Sunday, 8 November 2026
NEWS

รอง ผบ.ตร.แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้า 35,600 ชิ้น พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการเปิดร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ภายในบ้านพัก

(7 มี.ค.68) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปปง.ตร.) เป็นประธานแถลงผลการตรวจค้นจับกุมแหล่งซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ โดยมี พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.กิตนิ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ,พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. , พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ปคบ. , พล.ต.ต.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผบก.กต.2 และผู้เกี่ยวข้องร่วมแถลง ณ บ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี

ทั้งนี้ ช่วงประมาณต้นเดือนมีนาคม 2568 ได้มีพลเมืองดีเข้ามาให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่ามีการขนย้ายบุหรี่ ไฟฟ้าจำนวนมากออกจากร้านที่ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า บริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ข้างเคียง เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเป็นการขนออกเพื่อหลบเลี่ยงการถูกตรวจค้นจับกุม ในช่วงที่มีความเข้มข้นในการระดมกวาดล้างการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า จึงได้ทำการสืบสวนติดตามเรื่อยมา จนกระทั่งทราบว่ามีการขนบุหรี่ไฟฟ้านำมาเก็บซุกซ่อนไว้ในบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งพบว่าบ้านหลังดังกล่าวมีการใช้สิ่งของปกปิดอำพรางรั้วไว้อย่างมิดชิด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดนนทบุรี และศาลได้อนุมัติหมายค้น 

ล่าสุดวันนี้ (7 มีนาคม 2568) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สนธิกำลังกันเข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบของกลางเป็นบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนหลายยี่ห้อคละกัน ประมาณ 35,600 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท และยังตรวจพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการเปิดร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอีกจำนวนหนึ่ง การปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย แจ้งข้อหา “ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ขายสินค้าที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสั่งห้ามขาย (บุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า)” ตามคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 และ “ซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นสิ่งต้องห้ามนำเข้าในราชอาณาจักร” ตามมาตรา 256 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 

เบื้องต้นหนึ่งในผู้ต้องหาให้การว่าเป็นเจ้าของร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร และรับคำสั่งมาจากผู้สั่งการให้ทำการเก็บรักษาบุหรี่ไฟฟ้าของกลางไว้ จากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจะได้มีการขยายผลอย่างต่อเนื่องไปสู่การจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นมารับโทษตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.ประจวบฯ กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา พื้นที่ใกล้โรงเรียนหรือสถานศึกษา รวมถึงสถานบริการ สถานประกอบการ และพื้นที่สาธารณะในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเอง หรือผู้อื่น สร้างความเดือดร้อน รำคาญแก่ประชาชนใกล้เคียง รัฐบาล โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้ความสำคัญต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าว จึงกำหนดนโยบายให้มีการระดมกวาดล้างจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าในทุกมิติ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย ระดมกำลังกวาดล้างจับกุมในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด และติดตามการขับเคลื่อนให้มีผลการปฏิบัติในทุกมิติอย่างเป็นรูปธรรม

คณะพาณิชย์ฯ มธ. ร่วมแสดงความยินดี ‘อานันท์ ปันยารชุน’ หลังเข้ารับพระราชทานปริญญาบัญชีดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมแสดงความยินดีแด่ ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน   

ประกาศเกียรติ เชิดชู ผู้นำร่อง 
ประกาศก้อง คุณธรรม ย้ำโปร่งใส
ประกาศกล้า นายกฯ ประเทศไทย
เกียรติก้าวไกล สมัยสง่า พานิรันดร์

อันธรรมา ภิบาล ท่านวางหลัก
ให้แน่นหนัก ดั่งรากฐาน ท่านสร้างสรรค์
สดุดี ผู้สัตย์ซื่อ ชื่อ…อานันท์
เกียรติภูมิ ยึดมั่น สำคัญนาม
ประพันธ์โดย รศ.ดร.ศรายุทธ เรืองสุวรรณ รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และการคลัง

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีแด่ ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน ในโอกาสเข้ารับพระราชทานปริญญาบัญชีดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประจำปีการศึกษา 2566 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 ณ InterContinental Bangkok (ราชประสงค์)

เพื่อเป็นเกียรติแด่ผู้นำที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล และเป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์ โปร่งใส และความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศไทย

‘น้องธีด้า’ ควงคุณแม่แชร์เคล็ดลับให้ลูกเรียนเก่ง - ได้ภาษา สานฝันจากลูกแม่ค้าขายยาคูลท์สู่การเป็นนักศึกษาแพทย์มหิดล

