Friday, 5 June 2026
POLITICS NEWS

ทบ. แจ้งยังคงตรวจเลือกทหารตามปกติ ส่วนหน่วยตรวจเลือกที่พบผู้ติดเชื้อทั้งสองแห่ง ได้เปลี่ยนคณะกรรมการชุดใหม่ และแจ้งผู้เกี่ยวข้องป้องกันตนเองแล้ว

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 ที่กองบัญชาการกองทับกบ (บก.ทบ.) พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์บริหาร สถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่มีผู้เข้ารับการตรวจเลือกทหารกองประจำการ คือ นายธิติ มหาโยธารักษ์ หรือแบงค์ ฮอร์โมน ซึ่งเข้ารับการตรวจเลือกในวันที่ 5 เมษายน 64 ที่หน่วยตรวจเลือกทหารฯ มณฑลทหารบกที่ 23 จ.ขอนแก่น และผู้เข้ารับการตรวจเลือกที่หน่วยตรวจเลือกทหาร มณฑลทหารบกที่ 14 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งทั้งสองท่านภายหลังถูกตรวจพบว่าเป็นผู้ติดเชื้อโควิด และปัจจุบันได้เข้าสู่กระบวนรักษาและสอบสวนโรคแล้วนั้น

คณะกรรมการตรวจเลือกทหารทั้งสองพื้นที่ได้รับทราบ และได้รีบดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรค การทำความสะอาดสถานที่ตรวจเลือก และกองทัพภาคที่ 1 และ 2 ได้ทำการเปลี่ยนคณะกรรมการตรวจเลือกชุดใหม่ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่แทนชุดเดิม ที่อาจมีการสัมผัสเชื้อ โดยได้ส่งคณะกรรมการชุดเดิมไปทำการตรวจคัดกรองเชื้อและกักตัวเพื่อสังเกตอาการ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งทางคณะกรรมการตรวจเลือก ได้ประสานแจ้งฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชน ให้ทราบว่ามีผู้ติดเชื้อมาเข้ารับการตรวจเลือก ขณะนี้หน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยทหาร และเจ้าหน้าที่สัสดีได้ร่วมกันสอบสวนและตรวจสอบค้นหาบุคคลที่อาจสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อในช่วงเวลาที่เข้ารับการตรวจเลือก เพื่อแจ้งให้ส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะประชาชนที่เข้ารับการตรวจเลือกในวันดังกล่าวได้รับทราบ สำหรับในส่วนของสำนักงานสาธารณสุขศรีราชาได้แจ้งให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณสถานที่ตรวจเลือก อ.ศรีราชา ไปเข้ารับการตรวจคัดกรองเชื้อที่โรงพยาบาลแหลมฉบังเรียบร้อยแล้ว 

พล.ท.สันติพงษ์ กล่าวว่า ต่อกรณีที่มีความเข้าใจผิดว่า จะมีการยกเลิกการตรวจเลือกทหารที่ จ.ขอนแก่น นั้น ขอเรียนยืนยันว่าการตรวจเลือกทหารกองประจำการในภาพรวมของกองทัพบก ยังคงดำเนินการต่อไปตามกำหนดการในทุกพื้นที่ทุกจังหวัด ในระหว่าง 1 - 20 เมษายน 64 ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด เข้มงวดในกระบวนการตรวจเลือกทหารตามแนวทางที่กองทัพบกได้กำหนดไว้ คือ การจำกัดจำนวนผู้เข้ารับการตรวจเลือกไม่เกิน 500 คน/วัน/สถานที่ ลดความแออัด รักษาระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือเจลแอลกอฮอล์ วัดอุณหภูมิ แสกนไทยชนะ และทำความสะอาดสถานที่ทุกวันหลังจบการตรวจเลือก จึงขอแจ้งยืนยันให้ผู้ที่จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ได้เข้ารับการตรวจเลือกตามหมายเรียก ส่วนผู้ที่มีเหตุจำเป็นสุดวิสัยหรือผู้ที่คิดว่าตนเองมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ ขอให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจคัดกรอง หรือแจ้งให้คณะกรรมการตรวจเลือกทราบในวันตรวจเลือกโดยทันที เพื่อร่วมกันแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อส่วนรวม และเป็นการรักษาสิทธิ์ของตนเอง 

