Tuesday, 7 July 2026
POLITICS

เปิดเซฟ ‘นฤมล’ หลังพ้น ‘รมช.แรงงาน’ เงินฝากสามี 42 ล้าน พร้อมบ้านอีก 2 หลัง!!

วันนี้ 1 ธ.ค. 64 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กรณีพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564 พร้อม นายจุมพล ภิญโญสินวัฒน์ คู่สมรส ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 2 คน 

โดยนางนฤมลและคู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 112,110,485 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของนางนฤมล 53,643,104 บาท และเป็นทรัพย์สินของนายจุมพล 58,467,381 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 163,333 บาท โดยเป็นหนี้สินของนางนฤมล 162,797 บาท เป็นหนี้สินของนายจุมพล 536 บาท ซึ่งเป็นหนี้สินจากเงินเบิกเกินบัญชี 

สำหรับทรัพย์สินของนางนฤมลและนายจุมพล ได้แก่ เงินสดรวมกัน 400,000 บาท เงินฝากรวมกัน 46,570,251 บาท เงินลงทุนรวมกัน 16,170,233 บาท ที่ดินรวมกัน 16,220,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างรวมกัน 27,500,000 บาท ยานพาหนะรวมกัน 2 คัน มูลค่า 2,850,000 บาท ทรัพย์สินอื่นรวมกัน 1,800,000 บาท 

เครือข่ายเยาวชน ยื่นหนังสือประธานสภาฯ ค้านตั้งบ่อนคาสิโน แนะ กมธ.ศึกษาฯ พิจารณารอบคอบ

เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และเครือข่ายสื่อเพื่อการขับเคลื่อนสังคม นำโดย นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน เป็นตัวแทนยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ เพื่อแสดงจุดยืน และข้อเสนอต่อสภา กรณีส.ส.หลายคน ผลักดันให้มีบ่อนคาสิโน และพนันออนไลน์ถูกกฎหมายในประเทศ

โดย นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติด่วนเรื่องการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาเปิดสถานบันเทิงครบวงจร รวมถึงบ่อนคาสิโน ซึ่งส.ส.ส่วนใหญ่เห็นไปในทิศทางเดียวกันคือการตั้งบ่อนคาสิโน ทางเครือข่ายเห็นว่า แม้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่จุดยืนเราไม่สนับสนุนให้ประเทศไทยมีบ่อนคาสิโน และพนันออนไลน์ อย่างไรก็ตาม เราไม่ขัดขวางการตั้งคณะกมธ. เพราะเป็นกลไกสภา แต่เราไม่อยากให้การตั้งคณะกมธ.ครั้งนี้ เป็นการปูทางไปสู่การตั้งบ่อนคาสิโน แต่อยากให้เป็นไปเพื่อศึกษาการแก้ปัญหาการพนันในประเทศไทย 
 

“ก้าวไกล” เอาบ้าง!! เดิมรอยตามวิปรัฐบาล เสนอเลื่อนวาระการประชุมพรุ่งนี้ นำญัตติขบวนเสด็จมาพิจารณา หลังจบ ญัตติ สถานบันเทิงแบบครบวงจร ด้านส.ส.ฝั่งรัฐบาลลุกขึ้นค้านสกัด จน “ชวน” ต้องสั่งพักประชุม ก่อนลงมติด้วยการขานชื่อ ผลปรากฎส.ส.ไม่เห็นด้วยเลื่อนญัตติ 246

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 11 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ภายหลังจากที่ประธานที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ส.ส.ลุกขึ้นหารือนำเสนอเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไปยังรัฐบาล เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จนั้น ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมได้เกิดความวุ่นวายขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า จากกรณีที่ น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ขอเสนอญัตติด้วยวาจา โดยอาศัยข้อบังคับการประชุมข้อที่ 54 เสนอให้เลื่อนญัตติด่วน

เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาข้อเท็จจริงในข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางเสด็จ และการถวายความปลอดภัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 ที่เสนอโดยพล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และคณะเสนอ ซึ่งกำหนดไว้ในการประชุมวันที่ 2 ธ.ค. 64  หลังการลงมติในญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ  และก่อนเรื่องรับทราบรายงานของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตศึกษาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