(7 มี.ค.68) นางสาวขวัญชนก จุ้ยสกุล หรือน้องธีด้า เยาวชนคนเก่งจากโรงเรียนชลกัลยานุกูล จ.ชลบุรี ลูกสาวแม่ค้าขายยาคูลท์ ซึ่งกำลังจะเข้าเป็นนักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้โพสต์คลิปผ่าน Tiktok : thida.himawari พร้อมคุณแม่ ร่วมแชร์วิธีการสอนลูกให้เป็นคนเก่งและมีความรับผิดชอบ โดยเริ่มต้นจากคำถามแรกที่ว่า แม่สอนภาษาอังกฤษให้น้องธีด้ายังไง

โดยคุณแม่ ได้ตอบว่า ได้เริ่มสอนตั้งแต่เด็กตัวเล็กๆ ที่เริ่มหัดพูด ด้วยประโยคง่าย ๆ สำหรับเด็ก พร้อม ๆ กับสร้างสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ เช่น การให้ดูการ์ตูนภาษาอังกฤษ แล้วก็พาไปดูหนังในโรงที่เป็นซาวด์แทร็กอย่างเดียว ในขณะเดียวกัน เวลาออกไปข้างนอกก็จะสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ ด้วยประโยคง่าย ๆ เพราะตัวคุณแม่เองก็ได้เก่งภาษาอังกฤษ จากนั้นพออายุประมาณ 4 – 5 ขวบ เมื่อถึงวัยเข้าเรียน ก็ให้เรียนหลักสูตร English Program ซึ่งก็ทำให้มีการพัฒนาที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ช่วงที่อยู่ประมาณ ป.1 ก็ให้เรียนโฟนิกส์ (Phonics) หรือ วิธีการออกเสียงตัวอักษรภาษาอังกฤษ ซึ่งมองว่าเป็นสิ่งสำคัญในการที่ช่วยในเรื่องของการอ่านได้ดี และเพิ่มทักษะการอ่านด้วย

ขณะที่ คำถามต่อมา น้องธีด้า ถามว่า คุณแม่อยากให้หนูเป็นหมอตั้งแต่เด็กหรือไม่
ซึ่งคุณแม่ได้ตอบว่า ไม่ใช่เลย เพราะหากย้อนไปเทรนด์ในสมัยนั้น อยากให้ลูกเป็น แอร์โฮสเตส เพราะมองว่า การเป็นแอร์โฮสเตสได้เที่ยว และสมัยก่อนนั้น คนที่เป็นแอร์ฯ ดูดีมาก และคิดว่ารายได้สูงน่าจะสูงด้วย จึงอยากให้ลูกเป็นแอร์ แต่เมื่อวันหนึ่งลูกอยากเป็นหมอ ก็แล้วแต่ลูกจะเลือกและไม่ได้ห้าม

และเมื่อลูกมาบอกว่าอยากเป็นแพทย์ ก็ได้แต่บอกว่า มันยากนะ จะทำได้หรือ เพราะก่อนหน้านี้ไม่ใช่เด็กแนววิชาการที่มีผลงาน และไม่ค่อยได้เรียนพิเศษด้วย ดังนั้น จะมาหวังในรอบ 3 จึงมองว่าเป็นเรื่องยาก สำหรับคนที่ไม่ได้เตรียมตัวมาตั้งแต่ต้น แต่เมื่อลูกอยากจะเรียนหมอ ทางแม่ก็ไม่ห้ามและผลักดันและให้การสนับสนุนในทุกด้าน

สำหรับการสนับสนุนให้ลูกสาวได้เป็นนักศึกษาแพทย์จนสำเร็จนั้น ทางคุณแม่ บอกว่า ได้ช่วยหางานและกิจกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับทางการแพทย์ พร้อมกับหาข้อมูลในรอบพอร์ตฟอลิโอ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ของแพทย์โดยตรง โดยไปดูว่า เขาไปทํากิจกรรมไหนมาบ้าง เพื่อเป็นตัวเสริม และไม่จําเป็นต้องเกี่ยวข้องกับการแพทย์ทุกอย่างก็ได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณแม่จะไม่ห้าม และไม่อยากให้หยุดฝัน แต่ก็มีแอบกังวลอยู่บ้าง กลัวว่าลูกจะทำไม่ได้ พร้อมกับบอกว่าให้ลองวิชาชีพอื่นก่อนไหม กระทั่งพูดบ่อย ๆ  เข้าตัวน้องก็บอกว่า ตัวเขาเองยังไม่ละความพยายามเลย หลังจากนั้นเลิกกังวล พร้อมเฝ้ามองถึงความตั้งใจได้เห็นถึงความพยายาม และถึงวันนี้ยอมรับและภูมิใจในสิ่งที่น้องทำได้สำเร็จเป็นนักศึกษาแพทย์ตามที่ฝันไว้

