Thursday, 16 July 2026
NEWS

'โตโน่' ขอบคุณทุกธารน้ำใจที่ช่วยบริจาค ขอตอบแทนด้วยการบวชช่วงต้นปีหน้า

'โตโน่ - ภาคิน คำวิลัยศักดิ์' ขอบคุณทุกธารน้ำใจที่บริจาคร่วมโครงการ 'One Man and The River หนึ่งคนว่ายหลายคนให้' ประกาศลาบวชช่วงต้นปีหน้า

หลังจากที่นักร้องและนักแสดงหนุ่ม 'โตโน่ - ภาคิน คำวิลัยศักดิ์' ว่ายน้ำข้ามโขงเพื่อระดมทุนซื้อเครื่องมือทางการแพทย์สนับสนุน 2 โรงพยาบาลฝั่งไทยและฝั่งลาว ได้แก่ โรงพยาบาลนครพนม และ โรงพยาบาลแขวงคำม่วน ซึ่งยอดบริจาคทะลุเกินเป้าที่ตั้งไว้ค่อนข้างมาก

ล่าสุด 'โตโน่' ได้โพสต์ขอบคุณทุกธารน้ำใจและประกาศลาบวชช่วงต้นปีหน้า โดยระบุว่า

"การตัดสินใจนี้ขอมอบให้ทุกความรักที่พวกเรามีต่อกันระหว่าง ไทย ลาวนะครับ"

"ผมไม่รู้จะหาคำไหนมาบรรยาย หาคำไหนมาขอบคุณ หรือตอบแทนความรัก ความสามัคคี ความมีน้ำใจที่ทุกคนมาร่วมไม้ร่วมมือกัน เพื่อ แม่น้ำโขงของเรา เพื่อคุณหมอ คุณพยาบาล จากโรงพยาบาลของทั้ง 2 ฝั่งโขง ในครั้งนี้"

ทหารจัดชุดลาดตระเวนร่วม ไทย-มาเลเซีย ลาดตระเวนช่องทางธรรมชาติ

พ.อ.ฐนิตพนธ์ หงษ์วิไล ผบ.ร.5/ผบ.ฉก.ร.5 มอบหมายให้ พ.อ.เรวัตร เซ่งเข็ม ผบ.ร.5 พัน.2/รอง ผบ.ฉก.ร.5 รับผิดชอบชายแดน ไทย-มาเลเซีย ด้าน จังหวัดสตูล จัดชุดลาดตระเวนร่วม ไทย-มาเลเซีย ลาดตระเวนช่องทาง ที่กลุ่ม ลักลอบขนของผิดกฎหมาย ของ อ.ควนโดน และ อ.เมือง จังหวัดสตูล เพราะเป็นช่องทางใช้ในการลักลอบขนของผิดกฎหมายในอดีต ใช้ระยะทาง ในการเดินเท้า 4-5 ชม.

และยังมีร่องรอย การใช้เส้นทาง ในอดีต ที่มี ขวดน้ำ และ กล่องอาหาร ตลอดเส้นทาง เส้นทางมีการขึ้น ลง เขา ชัน จำนวน 3 ยอด ค่อนข้างยากลำบากในการเดินทาง ปัจจุบัน จัดกำลัง เฝ้าตรวจร่วม ตชด. และ ป่าไม้ ในการเฝ้าเส้นทาง ไม่ปรากฏการใช้เส้นทางที่ผ่านมา


นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดสตูล

'ทะลุแก๊ส' ถล่ม 'ทักษิณ' ขุดสังหารหมู่ตากใบ การบังคับใช้แต่กม. จนปราศจากการยื่นมืออันอบอุ่น

'ทะลุแก๊ส' ถล่ม 'ทักษิณ' ขุดสังหารหมู่ตากใบ ประวัติศาสตร์ที่รัฐไทยบังคับอยากให้ลืม

(25 ต.ค. 65)กลุ่มทะลุแก๊ซ – Thalugaz @thalugazzz ทวิตข้อความว่า 18 ปี #สังหารหมู่ตากใบ ประวัติศาสตร์ที่รัฐไทยบังคับอยากให้ลืม หลายคนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ในวันนั้นต้องกลายเป็นผู้พิการ เพราะอวัยวะถูกกดจากการนอนทับกัน 4-5 ชั้นหลายชั่วโมงในรถทหาร อยู่ในสภาพหายใจแทบไม่ออก ปัสสาวะและอุจจาระราด

กรณีตากใบ เป็นเหตุการณ์ความรุนแรงที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2547 สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร โดยเหตุการณ์เริ่มต้นจากการชุมนุมเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านจำนวน 6 คนที่ถูกจับกุมตัว มีชาวบ้านในพื้นที่นั้นมามุงดูนับพันคนจนทหารต้องทำการปิดล้อมพื้นที่และสลายการชุมนุม มีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ชุมนุม 6 คน

จากนั้นจึงมีการจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวน 1,370 คน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 85 คน และถูกจับกุมประมาณ 1,300 คน นายทักษิณ ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากนั้น 8 ปี ว่า “เสียใจที่เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และก็จำไม่ค่อยได้เพราะนานมาแล้ว”

