Thursday, 16 July 2026
NEWS

บ.จัดหางานบ๊อสส์ดีไล้ท์ รุกเปิดตลาด ส่งช่างไทยบินไปทำงานอู่ต่อเรือล็อตแรกที่เกาหลีใต้

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 นางสาวอรัญญา สกุลโกศล กรรมการผู้จัดการบริษัท จัดหางานบ๊อสส์ดีไล้ท์ แมนพาวเวอร์ จำกัด พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมพบปะให้กำลังใจคนงานไทยก่อนที่จะส่งไปทำงานประเภทอุตสาหกรรมอู่ต่อเรือในประเทศเกาหลีใต้ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ

น.ส.อรัญญา กล่าวว่า ในวันนี้ดิฉันและคณะได้มาเยี่ยมพบปะให้กำลังใจคนงานไทยสาขาช่างเชื่อมที่จะเดินทางไปทำงานในอุตสาหกรรมอู่ต่อเรือในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งวันนี้มีคนงานสาขาช่างเชื่อมไทย จำนวน 10 คนเป็นชุดแรกที่จะเดินทางไปทำงานที่เกาหลีใต้ จากจำนวนความต้องการสาขาช่างเชื่อมทั้งหมด 1,000 อัตรา ช่างสีพ่นทราย 200 อัตรา และช่างไฟฟ้า 100 อัตรา รวมทั้งสิ้น 1,300 อัตรา ที่ได้สมัครงานไว้กับบริษัทในเครือ ฮุนได เฮฟวี่ อินดัสทรี่ รวมทั้งได้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือคัดเลือกช่างเชื่อมแล้ว และพร้อมที่จะเดินทางไปทำงานในประเภทอุตสาหกรรมอู่ต่อเรือในประเทศเกาหลีใต้ การจัดส่งแรงงานไทยสาขาช่างไปทำงานในประเทศเกาหลีใต้ครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่ภาคเอกชนได้ร่วมจัดส่งแรงงานไทยในสาขาช่างฝีมือ ดิฉันในนามบริษัทจัดหางานงานบ๊อสส์ดีไล้ท์ แมนพาวเวอร์ จำกัด ต้องขอบคุณท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงานทุกท่านที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการให้ภาคเอกชนได้ร่วมดำเนินการในจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานทักษะฝีมือ (วีซ่า E-7) ในประเทศเกาหลีใต้ครั้งนี้ ที่สำคัญต้องขอบคุณรัฐบาล โดยท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ท่านได้มีนโยบายให้กระทรวงแรงงานนำร่องเปิดตลาดแรงงานในประเทศต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้แรงงานไทยได้มีโอกาสไปทำงานนำเงินกลับมาเลี้ยงครอบครัวและพัฒาประเทศ และการจัดส่งคนงานสาขาช่างครัง้งนี้ ถือเป็นครั้งนี้ที่ทางบริษัทจัดหางานงานบ๊อสส์ดีไล้ท์ แมนพาวเวอร์ ได้ร่วมมือกับบริษัทฮุนไ เฮฟวี่ อินดัสทรี่ จัดส่งคนงานเพื่อนำร่องเปิดตลาดให้แรงงานไทยได้เข้าไปทำงานในเกาหลีใต้เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ แรงงานไทยที่ไปจะได้รับการดูแลสิทธิประโยชน์ค่าจ้างและสวัสดิการจากการทำงานเทียบเท่ากับคนเกาหลีเช่นกัน

‘สี จิ้นผิง’ เยือนไทยครั้งแรกในหมวกผู้นำสูงสุดของจีน ด้าน ‘บิ๊กตู่’ ร่วมต้อนรับประชุม APEC สมเกียรติ

(17 พ.ย. 65) สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมศาสตราจารย์ เผิง ลี่หยวน ภริยา เดินทางมาถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในเวลา 14.20 น. โดยมี  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และภริยาให้การต้อนรับ ก่อนจะเดินทางไปยังเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค โดยกำหนดการเดินทางเยือนประเทศไทยของ สี จิ้นผิง มีขึ้นระหว่างวันที่ 17 - 19  พ.ย. 65 ซึ่งเป็นกำหนดการต่อเนื่องภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย 

นับว่าเป็นการเดินทางเยือนราชอาณาจักรไทยครั้งแรกของประธานสี ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของจีนมาเป็นระยะเวลา 10 ปี และนับเป็นครั้งที่ 2 ของการเดินทางมายังประเทศไทย โดยครั้งแรกของประธานสี เคยเดินทางมาเยือนไทยในฐานะรองประธานาธิบดีจีนเมื่อ 22 - 24 ธันวาคม 2554

