Sunday, 5 July 2026
NEWS FEED

อบจ.เชียงใหม่ รับรายงานตัวข้าราชการ พนักงานกระทรวง ลูกจ้าง รพ.สต. 12 อำเภอ 62 แห่ง

วันที่ 5 ตุลาคม 2565 เวลา 09.30 น.องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดพิธีรับรายงานตัวข้าราชการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมีนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่  เป็นประธานพิธี กล่าวให้โอวาท และมอบนโยบายในการทำงาน พร้อมด้วยนายธัชพล อภิรติมัย ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติราชการ (อบจ.) คณะผู้บริหาร และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่

สวนนงนุชพัทยา เกิดสิ่งมหัศจรรย์ ช้างตกลูก 4 สัปดาห์ 4 เชือก จัดเป็นปางช้างลูกดก!!!!!

สวนนงนุชพัทยาจึงได้จัด พิธีคล้องพวงมาลัยรับขวัญช้างที่ได้จัดขึ้นทุกครั้งที่มีการให้กำเนิดช้างตัวใหม่ของปาง ทั้งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล จึงได้นิมนต์ท่าน พระครูเกษมกิตติโสภณ (อาจารย์จ่อย)  เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต มาทำพิธีเพื่อเสริมสิริมงคล  

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยากล่าวว่า ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ที่เกิดขึ้นกับสวนนงนุชพัทยา ภายใน 4 สัปดาห์ช้างตกลูก ถึง 4 เชือก เมื่อวันที่ 29 กันยายนเวลา 04.33 ช้างตกลูกเพศผู้ เป็นช้างเชือกที่ 4 ของปีนี้ พ่อช้างคือพลายไม้เมือง อายุ 21 ปีแม่ช้างพังน้องพร ช้างวัย 27 ปี พร้อมตั้งชื่อลูกช้างว่า พลายนรสิงห์ 

ผบ.ตร. สั่งทุกหน่วยตั้งศูนย์ฯ เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 

วันนี้ 5 ต.ค.65 เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการด่วนที่สุด ให้ตำรวจทุกหน่วยช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทุกภัย ทำให้มีฝนตกต่อเนื่อง เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 มอบหมายให้ ตร. รับผิดชอบในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน และจัดระบบจราจรในพื้นที่ประสบภัย และพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนสนับสนุนกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ต่างๆ นั้น  

ตร.ได้มีมาตรการให้ทุกหน่วยช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะพื้นที่ จว.ตาก, อุตรดิตถ์, เชียงใหม่, น่าน, แพร่, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี และปราจีนบุรี รวมทั้งพื้นที่ๆ ยังคงมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างใกล้ชิด ให้ทุกหน่วยในพื้นที่นำ กำลังพล ยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ (รถยนต์/เรือ) อุปกรณ์อื่นๆ ออกช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่โดยด่วน และให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ดูแลเอาใจใส่บำรุงขวัญ และช่วยเหลือผู้ใต้บังคับบัญชาที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวด้วย 

ครูบาญาณทิพย์ เจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคลสุโขทัย มอบปัจจัยช่วยเหลือผู้ป่วยผ่านโรงพยาบาลในสุโขทัย

ดร.นพ.ปองพล วรปาณิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วย นพ.มาโนช อู่วุฒิพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุโขทัย นพ.รเมศ ว่องวิไลรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมรับมอบปัจจัยจัดตั้งกองทุนนิธิ เนื่องในวันกตัญญูบูรพาจารย์ 64 ปี พระเดชพระคุณพระมงคลพัฒนพิธานครูบาญาณทิพย์ เจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคล โดยมอบปัจจัยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย โรงพยาบาลสุโขทัย โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย และโรงพยาบาลทุ่งเสลี่ยม หน่วยงานละ 100,000 บาท ณ วัดพิพัฒน์มงคล ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย  เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2565 

ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน จัดพิธีรับมอบธงประจำหน่วยและส่งงานในหน้าที่ราชการของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน

วันที่ 4 ตุลาคม 2565 ณ ลานหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน พลตำรวจตรี ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ เข้าพิธีรับมอบธงประจำหน่วยและส่งงานในหน้าที่ราชการของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน โดย พันตำรวจเอก ดเรศ กัลยา เป็นผู้ส่งมอบธงประจำหน่วยตำรวจภูธรจังหวัดน่านและแฟ้มส่งมอบหน้าที่ และ พันตำรวจเอกหญิง ศุภวรรณ เพิ่มกำลังพล ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดน่านเข้าร่วมพิธีฯ และกองเกียรติยศ

