Wednesday, 15 July 2026
NEWS

เชียงใหม่-ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงข่าว " ยุทธการบุกบ้านอันธพาลเชียงใหม่ "

ตำรวจภูธรภาค 5  แถลงข่าวการจับกุมเยาวชนหัวหน้าแก๊งวัยรุ่นป่วนเมือง ของ สภ.หางดง และการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่น(คลองแม่ข่า) ของ สภ.เมืองเชียงใหม่ " ยุทธการบุกบ้านอันธพาลเชียงใหม่ "

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2567  เวลา 15.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล  ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ,พล.ต.ต.วรพงศ์  คำลือ ผบก.สส.ภ.5 ,รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ,ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ผกก.สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการตาม "ยุทธการบุกบ้านอันธพาลเชียงใหม่" พร้อมทั้งได้แถลงข่าวการจับกุมเยาวชนหัวหน้าแก๊งวัยรุ่นป่วนเมืองของ สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ และการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่น (คลองแม่ข่า) ของ สภ.เมืองเชียงใหม่จ.เชียงใหม่  ณ ห้องประชุมชั้น 3 สภ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

โดยมีรายละเอียดดังนี้
สรุปผลการจับกุมบุคคลต่างด้าว  “ยุทธการบุกบ้านอันธพาลเชียงใหม่”
ได้ปิดล้อมตรวจค้นหอพัก ในพื้นที่ สภ.เมืองเชียงใหม่   จำนวน   6  แห่ง   ผลการปิดล้อมตรวจค้น ได้จับกุม ผู้กระทำความผิดบุคคลต่างด้าว   รวมจำนวน 27 คน  เป็นชาย 20 คน หญิง 7 คน  ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

สถานีตำรวจภูธรหางดง จังหวัดเชียงใหม่  จับกุมหัวหน้าแก๊ง SOHOT
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 สถานีตำรวจภูธรหางดง ได้รับแจ้งกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่น โดยผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุคือ นายณัฐพงค์ หรือเฟรก คำแก้ว (หัวหน้าแก๊งค์ Sohot) ซึ่งนายณัฐพงค์หรือเฟรกฯ เคยก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นมาแล้วหลายครั้ง และยังเคยใช้อาวุธปืนข่มขู่ผู้อื่น สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หางดง  ได้ทำการสืบสวนติดตามไปถึงบริเวณบ้านพักของนายณัฐพงค์ หรือเฟรกฯ ที่บ้านเลขที่ 35/3 หมู่ที่ 11 ต.บ้านแหวน อ.หางดง จว.เชียงใหม่ พบนายณัฐพงค์ หรือเฟรกฯ บริเวณบ้านพัก ลักษณะท่าทางมีพิรุธ รีบหลบเข้าไปในบ้านพัก จึงมีเหตุอันควรสงสัยตามสมควรว่ามีทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิด ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนินช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ ทรัพย์สินนั้นจะถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจค้น นายณัฐพงค์ หรือเฟรกฯ ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้น และเป็นผู้นำตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 2 นัด และปลอกกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 1 ปลอก ซุกซ่อนอยู่บริเวณในตู้เสื้อผ้า ชั้นบน ข้างที่นอนของนายณัฐพงค์ หรือเฟรกฯ สอบถามนายณัฐพงค์ หรือเฟรกฯ รับว่ากระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนของกลางดังกล่าวเป็นของตน ยอมรับว่ากระสุนปืนดังกล่าวได้มาจากเพื่อนชื่อนายวุฒิ  ไม่ทราบชื่อ สกุลจริง บุคคลต่างด้าวเชื้อชาติไทยใหญ่ สัญชาติเมียนมา เมื่อประมาณ 1 เดือนเศษที่ผ่านมา จึงได้จับกุมตัวพร้อมของกลาง ดำเนินคดีในข้อหา มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งพนักงานสอบสวน  สภ.หางดง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายร่างกายผู้อื่น บริเวณคลองสะพานแม่ข่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2567 เวลาประมาณ 01.00 น. ได้มีกลุ่มวัยรุ่นชายจำนวน 6 คน รุมทำร้ายร่ายกายนายประวิทย์ฯ ซึ่งเป็นครูสอนมวย เป็นเหตุให้นายประวิทย์ฯ ได้รับบาดเจ็บ ตามที่ได้เผยแพร่ไปตามสื่อโซเชียล นั้นฃ

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2567 นายประวิทย์ ฯ ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว จากนั้นชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายจำนวน 6 นายที่หลบหนีไป โดยสามารถติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้จำนวน 5 ราย หลบหนี  1 ราย  ดังนี้
1. นายอาหลู่ ไม่มีนามสกุล อายุ 18 ปี สัญชาติเมียนมาร์จับได้ที่บ้านพัก ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่
2. นายฉลอม ไม่มีนามสกุล อายุ 20 ปีสัญชาติเมียนมาร์จับได้ที่ริมถนนราชวิถี อ.ศรีภูมิ อ.เมือง จว.เชียงใหม่
3. นายอาเล หลีจ๊ะ อายุ 18 ปี สัญชาติเมียนมาร์ จับได้ที่ริมถนนระแกง ซ.2 ใกล้คลองแม่ข่า
4. นายอาเบ ไม่มีนามสกุล อายุ 20 ปีสัญชาติเมียนมาร์จับได้ที่ริมถนนระแกง ซ.2 ใกล้คลองแม่ข่า
5. นายอาเล ไม่มีนามสกุล อายุ 18 ปีสัญชาติเมียนมาร์จับได้ที่ริมถนนระแกง ซ.2 ใกล้คลองแม่ข่า
6. นายอาส่า ไม่มีนามสกุล อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมาร์(หลบหนี)

