Friday, 17 July 2026
NEWS

รวมพลังภาคีเครือข่ายควบคุมยาสูบ 17 จังหวัดภาคเหนือ ร่วมประกาศเจตนารมณ์ 'คนเหนือไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า'

(10 มี.ค. 66) ที่ โรงแรมเมอเวนพิค สุริวงศ์ เชียงใหม่ รองพ่อเมืองเชียงใหม่ เป็นประธานในการ กล่าวนำภาคีเครือข่ายควบคุมยาสูบภาคเหนือ 17 จังหวัด กว่า 200 คน ร่วมประกาศเจตนารมณ์ 'คนเหนือไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า' ในงานสัมมนาเรื่อง 'คนเหนือไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า' ย้ำจุดยืน คนเหนือ จะร่วมมือกันรณรงค์ป้องกันประชาชนภาคเหนือทุกคน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ให้ปลอดพ้นจากการเสพติดบุหรี่และไฟฟ้าทุกรูปแบบ

นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นประธานในการประกาศเจตนารมณ์  'คนเหนือไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า' ครั้งนี้ การระดมทุกภาคส่วนของภาคีเครือข่ายควบคุมยาสูบ 17 จังหวัด ภาคเหนือ ให้มาร่วมกันรณรงค์ป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้ากับกลุ่มเด็กและเยาวชนถือเป็นวาระแห่งชาติ ที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าขยายวงกว้างไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มเด็กและเยาวชน  

โดยคำประกาศเจตนารมณ์ 'คนเหนือไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า' มีแนวทางดังนี้

1. พวกเราจะร่วมมือกันรณรงค์ป้องกันประชาชนภาคเหนือทุกคน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ให้ปลอดพ้นจากการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบ
2. พวกเราจะร่วมกันสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในโรงเรียน และสถานศึกษาทุกระดับ เพื่อป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิดของเด็กและเยาวชนภาคเหนือ  โดยการบังคับใช้กฎหมายการห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด
3. พวกเราจะร่วมกันสื่อสารข้อมูล เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนภาคเหนือได้รับรู้ถึงอันตรายของการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้า และรู้เท่าทันกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมยาสูบ

4. พวกเราจะร่วมกันสร้างกลไกขับเคลื่อนงานของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ให้เกิดการเชื่อมประสานการทำงานในเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมต่อเนื่อง
5. พวกเราจะดำเนินการป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นวาระแห่งชาติ  และประกาศเจตจำนงที่ชัดเจนในการสนับสนุนให้รัฐบาลคงนโยบาย และมาตรการในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้

ด้าน  ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยว่า จากข้อมูลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี พ.ศ.2564 พบว่า อัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยล่าสุดของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปเท่ากับ ร้อยละ 17.4 มีจำนวนผู้สูบบุหรี่เท่ากับ 9.9 ล้านคน หากมองภาพรวมของประเทศ ลดลงจากรอบสำรวจที่ผ่านมา แต่ที่ยังน่าเป็นห่วง คือ ยังมีปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าขยายวงกว้างไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่เด็กและเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า จะเกิดการเสพติดนิโคติน สารเสพติดตัวเดียวกันกับที่มีอยู่ในบุหรี่ธรรมดาไปตลอดชีวิต

ถึงแม้ว่าขณะนี้ ประเทศไทยได้มีประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557 และ ประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค คำสั่งที่ 9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า 'บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า'

ผบ.ตร. ชื่นชม ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ สร้างภาพลักษณ์องค์กรตำรวจ ทำความดีทุกวัน ปิดทองหลังพระ ตลอดเวลา

วันนี้ (10 มี.ค.66) เวลา 14.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบรางวัลโครงการ 'ทำดี มีรางวัล' แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ จำนวน 6 นาย พร้อมเหรียญหลวงพ่อโสธร รุ่น 80 ปี กรมตำรวจ สร้างปี พ.ศ.2538 และเงินรางวัลอีกนายละ 5,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566 เวลาประมาณ 14.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่า มีรถยนต์ส่วนบุคคลกำลังนำเด็กมีอาการป่วยส่งโรงพยาบาล โดยรถคันดังกล่าว กำลังขึ้นทางด่วนบางนา มุ่งหน้าลงทางด่วนพระราม 4 ที่หมายโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน (สีลม) ได้ร้องขอความช่วยเหลือจาก ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ สนับสนุนอำนวยความสะดวกในเส้นทาง 
 

