Friday, 7 August 2026
POLITICS NEWS

'บิ๊กป๊อด' เปิดงานสัมมนา พปชร.ย้ำ 'สส.สามัคคี-ปรองดอง' ด้าน 'บิ๊กป้อม' ขาแพลงกะทันหัน อดร่วมวงสนทนา

(21 ต.ค.66) ที่ รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล จ.ภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดสัมมนาพรรค ‘รวมพลัง สามัคคี’ มีพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่ปรึกษาพรรคพปชร. เป็นประธานเปิดงานสัมมนา มีแกนนำและกรรมการบริหารพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค รวมถึงประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค 7 ด้าน ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน ประธานกรรมการด้านนโยบายและการปฏิรูปเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานกรรมการด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ประธานกรรมการด้านวิชาการ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ประธานกรรมการด้านความสัมพันธ์องค์กรและการต่างประเทศ น.ส.ตรีนุช เทียนทองประธานกรรมการด้านกิจกรรมสัมภาษณ์ พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะประธานกรรมการด้านประสานงานและอำนวยการ นายวราเทพ รัตนากร ผู้อำนวยการพรรค ที่นำเสนอยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนพรรค เพื่อความเป็นพรรคการเมืองของประชาชน โดยมี สส. เข้าร่วมพร้อมเพรียง เพื่อรับฟังและระดมความคิดเห็น เพื่อเสนอแนะในการพัฒนาพรรคให้เข้มแข็ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการสัมมนาครั้งนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท ได้ปรากฏตัวร่วมพบปะพูดคุย กับ สส.พรรคเป็นครั้งแรก ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อ ไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยแจ้งว่ามีอาการขาแพลง ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค ติดภารกิจในการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดพังงา ตลอดทั้งวัน

พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อพรรคพปชร. ยินดีที่ได้มาเจอกับสมาชิกพรรคที่มีการสัมมนาเป็นครั้งแรก โดยจุดประสงค์ของการสัมมนาเพื่อให้ทุกคนสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกัน รวมหัวใจพลังประชารัฐให้เป็นหนึ่งเดียวในการผลักดันยุทธศาสตร์ ผลงาน และนโยบายของพรรคที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นในโอกาสต่อไป พรรคพปชร. มีจุดประสงค์ในเรื่องความสามัคคีปรองดอง ให้มีประชาธิปไตยที่มีเสรีภาพ มุ่งเน้นให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ในช่วงที่เป็นแกนนำรัฐบาลได้ขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นรูปธรรม เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การบริหารจัดการน้ำ การแก้ปัญหาน้ำมันปาล์ม และการค้ามนุษย์ฯ และริเริ่มนโยบายใหม่ จึงอยากให้บุคลากรของพรรค รวมพลังร่วมมือร่วมใจ เดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนไปด้วยกัน

อดีตคณะทำงานก้าวไกล แฉ!! ถูก สส.ฝั่งธนฯ ‘ลวนลาม-ขอมีเซ็กซ์’ นักข่าวโทรพิสูจน์ 6 สส. พบ ‘ปฏิเสธ-ไม่รับสาย-ตัดสาย-ติดต่อไม่ได้’

(20 ต.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ถึงกรณีมีผู้เสียหายซึ่งเป็นอดีตคณะทำงานของสส.พรรค ก.ก. ได้เข้าร้องเรียนกับทางสำนักข่าวเนชั่นทีวี ว่า ถูก สส.กทม. ฝั่งธนบุรี พรรค ก.ก. รายหนึ่ง คุกคามทางเพศ ด้วยพฤติการณ์ อาทิ ลวนลาม แตะเนื้อต้องตัว จนถึงขั้นขอมีเพศสัมพันธ์ โดยผู้เสียหายอ้างว่า เมื่อ สส.คนดังกล่าวทราบเรื่องว่าถูกร้องเรียนให้พรรค ก.ก.ตรวจสอบ ได้โทรศัพท์ไปร้องไห้ขอความเห็นใจจากคณะกรรมการวินัยพรรค อ้างว่า เป็นเรื่องสมยอมกัน และขอให้ลงโทษสถานเบานั้น