นายทักษิณ ยอมรับว่าการอยู่มานานก็เริ่มใช้อำนาจมากไป ความจริงตามหลักของรัฐศาสตร์ต้องใช้ทั้ง 2 อย่าง อย่างมือ 2 ข้าง มือหนึ่ง เขาเรียกกำปั้นเหล็ก ใช้กฎหมาย แต่มืออีกข้าง ต้องเป็นถุงมือกำมะหยี่ คอยดูคอยให้ความอบอุ่น

“ผมอยู่ในอำนาจนานเข้าเรื่องมันเยอะ ผมจึงบังคับใช้แต่กฎหมาย ไม่ดีเลย ถ้าผมอยู่ต่อไป ต้องใช้ถุงมือกำมะหยี่ มืออบอุ่นให้มาก กฎหมายให้ใช้เท่าที่จำเป็นเพื่อความสงบเรียบร้อย”

แต่คำขอโทษอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ออกแถลงการณ์ว่า “ผมขอโทษแทนรัฐบาลชุดที่แล้ว และขอโทษแทนรัฐบาลนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลชุดที่แล้ว ผมมาขอโทษแทน ผมอยากยื่นมือออกไปแล้วบอกว่าผมเป็นคนผิด ผมขอกล่าวคำขอโทษด้วยด้วยใจจริง”


ที่มา: https://www.thaipost.net/x-cite-news/248882/

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งดำเนินคดีชุดจับ หลังพบเรียกรับ 2 แสนแลกผู้ต้องหายาเสพติด

จากกรณีเมื่อวันที่ (17 ต.ค. 65) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง 6 นายได้จับกุมตัว นายธนกร หรือโด่ง สุวรรณชนะ พร้อมยาบ้า จำนวน 10 มัด (รวม 20,000 เม็ด) ดำเนินคดีในความผิดฐาน จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย จากนั้นได้นำตัวไปขยายผลล่อซื้อยาเสพติดเพิ่มเติม ก่อนถูกกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธครบมือ ชิงยาบ้าของกลางพร้อมรถของเจ้าหน้าที่ หลบหนีไป เหตุเกิดที่ที่ทำการกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดสงขลา ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา ต่อเนื่อง บนถนนนิคมสายโท (ศาลาเขียว) หมู่ที่ 11 ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้นำเสนอไปแล้วนั้น

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว และเร่งรัดติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากเป็นเหตุที่คนร้ายก่อเหตุด้วยความอุกอาจพร้อมอาวุธสงครามโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.สงขลา และ พ.ต.อ.ศิรโกศล ปราบกรี ผกก.สภ.รัตภูมิ เร่งทำการสืบสวนคดีดังกล่าว 

จากการสืบสวนคดีดังกล่าวพบว่า หลังจากที่ชุดจับกุมได้นำตัวนายธนกรฯ มาควบคุมที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดสงขลาที่ 1 แล้ว ระหว่างการควบคุมตัวนายธนกรฯ ดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการเรียกรับเงินสด 1,000,000 บาท หรือยาบ้า 200,000 เม็ด เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีและปล่อยตัวนายธนกรฯ หลังจากนั้นนายธนกรฯ ได้ติดต่อญาติ เพื่อให้หาเงินหรือยามาแลกกับตน แต่ญาติไม่สามารถหาเงิน หรือยาบ้ามาแลกตัวนายธนกรฯได้ จากนั้นได้มีการต่อรองโดยขอแลกตัวนายธนกรฯ กับการนำยาไอซ์ จำนวน 8 กิโลกรัม และเงินสด จำนวน 200,000 บาท ทางชุดจับกุมตกลง และได้นัดหมายแลกเปลี่ยนตัวกันที่บริเวณศาลาเขียวริมถนนที่เกิดเหตุ ในวันที่ (18 ต.ค. 65) ช่วงเวลาเกิดเหตุ เมื่อถึงเวลานัดหมาย โดยมีชุดจับกุม 5 คน นั่งรถยนต์ไปรอที่จุดนัดหมาย ส่วนนายธนกรฯ จะมีชุดจับกุม 1 นาย แยกไปคุมตัวอยู่ในรถกระบะอีกคันหนึ่ง จอดอยู่ห่าง ๆ จากนั้นจึงได้มีกลุ่มแก็งค้ายาเสพติดทั้งหมด 9 คน ขับรถจำนวน 3 คัน มาล้อมรถไว้ จากนั้นได้ลงมาก่อเหตุชิงยาบ้าพร้อมรถของชุดจับกุม พร้อมอาวุธปืนไป ก่อนจะทิ้งชุดจับกุมไว้ข้างทางแล้วหลบหนีไป

ในส่วนของชุดจับกุม เมื่อวันที่ (25 ต.ค.65) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติศาลจังหวัดสงขลา ออกหมายจับชุดจับกุมทั้ง 6 ราย ประกอบด้วย
1. จ่าเอกไพรัช  ผู้ช่วยปกครองจังหวัดสงขลา ปฏิบัติหน้าที่ประจำชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสงขลา (พิฆาตไพรี)
2. นายเฉลิมศักดิ์ สมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน
3. นายเลิศฤทธิ์ สมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน
4. นายอดิศักดิ์ สมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน
5. นายพิษณุ สมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน
6. นายสุทธิพงษ์ สมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน

ผบ.ตร. มอบรางวัล 'นักเรียนนายร้อยตํารวจ' คว้าแชมป์ Thailand Cyber Top Talent 2022 ชูเป็นบุคลากรตำรวจรุ่นใหม่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 เวลา 11.00 น. ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. แสดงความยินดี และมอบรางวัลแก่  “นักเรียนนายร้อยตำรวจ” ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ Thailand Cyber Top Talent 2022 การแข่งขันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับประเทศ  