ผบ.ตร. ประชุมขับเคลื่อน กองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจรการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ปี พ.ศ.2565 (14 – 20 พฤศจิกายน 2565)

(17 พ.ย.65) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร./รอง ผอ.กอร. พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ขับเคลื่อนกองอำนวยการร่วม โดยมีการติดตามสถานการณ์ด้านการข่าว สภาพภูมิอากาศ และแผนการปฏิบัติรักษาความปลอดภัยและการจราจรประจำวัน บูรณาการทุกภาคส่วน รวมกว่า 30 หน่วยงาน

​โดยภาพรวมการปฏิบัติมีความพร้อมทุกภาคส่วน และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้มีผู้นำเขตเศรษฐกิจและคณะเดินทางมาพำนักในไทยแล้ว 7 เขตเศรษฐกิจ โดยในวันนี้จะมีการเดินทางมาถึงประเทศไทยของคณะผู้นำเขตเศรษฐกิจ จำนวน 13 เขตเศรษฐกิจ และจะมีงานเลี้ยงรับรองผู้นำเขตเศรษฐกิจในช่วงค่ำวันนี้ ​สภาพการจราจรในวันนี้ ปริมาณรถน้อยเคลื่อนตัวได้อย่างคล่องตัว เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการตามที่รัฐบาลกำหนด แต่อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงเส้นทางตามที่ได้มีประกาศราชกิจจาไว้แล้ว จำนวน 10 เส้นทาง ​ด้านการบริหารจัดการชุมนุมสาธารณะ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ประกาศห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมีห้าสิบเมตรรอบทำเนียบรัฐบาล มีผลบังคับใช้วันที่ 16 พ.ย.65 เวลา 06.00 น. ถึงวันที่ 20 พ.ย.65 เวลา 06.00 น.

ตร. ขยายเวลาลงทะเบียนผ่านเข้าออกบริเวณที่มีการปิดการจราจรช่วงการประชุมเอเปค 2022 ถึงวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้

(17 พ.ย. 65) เวลา 10.30 น .พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจรการประชุมเอเปค 2565 เปิดเผยว่า ตามที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลกำหนดให้ปิดการจราจรถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่แยกอโศกมนตรี ถึงแยกพระราม 4 และถนนดวงพิทักษ์ ตลอดสาย ระหว่างวันที่ 14-19 พฤศจิกายน 2565 โดยกำหนดให้ยานพาหนะ ที่จะสามารถผ่านเข้า-ออก บริเวณดังกล่าว จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ขยายเวลาการลงทะเบียนของผู้พักอาศัย ที่มีความจำเป็นต้องใช้ถนนบริเวณที่งดการใช้การจราจรกว่า 45,000 ราย ในพื้นที่ สน.ลุมพินี และ สน.ทองหล่อ โดยได้เปิดให้ลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้  

​สำหรับการลงทะเบียนการขออนุญาตมีบัตรผ่านเข้า-ออก มีขั้นตอนดังนี้ 
ขั้นตอนที่ 1 : สแกน QR Code เพื่อเข้าสู่ฟอร์มขอรับบัตรผ่านเส้นทางเอเปค 2022
ขั้นตอนที่ 2 : เลือกอาคารหรือโรงแรมที่ท่านพักอาศัย กรณีเป็นบ้านพักให้เลือกหัวข้ออื่น ๆ แล้วกรอกที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
ขั้นตอนที่ 3 : กรอกข้อมูลส่วนตัว ประเภทรถ ยี่ห้อ รุ่น ให้ครบถ้วนถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 4 : กรอกหมายเลขทะเบียนรถ พร้อมแนบรูปถ่ายด้านหน้ารถ และรูปถ่ายด้านข้างรถ ที่เห็นป้ายทะเบียนชัดเจน
ขั้นตอนที่ 5 : เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนให้กดส่งข้อมูล

รู้จัก ‘มาครง’ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส 2 สมัย ชีวิต - ความรัก - การงาน - การเมือง