ผบ.ตร.มอบ รองรอย คุมเข้มกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายตามนโยบายรัฐบาล เรียกประชุมหน่วยเกี่ยวข้อง วางมาตรการระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมเตรียมเปิดปฏิบัติการ ตรวจสอบเป้าหมายกว่า 100 จุดทั่วประเทศ

(10 มี.ค.66) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์  รอง ผบ.ตร. ประชุมหารือ หน่วยเกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหากลุ่มทุนต่างชาติเข้ามายึดประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยมีผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กรมสรรพากร สำนักงาน ปปง. เข้าร่วม การประชุมดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหากลุ่มทุนต่างชาติเข้ามายึดประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมายในประเทศไทย

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์  รอง ผบ.ตร. ที่ดูแลงานมั่นคง เป็นผู้รับผิดชอบ เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในที่ประชุมได้เห็นชอบ กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหากลุ่มทุนต่างชาติเข้ามายึดประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมายในประเทศไทย ในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และมาตรการระยะยาว ดังนี้

1. มาตรการเร่งด่วน
เริ่มตั้งแต่กระบวนการการคัดกรองบุคคลต่างชาติก่อนที่จะเริ่มต้นในการประกอบธุรกิจ

1.1 เริ่มตั้งแต่สถานกงสุลหรือสถานเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศ ใช้มาตรการในการคัดกรองเบื้องต้นสำหรับคนต่างด้าวที่ยื่นขอวีซ่าเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย

1.2. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กำหนดเงื่อนไขและคุณสมบัติพร้อมเอกสารประกอบที่น่าเชื่อถือให้ชัดเจนสำหรับคนต่างด้าวเข้ามายื่นขอจดทะเบียนการค้า การจัดตั้งนิติบุคคล บริษัท หรือกิจการอื่นในประเทศไทย ตรวจสอบผู้ถือหุ้นในบริษัทและคัดแยกกลุ่มเสี่ยง เช่น คนไทยถือหุ้นในหลายบริษัทของคนต่างด้าวในลักษณะถือแทน (นอมินี) ส่งข้อมูลให้ ตร.(ตำรวจท่องเที่ยว สตม. และตำรวจพื้นที่) และ ปปง.เพื่อ ดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายโดยทันที

1.3 กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ตรวจสอบเรื่องการอนุญาตการประกอบธุรกิจและการทำงานของคนต่างด้าว

1.4 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสอบเมื่อคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรด้วยวีซ่าอื่น และมีความประสงค์เปลี่ยนวีซ่าเป็นวีซ่าประเภททำงาน ตลอดจนตรวจสอบคนต่างด้าวที่ถือหนังสือเดินทางสองสัญชาติ โดยเฉพาะที่เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ

2. มาตรการระยะกลาง
กระบวนการตรวจสอบการประกอบธุรกิจ การดำเนินการของคนต่างด้าวในประเทศไทย 
เป็นการตรวจสอบความถูกต้องเรื่องของการดำเนินการให้เป็นไปตามหลักกฎหมาย ดำเนินการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ศรชล.จัดประชุมคณะกรรมการบริหารสัญจรนัดแรกที่พัทยา ชงเสนอแผนมั่นคงและผลประโยชน์ชาติทางทะเล ปี 66-70  

วันนี้ (10 มี.ค.66) ที่ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา จ.ชลบุรี ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จัดการประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล. ครั้งที่ 1/2566 โดยมีพล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และรอง ผอ.ศรชล. เป็นประธานเปิดการชุมประชุม พร้อมด้วย พล.ร.อ.ชลธิศ นาวานุเคราะห์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเลขาธิการ ศรชล. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนหน่วยงานหลัก 7 ศร ประกอบด้วย กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมศุลกากร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กองบังคับการตํารวจน้ำ และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เข้าร่วมประชุม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมในรูปแบบสัญจรนัดแรกของปี 2566 ตามนโยบายผู้บังคับ บัญชา ศรชล. เริ่มต้นจากพื้นที่ ศรชล.ภาค 1 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1 แสน ตร.กม. ในเขต 11 จังหวัดชายทะเล ประกอบด้วย สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และ ชุมพร