โฆษก ภท.แจงผลตรวจโควิด ส.ส. - จนท. ทั้งหมด ที่ร่วมงานครบรอบ 13 ปี ก่อตั้งพรรคเป็นลบ ไม่พบเชื้อโควิด-19 นัดตรวจซ้ำ 7 - 10 วันข้างหน้า ปัดตอบ ส.ส. ฉะเชิงเทรา อาจติดเชื้อหลังไข้สูง

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของ ส.ส.พรรค และเจ้าหน้าที่พรรค ที่ไปร่วมงานวันเกิดครบรอบ 13 ปี พรรคภูมิใจไทย ที่มีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรค ร่วมงานด้วย ก่อนตรวจพบติดโควิด-19 ล่าสุด ส.ส. และเจ้าหน้าที่ของพรรค ที่เข้าตรวจในสถาบันบำราศนราดูรวานนี้ (7 เม.ย.) ทั้งหมด ไม่พบเชื้อ และจะนัดหมายเพื่อไปตรวจอีกครั้งใน 7-10 วันข้างหน้า ซึ่งระหว่างนี้ทุกท่านก็กักตัวอยู่บ้าน เพื่อรับผิดชอบต่อสังคม ส่วนกรณีข่าวลือว่า นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย อาจติดโควิด-19 เพราะไข้ขึ้นสูง นั้น ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้เจอกับเจ้าตัวที่ สถาบันบำราศนราดูร

‘บิ๊กป้อม’ ป้อง ‘ศักดิ์สยาม’ เชื่อติดโควิด จากลูกน้อง ย้อนถามโซเชียลฯออกมาแฉ เชื่อถือได้หรือไม่ มั่นใจเจ้าตัวไม่โกหกปกปิด ‘ไทม์ไลน์’ เผยกระทรวงกลาโหม พร้อมตั้งโรงพยาบาลสนาม ในกรุงเทพฯ

เมื่อเวลา 09.45น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่รัฐมนตรีติดเชื้อโควิด-19 แล้วไม่เปิดไทม์ไลน์ทั้งหมด จะกระทบรัฐบาลหรือไม่ว่า ไม่มีผลกระทบ เพราะนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ก็บอกมาว่าติดจากลูกน้อง เขาติดจากหน้าห้องจะต้องถามไทม์ไลน์อะไร เพราะท่านก็ไม่ได้ไปไหนแค่ไปประชุมเท่านั้น การติดก็ติดมาจากหน้าห้อง ซึ่งเป็นคนใกล้ชิด

เมื่อถามว่าสังคมต้องการให้เปิดเผยไทม์ไลน์และการใช้แอปฯ ‘ไทยชนะ’ นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไทม์ไลน์เขาก็เปิดแล้วว่าไปประชุมที่ไหน ตนอ่านดูแล้วเขาก็มีความจริงใจอยู่แล้วที่จะเปิดเผย ขอย้ำว่าเขาไม่ได้ติดจากใคร แต่มาจากหน้าห้อง

เมื่อถามว่าโซเชียลฯระบุว่าอาจติดมาจากการไปเที่ยวสถานบันเทิง ย่านทองหล่อ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า โซเชียลจะเชื่อได้หรือไม่ แล้วใครเป็นคนเขียน เมื่อถามกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ระบุว่าคริสตัลคลับเป็นสถานที่คุยงานของรัฐมนตรีเปรียบเหมือนไทยคู่ฟ้า 2 พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ผมไม่รู้ ผมก็เชื่อจากที่รัฐมนตรีท่านพูดอย่างงั้น

เมื่อถามถึงความพร้อมในการตั้งโรงพยาบาลสนามในกทม. พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า นายกฯสั่งการแล้ว ส่วนเรื่องพื้นที่ทางกระทรวงกลาโหมจะไปดูเพราะเป็นผู้รับดำเนินการในเรื่องนี้ ไม่ต้องห่วงเขาเตรียมการไว้แล้ว

ส่วนกรณีการแจกขันน้ำของพรรคพลังประชารัฐนั้น พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่า ไม่มีอะไร และเรื่องนี้พรรคเป็นคนดำเนินการ

เมื่อถามว่าการจัดแจกขันน้ำพลาสติกดังกล่าวจะนำไปรวมเป็นค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งต่อไปใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ใช่ เมื่อถามว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกมาระบุว่าเหมือนการแจกขันให้ประชาชนไปอยู่ตามสะพานลอย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แล้วเราจะให้อย่างงั้นหรือเปล่า และในอดีตเคยมีใครทำ เพราะฉะนั้นก็เป็นอย่างนั้นไปแล้วกัน

