Friday, 7 August 2026
POLITICS NEWS

‘วิโรจน์’ หวั่น!! รัฐชิงต่ออายุสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า ก่อนจะมีการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.

2 มี.ค. 65 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล เดินทางมายังศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้คุณอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนปัจจุบัน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยรายละเอียดข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

“ผมกังวลว่ารัฐบาลจะชิงต่ออายุสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าให้จบก่อนจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เพราะตอนนี้แคนดิเดตผู้ว่ากรุงเทพมหานครทุกคนแสดงจุดยืนตรงกันว่าหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ จะไม่ยอมให้มีการต่อสัญญาสัมปทานได้โดยง่ายอย่างแน่นอน”

วิโรจน์ แสดงความกังวลต่อความไม่โปร่งใสนี้ว่า ข้อมูลเกือบทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าถูกปิดไว้เป็นความลับ ประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ แคนดิเดตผู้ว่า กทม. ทุกคนที่ต้องการออกแบบนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาค่าโดยสารรถไฟฟ้าก็ไม่สามารถเข้าถึงได้เช่นเดียวกัน 

“ศักดิ์สยาม” น้อมรับความเห็นปรับปรุงระบบ M-Flow ให้ตอบโจทย์ ปชช. พร้อมขยายระบบครอบคลุมมอเตอร์เวย์-การทางพิเศษฯในปี 66 ควบคู่สร้างความเข้าใจ “ระบุ” คืนค่าปรับไม่เกินสิ้นเดือนมี.ค. นี้ “แนะ”ใครยังไม่ได้รับให้ประสานคอลเซ็นเตอร์​

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงระบบเก็บค่าผ่านทาง M-Flow ว่า เราพยายามที่จะแก้ไขปัญหาจาจรที่ไปติดอยู่บริเวณหน้าด่าน ซึ่งมีการดำเนินการมานานพอสมควร ส่วนเรื่องที่เป็นประเด็นนั้นจะต้องนำไปทบทวนปรับปรุงในเรื่องของการตัดสินใจ ซึ่งกรมทางหลวงกำลังดำเนินการอยู่ ทั้งนี้พบว่าเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่เริ่มเปิด มีผู้สมัครสมาชิก M-Flow กว่า 30,000 ยูสเซอร์ โดยปัจจุบันมีผู้สมัครแล้ว 140,000กว่ายูสเซอร์

ทั้งนี้ต้องขอบคุณทุกความคิดเห็นที่เสนอเข้ามา และต้องขอเรียนพี่น้องประชาชนเพื่อให้เข้าใจว่าวิธีการสมัครสมาชิกนั้นไม่ยาก ส่วนผู้ที่มีระบบ EASY PASS และ M-PASS ขณะนี้เท่าที่ดูในการบริหารช่วงเวลาเร่งด่วน ที่ปกติรถติดอยู่แล้วก็ยังมีประชาชนบางส่วนไม่มาใช้ระบบ M-Flow ซึ่งขณะนี้แม้ไม่ได้เป็นสมาชิกระบบ M-Flow ก็สามารถใช้ได้ แต่เมื่อใช้แล้วให้ไปโหลดแอพพลิเคชั่นและชำระค่าผ่านทางภายใน 7 วัน ก็กราบขออภัยอีกครั้งสำหรับพี่น้องประชาชนที่มีปัญหาอุปสรรคในการใช้ระบบดังกล่าว สิ่งต่างๆได้รับการปรับปรุงแก้ไข

ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้ปรับปรุงระบบคอลเซ็นเตอร์เพิ่มคู่สายให้มากขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน ตนและผู้ปฏิบัติทุกคนยินดีน้อมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกคน และนำไปปรับปรุงให้ระบบ M-Flow สามารถตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาในเรื่องการจราจรได้ 
  
เมื่อถามว่าจะมีการขยายระบบ M-Flow ไปด่านอื่นๆครบทั้งหมดในปีไหน นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ปี 2566 จากนี้จนถึงปีหน้าด่านเก็บเงินของมอเตอร์เวย์และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จะติดตั้งระบบนี้ แต่จะไม่ติดตั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ทันที เพราะการพัฒนาระบบเหล่านี้จะมีเรื่องการลงทุนและต้องค่อยๆสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ แต่ในที่สุดตนเชื่อว่าระบบนี้จะได้ใช้ร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งหมด

“อุ๊งอิ๊ง” จัดเวิร์คช็อปคิด-เปลี่ยน-โลก สร้าง นวัตกรรมทางการเมือง ชี้ต้องเข้าใจปัญหาให้ถึงแก่น สร้างนโยบายตอบโจทย์ประเทศ แก้ปัญหาปชช.

