Saturday, 29 August 2026
NEWS

‘น้องวี’ หนุ่มรปภ.วัย 18 ปี ทำงานส่งตัวเองเรียน สอบติด ‘สัตวแพทย์ จุฬาฯ’ เผย!! พ่อแม่แยกทาง ฐานะยากจน ต้องช่วยแม่ทำงาน ก่อนสานฝันเป็น ‘คุณหมอ’

(7 ก.ย.67) ‘น้องวี’ หรือ นายวีระพงศ์ แซ่หาญ หนุ่มวัย 18 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ทำงานส่งเสียตัวเองเรียน และสามารถสอบติดคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามความฝันได้สำเร็จ กลายเป็นที่ชื่นชม และแชร์กันอย่างแพร่หลายในโซเชียลมีเดีย

‘น้องวี’ ได้เปิดใจว่า ตนเองอาศัยอยู่กับแม่ที่แยกทางกับพ่อมาตั้งแต่ตนยังเด็ก และครอบครัวมีฐานะยากจน แม่ทำอาชีพรับจ้างรายได้ประมาณ 6,000-7,000 บาทต่อเดือน น้องวีเป็นลูกคนเดียว จึงพยายามช่วยแบ่งเบาภาระแม่ โดยตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดเพื่อหาทุนการศึกษามาช่วยเหลือครอบครัว จนได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิจุฬาภรณ์และจบมัธยมปลายด้วยเกรดเฉลี่ย 3.92 

ในช่วงปิดเทอม น้องวีได้สมัครทำงานเป็น รปภ. ที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จ.เชียงใหม่ เพื่อหารายได้และส่งเงินให้แม่ น้องวีไม่เคยอายที่จะทำงานนี้ เพราะถือว่าเป็นงานสุจริตและมีเกียรติไม่น้อยไปกว่าอาชีพอื่น ๆ ด้วยความตั้งใจและขยันหมั่นเพียร น้องวีสามารถสอบติดทั้งคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งในที่สุดเขาได้เลือกคณะสัตวแพทยศาสตร์ ตามความฝันที่อยากเป็นหมอตั้งแต่เด็ก

เรื่องราวของ’น้องวี’ นั้นเป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชมถึงความกตัญญู ขยันหมั่นเพียร และการใช้ความฝันเป็นแรงผลักดันให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิต

‘นายกฯ’ นำ ‘คณะรัฐมนตรี’ เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ จะจงรักภักดี ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

เมื่อวานนี้ (6 ก.ย.67) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ดังนี้

- นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
- นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม

- นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
- นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
- นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
- นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
- นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

- นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

- นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
- นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
- นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
- นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
- นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
- พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
- นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
- นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นำคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณ ว่า

“...ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ...”

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำรัสแก่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ ความว่า

“...รู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสพบท่านนายกฯ และคณะรัฐมนตรีในวันนี้ ขอให้พรด้วยความยินดี ให้คณะรัฐมนตรีมีกำลังใจ มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้ถวายสัตย์ไปแล้ว เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและประชาชน ซึ่งข้าพเจ้าก็มั่นใจว่าจะปฏิบัติได้อย่างดี ก็ขอเป็นกำลังใจให้ ณ โอกาสนี้ และตลอดไป...”

‘สายสุนีย์’ ฟอร์มร้อนแรง เอาชนะ ‘กัง ซู่’ คว้าเหรียญทองที่ 3 วีลแชร์ฟันดาบ สร้างประวัติศาสตร์ เป็นผู้หญิงคนแรก ที่คว้า 3 ทอง ในพาราลิมปิกเกมส์ 1 ครั้ง

เมื่อวานนี้ (6 ก.ย.67) การแข่งขัน วีลแชร์ฟันดาบ พาราลิมปิกเกมส์ 2024 ประเภทเอเป้ หญิง คลาส B ‘แวว’ สายสุนีย์ จ๊ะนะ มือ 1 ของรายการจากไทย ที่ก่อนหน้านี้คว้าไปแล้ว 2 เหรียญทอง จากประเภทเซเบอร์ และฟอยล์ ลงชิงชัยฟาดดาบ

‘สายสุนีย์’ นั้นทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ ‘กัง ซู่’ มือ 10 ของรายการจากจีน ผลปรากฏว่า สายสุนีย์ ที่กำลังฟอร์มร้อนแรง ติดลมบนต่อเนื่อง เอาชนะไป 15-7 คว้าเหรียญทองที่ 3 ของตัวเองในพาราลิมปิกเกมส์ 2024 ได้สำเร็จ

สำหรับผลงานของ สายสุนีย์ ในครั้งนี้ ยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้หญิงคนแรกของโลกที่คว้า 3 เหรียญทองในพาราลิมปิกเกมส์ 1 ครั้ง และเหรียญทองประเภทเอเป้ ครั้งนี้ ยังบวกให้ทัพนักกีฬาไทย เก็บไปแล้ว 6 เหรียญทอง ในพาราลิมปิกเกมส์ 2024

นอกจากนี้ สายสุนีย์ ยังมีโอกาสลุ้นเหรียญทองที่ 4 ด้วย ในประเภทเอเป้ ทีมหญิง ซึ่งจะลงแข่งขันในวันนี้ (7 ก.ย.67) อีกด้วย 

ซึ่งงานนี้คนไทยทั้งประเทศ ก็เอาใจช่วยให้ ‘สายสุนีย์’ คว้าเหรียญทองที่ 4 ได้สำเร็จ

สู้สู้!!