เมื่อสำรวจ รายชื่อ สส.กทม. ฝั่งธนฯ พรรคก.ก. มีทั้งหมด 10 คน จาก 10 เขต เป็นชาย 6 คน และหญิง 4 คน

โดยผู้สื่อข่าว โทรศัพท์ไปสอบถาม สส.กทม.ชาย ฝั่งธนบุรี พรรคก้าวไกล เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ปรากฏว่า นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เขตบางขุนเทียน นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เขตธนบุรี นายสิริน สงวนสิน เขตทวีวัฒนา ต่างปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกัน ว่า ไม่ใช่ผู้ถูกร้องเรียน และไม่ใช่สส.ฝั่งธนบุรี ที่มีพฤติกรรม ตามที่ร้องเรียนดังกล่าวแต่อย่างใด

ส่วนนายธัญธร ธนินวัฒนาธร เขตบางแค  ไม่รับสาย

นายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ เขตบางพลัด -บางกอกน้อย ยังติดต่อไม่ได้ เนื่องจากไม่มีสัญญาณโทรศัพท์

ขณะที่ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ เขตจอมทอง ผู้สื่อข่าวได้โทรหาหลายรอบ เมื่อนายไชยามวาน รับสาย และรู้ว่าเป็นสื่อมวลชนโทรหา เจ้าตัวได้วางสายทันที

‘ชัยวุฒิ’ โพสต์ดีใจได้พบ ‘อนุทิน - พีระพันธุ์’ หลังเข้าร่วมยินดีครบรอบ 27 ปี ‘ไทยโพสต์’

บรรยากาศสุดชื่นมื่น ‘ชัยวุฒิ’ เข้าแสดงความยินดี ‘เปลว สีเงิน’ ในโอกาสครบรอบ 27 ปี ‘ไทยโพสต์’ พร้อมเผยดีใจที่ได้พบกับคนคุ้นเคย ทั้ง ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ และ ‘พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค’

(20 ต.ค. 66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โพสต์ภาพพร้อมข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ในโอกาสเข้ามอบกระเช้าดอกไม้ให้กับคุณเปลว สีเงิน คอลัมนิสต์ชื่อดัง ในโอกาสครบรอบหนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์ โดยระบุว่า “ขอบคุณอาเปลว ที่เมตตาผมครับ และขอบคุณไทยโพสต์สื่อคุณภาพที่อยู่คนไทยมาอย่างยาวนาน”

พร้อมกันนี้ ยังได้โพสต์คลิปบรรยากาศ การพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ซึ่งเดินทางมาร่วมยินดีกับไทยโพสต์ด้วยเช่นกัน โดยระบุข้อความว่า “ดีใจที่ได้เจอพี่ ๆ ทั้งสองท่านครับ… เก่งทั้งคู่ครับ”

'แพทองธาร' วอน!! อดใจรอเงินดิจิทัลวอลเล็ต อาจไม่ทัน 1 ก.พ.นี้ ส่วนความพร้อมนั่งแท่นหัวหน้าพรรค เจ้าตัวยัน!! "พร้อม"

(20 ต.ค. 66) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาระบุว่านโยบายดิจิทัลวอลเล็ตอาจเริ่มใช้ไม่ทัน วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ตามกรอบเวลาเดิม ที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ ว่า เราก็ต้องทำให้มั่นคง ซึ่งตอนที่เราเสนอนโยบายนี้ เราก็ศึกษามากพอสมควร แต่แน่นอนว่าในขั้นตอนปฏิบัติ มีปัจจัยอื่น ๆ มากมายที่รัฐบาลและคณะรัฐมนตรีกำลังหาคำตอบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดประชาชน ฉะนั้น “ก็ขอให้อดใจกันหน่อยนะคะ” 

ส่วนความพร้อมในการจัดประชุมวิสามัญพรรคเพื่อไทยวันที่ 27 ตุลาคมนี้ ส่วนตัวมีความพร้อมแล้วหรือไม่ นางสาวแพทองธาร ปฏิเสธตอบคำถาม ก่อนกล่าวว่า “วันที่ 27 นี้ใช่ไหมคะ” พร้อมยิ้มรับ และพยักหน้า

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า พร้อมจะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยหากถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง หรือไม่นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า "พร้อมค่ะ"