โดยในที่ประชุมได้ร่วมหารือถึงแนวทางขับเคลื่อนงานร่วมกันของหน่วยงานหลักทั้ง 7 แห่ง ให้มีประสิทธิภาพ โดย ศรชล. ได้เสนอร่างแผนการรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566 - 2570 โดยมี 4 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย 1 การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเกี่ยวกับการดำเนิน การด้านความมั่นคงทางทะเล มุ่งเน้นการบูรณาการด้านความมั่นคง กลยุทธ์ 2 การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทะเลอย่างสมดุลและยั่งยืนภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน มุ่งเน้นการบูรณาการด้านเศรษฐกิจ กลยุทธ์ 3 การบริหารจัดการองค์ความรู้ทางทะเล และการสร้างความตระหนักรู้ความสำคัญของทะเล มุ่งเน้นการบูรณาการหน่วยงานทางทะเล และกลยุทธ์ 4 การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมทางทะเล และด้านการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล มุ่งเน้นการบริการประชาชน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบตามขั้นตอน

รองต่อศักดิ์ฯ ส่งตำรวจทางหลวง ช่วยซับน้ำตาคุณยาย บัวลาย ไฟไหม้บ้านสิ้นเนื้อประดาตัว เจ้าตัวเผย ไม่เหลืออะไรแล้ว แต่ปลื้มใจคนไทยไม่ทิ้งกัน

(10 มี.ค.66) เวลา 13.00 น. ที่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 8 ต.หนองหว้า อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พ.อ.อรรถชัย รักษาศิลป์ รอง ผบ.มทบ.21 ,รอง ผอ.รมน.จ.นครราชสีมา พ.ต.ท.จิระพันธ์ มณีรัตน์ สารวัตรตำรวจทางหลวงนครราชสีมา จิตอาสา 904 ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชมรมฮักเขาใหญ่

โดยทั้งหมด ลงพื้นที่เกิดเหตุไฟไหม้ในเขต อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านของ นางหนูอวน วิระฬา เพื่อประสานความช่วยเหลือด้านบรรเทาสาธารณภัย การพัฒนาพื้นที่อาคารปลูกสร้าง และมอบสิ่งของเยี่ยวยาความเดือดร้อนเบื้องต้น โดยเหตุการณ์เพลิงไหม้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ทำให้นางหนูอวน และลูกสาว พร้อมคนในครอบครัว 8 ชีวิต  ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะบ้านถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด แทบสิ้นเนื้อประดาตัว

รมว.สุชาติ ส่ง ผู้ช่วยฯ ลงสงขลา มอบวุฒิบัตรแรงงานนอกระบบที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ฝึกอาชีพ เพิ่มรายได้ มีเครื่องมือทำกิน

(10 มี.ค.66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีมอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมโครงการพัฒนาทักษะเฉพาะของแรงงานอิสระยุค 4.0 (Gig Worker) หลักสูตรการฝึกยกระดับฝีมือ สาขาการประกอบขนมอบ โดยมี นายสุทธิ สุโกศล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายเอกชัย เลิศวิบูลย์ลักษณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดสงขลา ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลพะตง ร่วมให้การต้อนรับ นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ณ หอประชุมโรงเรียนวัดควนเนียง ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

นายสุรชัย กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการจ้างงาน ประชาชนมีทักษะฝีมือ มีงานทำ มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง กระทรวงแรงงาน โดยท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จึงได้ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดำเนินการฝึกอาชีพให้แก่กลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นแรงงานนอกระบบหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ได้ลงทะเบียนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า 'บัตรลุงตู่' เพื่อฝึกอาชีพยกระดับทักษะฝีมือแรงงาน ให้มีมาตรฐาน และมอบเครื่องมือทำกินให้หลังฝึกจบ เพื่อให้สามารถนำไปประกอบอาชีพ มีรายได้ เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้มากขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในวันนี้ รมว.แรงงาน จึงได้มอบหมายให้ผมลงพื้นที่มามอบวุฒิบัตรพบปะให้กำลังใจแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมโครงการพัฒนาทักษะเฉพาะของแรงงานอิสระ ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งผู้ประกอบ“อาชีพอิสระ” หรือ 'แรงงานนอกระบบ' หรือเรียกว่า Gig Worker คือ คนที่ทำงานในรูปแบบงานชั่วคราว งานที่รับจ้างเป็นระยะเวลาสั้นจบเป็นครั้งๆ ไป ไม่ยึดติดกับที่ใดที่หนึ่ง เช่น งานพาร์ทไทม์ งานฟรีแลนซ์ ซึ่งแรงงานเหล่านี้ยังขาดการพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพ จำเป็นต้องได้รับการยกระดับ ทักษะฝีมือ เพื่อเพิ่มความรู้ ความสามารถ มีงาน มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง และยั่งยืน

