Friday, 10 July 2026
POLITICS

'อุ๊งอิ๊ง' เยือนร้อยเอ็ด ช่วยผู้สมัครพท. หาเสียงชิงเก้าอี้นายก อบจ. มวลชนแห่รับ ตะโกน “ยินดีต้อนรับท่านนายกฯ”

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 18 ก.ย. ที่ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่เพื่อช่วยหาเสียงโค้งสุดท้ายให้กับ นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ร้อยเอ็ด หมายเลข 2 พรรคพท.

โดยทันทีที่ น.ส.แพทองธารเดินทางมาถึงมีคณะมวลชนที่สวมเสื้อสีแดงยืนรอต้อนรับ พร้อมมอบดอกกุหลาบ พวงมาลัยดาวเรืองให้กับ น.ส.แพทองธาร ขณะเดียวกันประชาชนยังได้ผูกผ้าขาวม้ารอบเอวให้กับ น.ส.แพทองธาร เพื่อเป็นการต้อนรับตามประเพณีของคนอีสาน พร้อมทั้งกล่าวว่า “ยินดีต้อนรับท่านนายกฯ” ทั้งนี้ ระหว่าง น.ส.แพทองธาร เดินรับดอกไม้ที่ประชาชนมามอบให้ ได้กล่าวย้ำกับประชาชนว่า ขอให้เลือกนายเศกสิทธิ์หมายเลข 2 ด้วย ก่อนเดินทางออกจากท่าอากาศยานร้อยเอ็ด 

สุดชื่นมื่น!! 'บิ๊กป้อม' พบปะผู้สมัคร ส.ส. อีสาน ในงาน 'พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน'

ที่จังหวัดหนองบัวลำภู พรรคพลังประชารัฐ จัดงาน 'พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน' ซึ่งงานในครั้งนี้มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อีสานเหนือและแกนนำพรรคพลังประชารัฐเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพียง นำมาโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. สจ.ประภาลักษณ์ สิทธิ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. หนองบัวลำภู เขต 3, ว่าที่ พ.ต.สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม, ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. หนองบัวลำภู เขต 2, นพ.กันณพงศ์ อัครไชยพงศ์, ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น เขต 11, น.ส.กัญจน์พร วงศ์เวไนย, ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส ร้อยเอ็ด เขต 4 และนายสมรักษ์ คำสิงห์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น เขต 10

โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างชื่นมื่น ซึ่งงานในครั้งนี้ได้มีการจัดเวทีเสวนาขึ้น เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้สมัคร ส.ส. กับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อสรุปเป็นแนวนโยบายเสนอต่อพล.อ.ประวิตร นำโดยว่าที่ผู้สมัครในพื้นที่ ดังนี้...

สจ.ประภาลักษณ์ กล่าวว่า "ปัญหาหลักของหนองบัวลำภูคือโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนนสายหลัก และถนนสายรอง ขอยกตัวอย่างถนนสายหลัก ที่เป็นปัญหาหนักตอนนี้ คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 210 สายอุดรธานี-วังสะพุง เป็นทางหลวงแผ่นดินแนวตะวันออก-ตะวันตกที่เชื่อมต่อจังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดเลยเข้าด้วยกัน มีปลายทางทิศตะวันออกบนถนนวงแหวนรอบเมืองอุดรธานี หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 216 ในอำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ปัญหาหลักอีกเรื่องคือเรื่องนํ้า เพราะประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ประกอบอาชีพทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์ จังหวัดหนองบัวลำภูยัง ขาดน้ำเพื่อการเกษตร มีน้ำไม่เพียงพอในการทําการเกษตร เนื่องจากไม่มีที่เก็บน้ำไว้ใช้ ที่สามารถใช้ทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำลำพะเนียงคือ อยากให้มีที่กั้นน้ำไว้เป็นช่วงๆ เพื่อใช้ในการทำการเกษตร และดึงน้ำจากพะเนียงส่งไปเก็บ และกระจายไปยังตำบลต่างๆ ให้ทั่วถึง"

ว่าที่พันตรี สรชาติ กล่าวว่า "ผมกับท่านรัฐมนตรีสันติอยู่ด้วยกันมาหลายสิบปี วันนี้ก็ดีใจได้ไปอยู่ที่กระทรวงการคลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีท่านเป็นประธานคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เลือกตั้งครั้งที่แล้วผมได้มีโอกาสไปช่วยผู้สมัครหาเสียง ที่จังหวัดหนองบัวลำภูรู้เลยว่าพี่น้องอยากได้บัตรประชารัฐกันมาก แต่เราไม่สามารถเอาให้เขาได้ในขนาดนั้น ผมคุยกับท่านรัฐมนตรีสันติยังไงเราก็ต้องมีโอกาสเปิดให้ลงทะเบียนบัตรประชารัฐรอบใหม่ เพื่อให้พี่น้องชาวหนองบัวและทั่วประเทศได้รับบัตรที่อยากได้และต้องการจริงๆ และผมเชื่อแน่ว่า 'บัตรประชารัฐ' นี่ละจะทำให้เราได้ผู้แทนทุกจังหวัด"

นพ.กันณพงศ์ กล่าวว่า "ในฐานะที่ผมเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีความตั้งใจ และมุ่งมั่น จะพัฒนาและสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นให้ประเทศของเรา จึงขออาสา และ ขอโอกาสให้ผม หมอโน่ นพ.กันณพงศ์ อัครไชยพงศ์ ได้ร่วมอุดมการณ์ ไปกับพรรคพลังประชารัฐและผมมั่นใจว่า จะเป็นกำลังที่สำคัญของพรรค ที่จะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไปครับ"

น.ส.กัญจน์พร กล่าวว่า "การเปลี่ยนการเมืองให้เป็นพลัง ด้วยการทำกิจกรรมกับพี่น้องประชาชนในหลายด้านทั้งทางด้านพลังใจ พลังกาย และพลังความรู้ พลังใจ ไม่ว่าจะเป็นโครงการสอนทำปุ๋ยพลังใจ สอนชาวนาทำปุ๋ยน้ำหมักรำข้าวใช้เอง ทดแทนปุ๋ยเคมีในภาวะปุ้ยแพงในวิกฤตพลังงาน โครงการปุ๋ยพลังใจ ลดต้นทุนการผลิต สร้างอาชีพ ลดรายจ่ายภาคเกษตร ลดหนี้ สร้างรายได้ สร้างพลังใจให้ชาวนาชาวสวนชาวไร่ภาคการเกษตร พลังกาย ผ่านสายยางวิเศษ ภูมิปัญญาการยืดเส้นเพื่อดูแลสุขภาพตัวเอง และพลังของความรู้ภูมิปัญญา โดยการเข้าไปทำงานสร้างความรู้ต่อยอดภูมิปัญญาอยู่กับพี่น้องประชาชน"