จากนั้นนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กรณีที่มีการเสนอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมสำหรับวันที่ 2 ธ.ค. หากย้อนกลับไปสัปดาห์ที่แล้วตนคิดว่าเรื่องนี้เราพิจารณากันจบแล้ว คือการเลื่อนพิจารณาญัตติการศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรมาพิจารณา และตนได้อภิปรายในสภาฯชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยที่จะนำเรื่องขอให้สภาฯพิจารณาแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงในข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางเสด็จ และการถวายความปลอดภัยของสมเด็จพระบรมราชินี เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 63 มาพิจารณา และตนเชื่อว่าส.ส.ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย

ต่อมานายชวน กล่าวว่า ดังนั้นต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการให้เลื่อนระเบียบวาระการประชุมหรือไม่

ขณะที่นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นถามประธานที่ประชุมว่า เมื่อมีการลงมติเลื่อนการเปลี่ยนระเบียบวาระประชุมไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้วยังสามารถเปลี่ยนระเบียบกลับมาได้อีกหรือ มันเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ และเป็นเรื่องที่พิจารณาเสร็จไปแล้วหรือไม่ ถ้าเป็นญัตติเรื่องเดียวกันคือการยกเรื่องนี้ขึ้นมาถือเป็นญัตติที่เราได้เสนอไปแล้ว และการเสนอญัตติซ้ำกันในการประชุมในสมัยประชุมเดียวกันนั้นทำได้หรือไม่

ด้านนายชวน ชี้แจงที่ประชุมว่า ครั้งที่แล้วเป็นการเลื่อนระเบียบวาระเรื่องญัตติการศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ลงมติ วันนั้นมีการอภิปรายจบไปแล้วแต่ยังไม่มีสรุปผล ดังนั้นกรณีนั้นเมื่อมีการสรุปแล้วถือว่าจบเรื่องที่เลื่อนไป  ดังนั้นวันนี้ก็เลื่อนเรื่องอื่นได้ ทั้งนี้ขอให้ผู้ควบคุมเสียงทั้งสองฝ่ายคือส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไปส.ส.ฝ่ายค้านไปหารือกัน เพราะปกติปัญหาพวกนี้ไม่ค่อยมีปัญหาว่าสามารถเลื่อนเรื่องใดขึ้นมาพิจารณา หากเราเจรจากัน

ทั้งนี้ นายอรรถกร ในฐานะตัวแทนวิปรัฐบาล ขอให้พักการประชุม 15 นาที เพื่อตกลงร่วมกันและไม่เสียเวลาที่ประชุม ซึ่งนายชวน อนุญาตให้พักประชุม 10 นาที หลังจากที่เริ่มเข้าสู่การประชุมได้เพียง 9 นาที เท่านั้น อย่างไรก็ตามหลังพักการประชุมแล้วไม่สามารถตกลงร่วมกันได้ ทำให้ต้องใช้การลงมติเพื่อตัดสิน

อย่างไรก็ตามในส่วนของส.ส.พรรคก้าวไกลยืนยันขอให้อภิปรายเพื่อแสดงความเห็นก่อนการลงมติ โดยน.ส.วรรณวรี  ชี้แจงว่า สภาฯ ต้องร่วมสืบหาข้อเท็จจริงพื่อให้ความยุติธรรมกับประชาชนที่ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 111 รวมถึงต้องถอดบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น อีกทั้งหากญัตติดังกล่าวไม่ได้รับการพิจารณาจะทำให้ญัตติด่วนอื่นๆที่สำคัญไม่สามาถพิจารณาได้ แม้จะเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน จะเท่ากับว่าไม่ให้ความสำคัญกับญัตติดังกล่าว

ขณะที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะวิปรัฐบาล อภิปรายว่า ขอให้ฝ่ายค้านใช้กลไกของวิป เพื่อหารือร่วมกัน และยอมรับกลไกของข้อบังคับการประชุมสภาฯ ไม่ใช่เสนอเลื่อนโดยไม่บอก หรือใช้กลไกนับองค์ประชุม หรือลงมติเพื่อทำให้ที่ประชุมเสียเวลา ทั้งนี้ตนขอให้ดำเนินการตามระเบียบวาระ ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านต้องการควรใช้กลไกของวิปเพื่อทำงานร่วมกัน  และเป็นไปตามข้อตกลง

ทั้งนี้ก่อนการลงมติในญัตติที่จะขอเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระประชุม นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล เสนอญัตติให้เปลี่ยนการลงมติจากเดิมที่ต้องกดบัตรออกเสียง เป็นการลงมติโดยเปิดเผยด้วยการขานชื่อ ทำให้ที่ประชุมต้องตรวจสอบองค์ประชุมและขอมติในญัตติที่จะเปลี่ยนแปลงการลงมติดังกล่าวก่อน  