โดยแจ้งข้อกล่าว “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 6 นาย เป็นบุคคลต่างด้าว สัญชาติเมียรมาร์ ที่ลักลอบหลบหนีเข้ามายังประเทศไทยโดยใช้ช่องทางธรรมชาติและเข้ามาหาทำงานรับจ้างทั่วไปในตัวเมืองเชียงใหม่ ติดต่อกับกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาก่อนเพื่อขอทำงานและพักอาศัย ไม่มีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่งและเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อยๆ

ตำรวจภูธรภาค 5 ขอยืนยันว่ามีความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชนและยังคงเน้นย้ำในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ทั้งนี้หากพบเห็นอาชญากรรมหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิดโปรดแจ้ง 191 ตลอดเวลา 24ชั่วโมง หรือแจ้งผ่านไลน์ ผบช.ภ.๕ ไอดี @police5 

พิษณุโลก เลขาฯ ป.ป.ส. ลุยงานยึดทรัพย์ฯเหนือล่าง เสริมศักยภาพเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ริบทรัพย์ทำลายเครือข่ายนักค้ายาเสพติด

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ  เลขาธิการ ป.ป.ส. ตรวจเยี่ยมโครงการฝึกอบรมเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการริบทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง พร้อมพบปะและมอบนโยบายแก่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ที่รับผิดชอบด้านสอบสวน สังกัดตำรวจภูธรภาค 6 ณ โรงแรมเดอะพาร์ค จังหวัดพิษณุโลก                    

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ  เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีเป้าหมายลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดและต้องเห็นผลเป็นรูปธรรม ภายใน 1 ปี โดยในด้านการปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดได้สั่งการให้ทำงานบูรณาการหนักขึ้น ในการยึดทรัพย์ผู้ค้าทั้งรายใหญ่รายย่อย และต้องขยายผลให้ถึงผู้ค้าเครือข่ายรายสำคัญ ตลอดจนการใช้สาธารณสุขนำการแก้ไขปัญหายาเสพติด ผ่านการสร้างศูนย์บำบัด และนำผู้เสพเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างเหมาะสม รวมถึงมาตรการป้องกันยาเสพติดที่มุ่งหวังให้เยาวชนไทยมีปฏิกิริยาการปฏิเสธต่อยาเสพติด เหมือนกับเยาวชนในสหรัฐอเมริกาที่หาที่กำบังเมื่อได้ยินเสียงปืน หรือเหมือนกับเยาวชนในญี่ปุ่นที่รีบวิ่งเข้าใต้โต๊ะเมื่อรู้สึกถึงการสั่นของอาคาร โดยให้ทุกหน่วยงานผนึกกำลังเพื่อลดความเดือนร้อนของประชาชน โดยยึดหลัก “ผู้เสพเป็นผู้ป่วย ส่วนผู้ค้าจะต้องถูกลงโทษและยึดทรัพย์สิน” โดยการยกระดับการปราบปราม ทำลายโครงสร้างเครือข่ายกลุ่มการค้ายาเสพติดระดับต่าง ๆ อย่างจริงจัง

การจัดโครงการฝึกอบรมในครั้งนี้ ถือเป็นการเสริมเขี้ยวเล็บแก่เจ้าหน้าที่ให้พร้อมทั้งองค์ความรู้แนวทางการทำงาน และเครือข่ายประสานงาน เพื่อให้การยึดทรัพย์สินตามมูลค่าหรือ Value-based confiscation ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดทำได้อย่างมีศักยภาพ จำเป็นต้องพัฒนาเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านสอบสวนตรวจสอบทรัพย์สินเพราะต้องใช้องค์ความรู้ในการรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงพยานหลักฐานให้ครอบคลุม และต้องก้าวทันรูปแบบการโอนย้ายอำพรางเส้นทางการเงินของเครือข่ายการค้ายาเสพติด อาจใช้กลไกศูนย์สืบภาค บูรณาการงานร่วมกันระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค กับตำรวจภูธรภาค เพื่อขยายผลยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด และนำผู้เกี่ยวข้องมาลงโทษให้มากที่สุด 

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ  เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอเป็นกำลังให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านในทำงานเพื่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งนี้  สำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณแก่ตำรวจภูธรภาคในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะยุทธการเด็ดปีกผู้ค้ารายย่อย เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในระดับพื้นที่จากผู้ค้ารายย่อย รวมถึงการลดความรุนแรงที่อาจเกิดจากผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด ตลอดจนการนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดตามนโยบายของรัฐบาล

ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

อบอุ่น!! ‘ยาย’ จูงมือหลานสาวมอบตัวเป็นนักศึกษา ม.อุบลราชธานี หลังสอบติดคณะเภสัชศาสตร์ แม้ตนจะอายุมาก-เดินไม่ค่อยสะดวก

เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊ก ‘คำอธิบาย’ ได้แชร์โมเมนต์น่ารัก ๆ ระหว่างสองยายหลานคู่หนึ่ง โดยระบุว่า…

หลานยายทั้งคน!! ยายอาสามาส่งหลานเข้าเรียน แม้เดินไม่ไหว หลานสาวสอบติดเภสัช

…เรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์โดยผู้ใช้งาน TikTok บัญชี chart.chanachi โดยเขาได้แชร์คลิปสุดน่ารักที่คุณยายกำลังเดินพาหลานสาวของตัวเอง ไปมอบตัวเข้าเป็นนักศึกษาเภสัชศาสตร์ โดยเขาได้อัปโหลดวิดีโอพร้อมบรรยายว่า “ยายเดินจนต้องหยุดพัก สู้ ๆ ครับยาย ความภูมิใจของยาย”