พล.อ.ประวิตร ห่วงใยชุมชนคนริมคลอง ประชุมคกก. ขับเคลื่อนโครงการเร่งด่วน คลองลาดพร้าว-คลองเปรมฯ-คลองแสนแสบ มุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัย ภูมิทัศน์ การสัญจร การระบายน้ำและคุณภาพน้ำ เน้นสร้างความเข้าใจ รัฐบาลจริงใจแก้ปัญหา มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต

เมื่อ 8 เม.ย.64  พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรอง นรม. เปิดเผยว่า วันนี้เวลา 10.00น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง.นรม. ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ ครั้งที่ 1/2564 โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มท. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม  301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

ที่ประชุมได้รับทราบ ความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนและพัฒนา ที่อยู่อาศัยริมคลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร ซึ่งมีหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ได้แก่ กทม.,สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน พม.,กรมธนารักษ์ และทภ.1 ได้ดำเนินโครงการ มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเจรจา/สร้างความเข้าใจ ,การส่งมอบพื้นที่ ,การตอกเสาเข็มเขื่อน ,การรื้อถอน/การขนย้าย และการก่อสร้างบ้าน เป็นต้น โครงการก่อสร้าง เขื่อนริมคลองลาดพร้าว มีความก้าวหน้า คิดเป็นร้อยละ 48.50 มีบ้านที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 3,062 ครัวเรือน สำหรับคลองเปรมประชากรได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนไปแล้ว จำนวน 900 เมตร (ร้อยละ 95 ของพื้นที่ส่งมอบ) มีบ้านที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 193 ครัวเรือน

สำหรับการพัฒนาคลองแสนแสบ และคลองสาขา รัฐบาลได้เห็นชอบแผน ปฏิบัติการพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้การสัญจร ,การปรับปรุงภูมิทัศน์ ,การป้องกันการบุกรุก และการรักษาคุณภาพน้ำ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ โดย พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้เร่งรัดโครงการ โดยจะต้องให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา ทั้งนี้คณะกรรมการฯ ได้มีการพิจารณาเห็นชอบ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินการฟื้นฟู และพัฒนาพื้นที่คลองลาดพร้าว,คลองเปรมประชากร และคลองแสนแสบ เพื่อกำกับ ติดตาม และเร่งรัดการดำเนินงาน พร้อมทั้งให้มีการรายงานผลให้คณะกรรมการฯ ทราบ ต่อไป

พล.อ.ประวิตร ยังได้กำชับให้ สตช.ใช้มาตรการทางกฎหมาย อย่างเคร่งครัด และเป็นธรรม ต่อผู้บุกรุกพื้นที่ ควบคู่กับการเจรจา สร้างความเข้าใจกับประชาชน  ให้ ทบ.ร่วมเจรจาสร้างการรับรู้ และให้การสนับสนุนการรื้อถอน/การขนย้ายสิ่งของ เพื่ออำนวยความสะดวก แก่ประชาชน รวมทั้งให้ กรมประชาสัมพันธ์ เร่งสร้างการรับรู้/ความเข้าใจ ถึงประโยชน์ที่ประชาชนในพื้นที่จะได้รับ และให้ความร่วมมือ สอดคล้องตามนโยบาย ของรัฐบาลที่มีความจริงใจ ที่จะให้ความช่วยเหลือ ชุมชนคนริมคลองทั้ง 3 แห่ง ต่อไป ภายใต้แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"

จับตา ศบค. แถลงวันนี้ยกระดับมาตรการป้องกันโควิด ตัวเลขทะลุ 405 ราย กทม. ติดเชื้อ 95 ราย

ทะลุไม่หยุด รายงานข่าวจาก ศบค. วันนี้ 8 เมษายน มีผู้ติดเชื้อโควิดถึง 405 ราย มีผู้ติดเชื้อในพื้นที่กรุงเทพฯ 95 ราย จับตาดูการแถลงของ ศบค. วันนี้โดยนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ในเวลา 11.30 น. ยกระดับมาตรการเข้มป้องกันการแพร่ระบาด

มท.1 ยืนยัน ไม่จำเป็นต้องล็อคดาวน์ประเทศ วอน ประชาชนเคร่งครัดมาตรการสาธารณสุข ป้อง โควิด-19

