Friday, 12 April 2024
อีสานไทม์

‘หนองบัวลำภู’ พบ ‘ซากฟอสซิล’ ไดโนเสาร์ 3 ชนิด กรมทรัพยากรธรณี คาด!! อายุกว่า 150 ล้านปี

(13 ก.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณเทือกเขาภูผาน้อย บ้านห้วยทราย ต.หนองบัว อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู เขตรอยต่อเทือกเขา อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี และ จ.หนองบัวลำภู มีพระภิกษุออกธุดงค์ พร้อมกับชาวบ้านได้ไปพบโครงกระดูกจึงนำกลับมาเก็บรักษาไว้ที่วัดป่าห้วยทรายทองนาคชัยพร โครงกระดูกไดโนเสาร์ที่พบ พระอาจารย์ทองคำ สันตะกาโย เจ้าอาวาสองค์ก่อน ได้เดินออกธุดงค์ประมาณปี 2562 ได้พบโครงกระดูกดังกล่าวฝังอยู่ในดินเป็นจำนวนมาก ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้าน ประมาณ 1 กิโลเมตร  

และต่อมานายสมเจตน์ จงศุภวิศาลกิจ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมคณะ และเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 กรมทรัพยากรธรณี ได้ออกมาสำรวจและแจ้งว่าชิ้นส่วนของกระดูกที่สงสัยว่าจะเป็นสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์ ซึ่งในเบื้องต้นเป็นไดโนเสาร์ 3 ชนิด คือ ชนิดกินพืช ชนิดกินปลา และชนิดที่กินเนื้อเป็นอาหาร ตรวจสอบพบตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์ในชั้นหินทรายเนื้อปนปูน อายุประมาณกว่า 150 ล้านปี ประกอบด้วย กระดูกไดโนเสาร์มีลักษณะคล้ายไดโนเสาร์กลุ่มซอโรพอด คอยาว หางยาว เดิน 4 ขา กินพืชเป็นอาหาร และที่น่าสังเกตคือด้านข้างจะมี ‘บ่อน้ำซับ’ แหล่งน้ำที่ผุดขึ้นตลอดทั้งปี  

โดยนายธงชัย บุตรดี เป็นโยมอุปัฏฐากของวัดป่าห้วยทรายทองนาคชัยพร ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังถึงความลี้ลับว่า ก่อนหน้านี้มีอยู่วันนึ่งภรรยาตนเองได้ฝันว่า มีคนมาชวนไปทำบุญ มาขอต้นกล้วยมาขอใบตอง แต่ในความฝันเขาไม่บอกว่าวัดไหน มีคนมาชวนและจูงแขนภายในความฝัน และบอกภรรยาว่าให้รีบไปทำบุญใหญ่ของบ้านเรา ภรรยาตนเองจึงสอบถามย้ำว่าวัดชื่ออะไร จึงมีคนบอกว่าอยู่บ้านเชียงคาน และวัดในหมู่บ้านชื่อว่าวัดทรายทอง และก่อนหน้านี้ที่บ่อน้ำซับจะมีนายพรานที่ออกล่าสัตว์ เห็นผู้หญิงแต่งตัวสวยงามเดินขึ้นมาจากบ่อน้ำ 4 คน นุ่งสบงเหมือนกับชาววัง ต่อมานายพรานคนดังกล่าวก็มานอนเฝ้าทุก ๆ คืนในวันพระ เพื่อจะได้เห็น เพราะคลั่งไคล้หลงใหลในความสวยงามของหญิงสาวในฝัน แต่วันแล้ววันเล่านายพรานก็ไม่พบเห็นหญิงสาวเหล่านั้นอีกเลย ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีการก่อตั้งวัดป่าห้วยทรายทองนาคชัยพร