ดีชั่วรู้อยู่แก่ใจ!! ‘จ๊ะ นงผณี’ เคลื่อนไหว ปม ‘เมฆ รามา’ เอี่ยว ‘Forex-3D’ ลั่น!! ถ้าดีก็ขอให้รอด แต่ถ้าเลว ขอกรรมตามทันแบบสาสม

ทำเอาเหยื่อแชร์ลูกโซ่ Forex-3D อย่าง ‘จ๊ะ นงผณี มหาดไทย’ ถึงกับต้องออกมาเคลื่อนไหวเลยทีเดียว เมื่อล่าสุดทางเพจ ‘เหยื่อ’ ได้แชร์เรื่องราวที่สงสัยว่า ‘เมฆ รามา รัศมีรามา’ สามีของ ‘หยาดทิพย์ ราชปาล’ มีส่วนเกี่ยวข้องรู้จักกับ ‘อภิรักษ์ โกฎธิ’ CEO Forex-3D หรือไม่ โดยเนื้อหาในเพจระบุว่า

“นาย รามา รัศมีดารา (เมฆ) รู้จักกับอภิรักษ์หรือไม่.?
เอาจริง ๆ แล้วเราไม่อยากยุ่งเรื่อง forex 3d เพราะมีเพจที่ทำเรื่องนี้โดยตรงอยู่แล้ว
แต่ที่ต้องเขียนเพราะเกรงว่าท่านเลขาท่านอาจจะไม่รู้ข้อเท็จจริง เรื่องความสัมพันธ์ของเมฆ กับ อภิรักษ์
เพราะท่านเลขาบอกว่านายเมฆ สามีของหยาด ไม่เคยรู้จักกับ นาย อภิรักษ์มาก่อน.?

ที่เราอยากจะเรียนกับท่านเลขาก็คือ..เมฆรู้จักอภิรักษ์ซะยิ่งกว่ารู้จัก
เมฆ-อภิรักษ์ เคยไปนั่งดื่มกินคุยเรื่องซื้อขายสินทรัพย์กันที่ทองหล่อ (ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง)
เมฆ-อภิรักษ์ เคยไปดูบ้านของอภิรักษ์ (ที่เสนา) ที่อภิรักษ์จะขายให้ (1 ครั้ง)
ส่วนนาฬิกาหรูที่อภิรักษ์จะขายให้นายเมฆ เรายังสืบไม่ถึง เลยไม่รู้ว่าเมฆได้ซื้อมาด้วยหรือไม่.?”
 

กระทรวงแรงงาน ร่วมกับสถาบันการสร้างชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินโครงการพัฒนาสุขภาพขององค์กรเพื่อการสร้างชาติ พัฒนามาตรฐานการดูแลคุณภาพชีวิตแรงงาน ส่งเสริมไทยเป็นเมืองหลวงด้าน Wellness ของโลก

วันที่ 10 มีนาคม 2566 เวลา 13.30 น. นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานพิธีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินโครงการพัฒนาสุขภาพขององค์กรเพื่อการสร้างชาติ ระหว่างกระทรวงแรงงานกับสถาบันการสร้างชาติ (Wellness Corporate Nation-Building : Wellness CNB) ณ ห้องประชุมประสงค์ รณะนันทน์ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยกล่าวว่า กระทรวงแรงงาน มีความยินดีให้การสนับสนุน ส่งเสริม ประสานงานความร่วมมือกับสถาบันการสร้างชาติในกิจกรรมต่างๆ ของโครงการ Wellness CNB ซึ่งจะช่วยให้แรงงานในสถานประกอบการต่างๆ เกิดสวัสดิภาพที่ดี ยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานให้มีสุขสภาพ ทั้งร่างกาย จิตใจ รวมทั้งเศรษฐกิจ สังคม และพร้อมสนับสนุนด้านความรู้ วิชาการ และการประสานความร่วมมือไปยังสถานประกอบการต่างๆ ในการดูแลให้ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ Wellness CNB ที่สถาบันการสร้างชาติจัดขึ้น อีกทั้งเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงกับสถาบันการสร้างชาติ ในโครงการพัฒนาสุขสภาพขององค์กรเพื่อการสร้างชาติในวันนี้ จะเกิดผลที่เป็นรูปธรรมผ่านการหารือในรายละเอียดของกิจกรรมที่จะทำร่วมกันต่อไป ในส่วนของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานประกันสังคม และสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน)