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดกิจกรรมเวิร์คช็อปในหัวข้อ  “คิด-เปลี่ยน-โลก สร้างโลกที่ดีกว่าและแก้ปัญหาด้วยความคิดเชิงนวัตกรรม” บรรยายโดยนายชาคริต จันทร์รุ่งสกุล ผู้ก่อตั้งบริษัท Fire One One และที่ปรึกษาด้าน Business Transformation เพื่อแลกเปลี่ยนและระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการคิดเชิงนวัตกรรม (Innovative Thinking) สำหรับนำไปปรับใช้กับการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน   โดยมีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค ส.ส.และสมาชิกพรรค เข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก 

น.ส. แพทองธาร กล่าวว่า หัวใจของกระบวนการคิดเชิงนวัตกรรม เริ่มต้นที่การเข้าใจถึงปัญหาที่แท้จริง  เข้าใจมนุษย์ เข้าใจคน เพื่อเรียนรู้ปัญหาให้ถึงแก่น จนได้มาซึ่งวิธีการแก้ปัญหา มองว่าพรรคพท.สามารถนำเอากระบวนการคิดเชิงนวัตกรรม มาสร้าง นวัตกรรมทางการเมืองผ่าน ส.ส. และสมาชิกในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ พรรคพท.ซึ่งมีรากจากพรรคไทยรักไทย ใช้วิธีการลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาเพื่อให้เข้าใจปัญหา จนนำมาสู่การแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้สำเร็จผ่านหลากหลายนโยบาย เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  พรรคการเมืองจึงต้องมีการปรับวิธีการเก็บข้อมูล ที่ต้องมาจากประชาชนและการรับฟังเพื่อเข้าใจปัญหาที่แท้จริง นำมาผ่านกระบวนการคิดและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคโนโลยี ผ่านวิธี DIWK รวม 4 ขั้นตอนได้แก่

1.D : Data จัดเก็บข้อมูลดิบ

2.I : Information  ประมวลผลออกมาข้อมูลที่สามารถใช้ประโยชน์ได้

3.W : Wisdom ใช้ภูมิปัญญาในการแก้ไขปัญหา

4.K : Knowledge ใช้องค์ความรู้ในการสร้างนโยบาย และจะได้มาซึ่งสมมติฐาน แล้วจึงนำมาสร้างวิธีการแก้ปัญหาออกมาเป็นนโยบายใหม่ๆ ต่อไป 

‘เพื่อไทย’ ห่วง ‘บิ๊กตู่’ ไม่เข้าใจสถานการณ์ศก. หลังรัสเซียบุกยูเครน ชี้ต้นทุนพลังงาน - เงินเฟ้อ พุ่งแน่

‘เพื่อไทย’ ห่วง ‘บิ๊กตู่’ ไม่เข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจหลังรัสเซียบุกยูเครน ชี้เคยเตือนนานแล้วทั้งเงินเฟ้อ หนี้ครัวเรือนพุ่ง แนะออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนดีกว่าซื้อเรือดำน้ำ

นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย อดีตรองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สภาพัฒน์ฯ ได้แสดงความเป็นห่วงปริมาณหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น ภาวะเงินเฟ้อ และหนึ้ครัวเรือนที่พุ่งสูง ซึ่งคณะทำงานเศรษฐกิจได้เตือนไว้นานแล้ว และยังมีแนวโน้มที่จะแย่ลงไปอีก จากผลกระทบของสงครามรัสเซียบุกยูเครน ดังนั้นจึงห่วงว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ จะไม่เข้าใจความรุนแรงของผลกระทบในหลายด้านทั้งราคาน้ำมันและราคาก๊าซที่พุ่งสูง รวมถึงราคาปุ๋ย และราคาอาหารสัตว์