ทางด้าน นายสมรักษ์ ขึ้นกล่าวว่า "ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ผมตัดสินใจร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เชื่อหรือไม่ครับ วันนั้นโซเชียลถล่มผมเละเลย แต่ด้วยใจที่หนักแน่นของผม ชีวิตผมต่อยมวยมาตั้งแต่เด็ก ใครด่าผมก็ช่างเพราะผมได้เลือกแล้วว่า ชีวิตหลังจากนี้เราอยากจะทำเพื่อบ้านเกิด เพื่อพี่น้องประชาชน"

ปิดท้ายด้วย พล.อ.ประวิตร ได้ขึ้นกล่าวกับบรรดาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อีสานเหนือและแกนนำพรรค ว่า...

"วันนี้ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพบสมาชิกพรรคพลังประชารัฐทุกท่าน เราจะเปลี่ยนพรรคพลังประชารัฐให้เป็นพลังเพื่อชาติ เพื่อที่จะให้ทุกคนได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำงานให้กับประเทศชาติให้เกิดความก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งมีรายได้น้อยเป็นลำดับที่ 76 ปีหน้าเราจะทำให้ขึ้นมาอย่างน้อย 10 อันดับ จะพัฒนาให้เรื่องน้ำ คน ยานพาหนะ รวมไปถึงเส้นทางต่างๆ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับทุกจังหวัดอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดไหนงาน 

ไม่ใช่เกมออฟโทรน!! 'พงศ์พล-พรรคกล้า' แนะสภาคำนึงถึง ปชช. อย่าใช้เล่นเกมเอาคืนกัน

ไม่ใช่เกมออฟโทรน!! 'พงศ์พล' แนะสภาคำนึงถึง ปชช. อย่าใช้เล่นเกมเอาคืนกัน ชี้ 'ถอนร่าง พ.ร.บ.กัญชา' เกิดสุญญากาศต่อ ไม่มีกฎหมายคุมนานขึ้น - 'ยกดอกเบี้ยหนี้ กยศ.' ทำกองทุนพัง ผลกระทบจมเด็กรุ่นหลัง

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ คณะทำงานฝ่ายการเมือง พรรคกล้า กล่าวถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติถอนร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง เชื่อมโยงกรณีเห็นชอบ แก้ไขยกเลิกดอกเบี้ย ร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า  ทั้ง 2 ฝ่ายจะปฏิเสธกันไปมา ว่าไม่ได้มีนัยยะการเมือง แต่สิ่งที่เห็นตามหน้าเสื่อช่างชัดเจน เมื่อภูมิใจไทยโหวตสวนตามฝ่ายค้าน ให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย จากนั้น 'เสรีกัญชา' จากภูมิใจไทย ถูกตัดตอนจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน เป็นการเอาคืนทันทีของประชาธิปัตย์ 

นายพงศ์พล กล่าวว่า หากพักเรื่องการเมืองลงบ้าง มาดูที่เนื้อหาจริงๆ คำนึงถึงประชาชนเป็นที่ตั้ง 'กัญชาเสรี' แบบ100% ไม่ดีแน่นอน โดยเฉพาะในช่วงสุญญากาศ ที่ปล่อยออกมาแบบไม่มีกฏหมายลูกควบคุม แต่การที่ปัดตกถอนร่างกฎหมาย พ.ร.บ.กัญชา กัญชง นั่นเท่ากับว่าเพิ่มระยะเวลาสุญญากาศ ให้กัญชายังเสพได้ - ขายได้

"แทนที่จะโหวตรับบางข้อที่เป็นประโยชน์ ไม่ต้องรับ 46 ข้อทั้งหมดก็ได้ เช่น มาตรา 37 ห้ามขายให้บุคคลที่อายุต่ำกว่า 20 ปี สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร บุคคลอื่นใดตามที่ รมว.สาธารณสุข ประกาศกําหนด, มาตรา 37/7 ห้ามผู้ใดขับขี่ยานพาหนะในขณะมึนเมากัญชา กัญชง สารสกัด หรืออาหารตามกฎหมาย ขณะที่ผมไม่เห็นด้วยกับบางมาตรา ที่เพิ่มเข้ามา เช่น มาตรา 18 และ มาตรา 20 ปลูกกัญชา /กัญชง ในครัวเรือนได้ไม่เกินครัวเรือนละ 15 ต้น ต้องจดแจ้งจากผู้รับจดแจ้ง ใบรับจดแจ้งมีอายุ 1 ปี" นายพงศ์พล กล่าว

ส่วนการยกเลิกไม่คิดดอกเบี้ย กยศ. นายพงศ์พล กล่าวว่า เรื่องนี้มีผลย้อนหลังให้ลูกหนี้กว่า 3.45 ล้านคน คิดเป็นค่าใช้จ่ายรัฐหลายหมื่นล้านบาท เป็นการช่วยเชิงประชานิยมที่ผิดพลาด ดูหวังผลคะแนนนิยม มากกว่ามองทั้งระบบ เพราะที่ควรแก้ด้วยการปรับดอกเบี้ยต่ำ 0.5-1% หรือเพิ่มระยะเวลาชำระหนี้ให้นักเรียนมากกว่า

'เพื่อไทย' ปั่นหนัก ได้กลิ่นยุบสภาปลายธ.ค.-ม.ค. ชี้!! หากดัน 'บิ๊กป้อม' เป็นนายกฯ จะไม่สง่างาม

(17 ก.ย. 65) - นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องพ้นจากการปฎิบัติหน้าที่ ตามกฎหมายแล้วยังสามารถรักษาการต่อได้หรือไม่ว่า หากพล.อ.ประยุทธ์พ้นจากตำแหน่ง คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้ง 35 คนก็จะหลุดจากตำแหน่งด้วย และต้องมีการสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญให้พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาปฎิบัติหน้าที่ต่อ ก็สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีต่อได้เลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่วันที่ 30 ก.ย. ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างไร แต่ก็ดูเหมือนว่าพล.อ.ประยุทธ์จะมั่นใจว่าจะได้กลับมา