‘เพชร กรุณพล’ ชี้ เพจ ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ คอยจับผิดให้ร้ายก้าวไกล ซ้ำยังทำงานร่วมกับพรรครัฐบาลและไอโอทหาร

เมื่อวานนี้ (19 ต.ค.) นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.พรรคก้าวไกล และ รองโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงเพจ ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ ว่า เพจนี้เป็นคนที่ไม่ชอบพรรคก้าวไกลแน่นอน เพราะมอนิเตอร์ทุกอย่าง คาดว่า น่าจะเป็นการทำงานระหว่างพรรครัฐบาลบ้างพรรคกับ IO ทหาร ที่พยายามจับผิด เนื่องจากมีการตามไปถึงสิงคโปร์ Monitor สส. พรรคก้าวไกลรายบุคคล และที่เห็นล่าสุดก็ชัดเจน คือ เพจนี้บอกว่า มีหลักฐานเกี่ยวกับ สส.พรรคก้าวไกล เล่นยาเสพติด แต่สุดท้ายก็ลบทิ้งไป ที่สำคัญ เราสังเกตเห็นว่า มีโหวตเตอร์ของพรรคการเมืองบ้างพรรคแชร์ทุกอย่างจากเพจนี้ เพื่อมาทำลายเรา พอเราเอาข้อเท็จจริงไปต่อสู้ กลายเป็นว่า โหวตเตอร์คนนั้นลบบัญชีหนีไป

เมื่อว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่า คนในพรรคก้าวไกลเป็นหนอนบ่อนไส้เสียเอง เพราะมีข้อมูลเยอะ นายกรุณพล กล่าวว่า เป็นไปได้ค่อนข้างยาก เราถึงบอกว่าน่าจะเป็นการทำงานกับพรรคการเมือง เพราะพรรคการเมืองย่อมมีโหวตเตอร์ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศมากกว่า io ทหาร เพราะฉะนั้นโหวตเตอร์ที่ไม่ชื่นชอบพรรคตรงข้าม ก็จะเก็บภาพ และโยนมาที่ส่วนกลางเพื่อกระจายออก ซึ่งเป็นวิธีการง่าย ๆ เราจึงมั่นใจว่ามีพรรคการเมืองมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เมื่อถามว่า เพจนี้ตั้งมาเพื่อโจมตีพรรคก้าวไกลเลยใช่หรือไม่ นายกรุณพล กล่าวว่า แน่นอน ซึ่งเราไม่ได้กังวล ดีเสียอีกพี่มีคนคอยมอนิเตอร์​เรา อะไรที่ทำไม่ดีจะได้แก้ไข แต่อะไรที่ไม่จริงแล้วเอามาตีฟูเพื่อทำลาย เราก็พยายามที่จะเอาข้อเท็จจริงมาสู้

ล่าสุด เพจที่ชื่อว่า ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ โพสต์ข่าวนายกรุณพล พร้อมข้อความระบุว่า “ทุกคนคะ วั้ยย ตัล แร้วววว หลอนหรือคะพี่”

‘นายกฯ’ ถึงกรุงริยาด พร้อมร่วมประชุมสุดยอด ‘ASEAN-GCC’ ครั้งที่ 1 กระชับสัมพันธ์อาเซียน-รัฐอ่าวอาหรับ ก่อนเข้าเฝ้ามกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ

นายกฯเศรษฐา เดินทางถึงกรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียแล้ว เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับครั้งที่ 1 ทันที ก่อนเข้าเฝ้าเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรี แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนและเข้าร่วมการประชุม Belt and Road Forum for International Cooperation (BRF) ครั้งที่ 3 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเวลา 05.40 น. ของวันที่ 20 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่นกรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย (ช้ากว่าประเทศไทย 4 ชม.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับครั้งที่ 1 (ASEAN-GCC Summit) ระหว่างวันที่ 20-21 ตุลาคม 2566

โดยเมื่อเดินทางถึง นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ ร่วมพิธีการต้อนรับ จากนั้นเดินทางไปยังโรงแรม Ritz Carlton ซึ่งเป็นโรงแรมที่พักก่อนปฏิบัติภารกิจ