อีกทั้งยังจะมีผลกระทบถึงการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย เพราะขนาดเศรษฐกิจไทยในปี 64 ฟื้นตัวได้ต่ำเตี้ยเพียง 1.6% หลังจากปี 63 เศรษฐกิจไทยทรุดหนักติดลบไปถึง -6.2% แต่พลเอกประยุทธ์กลับบอกว่าพอใจทั้งที่เป็นความล้มเหลว ทั้งนี้ เชื่อว่าอีกไม่นานธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องปรับการคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2565 นี้ต่ำลงอีก โดยเฉพาะปัญหาเงินเฟ้อที่จะเกิดจากราคาน้ำมัน และภาวะเงินเฟ้อของโลกจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้ อยากให้พลเอกประยุทธ์ได้ทราบว่า รัสเซียผลิตน้ำมันวันละ 9.8 ล้านบาร์เรล เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ และส่งออกน้ำมันวันละ 4.7 ล้าน บาร์เรลเป็นอันดับสองของโลกเช่นกัน รองจากซาอุดีอาระเบีย และยังเป็นประเทศที่มีก๊าซธรรมชาติเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยส่งให้ทั้งยุโรป ประเทศหลักๆ ของยุโรปต่างต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียเช่น เยอรมนี พึ่งพาถึง 49% อิตาลี 46% และฝรั่งเศส 24% ดังนั้นจะเห็นได้ว่าสงครามรัสเซียและยูเครนจะมีผลกระทบต่อราคาพลังงานอย่างมาก โดยเฉพาะที่ยุโรปอาจจะต้องแซงชั่นรัสเซียในการกระทำดังกล่าว ก็หมายความว่าก๊าซธรรมชาติและน้ำมันจะราคาเพิ่มขึ้นอีกมาก

โดยบริษัท Vitol เทรดเดอร์น้ำมันใหญ่ที่สุดในโลก คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันจะสูงกว่า $100 อีกอย่างน้อย 6-9 เดือน และถึงแม้ไม่มีสงครามดีมานด์ที่สูงกว่าซัพพลายของน้ำมันก็ยังคงจะทำให้น้ำมันสูงขึ้นและราคาน้ำมันอาจจะสูงขึ้นไปอีกได้ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้คาดการณ์และเตือนไว้แล้วเช่นกัน

“นิพนธ์” ยัน “สาธิต” นั่งปธ.กมธ. แก้กฎหมายลูก ไม่ทำมีปัญหา กับพปชร. เชื่อ ทำงานรับฟังเสียงข้างมาก ด้าน "มท.3”เผย ชงครม.เชื่อ หย่อนบัตร ผู้ว่าฯกทม.ตามไทม์ไลน์ ปัด วิจารณ์ พปชร.ยังอุบชื่อผู้สมัคร

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิพนธ์  บุญญามณี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่...) พ.ศ....   และ พรรคการเมือง (ฉบับที่...) พ.ศ. …ว่า จะมีผลต่อการพิจารณากฎหมายอย่างไร ว่า คิดว่าคงไม่มีอะไร เพราะในกมธ.จะต้องรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย มีอะไรต้องพูดกัน โดยต้องอาศัยการรับฟังเสียงส่วนมาก

ผู้สื่อข่าวถามถึงสังเกตว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการชิงไหวชิงพริบ กับพรรคพลังประชารัฐ นายนิพนธ์ กล่าวว่า คิดว่าไม่มีอะไรแบบนั้น อยู่ที่ความพร้อมกมธ.มากกว่า 

เมื่อถามว่าแนวทางแก้กฎหมายลูก2ฉบับ จะเป็นไปในทิศทางที่ดีหรือไม่ นายนิพนธ์ กล่าวว่า ต้องเป็นไปตามมติกมธ.ที่ต้องรับฟังความเห็นทุกฝ่าย ก่อนจะออกเป็นมติอย่างใดอย่างหนึ่ง 

