Sunday, 5 July 2026
NEWS FEED

เผยโฉม 'สเปรย์พ่นจมูก 'ดักจับ-ยับยั้ง' โควิด เริ่มวางขายวันที่ 1 ต.ค.นี้ แน่นอน

จากการร่วมผนึกกำลัง ของ5 องค์กรชั้นนำภาครัฐ-เอกชน ประกอบด้วย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศิลปากร, สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.), องค์การเภสัชกรรม และ บริษัทไฮไบโอไซ จำกัด (บริษัทย่อย ใน บมจ.โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล) ในการร่วมมือพัฒนานวัตกรรม “สเปรย์พ่นจมูกที่มีคุณสมบัติดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพบริเวณโพรงจมูก” ภายใต้ แบรนด์เวลล์ โควิแทรป แอนติโคฟ นาซอล สเปรย์ สำเร็จได้ในที่สุดและได้รับอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) แล้ว

นางวรวรรณ ไชยกำเนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮไบโอไซ จำกัด / ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ รอ.นพ.นิมิต ประสิทธิ์ดำรง ผู้เชี่ยวชาญกิตติมศักดิ์ บริษัท ไฮไบโอไซ จำกัด พร้อมด้วย รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) ตัวแทนภาคีเครือข่าย ร่วมแถลงเกี่ยวกับความสำเร็จในการสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ “ผลิตภัณฑ์สเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพบริเวณโพรงจมูก” ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมระดับโลกจากแพทย์

โดยนพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผอ.สวรส.เป็นประธาน จัดงาน กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทยและของโลกในปัจจุบันว่า แม้จะมีแนวโน้มคลี่คลายดีขึ้น แต่โควิด-19 ก็ยังคงเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง จากสถานการณ์นี้ ทีมวิจัยของไทยจากภาครัฐ และเอกชน ได้ร่วมกันดำเนินงานวิจัย พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาวัคซีน, ชุดตรวจเชื้อ, เครื่องช่วยหายใจ รวมถึงการพัฒนาแอนติบอดี ที่มีคุณสมบัติดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพบริเวณโพรงจมูก โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบในรูปแบบของสเปรย์สำหรับพ่นจมูก ซึ่งเป็นนวัตกรรมสำคัญของประเทศไทยที่จะปรากฏสู่สายตาชาวโลก และเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวพ้นสถานการณ์โรคระบาดโควิดครั้งนี้ไปได้ จนประสบผลสำเร็จและยื่นจดสิทธิบัตรเรียบร้อย โดยถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ไปสู่ภาคเอกชน สร้างเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ซึ่งความสำเร็จนี้เกิดจากความร่วมมือของ 5 ภาคีเครือข่ายจากภาครัฐและเอกชนดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพของประเทศไทย

ทางด้าน รศ.นพ.ฉันชาย กล่าวว่า แม้สถานการณ์โควิด-19 จะมีแนวโน้มคลี่คลายดีขึ้นในหลายๆ ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ทว่าโควิด-19 ก็ยังคงเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ตลอดจนคอยติดตามข่าวสาร และ งานวิจัยทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีงานวิจัยที่ยังคงศึกษาถึงผลกระทบกับสุขภาพในระยะยาวของผู้ติดเชื้อเช่นกัน นอกจากนั้น งานวิจัยและนวัตกรรมของจุฬาฯ ในการป้องกันและรักษาผู้ป่วยโควิด-19 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้ร่วมกับคณะต่างๆ ยังมีอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์สำคัญระดับประเทศต่าง ๆ เช่น การพัฒนาวัคซีน ChulaCov 19, ชุดตรวจเชื้อ, เครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น และมีความภูมิใจอย่างยิ่งที่นำองค์ความรู้จากการทำวิจัย โดยทีมนักวิจัยแพทย์จุฬาฯ คือ การพัฒนาแอนติบอดีที่มีคุณสมบัติดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพบริเวณโพรงจมูก ซึ่งทีมนักวิจัยได้บ่มเพาะและพัฒนามาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการระบาด โดยได้รับการสนับสนุนทั้งจากภาคประชาชน และภาครัฐ กระทั่งสามารถพัฒนาแอนติบอดีต้นแบบได้และได้ยื่นจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย และมีความพร้อมที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ไปสู่ภาคเอกชนเพื่อนำไปต่อยอด ในการทำการวิจัยทางคลินิก เพื่อสร้างเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่น่าจะมีส่วนช่วยป้องกันหรือรักษาโรคโควิด-19 จนเป็นผลสำเร็จได้ในวันนี้