“พิเชษฐ” ประกาศเข้าสังกัดพปชร.แล้ว  ยืนยัน ไม่หวั่นท่ามกลางกระแสขัดแย้งในพรรค

ที่รัฐสภา นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า เนื่องจากตนไม่สามารถดำเนินกิจกรรมในฐานะส.ส.กับพรรคประชาธรรมไทยได้แล้ว เพราะได้ยุบพรรคไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตนได้มีโอกาสพูดคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งได้ชักชวนให้ตนมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากทำงานร่วมรัฐบาลกันมาอยู่ก่อนแล้ว ตนจึงได้ดำเนินการสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ จนล่าสุดตนได้รับแจ้งว่าความเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐของตนสมบูรณ์แล้ว

ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ฉบับใหม่

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ฉบับใหม่ โดยเป็นการแก้ไขกฎหมายฉบับเดิม เพื่อให้การบริหารงานของกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (กบข.) มีความคล่องตัว และสอดคล้องกับสภาวะการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ กำหนดให้กองทุน กบข. สามารถรับโอนเงินของผู้ที่เคยเป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนอื่นที่จัดขึ้นตามกฎหมายและมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันในกรณีออกจากงานหรือชราภาพมายังกองทุน กบข. ได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มาเข้ารับราชการสามารถเริ่มสะสมเงินกับ กบข. และได้รับผลประโยชน์ตอบแทนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ยังแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องอัตราการส่งเงินสะสมของสมาชิก โดยให้ส่งได้ไม่เกิน 30% ของเงินเดือน จากเดิมกำหนดไว้ไม่เกิน 15 ของเงินเดือน พร้อมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารเงินของสมาชิกที่สมาชิกภาพสิ้นสุดลง แบ่งเป็น 2 กรณี คือ กรณีที่สมาชิกสิ้นสุดสมาชิกภาพและยังไม่ขอรับเงินที่ตนมีสิทธิได้รับคืนหรือขอทยอยรับเงินคืน สมาชิกมีสิทธิเลือกแผนการลงทุนที่ กบข. จัดให้ เพื่อให้ กบข. บริหารเงินนั้นต่อไปได้ และ กรณีที่ กบข. บริหารเงินของสมาชิกต่อไป และต่อมาสมาชิกผู้นั้นเสียชีวิตและผู้มีสิทธิรับมรดกยังไม่ยื่นคำขอรับเงิน ให้ กบข. บริหารเงินนั้นต่อไปได้ตามแผนการลงทุนที่สมาชิกได้เลือกไว้ จนกว่าทายาทจะยื่นคำขอรับเงิน 

‘จุรินทร์’ ปัดตอบ ‘นิพิฏฐ์’ ซบ 4 กุมาร เหตุไม่ชอบก้าวล่วงพรรคอื่น

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นหนังสือลาออกจากพรรค ว่า เรื่องนี้นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรค และรักษาการรองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคใต้ ชี้แจงเรื่องนี้ไปแล้ว ยืนยันว่าพรรคให้ที่ยืนทุกคน

“นายกฯ” มอบนโยบายปลูกป่า ใช้เป็นคาร์บอนเครดิต ประสาน ทส. จัดหาพื้นที่ 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้ความสนใจการปลูกป่า โดยเฉพาะการปลูกป่าชายเลน เพื่อดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้ภาวะเรือนกระจก เพื่อใช้เป็นคาร์บอนเครดิตซึ่งเอกชนให้ความสนใจและได้ประสานมาที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในการจัดหาพื้นที่ป่าเพื่อดำเนินการปลูกป่า

ครม.เห็นชอบวงเงินอุดหนุนบริการสาธารณะ 5.55 พันล้าน เสริมสภาพคล่องให้ ขสมก. และ รฟท. จัดบริการแก่ประชาชนต่อเนื่อง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ว่า ครม.เห็นชอบวงเงินอุดหนุนบริการสาธารณะประจำปีงบประมาณ 2565 ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 2,279 ล้านบาท และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จำนวน 3,278 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 5,557 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