"นายกฯ" ขอเร่งสร้างการรับรู้ “เจอ แจก จบ” เป็นมาตรการเสริม เน้นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว เตือนผู้ป่วย HI ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด  ขณะที่ สธ. พร้อมประเมินการดำเนินการให้สอดคล้องกับบริบทของผู้ป่วยและระดับการระบาด

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับให้เร่งสร้างการรับรู้ การรักษาผู้ป่วยโควิด-19  “เจอ-แจก-จบ” แบบ OPD case เป็นมาตรการเสริมเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาล ควบคู่กับระบบ HI/CI เป็นทางเลือกสำหรับผู้ติดเชื้อที่สบายดี ไม่มีอาการ ไม่มีภาวะเสี่ยง และสมัครใจรักษาที่บ้าน

โดยนายกรัฐมนตรียังย้ำว่า ผู้ป่วยต้องปฏิบัติตนตามมาตรการและคำแนะนำของแพทย์ระหว่างการรักษาตนเองที่บ้านอย่างเคร่งครัดด้วย ทั้งนี้ สธ. ได้ติดตามระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 แบบผู้ป่วยนอก หรือ “เจอ แจก จบ” ซึ่งเริ่มดำเนินการวันแรกวานนี้ (1 มี.ค. 65) ยังไม่พบปัญหา โดยผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 สามารถตรวจ ATK ด้วยตนเองที่บ้าน หรือเดินทางมาตรวจที่คลินิกโรคทางเดินหายใจ (ARI Clinic) ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง หากพบผลเป็นบวก แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงและโรคประจำตัว หากไม่มีความเสี่ยงจะให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอกและกลับไปแยกกักตัวที่บ้าน ซึ่งเป็นไปตามความสมัครใจ

โดยผู้ป่วยติดเชื้อจะได้รับยาตามระดับอาการ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มยาตามอาการ เช่น ลดไข้ แก้ไอ เจ็บคอ ขับเสมหะ เป็นต้น ยาฟ้าทะลายโจร และยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์ และจะมีการติดตามอาการหลังครบ 48 ชั่วโมง ซึ่งหลังจากนี้ จะมีการประเมินการดำเนินการ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของผู้ป่วยและระดับการระบาด

“บิ๊กตู่” ห่วง คนไทยในยูเครน ย้ำ กต.-หน่วยงานเกี่ยวข้อง ส่งกลับคนไทย ให้ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน จากสถานการณ์ความตึงเครียดในยูเครน ด้วยความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของชาวไทยในยูเครน พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือผู้ที่ยังติดค้างอยู่ในยูเครน โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือคนไทยด้วยความรอบคอบ และเร่งดำเนินการส่งชาวไทยที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศ ให้กลับถึงไทยโดยสวัสดิภาพ

นายธนกร กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงความคืบหน้าแผนการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน จากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์  โดยเมื่อวันที่28 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ช่วยเหลือคนไทย ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยในยูเครนอีก 43 คน อพยพออกจากยูเครน เข้าประเทศโปแลนด์และกำลังเดินทางกลับประเทศไทย ทั้งนี้ซึ่งสามารถอพยพคนไทย ออกนอกยูเครน จำนวน 142 คน

“นายกฯ” กำชับ หน่วยงานเกี่ยวข้อง เตรียมรับสอบ GAT-PAT-วิชาสามัญระบบทีแคส สั่งดูแลแพร่ระบาด ย้ำ นักเรียนต้องไม่เสียโอกาสการศึกษา

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.เอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 
บูรณาการทำงาน เตรียมพร้อมมาตรการรองรับการสอบความถนัดทั่วไป( GAT) และความถนัดทางวิชาการ (PAT)และสอบวิชาสามัญด้วยระบบทีแคส โดยเน้นดูแลความปลอดภัยพร้อมให้คำแนะนำด้านสาธารณสุข ขั้นสูงสุด เพื่อให้นักเรียนไม่ขาดกระบวนการเรียนรู้และเสียโอกาสด้านการศึกษา  