ดร.ชิดตะวัน เตือนประเทศไทยเปิดกาสิโน เสี่ยงตามรอยวิกฤติเศรษฐกิจเหมือนตุรกี

(7 มี.ค. 68) ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังได้ออกมาเตือนถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปิดกาสิโนในประเทศไทย โดยชี้ว่า ความเสี่ยงที่อาจตามมาคล้ายกับสถานการณ์ในตุรกี ซึ่งเกิดวิกฤติเศรษฐกิจจากการขยายตัวของธุรกิจที่ไม่ยั่งยืน

ดร.ชิดตะวัน กล่าวว่า การเปิดกาสิโนในไทยอาจส่งผลให้เกิดการพึ่งพิงการลงทุนจากต่างประเทศและการใช้จ่ายของภาครัฐที่สูงขึ้น ซึ่งหากไม่มีการควบคุมที่ดี อาจทำให้เศรษฐกิจตกต่ำและเกิดวิกฤติทางการเงินในระยะยาว โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนสูง

เขายังแนะนำให้รัฐบาลไทยพิจารณาผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ รวมถึงการสร้างมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยวิกฤติจากการเปิดกิจการประเภทนี้ในหลายประเทศ

นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเห็นด้วยกับดร.ชิดตะวัน ว่าหากไม่มีการจัดการอย่างรัดกุม การเปิดกาสิโนอาจทำให้เกิดผลกระทบที่ยากเกินคาดเดาและส่งผลเสียต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของไทยในอนาคต

ทั้งนี้ ประเทศตุรกี เปิดตัวกาสิโนอย่างเป็นทางการในปีที่ผ่านมา โดยคาดหวังว่าจะเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ผลกระทบที่ตามมามีทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ต้องจับตามอง

การเปิดกาสิโนในตุรกีทำให้เกิดการเติบโตของธุรกิจการพนันบางส่วน แต่ผลลัพธ์ที่ตามมานั้นไม่ได้ตรงตามที่คาดหวัง การลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้สร้างผลประโยชน์ระยะยาวให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ 

แม้จะมีรายได้จากการเปิดกาสิโน แต่ธุรกิจการพนันยังไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเกิดการพึ่งพาภาคการพนันที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้เศรษฐกิจของตุรกีเผชิญกับความไม่แน่นอนในช่วงเวลาต่อมา

นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของกิจกรรมการพนันในตุรกีทำให้เกิดปัญหาผลกระทบทางสังคมที่รุนแรง โดยเฉพาะการเสพติดการพนันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กลุ่มคนที่ติดการพนันต้องเผชิญกับปัญหาหนี้สินและปัญหาครอบครัวที่เกิดขึ้นจากการสูญเสียเงินจำนวนมากในกาสิโน

สมุทรปราการ-แสดงความยินดี 'ปิยนุช พาณิชย์พิศาล' ประธานชมรมโฮปฯ รับมอบโล่เกียรติยศเพื่อประกาศกิตติคุณในการทำความดี 'คนดีของแผ่นดิน'

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ (6 มี.ค.68) นายอัครนันท์ พร้อมด้วย นางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล และนางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ร่วมพิธีบวงสรวงเปิดเนตรองค์พญาครุฑ โดยได้นำมาตั้งประดิษฐาน บริเวณริมน้ำ ณ วัดมหาวงษ์ ปากน้ำ อ.เมือง สมุทรปราการ เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามากราบสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 10 รูป มาร่วมประกอบพิธีพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถาและเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่เข้าร่วมในพิธี โดยมีครอบครัวพาณิชย์พิศาล ประธานในพิธี พร้อมทั้งคณะเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปฯ คณะศิษย์ยานุศิษย์ตลอดจนประชาชนร่วมในพิธีครั้งนี้ จากนั้นได้ร่วมกันถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์และคณะสงฆ์ของทางวัดมหาวงษ์ที่มาร่วมประกอบพิธีอีกด้วย

นอกจากนี้ ทางครอบครัวพาณิชย์พิศาลและญาติสนิทต่างนำกระเช้าดอกไม้มามอบพร้อมทั้งร่วมแสดงความยินดีกับ นางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ที่ได้ รับมอบโล่ประกาศกิตติคุณ คนดีของแผ่นดิน จัดโดย สมาคมสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม ยังสโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา

โดยท่าน พลเอก กิตติ รัตนฉายา ประธานในพิธีมอบโล่เกียรติยศเพื่อประกาศกิตติคุณในการทำความดี ซึ่งโล่ประกาศกิตติคุณ “คนดีของแผ่นดิน” เป็นรางวัลที่เชิดชูเกียรติ มอบแด่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์แก่แผ่นดินและเป็นผู้ที่ช่วยเหลือสังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน 