โดยเป็นวงเงินอุดหนุนจ่ายชดเชยผลขาดทุนให้กับ ขสมก. และ รฟท. ในรูปของเงินงบประมาณตามจำนวนส่วนต่างของประมาณการรายได้และต้นทุนการให้บริการสาธารณะ เพื่อให้สามารถจัดบริการสาธารณะที่มีคุณภาพกับประชาชนอย่างต่อเนื่องและลดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินในการดำเนินภารกิจ ซึ่งภาระงบประมาณที่รัฐต้องชดเชยดังกล่าว ยังคงไม่เกินร้อยละ 30 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐกำหนด

‘สมศักดิ์’ โต้!! คนปล่อยข่าว ‘สามมิตร’ ซบ ‘เพื่อไทย’ แค่ว่างงาน ยัน!! โค้งสุดท้ายรัฐบาล ค่อยพูดการเมือง 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และแกนนำกลุ่มสามมิตร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่มีข่าวว่ากลุ่มสามมิตร จะไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า วันนี้รัฐบาลยังมีเวลามากกว่า 1 ปี 6 เดือน การจะไปพูดคุยเรื่องการเลือกตั้ง หรือการย้ายพรรค คงไม่เป็นธรรมชาติ แม้อาจจะมีคนที่อยากให้เป็นอย่างนั้น แต่ถ้ามองในภาพรวม ประเทศไทยและรัฐบาลกำลังออกจากอุโมงค์แห่งความมืด เริ่มเห็นแสงที่เป็นความสุข สดชื่นของประเทศ ทั้งเรื่องโควิด-19 และน้ำท่วม สิ่งเหล่านี้กำลังเริ่มคลี่คลายและรัฐบาลก็กำลังทำงาน 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ขณะที่ส่วนหนึ่ง พยายามปล่อยข่าว ซึ่งสื่อมวลชนและตน ก็รู้ว่าสื่อที่ปล่อยข่าวฉบับแรกเป็นใคร แต่อยากบอกว่าเรื่องการเมือง ยังไม่ควรเอามาพูดกันในเวลานี้ ควรให้ถึงเวลาที่เหมาะสม ให้ประเทศได้เห็นแสงสว่างเรื่องเศรษฐกิจ และเรื่องอื่นที่กำลังจะพัฒนาก่อน การนำเรื่องของการเลือกตั้งหรือการโยกย้ายต่าง ๆ มาพูดตอนนี้ไม่เป็นผลดีกับประเทศในภาพรวม ตนอยากให้ลืมเรื่องการเลือกตั้ง และการย้ายพรรคไปก่อนที่จะถึงเวลาอันควร อย่างน้อยให้เกินไป 1 ปี เหลือเวลา 5-6 เดือน ค่อยมาพูดกันเรื่องนี้ก็เป็นไปได้ แต่วันนี้ไม่สมควร

‘แรมโบ้’ ฟาดแรง ‘ชัยเกษม’ มีสมองหรือไม่? เป็นถึงอดีตผู้รักษากม. แต่หนุน ‘แอมเนสตี้’ 

‘แรมโบ้’ ฟาดแรง ‘ชัยเกษม’ มีสมองหรือไม่เป็นถึงอดีตผู้รักษากฎหมาย แต่สนับสนุนแอมเนสตี้ ทั้งที่รู้เป็นองค์กรมีพฤติกรรมทำลายประเทศ เข้าข้างคนทำผิดกฎหมายแล้วอ้างสิทธิมนุษยชน 

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายชัยเกษม นิติสิริ แกนนำพรรคเพื่อไทยแสดงจุดยืนพรรคไม่สนับสนุนที่จะให้ยุบ หรือ ขับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกจากประเทศไทย และพาดพิงตนเองบอกว่าคนไล่ไม่รู้เอาสมองส่วนไหนคิด โดยระบุว่านายชัยเกษมเป็นถึงอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อดีตอัยการสูงสุด อดีตอัยการอาวุโส แต่กลับมองว่าองค์กรที่สนับสนุนกลุ่มที่ทำความผิดกฎหมายเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

ขณะเดียวกันนายชัยเกษมไม่ควรมองแค่เรื่องสิทธิมนุษยชน แต่ควรมองถึงเรื่องการกระทำผิดกฎหมายด้วย ซึ่งแอมเนสตี้ออกมาปกป้องคนที่ทำผิดกฎหมาย ที่ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน จาบจ้วงก้าวล่วงสถาบัน จึงเป็นธรรมดาที่คนส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยแล้วออกมาขับไล่ 

'กรมบัญชีกลาง' เผยผลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ปี 64  ประหยัดงบประมาณได้กว่า 7.8 หมื่นล้านบาท 