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ล่าสุดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีการเตรียมรับมือกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ ต้องผลจากตำแหน่งก็จะมีการดันพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทน นายสมคิด กล่าวว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ พ้นจากตำแหน่ง ก็ต้องมีการสรรหานายกรัฐมนตรีใหม่ในรัฐสภา เขาก็จะเสนอพล.อ.ประวิตร ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก และไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อตามมาตรา 88 เพราะพปชร. เสนอพล.อ.ประยุทธ์เพียงคนเดียว หากจะมีการเสนอนายกรัฐมนตรีคนนอกก็สามารถทำได้ 

ทั้งนี้ หากจะต้องใช้คนนอกก็ต้องใช้เสียง 2 ใน 3 คือ 500 เสียง เพื่อบอกว่าให้ยกเว้นรัฐธรรมนูญมาตรานี้ แต่การทำเช่นนี้ ไม่สง่างาม เนื่องจากยังมีชื่อของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่

'แรมโบ้' ฟาด 'ปิยบุตร' อาศัยอยู่ในไทยแต่เรียกร้องแก้ ม.112 ซัด!! อย่าหน้าไม่อาย อยากทำผิดกม. แต่ไม่อยากถูกลงโทษ

'แรมโบ้' ฟาด 'ปิยบุตร' อย่าหน้าไม่อาย เป็นคนไทย อาศัยอยู่ประเทศไทย แต่ยังมาเรียกร้องให้แก้ม.112 เพราะอยากทำผิดกฎหมายแต่ไม่อยากถูกลงโทษ ย้ำไล่ออกนอกประเทศพร้อมลูกสมุนสามกีบ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2565 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ประธานที่ปรึกษาหมูบ้านเทิดไท้องค์ราชันย์ กล่าวถึงนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ลักษณะเรียกร้องให้นักการเมืองเลิกมาตรา 112 โดยย้ำว่าการมีกฎหมาย ม.112 คนส่วนใหญ่ทั้งประเทศก็ให้การยอมรับ ซึ่งหากไม่อยากให้ถูกลงโทษ ก็ไม่ควรที่จะทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะมาตราใดก็ตาม

นายเสกสกล มองว่าการที่นายปิยบุตรออกมาเคลื่อนไหวเรื่องม.112 มีเจตนาไม่ดีที่จะกระทำการใดเกี่ยวกับสถาบันหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็มีพฤติกรรม วิพากษ์วิจารณ์สถาบันไม่หยุด แต่คงกลัวจะถูกดำเนินคดี จึงมีความพยายามที่จะแก้กฎหมายดังกล่าว 

'นิพนธ์' จับมือ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ปลุกสงขลา 'เทคโนโลยีกับการพัฒนาเมือง เมืองเปลี่ยน ประเทศเปลี่ยน' ยกสงขลาเมืองต้นแบบการศึกษา ทันสมัย ของประชาธิปัตย์ ยันพรรคมุ่งมั่นสร้างคนตลอดมา

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2565 นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมามอบนโยบายแนวทางการบริหารของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายสรรเพชญ บุญญามณี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา สมาชิกพรรคปชป.  และผู้นำชุมชนในเขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลาเข้าร่วมประชุม ณ โรงแรม กรีนเวิลด์ อ.เมือง จ.สงขลากว่า500คน โดย มี ดร.สุวัชชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าทีมการศึกษาทันสมัย พรรคปชป. (ดร.เอ้) มาบรรยายพิเศษในหัวข้อ เทคโนโลยีกับการพัฒนาเมือง "เมืองเปลี่ยน ประเทศเปลี่ยน"

นิพนธ์ กล่าวว่า ผมอยากเรียนว่า ผมได้รับภารกิจของพรรคปชป.เดินหน้าเตรียมพร้อมการเลือกตั้ง จึงขอถือโอกาสนี้เรียนกับพี่น้องว่า พรรคปชป.พร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง วันนี้ปชป.เขต 1 สงขลาได้แสดงความพร้อมที่จะนำพรรคปชป.พร้อมเดินไปข้างหน้า โดยวันนี้เราจะได้ฟัง ดร.เอ้ สุชัชวีย์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าทีมการศึกษาทันสมัย พรรคปชป. จะมาบรรยายพิเศษให้ฟัง  

ผมในฐานะรองหัวหน้าพรรคปชป.อดีต อะไรที่เคยผิดพลาดหรือทำให้ทุกคนไม่พอใจก็ต้องขอโทษมา ณ ที่นี้ เพื่อเดินหน้าในการนำประเทศก้าวไปข้างหน้า วันนี้ก็จะได้ฟัง ดร.เอ้พูดถึงอนาคตของประเทศไทย โดยเฉพาะการนำเทคโนใหม่ๆ มาใข้ในด้านการศึกษาและพัฒนาประเทศ ดังนั้นถ้าเมืองเปลี่ยนประเทศ ก็เปลี่ยนไปด้วย และถ้าทำท้องถิ่นเข้มแข็ง ประเทศก็เข้มแข็งไปด้วย ส่วนในเรื่องของคดีวันนี้ ผมก็มั่นใจว่าผมไม่ผิดเช่นกัน เพราะถือว่ามีการฮั้วประมูลกันจริง และนิติกรรมทุกอย่างจึงถือเป็นโมฆะ ดังนั้นตำแหน่งรัฐมนตรีจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเอามาปกป้องตนเอง ก็ต้องขอขอบคณทุกความห่วงใยและทุกกำลังใจ 

วันนี้ปชป.เรามีผลงานมากมาย เพราะในอดีตปชป.เน้นสร้างคน นั่นคือให้การศึกษากับคน โดยนายชวน ในขณะเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2536 ได้มีนโยบายในเรื่องของนมโรงเรียนทั้งประเทศจนถึงปัจจุบันนี้ ร่วม 30 ปีมาแล้ว ในเรื่องของอาหารกลางวันโรงเรียน หลังนายอภิสิทธิ์เป็นนายก ได้มอบให้ผมทำในเรื่องของอาหารเช้าในโรงเรียนซึ่งสมัยตนเป็นนายกอบจ.ก็ทดลองนโยบายดังกล่าวแก่โรงเรียนตชด.ในจังหวัดสงขลา 10 โรงเรียนโดยใช้งบของ อบจ.สงขลา ทำให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์การเรียนของเด็ก นี่คือสิ่งที่ปชป.สร้างคนกับผลักดันนโยบายกินอาหารเช้าในโรงเรียน ในส่วนของทุน กยศ. นายชวนก็เป็นคนตั้งกองทุนนี้ขึ้นมา จนถึงปัจจุบันร่วม หกแสนล้านบาท 

นโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ นี่คือคอนเซ็ปของพรรคปชป. ในการสร้างคน และต้องสร้างคนรุ่นใหม่ของประเทศไทยให้รู้ทันเทคโนโลยี จึงต้องมีการสอนให้คนรุ่นใหม่รู้จักมากขึ้น เพื่อให้คนของเรารู้ทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ การรักษาฟรีด้วยบัตรประกันสุขภาพ ในอดีตปชป.ก็เข้ามาดูแลในเรื่องของคุณภาพชีวิต ยกฐานะสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน รวมถึงการให้เงินแก่ อสม.เป็นค่าตอบแทนในสมัย ท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี และนโยบายเงินแก่ผู้สูงอายุตั้งแต่สมัยท่านชวนเป็นนายกรัฐมนตรี จนมาถึงท่านอภิสิทธิ์ เหล่านี้เป็นนโยบายของพรรคปชป.ทั้งสิ้น

ประกันรายได้ผู้สูงอายุก็เป็นอีกนโยบายหนึ่งของพรรคปชป. นอกจากประกันรายได้เกษตรกรที่พรรคปชป.ทำมาแล้ว จึงขอให้พี่น้องเชื่อได้ว่านี่คือนโยบายของพรรคปชป. ส่วนนโยบายกัญชา ที่ทางพรรคปชป.ค้าน เพียงเพื่อไม่ให้มีการนำกัญชามาสูบเสรีเท่านั้น แต่ให้ใช้เฉพาะทางการแพทย์อย่างเดียว พี่น้องจึงวางใจได้ว่าสิ่งที่พรรคทำ ทำเพื่อประชาชน ในการสร้างคน และดูแลทุกชีวิตตั้งแต่ครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน นี่คือสิ่งที่มาบอกพี่น้องประชาชน พรรคปชป.จึงเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์ ทันสมัย

ดร.เอ้ กล่าวตอนหนึ่ง ที่นี่ถือเป็นดินแดนที่มีสุภาพบุรุษที่เป็นลูกผู้ชายที่ชื่อนายนิพนธ์บุญญามณี เพราะเป็นผู้ทุ่มเทเสียสละไม่ใช่เฉพาะจังหวัดสงขลา แต่ยังดูแลประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งบุคคลแบบนี้หาได้ยากไม่ว่าที่ไหน ดังนั้นถ้ารักนิพนธ์ ต้องเลือกสรรเพชญ นโยบายพรรคปชป.อุดมการณ์ ทันสมัย พรรคเราเป็นพรรคที่เป็นตัวแทนประชาชนทุกคน เป็นพรรคที่ไม่มีเจ้าของ เป็นพรรคที่มีอุดมการณ์ไม่เคยเสื่อมคลาย ไม่ว่าสิ่งดีวันใด เราคิดถึงพี่น้องประชาชนเสมอ วันนี้พรรคเราจะดูแลพี่น้องประชาชน ดูแลลูกหลานให้มีโอกาสได้เรียนหนังสือ แต่วันนี้โลกมันเปลี่ยนมีการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ ดังนั้นจังหวัดสงขลาวันนี้จึงอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ วันนี้จึงต้องสร้างคนรุ่นใหม่อุดมการณ์เดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เป็นความทันสมัยในการรับใข้พี่น้องประชาชน เป๋นความทันสมัยในบ้านนี้เมืองนี้สู้กับต่างประเทศได้   

'โฆษก สอท.' ชี้ ความเห็นต่างทางการเมือง สร้างประโยชน์ให้ปชช. แนะ ทุกฝ่ายปรับปรุงการทำงาน-สร้างนโยบายให้ดีขึ้น

(17 ก.ย. 2565) นายนริศ เชยกลิ่น รองหัวหน้าพรรค และโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) กล่าวถึงโอกาส และทางรอดของประชาชนบนความขัดแย้งของนักการเมืองในปัจจุบัน ว่า ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาได้เห็นวาทกรรมจากนักการเมืองหลายคน จากหลายพรรคการเมือง โดยบางส่วนอาจมีจุดเริ่มต้นมาจากการปาฐกถา ของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์  ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย ที่งาน “อันดามันรอด ประเทศไทยรุ่ง” ที่จัดขึ้นที่จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา มีการเสนอแนวความคิดและนโยบายที่จะปลุกความหวังให้ภาคใต้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมภาคอื่น หรือจะทำให้อันดามันกลับมารุ่งเรืองกว่าในอดีต จนทำให้เกิดกระแสตอบโต้จากหัวหน้าพรรค และ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์หลายคน    

นายนริศ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งของพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคภูมิใจไทย อันมาจากจุดยืนทางการเมืองของพรรคที่แตกต่างกัน  อย่างกรณีของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง ของพรรคภูมิใจไทยที่ไม่ได้รับการเห็นชอบจากพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องการมุ่งเน้นเฉพาะกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น หรืออย่างกรณี ร่างพ.ร.บ.เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ภูมิใจไทยเสนอให้ไม่คิดดอกเบี้ย ซึ่งล้วนแล้วแต่ดูเหมือนจะสร้างความขัดแย้ง ทำให้มีการสร้างวาทกรรมที่ต่างฝ่ายต่างตอบโต้กันไปมา เราจะเห็นได้ว่าแต่ละพรรคแต่ละคนล้วนใช้เหตุผลเอ่ยอ้างถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักแทบทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความเห็นต่างทางความคิด เป็นความเห็นขัดแย้งกันในทางการเมือง

‘บิ๊กป้อม’ ชักธงรบลุยพื้นที่ภาคอีสาน เตรียมเยือน ‘หนองบัวลำภู’ 17 ก.ย.นี้

‘พลเอกประวิตร’ ชักธงรบ ‘หนองบัวลำภู’  ไปต่อไม่รอแล้วนะ  ชี้ชาวอีสานต้อง ‘อยู่ดีมีแฮง’  ย้ำ 17 กันยานี้พ่อกันเด้อ 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ในฐานะทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากการที่พรรคพลังประชารัฐจัดกิจกรรมลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในหลายจังหวัดที่ผ่านมา มีเสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชนอย่างล้นหลาม ล่าสุดพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีกำหนดการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนที่ จ.หนองบัวลำภู ในวันที่ 17 กันยายน 2565 ภายใต้ชื่องาน ‘พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน’ ที่ร้านดงตาลคาเฟ่ & นัวเว่อร์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า พลังประชารัฐ มุ่งเดินหน้าไปต่อ โชว์ผลงาน โชว์ความพร้อม ที่จะดูแลทุกคนในประเทศไทย โดยภายในงานจะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสาน  ทั้งมีการจัดแสดงผลงานของรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ ‘บัตรแก้จน’ ที่มีประชาชนกว่า 20 ล้าน ได้รับ และสามารถช่วยให้มีกินมีใช้ของจำเป็น ทั้งใช้ง่าย สะดวกรวดเร็วและเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ 