จากนั้นเวลา 09.00 น. ที่โรงแรม นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมโดยเมื่อเดินทางถึงบริเวณห้องโถงหน้าห้องประชุม เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรี แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ต้อนรับและถ่ายภาพร่วมกัน ก่อนเข้าร่วมประชุม

จากนั้น 11.00 น. นายกรัฐมนตรีร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันโดยเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดลุ อะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรี แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำภายหลังการประชุมสุดยอด ASEAN-GCC Summit

จากนั้นเวลา 11.40 น. นายเศรษฐาเข้าเฝ้าเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุล อะซีซ อาล ซะอูด มกุฎ ราชกุมาร และนายกรัฐมนตรี แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

สำหรับประชุมสุดยอดอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับครั้งที่ 1 (ASEAN-GCC Summit) เป็นการประชุมครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์อาเซียน-GCC ที่มีมากกว่า 30 ปี การเข้าร่วมการประชุมของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นในระดับสูงของไทยในการกระชับความสัมพันธ์กับ GCC และประเภทสมาชิกต่างๆ ของ GCC โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียที่ไทยเพิ่งฟื้นฟูความสัมพันธ์นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและประชาสัมพันธ์ศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยกับกลุ่มประเทศ GCC ซึ่งถือได้ว่าเป็นตลาดใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงและแหล่งทุนขนาดใหญ่ของกลุ่มประเทศ GCC รวม 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะโอกาสในด้านอาหาร พลังงาน และการท่องเที่ยว รวมถึง การพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่การจัดทำ FTA-GCC และอาจเสนอให้พิจารณาจัดตั้ง อาเซียน GCC Business forum เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองฝ่ายและการไปมาหาสู่ของประชาชนในสองภูมิภาค ทั้งในเชิงธุรกิจและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

โดยการประชุมครั้งนี้ เห็นพ้องให้ผู้นำรับรองเอกสารผลลัพธ์จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างแถลงการณ์ร่วมของการประชุมสุดยอด อาเซียน GCC ซึ่งเป็นเอกสารแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองของผู้นำทั้งสองฝ่ายในการกระชับความสัมพันธ์อาเซียน GCC ในความร่วมมือสาขาต่างๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ทั้งในด้านการเมือง ความมั่นคง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม ในส่วนร่างกรอบความร่วมมืออาเซียน GCC ค.ศ.2024-2028 เป็นเอกสารแผนงานระหว่างอาเซียนกับ GCC ระยะ 5 ปี 2024-2028 โครงการ กิจกรรมและแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือในสาขาต่างๆ ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง การป้องกันและต่อต้านการก่อการร้าย แนวคิดสุดโต่งและแนวคิดสุดโต่งนิยมความรุนแรง การค้าการลงทุน การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การท่องเที่ยว วัฒนธรรมและสารสนเทศ การศึกษา ความเชื่อมโยง ข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน และการลดช่องว่างการพัฒนา

‘ดร.อานนท์’ ยกคำแถลง ‘ศาลฯ VS บุ้ง ทะลุวัง’ ตั้งคำถามเชื่อใคร? ปมเตะ จนท.ศาล โดนสวนจนได้เลือด ต่างฝ่ายอ้าง ‘ถูกทำร้ายก่อน’

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 66 เพจเฟซบุ๊ก ‘Arnond Sakworawich’ ของ ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ได้โพสต์แถลงการณ์ของศาลฯ และ ‘บุ้ง ทะลุวัง’ เปรียบเทียบ พร้อมระบุว่า…

“เชื่อคำแถลงศาลฯ หรือคำแถลงของบุ้ง ทะลุวังครับ?”

ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก ‘ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน’ ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า…

“อ่านลำดับเหตุการณ์ แถลงการณ์ข้อเท็จจริงจากกลุ่มทะลุวัง และแถลงการณ์จากศาลยุติธรรม กรณี ‘บุ้ง เนติพร’ นักกิจกรรมจากกลุ่มทะลุวัง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลฟาดด้วยดิ้วเหล็กจนบาดเจ็บเลือดออก