นางแก้วกาญจน์ วสุพรพงศ์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับ ดูแล และพัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) เพื่อให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง และประกาศเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างในระบบสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ทำให้ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เกิดการแข่งขันอย่างเท่าเทียม และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

อีกทั้งยังช่วยประหยัดเงินงบประมาณจากโครงการต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (ตุลาคม 2563 – กันยายน 2564) หน่วยงานของรัฐได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและก่อหนี้แล้วจำนวนทั้งสิ้น 5,247,846 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 98.34 ของจ านวนโครงการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด โดยมีมูลค่าที่จัดหาได้ 1,333,622.22 ล้านบาท สามารถประหยัดงบประมาณได้ 78,667.29 ล้านบาท หรือประหยัดได้ร้อยละ 5.57  ของวงเงินงบประมาณในการจัดหาสำหรับวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่สามารถประหยัดงบประมาณได้มากที่สุดในปีงบประมาณ พ.ศ.2564  

ได้แก่การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-market) ซึ่งในปีนี้ประหยัดงบประมาณได้ร้อยละ 15.14  ของวงเงินงบประมาณในการจัดหา แต่การจัดซื้อจัดจ้างที่มีมูลค่ามากที่สุด ได้แก่การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ซึ่งมีมูลค่าถึง 919,989.69 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 55.66 ของมูลค่างบประมาณ ในการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด รองลงมาคือวิธีเฉพาะเจาะจง และวิธีคัดเลือกตามลำดับ และเมื่อจำแนกปริมาณ การจัดซื้อจัดจ้างตามวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง พบว่าหน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงมากที่สุด เป็นจำนวน 5,200,064 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 97.45 ของจ านวนโครงการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด  

'พิมรี่พาย'​ คำอธิบายของความเท่าเทียม เริ่มต้นจากศูนย์เหมือนคนไทยหลายคน

นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก “เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค” ระบุว่า... 

"พิมรี่พาย คือคำอธิบายเรื่องความเท่าเทียม"

ความเท่าเทียมไม่ได้หมายถึง ประเทศนี้ไม่มีคนจน มีแต่คนรวย 

ความเท่าเทียมไม่ได้หมายถึง ทุกคนมีปริญญา เป็นผู้จัดการ เป็นเจ้าของกิจการเหมือนกันทั้งประเทศ

ความเท่าเทียมไม่ได้หมายถึง ทุกคนต้องมีรายได้เท่ากัน รวยเท่ากัน เรียนโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยดังเดียวกัน ทำงานบริษัทใหญ่เหมือนกัน

“แต่ความเท่าเทียมหมายถึง ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน”

มีโอกาสเท่าเทียมกัน ในการ...

เลือกที่เรียน เลือกอาชีพ เลือกเส้นทางชีวิต เลือกผู้แทนราษฎร 

แต่...ใครจะได้เข้าเรียนโรงเรียนเด่น​ มหาวิทยาลัยดัง หรือทำงานในบริษัทใหญ่ มีอาชีพที่มั่งคงหรือสูงส่ง มีเส้นทางชีวิตที่เลิศเลอ นั้นขึ้นอยู่กับตัวของตัวเอง

เพราะทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ในโอกาสที่จะได้ทำในสิ่งที่วาดหวังเท่าเทียมกัน ส่วนใครจะคว้าได้มากน้อยนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยอีกหลายอย่าง รวมทั้งขึ้นอยู่กับตัวเอง ขึ้นอยู่กับ...ความสามารถ ความพยายาม ความมุ่งมั่นตั้งใจและเป้าหมายของชีวิต

นอกจากนี้ ความเท่าเทียมกันในทางการเมืองคือ การมีสิทธิ์ในการเลือกตั้งเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะมีความรู้ระดับปริญญาเอกหรือ ม.6

>> พิมรี่พาย คือ​ คำอธิบายเรื่องความเท่าเทียม!! 