โดยในคลิปนั้นเขาได้บรรยายเพิ่มเติมว่า “ยายเลี้ยงมาตั้งแต่เกิด หลานสาวสอบติดคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ยายเดินมาส่งวันมอบตัวเข้ามหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง” ซึ่งในคลิปถึงแม้ว่ายายจะมีอายุที่มาก จนหลังค่อม เดินไม่ค่อยสะดวก

‘หมอยง’ เผย ‘โควิด-19’ มีแนวโน้มระบาดเพิ่มขึ้น พร้อมเตือนให้ระวังสายพันธุ์ HK.2 ติดง่ายกว่าเดิม

(13 พ.ค. 67) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก จุฬา โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan เรื่อง ‘โควิด19 สายพันธุ์ที่ระบาดอย่างมากและการเฝ้าระวังต่อไป’ โดยระบุว่า…

การระบาดของโควิด 19 มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น และระวังสายพันธุ์ที่เกิดใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงไปจากสายพันธุ์เดิม

การติดตามสายพันธุ์ทั่วโลก ส่วนใหญ่ยังเป็นสายพันธุ์ JN โดยเฉพาะสายพันธุ์ JN.1 หรืออยู่ในเครือญาติของ JN.1

สายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังและติดง่ายกว่า สายพันธุ์ JN.1 คือสายพันธุ์ HK.2 กำลังจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สายพันธุ์นี้ก็เป็นลูกของ JN.1 ที่กลายพันธุ์ออกมา

สำหรับประเทศไทยการติดตามสายพันธุ์ถึงเดือนเมษายน ขณะนี้ในประเทศไทย มีการศึกษากันน้อยมาก ทางศูนย์ติดตามสายพันธุ์ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ว่าจะเป็นสายพันธุ์อะไรที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น คาดว่าอีก 1-2 สัปดาห์ก็จะรู้หมด เพราะขณะนี้มีตัวอย่างเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพราะแนวโน้มของการระบาดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ส่วนใหญ่มีอาการน้อย ยกเว้นในกลุ่มเปราะบางเท่านั้น

‘ดร.อานนท์’ เผย!! ‘ในหลวง’ ตั้งพระทัยอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง มีพระราชศรัทธาใน ‘ท่านชยสาโร-ท่านอนิลมาน’ ปราศจากเรื่องเชื้อชาติ

(13 พ.ค. 67) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

“กราบสาธุการด้วยเศียรเกล้า
อนุโมทนาบุญสาธุการ

แม้จะเป็นยศช้างขุนนางพระ แต่ก็เป็นพระราชศรัทธาแห่งองค์พระมหากษัตริย์ 

ผู้ซึ่งตั้งพระทัยจะอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง

พระต่างชาติสองรูปนี้ ท่านชยสาโร และท่านอนิลมาน เป็นพระชาวต่างประเทศ (อังกฤษและเนปาล) ได้มาบวชเรียนในประเทศไทยเป็นเวลานาน

เป็นหลักแห่งพระศาสนา ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แสดงธรรมเทศนาเป็นธรรมทานและวิทยาทานแด่มหาชนสม่ำเสมอ

พระธรรมของพระพุทธเจ้านั้นเป็นสากล ไม่มีเชื้อชาติศาสนา วรรณะ 

การที่พระมหากษัตริย์ของไทย มีพระราชศรัทธาในพระชาวต่างชาติเป็นเรื่องดีแห่งการก้าวพ้นสมมุติทั้งปวง คือมีพระราชศรัทธาในวัตรปฏิบัติและธรรมะโดยมิได้ทรงติดขัดในเรื่องเชื้อชาติแต่ประการใด 

ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้พระทั้งสองรูปนี้แปลงสัญชาติเป็นไทยแล้ว

พระพรหมพัชรญาณมุนี พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์

ขอถวายพระพรให้ทรงพระเจริญในธรรม

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”

นอกจากนี้ ล่าสุด (13 พ.ค. 67) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริว่า พระสงฆ์ซึ่งดำรงในสมณคุณ มีอุปการะยิ่งแก่การพระศาสนา สมควรจะได้เลื่อนอิสริยฐานันดรในสมณศักดิ์สูงขึ้นมีอยู่ จึงทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา

พระธรรมพัชรญาณมุนี ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมพัชรญาณมุนี ศรีวิปัสสนาธุราจารย์ ไพศาลวิเทศศาสนกิจ วิสิฐสีลาจารดิลก สาธกธรรมวิจิตร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี จ.นครราชสีมา มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 8 รูป

พระธรรมศากยวงศ์วิสุทธิ์ ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ พุทธพจนวราลังการ ไพศาลวิเทศศาสนคุณ วิบุลประชาสังคหกิจ ปฏิภาณธรรมวิจิตร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 8 รูป

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.2567 ประกาศ ณ วันที่ 13 พ.ค.นี้

สำหรับพระพรหมพัชรญาณมุนี มีนามเดิมว่า ฌอน ไมเคิล ชิเวอร์ตัน ฉายา ชยสาโร สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี จ.นครราชสีมา เป็นพระภิกษุชาวอังกฤษผู้ซึ่งถ่ายทอดความลึกซึ้งทางธรรมฉบับภาษาไทยได้อย่างสละสลวย และเป็นที่ประทับใจต่อพุทธศาสนิกชนทั่วโลก

ส่วนพระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ นามเดิม อนิลมาน นามสกุล ศากยะ ฉายา ธมฺมสากิโย เป็นพระภิกษุชาวเนปาล สัญชาติไทย บวชเป็นสามเณรในประเทศเนปาล และมาศึกษาพระธรรม ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เมื่ออายุครบบวชจึงได้อุปสมบท ณ วัดบวรนิเวศวิหาร

โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร เป็นพระอุปัชฌาย์ ทรงให้การอุปถัมภ์มาตั้งแต่เป็นสามเณร ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 6 -7 (ธรรมยุต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดบวรนิเวศวิหาร และอธิการบดีกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลก

‘ดร.มานะ’ ยกคำพูดครู รร.กำเนิดวิทย์ สะท้อน!! ‘ความฝันเด็ก’ หลังบางครอบครัวคาดหวังให้ลูกต้อง ‘เรียนหมอ’ เท่านั้น

(13 พ.ค. 67) ความแตกต่างระหว่างวัย หรือความแตกต่างระหว่างยุคสมัย อาจทำให้ไม่เข้าใจกันได้ ซึ่งปัญหาหนึ่งของเด็กวัยเรียนกับผู้ปกครองที่มีให้เห็นคือ ‘เรื่องการทำตามความฝันของเด็ก ๆ เอง’ กับ ‘ความฝันของผู้ปกครองที่หวังจะให้ลูกมีความมั่นคงในชีวิต’

แต่มีสิ่งหนึ่งเจ้าของเฟซบุ๊ก Mana Treelayapewat อยากจะเปิดเผยให้ฟังถึงเรื่องการทำตามความฝันของเด็ก ๆ และความฝันของผู้ปกครอง

จึงได้ยกการประชุมของโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) เข้ามาสะท้อนเรื่องราวเหล่านี้ เพราะหวังว่าจะสร้างความเข้าใจความแตกต่างระหว่างวัยของครอบครัวนี้ได้

โดยระบุว่า “ประชุมผู้ปกครองโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ปีนี้น้ำตาท่วม เมื่อครูแนะแนวเปิดอกบอกเล่าความรู้สึก ขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองฟังลูกหลานบ้าง อย่าเอาความฝันส่วนตัวยัดเยียดให้เด็ก

ครูแนะแนวบอกว่า เด็กโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จริง ๆ จะเรียนอะไร คณะวิชาอะไร มหาวิทยาลัยในไทยหรือต่างประเทศก็ไม่น่ามีปัญหามาก

แต่ทุกข์ของเด็กเก่ง ๆ เหล่านี้คือ บางครอบครัวเรียกร้อง คาดหวังให้ลูกต้องเรียน ‘หมอ’ เท่านั้น!

ครูบอก ถ้าเด็กโรงเรียนกำเนิดวิทย์อยากเรียนหมอ หรือไปทางสายสุขภาพด้วยตัวเอง ครูและโรงเรียนพร้อมสนับสนุน 100% แต่มีเด็กจำนวนไม่น้อย ไม่อยากเรียนหมอ บางคนอยากเรียนต่อสาย STEM หรือบางคนอยากเรียนต่อต่างประเทศ แต่พ่อแม่ไม่ยินยอม

ครูบอก ลูกศิษย์หลายคนเครียดมาก เดินมาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับความขัดแย้งกับครอบครัวเรื่องการเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัย

ครูได้แต่แนะนำให้กลับไปคุยกับผู้ปกครองก่อน บางเคสคุยกันไม่ได้ก็ต้องช่วยพูด

แต่การตัดสินใจสุดท้ายก็ขึ้นกับพ่อแม่กับเด็ก

ครูพูดวิงวอนด้วยน้ำตา ขอให้ผู้ปกครองเปิดใจรับฟังความฝันของลูกหลาน แล้วสนับสนุนให้พวกเขาไปถึงฝั่งฝันนั้น

แม้ฝันของเด็กจะไม่ตรงกับความต้องการของพ่อแม่ หรือครอบครัวก็ตาม

ด้าน รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการโรงเรียนกำเนิดวิทย์ กล่าวเสริมว่า ยุคของพ่อแม่โตมาคือ 3.0 เน้นเรียนรู้การศึกษาแบบป้อนสู่โรงงานอุตสาหกรรม ต้องทำตามระบบ ตามขั้นตอน

แต่ยุคนี้ 4.0 หรือมากกว่านั้นแล้ว อย่าเอากรอบคิดแบบเก่าดึงลูกหลานไม่ให้ไปข้างหน้า”

โพสต์นี้ได้กลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน มีผู้คนเข้ามาอ่าน กดไลก์กว่า 4 พัน กดแชร์กว่า 5 พัน โดยมีหลายคนแสดงความคิดเห็นไปแนวทางเดียวกันว่า เห็นด้วย หมดแล้วยุคสมัยที่ตัดสินชีวิตให้ลูก และลูกคือคนที่เรียน ไม่ใช่พ่อและแม่ ขณะเดียวกันบางคนก็เปิดเผยประสบการณ์ให้ฟังด้วยว่า เคยเจอเด็กมหาวิทยาลัยที่อยากเรียนพยาบาลแต่แม่ให้เรียนบัญชี นางเศร้ามากน่าสงสาร

ขณะเดียวกันก็ได้มีครูปกครองบางส่วน ออกมาแสดงความเห็นเช่นเดียวกันว่า ลูกเป็นคนเรียนเก่ง แต่จะไปเรียนอะไรไม่รู้ เพิ่งรู้ว่ายากจะทำใจ แต่เขาน่าจะไปรอดกับสิ่งที่เขารัก หรือบางทีเราอาจจะห่วงจนเกินไป

สุดท้ายนี้เรื่องราวของความฝันของเด็กและคุณพ่อคุณแม่จะจบลงเช่นไรนั้น อยากให้ลองคำนึงถึง ‘ความเข้าใจซึ่งกันและกัน’ อาจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

มุกดาหาร -สสจ.มุกดาหาร ปฐมนิเทศ ขรก. และบุคลากรใหม่ ประจำปี 2567

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นายแพทย์ณรงค์ จันทร์แก้วนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร มอบหมายให้แพทย์หญิงกันตินันท์ มหาสุวีระชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมปฐมนิเทศข้าราชการและบุคลากรใหม่ในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ประจำปีงบประมาณ 2567 จำนวน 47 คน เพื่อพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถและความพร้อมในการเป็นข้าราชการที่ดีในระหว่างวันที่ 13-14 พฤษภาคม 2567 โดยมีคณะผู้บริหารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารเข้าร่วมพิธีด้วย ที่ห้องประชุมดุสิตา โรงแรมมุกดาหารแกรนด์