การสร้าง Wellness ให้เกิดขึ้นในแรงงานไทยจะช่วยสนับสนุนสิ่งที่กระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญมาตลอด และจะสนับสนุนการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีมีคุณภาพให้กับแรงงานต่อไปในอนาคต โครงการนี้จะมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการพัฒนามาตรฐานการดูแลคุณภาพชีวิตของแรงงานทุกคน และช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นเมืองหลวงด้าน Wellness ของโลกได้อย่างแท้จริง นายบุญชอบฯ กล่าวในท้ายที่สุด

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ กล่าวว่า การร่วมมือการลงนามในวันนี้ สถาบันการสร้างชาติ ได้ร่วมกับนักศึกษาหลักสูตรผู้นำการประกอบการ Wellness เพื่อการสร้างชาติของสถาบันการสร้างชาติ จะร่วมพัฒนาส่งเสริมการต่อยอดสร้างองค์กรต้นแบบที่มีสุขสภาพที่ดี สร้างเครือข่ายกับองค์กรที่ร่วมโครงการ ขยายมุมมองการจัดการภายในองค์กร เพื่อสร้างสุขภาพที่ครบถ้วนและพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านการส่งเสริมสุขภาพสำหรับบุคลากรในองค์กรเพื่อการพัฒนาสุขสภาพองค์กรเพื่อการสร้างชาติ (Wellness Corporate Nation-Building : Wellness CNB) 

ไม่เป็นกลาง!! 'หมอพรทิพย์' คาใจ 'ป.ป.ช.' ปิดโอกาสแจงจัดซื้อ 'GT200'

(10 มี.ค.66) พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ส.ว.ในฐานะอดีต ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 8 มี.ค.เห็นควรสั่งฟ้องเองในคดีจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดและสารเสพติด GT200 และ Alpha (อัลฟา) 6 ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จำนวน 4 สัญญา ว่า ตนพร้อมจะดำเนินการตามขั้นตอนที่มีอยู่ เพราะขณะนี้เข้ามาสู่ทางตันแล้ว ก็คงจะต้องรอจนกว่า ป.ป.ช.จะยื่นฟ้องมาเอง สำหรับช่องทางอื่นตนก็มองว่าไม่มี รอสุดทางคือถูกฟ้อง ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องมาอยู่พักหนึ่งแล้ว เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะฟ้อง เพียงแต่เราทราบความเห็นเพียงตอนต้น ที่เหลือก่อนจะมาถึงจุดนี้ เราไม่ได้เห็นเอกสารหรือรายละเอียดอะไรเลย

เมื่อถามว่า เรื่องนี้มีเบื้องหน้าหรือเบื้องหลังหรือไม่ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า คิดว่าตอนนี้ไม่ต้องคิดอะไรมากแล้ว เราถูกร้องตั้งกรรมการสอบ เพียงแต่สงสัยว่าในฐานะที่เป็นหัวหน้าหน่วยงานในขณะนั้น เราจัดซื้อเพียงแค่ 3 เครื่อง ทำไมถึงโดน แต่ในขณะที่หน่วยงานอื่นซื้อเป็นพันเครื่องถึงไม่โดน ตนมีความติดใจในเรื่องของความไม่เป็นกลาง เนื่องจากกรรมการ ป.ป.ช.นั้นเคยวิพากษ์วิจารณ์ตน ตอนที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิติวิทยาศาสตร์ เข้าสภาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

‘เจ้าหนี้’ ทุ่มจ่ายค่าทนาย 8 พันบาท ฟ้องลูกหนี้ หลังโดนชักดาบเงิน 2,266 บาท นานเกือบปี

เอาให้เข็ด เจ้าหนี้ยอมจ่ายค่าทนาย 8,000 บาท ฟ้องร้องเรียกเงินลูกหนี้ 2,266 บาท หลังเอาของไปขายแต่ผลัดจ่ายนานเกือบปี ดัดนิสัยพวกชอบชักดาบ

ปัญหาลูกหนี้ ถือว่าเป็นปัญหาที่สร้างความปวดหัวให้เจ้าหนี้เป็นอย่างมาก เพราะลูกหนี้บางคนเข้ามาขอยืมเงินแล้วไม่คืน ทั้งที่สัญญาอย่างดีว่าจะคืนเงินตรงเวลา แต่สุดท้ายกลับเงียบหาย ขณะที่ลูกหนี้บางคนก็หัวหมอบอกไม่หนี ไม่มี ไม่จ่าย จนกลายเป็นเรื่องฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลมาเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดได้มีผู้เฟซบุ๊ก ณิชารีย์ พูนศรี (ทนายน้ำหวาน) เผยเรื่องราวของ เจ้าหนี้ให้ทนายฟ้องเรียกเงินค่าสินค้า 2,266 บาท หลังลูกหนี้เบี้ยวไม่ยอมจ่าย แม้จะต้องเสียค่าทนาย 8,000 บาท ก็ยอม โดยระบุว่า