ทางด้านนายสุชาติ คุณวงษ์ ผู้ใหญ่บ้านห้วยทราย ได้กล่าวว่า เริ่มแรกชาวบ้านได้ออกไปหาของป่าบนเขาก็ไปพบซากฟอสซิล ต่อมาพระอาจารย์ทองคำ สันตะกาโย เจ้าอาวาสองค์ก่อน พร้อมกับชาวบ้านได้นำซากฟอสซิล หรือโครงกระดูกที่พบมาเก็บรักษาไว้ที่วัดป่าห้วยทรายทองนาคชัยพร และต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 กรมทรัพยากรธรณี ขอนแก่น พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ออกมาพิสูจน์พบว่าเป็นชิ้นส่วนของกระดูกสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์ ซึ่งในเบื้องต้นเป็นไดโนเสาร์ 3 ชนิด ประมาณกว่า 150 ล้านปี จึงอยากให้มาสร้างพิพิธภัณฑ์ เก็บรักษาไว้ให้ลูกหลาน หรือนักท่องเที่ยวได้เห็น ที่ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นของจริงอยากให้มาเห็นด้วยสายตาตนเอง  

โดยพระอาจารย์ปรีชา ปัญญาสาโร รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าห้วยทรายทองนาคชัยพร ได้กล่าวว่า เนื่องจากเจ้าอาวาสองค์ก่อนได้ย้ายไปจำวัดที่อื่น ทำให้ตำแหน่งเจ้าอาวาสที่วัดแห่งนี้ได้ว่างลง ต่อมาชาวบ้านบ้านห้วยทราย ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองจังหวัดหนองบัวลำภู จึงได้เข้าไปพบหลวงพ่อทองพูน ที่วัดป่าภูกระแต เพื่อจะขอพระให้ขึ้นมาจำวัดที่นี่เพื่อให้พาญาติโยมได้ปฎิบัติธรรม โดยหลวงพ่อทองพูนได้ส่งอาจารย์และหลวงปู่ พร้อมกับพระลูกวัดอีก 2 รูป ซึ่งเป็นปฏิปทาของพ่อแม่ครูอาจารย์อยู่แล้ว ในการพาชาวบ้านสวดมนต์ และปฎิบัติธรรมเป็นปกติ 

มาอยู่ช่วงแรก ๆ อาตมาฝันเกือบทุกวันจะฝันเห็นสีกา ลงมาที่วัดวันละ 1 คน บ้าง 2 คนบ้าง ลงมาทุกวัน เป็นพระถ้าฝันแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องไม่ดี จะอยู่ตรงนี้ได้หรือเปล่าน้อ ซึ่งถ้าฝันเห็นสีกาจะไม่ใช่ทางของธรรมะ จากนั้นจึงเล่าความฝันให้ญาติโยมฟัง ญาติโยมจึงได้ไปสร้างกุฎิหลังเล็ก ๆ ให้อยู่บนภูเขาห่างจากที่เดิม ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยฝันเห็นสีกาหรือผู้หญิงอีกเลย ส่วนในความฝันพระอาจารย์มีความรู้สึกว่า ผู้หญิงคนที่พบเห็นเขาเป็นเชื้อพระวงศ์ที่อยู่ในสมัยโบราณ ดูจากการแต่งกายในฝัน ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นเมืองเก่าที่ผู้หญิงคนนี้เคยพักอาศัยอยู่ ซึ่งอาจารย์ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน

โดยผู้สื่อข่าวได้ตั้งข้อสังเกตว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการ โดยโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่พบอายุกว่า 150 ล้านปี ให้คณะนักวิจัยได้นำกระดูกไปทำการวิจัย จนเวลาล่วงเลยมาเกือบ 3 ปี ยังไม่มีการเข้ามาพัฒนาใด ๆ หากการวิจัยศึกษาเรียบร้อย น่าจะสร้างพิพิธภัณฑ์ เพื่อเก็บรักษาร่วมกันพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มาเที่ยวในเมืองรองบ้านเราบ้าง ที่มีสิ่งดี ๆ อีกเยอะเหมาะกับการมาเที่ยวชม และเพื่อเป็นการศึกษาเรียนรู้ให้กับนักเรียนนักศึกษา เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวสายมูตามความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค ณ ‘บ่อน้ำซับ’ แหล่งน้ำที่ผุดขึ้นตลอดทั้งปี และเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดหนองบัวลำภูต่อไป