สมุทรปราการ-บอกลาปัญหาน้ำท่วม!! 'อรัญญา สุวรรณบุตร' นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา มุ่งมั่นดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังอย่างยั่งยืน

นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญปัญหาน้ำท่วมขังจึงประชุมวางแผนและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ภายในซอยโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา (PWS) ชั้นประถม ถนนแพรกษา ตำบลแพรกษา อำเภอเมือง สมุทรปราการ 

โดยการผลักดันและการสนับสนุนของ ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา โดยได้มีการประชุมวางแผนขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังภายในซอยโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา (PWS) สังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา เนื่องจากที่ผ่านมาได้เกิดน้ำท่วมขังอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากสภาพถนนด้านในนั้นเป็นพื้นที่ต่ำ ประกอบกับหากเกิดมีฝนตกเป็นจำนวนมากก็ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังภายในซอยแห่งนี้ ทำให้นักเรียนและผู้ปกครองที่จะเดินทางมาส่งบุตรหลานต้องประสบกับปัญหาความยากลำบากในการเดินทาง เข้า-ออก เนื่องจากมีน้ำท่วมขัง

กระทั่งล่าสุดทางเทศบาลตำบลแพรกษา ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังอย่างยั่งยืน โดยการวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ พร้อมทั้ง ดำเนินการเทพื้นคอนกรีตให้มีขนาดความสูงมากกว่าเดิมและแข็งแรงคงทน ซึ่งขณะนี้ทางผู้รับเหมาอยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินการก่อสร้างปรับปรุงพื้นถนนทางเข้า-ออก โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา คาดว่าคงจะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้ ต่อจากนี้คงต้องบอกลาปัญหาน้ำท่วมขังเพราะทางเทศบาลตำบลแพรกษาบอกเลยว่า “ของเค้าดีจริง” 

 

ผบ.ทร. ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ 'น้องคิว' ประดู่เหล็ก หนึ่งเดียวของสมาคมกีฬาปัญจกีฬาฯ ใน โอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 33 กรุงปารีส

เมื่อวานนี้ (6 ก.ย.67) พลเรือโท ชนินทร์ แสงเฟื่อง อุปนายกสมาคมฯ ผู้แทนนายกสมาคมกีฬาปัญจกีฬาแห่งประเทศไทย ได้นำ จ่าโท ภูริช โยเฮือง หรือ 'น้องคิว' ประดู่เหล็กยอดมนุษย์ หนึ่งเดียวของสมาคมกีฬาปัญจกีฬาฯ เข้าพบ เพื่อรับโอวาทจาก พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของกำลังพลกองทัพเรือ ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 33 กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าว ชื่นชมนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ ที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติและกองทัพเรือ ที่สามารถผ่านการคัดเลือก จนสามารถเข้าแข่งขันในระดับโอลิมปิกได้ และได้ให้โอวาท มี ใจความตอนหนึ่งว่า

“บันไดที่ก้าวไปถึงโอลิมปิกนั้น มันยากมาก ๆ นักกีฬาทีมชาติของเรา จํานวนไม่มากนักที่ประสบความสําเร็จ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ เราต้องฝันไปให้ถึงให้ได้ จงไปดูว่าตัวเราเองยังอ่อนเรื่องไหนกับคู่ต่อสู้ของเรา เขาเป็นยังไง ก็ขอฝากครูฝึกสอนในเรื่องนี้ไว้ด้วย เราพอไปไหวในกีฬาที่ใช้ทักษะสูง เพราะฉะนั้นกีฬาอะไรที่ใช้ทักษะส่วนบุคคลคงต้องพัฒนานะ

เราเดินมาทางนี้แล้วเดินไปให้สุด อย่าท้อแท้ อย่าเพิ่งหมดกําลังใจ ไปถามตัวเองให้ได้ว่า เราพลาดตรงไหน เรายังไม่เก่งตรงไหน สมัยนี้มันช่วยกันได้ด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งจะมาเติมในข้อที่เราบกพร่องได้หมด"

และขอขอบคุณ ที่เป็นผู้แทนกองทัพเรือ ไปสร้างชื่อเสียงในเวทีโอลิมปิก และขอให้ทุกคนไปสู่ความสําเร็จ ขอให้สู่โอลิมปิกให้ได้ตลอดไป“  

เชียงใหม่- เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรม 'Blooming Party with Chiang Mai Night Safari 2024'

เมื่อวานนี้ (6 ก.ย.67) เวลา 17.00- 22.00 น. เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรม"Blooming Party with Chiang Mai Night Safari 2024" สานสัมพันธ์สื่อมวลชน โดยมี นายกฤษดา ลาพิมล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาพิงคนคร กล่าวเปิดงาน ณ ห้องประชุมวารีกุญชร เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี 

นายกฤษดา ลาพิมล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาพิงคนคร กล่าวว่า สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์สื่อมวลชน 'Blooming Party with Chiang Mai Night Safari 2024' ขึ้น เพื่อเป็นการขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชน ที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญในการเผยแพร่ข่าวสารให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง และมีความน่าเชื่อถือ ทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนและองค์กรอีกด้วย

ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) กำกับดูแลสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกที่เที่ยวได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นศูนย์การเรียนรู้ธรรมชาติและสัตว์ป่าที่สร้างรายได้ พร้อมกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยรอบพื้นที่ 