ในการนี้ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน จัดพิธีรับธงประจำหน่วยและส่งมอบหน้าที่ราชการของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นไปตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ลงวันที่ 7 กันยายน 2565 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง พลตำรวจตรี ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ มาดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ทั้งนี้ การรับส่งงานในหน้าที่ราชการ ของข้าราชการตำรวจ เมื่อพ้นจากหน้าที่หรือได้รับการแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งใหม่ถือเป็นธรรมเนียมและระเบียบ ที่ต้องปฏิบัติ ตามประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 15 การรับส่งงานในหน้าที่ราชกชการ พ.ศ.2557 เพื่อเป็นการดำเนินการตามระเบียบดังกล่าวข้างต้นและเพื่อความต่อเนื่องในการปฏิบัติราชการ

'นักร้องดัง' โพสต์แง่คิด!! การที่เราโง่นั้น ไม่ผิด!! แต่เมื่อโง่แล้ว ต้องยอมรับและศึกษาจากคนที่ฉลาดกว่าเสมอ

(5 ต.ค. 65) 'บิลลี่​ โอแกน'​ นักร้อง นักแสดง นักแต่งเพลง ชาวไทยชื่อดัง​ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก​ ว่า... 

การที่เราโง่นั้น 'ไม่ผิด' เพราะเราไม่รู้ เราจึง 'โง่'

แต่เมื่อโง่แล้ว เราต้องยอมรับว่า คนที่ฉลาดกว่าเรานั้นมีมากมาย 

บางที เขาแค่มองดูเราเงียบ ๆ แล้วเห็นว่าเราโง่

เราจึงควรศึกษาจากคนที่ฉลาดกว่าเสมอ

และไม่ควรคิดว่าตนเองฉลาด เพราะเราอาจฉลาดในเรื่องโง่ๆ ก็เป็นได้


ที่มา: https://www.facebook.com/232705074832/posts/pfbid02zdQCvjA5hmEhtywfYmcRV5hdaqnyxZ1PcVt69aJbaDreRoP8KZhVa5HjfB1654PHl/

ส่งมอบหน้าที่ธงการบังคับบัญชา แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมย้ำมั่นใจจะเป็นกำลังหลักให้ ทบ.ปกป้องชาติ เทิดทูนสถาบัน และพัฒนาประเทศ

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2565 ที่กองทัพภาคที่ 3 พล.อ.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ รองเสนาธิการทหาร (แม่ทัพภาคที่ 3 ท่านเก่า) ส่งมอบหน้าที่ตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 3 ให้แก่ พล.ท.สุริยะ เอี่ยมสุโร แม่ทัพภาคที่ 3 (ท่านใหม่) โดยมีพิธีลงนามเอกสารรับ - ส่ง หน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 3 และพิธีส่งมอบการบังคับบัญชา แม่ทัพภาคที่ 3 โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 (นขต.ทภ.3) ร่วมพิธี ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก

พล.อ.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ รองเสนาธิการทหาร (แม่ทัพภาคที่ 3 ท่านเก่า) ได้กล่าวว่าสำหรับ แม่ทัพภาคที่ 3 ท่านใหม่ ท่านเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และมีคุณลักษณะผู้นำที่ดี อีกทั้งยังเป็นผู้ที่เข้าใจสถานการณ์ และปัญหาในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 อย่างแท้จริง จึงมีความเชื่อมั่นว่า ภายใต้การบังคับบัญชาและการบริหารงานของท่านจะสานต่อภาระหน้าที่อันสำคัญนี้ได้อย่างดียิ่ง ซึ่งจะทำให้กองทัพภาคที่ 3 ได้รับการพัฒนาและมีความเจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป ตามลำดับในการปฏิบัติงานให้บังเกิดผลดีแก่ประเทศชาติต่อไป 

สอท.เปิดศูนย์บึงกุ่ม เน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของประชาชนให้ดีขึ้น

วันพุธที่ (5 ตุลาคม 2565) นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ในฐานะประธานภาคกรุงเทพฯ และทีมงานสร้างอนาคตไทย ได้ร่วมเปิดศูนย์ประสานงานพรรคเขตบึงกุ่ม ซึ่งมีนายอัศวิน คูร์พิพัฒน์ เป็นผู้ประสานงานพรรคในพื้นที่

นายสุรนันทน์ กล่าวว่า นายอัศวิน เป็นทนายความ เป็นนักกฎหมาย และอยากจะใช้วิชาชีพที่ได้ร่ำเรียนมา ช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน จึงขอเสนอตัวเข้ามาเป็นทางเลือกใหม่และพร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 

'ทัพเรือ' ช่วยนทท.จีน 4 ชีวิตกลับฝั่งปลอดภัย หลังขาดการติดต่อ ขณะออกเรือตกปลากลางทะเล