วันหยุดแต่ ตำรวจทางหลวง จิตอาสา ไม่หยุด ลงช่วยเหลือชาวบ้านเดือดร้อนน้ำท่วมพิมาย สร้างความปลาบปลื้มต่อผู้ประสบภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2565 เวลา 15.00 น. บริเวณพื้นที่หมู่ 18 บ้านกล้วยสามัคคี ต.ดงใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้พ.ต.ท.จิระพันธ์ มณีรัตน์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวงนครราชสีมา ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา จิตอาสา 904 ฝ่ายป้องกันบรรเทาสาธารณภัย อ.พิมาย ชมรมฮักเขาใหญ่ และฮุก31 พิมาย ผู้ใหญ่บ้าน

โดยคณะเข้าช่วยเหลือชาวบ้านเดือดร้อนน้ำท่วมกว่า 100 หลังคาเรือน ที่มีน้ำท่วมขังกว่า 1 เดือน บ้านเรือนราษฎร พืชสวนไร่นา ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก หลายครอบครัวไม่มีรายได้ โดยนำถุงยังชีพ จำนวน 100 ถุง ไปเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมยารักษาโรค

จับหัวโจกและสมาชิกแก๊งหาดวัดใต้ ก่อเหตุรุมทำร้ายคู่อริ พบเกี่ยวข้องกับกลุ่มยิงอาวุธสงครามกลางเมือง

จากกรณีเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 65 สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย ได้นำเสนอคลิปวิดีโอ เกิดเหตุทำร้ายร่างกายกันที่บริเวณร้านอาหารซิ๊กตี้นายบาร์ เลขที่ 69 ต.ธาตุ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน ได้พังประตูร้านเข้าไปทำร้ายร่างกาย น.ส.จุฑามาศ หรือจูน คชนะ อายุ 23 ปี, นายปฏิวัติ บุญเสนอ อายุ 19 ปี และนายสุรวิสิฐ หรือโก้ วิจิตรพณิชยากุล อายุ 33 ปี พร้อมกับทำลายกล้องวงจรปิดภายในร้าน และนำฮาร์ดดิสของกล้องวงจรปิดของร้านที่เกิดเหตุไปด้วย 

โดยกลุ่มชายดังกล่าวมีความเกี่ยวพันกับแก๊งเอกมัยหรือแก๊งหาดวัดใต้ ที่เคยใช้อาวุธปืนสงครามยิงต่อสู้กับแก๊งคู่อริ มีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ปรากฎเป็นข่าวดังเมื่อประมาณ เดือนสิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา นั้น
พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เร่งสืบสวนคลี่คลายคดีที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ลดความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากคนร้ายก่อเหตุอย่างอุกอาจต่อหน้าประชาชนเป็นจำนวนมาก และยังมีความเกี่ยวพันกับกลุ่มแก๊งค์ที่เคยใช้อาวุธปืนสงครามก่อเหตุยิงถล่มกันใน พื้นที่ จ.อุบลราชธานี 

โดย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3 และพล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี เร่งสืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย จากการรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบสวนปากคำผู้เสียหาย ทราบว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุ มีนายเอกรินทร์ หรือ เสี่ยเอก เป็นหัวหน้าแก๊ง โดยมีสาเหตุเกิดจาก น.ส.จุฑามาศฯ ผู้เสียหาย มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกับหญิงคนสนิทของเสี่ยเอก ทำให้เสี่ยเอกโกรธแค้นยกพวกมารุมทำร้าย น.ส.จุฑามาศฯ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง จนได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 7 ราย ตามหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานี มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.) นายเอกรินทร์ หรือเอก สุนทราเมธากุล อายุ 45 ปี ที่อยู่ 33 ถ.ห่อบำรุ่ง ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี 
2.) นายกิรินทร์ หรือเดียร์ เกลียวทอง อายุ 25 ปี ที่อยู่ 31/2 ซอยสุขาอุปถัมป์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  
3.) นายอรรถพล หรืออิฐ ทัศน์ศรี อายุ 30 ปี ที่อยู่ 41/3 ถ.เขื่อนธานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  
4.) นายยศกฤศ หรือเต๋า ตุยาสัย อายุ 29 ปี ที่อยู่ 97 ถ.เขื่อนธานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  
5.) นายวุฒิพงศ์ หรือบัวขาว ทองบ่อ อายุ 27 ปี ที่อยู่ 140 ม.5 ต.หนองขอน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  
6.) นายสุรชาติ หรือหนุ่ย ตุยาสัย อายุ 27 ปี ที่อยู่ 97 ถ.เขื่อนธานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  
7.) นายชุมพร หรือเหลื่อม สะอาด อายุ 32 ปี ที่อยู่ 64 ม.8 ต.บุ่งไหม อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี 