โดยในปี 2567 นี้ ทำรายได้ไปแล้วมากกว่า 177 ล้านบาท และในปี 2568 วางเป้าหมายรายได้อยู่ที่ประมาณ 230 ล้านบาท และในปี 2568 นอกจากกิจกรรมหลักๆ แล้ว เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้พัฒนากิจกรรมให้มีความสนใจมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยว เช่น กิจกรรม ChiangMai Night Safari Learning Center เป็uศูนย์การ เรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่า ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาศึกษาหาความรู้ด้านสัตว์ป่า ผ่านกิจกรรมและสื่อต่าง ๆ อาทิ เกมอนุรักษ์ธรรมชาติ สัตว์ 3D animation หนังสือ AR book เป็นต้น 

และพบกับกิจกรรม Farnily Zone เป็นกิจกรรมใหม่สำหรับเด็ก ๆ และครอบครัว ในการเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์น่ารักโดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะ โดยจะพบกับกระต่ายสายพันธุ์ต่าง ๆ อาทิ กระต่ายยักษ์, กระต่ายจิ๋ว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสัตว์น่ารักอื่น ๆ อาทิ แพ รีด็อก เมียร์แคท ที่สามารถเข้ามาเล่นและสัมผัสอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้เรายังได้ปรับปรงพื้นที่ในกิจกรรม TiperShow เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ต่อไป

'รมว.ปุ้ย' อำลากระทรวงอุตสาหกรรม ข้าราชการแห่ส่งแน่น ยกเป็นผู้นำที่ดีมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรม

(6 ก.ย. 67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะ เดินทางเข้ากระทรวงฯ ในโอกาสอำลาตำแหน่ง โดยได้กล่าวขอบคุณข้าราชการในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ทำงานร่วมกันตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ ให้การต้อนรับกันอย่างเนืองแน่นด้วยรอยยิ้มและเสียงปรบมือ 

นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวว่า ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ตนมีความภาคภูมิใจที่ได้เข้ามาทำงานในกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับทุกท่าน ขอบคุณจากหัวใจ ที่ได้สร้างภาพจำที่ดีให้กับกระทรวงฯ ทั้งนี้ ความสำเร็จต่าง ๆ จะไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้เลยหากไม่ได้รับแรงสนับสนุนจากชาวกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มีความรู้ความสามารถ และได้ส่งพลังงานดี ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้วันนี้ทุกคนมีรอยยิ้มที่กว้างกว่าวันแรกที่เข้ามาทำงาน อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าทุกท่านจะร่วมแรงร่วมใจทำงานเพื่อกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านและครอบครัวของพวกเราต่อไป 

ด้านนายณัฐพล กล่าวว่า 1 ปี ที่ผ่านมา รัฐมนตรีพิมพ์ภัทรา เป็นผู้นำที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะ มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรม สามารถทำงานร่วมกับข้าราชการในทุกระดับเป็นอย่างดี ขอบคุณท่านที่ดูแลเศรษฐกิจฐานราก ช่วยเหลือชุมชน ผู้ประกอบการ และได้ผลักดันนโยบาย รื้อ ลด ปลดสร้าง ได้อย่างเป็นรูปธรรม ตนในฐานะตัวแทนของผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ขอกราบขอบพระคุณ และพร้อมที่จะสานต่อนโยบายต่อไป 

จากนั้น นางสาวพิมพ์ภัทรา ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ พระภูมิ และองค์พระนารายณ์ ก่อนเดินทางออกจากกระทรวงอุตสาหกรรมไปในช่วงเช้า

‘กองทัพเรือ’ ลำเลียงเรือหลวง ต.99 จัดวางหน้าประตูกองเรือยุทธการ เพื่อระลึกถึงพระราชกรณียกิจ ‘ในหลวง ร.9’ อันมากล้นต่อกองทัพเรือ

(6 ก.ย. 67) พล.ร.ต.วีรุดม ม่วงจีน โฆษกกองทัพเรือเปิดเผยว่า กองทัพเรือ ได้ทำการลำเลียงเรือ ต.99 ที่ได้ปลดระวางประจำการแล้ว มายังหน้าประตูใหญ่ กองบัญชาการกองเรือยุทธการ ถนนสุขุมวิท อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังจากได้ทำการปรับภูมิทัศน์ พร้อมทั้งจัดทำโครงสร้างรองรับเรือ ต.99 บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้ากองเรือยุทธการ รองรับไว้แล้ว

สำหรับเรือ ต.99 เป็นเรือที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการพระราชทานพระราชดำริ และพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับการต่อเรือ ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักการพึ่งพาตนเอง โดยเมื่อครั้งเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการต่อเรือยนต์รักษาฝั่ง ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในปี พ.ศ. 2503 จึงทำให้กองทัพเรือ โดยกรมอู่ทหารเรือ รับสนองพระราชดำริ โดยการต่อเรือในชุดเรือ ต.91 ( เรือ ต.91 - เรือ ต.99 ) 

ในระหว่างการดำเนินการนั้น โดยพระองค์ ทรงพระราชทานคำแนะนำ ตลอดจนแก้ปัญหาต่าง ๆ อันเกิดจากกระบวนการต่อเรือ รวมถึงทรงเป็นธุระ ติดต่อกับสถาบันวิจัย และทดลองแบบเรือแห่งชาติของประเทศอังกฤษ ให้ทำการทดสอบแบบของเรือ ต.91 แม้แต่การทดสอบเรือในทะเล พระองค์ก็ทรงเสด็จไปร่วมทดสอบด้วยพระองค์เอง ทั้งยังทรงตรวจแก้ข้อผิดพลาดต่าง ๆ จนทำให้การต่อเรือสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