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า การแข่งขันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ระดับประเทศ โดยสํานักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จัดการแข่งขันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับประเทศ รายการ Thailand Cyber Top Talent 2022 ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซากรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยมีทีมนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปจากทั่วประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน 393 ทีม

ผลการแข่งขันในระดับอุดุมศึกษาหรือSeniorทีมReboosterตัวแทนจากโรงเรยีนนายรอ้ยตํารวจคว้าแชมป์ระเทศไทย  ได้รับโล่ห์และเงินรางวัล 90,000 บาท โดยสมาชิกในทีมประกอบด้วย นรต.ทัศไนย มานิตย์ หรือ ต้น ชั้นปีที่ 3 , นรต.วรรณกร นุ่น ประดิษฐ์ หรือ เอิร์ธ ชั้นปีที่ 3 และ นรต.สุดฤทธิ์ วงษ์สุวรรณ หรือ สุดริด ชั้นปีที่ 2

โดยทีม Rebooster จาก รร.นรต. จะเป็นผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันใน รายการ Cyber SEA Game 2022 หรือ การแข่งขันด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ในระดับ อาเซียน ที่ประเทศญี่ปุ่น ต่อไป

รัฐบาลไทยโชว์ศักยภาพหนุน EV บนเวทีโลกอีกครั้ง จัดรถ BMW i7 ใหม่ล่าสุด EV 100% รับส่งผู้นำเอเปค

เอเปกครั้งนี้ ประเทศไทยเน้นรายละเอียดจริง ๆ ขนาดรถของผู้นำยังเป็น THE NEW BMW i7 ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าล้วน 100 % สำหรับใช้ต้อนรับผู้นำจากทุกประเทศอีกด้วย

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก BMW Thailand ได้โพสต์ภาพ คาราวาน THE NEW BMW i7 ที่ส่งตรงมาจากประเทศเยอรมนี เพื่อรับหน้าที่ “The Official Mobility Partner for APEC 2022 Leaders” สำหรับผู้นำคนสำคัญจากเขตเศรษฐกิจสำคัญทั่วโลก ภายใต้ธีม “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล หรือ Open. Connect. Balance.” ในวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565 โดย THE NEW BMW i7 จะให้ความสะดวกสบายในทุก ๆ การเดินทาง เพื่อความสมบูรณ์แบบของการประชุม APEC 2022 ครั้งนี้

แน่นอนว่า การเลือกใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) 100% สำหรับใช้เป็นยานพาหนะอย่างเป็นทางการ ตลอดระยะเวลาการประชุมสัปดาห์ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ทำให้ประเทศไทยได้โชว์ศักยภาพบนเวทีโลกอีกครั้ง โดยเฉพาะในด้านการสนับสนุนยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับเทรนด์รักษ์โลกยุคปัจจุบันอีกด้วย

เปิดใจฮีโรชั้นประถม ทำ CPR ช่วยเด็กจมน้ำ จนรอดชีวิต ชี้ ลองเข้าใจทฤษฎี การทำ CPR ใคร ๆ ก็ทำได้

เปิดใจ 'น้องหมัด' ปั๊มหัวใจยื้อชีวิตน้อง 6 ขวบพลัดตกน้ำ จนรอดปลอดภัย เผยจดจำการปฐมพยาบาล จากพี่ ๆ มูลนิธิกู้ภัยร่มไทรที่เคยมาอบรมเมื่อไม่นานมานี้ โซเชียลฯ ซูฮก 'กล้าหาญ-มีสติ-ช่วยถูกวิธี-เป็นตัวอย่างที่ดีของเยาวชน'

ฮีโรพี่ประถม CPR ช่วยชีวิตน้องอนุบาล

คำกล่าวที่ว่า “ฮีโร ไม่จําเป็นต้องมีพลังวิเศษ” คงเปรียบได้กับเหตุการณ์ที่กำลังถูกแชร์สนั่นโลกออนไลน์ของบ้านเราในขณะนี้ กับเรื่องราวอันน่ายกย่องของหนูน้อยวัยเพียง 12 ปี ผู้เข้าช่วยเหลือเด็กอนุบาล 2 วัย 6 ขวบ ที่ประสบเหตุจมน้ำ ด้วยการทำ CPR (Cardiopulmonary resuscitation) หรือการปฐมพยาบาลด้วยการปั๊มหัวใจ จนเด็กวัย 6 ขวบกลับมาหายใจได้อีกครั้ง

หลังจากที่เรื่องราวถูกส่งต่อออกไป ก็นำมาซึ่งเรียกชื่นชมอย่างล้มหลาม ถึงความกล้าหาญ มีไหวพริบ ความมีสติ และกล้าตัดสินใจในเวลาอันคับขัน ของเด็กชายวัย 12 ปีผู้นี้ ขณะเดียวกันก็มีหลายความเห็นที่บอกว่า ผู้ใหญ่หลายคนยังทำ CPR ไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ

ฮีโรหนุ่มน้อยผู้นี้คือ ด.ช.ศิราพัช ศรีงาม หรือ น้องหมัด นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนศาลาคู้ เขตมีนบุรี