Bonjour … comment allez-vous? สวัสดี...สบายดีมั้ย นี่เป็นคำทักทายในภาษาฝรั่งเศส ที่ใครมีโอกาสได้พบกับผู้นำสุดหล่อแห่งฝรั่งเศสสามารถเตรียมไว้ทักทายกันได้ หลังจากในการประชุม APEC 2022 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพนั้น ประเทศฝรั่งเศสได้ถูกรับเชิญเป็นแขกพิเศษในการประชุมครั้งนี้ และผู้ที่มาร่วมประชุม ก็คือ แอมานุแอล ฌ็อง-มีแชล เฟรเดริก มาครง (Emmanuel Jean-Michel Frédéric Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และนางกาเตอรีน โกลอนนา (Catherine Colonna) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส 

ทว่าก่อนที่จะได้ทราบกันว่าสาระสำคัญของไทย-ฝรั่งเศสใน APEC 2022 นี้ จะมีมิติใดอัปเดตบ้างนั้น THE STATES TIMES ก็ขออนุญาตพาทุกท่านไปรู้จักกับประธานาธิบดีท่านนี้ให้มากขึ้นกันค่ะ 

Emmanuel Jean-Michel Frédéric Macron เกิดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ 2520 ที่เมืองเอเมียงส์ ประเทศฝรั่งเศส โดยครอบครัวทำงานอยู่ใวงการวิทยาศาสตร์และการแพทย์ มาครงได้ศึกษาระดับประถม-มัธยมศึกษาที่โรงเรียนในเมืองเอเตียง ก่อนย้ายไปศึกษามัธยมปลายที่โรงเรียน อองรีที่ 4 (Lyeeé Henri-IV) เป็นโรงเรียนมัธยมชั้นสูงเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในปารีส เมื่อเขาจบมัธยมปลาย เขาได้ศึกษาต่อด้านปรัชญาที่มหาวิทยาลัยปารีส น็องแตร์ (Université Paris Ouest Nanterre La Dèfense) และศึกษาต่อในด้านการบริหารกิจการสาธารณะ สถาบันซีอองซ์ โป (Science Po - The Institut d études politiques de Paris) มาครงมีความชื่นชอบและสนใจด้านประวัติศาสตร์ ปรัชญา และ ศิลปะ 

มาครง เข้าทำงานในแวดวงการเงิน การธนาคาร โดยทำงานให้กับบริษัท Rothschild บริษัททรงอิทธิพลที่เป็นเจ้าของเครือข่ายธนาคารหลายแห่งในยุโรป ตั้งแต่ปี 2551 และเคยทำหน้าที่ในกระทรวงการคลัง โดยเป็นผู้ช่วยในทีมของ ฌากส์ อัตตาลี นักการเมืองผู้ทรงคุณวุฒิที่เคยเป็นที่ปรึกษาของอดีตประธานาธิบดี มิต เตร็อง และได้ลาออกไปทำงานให้กับบริษัท ร็อธส์ไซลด์ ในปี 2551 และได้เข้ามาทำงานการเมืองอย่างจริงจัง โดยเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ได้เสนอชื่อเขาขึ้นไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ ในปี 2557 

ด้านความรัก: ความรักของมาครง เมื่อเขาอายุ 17 ปี เขาเปิดเผยกับคุณครูผู้เป็นที่รักว่า เขาอยากแต่งงานกับเธอ ถึงแม้ว่าเขาจะมีอุปสรรคมากมายก็ตาม แต่มาครงบอกกับเธอว่า "ผมจะกลับมาหาคุณ ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ผมก็จะแต่งงานกับคุณให้ได้" หลังจากเวลาผ่านไปนานหลายปี ความรักที่มาครงมีให้คุณครูก็ไม่เคยจืดจางลงไป จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2550 ขณะที่มาครงอายุได้ 29 ปี บริจิตต์ก็หย่าขาดจากสามี และมาครงก็ได้แต่งงานกับเธอดังที่เขาปรารถนามาตลอด โดยไม่สนคำวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ จากสังคม 

ด้านการเมือง: เขาได้ก้าวทำงานด้านการเมืองแบบจริงจัง โดยเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ได้เสนอชื่อเขาขึ้นไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจในปี 2557 โดยเขาได้ร่างกฎหมายที่มุ่งเน้นผลักดันให้รัฐบาลมีความเป็นมิตรกับภาคเศรษฐกิจมากขึ้น แต่ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสภา และถูกตัดลงไป ไม่ผ่านการอนุมัติ