“องค์ความรู้จากการวิจัยและความร่วมมือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จะทำให้เกิดนวัตกรรมที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ และช่วยให้ประเทศไทยก้าวพ้นสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัย” รศ.นพ.ฉันชาย กล่าว

สำหรับ นพ.วิฑูรย์ ผอ.อภ. กล่าวว่า อภ.มีความเชี่ยวชาญในการผลิตยาและเวชภัณฑ์ ที่มีมาตรฐานยอมรับในระดับสากล จึงได้ทำหน้าที่ในการผลิตและควบคุมคุณภาพ ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม “สเปรย์พ่นจมูกเพื่อยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพบริเวณโพรงจมูก” โดยนวัตกรรมชิ้นนี้สามารถวิจัยและผลิตขึ้นใช้ได้เองในประเทศ โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนจากอย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุด อภ.ได้รับใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์ โดยมีขอบข่ายการอนุญาตให้ผลิตเครื่องมือแพทย์ในกลุ่ม Respiratory care service สำหรับผลิตภัณฑ์ Nasal spray solution จากอย. และยังได้รับการรับรอง ISO-13485 : 2016 มาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพสำหรับเครื่องมือแพทย์ จากบริษัท UIC certification service ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตรวจรับรองประเมินมาตรฐานสากลซึ่งแสดงได้ว่าสถานที่ผลิตแห่งนี้ มีคุณภาพ ความปลอดภัย ระบบการจัดการคุณภาพสำหรับการผลิตเครื่องมือแพทย์ที่ดี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2565 พร้อมจัดบริการอาหารเจแก่สาธุชนฟรี ตั้งแต่วันนี้ - 4 ตุลาคม 65 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

วานนี้ (วันที่ 25 กันยายน 65 เวลา 12.45 น.) นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมคณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิฯ ผู้บริหาร ศิษยานุศิษย์ และสาธุชน ร่วมในพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว (เทพเจ้า 9 องค์ หรือนัยหนึ่ง คือ ดาวพระเคราะห์ทั้ง 9 ดวง) เปิดมณฑลพิธีงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2565 โดยคณะสงฆ์อนัมนิกาย วัดอุทัยราชบำรุง ณ ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

เทศกาลกินเจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในปีนี้จะตรงกับวันที่ 25 กันยายน - 5 ตุลาคม 2565 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์และสาธุชนทุกท่าน ร่วมถือศีลกินผัก ละเว้นเนื้อสัตว์ เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2565 พร้อมสักการะหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอพรให้คุ้มครอง แคล้วคลาดปลอดภัย ทำบุญประทีปโคมไฟ (เต็งลั้ง) ถวายหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเจริญรุ่งเรือง ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ในวันที่ 25 กันยายน - 4 ตุลาคม 2565 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีบริการอาหารเจ ในรูปแบบบรรจุถุงกลับบ้าน แก่ประชาชน..ฟรี โดยบริการวันละ 2 มื้อ (เช้า และกลางวัน) โดยเริ่มบริการตั้งแต่มื้อเที่ยงของวันที่ 25 กันยายน 65 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ขอความกรุณาประชาชนผู้เข้ารับบริการอาหารเจนำถุงหิ้ว/ถุงผ้ามาบรรจุอาหารด้วยทุกครั้ง

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 26 กันยายน - 2 ตุลาคม 65 ขอเชิญชวนประชาชนชมอุปรากรจีน (งิ้ว) ที่คณะลูกศิษย์หลวงปู่ไต้ฮงจัดถวายรวม 7 คืน ณ บริเวณฝั่งสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

กรมอุตุฯ ตั้งศูนย์ฯ ตามติดสถานการณ์ไต้ฝุ่น 'โนรู' เตือนปชช. 28 ก.ย.-1 ต.ค. ฝนเทไทยหนักหลายพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ พายุไต้ฝุ่น 'โนรู' (NORU) คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 28 กันยายน 2565 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น เตือนประชาชนทุกภาคของประเทศไทย ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วยในช่วงวันที่ 28 กันยายน - 1 ตุลาคมนี้