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2566 เวลาประมาณ 11.30 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รับแจ้งว่า ‘บุ้ง เนติพร’ (สงวนนามสกุล) นักกิจกรรมกลุ่มทะลุวัง ถูกตำรวจศาลทำร้ายร่างกาย โดยใช้ดิ้วเหล็กตีเข้าที่บริเวณข้อศอกจนเกิดอาการบาดเจ็บ จากกรณีที่ ‘หยก’ พยายามเข้าไปพูดคุยกับ ‘โฟล์ค-สหรัฐ สุขคำหล้า’ อดีตสามเณร ที่ถูกควบคุมตัวระหว่างรอฟังคำสั่งประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ หลังศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในคดีมาตรา 112 จากการปราศรัยพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ ในการชุมนุม ‘บ๊ายบายไดโนเสาร์’ ของกลุ่มนักเรียนเลว ที่สยามสแควร์ เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2563

ก่อนหน้านี้ เวลา 09.00 น. บุ้ง และสมาชิกกลุ่มทะลุวัง พร้อมกับหยก นักกิจกรรมเยาวชนวัย 15 ปี ได้เดินทางไปร่วมฟังคำพิพากษาด้วย ซึ่งภายหลังศาลมีคำพิพากษา โฟล์คได้ถูกนำตัวไปควบคุมอยู่ที่ห้องขังใต้ถุนศาล

ในเวลาประมาณ 10.30 น. บุ้งและหยกได้พยายามปีนรั้วที่บริเวณข้างห้องขังใต้ถุนศาล เพื่อพูดคุยสอบถามว่าโฟล์คต้องการรับประทานอาหารอะไรในระหว่างรอฟังคำสั่งประกันตัวหรือไม่ และสอบถามเรื่องรายชื่อที่เขาต้องการให้เข้าเยี่ยมในเรือนจำ ในกรณีที่เขาอาจไม่ได้รับการประกันตัว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลา 11.18 น. ศูนย์ทนายฯ ได้รับรายงานจากบุ้งว่ามีตำรวจศาลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) รวม 2 นาย ได้เดินเข้ามากันไม่ให้หยก ซึ่งปีนรั้วเข้าไปในบริเวณหน้าต่างห้องขังได้พูดคุยกับโฟล์ค โดยกล่าวว่าหากพวกเธอไม่หยุดการกระทำ เขาจะดำเนินการแจ้งละเมิดอำนาจศาล ในขณะที่บุ้งอยู่บริเวณรั้วได้พยายามเจรจาว่า พวกเธอแค่จะพูดคุยรายละเอียดเรื่องการเยี่ยมญาติ หากโฟล์คไม่ได้ประกันตัวเท่านั้น และเมื่อได้ข้อมูลก็จะกลับกันแล้ว

ทั้งนี้ ตำรวจศาลยังคงไม่ยอมให้พวกเธอได้พูดคุยกับจำเลย และบอกให้พวกเธอออกมาจากบริเวณรั้วห้องขังใต้ถุนศาล ก่อนที่จะเข้าแตะตัวหยก ทำให้บุ้งต้องดึงตัวตำรวจศาลไว้ เพื่อให้หยกสลัดตัวออกจากเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้ บุ้งบอกว่า ในระหว่างนั้นเธอโดนสกัดจาก รปภ. โดยเขาทุบที่แขนและหลังเธอตลอดระยะเวลาที่เธอพยายามกันไม่ให้ตำรวจศาลเข้าจับตัวหยก

ต่อมา เมื่อนักกิจกรรมทั้ง 2 ราย สลัดตัวออกจากเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นายได้แล้ว พวกเธอได้พยายามเดินไปพูดคุยกับตำรวจศาลที่เข้ามาแตะตัวหยก เพื่อต้องการสอบถามว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมีชื่อว่าอะไร เพราะต้องการจะรู้ว่า มีอำนาจในการแจ้งละเมิดอำนาจศาลจริงอย่างที่ข่มขู่กันหรือไม่

เมื่อถามถึงเหตุการณ์ในคลิปวิดีโอในช่วงที่บุ้งเตะเข้าที่ต้นขาของตำรวจศาล เธอเปิดเผยว่า อันที่จริงมีเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เจ้าหน้าที่เริ่มกระทำกับเธอก่อน โดยเขาได้ชกเข้าที่บริเวณหัวไหล่ของเธอ ทำให้เธอรู้สึกเจ็บและโมโห และเริ่มทะเลาะวิวาทกันบริเวณป้อมยามทางออกของศาลอาญากรุงเทพใต้