การลงโรดโชว์ครั้งนี้ จะแสดงถึงโครงการรักษาป่าต้นน้ำ ที่เพิ่มผืนป่ามากถึง 10 ล้านไร่ สร้างป่าเพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 สร้างวิถีชุมชนกับป่าอยู่ร่วมกันได้ และโครงการพัฒนาน้ำบาดาล ที่ทำให้ไม่มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง ที่สามารถกักเก็บน้ำ พัฒนาต่อยอดเกษตรกรไทย พลิกชีวิตเกษตรกรไทยให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวหนองบัวลำภูชื่นชอบ ที่สามารถทำมาหากินได้ ส่วนเวทีเสวนาจะจัดแบบใกล้ชิด แบบอบอุ่น เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้สมัคร ส.ส. กับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อสรุปเป็นแนวนโยบายเสนอต่อท่าน พล.อ.ประวิตร เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนต่อไป 

“บรรยากาศในงานจะเป็นไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเองอย่างที่เคยจัดกิจกรรมในหลายพื้นที่ ให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ถึงผลงานของรัฐบาล ที่รัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐได้ผลักดัน จนเกิดเป็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนการพูดจริง ทำจริง และเกิดผลสำเร็จจริงแบบยั่งยืนให้พี่น้องประชาชนชาวอีสานอยู่ดี กินดี หรือ ภาษาอีสาน บอกว่า อยู่ดี มีแฮง จึงเชื่อมั่นว่าจะมัดใจพี่น้องประชาชนและให้สนับสนุนในการเลือกตั้งครั้งหน้า” น.ส.ทิพานัน กล่าว

‘นันทิวัฒน์’ เชื่อ!! สนุกแน่ หาก ‘ลุงตู่’ หลวมตัวยุบสภา

(16 ก.ย. 65) นายนันทิวัฒน์ สามารถ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า…

ยุบเลย ๆ 

ตกใจเสียงเรียกร้องจากนักการเมืองให้ยุบสภา 

จะให้ยุบสภาจริง ๆ หรือเปล่า หรือพูดเอาเท่ จะให้ยุบสภาจากสาเหตุน้ำท่วมอย่างนั้นหรือ น้ำท่วมปีนี้ มันไม่ได้รุนแรงอะไร มันเทียบไม่ได้กับเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 ที่บอกว่า เอาอยู่ ๆ น้ำท่วมคราวนั้น ความเสียหายระดับแสนล้าน น้ำท่วมโรงงานที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเสียหาย คนรับผืดชอบต้องร้องไห้น้ำตาตก

ดอนแปลว่าที่สูง ทุ่งแปลว่าที่น้ำท่วมถึง ภาษาไทยบอกสภาพทางกายภาพของแผ่นดินชัดเจน แต่ปี 2554 น้ำท่วมมิดสนามบินดอนเมือง ขนาดที่ดอนยังท่วมเลย น้ำฝนมันเยอะมากหรือปัญหาการบริหารจัดการ แต่ที่อยากชวนคิดคือ การยุบสภา ใครมีอำนาจยุบสภา นายกรักษาการมีอำนาจยุบสภามั้ย หรือต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินชะตาประเทศก่อน 

'ภณณัฏฐ์' อัดรัฐบาลทอดทิ้งประชาชนป้องกันน้ำท่วมเองไร้เหลียวแล ชาวนนท์ไม่ทน เร่งสร้างแนวป้องน้ำกันเอง หวังลดความเสียหายดีกว่ารอเงินชดเชยจากรัฐ

นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน พบว่าประชาชนกังวลกับสถานการณ์น้ำท่วมเป็นอย่างมาก ทั้งนี้พบว่าปีนี้ น้ำมาเร็วและมาแรงอย่างมาก รวมทั้งปริมาณน้ำมากกว่าปี 2564 หวั่นพนังกั้นน้ำที่องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นทำไว้จะกันน้ำไม่อยู่

ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร องค์กรส่วนท้องถิ่น รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการหารือ เพื่อวางมาตรการป้องกันน้ำท่วมอย่างเต็มที่ทั้งการพร่องน้ำ ขุดลอกคูคลอง และสร้างพนังกั้นน้ำตามริมน้ำ โดยทำกันเองไม่รอการช่วยเหลือจากรัฐ การดำเนินการทั้งหมดแม้อาจจะไม่สามารถป้องกันน้ำล้นตลิ่งน้ำท่วมได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสียหายที่จะกระทบกับพี่น้องประชาชนได้ในระดับหนึ่ง

‘ศุภชัย’ เสียดายร่างพ.ร.บ.กัญชาฯโดนตีตก ข้องใจบางพรรคจับมือคว่ำ ทั้งที่มีตัวแทนร่วมร่าง

‘ศุภชัย’ เสียดายร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชงโดนตีตก ชี้ฝ่ายการเมืองจับมือคว่ำ ทั้งที่มีตัวแทนร่วมร่าง เห็นทุกขั้นตอน มีช่องหารือ แต่กลับเลือกใช้สภาฯล่มกฎหมาย ทำร้ายน้ำใจคนทำงาน 

เมื่อวันที่ (16 ก.ย. 65) นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. ...  กล่าวกรณีที่ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. ... ว่า การถอนร่างที่เกิดขึ้นปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากแรงกดดันทางการเมือง โดยอ้างความเป็นห่วงต่อสังคมที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายกัญทางการแพทย์ ปัญหาคือถ้าเป็นห่วงควรจะให้ร่างกฎหมายผ่าน เพราะกฎหมายฉบันนี้ควบคุมการใช้ ให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง กมธ. ในฐานะผู้ร่างฯ นำทุกความเห็น ทุกข้อเสนอแนะ ทุกความห่วงใย มาทำเป็นกฎหมาย เพื่อให้การใช้เกิดประโยชน์สูงสุด และเกิดโทษน้อยที่สุด แต่บางพรรคการเมืองกลับตีตก กดดันให้มีการนำกลับไปพิจารณาใหม่ ย้อนแย้งกับที่บอกว่าเป็นห่วงเยาวชน เป็นห่วงสังคม เพราะถ้าเป็นห่วงกันจริง ๆ มีกฎหมายดูแลการใช้ที่ดีมากขนาดนี้ มาอยู่ตรงหน้า ท่านต้องเร่งให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาค้านกันแบบนี้ 