น้องหมัดได้เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ขณะที่กำลังเล่นอยู่ที่บ้านเพื่อน บริเวณซอยราษฎร์อุทิศ 70 เขตมีนบุรี ก็ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือว่ามีเด็กจมน้ำ ก่อนจะทราบว่าเด็กที่ประสบเหตุนั้นตนเองก็รู้จัก เพราะเป็นน้องที่อาศัยอยู่ละแวกบ้านใกล้เคียงกัน

“เหตุการณ์วันนั้นเป็นวันเสาร์ (22 ต.ค.65) ประมาณตอนเที่ยง ผมมาเล่นที่บ้านเพื่อน แล้วก็มีคุณลุงคนหนึ่งเห็นเหมือนเด็กเล่นน้ำ แต่ไม่ใช่ เขามาจอดดูซักพักนึงเห็นเด็กจมลงไป แล้วเขาก็ลงไปช่วย

เสร็จแล้วเขาขึ้นมา ผมก็ได้ยินว่า "ช่วยด้วย ๆ" ผมก็เลยเดินมาดู ถ้าผมลงไปช่วยเองผมก็น่าจะจมเหมือนกันครับ ผมก็เห็นน้องเขาหมดสติ”

โชคดีที่น้องหมัดอยู่บริเวณนั้น จึงใช้ความรู้เรื่องการทำ CPR ปั๊มหัวใจช่วยเหลือเบื้องต้น จนหนูน้อยวัย 6 ขวบได้สติ ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิกู้ภัยร่มไทร นำส่งโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ในเวลาต่อมา

“ผมก็เลยเริ่มทำ CPR ตรง 1 ส่วน 4 ของร่างกายก็คือช่วงหัวใจ ตรงกลาง ตรงอก แล้วก็เอามือมาประกบกันแบบที่เคยเห็นกัน ผมก็ปั๊มไปเรื่อย ๆ ประมาณ 4-5 นาที ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าถ้าเราช่วยได้เราก็ดีใจครับ

หลังจากนั้นน้องเขาลืมตาแต่หายใจยังไม่ค่อยคล่องครับ เพราะสำลักน้ำ แล้วก็มีคนโทร.ตามกู้ภัย ตอนนั้นน้องเขาลุกได้แล้วครับ ก็ดีใจครับที่ได้ช่วย เป็นครั้งแรกเลย(ที่ได้ช่วยชีวิตคน)

จากทฤษฎีสู่ปฏิบัติจริง “ทำ CPR ใคร ๆ ก็ทำได้”

ถามถึงความรู้ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ฮีโรชั้นประถมก็กล่าวว่า เรียนรู้มาจากการจัดฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน CPR@AED ที่โรงเรียนของเขาจัดขึ้น ร่วมกับมูลนิธิกู้ภัยร่มไทร

อีกทั้งยังเป็นความบังเอิญอย่างมาก ที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยผู้มาให้ความช่วยเหลือ นำส่งน้องวัย 6 ขวบผู้ประสบเหตุจมน้ำไปยังโรงพยาบาล ก็เป็นหนึ่งในทีมวิทยากรจากมูลนิธิกู้ภัยร่มไทร ที่ไปทำการฝึกอบรมให้กับโรงเรียนศาลาคู้ในวันนั้นอีกด้วย

ในเวลาเพียงไม่ถึง 3 สัปดาห์หลังจากนั้น ใครจะไปคิดว่า จะมีนักเรียนได้นำความรู้เรื่องของการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานมาใช้จริง จนสามารถช่วยชีวิตคนได้

“วันที่ 5 ต.ค.65 ทางโรงเรียนเขาจัดงานเข้าค่ายลูกเสือ แล้วเขาก็ไปเชิญทางมูลนิธิกู้ภัยร่มไทรมาฝึกสอนทำ CPR ครับ ผมก็ตั้งใจจำสิ่งที่สอน ก็รู้สึกสนุกแล้วก็มีความสุข แล้วพี่ที่เขามาสอนเขาก็มาที่เกิดเหตุ มานำตัวส่งน้องโรงพยาบาลครับ ตอนนี้น้องก็ปลอดภัยแล้วครับ”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานมูลนิธิกู้ภัยร่มไทรมีนบุรี ก็กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ชื่นชมฮีโรตัวน้อย พร้อมฝากถึงภาครัฐในการสนับสนุนการฝึกอบรมลักษณะนี้ให้หน่วยงานต่าง ๆ ด้วย

“ต้องขอแสดงความชื่นชมยินดีกับการจัดอบรมการทำ CPR และ AED ให้กับเด็กนักเรียน โดยเฉพาะต้องยินดีกับนักเรียนโรงเรียนศาลาคู้ ที่ได้ผ่านการอบรมเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2565 โดย ด.ช.ศิราพัช ศรีงาม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนศาลาคู้