จุดเปลี่ยนในการจัดตั้งพรรคการเมือง … เขาเล็งเห็นว่า แนวคิดของการปฏิรูปเศรษฐกิจ ไม่สามารถไปกันได้กับนโยบายของพรรคสังคมนิยม ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดี ออลลองด์ มาครงจึงลาออกจากการเป็นรัฐมนตรี และออกมาตั้งพรรคการเมืองของตัวเอง ในปี 2559 ในชื่อ ‘ออง มาร์ช (En Marche)’ มีชื่อทางการว่า สมาคมเพื่อการฟื้นฟูชีวิตการเมือง (Association pour le renouvellement de la vie politique) ซึ่งมีความหมายตรงตัวถึงการเคลื่อนไหว เป็นพรรคการเมืองที่มีแนวคิดเสรีนิยมสายกลาง ที่มีเป้าหมายปฏิรูปการเมืองของฝรั่งเศสให้ก้าวไปข้างหน้า และให้ความเคารพกับสิทธิมนุษยชนของประชาชนทุกคนในประเทศ ซึ่งการจัดตั้งพรรคการเมืองของมาครง เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของฝรั่งเศส และเขาคือ 1 ในผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในการเลือกตั้ง ในปี 2560 โดยผลการเลือกตั้งฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2560 (อย่างไม่เป็นทางการ) รอบแรก พบว่า แอมานุแอล มาครง มีคะแนนเสียงอันดับ 1 คิดเป็น 24.01% แซงมารีน เลอ แปน จากพรรคแนวร่วมสร้างชาติ 21.30% ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2560 มีการเลือกตั้งรอบที่ 2 ระหว่าง แอมานุแอล มาครง จากพรรคอ็องมาร์ช และ มารีน เลอแปน จากพรรคแนวร่วมสร้างชาติ ผลการเลือกตั้งรอบที่ 2 ปรากฎว่า แอมานุแอล มาครง มีคะแนนคิดเป็น 66.10% ในขณะที่มารีน เลอ แปน มีคะแนนคิดเป็น 33.90% ทำให้มาครงกลายเป็นประธานาธิบดีของประเทศฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ และเป็นประธานาธิบดีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส และเป็นประมุขแห่งรัฐฝรั่งเศสที่อายุน้อยที่สุดนับตั้งแต่สมัยโบเลียน

'วราวุธ' ขึ้นกล่าวถ้อยแถลง บนเวที COP27 ตอกย้ำประชาคมโลก 'ไทยพูดจริง ทำจริง' โชว์ความก้าวหน้าการรับมือด้านสภาพภูมิอากาศ

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 ณ Sharm El Sheikh International Convention Center สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม COP27 ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงแสดงวิสัยทัศน์และความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ต่อที่ประชุมระดับสูงของการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 27 (COP27) โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) พร้อมด้วย นายพุทธพร อิ้วตกส้าน เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และนายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เข้าร่วม

นายวราวุธ ได้กล่าวบนเวที COP27 ว่า “ประเทศไทยได้ทำตามคำมั่นที่ให้ไว้ในการประชุม COP26 ด้วยการจัดส่งยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ ฉบับปรับปรุง ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065 รวมทั้ง เพิ่มเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) ลดก๊าซเรือนกระจกเป็นร้อยละ 40 ภายในปี ค.ศ. 2030 หากได้รับการสนับสนุนระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ประเทศไทย ยังได้ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางสำคัญในการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้กับประชาชน ตลอดจนส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจ BCG อย่างจริงจัง และในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคในปีนี้ เชื่อว่า เป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว จะเป็นผลลัพธ์ที่สำคัญของการประชุมผู้นำ APEC เพื่อช่วยบูรณาการความร่วมมือไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการจัดการของเสีย”

'วราวุธ' หารือ อเมริกา ถกประเด็นลดก๊าซมีเทน ต้นเหตุสำคัญปัญหา Climate Change ระดับโลก

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 ณ Sharm El Sheikh International Convention Center สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม COP27 พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) และคณะ หารือร่วมกับผู้แทนสหรัฐอเมริกา MR.John Kerry ผู้แทนพิเศษว่าด้วยประเด็นสภาพภูมิอากาศ (Special Presidential Envoy for Climate) และคณะ ถึงแนวทางความร่วมมือในการลดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายหลังการขึ้นกล่าวถ้อยแถลง บนเวทีการประชุมระดับสูงของ COP27