นาทีระทึก!! ‘นักเรียน ม.2’ ถูกคนร้ายบุกยิงดับ หน้ามัสยิด ในปัตตานี จนท. เร่งตามล่าผู้ก่อเหตุ คาดหลบหนี ‘อ.ยะรังฯ’

เด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 นั่งอยู่กับแม่หน้ามัสยิด ถูกคนร้ายขับรถมายิง เสียชีวิต 1 ราย ที่ ปัตตานี
.
(10 มี.ค.66)  เวลาประมาณ 08.35 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเหตุใช้อาวุธปืนยิง ที่ม้านั่งหินขัด หน้ามัสยิดดารุสนัดวะตุสอิสลามียะห์บริเวณโรงเรียน ประชารักษ์ ม.6 ต.ปุยุค อ.เมือง จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นนักเรียน ชั้น ม.2 ทราบชื่อ ด.ญ.กูตักวา เงินสองสี อายุ 14 ปี ชาวปัตตานี ถูกกระสุนปืนเข้าบริเวณหน้าอกด้านซ้าย นำส่งโรงพยาบาลปัตตานี และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เรื่องดีที่น่าสนับสนุน ‘ประชาธิปัตย์’ รับลูก ‘อ.ไข่’ ชง พ.ร.บ.สภาศิลปะฯ เชื่อช่วยหนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทยโดดเด่นบนเวทีโลก

(10 มี.ค.66) ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม., คุณวทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง ได้ร่วมกันรับ หนังสือ ร่าง พ.ร.บ.สภาศิลปะ ศิลปิน และวัฒนธรรมแห่งชาติ จาก อาจารย์ไข่ มาลีฮวนน่า และคณะ

โดย นายจุรินทร์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยินดีที่จะสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ที่ถือว่าเป็นการรวมตัวเพื่อตั้งให้เป็นสภาวิชาชีพ ซึ่งจะรวมทั้งศิลปินและด้านศิลปวัฒนธรรมเข้ามาด้วย สำหรับในส่วนของพรรค ก็ได้มีการยกร่าง พ.ร.บ.ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันอยู่แล้ว ดังนั้นจะได้รับร่างฯ จากทางศิลปิน หรือภาคประชาชน ซึ่งในภาพรวมแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ยินดีสนับสนุนโดยมีหลักการใหญ่คือ ต้องการให้ศิลปินทุกแขนงที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมระดับชาติ และพื้นบ้าน ได้มีสภาวิชาชีพเป็นของตัวเองขึ้นมา ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายของพรรค และจะช่วยดำเนินการทุกวิถีทางให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาให้ได้ต่อไปในอนาคต

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ที่ประชาธิปัตย์ ได้เตรียมไว้ว่า เป็นร่างที่มีลักษณะไม่แตกต่างกันแบบฟ้ากับดิน แต่มีหลักการใหญ่เหมือนกัน คือ สนับสนุนให้มีสภาวิชาชีพทางด้านนี้ ส่วนรายละเอียดจะเป็นเรื่องของตัวกฎหมาย ซึ่งเมื่อถึงเวลา หากสภารับหลักการก็จะมีการตั้ง กรรมาธิการเข้าไปพิจารณาอยู่แล้ว ซึ่ง กมธ.ชุดดังกล่าวก็จะประกอบด้วยผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองต่างๆ และตัวเจ้าของร่าง รวมถึงศิลปินทั้งหลายที่จะต้องเข้าไปร่วมเป็น กมธ.อยู่แล้ว โดยเฉพาะประชาธิปัตย์ ก็ยินดีเสนอตัวแทนเข้าไปเพิ่มเติมได้ 
 

ขออากาศสะอาด ‘นพดล’ จี้ รบ. แก้ไขพิษฝุ่น PM 2.5 อย่างเข้มงวด ลั่น!! “อย่าปล่อยปัญหาฝุ่น กัดกร่อนสุขภาพคนไทย”