พิมรี่พาย ไม่ได้เกิดมาจากครอบครัวมหาเศรษฐี แถมเคยปากกัดตีนทีบมาก่อนเหมือนคนส่วนใหญ่ของประเทศและของโลก

พิมรี่พาย เคยวิ่งหาที่ขายของเหมือนแม่ค้าคนอื่น ๆ เคยขาดทุน เคยถูกโกง เคยหมดตัวเหมือนทุกคน

พิมรี่พาย มีโอกาสรวยหรือจนเหมือนเราทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

แต่ในที่สุด พิมรี่พายก็ประสบความสำเร็จในการขาย จนโด่งดังเป็นมหาเศรษฐีในเวลาเพียงไม่กี่ปี

โดยที่ พิมรี่พาย ไม่ได้มีอะไรที่ไม่เท่าเทียมกับคนอื่นเลย

จับตาครม. เคาะโครงการประกันรายได้พืชเกษตรแสนล้าน

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  มีวาระที่เกี่ยวข้องกับทางด้านเศรษฐกิจเสนอให้กับที่ประชุมพิจารณา โดยเฉพาะโครงการประกันรายได้เกษตรพืชเกษตรตามนโยบายรัฐบาล โดยกระทรวงพาณิชย์ เสนอโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพิ่มเติม หลังจากได้เสนอครม.ขออนุมัติการจ่ายเงินแล้วในงวดแรก รวมทั้งยังเสนอโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/2565 ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางระยะที่ 3 คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 1.4 แสนล้านบาท 

ทั้งนี้ภายหลังจากผ่านการเห็นชอบแล้ว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเร่งจ่ายเงินลงไปยังบัญชีเกษตรกรทันที เพราะที่ผ่านมาการดำเนินโครงการนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ  เห็นชอบให้ขยายเพดานก่อหนี้ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 28 จาก 30% เป็น 35% ชั่วคราว 1 ปี ทำให้รัฐบาลมีวงเงินกู้เพิ่มขึ้น 1.55  แสนล้านบาท เพื่อนำมาใช้กับโครงการได้ต่อเนื่อง


 

'สาธิต' เผย สธ. ชง ครม. แก้มติศบค. กลับไปใช้วิธีตรวจแบบ RT-PCR นทท.เข้าประเทศ ป้องโอไมครอน ชี้ ไฟเขียว ขยายเยียวยา อสม. อีก 6 เดือน 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เนื่องจากปัญหาการระบาดของสายพันธุ์โอไมครอน ในการประชุมครม. วันเดียวกันนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะนำเสนอให้ที่ประชุมครม. ทบทวนมติศบค. เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ให้มีการตรวจหาเชื้อโควิด- 19 จาก RT-PCR เหลือเพียงการตรวจแบบ ATK ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 16 ธันวาคม โดยกระทรวงสาธารณสุขจะขอให้กลับไปใช้วิธีแบบ RT-PCR เหมือนเดิม โดยเป็นการใช้มติครม. แก้ไขมติศบค. เพื่อให้มีคัดกรองอย่างเข้มข้น สำหรับผู้ที่เดินทางมาจาก 63 ประเทศ และจะไม่มีการพิจารณาให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มนอกจาก 63 ประเทศนี้ 

นายสาธิต กล่าวว่า ส่วนการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยในปัจจุบันเรายังไม่พบโอไมครอน ยังคงใช้การตรวจแบบ ATK เช่นเดิม แต่กรณีที่เดินทางมาจากต่างประเทศ จำเป็นต้องตรวจแบบ RT-PCR  ซึ่งหากพบว่าเป็นบวก ก็จะต้องไปตรวจว่าเป็นโอไมครอน หรือไม่ ส่วนนักท่องเที่ยวที่การเข้าประเทศแบบวิธี Test&Go ยังยึดวิธีแบบเดิม ที่จะต้องรอผลตรวจ RT-PCR ให้เป็นลบก่อน 

 

‘ก้าวไกล’ ยินดี ‘คณะก้าวหน้า’ ชนะใจชาวบ้าน หลังคว้าชัยเลือกตั้ง อบต. 38 แห่ง ทั่วประเทศ

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวแสดงความยินดีต่อชัยชนะของคณะก้าวหน้า หลังมีการประกาศผลการเลือกตั้ง อบต.ทั่วประเทศ โดยคณะก้าวหน้าคว้าชัยชนะทั้งหมด 38 แห่งทั่วประเทศ 

ชัยธวัช ระบุว่า นี่คือปรากฏการณ์ความตื่นตัวของการเมืองท้องถิ่น ที่พี่น้องประชาชนต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่นตนเอง ซึ่งการเมืองระดับท้องถิ่นเป็นการเมืองที่ตัวแทนของพี่น้องประชาชนสามารถใช้ความรู้ ความสามารถและงบประมาณในการพัฒนาได้อย่างเต็มที่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top