โดยในการหารือ นายวราวุธ ได้กล่าวถึงเจตนารมณ์และเป้าหมายของประเทศไทย ในการลดก๊าซเรือนกระจก โดยมีเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด หรือ NDC ที่จะลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 40 ภายในปี ค.ศ. 2030 รวมถึงการวางยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065 ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญในการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน ทั้งยังส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Model อย่างจริงจัง 

ผบ.ตร. วางระบบ CCTV 22,848 ตัว ครอบคลุมทุกพื้นที่ คุมเข้มความปลอดภัยประชุม APEC 2022 มั่นใจ!! เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ห่วงกลุ่มผู้ชุมนุมขวางการประชุม เตรียมแผนพร้อมรองรับไว้แล้ว

(17 พ.ย. 65) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร./รอง ผอ.กองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจรฯ การประชุม APEC 2022 เป็นประธานประชุมขับเคลื่อน กอ.ร่วมฯ ติดตามสถานการณ์ด้านการข่าว สภาพภูมิอากาศ และแผนการปฏิบัติรักษาความปลอดภัยและการจราจรประจำวัน บูรณาการทุกภาคส่วน รวมกว่า 30 หน่วยงาน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ภาพรวมการปฏิบัติมีความพร้อมทุกภาคส่วน และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การจราจรยังคล่องตัวดี เนื่องจากรัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุดราการ มีการติดตามสถานการณ์ด้านการข่าวทั้งในและนอกพื้นที่ กทม. อย่างใกล้ชิด

ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV เขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 17,848 ตัว และส่วนภูมิภาคในจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และ สมุทรปราการ อีกจำนวน 5,000 ตัว รวมทั้งสิ้น 22,848 ตัว มั่นใจว่าครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อการรักษาความปลอดภัย หากมีใครเข้ามาก่อเหตุ จะถูกตรวจจับด้วยกล้องทันที

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งจุดตรวจเป็นใยแมงมุม ครอบคลุมทุกเส้นทาง โดยเฉพาะสถานที่ประชุม ที่พักผู้นำ เส้นทาง และสถานที่สำคัญต่าง ๆ โดยใช้เจ้าหน้าที่กว่า 35,000 นาย พร้อมอุปกรณ์เครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้สำหรับการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจง กรณี จนท.ตำรวจ มีการควบคุมตัวนักศึกษา

ตามที่ปรากฏข้อมูลตามสื่อต่าง ๆ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการควบคุมตัวนักศึกษา จำนวน 3 คน นั้น
พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.สส.บก.น.4) ได้รับการแจ้งเบาะแสว่าสถานที่ดังกล่าวจะมีการมั่วสุมและมีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจจะมีการกระทำความผิดกฎหมายในทางอาญา จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และได้นำหมายค้น ศาลอาญา ที่ ค.1314/2565 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 เข้าทำการปิดล้อม-ตรวจค้น บ้านเช่าไม่มีเลขที่ฯ ย่านซอยรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ในการเข้าตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่เพื่อความบริสุทธ์ใจและโดยความยินยอมของผู้ถูกตรวจค้น จำนวน 3 ราย (อายุ 27 ปี 2 คน อายุ 23 ปี 1 คน) เจ้าหน้าที่ จึงได้พานักศึกษาดังกล่าวไปบันทึกถ้อยคำและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล ๔ ว่าไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จากนั้นแล้วจึงได้ปล่อยตัวไป โดยไม่มีการควบคุมตัวหรือจับกุมแต่อย่างใด

ชาวเน็ตแห่แซะ ‘ป๋าเทพ’ หลังประกาศขายไร่ จ.ราชบุรี ฟาก ‘สันติสุข’ ฉะกลับ!! แค่ย้ายทำเล จะไปแซะทำไม

เมื่อวานนี้ (16 พ.ย. 65) เฟซบุ๊กเพจ ‘ขนมเปี๊ยะขั้นเทพ’ ของ ‘ป๋าเทพ โพธิ์งาม’ ตลกอาวุโส ได้โพสต์ภาพประกาศขาย ‘ไร่ป๋าเทพ’ ใน ต.เขาขลุง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เนื้อที่ 13 ไร่ โดยระบุข้อความว่า…

“ขาย!! ไร่ป๋าเทพ 13 ไร่กว่า ที่สวย บรรยากาศร่มรื่น ต้นไม้เยอะที่สุดในแถบนี้ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง สนใจติดต่อ Inbox ขนมเปี๊ยะขั้นเทพ หรือ ติดต่อเบอร์โทร 085-3954415/ 094-4161555 ครับ #ไร่ป๋าเทพ #เทพโพธิ์งาม”