“แล้วกฎหมายฉบับนี้ เราตั้งใจร่างกันอย่างมาก มีคนไปปั่นข่าวว่า ไม่มีพ.ร.บ. ออกมาคือเรื่องดี เพราะนี่คือพ.ร.บ.ปลดล็อก ออกมาแล้ว จะใช้สายนันทนาการได้ ขอบอกว่า มั่วกันไปใหญ่แล้ว นี่คือกฎหมายที่เข้ามาดูแลการใช้ ให้มันถูกต้องเหมาะสม กฎหมายคุมเข้มกว่าเดิม เข้าใจง่ายกว่าเดิม ยกตัวอย่าง วันนี้บนถนนข้าวสาร มีร้านขายช่อดดอก ด้านหลังมีห้องสูบ แต่ในกฎหมายตาม พ.ร.บ. นี่ห้ามเลย คุณต้องขออนุญาต แล้วมันจะไม่มีห้องสูบเลย เพราะเขาไม่อนุญาต แล้วในกฎหมายมันคุมเข้มมาก ตามกฎหมายที่ถูกคว่ำ จะมาขายใกล้วัด ใกล้โรงเรียนไม่ได้เลย” นายศุภชัย

นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า ประหลาดใจคือในกมธ.ที่ร่างกฎหมายก็มีส.ส.ของพรรคนั้น ๆ เข้าไปร่วมร่างอย่างครบถ้วน สะท้อนว่าคณะผู้ร่างให้เกียรติทุกพรรคอย่างยิ่ง แล้วท่านที่เป็นตัวแทนของพรรคการเมืองต้องเห็นทุกขั้นตอนอยู่แล้ว ว่ากมธ.จะเขียนกฎหมายอย่างไร มีเจตนาอย่างไร เท่ากับสามารถนำสิ่งที่ที่ท่านทราบในที่ประชุม ไปหารือกันในพรรคได้ แล้วถ้ามีข้อข้องใจก็นำกลับมาแก้ไขกันใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องรอคว่ำร่างเลย ทำแบบนี้มันคิดได้แต่เป็นเรื่องการเมือง ล้มกฎหมายโชว์กันซึ่ง ๆ หน้า ไม่ฟังเหตุผล ไม่สนใจคนทำงาน และเชื่อว่าผู้ร่างกฎหมาย ที่เป็นตัวแทนจากพรรคการเมือง ได้คุยกันในพรรคแน่นอน เพราะท่านก็เหนื่อย ก็ตั้งใจ แต่เมื่อทางพรรคมีธงไว้อยู่แล้ว ความพยายามของท่านจึงไม่มีเหตุผลอันใด ส่วนตัวไม่ได้ตำหนิ ตัวแทนของพรรคที่มาเหน็ดเหนื่อยกับกมธ. เพราะเชื่อว่า ท่านเองไม่ต้องการเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เนื่องจากตลอดระยะเวลาการทำหน้าที่ ทุกท่านแสดงออกถึงความทุ่มเทในการทำงาน แต่ปัญหาคือ เมื่อพรรคท่านมีเป้าหมายไว้แล้วว่าจะคว่ำกฎหมายฉบับนี้ และคงไม่ฟังความเห็นของตัวแทนที่เข้าไปร่วมร่าง พ.ร.บ.กัญชา 

“มันตลกมาก เมื่อนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคภูมิใจไทย บอกว่าการที่กมธ.ปรับจากกฎหมายเดิมเยอะขึ้น แล้วท่านเกรงว่าไม่มีความรอบคอบ ทั้งที่การปรับเยอะขึ้น คือการที่เราเห็นจุดบกพร่อง แล้วเรานำมาแก้ไข มีเจตนา เพื่อให้การใช้กัญชาเป็นไปอย่างเข้มงวด ที่เราทำให้กฎหมายมันเข้มข้น ก็เพราะตอนนั้น มีความห่วงกังวลกันมา เราก็แก้ไขตาม ไม่ได้แปลว่า จะไม่รอบคอบ และถ้าท่านกลัว ท่านก็ให้พิจารณาต่อ แล้วมาแก้กันทีละข้อสิ แต่ท่านก็ไม่ทำ ขอถามกลับ สมมติ ถ้าเราปรับแก้น้อย ท่านจะบอกว่าเราทำดีกระนั้นหรือ กลับกันผมสงสัยว่า ถึงจะปรับน้อย ท่านจะบอกว่าเราไม่รอบคอบอยู่ดี เพราะท่านมีธงในใจแล้ว” นายศุภชัย กล่าว 

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การถอนร่างออกไป ไม่ได้แปลว่านโยบายของพรรคภูมิใจไทยล้มเหลว เพราะกัญชาได้ออกจากความเป็นยาเสพติดแล้ว เป็นไปตามการทำงานในสภาที่มีการแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติด เมื่อช่วงเดือนมิ.ย. 2564 ซึ่งตอนนั้น เดินหน้าได้อย่างราบรื่น ส.ส., ส.ว. เห็นด้วย ต่อมาจึงเป็นขั้นตอนของ คณะกรรมการป.ป.ส. ซึ่งก็เห็นชอบปลดกัญชาออกจากยาเสพติด แล้วให้รัฐมนตรีสาธารณสุขรับรองลงนาม ทำให้กัญชา ไม่เป็นยาเสพติด ยกเว้นสารสกัดที่มีค่า THC สูงกว่า 0.2% กฎหมายบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ (9 มิ.ย. 2565) หลังจากนั้น มีประกาศมากมายออกมาควบคุมการใช้ เท่ากับว่า นโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ทำสำเร็จแล้ว แต่ที่เราเสียดายคือพ.ร.บ.ที่พรรคการเมืองเพิ่งตีตกไป มันจะทำให้การใช้กัญชานั้น มีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก เพราะเราเอาทุกกฎหมายที่เกี่ยวข้องมารวมกันเลย คนที่ใช้ทางการแพทย์ จะมีหลักยึด ผู้ที่ใช้ในฐานะพืชเศรษฐกิจก็เช่นกัน ส่วนคนที่ใช้ ในทางนันทนาการ จะมีกฎหมายควบคุมเข้มงวดขึ้น แต่ถามว่า เราท้อแท้ไหม จะปล่อยให้กฎหมายถูกตีตกไปดื้อๆไหม ขอตอบว่า ไม่ ทางพรรคภูมิใจไทย จะกลับมาทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ เช่นกันกมธ. เท่าที่คุยกันมา ไม่มีใครท้อ ตัวแทนจากพรรคที่โหวตต้านกฎหมายก็ไม่ท้อ และรู้สึกเสียดายเช่นเดียวกับกระผม เราจะทำทุกทางเพื่อให้ พ.ร.บ. กัญชาผ่านมติในสภา และเป็นกฎหมายสำคัญ ที่จะทำให้กัญชา กลายเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