โดยกล่าวหาว่า ปล้นทรัพย์ และร่วมกันบุกรุกเคหสถานโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย, โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป, ในเวลากลางคืนและร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และซ่องโจร

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า คดีนี้เป็นอีกคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชน กลุ่มผู้ก่อเหตุลงมือกระทำผิดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย อีกทั้งยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยก่อเหตุใช้อาวุธสงครามยิงกันกลางเมืองอุบลราชธานีมาแล้ว เชื่อว่ายังมีผู้ก่อเหตุอยู่อีก 

ดังนั้นจึงต้องเร่งขยายผลจับกุมตัวมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดให้หมดทุกราย ซึ่งหลังจากนี้จะสั่งการให้ทางภ.จว.อุบลราชธานี มีมาตรการในการป้องกันเหตุลักษณะเช่นนี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุรุนแรงเกิดซ้ำรอยขึ้นมาได้อีก พี่น้องประชาชนชาวอุบลราชธานีจะได้อยู่กันโดยสงบสุข มีความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่านี้ ลดความหวาดกลัวภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด 

‘ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์’ เร่งทำลายลูกระเบิดสมัยสงครามเวียดนาม

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบหมายกลุ่มงานความมั่นคงจังหวัด ร่วมกับฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ตำรวจภูธรจังหวัด และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ทหารอากาศกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี ร่วมเก็บกู้และทำลายลูกระเบิด M 117 สมัยสงครามเวียดนาม น้ำหนัก 340 กิโลกรัม หลังขุดพบบริเวณเนินเขาบ้านดงสวนพัฒนา ตำบลนาทัน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์

(4 มี..65) ภายใต้การอำนวยการของนายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ มอบหมายกลุ่มงานความมั่นคงจังหวัด ร่วมเก็บกู้และทำลายลูกระเบิด M 117 สมัยสงครามเกาหลี โดยร่วมกับฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คำม่วง เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ทหารอากาศกองบิน 23 .อุดรธานี ที่บริเวณเนินเขาบ้านดงสวนพัฒนา ต.นาทัน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ หลังขุดพบเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ทั้งนี้ สาเหตุที่ขุดพบเนื่องจากชาวบ้านซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน ได้จ้างรถขุดเพื่อทำแนวกันไฟ ก่อนที่จะขุดพบลูกระเบิดดังกล่าวในความลึกประมาณ 3 เมตร

นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่ทางจังหวัด ได้รับรายงานจากนายดำรงค์ศักดิ์ นาคีสังข์ นายอำเภอคำม่วง ว่าชาวบ้านได้ขุดพบลูกระเบิด 2 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา และหลังจากได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปกครองอำเภอ ตำรวจภูธรจังหวัด สภ.คำม่วง ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ เข้าตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าเป็นลูกระเบิดขนาด M 117 สมัยสงครามเกาหลี น้ำหนักประมาณ 340 กิโลกรัม หรือ 750 ปอนด์ ก่อนที่จะกำหนดทำลายในวันนี้

เชิดชูเกียรติ ‘อาสาสมัครคุมประพฤติ’ รับพระราชทานเครื่องราช

กาฬสินธุ์ - ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ และส่วนราชการสังกัดกระทรวงยุติธรรมในจังหวัดกาฬสินธุ์ เชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีกับอาสาสมัครคุมประพฤติ ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจ และเป็นต้นแบบของบุคคลที่ทำความดีเพื่อสังคม ด้วยความอดทนและเสียสละ