นายธนกร กล่าวว่า นายกฯรับทราบข้อกังวลกรณีนักเรียน นักศึกษา ที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 อาจหมดสิทธิสอบ เพื่อนำคะแนนไปใช้ในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2565 จึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือกำหนดแนวทางอำนวยความสะดวกให้นักเรียนที่ติดโควิด ที่มีอาการเล็กน้อย หรือไม่มีอาการและอยู่ระหว่างรักษา รวมถึงกลุ่มเสี่ยงสูง ให้ได้เข้าสอบ ตามมาตรการ ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)กำหนด 

ครม. เห็นชอบ ร่าง MOU ขยายความร่วมมือด้านไฟฟ้า ไทย-สปป.ลาว หวัง พัฒนาพลังงานสะอาดในภูมิภาค

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟ้าในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทย และ สปป. ลาว โดยให้ความสำคัญกับการซื้อขายพลังงานสะอาดในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 

รวมถึงเป็นการเสริมสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศในรูปแบบต่างๆ ซึ่งขอบเขตความร่วมมือในครั้งนี้ มุ่งขยายความร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้า โดยเพิ่มปริมาณกำลังการผลิตขึ้นอีก 1,500 เมกะวัตต์ จากปริมาณกำลังผลิตเดิม 9,000 เมกะวัตต์ รวมปริมาณกำลังผลิตเป็น 10,500 เมกะวัตต์ เพื่อขายพลังงานไฟฟ้าให้กับไทย โดยมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบการซื้อขายไฟฟ้า 

สำหรับขอบเขตความร่วมมือในด้านอื่นๆ อาทิ 1.การจัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาร่วมกันในรายละเอียดเชิงเทคนิค 2.พัฒนาไฟฟ้าจากแหล่งเชื้อเพลิงความร้อน พัฒนาระบบโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าและระบบขายปลีกไฟฟ้า ใน สปป.ลาว 3.จัดสรรทรัพยากรน้ำ รวมถึงความร่วมมืออื่นๆในการลดการปล่อยคาร์บอน  4.พิจารณาการก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้าข้ามพรมแดนของแต่ละประเทศ รวมถึงเชื่อมโยงกับระบบสายส่งเดิมกับประเทศที่สาม 

ครม. เห็นชอบ ปรับค่ารักษาโควิด-19 ให้สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน เผย ไม่กระทบคุณภาพการรักษาทุกระดับอาการ

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ที่ทำเนียบรัฐบาล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบปรับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (ฉบับที่ 8) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2565 เป็นต้นไป ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ เพื่อให้ค่าใช้จ่ายรักษาโรคโควิด-19 สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากราคาอุปกรณ์และเวชภัณฑ์บางรายการมีราคาที่ถูกลง

ทั้งนี้ การปรับอัตราค่าใช้จ่ายจะไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและคุณภาพในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ทุกกลุ่มระดับอาการทั้งสีเขียว สีเหลือง และสีแดง ตัวอย่างการปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขมีดังนี้ 1.ปรับปรุงหลักเกณฑ์โดยให้สถานพยาบาลได้รับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามระดับกลุ่มอาการของผู้ป่วย นับแต่รับหรือส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่นตามบัญชีและอัตราค่าใช้จ่ายแนบท้ายหลักเกณฑ์ฯฉบับนี้ และกำหนดให้ผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยที่ปฏิเสธไม่ขอให้ส่งต่อ หรือกรณีผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วย ประสงค์จะไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลอื่น ผู้ป่วยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเอง 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า 2.การตรวจคัดกรองด้วยวิธี RT-PCR แบ่งเป็น 1.กรณี 2 ยีนส์ (เหมาจ่าย) ปรับลดเหลือ 900 บาท จากเดิม 1,300 บาท 2.กรณี 3 ยีนส์ (เหมาจ่าย) ปรับลดเหลือ 1,100 บาท จากเดิม 1,500 บาท 3.การตรวจคัดกรองด้วย ATK แบ่งเป็น 1.วิธี Chromatographic immunoassay จ่ายตามจริงไม่เกิน 250 บาทต่อครั้ง (จากเดิม 300บาทต่อครั้ง) 2.วิธี FIA จ่ายตามจริงไม่เกิน 350 บาทต่อครั้ง (จากเดิม 400บาทต่อครั้ง)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top