หลังทางเพจโพสต์ประกาศขายออกไป ก็มีแฟนๆ ของป๋าเทพ เข้ามาสอบถามจำนวนมากถึงสาเหตุที่ต้องขายไร่ โดยทางแอดมินผู้ดูแลเพจก็เข้ามาตอบว่า…

รัฐบาล ปลื้ม ผอ.สำนักเลขาเอเปคชมไทย จัดประชุมได้อย่างยอดเยี่ยมระดับโลก

รัฐบาล ปลื้ม ผอ.สำนักเลขาฯเอเปค ชมไทย จัดเอเปค ‘เวิลด์คลาส’ โชว์ภาพลักษณ์-ศักยภาพประเทศระดับโลก ชี้ ดึงอีเวนท์ใหญ่นานาชาติจัดที่ไทย กระตุ้นเศรษฐกิจกระจายรายได้ทุกภาคส่วน

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีนางรีเบคกา สตามาเรีย ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการเอเปค กล่าวในการประชุมของเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค ว่า ชื่นชมการเป็นเจ้าภาพงานประชุมเอเปค 2022 ของไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ที่ผู้นำจากเขตเศรษฐกิจและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถกลับมาประชุมแบบพบหน้ากัน ในแง่โลจิสติกส์ สถานที่ของไทยถือว่าอยู่ในระดับเวิลด์คลาสและจัดการได้เยี่ยมยอด เป็นการจัดเตรียมงานที่เป็นเลิศ เอาใจใส่ดูแลให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีความปลอดภัย ทั้งจากการเดินทางและจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่สารัตถะการประชุม สามารถทำให้เกิดความคืบหน้าท่ามกลางความท้าทายที่เราเผชิญอยู่ ถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จปีหนึ่งของเอเปค

มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ กับสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA)

(16 พ.ย.65) ที่ห้องการะเกด มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA) กับมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์พิภัทรา สิมะโรจนา รองอธิการบดี ม.ราชภัฏราชนครินทร์ /นายสมเกียรติ อู่เงิน ผู้อำนวยการและทีมสถาบันพัฒนาบุคลากร สาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ /นายเมธี พรมศิลา คณะบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม /นายพิษณุพงษ์ พุ่มมะรินทร์ นักวิชาการพัฒนาฝีมือแรงงานชำนาญการ ร่วมลงนาม

ทั้งนี้จากที่คณะเทคโนโลยอุตสาหกรรม ร่วมกับ สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA) กับ มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ ได้หารือร่วมมือในการยกระดับศักยภาพบุคลากรและนักศึกษา ซึ่งทั้งนี้คณะฯ ได้มีหลักสูตรทางด้านวิศวกรรมอุตสาหกรรมที่รองรับในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การพัฒนาศักยภาพ บุคลากร และนักศึกษาจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้อง Upskill/ Reskill ให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน 

การจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น เพื่อทบทวนทักษะ (Re-Skill) ยกระดับทักษะ (Up-skill) สนับสนุนการฝึกอบรม สนับสนุนบุคลากรและอุปกรณ์ ที่ใช้ในการอบรม สนับสนุนให้ศึกษา วิจัย ในด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ ยานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ และสมองกลชั้นสูง (AI) พร้อมออกใบรับรองให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมในนามของสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์

เปิด 7 วิธี ปรับธุรกิจรอรับ ‘นทท.แดนมังกร’ หลังทางการจีน จ่อปลดล็อกนโยบาย Zero Covid

การจัดประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ปี 2565 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ ‘สี จิ้นผิง’ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย เพราะอย่าลืมว่า ก่อนที่จะมีโควิดระบาด คนจีน คือ นักท่องเที่ยวหลักที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทย

แม้ขณะนี้ ยังไม่มีทีท่าว่าประเทศจีนจะผ่อนคลายให้คนเดินทางออกนอกประเทศ ตามนโยบาย ‘โควิดเป็นศูนย์’ (Zero Covid ) ซึ่งก่อนหน้านี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกมายอมรับว่า จากการประเมินในสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่เห็นแนวโน้มที่นักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางมายังประเทศไทยเป็นจำนวนมาก  