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาลห่วงใยประชาชนที่จะเดินทาง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ต้องระมัดระวัง ป้องกันตัวจากเชื้อโควิด-19 ด้วย และขอให้ทุกคนทำในสิ่งที่เป็นมงคล หลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุและการรวมกลุ่ม เสี่ยงต่อการระบาดของโควิด-19 

พล.อ. อนุพงษ์ กล่าวว่า ที่นายกรัฐมนตรีมอบผู้ว่าราชการจังหวัดในการตัดสินใจออกมาตรการต่างๆในการป้องกันโควิด-19 ในพื้นที่เอง ส่วนตัวเห็นด้วยและเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุด เพราะสถานการณ์แต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัดจะเป็นตัวชี้ว่าควรจะมีมาตรการที่เหมาะสมอย่างไร โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะกระทบด้านเศรษฐกิจ และยังไม่จำเป็นที่จะต้องล็อคดาวน์ประเทศ ถ้าประชาชนทุกคนมีมาตรการป้องกันตนเองอย่างดีที่สุด การระบาดก็จะสามารถควบคุมได้ การปิดกิจการไม่ให้คนไปรวมกลุ่ม ก็จะกระทบกับเศรษฐกิจ แต่ถ้าทุกคนใช้ระบบดูแลตัวเอง สิ่งอื่นก็ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดส่งผลต่อเศรษฐกิจ 

พล.อ. อนุพงษ์ กล่าวว่า ส่วนแผนการเปิดประเทศนำร่องพื้นที่ จ.ภูเก็ต ในวันที่ 1 กรกฎาคม นี้ จะมีการทบทวนหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา เข้าใจว่าต้องมีการประเมินแนวทางอีกครั้ง โดย ศบค. และ ครม. จะพิจารณาร่วมกัน 

“ราเมศ”เผย ปชป. ห้าม รมต.-ส.ส.-ผู้บริหารพรรค จัดงานเลี้ยงเด็ดขาด ป้องกันโควิด

เมื่อวันที่ 8 เมษายน นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่เกิดขึ้นว่า ด้วยความร่วมมือของทุกคนจะเป็นแนวทางป้องกันการแพร่กระจายได้ดีที่สุด และมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นพวกเราทุกคนมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และจะต้องเข้มงวดเรื่องการปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันมากขึ้นด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ ใช้ช้อนกลาง การเว้นระยะห่างทางสังคม และควรติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด 

ไม่ควรมีการใช้สิทธิพิเศษเพื่อยกเว้นจากมาตรการป้องกันที่สำคัญ ซึ่งในส่วนของพรรคได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีข้อกำหนดที่ทุกคนตัองปฏิบัติอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นกรรมการบริหารพรรค รัฐมนตรี ส.ส. อดีต ส.ส. หัวหน้าสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด อดีต ส.ก. ส.ข. ผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกพรรคทุกคน ต้องยึดหลักมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเข้มงวด ห้ามจัดงานเลี้ยงหรือรวมกลุ่มกันในช่วงนี้เด็ดขาดจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่ทำการพรรคได้มีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิดแล้ว

"บิ๊กตู่" สั่งด่วนตั้ง คกก. ติดตามการลงทุนดึงต่างชาติมาไทย

วันที่ 8 เมษายน 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้ว 1 ชุดเพื่อไปติดตามการลงทุน แล้วให้มีการเชื่อมต่อกับบริษัทเอกชนต่างประเทศที่เขาสนใจว่าจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยว่าใครอยากจะมาจะมาลงทุนอะไรในประเทศไทยและรัฐบาลจะต้องดูแลอะไรบ้างตามมาตรฐานของสากลในปัจจุบัน เพื่อให้สามารถที่จะแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ที่มีนโยบายการส่งเสริมและการลงทุนและต้องการดึงนักลงทุนเข้าสู่ประเทศเหมือน ๆ กันกับเรา 

ทั้งนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาทั้งในเรื่องของโควิด-19 และเรื่องของการพัฒนาประเทศของเราให้สอดคล้องกับสถานการณ์หลังโควิด-19 ซึ่งต้องมองไปถึงการเจรจาและชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น

"ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อม และเตรียมตัวในช่วงนี้ถึงแม้จะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ต้องทำวันนี้ การเจรจาการพูดคุยการทำข้อตกลงกับต่างประเทศต้องเร่งรัดในการพิจารณาดำเนินการกับ ทุกกลุ่มประเทศไม่ว่าจะประเทศใดประเทศเล็ก ต้องพูดคุยกันตลอดเวลาประชุมผ่านทางไกลกันก็ได้วันนี้เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคต"

