Sunday, 5 July 2026
NEWS FEED

God Save the King รู้จัก ‘พระเจ้าชาร์ลสที่ 3’ กษัตริย์องค์ใหม่แห่งราชวงศ์อังกฤษ

วันที่ 8 กันยายน 2565 บีบีซี รายงานว่า สหราชอาณาจักรเข้าสู่รัชสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 หลังสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จสวรรคต และมีผลให้คำถวายพระพรและเพลงชาติของอังกฤษ เปลี่ยนจาก God Save the Queen เป็น God Save the King

สำหรับพระราชประวัติ พระเจ้าชาร์ลส์ ที่ 3 พระชนมพรรษา 73 พรรษา พระราชสมภพ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1948 (พ.ศ. 2491) เป็นพระราชโอรสองค์โตของควีนเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป มีพระขนิษฐา 1 พระองค์คือ เจ้าหญิงแอนน์ และพระอนุชา 2 พระองค์ คือเจ้าชายแอนดรูว์ และเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด 

ทรงได้รับการสถาปนาให้เป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ เมื่อพระชันษา 10 ปี และขึ้นเป็นมกุฎราชกุมาร รัชทายาทลำดับที่ 1 เมื่อเจริญพระชันษา 21 ปี

ทรงเป็นพระราชวงศ์พระองค์แรกที่เข้าศึกษาที่โรงเรียน ณ โรงเรียนฮิลล์ เฮ้าส์ กรุงลอนดอน จากนั้นศึกษาต่อโรงเรียนเตรียมความพร้อมด้านวิชาเคมีในเมืองเบิร์กเชอร์ และทรงสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

เมื่อครั้งวัยหนุ่ม ทรงถูกจับตาเรื่องการเลือกคู่ครองและเป็นข่าวหลายครั้ง รวมถึงกับคามิลลา ปาร์กเกอร์ โบวลส์ ที่มีข่าวว่าสนิทสนมเป็นพิเศษ แต่ไม่อาจลงเอยได้ เพราะติดขัดที่กฎระเบียบราชสำนัก

ต่อมาทรงหมั้นกับ เลดี้ ไดอานา แห่งตระกูลสเปนเซอร์ วัย 19 ปี หญิงที่เจ้าชายฟิลิป พระบิดาสนับสนุน ขณะที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มีพระชนมพรรษา 30 พรรษา โดยมีพระราชพิธีอภิเษกสมรสวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 ที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก

เจ้าหญิงไดอานาทรงมีพระโอรสกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ 2 พระองค์ คือเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าชายแฮร์รี ท่ามกลางชีวิตสมรสที่มีปัญหาและเป็นข่าวอื้อฉาวอย่างต่อเนื่อง โดยมี คามิลลา ปาร์กเกอร์ โบวลส์ เข้ามาพัวพันด้วย

ปี 1996 (พ.ศ. 2539) ทั้งสองพระองค์หย่าร้างกัน และหนึ่งปีต่อมา เจ้าหญิงไดอานาก็สิ้นพระชนม์ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส วันที่ 31 ส.ค. กลายเป็นเหตุการณ์ช็อกไปทั่วโลก และราชวงศ์อังกฤษต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อขานรับความโศกเศร้าของประชาชนต่อการจากไปของเจ้าหญิงไดอานา

แปดปีจากนั้น หลังจากสังคมเปลี่ยนไปและมีกระแสต้านลดลง เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงอภิเษกอีกครั้งกับ คามิลลา วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2005 (พ.ศ. 2548) โดยคามิลลาทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ 

ในพระราชพิธีฉลองควีนครองราชย์ครบ 70 ปีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ควีนทรงมีพระราชกระแสรับสั่ง หวังให้คามิลลาขึ้นเป็นราชินี เคียงข้างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เมื่อขึ้นครองราชย์

อย่างไรก็ตาม หลังควีนเสด็จสวรรคตวันที่ 8 กันยายน คำที่ใช้เรียก คามิลลา ในนาทีที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงขึ้นเป็นกษัตริย์ พระเจ้าชาร์ลส์ ที่ 3 ยังคงเป็นคำว่า queen consort ซึ่งหมายถึงราชินีคู่สมรส

สำหรับการตัดสินพระทัยแรกของพระองค์ คือการเลือกพระนามที่จะทรงใช้ในฐานะกษัตริย์ 4 ชื่อ จากพระนามเต็ม ชาร์ลส์ ฟิลิป อาเธอร์ จอร์จ และพระองค์ทรงเลือกใช้พระนาม 'ชาร์ลส์' 