พท.กระทุ้ง รบ.แก้ปัญหาฝุ่นพิษจริงจัง อย่าปล่อยลูกหลานอยู่ตามยถากรรม 

(10 มี.ค. 66) นายนพดล ปัทมะ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขอเรียกร้องแบบแผ่นเสียงตกร่องแทนพี่น้องคนไทยในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่าง ๆ ที่ทุกข์ยากแสนสาหัสจากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่อยู่ในระดับที่เป็นอันตราย เลวร้ายลงทุกวัน 

ซึ่งข้อมูลทางวิชาการชี้ว่าฝุ่นพิษนี้อาจนำไปสู่โรคร้าย กระทบต่อปอด หัวใจ สมอง และอาจมีผลกระทบในระยะยาว และไม่ปรากฏอาการในขณะนี้ ตนเรียกร้องให้รัฐบาลตื่นขึ้นมาแก้ปัญหาให้เป็นระบบและจริงจังกว่านี้ ได้เรียกร้องไปหลายครั้งแต่ยังไม่เห็นความตั้งใจจริงในการออกมาตรการ และระดมสรรพกำลังเพื่อแก้วิกฤต ถ้าไม่เร่งแก้คนไทยนับแสนนับล้านจะได้รับผลกระทบ ประเทศจะสูญเสียทั้งต้นทุนทางสุขภาพ สังคมและการท่องเที่ยว 

นายนพดล กล่าวต่อว่า จิตใจผู้มีหน้าที่รับผิดชอบทำด้วยอะไร คิดถึงหัวใจ ปอด สมอง สุขภาพของเด็กแรกเกิดจนถึงคนชราที่ต้องเผชิญฝุ่นพิษตามยถากรรมวันแล้ววันเล่าบ้างไหม เรื่องนี้เป็นวิกฤตครั้งใหญ่ เป็นโศกนาฏกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลต้องแก้ไข ต้องระดมหน่วยงานทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นเร่งแก้ปัญหาการเผาไร่ข้าวโพด ไร่อ้อย แก้ปัญหาการเผาป่าหน้าแล้ง ร่วมมือกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควบคุมไซต์ก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรม รถควันดำ โดยให้เจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่เข้มงวดผู้ปล่อยมลภาวะ นอกจากนั้นรัฐบาลได้เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นข้ามแดนไปอย่างไรบ้าง

ตำรวจไซเบอร์ เตือนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระบาดหนัก ล่าสุดแอบอ้างอดีต รอง ผบ.ตร. ข่มขู่ให้เหยื่อโอนเงิน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ขอฝากเตือนภัยมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นอดีตข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดังนี้ 
ในปัจจุบันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้สร้างความเสียหาย และความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก เนื่องมาจากสามารถเข้าถึงประชาชนได้หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าเป็นจากสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ จากการส่งข้อความสั้น (SMS) รวมไปถึงผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ซึ่งมีรูปแบบการทำงานเป็นขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน หลอกลวงเหยื่อโดยการใช้ความกลัว ความโลภ และความไม่รู้ของประชาชนเป็นเครื่องมือ ที่ผ่านมาพบว่ามีหลากหลายรูปแบบ เช่น การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่บริษัทขนส่งสินค้า แจ้งไปยังผู้เสียหายว่าบัญชีธนาคาร หรือพัสดุที่ส่งไปต่างประเทศมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หรือบัญชีธนาคารของผู้เสียหายถูกอายัด เป็นหนี้บัตรเครดิต เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด การฟอกเงิน มีหมายจับ หรือหลอกลวงว่าได้เช็คเงินคืนภาษี หรือหลอกถามข้อมูลส่วนตัวเพื่อนำไปปลอมแปลงในการทำธุรกรรมต่างๆ รวมถึงการหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมเพื่อฝังมัลแวร์ควบคุมโทรศัพท์มือถือโอนเงินออกจากบัญชี เป็นต้น


ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวน บช.สอท. ได้รับแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหายหลายรายว่าถูกมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง สร้างความน่าเชื่อถือโดยการแจ้งชื่อนามสกุล และหมายเลขพนักงานให้ผู้เสียหายทราบ แล้วแจ้งผู้เสียหายว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน เนื่องจากผู้เสียหายได้ใช้บัตรเครดิตธนาคารดังกล่าวที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท จากนั้นได้โอนสายต่อไปยังมิจฉาชีพอีกรายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัด สภ.เมืองพิษณุโลก ให้ผู้เสียหายแอดไลน์บัญชีไลน์ตำรวจปลอม ข่มขู่ว่าผู้เสียหายว่าจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ให้โอนเงินที่มีในอยู่บัญชีมาให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงมีการส่งเอกสาราชการปลอมให้ผู้เสียหายตรวจสอบ มีการสร้างสภาพแวดล้อมให้ผู้เสียหายได้ยินเสียงว่ามิจฉาชีพอยู่ที่สถานีตำรวจจริง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่มิจฉาชีพเตรียมไว้