(26 ก.ย. 65) ณ ห้องปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 อาคาร 50 ปี อุตุนิยมวิทยา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์ พายุไต้ฝุ่น 'โนรู' (NORU) เพื่อติดตาม ประเมิน และรายงานสถานการณ์พายุร่วมกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาภูมิภาค ทั้ง 5 ศูนย์ ประกอบด้วย เชียงใหม่, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, สงขลา และภูเก็ต เพื่อรายงานสภาพอากาศในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบและเตรียมพร้อมรายงานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที  

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า การทำงานของศูนย์อำนวยการฯ จะมีการ Conference กับสถานีอุตุนิยมวิทยาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ หรือบริเวณที่พายุจะเคลื่อนผ่าน โดยจะประเมินสถานการณ์ของพายุ และหากมีความรุนแรงจะมีการสั่งการให้ตรวจวัดสภาพอากาศและปริมาณฝนให้ถี่ขึ้นในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ เพื่อจะได้ข้อมูลช่วยในการประเมินสถานการณ์ให้มีความแม่นยำมากขึ้น 

ดร. ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา แถลงว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (26 ก.ย. 65) พายุไต้ฝุ่น 'โนรู' บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 15.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 119.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 28 กันยายน 2565 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งกับมีลมแรงในช่วงวันที่ 28 กันยายน - 1 ตุลาคม 2565 ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เปิดให้บริการถึง 30 ก.ย.นี้ สามารถเข้ารับวัคซีนได้ทั้งการจองคิวและ Walk-in

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2565 เพจ 'ไทยรู้สู้โควิด' ได้โพสต์ถึงการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เป็นเดือนสุดท้ายว่า...

#เดือนสุดท้ายByeCovid19

ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ขอแจ้งเปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเต็มรูปแบบเป็นเดือนสุดท้าย โดยจะให้บริการถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 นี้เท่านั้น

เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 walk-in ได้เลย ส่วนเข็มกระตุ้น (booster doses ตั้งแต่เข็มที่ 3 เป็นต้นไป) มีให้บริการทั้งแบบ walk-in และจองคิวล่วงหน้าผ่านค่ายมือถือทั้ง 4 ค่าย 

เข้ารับบริการได้ที่ ประตู 2 เวลา 9.00-16.00 น. ทุกวัน (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) #เปิดตลอดทั้งเดือนกันยา

'พงศ์พรหม' เน้น 95% ความสกปรก 'กทม.-เมืองไทย' ไม่ใช่ความห่วยของภาครัฐที่เราด่าเขาทั้งวัน

'พงศ์พรหม' ชี้!! ทุกครั้งที่คนไทยไปต่างประเทศ แทบทุกคนจะเอาสิ่งดี ๆ ในต่างประเทศมาเปรียบเทียบกับไทย แล้ว 'ด่า' ทั้งที่บางเรื่องเกิดจากพฤติกรรมคนไทยทั้งนั้น

นายพงศ์พรหม ยามะรัต รองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pongprom Yamarat ระบุว่า..

ผมไม่ได้ออกนอกประเทศมาร่วม ๆ 4 ปี

ไปญี่ปุ่นครั้งนี้ผมมีมุมมองเมืองไทยที่เปลี่ยนไปเยอะ ที่อยากชวนเพื่อนๆ มาแบ่งปันกัน

เวลาเราไปต่างประเทศ แทบทุกคนจะเอาสิ่งดี ๆ ในต่างประเทศมาเปรียบเทียบกับไทย

ผมก็เป็น!!

เวลาเราบอกว่า ญี่ปุ่นสะอาด เยอรมันการเดินทางดี สิงคโปร์มีต้นไม้เยอะ

พอมองย้อนกลับมาไทย เรามักจะเริ่มต้นด้วยการด่า

ด่า ด่า ด่า ด่า ด่า ด่า 

เอาแค่ถนนในญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน (เช่นเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง) แม้แต่มาเลเซีย ที่สะอาดกว่ากรุงเทพมาก

เวลาเราด่า เราด่าใคร?
1. กทม.ห่วย ไม่ดูแลให้ดี
2. คนที่อยู่ในกรุงเทพนี่แหละ

แน่นอน กทม.โดนประจำแหละครับ ผมเองก็ด่าเขาบ่อย ซึ่งก็จะด่าไปเรื่อยๆ นะ

แต่เหตุใหญ่มันคือ 'คุณภาพ และความรับผิดชอบของประชาชน' ครับ

ถ้าไม่มีขยะบนถนนซะอย่าง กทม.เค้าก็ไม่ต้องมาตามเก็บทั้งวัน

ผมนั่งสังเกตที่ USJ (Universal Studio Japan) ที่คนแน่นคลั่ก

ตลอด 3 ชั่วโมง ผมเห็นคนทำความสะอาดคนเดียว!!

