข์ร้อนของประชาชนผ่านองคมนตรี มีการส่งงานอย่างเป็นระบบและสืบสานต่อยอดจากในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างชัดเจน อย่างในกรณีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในรัชสมัยของในหลวงรัชกาล ร.9 มีการสอนตั้งแต่ป.1-ม.6 แต่เมื่อลงไปสืบสภาพแล้ว ม.4-ม.6 มีครูเพียงพอ พระองค์จึงให้เอาสามปีท้ายนี้ไปเพิ่มในสามปีแรกในระดับอนุบาล

‘การบินไทย’ แบบเหมาลำบินสู่เมืองกว่างโจว นำ นร.ไทยกลุ่มแรกกลับไปเรียนในรอบกว่า 2 ปี

วันที่ (22 มิ.ย.65) นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหลังมาส่งลูกชาย สิน สิทธิสมาน กลับไปศึกษาต่อที่ประเทศจีนในรอบ 2 ปี ว่า ที่สุดวันนี้ที่รอคอยก็มาถึง…

เที่ยวบินการบินไทย TG8122 เหมาลำ พานักเรียนไทยในจีนกว่า 100 ชีวิตบินจากสุวรรณภูมิไปลงที่ท่าอากาศยานกว่างโจวไป่หยุนเวลาบ่ายสี่โมงเย็นโดยประมาณ กักตัว 14 วัน ก่อนจะแยกย้ายกระจายไปยังแต่ละเมืองที่ตั้งมหาลัยของตัวเอง เพื่อไปกักตัวต่ออีก 7 วัน หรือมากกว่า ตามกฎเกณฑ์ของเมืองนั้น ๆ อันที่จริงก่อนมาถึงวันนี้ก็กึ่งกักตัวที่บ้านมาสัก 7 วัน ผ่านการตรวจ RT-PCR รวม 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อคืนนี้ 3 ทุ่ม ตรวจ ATK ไม่นับ

ที่เห็นใส่ชุด PPE ขึ้นเครื่องนี่ก็เป็นไปตามเกณฑ์ที่ตกลงกับทางการจีน

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ ทั้งค่าเครื่องบินเหมาลำ ค่าตรวจ รวมทั้งค่ากักตัวในประเทศจีนทั้งหมด นักเรียนไทยต้องจ่ายเอง

กว่าจะมาเป็นเที่ยวบิน TG8122 นี้ต้องบอกไม่ใช่ได้มาง่าย ๆ หากแต่ผ่านการเรียกร้องจากนักเรียนไทยในจีนกลุ่มหนึ่งเคลื่อนไหวต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีในนามแคมเปญ#พาเด็กไทยกลับจีน โดยการนำของพี่ริว-รณกร โรจนกตัญญู นักเรียนแพทย์ในปักกิ่ง ซึ่งล่าสุดพัฒนายกระดับเป็น #สมาคมนักเรียนไทย-จีน ที่มีต้นน้ำเป็นนายกสมาคมอยู่ในขณะนี้ เข้าพบผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายจีน เสนอแนะ รับฟัง เจรจา และรอจังหวะเวลา โดยได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ทุกฟากฝ่ายทั้งไทยและจีนอย่างดียิ่ง และเริ่มสำเร็จเป็นเที่ยวบินเหมาลำเที่ยวแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ทำกันอย่างเงียบ ๆ เป็นการภายใน

'สทป.' สุดเจ๋ง!! จับมือ 'มทม.-ม.อ.' สร้างหุ่นยนต์ค้นหา-เก็บกู้-ทำลายวัตถุระเบิด

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) จัดโครงการวิจัยและพัฒนา ด้านหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของเทคโนโลยีเป้าหมาย เพื่อวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์ ทั้งขนาดเล็กและขนาดกลาง สนับสนุนภารกิจตรวจค้น พิสูจน์ทราบ เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด และภารกิจทางด้านความมั่นคงต่าง ๆ ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งทางทหารและพลเรือน 

จากการวิจัยและพัฒนาต้นแบบหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดอย่างต่อเนื่องได้มีการนำข้อเสนอแนะจากหน่วยผู้ใช้มาพัฒนาและปรับปรุงสมรรถนะ จนเป็นที่ยอมรับของหน่วยผู้ใช้ ทำให้หุ่นยนต์ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศได้รับการรับรองมาตรฐานยุทโธปกรณ์กระทรวงกลาโหม พร้อมเดินหน้าเข้าสู่สายการผลิต จำนวน 2 รุ่น ประกอบ