เมื่อวันที่ (5 ต.ค. 65) ศปก.ศรชล.ภาค 3 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่ามีเรือตกปลาขนาดเล็ก ชื่อ Sao ขาดการติดต่อเรือ ขณะออกไปตกปลาบริเวณเกาะราชาน้อย ตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ (4 ต.ค. 65) ที่ผ่านมา ซึ่งปกติจะกลับเข้าฝั่งในเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันเดียวกัน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ โดยพิกัดที่หายไปห่างจากหลักเทียบเรือ ทัพเรือภาคที่ 3 ประมาณ 33 ไมล์ทะเล หลังจากได้รับแจ้ง ศปก.ศรชล.ภาค 3 ได้ประสานหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ช่วยค้นหาและช่วยเหลือ ได้แก่ ศคท.จ.ภูเก็ต, ตำรวจน้ำภูเก็ต, ทรภ.3, PIPO ภูเก็ต และเครือข่ายเรือประมง จ.พังงา พร้อมทั้งขอความช่วยเหลือไปยัง MRCC เพื่อติดต่อเรือในบริเวณใกล้เคียงเพื่อทำการค้นหาและช่วยเหลือ

จากนั้นเวลา 22.28 น. นายพิเชษฐ์ ปานะพงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ติดต่อมาทางโทรศัพท์ ร้องขอให้ทาง ศรชล.ภาค 3 จัดเรือขนาดใหญ่ออกทำการค้นหาและช่วยเหลือ โดยพล.ร.ท.อาภากร อยู่คงแก้ว ผอ.ศรชล.ภาค 3 ในฐานะ ผบ.ทรภ.3 ได้สั่งการให้ ศปก.ศรชล.ภาค 3 ประเมินสถานการณ์และเตรียมเรือออกทำการค้นหาและช่วยเหลือ

ย้อนประวัติศาสตร์สยาม ฝ่าพายุร้ายจากตะวันตกนับเกือบ 200 ปี พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงทำให้เกิดความเจริญ

'พล.ท.นันทเดช' ย้อนประวัติศาสตร์ 'ประเทศไทยในสถานการณ์สู้รบ' สยามฝ่าพายุร้ายจากตะวันตกนับเกือบ 200 ปี พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงตั้งรับไว้ได้ย่างเหมาะสม สยามจึงที่มีทั้งความสงบและเจริญ ในลำดับ 1 ของเอเซีย ซัดคณะราษฎรไม่ได้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน ชิงอำนาจกันเอง จนเกิดเผด็จการทางสภา

(5 ต.ค. 65) พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ(ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง ประเทศไทยในสถานการณ์สู้รบ ตอนที่ 1 มีรายละเอียดดังนี้

สยามฝ่าพายุร้ายจากตะวันตก ที่พัดกระหน่ำซัดใส่มานาน แสนนาน นับเกือบ 200 ปีแล้ว แต่พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ทรงได้ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ภูมิทัศน์ และแนวตั้งรับ ของประเทศไว้ได้ย่างเหมาะสม โดยทรงภารกิจ จัดวางโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เครื่องมือสนับสนุนการประกอบอาชีพ ให้ราษฎร และทรงคุ้มเกล้าให้กำลังใจ ความหวัง ร่วมทุกข์ร่วมสุข กับประชาชนตลอดมา

โดยเฉพาะในรัชสมัยอันยาวนานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทำให้คนไทยได้มองเห็น และเข้าใจถึง 'สิ่งดี ๆ' ที่เคยเกิดขึ้นในวันก่อน ซึ่ง 'สิ่งดี ๆ'เหล่านั้น จะอยู่มาจนถึงวันนี้ หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่คนไทยหลากหลายวัยในยุคปัจจุบันนี้ ว่าจะช่วยกันรับมืออย่างไร เมื่อมีคนกลุ่มหนึ่งพยายามริดรอนพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ไทย ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ให้ลดน้อยลงไป เหลือเป็นเพียง 'สัญญลักษณ์' หรือ สาบสูญไป เพียงหวังอย่างเดียวว่า “ถ้าเป็นผลสำเร็จ พวกเขาจะซื้อขายประเทศไทย กันได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงการเดินทางกลับประเทศไทย ของคนอีกกลุ่มหนึ่งก็จะง่ายขึ้นด้วย ”

นอกจากนั้น ก็ยังมีอีกหลายประเทศ ที่ไม่อยากให้ประเทศไทยเติบโตไปมากกว่านี้อีก เพราะจะส่งผลกระทบต่อ สถานภาพของประเทศพวกเขา จึงได้เข้ามาผสมโรง สนับสนุนคนกลุ่มนี้

เรียงความตอนที่ 1 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร วันที่ 13 ตุลาคม 2565