โฆษกรัฐบาล ยัน ไม่ผูกขาด - ไม่ปิดกั้นเอกชน จัดซื้อวัคซีนโควิด-19 แจง ความต้องการทั่วโลกสูงกว่าการผลิต ย้ำ อย. พร้อมออกใบอนุญาตหากเอกชนจัดหาวัคซีนได้

เมื่อวันที่ 8 เมษายน นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีที่ยังมีการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนให้ประชาชนเกิดความสับสนโดยต่อเนื่องว่ารัฐบาลผูกขาดการนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อยู่ที่ผู้ผลิตเพียงไม่กี่บริษัท และยังแสดงข้อความที่ทำให้เข้าใจว่ารัฐบาลปิดกั้นไม่ให้เอกชนนำเข้าวัคซีน รัฐบาลย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลไม่ได้ผูกขาดการจัดซื้อวัคซีนเพียงบางบริษัท และไม่ได้ปิดกั้นที่เอกชนจะนำเข้าวัคซีนแต่อย่างใด ประเด็นที่ทุกฝ่ายต้องเข้าใจให้ตรงกันคือความต้องการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จากทุกประเทศทั่วโลกมีสูงกว่าความสามารถในการผลิตของผู้ผลิตทุกราย ตลาดเป็นของผู้ขายไม่ใช่ผู้ซื้อ และผู้ผลิตทุกรายซึ่งผลิตวัคซีนด้วยมาตรฐานสากล ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เวลานี้ก็ผลิตเพื่อส่งให้ประเทศที่ทำการสั่งซื้อไว้แล้วเป็นหลักเท่านั้น

นางสาวไตรศุลี กล่าวว่า ข้อมูลของของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม(อว.) ที่รวบรวมจากแหล่งต่าง ๆ พบว่าจนถึงวันที่ 5 เมษายน 2564 ทุกประเทศทั่วโลกมียอดจองวัคซีนโควิด-19 สูงถึง 9,600 ล้านโดส หลายประเทศมีคำสั่งซื้อสูงกว่าจำนวนประชากร 2 - 3 เท่าตัว ขณะที่ยอดวัคซีนที่มีการฉีดแล้วอยู่ที่ 658 ล้านโดส แสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตยังต้องผลิตตามยอดคำสั่งซื้อของรัฐบาลประเทศต่าง ๆ อีกจำนวนมาก ดังนั้นแม้รัฐบาลจะนำเข้าวัคซีนจากบริษัทคือซิโนแวคและแอสตราเซนเนกา แต่ก็มีความพยายามจัดหาวัคซีนจากบริษัทอื่นเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอกับประชาชนในประเทศ แต่ยังมีข้อจำกัดการผลิตของผู้บริษัทรายอื่นที่ยังไม่เพียงพอตามข้อมูลข้างต้น โดยวัคซีนจากผู้ผลิตทุกรายในเวลานี้เป็นการใช้แบบกรณีฉุกเฉิน หากเกิดอะไรขึ้นจากการใช้วัคซีนกับประชาชน รัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบไม่ใช่บริษัทผู้ผลิต จึงทำให้ขณะนี้เกือบทุกประเทศทั่วโลก รัฐบาลจะเป็นผู้จัดหาและนำเข้าวัคซีน โดยถือว่าวัคซีนเป็นสินค้าสาธารณะ ยังไม่มีประเทศใดที่ให้ซื้อวัคซีนโควิด-19ได้เองแบบเชิงพาณิชย์ และยังมีประเด็นที่รัฐบาลต้องระมัดระวังคือ เมื่อกระจายการสั่งซื้อไปยังเอกชนแล้วอาจจะต้องบริหารจัดการอย่างรัดกุมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาว่าประชาชนได้รีบวัคซีนปลอม

“ขณะนี้ยังคงมีความพยายามสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเรื่องวัคซีนโควิด-19 โดยเฉพาะประเด็นการนำเข้าโดยเอกชน ซึ่งรัฐบาลไม่ขัดข้องที่เอกชนจะนำเข้า แต่ปัญหาอยู่ที่เอกชนก็หาวัคซีนไม่ได้ ขณะเดียวกันผู้ผลิตวัคซีนหลายรายก็ไม่ขายให้รายย่อย เช่น จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน บอกชัดเจนว่าในระยะแรกจะขายให้หน่วยงานของรัฐเท่านั้น ของจีนก็ต้องมีหน่วยงานของรัฐเป็นผู้สั่ง สถานการณ์วัคซีนทั่วโลกเวลานี้เป็นแบบนี้ แต่แนวทางของรัฐบาลเองชัดเจนว่าหากเอกชนรายใดหาวัคซีนได้องค์การอาหารและยา (อย.) ก็พร้อมออกใบอนุญาตให้อยู่แล้ว” นางสาวไตรศุลี กล่าว