เพราะที่ตามถนนมันสะอาดได้ เพราะคนญี่ปุ่นไม่ทิ้งขยะเรี่ยราด

นั่นคือสิ่งที่ทำให้บ้านเมืองเขาสะอาด

'มาดามแป้ง' ปลื้มเห็นดาวรุ่งช้างศึกแจ้งเกิด ขอบคุณทุกสโมสร-แฟนบอล สนับสนุนทีม

'มาดามแป้ง' นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทย ขอบคุณทีมงานสตาฟฟ์โค้ช และ นักเตะทุกคน ที่ยังแสดงความมุ่งมั่นเต็มที่ ในศึกคิงส์คัพ ครั้งที่ 48 รอบชิงชนะเลิศ อันดับ 3 ก่อนเอาชนะ ตรินิแดด และ โตเบโก ทีมอันดับ 101 ของโลก ได้สำเร็จ 2-1 วันที่ 25 กันยายน 2565

ช้างศึก ส่งดาวรุ่งหน้าใหม่ประเดิมสนามในเกมอย่างเป็นทางการนัดแรกถึง 3 ราย ประกอบด้วย ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ , ธีรศักดิ์ เผยพิมาย และ ชาญณรงค์ พรหมศรีแก้ว โดยรายหลังทำประตูได้ด้วย ก่อนช่วยทีมคว้าอันดับ 3 มาครอง 

“แป้ง อยากขอบคุณทีมงานสตาฟฟ์โค้ช และ น้อง ๆ ที่ช่วยกันเล่นเต็มที่ หลังจากที่เราแพ้ มาเลเซีย ยอมรับว่าทุกคนผิดหวัง และ เสียใจ เช่นเดียวกับตัว แป้ง เพรราะคิงส์คัพ เป็นถ้วยที่จัดขึ้นในประเทศไทย เราก็อยากได้แชมป์ แต่ในเมื่อเราไปไม่ถึงรอบชิงฯ เราก็ยังมุ่งมั่นกับเกมนัดชิงอันดับ 3 เพราะยังสำคัญ มีผลต่อฟีฟ่า แรงกิ้ง และ ความรู้สึกของแฟนบอลชาวไทย จนวันนี้เราทำได้ ก็ถือเป็นการกลับมาจากความผิดหวัง ที่น่าภาคภูมิใจของทีมชาติไทย” มาดามแป้ง กล่าวหลังจบเกม

กินเจวันแรกเริ่มคึกคักมีการเชิญเทพเจ้าผู้ร่วมงานพิธีจำนวนมาก ขณะที่ทางโรงเจมีการจัดโรงทานเลี้ยงฟรีให้กับผู้ที่มาถือศีลกินเจตลอดงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่โรงเจซิ่วฮกตั้ว ตำบลแควอ้อม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ได้จัดให้มีพิธีกรรมเทศกาลกินเจประจำปี 2565 เริ่มแล้วในวันนี้มีการทำพิธี เชิญเทพเจ้า รองผู้ว่าและนายอำเภอทั้งสามอำเภอ และผู้ถือศีลกินเจจำนวนมากร่วมพิธีในการเชิญเทพเจ้าในครั้งนี้ โรงเจซิ่วฮกตั้ว แห่งนี้เป็นโรงเจที่อยู่ในความปกครองของกระทรวงมหาดไทย สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ 2352, ปัจจุบันมีอายุเก่าแก่กว่า 200 ปี และเก่าแก่เป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เป็นโรงเจที่ยึดทำปฏิบัติและพิธีกรรมสืบทอดมาแบบโบราณ ตามแนวคิดความเชื่อของพระพุทธศาสนาและยังคงอนุรักษ์สืบทอดประเพณีถือศีลกินเจให้สืบทอดต่อไปยังชนรุ่นหลังสืบต่อไป