ตอนที่ 2 : เปรียบเทียบการใช้พระราชอำนาจของในหลวงรัชกาลที่ 5 และ ในหลวงรัชกาลที่ 6 กับการใช้อำนาจ ของรัฐบาล คณะราษฎร ว่าตรงส่วนไหนท่ีจะทำให้ประเทศไทยดีขึ้น

รัชสมัย ร.5 พระองค์ทรงใช้พระราชอำนาจอย่างเต็มที่หลายเรื่อง เพื่อปรับปรุงพัฒนาประเทศให้ทันสมัย เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วที่สำคัญ คือ

(1) การกำหนดขอบเขตแผ่นดินสยาม (สยามไม่เคยมีเส้นเขตแดนชัดเจนมาก่อน)
(2) การเลิก ไพร่/ทาส
(3) การลงทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศทุกด้าน (ตลอด 25 ปีของรัฐบาลคณะราษฎร ไม่เคยทำเรื่อง โครงสร้าง อย่างจริงจังเลย มาเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม เป็นครั้งที่2 แล้วก็เลยมาที่รัฐบาลลุงตู่ นี่แหละ เป็นครั้งที่3 น่าเศร้าใจไหมครับ)
(4) การปูพื้นฐานทางด้านประชาธิปไตย เช่น การเลือก กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน, การให้อำนาจตัดสินคดีแก่ศาล,การส่งนักเรียนทุนหลวงไปศึกษาต่างประเทศ ฯลฯ แต่นักเรียนทุนบางคนกลับมาทำปฏิวัติผู้ส่งไปเรียนเสียเอง รวมทั้งจับกุมนักเรียนทุนท่ีไม่เห็นด้วยไปขังคุก โดยตั้งศาลพิเศษ (ญี่ปุ่นซึ่งมีความเจริญไล่ๆกันกับไทย และมีรัฐธรรมนูญท่ีจักรพรรดิ์ มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ ได้นักเรียนทุนกลับมาพัฒนาประเทศ เจริญก้าวหน้าไปกว่าไทย ทั้งท่ีส่งคนไปเรียนพร้อมๆกัน จำนวนคนไปเรียนก็พอๆกันประมาณ400คน)

ในรัชสมัย ร.6 พระองค์ ทรงหาทางแก้ไขการทำสัญญาทางการค้า ที่เสียเปรียบต่างชาติ ดังนั้นพระองค์ทรงใช้พระราชอำนาจ ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ประกาศสงครามกับเยอรมัน ท่ามกลางคำคัดค้านของทหาร และขุนนาง เมื่อชนะสงคราม สยามก็ได้รับการค้ำประกันอิสรภาพ ในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้งองค์การสันนิบาตชาติ และได้รับการแก้ไข สัญญาที่ไม่เป็นธรรมทุกฉบับ รวมถึงการซื้อเครื่องบินจำนวนมาก กลับมาใช้ในราชการไทย ( จอมพล ป.เข้าร่วมกับญี่ปุ่น ประกาศสงครามโลกครั้งท่ี2กับประเทศกลุ่มพันธมิตร

โชคดี ที่ ม.ร.ว.เสนีย์ ทูตไทย ประจำสหรัฐฯไม่ยอมรับคำสั่งรัฐบาล จัดตั้งกลุ่มเสรีไทยขึ้น และส่งคนไปจัดตั้งที่อังกฤษ เพิ่มขึ้นอีก ต่อมานายปรีดี ได้จัดตั้งขบวนการต่อต้านญี่ปุ่นขึ้นในไทย ซึ่งได้กลายเป็นจุดประสานงานของกลุ่มเสรีไทย เมื่อสงครามจบ ไทยยกเอาเรื่องเสรีไทยขึ้นมาอ้าง สหรัฐฯยอมรับ แต่อังกฤษ จะเอาไทยเป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษ ประชาชนเดือดร้อนกันมาก ม.ร.ว.เสนีย์ ใช้ความเป็นทูตประจำสหรัฐฯ เจรจาจนสำเร็จแม้จะเสียเปรียบบ้างก็ตาม )

นอกจากนั้น ในหลวง ร.6 ยังทรงระดมสร้างโครงงานพื้นฐานของประเทศต่อจาก ร.5 จนสำเร็จหมดทุกโครงการจากการกู้เงินในตลาดการเงินยุโรปเพื่อนำมาลงทุน เพิ่มเติม รวม 5 ล้านปอนด์ เมื่อโครงงานเสร็จ การค้าขาย นาข้าว การขนส่งฯลฯ ก็เจริญก้าวหน้าขึ้น เศรษฐกิจเริ่มดีมากขึ้น รัฐบาลก็ทยอยได้รับเงินคืนมามากขึ้นเช่นกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top