ทั้งนี้ ทรงเป็นกษัติร์ย์แห่งสหราชอาณาจักรพระองค์ที่ 3 ที่เลือกใช้พระนาม ชาร์ลส์ จึงมีพระนามในฐานะกษัตริย์ว่า “สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3” หรือ “พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3”

คาดว่าพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะทรงได้รับการประกาศให้เป็นกษัตริย์อย่างเป็นทางการในวันเสาร์นี้ (10 ก.ย.) โดยสภาภาคยานุวัติหรือสภาการสืบราชบัลลังก์ ประกอบด้วยคณะองคมนตรี คณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาวุโสทั้งในอดีตและปัจจุบัน ข้าราชการระดับ ข้าหลวงใหญ่เครือจักรภพ และนายกเทศมนตรีลอนดอน

ในพิธีการ ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นที่พระราชวังเซนต์เจมส์ในลอนดอน ประธานองคมนตรีแห่งสภาองคมนตรีจะประกาศการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และประกาศการขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

จากนั้น พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะเสด็จร่วมพิธีการกับสภาภาคยานุวัติ เพื่อทรงประกาศพระปฐมบรมราชโองการ ซึ่งมักมีข้อความตามธรรมเนียมโบราณปะปนอยู่ด้วย เช่น จะทรงปฏิญาณว่า จะอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนจักรแห่งสกอตแลนด์ ตามธรรมเนียมที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18

ต่อจากนั้น จะมีการอ่านประกาศต่อสาธารณชนจากระเบียงเหนือลาน Friary Court ในพระราชวังเซนต์เจมส์ ว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เป็นประมุขแห่งสหราชอาณาจักรและเครือจักรภพพระองค์ใหม่อย่างเป็นทางการ โดยจะมีเสียงสรรเสริญขึ้นว่า “ขอพระเจ้าคุ้มครองพระราชา (God save the King)” และจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1952 ที่เพลงชาติของสหราชอาณาจักร ซึ่งมีชื่อเดียวกับข้อความสรรเสริญดังกล่าว จะเปลี่ยนเนื้อที่ร้องว่า “God save the Queen” เป็น “God Save the King”

นอกจากนี้ จะมีการยิงสลุตในไฮด์พาร์ก หอคอยแห่งลอนดอน และขบวนเรือหลวง และคำประกาศที่ว่าพระเจ้าชาร์ลส์เป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่จะถูกอ่านในเอดินบะระ คาร์ดิฟฟ์ และเบลฟาสต์ ด้วย

พบหญิงจีนมี 'กรุ๊ปเลือดสีทอง' สุดหายาก คาดทั้งโลกมีไม่ถึง 50 ราย

กลุ่มสื่อจีนรายงาน เมื่อไม่นานมานี้ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในมณฑลเจียงซู พบคนไข้หญิงมาเข้ารับการรักษาด้วยโรคโลหิตจาง ทว่าเมื่อตรวจกรุ๊ปเลือดของเธอกลับพบว่าเธอมีกรุ๊ปเลือด RH-null หรือ 'เลือดสีทอง' สุดหายาก สร้างความสนใจให้ผู้คนเป็นอย่างมาก

โดยเลือดสีทอง ไม่ได้หมายถึงการมีเลือดเป็นสีทองแต่อย่างใด หากแต่ตั้งตามความหายากของกรุ๊ปเลือดดังกล่าว ซึ่งกรุ๊ปเลือดนี้มีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถเข้าได้กับทุกกรุ๊ป แต่ในความพิเศษก็มาพร้อมกับเงื่อนไขสุดเศร้า เมื่อผู้มีเลือดสีทองจะสามารถรับได้แค่เลือดสีทองด้วยกันเท่านั้น โดยปัจจุบันทั่วโลกโลกพบผู้มีเลือดสีทองไม่ถึง 50 ราย

ส่อง 8 รัชทายาท ผู้สืบทอดบัลลังก์ราชวงศ์วินด์เซอร์ หลังสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จสวรรคต