ในส่วนของเรือ ต.99 นั้นเป็นเรือที่ประจำการอยู่ในสังกัดกองเรือยามฝั่ง กองเรือยุทธการ ปฏิบัติภารกิจในการลาดตระเวนรักษาอธิปไตยของชาติและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เป็นระยะเวลายาวนานถึง 34 ปี และได้ปลดระวางเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2565 เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีคุณูปการต่อกองทัพเรือเป็นอเนกอนันต์ กองทัพเรือ จึงได้พิจารณานำ เรือ ต.99 ซึ่งถือเป็น 1 ใน 9 เรือรบหลวงที่ต่อขึ้นใช้เองในช่วงปี 2511 - 2530 มาตั้งทดแทนประตูทางเข้ากองเรือยุทธการเดิม เพื่อเป็นสถานที่อนุรักษ์ และเชิดชูชุดเรือหลวงของพ่อที่ทรงมีดำริให้กองทัพเรือต่อเรือใช้เอง สนองโครงการเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป

'มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์' จับมือ 'มูลนิธิยังมีเรา' สถานีท็อปนิวส์ และ 'ไทยสมายล์กรุ๊ป' ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบอุทกภัย จ.พิจิตร

(6 ก.ย.67) นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วย นายประวิทย์ สุขนิมิต ผู้จัดการมูลนิธิยังมีเรา สถานีข่าวท็อป นิวส์ กลุ่มไทยสมายล์กรุ๊ป และพลังภาคีเครือข่ายลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ จำนวน 211 ชุด เพื่อช่วยเหลือและเยี่ยมขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิจิตร โดยมี ชาวบ้านในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ ณ วัดรังนก ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร

นางเธียรรัตน์ กล่าวว่า มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มูลนิธิยังมีเรา สถานีข่าวท็อป นิวส์ กลุ่มไทยสมายล์กรุ๊ป และพลังภาคีเครือข่าย มีความห่วงใยต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย 

ในวันนี้หน่วยงานดังกล่าวจึงได้พร้อมใจกันนำถุงยังชีพซึ่งเป็นสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค น้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง มามอบให้แก่ชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านรังนก หมู่ที่ 4 บ้านเกาะสาลิกา หมู่ที่ 11 บ้านปากคลอง และหมู่ที่ 12 บ้านย่านยาว อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ซึ่งสิ่งของที่มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ได้รับบริจาคมาจากบริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จํากัด กลุ่มไทยสมายล์กรุ๊ป และเครือข่ายภาคเอกชน รวมทั้งมูลนิธิยังได้มอบเรือไฟเบอร์กลาส จำนวน 2 ลำ ที่ได้รับบริจาคมาจากกลุ่มไทยสมายล์กรุ๊ป เพื่อมอบให้กับทางจังหวัดพิจิตรไว้ใช้ประโยชน์ในการนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 

นางเธียรรัตน์ กล่าวต่อว่า การที่มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ได้ร่วมกับมูลนิธิยังมีเรา สถานีข่าวท็อป นิวส์ กลุ่มไทยสมายล์กรุ๊ป ผู้ให้บริการรถและเรือโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้นำถุงยังชีพมามอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยและนำเรือไฟเบอร์กลาสมามอบให้จังหวัดพิจิตรในครั้งนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน เติมกำลังใจ ให้แก่พี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย 

ที่สำคัญมูลนิธิหัวใจบริสุทธ์เรามีความห่วงใยและให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางในแต่ละพื้นที่ เช่นเดียวกับการลงพื้นที่มายังจังหวัดพิจิตรในครั้งนี้ เพื่อให้ได้เข้าถึงการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ อย่างทั่วถึง และสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมหลักที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิในด้านการสร้างสาธารณประโยชน์ ต่อชุมชน สังคม ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ยังคงเดินหน้าส่งต่อธารน้ำใจร่วมกับพลังเครือข่ายภาคเอกชนถึงผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือต่อไป

'หมอเหรียญทอง' แชร์!! ทำไมเปลี่ยนจากโหมดสุภาพเรียบร้อยสู่โหมดโหด เพราะทหารต้องมีวินัยเคร่งครัด มีใจเป็น 'นักรบ-นักเลง' ไม่รังแกชาวบ้าน

(6 ก.ย.67) พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 'เหรียญทอง แน่นหนา' ระบุว่า… 

เพื่อนรักเก่าแก่ตั้งแต่ยังเป็นเด็กชายด้วยกันแสดงความเห็นในโพสต์เมื่อวันก่อนถึงผมความว่า...

"สมัยมัธยมฯ เห็นแต่โหมดสุภาพเรียบร้อย ตลก อารมณ์ดีไป up grade เพิ่มโหมดโหดจาก app ไหนครับ เพื่อน"

ผมขออนุญาตตอบคำถามเพื่อนรักของผมผ่านสาธารณะว่า ผมไป up grade เพิ่มโหมดโหดจาก app ไหน 

ผมขอเรียนว่า โหมดโหดของผมอาจจะมาจาก app การที่ผมเป็นหัวหน้านักเรียนทหาร เป็นผู้บังคับหน่วยทหาร ที่ถูกฝึกอบรมปลูกฝังให้ยึดถือระบบเกียรติศักดิ์ หรือ Honour system 

ทหารต้องมีระเบียบ มีวินัยอย่างเคร่งครัด รู้จักกาลเทศะ เป็นสุภาพบุรุษที่มีใจเป็นนักรบ มีใจเป็นนักเลงนะครับ ไม่ประพฤติตนเป็นกุ๊ย ไม่เป็นอันธพาลเกเรรังแกชาวบ้าน 