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร   รายงาน 092-5259777

‘คุณหญิงแมงมุม’ เปิดคลิปกายภาพล่าสุด ยืนเองได้ครั้งแรก!! แถมเดินได้หลายสิบก้าว 

(13 พ.ค.67) ส่งกำลังใจกันรัว ๆ หลังจากเห็นคลิปล่าสุดทางอินสตาแกรมของ คุณหญิงแมงมุม ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมแคปชันระบุว่า “ดีใจมาก เป็นครั้งเเรกที่ยืนเองได้” 

ซึ่งในคลิปนั้น คุณหญิงแมงมุม กำลังฝึกยืนและยืนได้เองเป็นครั้งแรกนานถึง 5 นาทีด้วย โดยคนบันเทิงเข้ามาคอมเมนต์ปรบมือรัว ๆ พร้อมส่งหัวใจกำลังใจล้นหลาม แห่ชม

ด้าน เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ ก็เข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจด้วยว่า “เพื่อนเก่งมาก”, โบ ชญาดา ก็ชมด้วยว่า “เก่งที่สุดเลยค่ะ” , กาละแมร์ ก็บอกว่า “เก่งมาก ๆ เลยค่ะ” เป็นต้น

ส่วนด้าน เสธ.ดอลลาร์ สามีก็สุดดีใจคอยให้กำลังใจตลอดอยู่ข้าง ๆ พร้อมทั้งยังได้โพสต์คลิป ภรรยาเดินได้หลายสิบก้าวแล้วสุดภูมิใจ

พร้อมระบุข้อความว่า “วันนี้ได้ 32 ก้าว พี่ภูมิใจในตัวเเมงมุมมากจ้ะ! #slowlybutsurely #onestepatatime #waytogo”

หนุ่มรอดตายปาฎิหาริย์ มั่นใจบารมี " องค์บุญแห่งล้านนา ครูบาธรรมชัย " คุ้มครองจากอุบัติเหตุ ถูกรถพ่วง 18 ล้อชนหนัก รถพังยับ

ผู้สื่อข่าวรายงาน นายพัชก์สรุฐ ทิพย์พฤกษา อาชีพ ขับรถรับจ้าง เปิดเผยในวันเกิดเหตุใด้ขับราชบุรีไปกับแฟนเพื่อไปส่งสินค้า เป็นต้นตะไคร้ระหว่างเดินทางก็มีฝนตกลงมาทำให้ถนน ลื่นในขณะที่ขับมารถมีอาการเสียการทรงตัวลื่นไถลชนขอบถนนไหลทางทำให้รถหมุนแล้วไปชนกับ รถ 18 ล้อ ทำให้รถที่ขับมาส่งสินค้าต้นตะไคร้พังยับ มั่นใจว่ารอดมาจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ ก็เพราะ บารมีสติกแกอร์ผ้ายันต์และตะกรุดโทนธรรมชัย   รูปเหมือน หลวงพ่อ ครูบาธรรมชัย  ที่ขึ้นคออยู่  ในวันนั้นเดินไปกัน 3 คน  เป็นคนงาน พ่อกับลูก ที่ไปด้วยส่วนพ่อของแรงงานได้รับบาดเจ็บที่หัวเป้นแผลหัวแตกเล็กน้อยไม่มากบริเวณหน้าผาก ส่วนเด็กบาดเจ็บที่ข้อศอก แพทย์ตรวจสองแล้วภายในไม่มีอาการที่รุนแรงใดๆหากบุผูกศิษย์ที่อยากเข้าไปกราบครูบาธรรมชัยก็สามารถไปได้ที่ วัดศรีพันต้น จังหวัดน่าน และสำนักธรรม ธรรมชัยแผ่นดินทอง หนองเสือ คลอง 10 จังหวัดปทุมธานี หากใครจะเช่าวัตถุมงคลเงินสมทบทุนร่วมบุญครูบาธรรมชัยจะมาร่วมสร้างสร้างโรงพยาบาล

ติดต่อรายระเอียดตรวจเช็คดวงชะตากับองค์บุญแห่งเมืองล้านนา
– ครูบาธรรมชัย – เจ้าอาวาสวัดศรีพันต้น อ.เมือง จ.น่าน และสถานธรรมชัยแผ่นดินทอง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี
เปิดรับบัตรคิวเวลา 06.00 น. – 17.00 น. จำนวน 200 คิวต่อวัน 1 คิว = 1 คน

❌งดการจองคิว รับบัตรวันต่อวันเท่านั้น
สอบถามรายละเอียดได้เลยทักแชท Facebook ครูบาธรรมชัย – จ. น่าน หรือ แอดไลน์Open Chat (id line : สายกลุ่มสายบุญหลวงพ่อครูบาธรรมชัย(ซานต้า())
 

พิษณุโลก อบจ.พิษณุโลก มอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียน 9 อำเภอ รวม 896 ทุน

อบจ.พิษณุโลก มอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาและทุนช่วยเหลือนักเรียนผู้ยากจนหรือด้อยโอกาส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ปีการศึกษา 1/2567 จำนวน 896 ราย ครอบคลุมทั้ง 9 อำเภอ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางเศรษฐกิจของผู้ปกครองและเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ที่มีฐานะยากจน ยากไร้หรือด้อยโอกาสได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง 