หลังจาก สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ของอังกฤษเสด็จสวรรคตแล้ว เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2565 (ตามเวลาในประเทศไทย) รัชทายาทที่จะขึ้นครองราชย์ต่อจากพระองค์ในทันทีคือ เจ้าชายแห่งเวลส์ นอกจากนี้ยังมีเจ้าชายและเจ้าหญิงพระองค์อื่นๆ อีก แต่จะมีพระองค์ไหนบ้าง มาดูกัน

>> เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมาร
ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์โตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ปี พระราชสมภพเมื่อปี 1948

ทรงอภิเษกสมรสเมื่อปี 1981 กับเลดี้ไดอานา สเปนเซอร์ ซึ่งต่อมาดำรงพระยศเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ทั้งสองมีพระโอรสคือ เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี ก่อนจะทรงหย่ากันในปี 1996

หลังเจ้าหญิงแห่งเวลส์สิ้นพระชนม์ ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ในกรุงปารีส เมื่อปี 1997 เจ้าชายแห่งเวลส์ทรงอภิเษกสมรสอีกครั้ง กับนางคามิลลา พาร์กเกอร์ โบลส์ ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ ในปี 2005

ซึ่งก่อนหน้านี้ สำนักพระราชวัง เคยเผยแพร่แถลงการณ์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เนื่องในโอกาสที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี เนื้อหาตอนหนึ่ง ระบุว่า

“พระองค์มีพระราชปรารถนาให้ "คามิลลา" ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ พระชายาในเจ้าฟ้าชายชาลส์ มกุฎราชกุมาร ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินี เมื่อเจ้าฟ้าชายชาลส์เสด็จขึ้นครองราชย์ในอนาคต”

เนื่องจากตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์จะได้รับการสถาปนาเป็นเพียงเจ้าหญิงพระราชชายาเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีลำดับการสืบสันตติวงศ์ของราชวงศ์วินด์เซอร์อีกดังนี้

>> เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์
ทรงเป็นพระโอรสพระองค์โตในเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ทรงเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูส์ ทำให้ได้พบกับเคต มิดเดิลตัน พระชายาในเวลาต่อมา โดยเข้าพิธีเสกสมรสในปี 2011

ทรงได้รับแต่งตั้งเป็นมนตรีแห่งรัฐ ทรงเข้ารับการฝึกวิชาทหาร ก่อนจะเข้าประจำการในกองทัพอากาศของสหราชอาณาจักร โดยทรงเป็นนักบินของหน่วยปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในทางตอนเหนือของแคว้นเวลส์

>> เจ้าชายจอร์จแห่งเคมบริดจ์

ประสูติเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2013 ที่โรงพยาบาลเซนต์แมรีในกรุงลอนดอน เป็นพระโอรสพระองค์โตของเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์

'สรุนันทน์' ย้ำเปิดศูนย์ประสานงานพรรค เพื่อเป็นตัวกลางประสานงานระหว่างภาครัฐกับประชาชน

วันที่ 9 กันยายน 2565 นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรค ในฐานะประธานภาคกรุงเทพฯ เปิดศูนย์ประสานงานพรรคเขตสวนหลวง - ประเวศ ซึ่งมีนายอภิชาติ จรัสโภคา เป็นผู้ประสานงานพรรคในพื้นที่ ก่อนทำพิธิเปิดศูนย์ นายสุรนันทน์ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนสอนศาสนา ศาสนูปถัมภ์ พบปะพูดคุยกับอาจารย์ไฟโรส อยู่เป็นสุข ผู้จัดการโรงเรียนฯ โดยอาจารย์ไฟโรส ได้มีข้อเสนอและต้องการให้มีการสนับสนุนโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กับโรงเรียนในประเทศมุสลิมต่างๆ ทั่วโลกที่สนใจโครงการนี้ เพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์ให้เด็กๆ ได้มีการเรียนรู้ที่กว้างไกลขึ้น โดยมีโรงเรียนฯ เป็นศูนย์กลางในการประสานงานเรื่องนี้ ซึ่งนายสุรนันทน์ ได้รับข้อเสนอและจะนำไปหารือกับคณะทำงานของพรรค เพื่อร่วมสนับสนุนข้อเสนอแนะเท่าที่จะทำได้ต่อไป

จากนั้นเดินทางกลับมาที่ศูนย์ฯ โดยนายสุรนันทน์ กล่าวว่า การเปิดศูนย์ประสานงานในแต่ละพื้นที่ เพื่อเป็นศูนย์รวมสำหรับประชาชน ที่มีปัญหาเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบในวงกว้างขณะนี้ รวมไปถึงบางพื้นที่ที่ขาดแคลนไฟฟ้า, ปัญหาลำรางสาธารณะ, ปัญหาถนนขาดตอนขาดช่วง หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ได้เข้ามาดูแล พรรคพร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ทันท่วงที