เมื่อทำผิดก็ต้องรับผิด ไม่โกหก ไม่เสแสร้ง ไม่สร้างภาพ ตรงไปตรงมา จริงใจซื่อตรงต่อกัน ไม่ทอดทิ้งกัน ที่สำคัญที่สุด คือ "จงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดิน ไม่ทอดทิ้งองค์จอมทัพ" ...แต่ก็มีทหารบางตัวที่ไร้ซึ่งเกียรติศักดิ์ อันนี้ก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคลนะครับ แต่รับรองว่าไม่ใช่ทหารเก่าแก่อย่างผมแน่

โหมดโหดของผมยังอาจจะมาจาก app 'หัวลำโพงในอดีต' ถิ่นกำเนิดของผมที่ผมเติบโตมาจากการแวดล้อมด้วยนักเลงย่านหัวลำโพง ลูกน้องของพ่อซึ่งเป็นเจ้าของโรงหมูที่ตรอกโรงหมู สภาพแวดล้อมดงนักเลงตรอกโรงหมู-ตรอกสลักหิน มันอาจจะซึมซับเข้าไปในกมลสันดานของผมอยู่บ้าง ก็เลยมีโหมดโหด ตามสมญาที่ผมตั้งเองอย่างสนุกสนานว่า "ไอ้ตี่หัวลำโพง" ไงล่ะครับ

จริง ๆ แล้วทุกวันนี้ ผมก็ยังสุภาพเรียบร้อย ตลก อารมณ์ดี เหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตัวตนไปจากภาพจำของเพื่อน ๆ สมัยเด็ก ๆ เลย ผมยังยิ้มแย้ม แจ่มใส คุยสนุก ตลกขบขันเหมือนที่เพื่อน ๆ ทุกคนเคยเห็น เคยจำได้นั่นแหละครับ 

เพียงแต่ชีวิตของผมเริ่มเปลี่ยนไปจากชีวิตเด็กชาย ตั้งแต่เป็นหัวหน้านักเรียนทหาร เป็นผู้บังคับหน่วยทหาร เป็นผู้บริหาร ทำให้ผมต้องเป็น 'ผู้นำ' ที่ต้องรับผิดชอบหน่วย รับผิดชอบองค์กร รับผิดชอบภารกิจที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก ทั้งผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งประชาชนผู้ใช้บริการจำนวนมาก ทั้งคู่ค้าทางธุรกิจในปัจจุบัน ดังนั้นผมจึงต้องเป็น 'ผู้นำที่ดี' 

การเป็น 'ผู้นำที่ดี' มีคุณสมบัติและคุณลักษณะมากมาย แต่ผมรวบรวมแล้วยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ คือ 'ดี เก่ง กล้า' 

ถ้าผมไม่ต้องเป็นผู้นำ ผมก็จะเป็นคนสุภาพเรียบร้อย ตลก อารมณ์ดี เหมือนภาพจำของเพื่อน ๆ สมัยเด็ก ๆ นั่นแหละครับ...เพียงแต่ผมแก่จนเป็นตาแป๊ะไปแล้ว ไม่แก้มแดงน่ารักเหมือนตอนเด็ก ๆ

'เชียงราย' ฉก.ทัพเจ้าตาก ยิงปะทะเดือด กลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติด กลางป่าชายแดนแม่สายตรวจยึดยาบ้า 1 ล้านเม็ด

ในห้วงกลางดึกของวันที่ (5 ก.ย.67) เวลา 23.10 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัดกำลังจาก กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการ ลาดตระเวนเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พระราชบัญญัติยาเสพติด บริเวณ บ้านผาแตก หมู่ที่ 10 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ขณะปฏิบัติหน้าที่ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 2-3 คน นั่งอยู่บริเวณแนวชายป่า มีลักษณะและพฤติกรรมต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ขัดขืนการปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าที่และได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่ฝ่ายเราจึงเกิดการปะทะกันประมาณ 5 นาที ฝ่ายเราปลอดภัย เนื่องจากเป็นห้วงเวลากลางคืน ไม่สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่ได้ จึงได้จัดกำลังเพิ่มเติมจำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ เข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุไว้

จนกระทั่งในห้วงเช้าของวันที่ 6 กันยายน 2567 พันเอก ณฑี ทิมเสน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้สั่งการให้จัดกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุดังกล่าว ผลการปฏิบัติ ตรวจพบเป้กระสอบดัดแปลง จำนวน 5 เป้ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เป้ละ 200,000 เม็ด รวมทั้งสิ้น 1,000,000 เม็ด และ ปลอกกระสุนปืนลูกซองของกลุ่มขบวนการ จำนวน 1 ปลอก

ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 นาฬิกา พลตรี ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมืองได้มอบหมายให้ พันเอก มีชัย นิลศาสตร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง และฝ่ายปกครองอำเภอแม่สายโดย นาย ณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สายได้ลงพื้นที่เพื่อแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว หลังจากนั้นจึงได้นำของกลางส่งให้ สถานีตำรวจภูธรแม่สายเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สมุทรปราการ- 'อำนวย บุญริ้ว' นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยพร้อมกับมอบผ้าอ้อมแก่ผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน

ตามโครงการสนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับการขับถ่าย สำหรับบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลที่มีภาวะปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ 

(6 ก.ย.67) เมื่อเวลา 09.00 น. นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ นำคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หมู่ที่ 3 ตำบลแพรกษาใหม่ ลงพื้นที่ภายในหมู่บ้านพฤกษา 15 หมู่ 3 ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 