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ที่ศูนย์ประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นประจำอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการมอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาและทุนช่วยเหลือนักเรียนผู้ยากจนหรือด้อยโอกาส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ปีการศึกษา 1/2567 จำนวน 896 ราย ครอบคลุมทั้ง 9 อำเภอ เพื่อแบ่งเบาภาระทางเศรษฐกิจของผู้ปกครองและเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ที่มีฐานะยากจน ยากไร้หรือด้อยโอกาสได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริม สนับสนุน เสริมสร้างคุณภาพชีวิตและอนาคตที่ดีแก่นักเรียนนักศึกษาที่มีฐานะยากจน ยากไร้หรือด้อยโอกาส สำหรับโครงการมอบทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนและทุนช่วยเหลือนักเรียนผู้ยากจนหรือด้อยโอกาส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ภาคเรียนที่ 1/2567 ในพื้นที่ทั้ง 9 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก โดยมีนักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาและทุนช่วยเหลือ จำนวนทั้งสิ้น 896 ราย ซึ่งแบ่งตามระดับการศึกษาได้ ดังนี้ ระดับประถมศึกษา จำนวน 374 ราย รายละ 1,000 บาท, ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 340 ราย รายละ 2,000 บาท, ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า จำนวน 100 ราย รายละ 3,000 บาท และระดับสูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า จำนวน 82 ราย รายละไม่เกิน 33,000 บาท.

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ได้กล่าวว่า ในวันนี้เป็นวันที่เราในฐานะผู้ใหญ่ในวันนี้ รู้สึกดีใจมากๆ และก็ภูมิใจมากๆ ที่ได้สร้างโอกาสให้กับเด็กเยาวชน ยุวชน ของจังหวัดพิษณุโลก นั่นก็คือการมอบทุนการศึกษาให้กับผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากจน โดยมีคณะกรรมการได้พิจารณาจากภายในและภายนอกพิจารณามอบทุนให้กับเด็กๆ ระดับประถมศึกษาได้รับทุนละ 2000 บาท มัธยมศึกษาตอนต้นได้รับทุนละ 4000 บาท มัธยมตอนปลายได้รับทุนละ 6000 และระดับอนุปริญญา และ ปริญญาตรี ได้รับ 33000 บาท ต่อปี เพื่อเป็นประโยชน์เป็นกำลังใจให้กับเด็ก เพื่อจะได้นำเงินไปศึกษาเล่าเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ฝากกับเด็กทุกคนขอให้เป็นคนดี วันข้างหน้าให้เป็นคนเก่ง เพื่อที่จะสร้างอนาคต ของบ้านเมืองของเราในการที่จะนำพาสิ่งดีๆ เข้ามาสู่พิษณุโลกของเราในวันข้างหน้าต่อไป เพราะครั้งหนึ่งตนเองเคยไปเจอเด็กคนหนึ่งสอบติดพยาบาลแต่ไม่มีเงินไปลงทะเบียน ต้องไปหารับบริจาค สิ่งเหล่านี้ไม่อยากให้เกิดขึ้น จึงอยากให้โอกาสเด็ก จึงตั้งงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก 1 ปี ตามกฎหมาย ไม่เกิน 5 ล้านบาท ท่านใดที่ได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนทุนทรัพย์เรื่องของทุนการศึกษาของเด็กๆ ก็สามารถติดต่อมาได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ถึงแม้ว่าในโรงเรียนจะมีทุนอยู่ แต่เราก็มีส่วนหนึ่ง ช่วยกันคนละไม้คนละมือเชื่อว่าเด็กพิษณุโลกก็จะมีอนาคตที่ดี ด้านนางสาวรัชนีกร ยาพานแถ้ว นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากๆ ที่รับเงินทุนการศึกษาจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกในครั้งนี้ ทำให้มีเงินมาช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองในครอบครัว ทำให้เราได้มีเงินไปศึกษาต่อในระดับชั้นต่อๆไป ขอบคุณที่ทำให้หลายๆครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้นจากเงินเหล่านี้ โดยเฉพาะครอบครัวที่ลำบากจริงๆ เงินทุนเหล่านี้สามารถไปช่วยได้เยอะเลยจริงๆ ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

สมาชิกคริสตจักรที่สองสามย่าน ส่งสารถึงเจ้าของผลงานบนอาคาร 'ขอลบ-ไม่ต้องกังวลผู้คนลืม' เพราะมีกล้องวงจรปิดบันทึกหน้าไว้หมด

(13 พ.ค. 67) จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Thanant Tangsuksant' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

เรียนท่านเจ้าของผลงาน

ในฐานะสมาชิกคริสตจักรที่สองสามย่าน ทางเราขอบคุณในความปรารถนาดีของพวกท่านที่มีใจอยากช่วยตกแต่งคริสตจักรของเราที่มีอายุ 145 ปี

จึงอยากเรียนเชิญท่านเข้ามาเป็นจิตอาสาร่วมพัฒนาคริสตจักร เพื่อที่ท่านจะได้ใช้ความสามารถของท่านตามที่ต้องการ เรายังมีพื้นที่ว่างอีกมากที่ต้องการการตกแต่ง โดยเรายินดีเตรียมแบบและอุปกรณ์ไว้ให้

หากท่านกังวลว่าจะมีผู้แอบอ้างผลงานของท่าน เราขอแจ้งให้ทราบว่าทางเรามีกล้องวงจรปิดที่เปิดใช้งานได้ เห็นหน้าพวกท่านชัดเจน สามารถระบุตัวตนได้ ท่านจึงไม่ต้องเป็นกังวล

ขออภัยที่เราอาจจะต้องลบผลงานของท่านภายในสัปดาห์นี้ ถึงแม้ว่าการลบจะไม่ช่วยให้ลืมก็ตาม

อนึ่ง หากท่านมาติดต่อครั้งหน้า รบกวนมาในวันอังคารถึงอาทิตย์ เวลา 8.00-17.00น. เนื่องจากทางสำนักงานคริสตจักรไม่ได้เปิดทำการในยามวิกาล

และหากมีโอกาส ขอเรียนเชิญร่วมนมัสการพระเจ้าทุกวันอาทิตย์ เวลา 9.45 น.