ก.แรงงาน จัดกิจกรรม 'จิตอาสาร่วมบริจาคโลหิต 1 คนให้ หลายคนรับ รู้รักสามัคคี พัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน'

วันที่ 9 กันยายน 2565 เวลา 10.30 น. นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะนายกสมาคมแม่บ้านกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นางโสภา เกียรตินิรชา ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้ช่วยนายกสมาคมฯ นางดรุณี นิธิทวีกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้ช่วยนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการสมาคมฯ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้บริจาคโลหิต โดยกระทรวงแรงงานร่วมกับสมาคมแม่บ้านกระทรวงแรงงาน และศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ร่วมจัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ภายใต้ชื่อกิจกรรม “จิตอาสาร่วมบริจาคโลหิต 1 คนให้ หลายคนรับ รู้รักสามัคคี พัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน” เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริจาคโลหิตร่วมบริจาคโลหิตสม่ำเสมอทุก 3 เดือน และให้ได้รับโลหิตบริจาคเพียงพอสำหรับผู้ป่วยทั่วประเทศ ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน

น้อมเกล้าแสดงความอาลัย 'ควีนเอลิซาเบธ' สิ้นกษัตริย์ครองราชย์ยาวนานสุดของสหราชอาณาจักร

บรรดาผู้นำทั่วโลก น้อมเกล้าแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคต สมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 องค์พระประมุขที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดของสหราชอาณาจักร สิริพระชนมายุ 96 พรรษา รวมเวลาครองราชย์ 70 ปี

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ ระบุว่า "ในฐานะประมุขแห่งรัฐที่ครองราชย์นานที่สุดและพระชนมายุยืนที่สุดของสหราชอาณาจักร สมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 ทรงเป็นที่ชื่นชมอย่างกว้างขวางทั่วโลก ต่อความกรุณา อุทิศตัวและความสง่างามของพระองค์ พระองค์สร้างความอุ่นใจตลอดช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงต่างๆ หลายทศวรรษ ในนั้นรวมถึงการปลดปล่อยอาณานิคมในแอฟริกาและเอเชีย และวิวัฒนาการของเครือจักรภพ"

"สมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 เป็นมิตรที่ดีกับสหประชาชาติ ทรงเสด็จเยือนสำนักงานใหญ่ของเราในนิวยอร์ก 2 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันกว่า 50 ปี พระองค์มุ่งมั่นอย่างหนักแน่นต่องานด้านการกุศลและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และตรัสสร้างแรงบันดาลใจแก่บรรดาคณะผู้แทน ณ ที่ประชุมโลกร้อน COP26 ในกลาสโกว์ เกล้ากระหม่อมของแสดงความชื่นชมสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 ต่อความมั่นคงของพระองค์ การอุทิศตนตลอดชีวิตเพื่อรับใช้ประชาชนของพระองค์ โลกจะจดจำการอุทิศตัวและความเป็นผู้นำของพระองค์"

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ และจิล ไบเดน สุภาพสตรีหมายเลข 1 ระบุในถ้อยแถลงว่า "ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง พระองค์ทรงยืนหยัดอย่างมั่นคง และเป็นบ่อเกิดแห่งความอุ่นใจและความภาคภูมิใจของชาวสหราชอาณาจักรหลายชั่วอายุ ในนั้นจำนวนมากไม่รู้ว่าประเทศของพวกเขาจะเป็นไปในทิศทางไหนหากปราศจากพระองค์ มรดกของเธอจะเป็นส่วนสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร และในเรื่องราวของโลกของเรา"

นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย กล่าวว่า "สมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 จะถูกจดจำในฐานะผู้กล้าหาญในช่วงเวลาของเรา พระองค์มอบแรงบันดาลใจผู้นำของประเทศและประชาชนของพระองค์ พระองค์ทรงเป็นบุคคลที่มีความสง่างามและมีทำนองคลองธรรมในชีวิตสาธารณะ ข้าพเจ้าของส่งความคิดคำนึงถึงครอบครัวของพระองค์และประชาชนชาวสหราชอาณจักร ในชั่วโมงอันน่าเศร้านี้"

เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ระบุในถ้อยแถลงว่า "ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 ปากีสถานขอร่วมกับสหราชอาณาจักรและบรรดาชาติต่างๆ ในเครือจักรภพ ในการไว้อาลัยต่อการสวรรคตของพระองค์ กระผมขอน้อมเกล้าแสดงความอาลัยด้วยความจริงใจถึงเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ ประชาชนและรัฐบาลของสหราชอาณาจักร"

จันติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา ระบุว่า "มันเศร้าสลดใจอย่างที่สุด หลังเราได้ทราบข่าวการจากไปของกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดของแคนาดา สมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 พระองค์ทรงยืนหยัดอย่างมั่นคงในช่วงชีวิตของเรา และการรับใช้ชาวแคนาดาของพระองค์ จะยังคงเป็นส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศของเราไปตลอดกาล"

จาซินดา อาร์เดิร์น นายรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ น้อมเกล้าแสดงความอาลัยว่า "ฉันรู้ว่าฉันต้องพูดแทนประชาชนทั่วนิวซีแลนด์ แสดงความเห็นใจอย่างสุดซึ้งถึงสมาชิกพระบรมวงศานุวงศ์ ต่อการจากไปของสมเด็จพระราชินี สำหรับเราพระองค์ทรงเป็นชื่นชมและเป็นกษัตริย์ที่เราให้ความเคารพอย่างสูง พระองค์ทรงเป็นเหมือนแม่และยายของพวกเรา"

แอนโธนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ระบุว่า "ด้วยการจากไปของ สมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 การครองราชย์ครั้งประวัติศาสตร์และการอุทิศทั้งชีวิตในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ครอบครัว ความศรัทธาและการรับใช้ได้มาถึงจุดจบ หัวใจของชาวออสเตรเลียขอยืนเคียงข้างประชาชนชาวสหราชอาณาจักรผู้โศกเศร้าในวันนี้ เรารู้ดีว่าพวกรู้สึกอย่างไรที่ต้องสูญเสียส่วนสำคัญที่สร้างประเทศของพวกเขาขึ้นมา คำปลอบโยนสามารถพบได้ในคำตรัสของสมเด็จพระราชินีเองที่ว่า ความเศร้าคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อความรัก"

นอกจากไบเดนแล้ว ในส่วนของสหรัฐฯ มีบุคคลสำคัญหลายคนที่ร่วมน้อมเกล้าแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ สมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 ในนั้นรวมถึง แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มิตช์ แม็คคอนเนลล์ ผู้นำรีพับลิกันในวุฒิสภา อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยา เช่นเดียวกับอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู.บุช และอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน

‘ปวิน’ เตือนกองเชียร์ชัชชาติ อย่าดันทุรังชมอย่างเดียว ชี้ ความล้มเหลวของผู้นำ ฟังแต่คำชม-หลีกเลี่ยงวิจารณ์

‘ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์’ เตือนถ้าจะตำหนิความไร้ความสามารถของผู้ว่าฯ ต้องตำหนิทั้งหมด ชี้มีแนวโน้มชัชชาติทำอะไรไม่มีใครตำหนิ หาทางแก้ตัว เตือนความล้มเหลวของผู้นำ ฟังแต่คำชม-หลีกเลี่ยงคำวิจารณ์

เมื่อวันที่ 8 ก.ย. นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต และผู้ต้องหาคดี 112 ซึ่งหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กถึงปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ในยุคนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่า "หรือเราต้องยอมรับกันว่า ไม่ว่าใครขึ้นมาเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานครก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ ถ้าเป็นเช่นนั้น เราทำได้แค่ 2 อย่าง คือ ถ้าจะตำหนิความไร้ความสามารถของผู้ว่าฯ เราต้องตำหนิทั้งหมด ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นอัศวินหรือชัชชาติ

การประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ ๖ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๕

วันที่ ๘ กันยายน  ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา กองบัญชาการกองทัพไทย จัดการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ ๖ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๕ โดยมี พลเอก เฉลิมพล  ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน พร้อมด้วย ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการทหารเรือ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกองทัพอากาศ กองบัญชาการกองทัพอากาศ เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ

การประชุมฯ ในครั้งนี้ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลที่สำคัญของกองบัญชาการกองทัพไทย เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนี้
กองบัญชาการกองทัพไทย ได้นำเสนอการพัฒนาขีดความสามารถเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการร่วมในภาพรวมของกองทัพไทย ประกอบด้วย การพัฒนาขีดความสามารถศูนย์บัญชาการทางทหาร ด้วยการพัฒนาคน เครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ให้มีความพร้อมสามารถรองรับภัยคุกคามและภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบ การพัฒนาขีดความสามารถด้านไซเบอร์ โดยบูรณาการการปฏิบัติร่วมกับเหล่าทัพอย่างต่อเนื่อง 

ทั้งด้านการปฏิบัติการทางไซเบอร์ การพัฒนาบุคลากรด้านไซเบอร์ และการฝึกทางไซเบอร์ ระบบสารสนเทศเพื่อการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเป็นระบบที่สามารถแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ในพื้นที่ได้เตรียมการ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนได้นำเสนอแผนการดำเนินงานที่สำคัญในปี ๒๕๖๖ ได้แก่ การพัฒนาขีดความสามารถศูนย์บัญชาการทางทหาร ระยะที่ ๒ ระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ระบบสารสนเทศการส่งกำลังบำรุงกองทัพไทย และระบบงานแผนที่เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของกองทัพไทย

กองทัพบก ได้นำเสนอผลการปฏิบัติงานที่สำคัญในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๕ ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ 
ด้านกำลังพล ได้จัดทำโครงการรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ และโครงการคัดเลือกนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของ กองทัพบก และนักเรียนนายสิบทหารบก ด้านการข่าว สนับสนุนการปฏิบัติของกองกำลังป้องกันชายแดน และหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกกองทัพบก พร้อมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการทหารกับมิตรประเทศ ผ่านการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการของผู้บัญชาการทหารบก และการรับการเดินทางเยือนของผู้บัญชาการทหารบกมิตรประเทศ ด้านยุทธการ สนับสนุนยุทโธปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมให้กับกองกำลังป้องกันชายแดน พร้อมทั้งสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การลักลอบนำเข้า/ส่งออกทรัพยากรธรรมชาติ สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ยังได้อนุมัติแนวความคิด ในการปรับการจัดหน่วย กองพลทหารราบที่ ๗ และกองพลทหารม้าที่ ๓ ให้เป็น กองพลทางยุทธศาสตร์ของกองทัพบก โดยนำแนวความคิดด้านการพัฒนากิจการกำลังพลสำรองมาปรับใช้ ด้านการส่งกำลังบำรุง ได้ปรับปรุงเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ ๑๔๕ ให้มีขีดความสามารถในการเป็นเฮลิคอปเตอร์พยาบาล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการส่งกลับสายแพทย์ ด้านกิจการพลเรือน กองทัพบก ได้บูรณาการและประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการจัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” รวม ๒,๖๐๐ พื้นที่ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน ๔๐๐,๐๐๐ คน และได้จัดเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยการประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงาน/ส่วนราชการอื่น ๆ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างบูรณาการและมีประสิทธิภาพ 

กองทัพเรือ ได้สรุปผลการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นการบูรณาการการฝึกของหน่วยต่าง ๆ ภายในกองทัพเรือ เพื่อให้ทุกหน่วยสามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างประสานสอดคล้อง และมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย การอบรมก่อนการฝึก การฝึกปัญหาที่บังคับการ และการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล โดยใช้โครงสร้างจริง ของหน่วยทุกระดับเพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิด “รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น” และถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่นตามแนวคิด “พี่สอนน้อง ครูสอนศิษย์” รวมทั้งมีการฝึกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ โดยใช้ขีดความสามารถของกำลังทางเรือเข้าช่วยเหลือประชาชนจากทางทะเล ร่วมกับ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา หน่วยงานราชการพลเรือน และภาคเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนและเสริมสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงาน รวมทั้งมีการฝึกขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันในทะเล และการฝึกให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิธีมอบโล่รางวัล และเหรียญรางวัล แก่ข้าราชตำรวจนักแม่นปืน ประจำปี 2565