เพื่อตรวจเยี่ยมผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน ทั้งนี้ยังได้มอบผ้าอ้อมแก่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงตามโครงการสนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับการขับถ่าย สำหรับบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลที่มีภาวะปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ จำนวน 31 หลังคาเรือน 

โดยนาย อำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ กล่าวว่า วันนี้ได้นำคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล และกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมตลอดจนกลุ่มอาสาสมัคร อสม. คณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านพฤกษา 15 ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนหมู่บ้านพฤกษา 15 พร้อมกับมอบผ้าอ้อมและแผ่นรองซับตามโครงการสนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับการขับถ่าย สำหรับบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลที่มีภาวะปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรือ อุจจาระไม่ได้ 

ในครั้งนี้ ทางเทศบาลเมืองแพกรษาใหม่ โดยกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ได้ดำเนินโครงการฯ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 โดยมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับการขับถ่าย ให้กับบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลที่มีภาวะปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้เราจะลงพื้นที่มอบในทุกๆ 3 เดือน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่ในชุมชนต่างๆ โดยเริ่มจากหมู่ที่ 1 ถึงหมู่ที่ 7 ตำบลแพรกษาใหม่ รวมทั้งสิ้น 140 หลังคาเรือน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนต่างๆ พร้อมกับจะเดินหน้าโครงการดังกล่าวเพื่อพัฒนาและดูแลด้านความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในชุมชนแพรกษาใหม่ต่อไป

‘หมอธีระวัฒน์’ เปิดผลสอบ 'ฝีดาษลิง' จากวุฒิสภาสหรัฐฯ พบ!! ชื่อ ‘ดร.เฟาซี’ ผู้อนุมัติงบฯ หนุนงานสร้างไวรัสใหม่

(6 ก.ย. 67) ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ ‘การสอบสวนฝีดาษลิงธรรมชาติสร้างสรรค์หรือมนุษย์ประดิษฐ์’ โดยระบุว่า

ไวรัสฝีดาษตัวใหม่ที่ทั่วโลก กำลังตื่นตระหนก จากการประกาศขององค์การอนามัยโลกประสานกับองค์กรของสหรัฐอเมริกา และพยายามจะให้มีการสะสมวัคซีนตลอดจนให้มีการใช้ทั่วโลก เป็นการเกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือมีการประดิษฐ์

มีการตรวจสอบโดยกรรมาธิการ เฉพาะของวุฒิสภาสหรัฐ โดยกรรมาธิการดังกล่าวออกรายงาน 73 หน้า ในวันที่ 11 มิถุนายน 2024 เป็นการสอบสวนการทำวิจัยไวรัสฝีดาษลิง ที่มีความเสี่ยงสูงโดยทำให้มีความรุนแรงมากขึ้นและติดต่อได้ง่ายขึ้นระหว่างคนสู่คน

ขั้นตอนตัดต่อส่วนของไวรัสในกลุ่มที่สอง ไปยังกลุ่มที่หนึ่งปรากฏว่าความรุนแรงลดลง ดังนั้นเลยมีกระบวนการที่ทำโดยเอาส่วนที่หนึ่งเสียบไปยังกลุ่มที่สองจนได้ผลสำเร็จ มีความรุนแรงมากขึ้นและแพร่ได้เร็ว เกิดการระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สืบจนพบว่าเป็นการอนุมัติทุนในองค์กร NIH NIAID ของสหรัฐ ในปี 2015 และรายงานความสำเร็จในปี 2022 ซึ่งในขณะนั้นเอง ก่อให้เกิดความวิตกกังวลของนักวิทยาศาสตร์ทั่วไปถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น และนำไปสู่การสืบสวนจนกระทั่งถึงผู้อนุมัติสนับสนุนงานสร้างไวรัสใหม่ คือ ‘ดร.เฟาซี’

และเหตุการณ์ที่คล้องจอง คือการฝึกซ้อมรับมือผู้ก่อการร้าย โดยสมมติว่ามีการใช้อาวุธชีวภาพ คือไวรัสฝีดาษลิงที่ตัดต่อพันธุกรรม ชื่อ Akhmeta ทั้งในปี 2021 และในปี 2022 โดยสร้างฉากทัศน์ เริ่มจากการปล่อยไวรัสจนกระทั่งมีการระบาดทั่วโลกและล้มตายไปหลายร้อยล้านคนและในขณะเดียวกันมีการตระเตรียมยาและวัคซีน

เหตุการณ์ที่เกิดในปัจจุบันที่มีการติดเชื้อฝีดาษลิงในมนุษย์ที่ง่ายขึ้น เริ่มเกิดขึ้นในปี 2021 และ 2022 และทยอยแพร่ไปทั่วโลก จนองค์การอนามัยโลกประกาศเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินและผลักดันให้มีการฉีดวัคซีนทั่วโลก

'ททท.' ผนึก ‘depa-NIA-SME D Bank’ เปิดเวที Travel Tech Startup 2024 เฟ้นหาคนเก่ง ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของท่องเที่ยวไทยในเวทีโลก

เมื่อวานนี้ (5 ก.ย. 67) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA)ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank และหน่วยงานพันธมิตร เปิดเวทีขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยผ่านโครงการประกวดผู้ประกอบการ Travel Tech Startup 2024 เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ Travel Tech Startup พร้อมติดอาวุธทางการตลาดให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพได้มีโอกาสเติบโตทางธุรกิจ พร้อมร่วมชิงเงินรางวัลรวมกว่า 350,000 บาท และสิทธิประโยชน์จากพันธมิตร

นางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า การท่องเที่ยวของไทยในปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัว การแข่งขันจากประเทศต่าง ๆ ที่นำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวที่หลากหลายและคุ้มค่า รวมถึงความเปลี่ยนแปลงของ พฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจในประสบการณ์และรูปแบบการท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน ส่งผลให้การท่องเที่ยวไทยต้องปรับตัวต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น เพื่อพยายามครองความเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก 

ททท. เล็งเห็นว่า Travel Tech เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยตอบโจทย์การสร้างเสริมประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยว จึงได้จัดโครงการประกวดผู้ประกอบการ Travel Tech Startup 2024 เพื่อเปิดโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการที่สร้างสรรค์ในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี นักพัฒนาแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้มีโอกาสนำเสนอผลงาน รวมทั้งโอกาสในการพบกับพันธมิตรที่ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีทิศทาง ซึ่งเมื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมีจำนวนผู้ประกอบการ Travel Tech มากขึ้น จะทำให้ข้อมูลและบริการท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ที่น่าสนใจยิ่งขึ้น รวมถึงเข้าใจแนวโน้มและความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลต่อการเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันของการท่องเที่ยวไทยในตลาดโลกและดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลกอีกด้วย

คุณนิตาภา อินชัย หัวหน้างานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า depa มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในภาคการท่องเที่ยวไทย ผ่านโครงการประกวดผู้ประกอบการ Travel Tech Startup 2024 โดยส่งเสริมการผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจประเทศ โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการเติบโตของ Startup เทคโนโลยีด้านการท่องเที่ยว สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและแนวคิดใหม่ ๆ ที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว ซึ่ง depa เชื่อว่า ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐและการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จะสามารถสร้างระบบนิเวศทางดิจิทัลที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนให้แก่ Startup ไทยก้าวสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น และนำเสนอเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน

คุณปริวรรต วงษ์สำราญ รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) กล่าวว่า NIA มุ่งมั่นที่จะผลักดันนวัตกรรมเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย ภายใต้โครงการ TAT Travel Tech Startup 2024 นี้ NIA มีวิสัยทัศน์ที่จะส่งเสริมและสนับสนุน Startup ที่มีศักยภาพในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้กลายเป็น Net Zero Tourism เชื่อว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีและน่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดย NIA ได้มุ่งเน้นสร้างการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน เช่น นวัตกรรมเส้นทางท่องเที่ยวโลว์คาร์บอนในระดับชุมชน, ยานยนต์ EV สำหรับการท่องเที่ยวทางบกและทางน้ำ เป็นต้น รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการและการดำเนินงานของธุรกิจการท่องเที่ยวในทุกระดับ NIA มุ่งหวังที่จะสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของ Startup ด้านการท่องเที่ยวไทย โดยการให้การสนับสนุนทางด้านทรัพยากรและการเชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้สามารถแข่งขันในระดับสากลได้ และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาค

คุณสุชาดา โคตรสิน รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย SME D Bank กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนและความท้าทายที่ซับซ้อน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการในการพัฒนาและขยายธุรกิจ SME D Bank จึงมีวิสัยทัศน์ในการให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ Startup และผู้ประกอบการด้าน Travel Tech อย่างครบวงจร ด้วยเงื่อนไขที่เหมาะสมและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการทุกขั้นตอน ธนาคารมุ่งเน้นในการสร้างระบบการเงินที่ยืดหยุ่นเพื่อเสริมสร้างความสามารถ ในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก เชื่อว่าการสนับสนุนครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพและความยั่งยืนของธุรกิจด้านการท่องเที่ยว พร้อมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคง

โครงการ Travel Tech Startup 2024 เปิดรับสมัครผู้ประกอบการ Tech Startup ที่มีการดำเนินกิจการมาแล้ว มีผลการเติบโตที่ดี และต้องการต่อยอดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสามารถสมัครเพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาและขยายการเติบโตของธุรกิจ พร้อมทั้งเข้าถึงการส่งเสริมตลาดทางการท่องเที่ยว โดยจะประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบในวันที่ 17 ตุลาคม 2567 เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Founder First Date และ Online Bootcamp จำนวน 2 ครั้ง ในช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2567 พร้อมทั้งร่วมนำเสนอผลงานใน Opportunity Day ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 เพื่อชิงเงินรางวัลและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากหน่วยงานพันธมิตร 

โดยผู้ชนะอันดับที่ 1 จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 200,000 บาท อันดับที่ 2 เงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท และ อันดับที่ 3 เงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากหน่วยงานพันธมิตร โดยโครงการยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรอีกหลายหน่วยงาน ได้แก่ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UNGCNT) บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด (Tech Sauce) ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) จำกัด (Dentsu) บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด (Siam Piwat) และ SIAM PARAGON SCBX NEXT TECH และพันธมิตรด้านสื่อ ประกอบด้วย สมาคมการค้าสตาร์ตอัปไทย Mission To The Moon greenery.org และ สำนักข่าว THE STATES TIMES 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ Startup ที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี นักพัฒนาแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สนใจร่วมแข่งขันในโครงการประกวดผู้ประกอบการ Travel Tech Startup 2024 สามารถติดตามรายละเอียดโครงการได้ที่ www.TATstartup.com และ Page Facebook: TAT Startup Thailand เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่ 5 กันยายน 2567 - 4 ตุลาคม 2567