นอกจากนี้การมอบโล่กิตติคุณนี้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้บุคคลเหล่านี้ได้มีกำลังใจในการประพฤติตนสร้างคุณงามความดี และอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากและช่วยเหลือสังคมต่อไป

สบส. รุดตรวจร้านนวด ย่านบางกะปิ เคลียร์เหตุลูกค้าถูกล่วงละเมิด

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงตรวจร้านนวด ย่านบางกะปิ เคลียร์เหตุลูกค้าถูกล่วงละเมิดโดยหมอนวด ย้ำผู้ประกอบกิจการให้ควบคุมกำกับผู้ให้บริการอย่างใกล้ชิด หากมีการกระทำอนาจาร หรือล่วงละเมิดในร้าน ต้องรับผิดตามกฎหมายสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ โดยอาจถูกระงับ หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการได้

ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณี ที่มีการเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อถึง หญิงสาวรายหนึ่งซึ่งเข้ารับบริการจากร้านนวดเพื่อสุขภาพ ย่านบางกะปิ แต่กลับถูกหมอนวดชายกระทำอนาจารนั้น เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กรม สบส. ได้มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของกองกฎหมาย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในเขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่าสถานประกอบการเพื่อสุขภาพดังกล่าวมีการขออนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้องกับ กรม สบส. พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จึงดำเนินการสอบถ้อยคำจากผู้เกี่ยวข้อง โดยผู้รับอนุญาตประกอบกิจการได้ให้ถ้อยคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ฯว่า ได้รับการติดต่อจากผู้รับบริการว่าได้มีการแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว ซึ่งทางร้านก็ได้มีการเรียกตัวพนักงานชายรายดังกล่าวมาทำการสอบถาม โดยเจ้าตัวได้ให้การปฏิเสธ ทางร้านจึงได้นัดหมายพูดคุยกับผู้รับบริการที่สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว  โดยผู้รับบริการได้ถอนแจ้งความ เนื่องจากผู้รับบริการได้พูดคุยเข้าใจกันแล้ว และได้รับคำขอโทษจนเป็นที่พอใจ รวมถึง ทางร้านให้ผู้ให้บริการรายดังกล่าวพ้นสภาพผู้ให้บริการขอทางร้านแล้ว ผู้รับบริการจึงไม่ติดใจเอาความแต่อย่างใด 

อย่างไรก็ตาม กรม สบส.ขอกำชับให้ผู้ประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ทั้งร้านนวด และสปา ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้รับบริการเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งในด้านสถานที่ มาตรฐานการให้บริการ และการควบคุมกำกับผู้รับบริการให้ปฏิบัติตามมาตรฐาน ฯลฯ ซึ่งในกรณี ที่กรม สบส. ตรวจพบว่ามีการปล่อยปละละเลยให้เกิดการกระทำอนาจาร หรือล่วงละเมิดทางเพศในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพแล้ว ผู้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการฯ หรือเจ้าของร้านจะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานประกอบเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 มาตรา 28 ฐานปล่อยให้มีการกระทำหรือบริการที่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีในสถานประกอบการฯ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท และอาจได้รับโทษในการสั่งพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต และในส่วนของผู้ให้บริการที่กระทำความผิด จะถูกตัดชื่อออกจากทะเบียนผู้ให้บริการ โดยจะไม่มีสิทธิ์ขึ้นทะเบียนประกอบอาชีพนวดอีกต่อไป และต้องรับโทษตามกฎหมายอาญา
ต่อไปด้วย

สบส. เดินหน้าพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ ส่งเสริมและควบคุมมาตรฐานการเรียนการสอนด้านบริการสุขภาพ 

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่กรม สบส. ที่ดำเนินงานด้านพัฒนา ควบคุมกำกับมาตรฐานการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพ เพื่อเพิ่มทักษะ ยกระดับคุณภาพบริการและสร้างความปลอดภัยของผู้รับบริการทั่วประเทศ

ดร.นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยว่า ปัจจุบันความต้องการบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกรม สบส. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการควบคุม กำกับ มาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และส่งเสริมพัฒนาสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้มีคุณภาพ ภายใต้ พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ได้ให้การรับรองหลักสูตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพ(หลักสูตรผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง และหลักสูตรสปาและนวด) ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 17 หลักสูตรกลาง และเพื่อเป็นการกำกับติดตามและตรวจสอบคุณภาพ จึงจำเป็นจะต้องมีผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจประเมินคุณภาพ

ซึ่งถือเป็นกลไกในการควบคุมตรวจสอบมาตรฐานดังกล่าว กรม สบส. โดยกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ จึงได้จัดการสัมมนาพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ในการส่งเสริมพัฒนา ควบคุมกำกับมาตรฐานการจัดการเรียนการสอน หลักสูตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพแก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของกรม สบส. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อส่งเสริมและควบคุมมาตรฐานการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพด้านการบริการด้านสุขภาพอีกด้วย

ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวต่อว่า การสัมมนาในครั้งนี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ความเข้าใจ และหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดและแนวทางเดียวกัน โดยมีหัวข้อต่างๆ ได้แก่ การดำเนินการตามพ.ร.บ.โรงเรียนเอกชนนอกระบบ และพ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 มาตรฐานการจัดการเรียนการสอน การยื่นขอรับรองหลักสูตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพ การตรวจประเมินก่อน-หลังในการยื่นขอรับรองหลักสูตร และการฝึกปฏิบัติ เป็นต้น

เซเว่น อีเลฟเว่น แห่งแรกในหลวงพระบาง ร้านสะดวกซื้อระดับโลก ขยายตลาดสู่หัวใจศูนย์กลางมรดกวัฒนธรรม

(7 มี.ค.68) เซเว่น อีเลฟเว่น ได้เปิดสาขาแรกอย่างเป็นทางการในเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว นับเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ร้านสะดวกซื้อระดับโลกที่ขยายสาขาสู่ศูนย์กลางมรดกโลกของยูเนสโก

สำหรับบรรยากาศในวันเปิดร้านเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง สินค้าหลากหลายประเภททั้งอาหาร เครื่องดื่ม และของใช้จำเป็น พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะตอบโจทย์ทั้งคนท้องถิ่นและนักเดินทางที่มาเยือนหลวงพระบาง

ตัวแทนจากบริษัทซีพี ออลล์ เปิดเผยว่า การขยายสาขาสู่หลวงพระบางเป็นไปตามแผนกลยุทธ์ขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน โดยเน้นการนำเสนอสินค้าที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมและความต้องการของผู้บริโภคในลาว

การเปิดตัวของเซเว่น อีเลฟเว่น ในเมืองมรดกโลกแห่งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของธุรกิจค้าปลีกและอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตของแบรนด์ในประเทศลาวในอนาคต พร้อมทั้งสร้างงานและโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่น 

‘ดร.วีระศักดิ์’ ร่วมถก กสม. หาแนวทางแก้ไขปัญหา PM2.5 ก่อนจัดทำข้อเสนอแนะให้รัฐบาลนำไปแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

กสม. จัดประชุมรับฟังข้อมูลและความเห็นประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่น PM2.5

เมื่อวันที่ (6 มี.ค. 68) ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายไพโรจน์ พลเพชร และนางสาวมณีรัตน์ มิตรปราสาท ที่ปรึกษาประจำ กสม. นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการ กสม. รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ประชุมรับฟังแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเห็นเพื่อประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่น PM2.5 โดยรับฟังข้อมูลจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ รวมทั้งภาคประชาสังคม ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอนามัย กรมควบคุมโรค กรมอาเซียน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สภาลมหายใจกรุงเทพมหานคร และสภาลมหายใจเชียงใหม่ ณ ห้องประชุม 709 สำนักงาน กสม.

ในการประชุมดังกล่าว ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการของหน่วยงานในปีที่ผ่านมาเพื่อรับมือสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นละออง รวมทั้งการเตรียมความพร้อมสำหรับฝุ่นละอองสำหรับปี 2568 เช่น การกำหนดนโยบายหรือมาตรการเพื่อควบคุมและลดการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิด แนวทางแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน ความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหา การมีส่วนร่วมของชุมชน การจัดการและแจ้งเตือนข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ รวมทั้งการป้องกันและดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน ทั้งนี้ กสม. จะรวมรวบข้อมูลและความเห็นที่ได้จากการประชุมเพื่อประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่น PM2.5 ในภาพรวมเสนอรัฐบาลต่อไป

เชียงใหม่-วิทยุการบินฯ เดินหน้าร่วมแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่ามอบเครื่องเป่าลมทำแนวป้องกันไฟ ให้หมู่บ้านพื้นที่ภาคเหนือ