'อลงกรณ์' ชี้ ปี 2565 คือ จุดเปลี่ยนประเทศไทยสู่ยุคใหม่ของการลดก๊าซเรือนกระจกต้นเหตุภาวะโลกร้อน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานมูลนิธิ Worldview Climate Foundation (WCF) บรรยายพิเศษ หัวข้อ 'ศักยภาพของโครงการบลู คาร์บอนในประเทศไทย' (Potential for blue carbon projects in Thailand) ในการประชุมนานาชาติจัดโดยมูลนิธิ Worldview International ที่กรุงเทพมหานครวันนี้ โดยแสดงวิสัยทัศน์อนาคตประเทศไทยในการเดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Nation) เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (Climate Change) ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gases:GHGs) อย่างจริงจังหตามพันธกรณีที่นายกรัฐมนตรีของไทยประกาศเป้าหมายในการประชุม COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์โดยกำหนดเป้าหมายให้ประเทศไทยบรรลุความเป็นกลาง (Carbon Neutrality) ของคาร์บอนในปี 2050และคาร์บอนเป็นศูนย์ (Zero Carbon) ในปี 2065 ซึ่งทำให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐภาคเอกชนเครือข่ายองค์กรประชาสังคมได้เร่งรัดดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกที่เป็นต้นเหตุของภาวะโลกร้อนเช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมประมง มูลนิธิ WCF และบริษัทเอกชนรายใหญ่เช่นเครือปูนซีเมนต์ไทย (SCG) ปตท. บริษัทเชลล์ประเทศไทย บริษัทบางจากปิโตรเลียม รวมทั้งองค์การก๊าซเรือนกระจก (TGO) ได้กำหนดมาตรฐานของประเทศไทยว่าด้วยการรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (T-VER) และกำลังพัฒนาสู่มาตรฐานสากล

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ราคาการค้าคาร์บอน (Carbon Trading) เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวภายในปีเดียวจากคาร์บอนตันละ 34 บาท ในปี 2021 เป็น 107 บาท ในปีนี้ เชื่อมั่นว่าจะเพิ่มขึ้นทั้งราคาและปริมาณแบบก้าวกระโดดและปี 2022 (พ.ศ.2565) คือ จุดเปลี่ยนสำคัญของไทยในการขับเคลื่อนโครงการบลู คาร์บอนสู่ยุคใหม่ของการลดก๊าซเรือนกระจกต้นเหตุภาวะโลกร้อน

ผบ.ตร.สั่งตำรวจตรวจเข้ม แผ่นป้ายทะเบียนปลอม หลังคนร้ายตบตาดัดแปลงใช้รีโมทกดเปลี่ยนป้ายทะเบียน ขู่อย่าทำตามผิดกฎหมาย โทษจำคุกสูงสุด 5 ปี

จากกรณีตำรวจ 191 จับกุมแก๊งค้ายารายใหญ่ ขับรถส่งยา ดัดแปลงป้ายทะเบียนรถใช้รีโมทกดเปลี่ยนทะเบียนรถเอง จนกลายเป็นคลิปที่วิจารณ์ในโชเชียล

วันนี้ ( 24 ต.ค.65) เวลา 15.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า การจับกุมของตำรวจ 191 ดังกล่าวเป็นไปตามนโยบาย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ที่ให้ทุกหน่วยเร่งจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ สามารถจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ได้ในพื้นที่ จ.นนทบุรี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ จำนวน 162 กิโลกรัม เฮโรอีน จำนวน 120 แท่ง และเคตามีน  97 กิโลกรัม โดยพบว่ากลุ่มเครือข่ายดังกล่าวมีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ใช้วิธีการที่แยบยลดัดแปลงแผ่นป้ายทะเบียนรถใช้รีโมทกดเปลี่ยนทะเบียนรถเอง เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 วินาที แผ่นป้ายทะเบียนปลอมด้านหลัง จะขึ้นมาแทนทะเบียนจริงทันที ตำรวจ 191 ได้สืบสวนติดตามจนสามารถจับกุมได้ในที่สุด

ผบ.ตร.ได้กำชับให้ตำรวจทุกหน่วย โดยเฉพาะด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด และสายตรวจให้เพิ่มความเข้มในการตรวจตราแผ่นป้ายทะเบียน สังเกตุความผิดปกติตามหลักยุทธวิธี หลังจากพบว่าคนร้ายมีการดัดแปลงป้ายทะเบียนรถใช้รีโมทกดเปลี่ยนทะเบียนรถเอง เนื่องจากกลุ่มคนร้ายอาจจะใช้วิธีการดังกล่าวเพื่อใช้ในการขนย้ายสิ่งผิดกฎหมาย หรือกระทำความผิดอื่นๆ เพื่อตบตาและหลบเหลี่ยงการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่

นราธิวาส-สมาคมผู้นำอิสลามชายแดนใต้ ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส กระชับความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรภาครัฐและองค์กรศาสนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมผู้นำอิสลามชายแดนใต้ นำโดย นายฮัสบูเล๊าะ หิเล นายกสมาคมผู้นำอิสลามชายแดนใต้ ผู้บริหารสมาคม และดร.ณัฎฐ์ หลงเดวาร์ ประธานมูลนิธิอามีนรูลมุมีนีนยะลา ที่ปรึกษาสมาคมได้ไปเยี่ยมพบปะร่วมแสดงความคิดเห็นการพัฒนาการศึกษาและพัฒนาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กับมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาสและมัสยิดกลางประจำนราธิวาสเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรภาครัฐและองค์กรศาสนา ตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสมาคม เพื่อเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนาการศึกษา ศาสนา เศรษฐกิจ สังคมพหุวัฒนธรรม โดยเน้นให้สังคมอยู่ร่วมกันมีความสุขอย่างยั่งยืน ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้

นางฟาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในด้านต่างๆ พร้อมทั้งเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหาร​เด็ก​เที่ยง ให้กับคณะกรรมการสมาคมอีกด้วย ในการนี้ ทางสมาคมผู้นำอิสลามชายแดนใต้ ยังได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับนายอารีฟิน มูซอ ประธานชมรมตาดีกาจังหวัดนราธิวาส ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ให้สังคมเพื่อเชิดชูเกียรติคุณ​เกียรติคุงามความดีต่อไป

‘แพทองธาร-เพื่อไทย’ ล่องเรือให้กำลังใจคนอุบลฯ จมน้ำมิดหลังคาบ้าน เจอประชาชนตะโกนเชียร์เลือก’เพื่อไทย’ แน่ โดย หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยขอให้น้ำลดก่อนแลนด์สไลด์

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 ต.ค. 2565  ที่ชุมชนกุดคูณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ. อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทยนำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย น.ส.ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคเพื่อไทย น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ และ ทิศทางการเมือง  และ ส.ส.อุบลราชธานี อาทิ นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ส.ส.อุบลฯ พรรคเพื่อไทย นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ร่วมลงเรือท้องแบน เพื่อเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามชุมชุนกุดคูณ, ชุมชนมูลน้อย, วัดโรมันและบุ่งกาแซว ซึ่งถูกน้ำท่วมหนักบ้านเรือนในหลายหลังคาเรือนมากว่า 2 เดือน  แม้ปริมาณน้ำจะลดลงกว่า 1 เมตร แต่พบว่าระดับน้ำยังท่วมสูงมากกว่า 2 เมตร โดยพบว่าบริเวณชั้นล่างของบ้านสองชั้นยังถูกน้ำท่วมมิดอยู่ ส่วนใหญ่ไม่มีผู้อยู่อาศัย เนื่องจากมีการอพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงที่ทางราชการจัดไว้ให้ แต่มีชาวบ้านบางส่วนพายเรือกลับมาดูทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยงเป็นระยะ 

ขณะเดียวกันในบ้านเรือนบางหลังคามีประชาชนที่รอความช่วยเหลืออยู่ที่หลังคาชั้น 1 ของบ้านตนเองพร้อมกับลูก และเมื่อชาวบ้านเห็นเรือของคณะพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมา หลายคนต่างแสดงความดีใจ มีการตะโกนถามไถ่ และขอให้มาแจกสิ่งของให้ตนเองด้วย เนื่องจากคิดว่าเป็นเรือของหน่วยงานที่จะมาแจกของยังชีพ เพราะที่ผ่านมาบางครัวเรือนยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ หรือมีหน่วยงานเข้ามาแจกของยังชีพอาจจะยังไม่ครอบคลุม 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะของพรรคเพื่อไทย ได้ล่องเรือเข้ามา ให้กำลังใจประชาชนโดยมีประชาชน บอกว่า “คนนี้จำหน้าได้ เพราะหน้าเหมือนพ่อ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังไงก็จะเลือกเพื่อไทย เพราะพรรคเพื่อไทยช่วยเหลือประชาชนตลอด ขณะเดียวกันส.ส. ในพื้นที่ก็ไม่เคยทิ้งประชาชน ซึ่งต่างฝ่ายต่างให้กำลังใจกัน ขณะที่ได้สะท้อนปัญหา เช่น ขาดเแคลนน้ำดื่มไม่มีอาหาร ทั้งยังต้องพายเรือไปกลับศูนย์พักพิง เนื่องจากห่วงข้าวของที่อยู่ในบ้านอีกด้วย  

ขณะเดียวกัน น.ส.แพทองธาร พร้อมคณะเดินทางขึ้นมาที่เชิงสะพานแม่น้ำมูลน้อยเพื่อให้กำลังใจประชาชนที่ตั้งศูนย์พักพิงอยู่บริเวณจุดดังกล่าวด้วย

จากนั้นคณะของพรรคเพื่อไทยได้มาเยี่ยมประชาชนที่ศูนย์พักพิงโรงเรียนพระกุมารอุบล ต. ในเมือง อ.เมือง จ. อุบลราชธานี โดยน.ส.แพทองธาร พร้อมคณะได้เยี่ยมพบปะทักทายชาวบ้านเป็นภาษาอีสาน ว่า “สบายดีบ่อ” น้ำท่วมมาเป็นเดือนๆ ตนรู้สึกเห็นใจ วันนี้เราเสียดายที่เราทำได้แค่ให้กำลังใจ ทั้งที่ความจริงเราอยากช่วยมากกว่านี้ อยากจะทำประโยชน์มากกว่านี้ แต่ก็ทำได้แค่เพียงส่งกำลังใจ โดยวันนี้พรรคเพื่อไทยมาให้กำลังใจพี่น้องประชาชนทุกคน ตนนับถือจิตใจของพ่อแม่พี่น้องที่เจอปัญหาหนักขนาดนี้ เจอน้ำท่วมสูงขนาดนี้ พี่น้องยังยิ้มแย้มให้กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนขอขอบคุณจากใจ เพราะหากไม่นับถือใจคนอุบลฯ จะนับถือใจใคร ดังนั้นขอให้พี่น้องยิ้มสดใสไปแบบนี้ในทุกๆ วัน 

‘แอ๊ด คาราบาว’ ยกมือท่วมหัว พร้อมเอ่ยปากขอโทษผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีกลางเวทีคอนเสิร์ต ยอมรับผิดเพราะเมา หวังท่านผู้ว่าฯ ให้อภัย 