รมว.พม. นำทีมผู้บริหาร ศึกษาการจัดการที่อยู่อาศัย มาตรฐานการดูแลผู้สูงอายุญี่ปุ่น พร้อมส่งเสริมพ่อ - แม่เลี้ยงเดี่ยวเป็นผู้ดูแลมืออาชีพ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2565 'นายจุติ ไกรฤกษ์' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมด้วย "นางพัชรี อาระยะกุล" ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) / นางสุจิตรา พิทยานรเศรษฐ์ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ / นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ / นายพันธุเทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น /  นางจิราพร เชาวน์ประยูร ยามาโมโต้ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ / นายสุภวัฒน์ หนูพริก พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น ประชุมหารือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการจัดการที่อยู่อาศัยและการดูแลผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับผู้บริหาร Young Men's Christian Association หรือ YMCA จังหวัดโทะชิงิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่ทำหน้าที่ให้บริการทางสังคม โดยจัดบริการดูแลผู้สูงอายุและจ้างผู้ดูแลจากหลายประเทศ เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ บราซิล และไทย เป็นต้น

นายจุติ เห็นว่า ตลาดผู้ดูแลผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่นยังมีความต้องการสูง และคนไทยมีศักยภาพในการเป็นผู้ดูแล จึงอยากส่งเสริมให้คนไทย โดยเฉพาะกลุ่มพ่อ - แม่เลี้ยงเดี่ยวเป็นผู้ดูแลมืออาชีพ เพื่อโอกาสในการมีอาชีพที่มั่นคงในอนาคต

‘บิ๊กป้อม’ ย้ำลงพื้นที่ช่วยประชาชนในนามรัฐบาล เพระเป็นห่วงความเดือดร้อนประชาชน ขออย่าโยงการเมือง ยันทำตามระเบียบกกต. 

วันที่ 25 ก.ย. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในการลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เพชรบูรณ์ โดยหลังจากเมื่อเวลา 10.30 น. ได้เป็นประธานในพิธีอุ้มพระดำน้ำ ที่วัดโบสถ์ชนะมาร ต.สะเดียง อ.เมืองเพชรบูรณ์

ต่อมาเวลา 11.20 น. ที่ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ พล.อ.ประวิตร ได้เยี่ยมชมขั้นตอนการให้บริการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 และทักทายประชาชน ที่มารอรับบริการ ก่อนเป็นประธานประชุมติดตามการปฏิบัติงาน พร้อมมอบนโยบายแก่ผู้ปฏิบัติงาน โดยมีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง , น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพร้อมเพรียง โดยรับฟังการบรรยายสรุปจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ถึงสถานการณ์น้ำภาพรวม และรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและการบริหารงานในพื้นที่ รวมถึงปัญหาที่ดินทำกิน

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอชื่นชม จ.เพชรบูรณ์ ที่ดำเนินการปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล ขับเคลื่อนงานที่สำคัญในระดับพื้นที่ และทุกภาคส่วนบูรณาการทำงานในช่วงสถานการณ์อุทกภัย ให้ความช่วยเหลือฟื้นฟู และเยียวยาประชาชนอย่างทันท่วงที และทั่วถึง ทำให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของหน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในจังหวัด ส่วนปัญหาต่างๆ ที่จะต้องแก้ไข หรือขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล ขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง กระทรวง กรม ที่รับผิดชอบรับไปดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องที่ดิน ที่อยู่อาศัย ที่ทำกินของชาวเพชรบูรณ์ ขอให้ทุกหน่วยงานได้ช่วยกัน ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ และร่วมมือกันอย่างมีเอกภาพ ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน

ทั้งนี้ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมแรง ร่วมใจ ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชน สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตลอดจนสร้างความผาสุกให้ประชาชนชาว จ.เพชรบูรณ์

สภากทม.เตรียมพิจารณาปรับปรุงขอบเขตอำนาจหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับภาวะปัจจุบัน

นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เนื่องจากในปัจจุบันพบว่าขอบเขตอำนาจหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย กรุงเทพมหานคร ไม่สอดคล้องกับภารกิจเพื่อการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งทำให้การบริหารจัดการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนเป็นไปได้ยาก และยังคงมีภารกิจที่ซ้ำซ้อนหรือคล้ายคลึงกับภารกิจของหน่วยงานภายนอกอื่น อาทิ โครงการบ้านมั่นคงของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม) สภากรุงเทพมหานครจึงจะพิจารณาปรับปรุงและเพิ่มบทบาทหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย และส่งมอบให้สำนักพัฒนาสังคมซึ่งเป็นหน่วยงานที่ต้องกำกับดูแลนำไปปฏิบัติต่อ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top