ต่อมาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ข่มขู่ผู้เสียหายอีกว่าจะต้องถูกดำเนินดดี และต้องถูกฝากขัง 90 วัน แต่ผู้กำกับการ สภ.เมืองพิษณุโลก สามารถช่วยเหลือไม่ให้ไม่ถูกดำเนินคดีได้ แนะนำให้แอดไลน์ไปพูดคุยขอความช่วยเหลือ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้แอดไลน์บัญชีตำรวจปลอมดังกล่าว ภายหลังทราบว่ารูปภาพโปรไฟล์ และชื่อบัญชีไลน์ดังกล่าว เป็นรูปและชื่อของอดีตข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ระดับรอง ผบ.ตร. ซึ่งในระหว่างที่พูดคุยกันนั้น มิจฉาชีพเพิ่มความน่าเชื่อถือโดยการไลน์วิดีโอคอลมายังผู้เสียหาย และทำการส่งภาพว่ากำลังตรวจสอบเงินที่ผู้เสียหายโอนมาให้ตรวจสอบ มิจฉาชีพข่มขู่เหยื่ออีกว่าต้องโอนเงินมาประกันตัว ให้รายงานตัวทุกๆ 2 ชม. อ้างว่ามีระบบติดตามตัว ห้ามหลบหนี ผู้เสียหายเกิดความกลัวจึงโอนเงินไปให้มิจฉาชีพได้รับความเสียหายจำนวนมาก 


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญ และมีความห่วงใยต่อภัยการหลอกลวงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยจากมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐโทรศัพท์ไปหลอกลวงเอาทรัพย์สินของประชาชน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ได้กำชับสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง รวมถึงวางมาตรการป้องกันสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ


ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชาผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบ
การกระทำลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน ” หรือกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง 


โฆษก บช.สอท. กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ได้ร่วมกันหาแนวทาง และวางมาตรการป้องกันในการแก้ไขปัญหาภัยออนไลน์ต่างๆ ไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ไม่ว่าจะเป็นโครงการไซเบอร์วัคซีน การทำบันทึกข้อตกลง (MOU) การแก้ไขการรับจ้างการเปิดบัญชีม้า การครอบครองซิมโทรศัพท์มือถือ การอายัดบัญชีธนาคารให้ทันท่วงที การตรวจจับบัญชี หรือธุรกรรมการเงินที่ต้องสงสัย และการยืนยันตัวตนก่อนทำธุรกรรมการเงินที่มีวงเงินสูง เป็นต้น  
 

เชียงใหม่-สัมมนาผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์พลังงานภาคเหนือเตรียมพร้อมเผยแพร่ผลสำเร็จโครงการ Energy Points 3

สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรมฯ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จับมือสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ จัดสัมมนาผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์พลังงานภาคเหนือ เตรียมพร้อมเผยแพร่ผลสำเร็จโครงการ Energy Points 3 ภายใต้โครงการสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและลดต้นทุนในอุตสาหกรรมขนาด SME ภายในเดือนมีนาคมนี้ ณ กรุงเทพมหานคร
 
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2566 เวลา 09.00 น. ณ ห้องบุษราคัม ชั้น 1 โรงแรมฟูราม่า จ.เชียงใหม่ สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสนับสนุนโดยกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน จัดเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing) ระหว่างคณะทำงานโครงการฯ และที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงานกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเตรียมพร้อมเผยแพร่ผลสำเร็จโครงการสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและลดต้นทุนในอุตสาหกรรมขนาด SME โดยมี นายรุ่งเรือง สายพวรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ,ผศ.ดร.ชลธิศ เอี่ยมวรวุฒิกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีประทุม และนายกิตติ์ จิรกิตยางกูร  รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการเสวนาร่วมกับที่ปรึกษาฯ จากกลุ่มจังหวัดในภาคเหนือ ประกอบไปด้วยภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่), ภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย), ภาคเหนือตอนล่าง 1 (พิษณุโลก), ภาคเหนือตอนล่าง 2 (นครสวรรค์) โดยช่วงบ่ายเป็นการเข้าเยี่ยมชมโรงงานตัวอย่างด้านอนุรักษ์พลังงาน ณ โรงงานน้ำแข็งธารทอง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top