1.) ต้นแบบหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดขนาดเล็ก รุ่น D-EMPIR V.4 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
2.) ต้นแบบหุ่นยนต์ตรวจการณ์ขนาดพกพา รุ่น NOONAR V.4 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

มิจฉาชีพแสบ!! ลอกเนียนชีวิตประจำวันพิธีกรสาว ปั้น ‘โปรไฟล์’ หลอกสายหวังรวยลัดโอนเงินลงทุน

(22 มิ.ย.65) ปริม-กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ดำเนินรายการ Click on Clear Original ทาง THE STATES TIMES ได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Prim Kunjara Na Ayudha’ เกี่ยวกับมิจฉาชีพที่มีการหลอกใช้ภาพของตนไปหลอกลวงผู้อื่น ว่า…

มิจฉาชีพเดี๋ยวนี้มันเหิมเกริมมาก!!

Copy ชีวิตเรา โดยเอาภาพในโลก Social ไปหลอกให้คนอื่นโอนเงินให้อีกแล้ว!! แน่นอนว่าเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย จนกระทั่งมีลูกเพจของ THE STATES TIMES ทักมา เช้านี้ที่ออฟฟิศเลยส่งมาให้ดู ถึงรู้เรื่อง

ชั่วมากๆ ค่ะ ที่รับไม่ได้คือ เอาภาพคุณยายกับน้องสาวไปด้วย 

ที่สำคัญมีผู้เสียหายโอนเงินไปจริง ๆ

'จีน' ยืนหนึ่ง!! หุ้นส่วนสำคัญอาเซียนในอนาคต หลัง 'การทูตวัคซีนจีน' กุมใจชาติกำลังพัฒนา

จีน ‘ยืนหนึ่ง’ หุ้นส่วนสำคัญของอาเซียนในอนาคต

จากผลสำรวจความคิดเห็นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐบาลญี่ปุ่น เปิดเผยในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า 48% ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือก ‘จีน’ เป็นหุ้นส่วนรายสำคัญที่สุดในอนาคต ท่ามกลางกลุ่มประเทศสมาชิก G20 โดยมีญี่ปุ่นตามมาเป็นที่ 2 ที่ 43% ขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 41% ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จีนขึ้นครองเป็นอันดับหนึ่ง นับตั้งแต่กระทรวงต่างประเทศเริ่มทำการสำรวจในรูปแบบนี้ในปีงบประมาณ 2558

ผลสำรวจครั้งนี้นับว่าเป็นการล้มแชมป์เก่าอย่างญี่ปุ่น เนื่องจากการสำรวจในปีงบประมาณ 2562 พบว่าญี่ปุ่นรั้งตำแหน่งอันดับหนึ่งที่ 51% ขณะที่จีนอยู่ที่ 48% 
 

'ในหลวง' โปรดเกล้าฯ พระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิตที่หายป่วยโควิดเป็นกรณีพิเศษ

ปลื้มปิติ!! ในหลวง - พระราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานปริญญาบัตร ให้บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาจาก ม.ธรรมศาสตร์ และม.สุโขทัยธรรมาธิราช ที่หวยป่วยโควิดเป็นกรณีพิเศษ

เมื่อวันที่ (21 มิ.ย.2565) เวลา 17.34 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ที่ยังไม่ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร เนื่องจากติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานปริญญาบัตร เป็นกรณีพิเศษ

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ตามลำดับดังนี้

- รองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กราบบังคมทูลเบิกบัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2562-2563 จำนวน 64 รายที่ยังไม่ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร เนื่องจากติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานปริญญาบัตร เป็นกรณีพิเศษ

กองทัพเรือ ร่วม ปตท. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการติดตามผลการใช้งานน้ำมันเชื้อเพลิงและหล่อลื่นสำหรับเรือของกองทัพเรือ ครั้งที่ 4

กองทัพเรือ ร่วมกับ บริษัทการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) จำกัด (มหาชน) จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการติดตามผลการใช้งานน้ำมันเชื้อเพลิงและหล่อลื่นสำหรับเรือของกองทัพเรือ ครั้งที่ 4 

วันที่ 21 มิ.ย.65 พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นผู้แทนกองทัพเรือ และหม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย เป็นผู้แทนบริษัทการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการติดตามผลการใช้งานน้ำมันเชื้อเพลิงและหล่อลื่นสำหรับเรือของกองทัพเรือ ระหว่างกองทัพเรือกับ บริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 4 โดยมีผู้บังคับบัญชา หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองเรือยุทธการ และคณะทำงานของบริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม บก.กร.(1)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top