นางสาวไตรศุลี กล่าวว่า ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ได้รับการรับรองจาก อย. ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยแล้ว 3 บริษัท คือ ซิโนแวค แอซตร้าเซนเนกา และ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ส่วนที่อยู่ในขั้นตอนยื่นเอกสารแบบต่อเนื่อง หรือ rolling submission คือวัคซีนของบริษัท บารัต ไบโอเทค เทคโนโลยี ประเทศอินเดีย นำเข้าโดยบริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด และยังมีส่วนที่อยู่ในขั้นตอนการหารือกับ อย. เพื่อเตรียมการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน คือวัคซีนโมเดอร์นา จากสหรัฐฯ วัคซีนสปุตนิก ไฟว์ จากรัสเซีย และวัคซีน ซิโนฟาร์ม จากจีน

กสร. ชี้แจงประเด็นดัง “รปภ. ถูกเลิกจ้างเนื่องจากถามค่าแรงในวันหยุดกับนายจ้าง” 

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานชี้แจงข้อกฎหมายประเด็น พนักงานรักษาความปลอดภัยพ้นสภาพการจ้างงานเนื่องจากถามค่าแรงในวันหยุดกับนายจ้าง ว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม พร้อมชี้แจงสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างพึงได้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ชี้แจงประเด็นพนักงานรักษาความปลอดภัยพ้นสภาพการจ้างงานทันทีโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า เนื่องจากถามค่าแรงในวันหยุดกับนายจ้าง ว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เป็นกฎหมายที่ใช้คุ้มครองดูแลสิทธิและหน้าที่ของทั้งนายจ้างและลูกจ้างที่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง การที่ลูกจ้างสอบถามค่าแรงของตนเองในการทำงานในวันหยุดนั้น ไม่ได้เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่นายจ้าง ไม่มีเหตุอันสมควรที่ถูกเลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่ลูกจ้าง ตามมาตรา 17/1  และอาจเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม 

ในส่วนของค่าชดเชย เนื่องจากลูกจ้างยังทำงานติดต่อกันไม่ครบ 120 วัน จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากนายจ้าง ตามมาตรา 118 และข้อสงสัยที่ว่าลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดเป็น 2 เท่า ช่วงวันหยุดสงกรานต์ได้หรือไม่นั้น เห็นว่า ลูกจ้างทุกประเภทไม่ว่า จะเป็นลูกจ้างรายวัน รายเดือน หรืออยู่ระหว่างการทดลองงาน มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดตามประเพณีที่นายจ้างประกาศกำหนดไว้ ตามมาตรา 56 (2) หากนายจ้างให้ลูกจ้างมาทำงานในวันหยุดดังกล่าว ลูกจ้างยังมีสิทธิได้รับค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มอีก 1 เท่า ตามมาตรา 62 (1) รวมกับค่าจ้างที่ต้องได้อยู่แล้วเป็น 2 เท่า   

อธิบดี กสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในประเด็นที่บริษัทอ้างถึงระเบียบข้อบังคับในการทำงานว่า ต้องทำงานครบ 120 วัน จึงจะได้รับค่าจ้างเป็น 2 เท่านั้น ไม่ได้มีการกำหนดไว้ในข้อกฎหมายแต่อย่างใด ข้อบังคับในส่วนนี้จึงใช้บังคับมิได้ จากกรณีนี้ทั้งตัวลูกจ้างและนายจ้างอาจไม่เข้าใจข้อกฎหมายที่ถูกต้อง จนทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในทางปฏิบัติ ดังนั้น หากมีข้อสงสัยด้านกฎหมายแรงงาน หรือต้องการขอคำปรึกษา หรือลูกจ้างประสงค์ยื่นคำร้องเกี่ยวกับสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานต่อพนักงานตรวจแรงงาน สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 - 10 และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือโทรสายด่วน 1506 กด 3 และช่องทางยื่นคำร้องอิเล็กทรอนิกส์ http://eservice.labour.go.th


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top