หลังเสร็จสิ้นการนมัสการเชิญร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่คริสตจักร

ด้วยความเคารพ

เชียงใหม่-ทึ่ง!!คนแห่เที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ ยอดรายได้ทะลุ 1.4 ล้านบาท

นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ช่วงหยุดยาววันพืชมงคล 3 วัน นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวได้เข้าชมสวนสัตว์เชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้เก็บรายได้มากถึง 1,400,000 บาท เพียง 3 วันเท่านั้น สูงสุดในรอบ 15 ปีซึ่งเฉลี่ยปีละ 550,000บาท ในช่วงวันพืชมงคลของทุกปี จากการสอบถามผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ทราบว่า สวนสัตว์ฯได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวหลาก หลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีการปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับสัตว์มากขึ้น 

เช่น มีการจำหน่ายคูปองเพื่อนำคูปองไปรับอาหารสัตว์ตามจุดที่กำหนดได้แก่ ฮิปโปโปเตมัส สัตว์แอฟริกา  สัตว์ตระกูลกวาง และช้างพัง 3 เชือก มีการจัดทัวร์รอบสวนสัตว์ให้กับนักท่องเที่ยวมีผู้นำชมเสมือนไปทัวร์ต่างประเทศ และกิจกรรมทัวร์หลังบ้านให้อาหารฝูงเพนกวินที่น่ารัก ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความชื่นชอบและมาเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งช่วงนี้สวนสัตว์เชียงใหม่ได้ทำการเปิดสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ เชียงใหม่ ซู อควาเรียม ทะเลบนดอย กับความหลากหลายของสายพันธุ์ปลานานาชนิด ตื่นตาตื่นใจกับความงดงามของสัตว์น้ำต่างๆ คลายร้อนที่สโนว์บัดดี้วินเทอร์แลนด์ สัมผัสอุณหภูมิ -10 องศาเซลเซียส ภายในสวนสัตว์ยังมี กิจกรรมต่างๆ ให้บริการอีกมาก ชม การแสดงพฤติกรรมสัตว์ multi animal behavior 

ที่น่ารักของสัตว์ สักการะพระนวพุทธมหาบารมี พระศรีสักยมุนีสัตตะบุรีลวบูชา ที่โบราณสถาณวัดกู่ดินขาว อายุมากกว่า 1,000 ปี ถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ ภายใต้การจัดภูมิทัศน์ให้สอดคล้องกับธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่อีกด้วย สวนสัตว์เชียงใหม่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยคุณภาพทุกด้านเพื่อยังคงเป็นสวนสัตว์ฯ ลำดับต้นๆของเมืองไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้ และยังคงเป็น“สวนสัตว์แห่งความสุขของทุกชีวิต“ ด้วยกิจกรรมหลากหลายราคาประหยัด"คนมีความสุข สัตว์สุขภาพดี” ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวทิ้งท้ายและขอบพระคุณนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน ที่มาเยี่ยมชม ในครั้งนี้

นภาพร/เชียงใหม่

สตูล จัดโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ร่วมกับโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน”

ที่โรงเรียนบ้านแประ-ใต้ หมู่4 ตำบลท่าเรือ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล นายคณิต คงช่วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานพิธีเปิดโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” และโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.จังหวัดสตูล โดยมีนายชัยวุฒิ บัวทอง ปลัดจังหวัดสตูล นางสาวธัญรัศม์ ไตรพันธ์รัชตะ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น แพทย์ พยาบาล สมาชิก พอ.สว. และสมาชิกเหล่ากาชาดสตูล ร่วมให้บริการประชาชนกันอย่างพร้อมเพรียง โดยมี นายหร่ออ๊บ มุเส็มสะเดา นายอำเภอท่าแพ พร้อมด้วยข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และผู้นำท้องที่ท้องถิ่นในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

โอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และคณะ ได้ร่วมมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ตลอดจนคนพิการในพื้นที่ จากนั้นเดินเยี่ยมชมกิจกรรมในบูธของส่วนราชการต่างๆ และร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมเยียนผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 2 ราย ซึ่งได้มอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภค-บริโภค เพื่อการดำรงชีพและเงินปัจจัยจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ป่วยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และลงพื้นที่พบปะผู้นำศาสนาในพื้นที่ตำบลท่าเรือ อำเภอท่าแพ อีกด้วย โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ เป็นโครงการที่จังหวัดสตูลจัดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในเชิงรุก โดยให้ส่วนราชการต่างๆ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่มาเพื่อให้บริการและเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ห่างไกลในด้านต่างๆ และได้รับทราบถึงปัญหาในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ถูกต้อง ซึ่งภายในกิจกรรมมีบริการตลาดนัดแก้หนี้ ด้านการเกษตร แรงงาน ประมง ปศุสัตว์ ที่ดิน การฝากเงินออม การเลือกใช้พลังงานทางเลือก การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การจำหน่ายสินค้าราคาถูก และแจกพันธุ์กล้าไม้ฟรีแก่ประชาชนที่สนใจ รวมถึงหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ร่วมออกให้บริการดูแลรักษา แนะนำการตรวจสุขภาพด้วยตนเอง เช่น มะเร็งเต้านม การตรวจรักษาโรคทั่วไป และตรวจรักษาทันตกรรม เป็นต้น