(4 มี..65) ที่ห้องประชุมอาคารเรียนรวมและปฏิบัติการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ นายฤกษ์ชัย คทวณิชกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานประชุมสมัยประจำปี 2565 อาสาสมัครคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ สังกัดกระบวนการยุติธรรม และอาสาสมัครคุมประพฤติ ร่วมงาน พร้อมแสดงความยินดีกับอาสาสมัครคุมประพฤติ ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จำนวน 3 คน

นายฤกษ์ชัย คทวณิชกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า อาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม เป็นบุคคลที่เสียสละ และมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาผู้กระทำผิดในชุมชน ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนภารกิจของกรมคมประพฤติ รวมถึงการมีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรมในชุมชน และสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยจากผู้กระทำผิด ในระบบการควบคุมความประพฤติอย่างเป็นรูปธรรม ที่จะช่วยให้ผู้กระทำความผิด สามารถดำรงชีวิตในสังคมอย่างเป็นปกติสุข และไม่หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำอีก

รวมพลังจิตอาสา!! ‘มทบ.28 - ร.8 พัน.1 - คณะ พสบ.ทภ.2 – ภาคเอกชน’ ช่วยประชา ในโครงการ ‘กองทัพบก สร้างบ้านแห่งน้ำใจ ถวายเป็นพระราชกุศล’

เลย – ที่บริเวณ บ.นาโม้ หมู่ 2 .หาดคำภีร์ อ.ปากชม จ.เลย มณฑลทหารบกที่ 28 (มทบ.28) กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 8 (.8 พัน 1) จับมือกับคณะหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 รุ่นที่ 2 และภาคเอกชน จัดพิธีมอบบ้านและห้องน้ำตามโครงการ ‘กองทัพบกสร้างบ้านแห่งน้ำใจ’ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา ให้แก่นายสมหมาย ศรีอินทร์ ชาวบ้าน บ.นาโม้ หมู่ 2 .หาดคำภีร์ อ.ปากชม จ.เลย ซึ่งเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอัคคีภัย ทำให้บ้านพักอาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง

จากเหตุการณ์ดังกล่าว หน่วยทหารในค่ายศรีสองรัก จึงได้ผนึกกำลังร่วมกันจัดกำลังพลชุดช่างเข้าช่วยเหลือตามนโยบายกองทัพบก ในการดูแลประชาชน จนดำเนินการแล้วเสร็จและส่งมอบในวันนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนคนไทยบนผืนแผ่นดินไทย ให้กับผู้ยากไร้ ที่มีโอกาสน้อยทางสังคมให้ได้มีกำลังใจลุกขึ้นมาต่อสู้อีกครั้งด้วยแสงแห่งความหวัง แทนความห่วงใยจากกองทัพบก

กาฬสินธุ์-ตรวจเข้มสถานบริการป้องกันการค้ามนุษย์-ยึดหลักมาตรการป้องกันโควิด

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดของคนต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจเข้มสถานบริการ ร้านคาราโอเกะ เพื่อป้องกันการกระทำความผิดของคนต่างด้าว  พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการยึดหลักมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด หลังยังพบการแพร่ระบาดในพื้นที่มีผู้ป่วยรายวันเฉลี่ย 300-400 ราย 

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางคืนที่ผ่านมา นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ มอบหมายให้นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ พ.อ.สุรศักดิ์  สำราญบำรุง รอง ผอ.รมน.กาฬสินธุ์ นายดาระใน ยี่ภู ปลัด จ.กาฬสินธุ์  นายเริงวิทย์  ถนอมแสง นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นายประสงค์ จันทร์กระจ่าง ป้องกัน จ.กาฬสินธุ์ นำชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครอง บูรณาการร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.กาฬสินธุ์ ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ทหาร เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.กาฬสินธุ์ จัดหางาน จ.กาฬสินธุ์ แรงงาน จ.กาฬสินธุ์ ออกตรวจสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ ร้านคาราโอเกะ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดของคนต่างด้าว และการฝ่าฝืนมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด หลังยังพบการแพร่ระบาดในพื้นที่ มีผู้ป่วยรายวันเฉลี่ย 300-400 ราย

นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ใน จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งปัจจุบันยังไม่มีการเปิดด่านพรมแดนทางบก ในจังหวัดพื้นที่ชายแดน อาจจะทำให้เกิดการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค รวมทั้งความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการลักลอบการค้ามนุษย์

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำผิด การค้าประเวณี การค้ามนุษย์ การจ้างแรงงานของคนต่างด้าวในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์โดยผิดกฎหมาย นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเข้มสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ ร้านคาราโอเกะ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดของคนต่างด้าว และป้องกันการฝ่าฝืนมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 โดยเฉพาะการเว้นระยะห่าง จุดคัดกรอง การห้ามนั่งดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน เนื่องจากมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ  

หนองคาย-ตรวจยึดยาบ้า ยาอี ล็อตใหญ่ 2.3ล้านกว่าเม็ด มูลค่า 100 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2565 พันเอก มงคล หอทอง  รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมแถลงข่าวการจับกุมตรวจยึดยาเสพติด (ยาบ้า-ยาอี) 2.3 ล้านกว่าเม็ด โดยมีนายมนตร์สิทธิ์  ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานในการแถลงข่าวฯ ณ หอประชุมประจักษ์ศิลปาคม ศาลากลางจังหวัดหนองคาย 

จังหวัดนครพนม มอบหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย ฉบับสมบูรณ์ ปี 2564 ให้หน่วยงานเร่งขยายผลสู่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่

(2 มี..65) นครพนม-ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครพนม นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานการมอบหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย ฉบับสมบูรณ์ ปี 2564 ให้กับตัวแทนส่วนราชการ จำนวน 29 หน่วยงาน เพื่อนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้แก่ข้าราชการ พนักงานของรัฐ เด็กและเยาวชน ตลอดจนประชาชนในจังหวัดนครพนม ให้ได้เรียนรู้เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและสำนึกในความเป็นไทย

โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้เป็นพิเศษ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เกิดความรักชาติและมีความกตัญญูต่อบรรพบุรุษไทย ตามยุทธศาสตร์ชาติ (.. 2561-2580) ที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ว่า ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยในยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงได้กำหนดประเด็นการพัฒนาและเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ เพื่อให้คนในชาติมีจิตสำนึกรักและหวงแหน มุ่งจงรักภักดี พร้อมธำรงรักษาไว้ซึ่ง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยว และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติ โดยปลูกฝังและสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ รณรงค์เสริมสร้างความรักความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทยและชาติไทย ผ่านกลไกต่างๆ รวมถึงการศึกษาประวัติศาสตร์ในเชิงสร้างสรรค์

‘กาฬสินธุ์’ ยุติธรรม!! เร่งช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมในคดีอาญา

คณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา 6 ราย จำนวนกว่า 290,000 บาท พร้อมมอบนโยบายจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนให้ทั่วถึง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ลดค่าใช้จ่าย และสร้างความสุขความสมานฉันท์ ป้องกันปัญหาความขัดแย้งด้านคดีความอย่างได้ผล

ที่ห้องประชุมผาเสวย ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ครั้งที่ 2/2565 โดยมีนายดาระใน ยี่ภู่ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นายประหยัด ไม้แพ ยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ ในการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาดังกล่าว สำนักงานยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับคณะอนุกรรมการ ได้พิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา โดยมีสำนวนเข้าพิจารณา 15 เรื่อง/ราย ผู้เสียหาย 15 ราย โดยผลการพิจารณางดจ่าย 3 ราย ยกคำขอ 6 ราย และจ่ายค่าตอบแทน 6 ราย โดยเป็นผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร 1 ราย ทุพพลภาพ 1 ราย ถูกทำร้ายร่างกาย 3 ราย และฆาตกรรม 1 ราย รวมเป็นเงิน 294,474 บาท


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top