'สมคิด' เจอมวยเด็กค่ายพระแม่ธรณีสวนปลายคางน็อกคา 'โพเดียม' เมื่อ 'ประกันรายได้' ไม่เคยสร้างปัญหาเท่านโยบายเฮียก(ล)วง

#นายหัวไทร

คงจะเป็นประเด็นร้อนไปอีกสักพัก สำหรับวาทกรรมทางการเมืองของ 'สมคิด จาตุศรีพิทักษ์' ประธานยุทธศาสตร์พรรคสร้างอนาคตไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคสร้างอนาคตไทย กับการพูดบนเวทีสัมมนา 'อันดามันรอด ประเทศไทยรุ่ง' ที่ จ.ภูเก็ต โจมตีการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยระบุว่า "ภาคใต้มี ส.ส.มาตลอด ส.ส.ทำอะไร ผมนั่งอยู่ใน ครม.ไม่ได้ยินสักแอะเลย หรือเป็นเสาไฟฟ้า มีแต่ประกันรายได้ ประกันทั้งปีเลย ของหมูๆ อย่างนั้นใคร ๆ ก็ทำได้ ว่าจะไม่ว่าแล้วเชียว"

แน่นอนว่าในทางการเมืองก็ต้องชกเสยคางแชมป์อย่างประชาธิปัตย์ ภูเก็ตเป็นถิ่นเดิมของประชาธิปัตย์ แต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ถูกพรรคพลังประชารัฐยึดไปทั้งสองเขตเลือกตั้ง ภูเก็ตจึงกลายเป็นสนามเลือกตั้งที่หลายพรรคหวังเข้าไปแย่งชิง ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และได้ข่าวว่าพรรคชาติพัฒนาของ 'สุวัจน์ ลิปตพัลลพ ก็ซุ่มเงียบเก็บตัวฟิตซ้อมอยู่เหมือนกัน เตรียมประกาศท้าชกในไม่นานนี้ หลังจากเสี่ยสุวัจน์ไปซุ่มลงทุนทำธุรกิจอยู่ในภูเก็ตเหมือนกัน

คำพูดของ 'สมคิด' มันทิ่มแทงยอดอกของประชาธิปัตย์ตรง ๆ เสือปืนไวอย่าง 'แจ็ค-วัชระ เพชรทอง' อดีต สส.ประชาธิปัตย์ ออกโรงตอบโต้สมคิดแต่เช้า "สมคิดไปนอนห้าวอยู่ที่ไหน จึงไม่ได้ยิน สส.ใต้พูด และเป็นการปรามาท สส.ใต้ว่าเป็นวัตถุเสาไฟฟ้า ไม่มีชีวิตจิตใจ วัชระออกโรงไล่สมคิดให้กลับไปเลี้ยงลูกคนเล็กดีกว่า"

สัมทับด้วย 'แทน' ชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายสมคิด คงไม่ทราบว่า นโยบายประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ผลตรงตามที่ทางพรรคฯ ตั้งเป้าไว้ว่า จะต้องให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยมีขั้นตอนน้อยที่สุด และรบกวนงบประมาณน้อยที่สุด ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า นโยบายนี้เป็นนโยบายที่ไม่มีปัญหาให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ในภายหลัง ไม่เหมือนกับนโยบายที่นายสมคิด คิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยอยู่พรรคไทยรักไทย จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ต่างมีปัญหาวิพากษ์วิจารณ์ตามมาเป็นอย่างมาก เช่น พักหนี้เกษตรกรรายย่อย 3 ปี วงเงินไม่เกิน 1 แสนบาทนั้น ปรากฏว่า เป็นเพียงการไม่จ่ายหนี้ แต่ดอกเบี้ยกลับสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ และเกษตรกรผู้เข้าโครงการต้องกลายเป็นเหยื่อของหนี้นอกระบบ นโยบายกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท กว่าจะเข้ารูปเข้ารอยได้ ก็ถูกวิจารณ์ถึงการกู้ยืมเงินเพื่อไปซื้อของใช้ฟุ่มเฟือยมาบำเรอความสุขของตัวเอง โดยเงินจำนวนดังกล่าวหมุนกลับไปยังกลุ่มทุนที่สนับสนุนรัฐบาลในเวลานั้น รวมถึง นโยบายที่มีการดำเนินการในปัจจุบัน เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่จะต้องมีการปรับหลักเกณฑ์ผู้ที่ได้รับสิทธิใหม่ เพราะมีหลายรายที่ควรจะได้สิทธิ์ แต่ก็ไม่ได้สิทธิ์ หลายรายที่จนไม่จริง แต่กลับได้ใช้สิทธิจริง

‘บิ๊กป้อม’ ประชุม คกก. ‘บริหารทรัพยากรน้ำ’ หาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพ รองรับปัญหาน้ำทุกมิติ

พล.อ.ประวิตร ประชุม คกก. ‘บริหารทรัพยากรน้ำ’ ผ่านงานวิจัย สอวช. ร่วมกับ TDRI เน้นเพิ่มประสิทธิภาพ ปิดช่องว่าง/ลดซ้ำซ้อน รองรับปัญหาน้ำทุกมิติ รวดเร็ว เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน

(16 ก.ย. 65) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รอง นรม. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการกำหนดนโยบายขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ของประเทศ ครั้งที่ 3/2565 ณ ห้องประชุม มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5จังหวัด ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณา เห็นชอบผลการศึกษา โครงการวิจัยการศึกษานวัตกรรม เชิงระบบ โครงสร้างและกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ของประเทศ ทั้งนี้ สำนักงาน สภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้จัดทำ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) โดยดำเนินการศึกษาตามกรอบ เพื่อรองรับระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมีข้อสรุปซึ่งเป็นแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งของ สทนช.ได้แก่ 

1.) เสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับลุ่มน้ำ โดยการจัดตั้งสำนักบริหารจัดการลุ่มน้ำ 1-22 
และ 2.) เพิ่มการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการลุ่มน้ำ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรผู้ใช้น้ำ โดยการจัดตั้งกองส่งเสริมองค์ความรู้และความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร (กอส.) 