สำหรับพื้นที่ตำบลท่าเรือ อำเภอท่าแพ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 26 กิโลเมตร ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน และลูกจ้างภาคการเกษตร ซึ่งได้รายงานประเด็นปัญหาและความต้องการของประชาชนพื้นที่คือ ประชาชนขาดแคลนน้ำใช้อุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง , ปัญหาการปรับปรุงระบบไฟฟ้าส่องสว่าง หมู่ที 1-6 และปัญหาสภาพถนนเป็นหลุมเป็นบ่อไม่สะดวกในการสัญจร เป็นต้น โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งนำไปพิจารณาวางแผนและกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดสตูล

‘ดร.ธรณ์’ สวนกระแสแสงเหนือ แชร์ภาพหาดูยาก ‘ทะเลขึ้นรา’ ชี้!! ผลจากก๊าซเรือนกระจก-น้ำทะเลร้อน ทำปะการังฟอกขาว

(13 พ.ค. 67) ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Thon Thamrongnawasawat’ ระบุว่า…

“ภาพแสงเหนือขึ้นเต็มฟีด ขอผมลงบ้าง นี่คือภาพหาดูยากยิ่ง ‘ทะเลขึ้นรา’ จะเกิดเมื่อก๊าซเรือนกระจกสะสมอยู่เต็มฟ้า อุณหภูมิโลกสูงทะลุขีดจำกัด น้ำทะเลร้อนเกินเส้นวิกฤต ปะการังฟอกขาวเห็นชัดแม้บินสูงเท่านก ก่อเกิดเป็นปรากฏการณ์ทะเลขึ้นรา จากนั้นทุกอย่างก็ตายหมดสิ้น โลกลุกเป็นไฟ ตายหมดท้องทะเล”

สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมภาคีเครือข่ายเดินหน้าโครงการ “อาสาตาจราจร”มอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณแก่พลเมืองดี ส่งคลิปขับขี่ฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ช่วยคนดีชี้คนผิด

วันนี้ (13 พ.ค. 2567) เวลา 10.00 น. ณ ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท. นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ , นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ , คุณกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) , คุณนิตยา ลีธีระกุล ผู้บริหารสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.91 และ คุณอัจฉรา บัวสมบูรณ์ ผู้บริหารสถานีวิทยุ จส.100 ร่วมแถลงผลการมอบรางวัลและเกียรติบัตรโครงการอาสาตาจราจร โดยมอบรางวัลให้กับประชาชนเจ้าของคลิปกล้องหน้ารถที่บันทึกอุบัติเหตุทางถนนหรือการกระทำผิดกฎจราจรที่สำคัญ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคม 2567 รวมรางวัลทั้งสิ้น 30 รางวัล เงินรางวัลสูงสุด 20,000 บาท รวมเงินรางวัลที่จะมอบในวันนี้ เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 150,000 บาท โดยบริษัท วิริยะประกันภัย

นพ.แท้จริงฯ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในการสร้างการตระหนักรู้ในการขับขี่ปลอดภัย ให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร การมีส่วนร่วมดังกล่าวเป็นการสร้างมาตรฐานทางสังคมให้เกิดความยับยั้งชั่งใจในการกระทำผิด

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า นับแต่เริ่มโครงการมาจนถึงปัจจุบัน สังคมมีความตื่นตัว มีคลิปการกระทำผิดกฎจราจรจากภาคประชาชนส่งมาให้คณะทำงานพิจารณาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเบาะแสเหล่านี้ แสดงถึงความสนใจ ใส่ใจกับปัญหาการจราจร และจะเป็นการขับเคลื่อนที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาการจราจร เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนให้กับผู้ใช้ทาง  สำหรับผู้กระทำผิดที่ถูกบันทึกคลิปวิดีโอเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำไปตรวจสอบและติดตามมาดำเนินคดี โครงการนี้มุ่งหวังให้ผู้ขับขี่ ยับยั้งชั่งใจในการกระทำผิด เพื่อมุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรม สามารถส่งคลิปการกระทำผิดกฎจราจรมายังช่องทางที่หลากหลาย ได้แก่ เพจอาสาตาจราจร , เพจตำรวจทางหลวง , เพจกองบังคับการตำรวจจราจร รวมถึงเพจเครือข่ายที่ร่วมโครงการ ทั้งเพจมูลนิธิเมาไม่ขับ , สวพ.91 และ จส.100  คลิปที่มีเนื้อหาน่าสนใจผ่านการคัดเลือก นอกจากได้รับเงินรางวัลแล้ว ยังได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะพลเมืองดี ช่วยส่งพยานหลักฐานเพื่อช่วยคนดีชี้คนผิด เป็นส่วนหนึ่งในการลดอุบัติเหตุทางถนน 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยประชาชนเรื่องการเมาแล้วขับ โดยสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากฐานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน พบว่าผู้ขับขี่ที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถ เป็นสาเหตุของความสูญเสียจากอุบัติเหตุ 1 ใน 5 อันดับที่เกิดสูงสุด ตามกฎหมายผู้ขับขี่ที่ดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมีโทษทั้งจำคุก และโทษปรับ หากกระทำผิดซ้ำอีกเป็นครั้งที่ 2 ในระยะ 2 ปีจากครั้งแรก จะได้รับโทษที่สูงขึ้นเป็นปรับสูงสุด 1 แสนบาท และจำคุกไม่เกิน 2 ปี รวมถึงอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ได้ ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 ดังนั้น หากรู้ว่าตนเองมีอาการมึนเมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้หลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะด้วยตนเอง โดยให้ใช้บริการรถสาธารณะ หรือให้อาศัยการเดินทางกับเพื่อน หรือคนในครอบครัวแทน จะทำให้เกิดความปลอดภัยต่อตนเองและผู้ใช้ถนนโดยส่วนรวม ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรกับผู้ที่ดื่มแล้วขับทุกพื้นที่อย่างเข้มข้น และต่อเนื่อง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top