'เชฟชุมพล' วอน!! 'พรรคประชาชน' โปรดพูดความจริงในสภาฯ อย่าบิดเบือนข้อมูลงบประมาณ Soft Power อาหารไทย

(5 ก.ย. 67) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท ปรับลด 7,824,398,500 บาท วาระที่ 2 เป็นวันที่ 3 มีช่วงหนึ่งที่ นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตขอตัดงบประมาณโครงการซอฟต์พาวเวอร์ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จำนวน 6 โครงการ วงเงิน 762,386,000 บาท ที่แบ่งออกเป็นโครงการด้านอาหาร 4 โครงการ และแฟชัน 2 โครงการ สามารถรีดไขมัน เพื่อประหยัดงบประมาณได้

อย่างไรก็ตาม ประเด็นในการตั้งข้อสงสัยที่ดูจะไม่ถูกต้องสักเท่าไร คือ โครงการ 1 หมู่บ้าน 1 เชฟ วงเงิน 468 ล้านบาท ที่ สส.คนดังกล่าว อ้างว่า มีค่าจัดเลี้ยงอาหาร อาหารว่างและเครื่องดื่ม 289 ล้านบาท หรือ 60% ของโครงการนั้น...

ด้าน เชฟชุมพล แจ้งไพร ประธานอนุกรรมการในโครงการดังกล่าว ในฐานะเชฟดีกรีมิชลินสตาร์ 2 ดาว และเป็นหนึ่งในทีมทำอาหารเลี้ยงผู้นำเอเปค 2022 ก็ได้ออกมาตอบโต้ผ่านจากประเทศแคนาดาทันที ว่า...

เมื่อสักครู่ได้ดูการถ่ายทอดการประชุมงบประมาณ ผมมีความไม่สบายใจหนึ่งนะครับ เพราะว่ามี สส.ท่านหนึ่งจากพรรคฝ่ายค้าน ที่อภิปรายโครงการ 'หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟ' ซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยงบ 468 บาท โดยนำข้อมูลที่มีความผิดพลาดมาอภิปราย ซึ่งอาจจะกลายเป็นความเข้าใจผิดที่สร้างความเสียหายต่อคนทำงานได้

ในฐานะที่ผมเป็นประธานอนุกรรมการ แล้วก็มีอนุกรรมการฯ ที่ทํางานด้วยกันร่วม 30 ท่าน จึงอยากขอชี้แจงผ่านจากประเทศแคนาดา เพราะว่าบางอย่างที่มันไม่ถูกนำเสนอเป็นเรื่องไม่จริง ไม่ควร และจะทําให้ผู้ที่ต้องการทํางานจริง ๆ เสียกําลังใจ

ทั้งนี้ ผมอยากจะให้มาดูข้อเท็จจริงนะครับว่า ค่าใช้จ่ายจริงในส่วนของปี 68 ที่เราขอจากคณะอนุกรรมการฯ และทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมนั้น ที่ขอไปกว่า 500 ล้านบาทนั้น ได้ถูกปรับลดจากสํานักงบประมาณไปกว่า 120 ล้านบาทแล้ว จนเหลือ 468 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้เป็นเรื่องจริง

แต่ผมอยากให้ดูตรงรายละเอียดค่าใช้จ่าย 289 ล้านบาท ที่ สส.คนดังกล่าวอ้างว่า เป็นค่าอาหารจัดเลี้ยง ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ... ตรงนี้ไม่ใช่เลยนะครับ!!

ท่านไปนำค่าใช้จ่ายนี้มาจากที่ไหน?

เพราะความเป็นจริง ตัวเลข 289 ล้านบาทนี้ เป็นงบที่ใช้ไปกับบุคลากร 17,000 คน ตกคนละ 15,000 บาท ซึ่งรายการนี้จะต้องจ่ายไปที่มหาวิทยาลัย / วิทยาลัยต่าง ๆ แล้วก็อาชีวะทั่วประเทศ ที่ทํางานร่วมกับคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งจะมีหน้าที่ไปทำการอบรมพี่น้องประชาชนทั้งหมดทั่วประเทศครับ

ย้ำว่าเป็นการให้งบแก่สถาบันต่าง ๆ ไม่ว่าอาชีวะหรือมหาวิทยาลัย สังกัดอว. ที่เราจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกันทั้งประเทศ ร่ววม 160 แห่ง โดยใครที่รับผิดชอบในการจะเทรนด์ให้กับพี่น้องประชาชน ... งบประมาณตรงนี้ ก็จะต้องจ่ายเป็นค่าหัวไปให้กับสถาบันต่าง ๆ ฉะนั้น ไม่ใช่ค่าอาหารจัดเลี้ยงและค่าอาหารว่างเครื่องดื่ม ตามที่ สส.ฝ่ายค้านคนดังกล่าวนำเสนอ!!

การนําเสนอแบบนี้มันสร้างความสับสนและการเสียหาย ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าจะควรระวัง เพราะความตั้งใจของโครงการนี้ เกิดขึ้นเพื่อต้องการให้พี่น้องนั้นได้มีโอกาสเพิ่มรายได้ สร้างโอกาสให้กับชีวิทุก ๆ คน และเอาจริง ๆ งบรวมก้อนนี้ก็เหลือ 420 กว่าล้านไม่ใช่ 468 ล้านแล้วด้วย เพราะสํานักงานสํานักงบประมาณปรับลดลงไปอีก จึงอยากรบกวนและขอร้องให้เอาเรื่องจริงมาพูดครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top