มนพร ห่วงประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากปัญหาไฟป่าและหมอกควัน สั่งการวิทยุการบินฯ ร่วมกับ ทุกภาคส่วนมุ่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างต่อเนื่องสนับสนุนเครื่องเป่าลมทำแนวกันไฟ ให้กับหมู่บ้านในจังหวัดเชียงใหม่พร้อมสร้างแนวร่วมภาคประชาชนในการงดเว้นการจุดไฟบริเวณ แนวป่า ลดปัญหาหมอกควันไฟป่า สร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมให้ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ของทุกปี หลายพื้นที่ของประเทศมักประสบปัญหาไฟป่าและหมอกควันและปัญหา ฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน  รัฐบาลจึงมีนโยบายให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานของทุกหน่วยงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรม 

โดย บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ได้ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สนับสนุนกระบวนการขนย้ายเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออกจากแปลง นำร่องพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ ตำบลจางเหนือ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง 

และโครงการหมู่บ้านปลอดการเผาครั้งที่ 3 ร่วมกับ บริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด สนับสนุนรางวัลหมู่บ้านปลอดการเผาให้กับหมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการในขนาดพื้นที่ 2,000 ไร่ และส่งมอบเครื่องเป่าลมทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่า ให้กับผู้แทนหมู่บ้านในจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนการปฏิบัติการบินแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ร่วมกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกด้วย

นายณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบการดำเนินงานปีที่ 77 ของวิทยุการบินฯ จึงได้สนับสนุนเครื่องเป่าลม จำนวน 25 เครื่อง งบประมาณ 270,000 บาท ให้กับบริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เพื่อมอบให้กับหมู่บ้านในจังหวัดเชียงใหม่ นำไปต่อสู้กับไฟป่า 

ซึ่งเครื่องเป่าลมเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสร้างแนวกันไฟในพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่ที่เข้าถึงได้ สามารถใช้เครื่องเป่าใบไม้ ออกจากหุบเขาแคบๆ ทางลาดชัน และพื้นที่อื่นๆ ที่เข้าถึงยาก เป็นการลดผลกระทบปัญหาหมอกควันไฟป่าที่ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน 

ทั้งนี้ วิทยุการบิน ขอร่วมเป็นอีกองค์กรหนึ่งในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษด้าน ฝุ่นควัน พร้อมขับเคลื่อนร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อส่งเสริมแนวทางการป้องกันและลดปัญหาฝุ่นควันอย่างยั่งยืน

คณะกรรมาธิการทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพล อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

เมื่อวานนี้ (6 มี.ค.68) เวลา 16.30.น.คณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ณ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ นำโดย พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ และนายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยอนุกรรมาธิการ ที่ปรึกษา นักวิชาการ และเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ ซึ่งพลตรี พิศิษฐ ปัญญานะ ผู้บัญชาการศูนย์ฯ และคณะผู้บังคับบัญชาศูนย์ฯ ได้ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปเกี่ยวกับบทบาทของศูนย์การทหารปืนใหญ่ทั้งการจัดโครงสร้าง ความพร้อมรบความต่อเนื่องในการรบ และความทันสมัยของอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อรองรับกับภัยคุกคามในทุกมิติตั้งแต่ระดับยุทธวิธียุทธการจนถึงระดับยุทธศาสตร์ ซึ่งอดีตผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวไว้เมื่อปี 2525 ณศูนย์การทหารปืนใหญ่ว่า เหล่าทหารปืนใหญ่เป็นผู้กำหนดโชคชะตาของสนามรบจะแพ้หรือชนะอยู่ตรงนี้ ซึ่งสมดังคำกล่าวที่ว่า "ข้า คือราชาแห่งสนามรบ"

ในการนี้ คณะผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ได้นำคณะกรรมาธิการการทหารฯ เยี่ยมชมโครงการทหารพันธุ์ดีค่ายภูมิพลซึ่งมีพื้นที่โครงการจำนวน 52 ไร่เพื่อส่งเสริมให้กำลังพลมีความรู้ในการปลูกผักปลอดภัย ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและสร้างรายได้เสริม และส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายเครือข่ายสู่ชุมชนโครงการชุมชนเบิกบานอาหารปลอดภัยโครงการทหารพันธุ์ดีค่ายภูมิพลมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการซึ่งได้รับงบประมาณจากกองทัพบกในการช่วยเหลือโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการชุมชนเบิกบานทหารปลอดภัยสำหรับเป็นวัตถุนำมาทำอาหารให้เด็กนักเรียนในพื้นที่ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ภารกิจของศูนย์การทหารปืนใหญ่ที่ครอบคลุมทางด้านวิทยาการของเหล่าทหารปืนใหญ่และการพัฒนาประเทศหน่วยจึงมีบทบาทที่สำคัญในการสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ที่ส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาชุมชนและภาพรวมของการรักษาความมั่นภายในประเทศด้วย

ศิลปิน-นักแสดง-พิธีกรร่วมรับรางวัลสมาคมสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม โล่ประกาศกิตติคุณ คนดีของแผ่นดิน 

สมาคมสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม มอบโล่ประกาศกิตติคุณ 99 ท่าน ยกย่องเป็นคนดีของแผ่นดิน ประจำปี 2567

เมื่อวันที่ (5 มี.ค.68) สมาคมสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม ร่วมกับ มูลนิธิทำความดีเพื่อความดี และสมาคมภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาล พร้อมด้วย 10 องค์กรสื่อ จัดงานมอบโล่ประกาศกิตติคุณ ภายใต้โครงการ 'คนดีของแผ่นดิน' ประจำปี 2567 ให้กับบุคคล องค์กรภาครัฐและเอกชน ที่ทำความดีในด้านต่างๆ โดยมี พล.อ.กิตติ รัตนฉายา และพล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ ร่วมเป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศกิตติคุณ 'คนดีของแผ่นดิน' ประจำปี 2567 พร้อมกล่าวให้โอวาท และแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับโล่กิตติคุณในครั้งนี้

นายอภิรัฐ กุนกันไชย นายกสมาคมสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม กล่าวว่า สมาคมสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2565 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนส่งเสริมบุคคล องค์กรภาครัฐและเอกชนในการดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคม ด้วยการนำเสนอข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางเผยแพร่ของทางสมาคมอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2567

โครงการ 'คนดีของแผ่นดิน' ประจำปี 25667 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ บุคคล หรือองค์กร ซึ่งทำความดี ด้านต่างๆ ในช่วงปี 2567 เพื่อให้ ประชาชนและสังคม ได้รับรู้ ถึงบุคคล หรือองค์กร ซึ่งทำความดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบโล่ประกาศกิตติคุณ และการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารเพื่อ กระตุ้นบุคคลหรือองค์กร ให้ทำความดี และเป็นคนดีของแผ่นดิน อย่างภาคภูมิใจ และ เพื่อทำตามมติ คณะกรรมการสมาคม และ วัตถุประสงค์ ของ สมาคมสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม

สำหรับบุคคลและองค์กร ที่ควรแก่การยกย่อง ให้เป็น 'คนดีของแผ่นดิน' โดยมีคุณสมบัติ 3 ประการ ได้แก่ 
1. เป็นผู้มีความคิด และการกระทำที่สร้างสรรค์ 
2. เป็นผู้มีธรรมาภิบาล
3. เป็นผู้ทำความดีเพื่อความดีอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ประจักษ์

ซึ่งในครั้งนี้ สามารถสรรหา บุคคลหรือองค์กร ควรแก่การยกย่อง เป็นคนดีของแผ่นดิน ประจำปี 2567 ได้ จำนวน 99 ท่าน โดยมี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ท่านสัญจัย จันทร์ผ่อง อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ สว. ชัชวาลล์ คงอุดม ทิน โชคกมลกิจ เปรมสุดา สันติวัฒนา ศิริ ว่าที่รต.ธนัท ชัชวาลย์ ดร.เกศริน เอกธวัชกุล ดร.สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์ ดร.วโรดม สิริสุข (ชายแฮ๊ค) เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณ คนดีของแผ่นดิน ประจำปี 2568 ครั้งนี้ด้วย

กต. เผย มีคนไทยบาดเจ็บ 4 ราย รอผ่าตัดวันนี้ 1 ราย จากเหตุเกาหลีใต้ทิ้งระเบิดพลาดขณะซ้อมรับ

กระทรวงการต่างประเทศ อัปเดต อาการบาดเจ็บ  4 คนไทยในเกาหลีใต้ รอผ่าตัดวันนี้  (7มี.ค.) 1 คน ส่วนอีก 3 กลับบ้านได้แล้ว ยืนยันติดต่อพูดคุยกับผู้บาดเจ็บ และติดตามใกล้ชิด

เมื่อเวลา 21.15 น. วันที่ (6 มี.ค. 68) นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลง ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ว่า (6 มี.ค.) ได้ปรากฏรายงานข่าวว่าเครื่องบินรบของกองทัพอากาศเกาหลีใต้ 2 ลำ ได้ปล่อยระเบิดรุ่น MK-82 ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์ที่ใช้สำหรับการทำลายอาคารและสะพานเป็นหลัก รวม 8 ลูก ผิดพลาดในพื้นที่ชุมชนในเมืองโพชอน จ.คยองกี ในระหว่างการฝึกซ้อมรบร่วม Freedom Shield ระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความเสียหายอย่างมากให้กับบ้านเรือนและอาคารอื่นๆ ในพื้นที่ และส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวน 15 คน ซึ่งมีคนไทยได้รับบาดเจ็บด้วย 4 คน โดยรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณมือและขา และอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลโพชอนอึยรโยวอน ก่อนรอเข้ารับการผ่าตัดในวันนี้ (7 มี.ค.)ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเกาหลีใต้เป็นผู้รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล ส่วนคนไทยอีก 3 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและเดินทางกลับที่พักแล้ว