ซึ่งในระหว่างที่มีปากเสียงกัน และบุ้งยกเท้าเตะใส่ตำรวจศาลนั้น ตำรวจศาลก็ใช้ดิ้วเหล็กที่ถืออยู่ในมือตีเข้าที่บริเวณศอก จนทำให้เกิดแผลและมีเลือดไหลตลอดเวลา”

ทั้งนี้ ทางด้านสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ออกมาชี้แจง ว่า เจ้าพนักงานตำรวจศาลมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาล ตามหลักสากล เพื่อให้การดำเนินงานของศาล สามารถอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนทุกคนได้สมดังเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างแท้จริง การดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไปจะเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดกล้องวงจรปิดในบริเวณศาลสามารถบันทึกไว้ได้

ซึ่งได้มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ไปในทิศทางเดียวกันอย่างมากมาย อาทิ หลักฐานชัดเจนขนาดนั้นว่าทำร้ายเจ้าหน้าที่ก่อน ที่ผ่านมานางคนนี้โกหกประจำ เชื่อคำแถลงศาลค่ะ, เชื่อศาลค่ะอาจารย์, ศาลท่านดูตามจริง หรือบางคนบอกว่าดูจากคลิป ขออนุญาตเชื่อคำชี้แจงจากศาลครับ หรือ เชื่อคำชี้แจงของศาลครับผมและกล้องวงจรปิด และที่ว่า ใครว่า จนท. ทำไม่ถูก ผมเถียงขาดใจ เสียงออกจะแน่นขนาดนั้น ถึงกับชะงัก

‘บุ้ง ทะลุวัง-หยก’ บุก!! ปีนรั้วศาลอาญากรุงเทพใต้ ด่าทอ-ทำร้ายจนท. หลังศาลพิจารณาคดี ม.112 แล้วเสร็จ!!

สำนักงานศาลยุติธรรมแจงข้อเท็จจริง 'บุ้ง ทะลุวัง-หยก' ปีนรั้วศาล ป่วนศาลอาญากรุงเทพใต้ ชี้ ตร.ศาลป้องกันตัวตามหลักสากลเตรียมเอาผิดตามภาพวงจรปิด!

เมื่อวานนี้ (19 ต.ค.66) สำนักงานศาลยุติธรรมขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากกรณีเหตุการณ์บริเวณศาลอาญากรุงเทพใต้  ถนนเจริญกรุง ซึ่งวันนี้มีการพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งศาลได้ดำเนินการเสร็จแล้ว จากนั้นมีเยาวชนหญิงได้ปีนรั้วเข้ามาในบริเวณศาลอาญากรุงเทพใต้โดยตั้งใจที่ ทั้งที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ไม่ได้ปิดประตูรั้วหรือห้ามผู้มาติดต่อราชการเข้าแต่อย่างใด และขณะเกิดเหตุประชาชนก็ยังเข้ามาใช้บริการได้ตามปกติ

เมื่อเกิดเหตุเช่นนั้น เจ้าพนักงานตำรวจศาลซึ่งมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนที่มาติดต่อราชการในบริเวณศาล เห็นเหตุการณ์และได้เข้าห้ามปราม เพื่อไม่ให้ปีนรั้วเข้ามา จึงถูกบุคคลหนึ่งที่มาพร้อมกับพวกรวม 4 คน เข้ากระชากคอเสื้อเจ้าพนักงานตำรวจศาล จากนั้นกลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้เดินเข้ามาและด่าทอเจ้าหน้าที่ขณะยืนโทรศัพท์รายงานเหตุการณ์และโทรแจ้งตำรวจท้องที่ให้เข้ามาควบคุมสถานการณ์