จากกรณี ‘แอ๊ด คาราบาว’ หรือ ‘ยืนยง โอภากุล’ ด่ากราดผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ในงานวันคล้ายวันเกิดอายุ 59 ปี กำนันพุก หรือนายปิยพจน์ เกียรติชูสกุล ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอสองพี่น้อง กำนันตำบลบางเลน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ในคืนวันที่ 12 ต.ค. กรณีที่วงคาราบาวไม่ได้ไปเล่นงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์และงานกาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี เรียกมาเคลียร์กันกลางเวทีคอนเสิร์ต (หลังผู้ว่าฯ มาร่วมงาน และได้กลับไปแล้ว) จวกแรงเด็กเมื่อวานซืน รู้ไหมกูเป็นใคร จนกลายเป็นประเด็นฮือฮา ซึ่งต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีได้มอบหมายให้หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี และนิติกรชำนาญการ เข้าแจ้งความต่อ ‘แอ๊ด คาราบาว’ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

รมว.สุชาติ ร่วมคณะ นายกฯ ลุยน้ำท่วมสิงห์บุรี ย้ำ ผู้ประกันตนประสบภัย เบิกเยียวยาประกันสังคมได้ 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง 

วันที่ 24 ตุลาคม 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมคณะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัย ณ วัดพิกุลทอง ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี 

นายสุชาติ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมได้ดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ น้ำท่วม และ ที่ทำงาน/โรงงาน หรือ บ้านพักอยู่ในพื้นที่ที่ราชการประกาศกำหนดจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีว่างงานด้วยเหตุฉุกเฉินเป็นเงิน 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง ซึ่งไม่เกิน 15,000 บาท เป็นเวลาสูงสุดถึง 180 วัน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ได้มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ จึงได้กำชับให้ทุกส่วนราชการเร่งให้การช่วยเหลือเพื่อลดผลกระทบประชาชนให้ได้มากที่สุด 

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงาน/สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานในแต่ละจังหวัด ยังสนับสนุนยานพาหนะขนส่งประชาชนที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วมไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ส่งเจ้าหน้าที่ทีมช่างเข้าไปดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งเต็นท์ให้บริการซ่อมรถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องยนต์เล็กการเกษตร เพื่อลดรายจ่ายของประชาชนที่อุปกรณ์ไฟฟ้าได้รับความเสียหายจากการถูกน้ำท่วม สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการจัดทำอาหารเพื่อนำข้าวกล่องไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่อยู่ในศูนย์พักพิงและตามบ้านเรือนที่ประสบภัย และการสนับสนุนความช่วยเหลือกับหน่วยงานในพื้นที่ในการจัดทำสุขาลอยน้ำ สำนักงานจัดหางานจังหวัดจัดเตรียมถุงยังชีพนำไปมอบให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังนายจ้างให้ลูกจ้างที่บ้านน้ำท่วมและไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ให้หยุดโดยไม่ถือเป็นวันลาหรือเป็นความผิดต่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน 

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสิงห์บุรีนั้นได้ประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัย 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี เมืองฯ ท่าช้าง พรหมบุรี บางระจัน และค่ายบางระจัน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 24 ตำบล 145 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 18,575 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย เป็นผู้ประกันตน 3 ราย ไม่เป็นผู้ประกันตน 3 ราย การดำเนินการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสิงห์บุรี จ่ายสิทธิประโยชน์ช่วยเหลือแก่ทายาทผู้ประกันตนที่เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 1,091,419.42 บาท 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในห้วงที่ผ่านมาประเทศไทยมีประเด็นสาธารณะเกิดขึ้นกับปรากฏการณ์ เดี่ยวไมโครโฟน โน้ส อุดม ถึง นักร้อง ศรีสุวรรณ จรรยา ที่กลายเป็นกระแสดรามาและสะท้อนถึงปัญหาในสังคมยุคปัจจุบัน  

ซึ่งเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดเสวนาพิเศษ “ถอดบทเรียน…ปรากฏการณ์ โน้ส อุดม ถึง ศรีสุวรรณ” ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เพื่อถอดบทเรียนในครั้งนี้ ทีมข่าว THE STATES TIMES ได้ร่วมฟังโดยมีความคิดเห็นในหลายมุมมองที่น่าสนใจดังนี้

องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม. ได้แสดงความคิดเห็นในกรณีของคุณโน้ส อุดม ว่าเป็นการแสดง Talk Show จุดมุ่งหมายก็คือทำให้คนดูรู้สึกสนุกสนานไปกับสิ่งที่เค้าพูด แต่อยู่ที่คนดูว่ารู้สึกอย่างไร บางคนก็สนุกสนาน ขำไปด้วย บางคนก็อาจไม่ขำ ไม่พอใจ มีมากมายหลายความรู้สึก หรือจนถึงกรณีของคุณศรีสุวรรณ สมมุติถ้าเราไม่เอ่ยชื่อสองคนนี้เลยเอาเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมมองเหตุการณ์ครั้งนี้อยู่หลายประเด็น ประเด็นแรก ประเทศของเราปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพระดับหนึ่งภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย เราต้องมองในกรณีของคุณโน้สอุดม หรือคุณศรีสุวรรณ ทั้งคู่ได้แสดงออกภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกในการดำเนินการในการกระทำ ส่วนใครจะชอบไม่ชอบก็อีกเรื่องหนึ่ง 