แต่ทว่า การที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเอเปคในครั้งนี้ จึงคาดหวังว่าจะมีการหารือแบบทวิภาคี ระหว่าง สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน กับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ของไทย โดยการเจรจาคาดว่าจะเน้นไปในทิศทางให้ทางการจีนพิจารณาผ่อนคลายมาตรการเข้าออกพรมแดนในบางมณฑล เพื่อเปิดทางให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามายังประเทศไทยอีกครั้ง

ซึ่งหากจีนมีการผ่อนคลายมาตรการเข้าออกพรมแดน ธุรกิจไทยควรเตรียมตัวอย่างไรบ้างตั้งแต่เนิ่น ๆ วันนี้ทีมข่าว The States Times จะสรุปให้อ่านกัน

จากผลสำรวจล่าสุดจาก Hotels.com™ ได้ศึกษาถึงพฤติกรรมที่มีผลต่อการท่องเที่ยวชาวจีนยุคใหม่ได้น่าสนใจ ดังนี้

- นักท่องเที่ยวชาวจีนยุคใหม่ หรือยุคมิลเลนเนียม (ผู้ที่เกิดหลังปี 2533 เป็นต้นไป) ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสูงอย่างเห็นได้ชัดระหว่างเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

- ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนดีที่สุดเป็นอันดับสอง เป็นรองแค่ประเทศญี่ปุ่น เนื่องมาจากความคล่องตัวในการใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มการชำระเงินที่ครอบคลุมสำหรับนักท่องเที่ยวจีนและความสะดวกสบายในการติดต่อสื่อสารที่รองรับภาษาจีน เช่น ป้ายข้อมูลบอกทางต่าง ๆ เป็นต้น

- นักท่องเที่ยวชาวจีนรุ่นใหม่คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย (ร้อยละ 61) ในขณะที่อาหารท้องถิ่นก็มีความสำคัญไม่แตกต่างกัน 

- สิ่งที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจออกเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีน ได้แก่ ทีวี ภาพยนตร์ และโซเชียลมีเดีย 

- นักท่องเที่ยวจีนชอบการเข้าพักในที่พักไฮเทค และชอบการลองทำกิจกรรมสุดแปลกแหวกแนว ชื่นชอบการสัมผัสประสบการณ์จริง 

- นักท่องเที่ยวชาวจีนรุ่นใหม่นิยมใช้จ่ายเงินไปกับการรับประทานอาหารเป็นส่วนใหญ่ โดยเลือกชิมอาหาร
ท้องถิ่นที่ไม่สามารถหารับประทานที่ไหนได้ (ร้อยละ 69) และเลือกเดินตามท้องถนนเพื่อชิมอาหารท้องถิ่นแท้ ๆ (ร้อยละ 43) มากกว่าการเลือกซื้อสินค้าราคาแพง (ร้อยละ 38) 

- นักท่องเที่ยวชาวจีนชื่นชอบผลิตภัณฑ์ และงานฝีมือที่มีชื่อเสียง (ร้อยละ 56) ส่วนมากจะซื้อไปเป็นของฝาก

นี่ชี้ให้เห็นแล้วว่าพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนเป็นแบบไหน แล้วธุรกิจไทยควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

1. ผู้ประกอบการ SME ไทยในด้านโรงแรมและที่พัก และธุรกิจร้านค้าต่าง ๆ ควรจัดหาสิ่ง
อำนวยความสะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจ่ายเงินที่สะดวกรวดเร็วด้วยมือถือ หรือแอปพลิเคชัน WeChat เช่น ปริ้นต์ QR Code การจ่ายเงินผ่านการสแกนติดไว้หน้าร้าน หรือเคาน์เตอร์จ่ายเงิน

2. ติดป้ายบอกข้อมูลบอกทาง หรือข้อมูลสินค้าต่าง ๆ สินค้านั้นควรมีเรื่องราวดึงดูดหรือน่าสนใจ ให้นักท่องเที่ยวจีนเห็นแล้วอยากซื้อ

รองต่อศักดิ์ลงพื้นที่ จ.ประจวบฯ-ชุมพร ตรวจเยี่ยมด่าน ตรวจความมั่นคง เน้นย้ำกำลังพลเพิ่มความเข้มในการปฎิบัติหน้าที่ช่วงการประชุมเอเปค 2022

เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 16 พ.ย.2565 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. ( ปป.) พล.ต.ต. ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รองผบช.ก. เดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังพล จุดตรวจมั่นคงห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีพล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมารอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.วันชัย ธารณธรรม ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธุ์ พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รองผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์พ.ต.อ.นนท์ ภักดีพันธ์ ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.อ.พรรณศักดิ์ เพรียวพานิช รอง ผบ.ฉก.จงอางศึก และ น.ส.วิยะรัตน์ หนูเอกปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.ทับสะแก ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปภารกิจ โดยด่านตรวจแห่งนี้เป็นหนึ่งในหลายๆด่านตรวจถาวร ที่เป็นเส้นทางคมนาคมสายหลัก โดยมีการปฏิบัติร่วมกันหลายหน่วยงานทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองร่วมปฎิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงระหว่างเดือนตุลาคม 2565 จนถึง 20 พ.ย. 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2022 ด่านตรวจแห่งนี้ได้เพิ่มมาตรการในการตรวจค้น และเฝ้าระวังกลุ่มบุคคนที่เป็นเป้าหมายด้านความมั่นคงมากขึ้นเป็นพิเศษ

ผบ.ตร.มอบรางวัลให้พลเมืองดี และตำรวจนาจอมเทียน ช่วยเหลือเด็กหญิงสาวถูกลักพาตัว รวมถึง สวป.มักกะสัน เจรจาต่อรองหนุ่มพม่า จะกระโดดสะพาน ในโครงการ 'ทำดี มีรางวัล'

(16 พ.ย. 65) เวลา 10.30 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบรางวัลโครงการ 'ทำดี มีรางวัล' 2 ราย รายแรกเป็นกรณี พลเมืองดี และตำรวจ เข้าช่วยเหลือ ด.ญ.วัย 13 ปี จากการถูกลุงแท้ ๆ กำลังพาไปกระทำอนาจาร ส่วนอีกราย สวป.มักกะสัน เกลี่ยกล่อมหนุ่มชาวเมียนมาที่พยายามจะกระโดดสะพานยกระดับฆ่าตัวตาย 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า กรณีปรากฎคลิป 2 เหตุการณ์ จนมีกระแสชื่นชมการปฏิบัติงานของตำรวจ และพลเมืองดีในสื่อสังคมออนไลน์นั้น 

กรณีแรก เมื่อวันที่ 12 พ.ย.65 เวลาประมาณ 15.00 น. นายสุขุม ผาติเสนะ อายุ 25 ปี พลเมืองดี ขณะขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาประสบเหตุเด็กหญิงวัย 13 ปี ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มีชายสูงวัยอายุราว 50 ปี เป็นผู้ขับขี่ เด็กหญิงได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ “ช่วยด้วย ช่วยด้วย” บริเวณถนนชุมชนยายร้า อ.บ้านฉาง จว.ระยอง จึงได้โทรศัพท์แจ้งเหตุ 191 พร้อมกับขับขี่รถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จากนั้นได้มี ส.ต.ต.พีรพัฒน์ เอี่ยวศิริ และ ส.ต.ต.สุรศักดิ์ ชัยชุมพร ผบ.หมู่ (ป.) สภ.นาจอมเทียน สายตรวจรถจักรยานยนต์ สภ.นาจอมเทียน จว.ชลบุรี เข้าระงับเหตุติดตามสกัดจับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว และขับขี่ประกบกับคนร้ายได้ รวมระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร โดยขณะคนร้ายลดความเร็วเพื่อกลับรถหลบหนี เด็กหญิงจึงใช้จังหวะดังกล่าวกระโดดลงจากรถจักรยานยนต์ แล้ววิ่งหลบไปพักอยู่ในรถกับเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้ขับไล่ติดตามคนร้ายต่อไป และพยายามจะสกัดรถของคนร้าย จนเฉี่ยวชนกันทำให้รถจักรยานยนต์สายตรวจเสียหลักคว่ำไป เป็นเหตุให้ตำรวจสายตรวจทั้ง 2 นาย ได้รับบาดเจ็บแต่คนร้ายสามารถประคองรถ แล้วขับหลบหนีต่อไปได้  ปัจจุบันเด็กหญิงได้อยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัว จว.ระยอง ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

จากเหตุการณ์ดังกล่าว สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การปฏิบัติหน้าที่ของนายสุขุม ผาติเสนะ พลเมืองดี ส.ต.ต.พีรพัฒน์ เอี่ยวศิริ  และ ส.ต.ต.สุรศักดิ์ ชัยชุมพร ผบ.หมู่ (ป.) สภ.นาจอมเทียน สมควรได้รับการเชิดชูเกียรติ ยกย่องสรรเสริญ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการตำรวจและสังคม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top