ต่อมาบุคคลที่ได้กระชากคอเสื้อเจ้าพนักงานตำรวจศาลก่อนหน้านั้น ได้เดินเข้ามาผลักหน้าอกเจ้าพนักงานตำรวจศาล เจ้าพนักงานตำรวจศาลจึงเดินถอยออกและพูดห้ามปรามตามยุทธวิธีปฏิบัติหลายครั้ง แต่บุคคลดังกล่าวยังเดินเข้ามาเตะเจ้าพนักงานตำรวจศาล เจ้าพนักงานตำรวจศาลจึงใช้กระบองขู่ แต่ก็ไม่หยุดและยังเดินเข้าหาเจ้าพนักงานตำรวจศาลอีก  เจ้าพนักงานตำรวจศาลอีจึงใช้กระบองตีเพื่อระงับเหตุและป้องกันตัว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ได้เข้ามาควบคุมสถานการณ์ กลุ่มบุคคลทั้งหมดขอพบผู้บริหารศาล ต่อมาศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานตำรวจท้องที่ ว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวอ้างว่าจะไปทำแผล  และเดินออกไปจากศาลทั้งหมด ซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจท้องที่เห็นว่าเป็นสิทธิที่จะไปรักษาตัวจึงมิได้ห้ามปรามและขัดขวางแต่อย่างใด

สำนักงานศาลยุติธรรมขอเรียนเพิ่มเติมว่า เจ้าพนักงานตำรวจศาลมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาล ตามหลักสากล เพื่อให้การดำเนินงานของศาลสามารถอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนทุกคนได้สมดังเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างแท้จริง การดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไปจะเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดกล้องวงจรปิดในบริเวณศาลสามารถบันทึกภาพไว้ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สำหรับผู้ที่ก่อเหตุคือ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคมหรือบุ้ง ทะลุวัง และ เด็กหญิงหยก เยาวชนหญิงคนดังวัย 14 ปี

ขณะที่เฟซบุ๊กของผู้ที่ใช้ชื่อบัญชีว่า ‘นายสิทธิพร ลีลานภาศักดิ์’ ได้เผยแพร่คลิปที่ระบุว่า ‘เหตุเกิดสดๆร้อนๆ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ให้ภาพมันเล่าเรื่อง บุ้ง ทะลุวัง vs ตร. ศาล กรณีละเมิดอำนาจศาล’

รับชมคลิปได้ที่: https://www.facebook.com/sittiporn.lelanapasak/posts/

‘พวงเพ็ชร’ ชี้!! นายกฯ เยือนจีนผลงานเพียบ หวังมุ่งมั่นพัฒนาประเทศ กลับถูกผู้ไม่หวังดีปั่นกระแสจนเกิดความเข้าใจผิด วอน ปชช.อย่าหลงเชื่อ

(20 ต.ค. 66) นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวปลุกปั่น สร้างความเข้าใจผิดในตัว นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่า ปัจจุบันประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารได้ง่ายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ทำให้มีกลุ่มคนผู้ไม่หวังดีเห็นเป็นช่องทางในการปลุกปั่น สร้างข่าวเท็จ และสร้างความเข้าใจผิดโดยไร้การตรวจสอบที่มา เนื้อหา และความถูกต้อง บางข่าวถูกสร้างขึ้นเพื่อพยายามทำให้เกิดกระแส จนสร้างความเสื่อมเสียแก่ผู้อื่น อย่างเช่นกรณีของ นายกรัฐมนตรี ขณะที่เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Forum for International Cooperation: BRF) ครั้งที่ 3 ซึ่งได้พบปะนักธุรกิจ นักลงทุน รวมถึงกระชับความสัมพันธ์อีกหลายมิติ อันน่าจะเป็นผลงานที่นายกฯทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ แต่กลับมีผู้เห็นต่างเสียดสี โจมตี อีกทั้งสร้างข่าวปลอมทำให้เกิดความเสื่อมเสีย

“ขอให้ประชาชนผู้รับข้อมูลข่าวสารใช้วิจารณญาณให้ดีก่อนส่งต่อ หรือโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย โดยต้องมีสติ รู้เท่าทันเจตนาของผู้สร้างข่าว อย่าตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มคนเพียงไม่กี่คน ขอให้เชื่อมั่นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมีความตั้งใจจริงในการทำหน้าที่ เพื่อพัฒนาประเทศ ให้พี่น้องประชาชนมีความกินดีอยู่ดียิ่งขึ้น” นางพวงเพ็ชร กล่าว

‘ตรีชฏา’ ชี้!! มีขาประจำปล่อยเฟกนิวส์โจมตี ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ซัด!! ออกตัวขวางสุดลิ่ม ไม่สนว่าเป็นนโยบายเพื่อประชาชน