ประการที่สอง การแสดงออกของใครก็ตามภายใต้สิทธิเสรีภาพที่มีอยู่ ในกรณีที่ท่านไม่ชอบและเห็นว่าการแสดงออกของเค้าไม่ถูกต้องท่านก็มีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ได้เช่นเดียวกัน ถือเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพของท่าน หรือถ้าท่านเห็นว่าสิ่งที่เค้าแสดงออกมันผิดกฎหมายท่านก็มีสิทธิใช้กระบวนการทางกฎหมายได้เช่นกัน ประการที่สาม ผมเห็นมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นปรากฏว่ามีคนในสังคมเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการใช้ความรุนแรง จริงๆ แล้วความรุนแรงไม่ได้มีเฉพาะการกระทำต่อร่างกายแต่มีการกระทำต่อจิตใจอีกด้วย เราจึงไม่ควรใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา 

ส่วนปู จิตกร บุษบา นักสื่อสารมวลชนชื่อดัง  แสดงความเห็นว่า สังคมไทยกำลังมีปัญหา ต้นเหตุของมันจริงๆ เริ่มจากหลายสิบปีมานี้การเมืองไทยได้สุมไฟให้คน และปีนี้เป็นช่วงที่คนมีจุดเดือดต่ำ เพราะถูกสะสมมายาวนาน การต่อสู้ทางการเมืองได้ติดตั้งอาวุธนี้ให้กับสังคม  ปรากฏการณ์ โน้ส อุดม ถึงศรีสุวรรณ เป็นหลักฐานสำคัญมีสาเหตุหลายประการ ประการแรก ผู้คนขาดความมั่นคงทางอารมณ์ หรือวุฒิภาวะทางอารมณ์ ไม่สามารถเผชิญในสิ่งที่ไม่ถูกใจได้ อารมณ์จะขึ้นทันทีและไม่สามารถควบคุมระดับอารมณ์ของตัวเองได้ ขาดความสามารถในการจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง 

ประการที่สอง ความสามารถในการจำแนกแยกแยะ เช่น เดี่ยวไมโครโฟน เป็นการแสดงโชว์ด้วยการพูด ประเภทล้อเลียน เสียดสี เพื่อให้ตลกขบขัน ไม่ได้มีเจตนาแสดงโชว์เพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือ แสดงการปาฐกถา ผู้คนจำนวนไม่น้อยสูญเสียกระบวนแยกแยะ สิ่งนี้คือโชว์ชนิดหนึ่งเราก็จะวิพากษ์วิจารณ์ในฐานะที่เป็นการแสดงโชว์ว่าเป็นโชว์ที่เป็นประโยชน์สาธารณะหรือไม่ เรา สามารถนำโชว์นี้เป็นสารตั้งต้นเป็นรากฐานที่เป็นประโยชน์ยิ่งกว่า เช่น ถ้าเรามองว่าโน้ส อุดม ยังแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีไม่สมบูรณ์ ทำไมเราไม่ทำให้สมบูรณ์ล่ะ 

และประการที่สาม ความสามารถในการเลือกเครื่องมือเผชิญกับสถานการณ์ กลับกลายเป็นความรุนแรงที่เป็นเครื่องมือหยิบมาใช้และกลายเป็นสิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งสนับสนุนเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด 

ส่วนณัฐชัย มาไชยนาม นักกฎหมายคนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นว่า ต้องหาสาเหตุของเรื่องทั้งหมดทั้งสองกรณีก่อน เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจากการพูด ถามว่าประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลได้หรือไม่ สามารถวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความสุจริตได้ตามกรอบของกฎหมาย  

‘แพทองธาร’ ร่วมเทศกาลดิวาลี ชี้ช่วยกระชับความสัมพันธ์ไทย-อินเดียแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น 

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย  นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนพรรคเพื่อไทย ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นางสาวชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย นางสาวขัตติยา สวัสดิผล โฆษกกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี ประธานสภา กทม. นายวิพุธ สิวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก พรรคเพื่อไทย นายนิกร สัจเดว อดีตผู้สมัคร ส.ก. พรรคเพื่อไทย รวมทั้งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อดีตผู้สมัคร ส.ก.ร่วมงานเทศกาลดิวาลี   เทศกาลแห่งแสงสว่างของชาวอินเดีย   บริเวณถนนพาหุรัด คลองโอ่งอ่าง สะพานเหล็กกรุงเทพมหานคร   

โดยมี Mr.Susheel Kumar Saraff ประธานVHP เจ้าของกลุ่ม Saraff ผู้ประกอบการธุรกิจอัญมณี เครื่องประดับ และโรงไฟฟ้า  Mr. Ravi Sehgal ประธานหอการค้าไทยอินเดีย ITCC   นายนิกร สัจเทพ  กรรมการสมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย  นายปินเดอร์ ปาลซิงห์ มาดาน (Mr.Pinder Madan) นายกสมาคมศรีคุรุสิงห์สภา สถาบันศาสนาซิกข์แห่งประเทศไทย  นายชวน ฐกูร นายกสมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย  ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์   นายสุขเทพ จันศรีชวาลา ประธานกรรมการมิตรแท้ประกันภัย  และพี่น้องประชาชนชาวอินเดียให้การต้อนรับเป็นอย่างดียิ่ง  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top