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยคณะกรรมการทดสอบยิงปืน สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดจัดการทดสอบยิงปืน ประจำปี 2565 ในระหว่างวันที่ 6-10 มิ.ย. 65 ณ สนามยิงปืน ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลาง กองบัญชาการศึกษา ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่ผ่านมา นั้น
วันพฤหัสบดีที่ 8 ก.ย. 65 เวลา 10.30 น. ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัล และเหรียญรางวัล เพื่อเป็นเกียรติแก่หน่วยงานในสังกัดและข้าราชการตำรวจที่มีความสามารถผ่านการทดสอบยิงปืน ประจำปี 2565 โดยมีข้าราชการตำรวจได้รับรางวัล ทั้งในประเภททีมและประเภทบุคคล รวมทั้งสิ้นกว่า 221 นาย 

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข กล่าวว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารการกีฬาตำรวจประเภทยิงปืน ให้ความสำคัญในการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้อาวุธปืนทางยุทธวิธีในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ จึงได้ปรับปรุงพัฒนารูปแบบการยิงปืนทางยุทธวิธีและการทดสอบยิงปืนประจำปี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ให้มีความเหมาะสม และสามารถใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ได้จริง  เพื่อให้ข้าราชการตำรวจที่รับการฝึกอบรม และทดสอบยิงปืนมีการพัฒนาทักษะ มีความเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธปืนและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย ไม่มีการสูญเสียในการปฏิบัติหน้าที่ ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผลการทดสอบยิงปืนระบบต่าง ๆ ดังนี้
1. โล่รางวัลให้แก่ผู้แทนหน่วยระดับกองบัญชาการ และกองบังคับการ พร้อมทั้งมอบเหรียญรางวัลให้แก่ข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศ ประเภททีม ดังนี้

•ระบบคอมแบทแฮนด์กันส์ (Combat Handguns)
ระดับกองบัญชาการ
อันดับที่ 1    กองบัญชาการตำรวจนครบาล
อันดับที่ 2    ตำรวจภูธรภาค 9
อันดับที่ 3    กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

ระดับกองบังคับการ
อันดับที่ 1    กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 กองบัญชาการตำรวจนครบาล
อันดับที่ 2    กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล
อันดับที่ 3    กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

•ระบบคอมแบทคาร์ไบน์ (Combat Carbine)
ระดับกองบัญชาการ
อันดับที่ 1    กองบัญชาการตำรวจนครบาล
อันดับที่ 2    ตำรวจภูธรภาค 8
อันดับที่ 3    กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

ระดับกองบังคับการ
อันดับที่ 1    กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
อันดับที่ 2    กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล
อันดับที่ 3    กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 9

•ระบบปืนยาวลูกซองแบบโยนลำ (Pump action)
ระดับกองบัญชาการ
อันดับที่ 1    กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
อันดับที่ 2    ตำรวจภูธรภาค 5
อันดับที่ 3    กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

ระดับกองบังคับการ
อันดับที่ 1    กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
อันดับที่ 2    ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ตำรวจภูธรภาค  8
อันดับที่ 3    ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ตำรวจภูธรภาค 5

•ระบบปืนยาวลูกซองแบบกึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automatic)
ระดับกองบัญชาการ
อันดับที่ 1    กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
อันดับที่ 2    กองบัญชาการตำรวจนครบาล
อันดับที่ 3    ตำรวจภูธรภาค 9

ระดับกองบังคับการ
อันดับที่ 1    ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ตำรวจภูธรภาค 9
อันดับที่ 2    กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
อันดับที่ 3    กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตำรวจภูธรภาค 9

'บิ๊กป้อม' ผูกเนคไทผ้าไหมลายผ้าขาวม้า ชวนใช้ผลิตภัณฑ์จากคนไทย สนับสนุนเกษตรกร

เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 65 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผ้าไหมไทย เพื่อสร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในชุมชน ต่อยอดสู่การค้าต่างประเทศ จึงร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์แบบไม่คิดค่าใช้จ่ายให้กับกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสนับสนุนการแปรรูปผ้าไหมไทย 

ซึ่งครั้งนี้ได้นำลายผ้าขาวม้ามาพัฒนาดัดแปลงเป็นลายเนคไท ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งเป็น 'ซอฟต์พาวเวอร์' ที่มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ จากเดิมที่ผ้าไหมไทยได้รับความนิยมจากทั่วโลกอยู่แล้ว จะยิ่งส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น และนำมาใส่ได้ทุกโอกาสมากขึ้น และพล.อ.ประวิตร ยังเชิญชวนให้รัฐมนตรีทุกคนได้ร่วมสนับสนุนด้วย เพื่อเป็นผู้นำในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากเกษตรกร ช่วยยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top