(19 ต.ค. 66) น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) และประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ กล่าวว่า การออกมาแสดงความเห็นของกลุ่มที่คัดค้านนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ถือเป็นเรื่องปกติของการกำหนดนโยบายสาธารณะใหม่ ๆ ที่ย่อมมีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่าง ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมที่จะรับฟังทุกฝ่าย แต่สำหรับกลุ่มขาประจำในทางการเมืองที่อยู่ในวุฒิสภาและอดีตนักการเมืองไม่กี่คน จะออกมาเป็นระยะ ๆ เพื่อขวางไม่ให้นโยบายนี้เดินหน้าได้สำเร็จ โดยหลงลืมไปว่านโยบายนี้ กกต.ได้รับรองแล้วว่าเป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยใช้หาเสียงได้และไม่เป็นการสัญญาว่าจะให้ เพราะเป็นการใช้เงินจากงบประมาณแผ่นดิน

น.ส.ตรีชฎา กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลที่นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ได้ชี้แจงยืนยันหลายครั้งแล้วว่านโยบายนี้จะเดินหน้าต่อและจะไม่มีวันยุติอย่างแน่นอน อีกทั้งยังไม่ใช่นโยบายแจกเงิน แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพใหญ่ของประเทศ โดยรัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นประชาชนเพื่อนำมาปรับปรุงบางอย่างให้ตอบโจทย์การปลุกเศรษฐกิจให้คืนชีพ และมีแรงที่เข้มแข็งทางด้านเงินหมุนเวียน ซึ่งภาครัฐในฐานะผู้กำหนดนโยบายกำลังเร่งประชุมคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการ ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญและเกี่ยวข้องเพื่อให้ทุกอย่างมีแนวทางที่ชัดเจน ซึ่งจะสามารถตอบคำถามต่าง ๆ เช่น แหล่งที่มาของเงิน เงื่อนไขผู้ได้รับเงินดิจิทัล กระบวนการแจกเงินซึ่งรายละเอียดที่มาของเงิน วิธีการใช้ ความคุ้มค่าและประโยชน์การดำเนินการ ซึ่งอีกไม่กี่วันผู้เกี่ยวข้องจะออกมาอธิบายต่อสาธารณะโดยละเอียด

น.ส.ตรีชฎา กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีผู้กล่าวหาว่าจะเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องเรื่องการจัดทำแอปพลิเคชัน นายกฯ ได้ชี้แจงแล้วว่าไม่มีการจ้างบริษัทเอกชนใด ๆ มาจัดทำโดยมีค่าใช้จ่าย 12,000 ล้านบาทอย่างที่มีการกล่าวหากัน และเป็น Fake News จึงขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจเพราะการดำเนินการใด ๆ ล้วนอยู่ในสายตาของสื่อและสังคม ขอให้ประชาชนอย่าไปหลงเชื่อ Fake News ที่หลอกลวงทำให้เข้าใจผิด แปลงเจตนาดีเป็นเจตนาร้าย ยืนยันว่ารัฐบาลเพื่อไทยดำเนินนโยบายทุกอย่างตามที่ได้หาเสียงไว้ มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ 

ขณะนี้มีความพยายามปล่อยข่าวว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เพราะคนเลือกพรรคเพื่อไทยมีแค่ 10 ล้านคน อีก 60 ล้านคนไม่ได้เลือกพรรคเพื่อไทยนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ใช่ตรรกะและเหตุผล เพราะตามระบอบประชาธิปไตยมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะนี้พรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลกำลังมุ่งแก้ปัญหาให้ประเทศ ทำให้คนส่วนใหญ่มีเงินใช้จ่ายภายใต้โครงการดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนเป็นแสนล้านบาท ประการสำคัญคือการช่วยคนจนให้มีเงินทองใช้จ่ายซื้อข้าวของมาใช้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ร้านค้าร้านขายมีรายได้ ภาครัฐก็จะได้เป็นภาษีตามระบบ พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลตั้งใจมาแก้วิกฤตประเทศ และต้องการช่วยเหลือประชาชนที่เป็นฐานรากสำคัญของประเทศเหล่านี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top