'เท่าพิภพ' เฮ!! ฉลุยร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าวาระแรก หวังวาระต่อไปทุกคนช่วยโหวตผ่าน

เท่าพิภพ ขอบคุณทุกฝ่าย ปิดฉากสมัยประชุม พร้อมกับร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ฉบับเสร็จสมบูรณ์ หวังวาระต่อไปทุกคนโหวตผ่านฉลุย

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส. พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสรรพสามิต หรือ พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า พร้อมด้วย คริส โปตระนันทน์ โฆษกกรรมาธิการ ได้เเถลงข่าวเนื่องในโอกาสที่ร่างพ.ร.บ. ได้พิจารณาเสร็จสิ้นว่า "ผมยอมรับว่ามันเป็นสามเดือนที่เหนื่อยมาก เเละเป็นวันที่เหลือเชื่ออย่างยิ่งที่ร่างพรบ.ผ่านมาได้ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ก้าวใกล้ความฝันได้อีกก้าวหนึ่ง และผลงานของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ เป็นผลงานของทุกพรรคการเมืองเเละสภาเเห่งนี้ที่ช่วยผลักดันในชั้นกรรมาธิการให้ร่างกฎหมายออกมามีความสมบูรณ์แบบมากขึ้นเเละคิดว่ารอบโจทย์ข้อกังวลในหลายๆเรื่องของสมาชิกสภาที่ได้อภิปรายไว้ในวาระที่ 1" เท่าพิภพกล่าว

"ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ช่วยส่งเสียงรณรงค์เเละสนับสนุน ประธานกรรมาธิการ กรรมาธิการทุกท่าน ที่เเม้จะมีข้อถกเถียงกันในหลายประเด็นเเต่สุดท้ายก็พิสูจน์ให้เห็นกระบวนการกรรมาธิการของสภาคือที่ที่เปิดกว้างให้ได้ถกเถียงเเต่สุดท้ายก็หาจุดร่วมกันได้" 

ก่อนเท่าพิภพจะกล่าวต่อไปว่าในอนาคตตนมั่นใจและไม่ห่วง และมั่นใจมากกว่าวาระแรก "โดยพรบ.จะเข้าพิจารณาในวาระที่ 2 และวาระ 3ในอนาคต ผมเองไม่ได้ห่วง เเต่กลับมั่นใจมากขึ้นกว่าตอนวาระที่ 1 เพราะเชื่อว่ากรรมาธิการจากทุกพรรคจะไปอธิบายถึงเนื้อที่ได้พิจารณามาอย่างรอบคอบเเละเป็นประโยชน์ที่สุดกับประชาชนคนตัวเล็ก ที่พวกเขาจะได้รับโอกาสทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากการปลดล็อคสุราก้าวหน้าครั้งนี้ แต่ก็ยังต้องจับดูหากผ่านสภาผู้แทนฯ ไปเเล้ว ขั้นตอนต่อไป วุฒิสภาจะต้องลงมติเห็นชอบต่อไป ซึ่งผมขอวิงวอนให้ประชาชนจับตาว่าฝั่งจะมีสมาชิกวุฒิสภาหรือผู้ใดจะล้มร่างกฎหมายของประชาชนหรือไม่" เท่าพิภพกล่าวถึงความสำคัญของก้าวต่อไปของกฎหมายฉบับดังกล่าว

‘บิ๊กตู่’ เยือนระยอง ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ (16 ก.ย. 65) พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน.และนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในนามรัฐบาลได้เดินทางลงพื้นที่ จ.ระยอง ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ พร้อมทั้งเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนและตรวจเยี่ยมการสนับสนุนของกองทัพ เข้าช่วยเหลือวิกฤติน้ำท่วมจากฝนตกหนักต่อเนื่องและน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลการระบายน้ำลงลุ่มน้ำประแสร์ช้าลง เกิดน้ำท่วมขังสูงใน 6 อำเภอ มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 25,000 ครัวเรือน

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางไปรับฟังการบริหารจัดการน้ำและการช่วยเหลือประชาชน ณ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เทศบาลตำบลทับมา พร้อมย้ำ ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายรวมทั้งครอบครัวและจิตอาสา ในการปฏิบัติงานร่วมกัน โดยขอให้หน่วยทหารในพื้นที่ ยังคงสนับสนุน จ.ระยอง เสริมกำลังและเครื่องมือช่างเข้าช่วยหากจำเป็น โดยเน้นเตรียมแผนเผชิญเหตุสนับสนุนรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นร่วมกัน โดยพิจารณาความอ่อนตัว ทั้งการกั้นน้ำ เปิดทางน้ำและระบายน้ำ เพื่อป้องกันพื้นที่ชุมชนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ที่สำคัญที่คือ ต้องช่วยป้องพื้นที่เขตเมืองและชุมชน ช่วยอำนวยความสะดวกการสัญจรประชาชน ดูแลการติดต่อสื่อสารอย่าให้ตัดขาด และให้ระวังโรคระบาด โดยเฉพาะฉี่หนูหากน้ำขังท่วมนาน ย้ำดูแลความปลอดภัยตัวเองและให้สนับสนุนนโยบายรัฐบาลแก้ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะปกติ

จากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบภัยในพื้นที่หมู่บ้านแดนใหม่ตำบล / มาแล้วเดินทางเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงให้กำลังใจและมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ในพื้นที่และเดินทางต่อไปยังศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยโรงเรียนเทศบาล ทับมา และเยี่ยมให้กำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมพบปะประชาชนมอบสิ่งของให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่

พล.อ.คงชีพ กล่าวว่า การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่  กองทัพเรือ และ กองทัพบก โดย ทัพเรือภาคที่ 1 และ พล.ร.2 รอ. ได้จัดกำลังพลกว่า 1,200 นาย รถบรรทุกขนาดต่างๆกว่า 30 คัน เรือผลักดันน้ำ 20 ลำ เรือท้องแบน 22 ลำ รวมทั้งรถครัวสนาม รถพยาบาล ชุดค้นหาและกู้ภัย ลงทำงานสนับสนุนหน่วยงานในพื้นที่ ให้การช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่องที่ผ่านมา ทั้งการแจ้งเตือนและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ การขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง การแจกจ่ายถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค ยาและเวชภัณฑ์ การจัดทำแนวกั้นน้ำ รวมทั้งการเปิดทางน้ำและการระบายน้ำจากพื้นที่ท่วมขังลงลำน้ำสายหลัก เพื่อลดความเดือดร้อนและผลกระทบกับประชาชน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top