นายนิกรเดช กล่าวอีกว่า กองทัพอากาศเกาหลีใต้ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษประชาชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะมีมาตรการเพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด สำหรับเหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรกที่มีพลเรือนได้รับบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมรบทางอากาศระหว่างเกาหลีใต้-สหรัฐฯ นับตั้งแต่การสงบศึกของสงครามเกาหลี ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ติดต่อพูดคุยกับคนไทยที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อเยี่ยมเยียนและสอบถามอาการแล้ว รวมถึงจะติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

‘เกษตรศาสตร์’ จับมือ ปตท.สผ. สร้างวิศวกรป้อนอุตฯ ยุคใหม่ เน้นวิจัยและพัฒนานวัตกรรมตอบโจทย์ด้านพลังงานยั่งยืน

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จับมือ ปตท.สผ. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ 

เมื่อวันที่ (5 มี.ค.68) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม และ ต่อยอดไปสู่การพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเครื่องกล (นานาชาติ) ของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เน้นด้าน พลังงานที่ยั่งยืน (Sustainable Energy) ที่มีทั้งเทคโนโลยีไฮโดรเจน และ คาร์บอน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างวิศวกรรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพระดับสากล ตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ และการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี 

พิธีลงนามจัดขึ้นที่ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารเอ โดยมี ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ นายนภสิทธิ์ ชัยวรรณคุปต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานเทคโนโลยี คาร์บอนโซลูชั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืน ปตท.สผ. เป็นตัวแทนร่วมลงนาม พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ ร่วมเป็นสักขีพยาน 

หลักสูตรที่ตอบโจทย์อนาคต 
หลักสูตรใหม่นี้มุ่งเน้นการพัฒนาวิศวกรที่มีความรู้และทักษะในเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ พลังงานสะอาด ไฮโดรเจนและเซลล์เชื้อเพลิง การประยุกต์ใช้ AR/VR ในงานวิศวกรรม และระบบอาคารอัจฉริยะ ตลอดจนการผสมผสานองค์ความรู้จากภาคการศึกษาและอุตสาหกรรม 

นิสิตในหลักสูตรจะได้รับโอกาสในการเรียนรู้ผ่านโครงการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการจริง การวิจัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ และการแลกเปลี่ยนทางวิชาการในระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างบัณฑิตที่มีทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม ความสามารถในการปรับตัว และทักษะการสื่อสารในระดับสากล 

ประโยชน์ของความร่วมมือ 
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับการศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่ยังสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมและการสร้างบุคลากรที่ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม 

อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวในงานว่า “หลักสูตรนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างวิศวกรที่มีศักยภาพ นวัตกรรม และพร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับประเทศ โดยความร่วมมือกับ ปตท.สผ. จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและโอกาสใหม่ๆ ให้แก่นิสิตและภาคอุตสาหกรรมในอนาคต” 

ก้าวต่อไปสู่ความสำเร็จ 
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งเป้าที่จะเปิดรับนิสิตรุ่นแรกในปี 2569 และยื่นขอมาตรฐาน ABET (Accreditation Board for Engineering and Technology) ในปี 2570 เพื่อยืนยันคุณภาพหลักสูตรในระดับสากล และเตรียมความพร้อมให้นิสิตสามารถแข่งขันได้ในตลาดแรงงานทั่วโลก 

การลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของทั้งสององค์กรในการผลักดันขอบเขตความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและอุตสาหกรรมให้กว้างขึ้น และยังเป็นการเน้นย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในฐานะผู้นำทางการศึกษาและนวัตกรรม รวมถึงบทบาทของ ปตท.สผ. ในฐานะองค์กรที่มุ่งมั่นสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่สังคมและประเทศชาติ 

นิสิตที่สนใจสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกล (นานาชาติ) สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเตรียมตัวเข้าสู่การศึกษาแห่งอนาคตที่เต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาศักยภาพสู่ระดับโลก

สตูล กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 จังหวัดสตูล จัดโครงการ 'ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจช่วยภัยแล้ง' ประจำปี 2568

(6 มี.ค. 68) ที่บริเวณหน้ากองบังคับการ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 (ค่าย ร.5 พัน 2) ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์ อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล พ.อ.สุภชัย อินทรเนตร รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ต.(ท.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2568 และปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำช่วยภัยแล้ง พร้อมถังบรรจุน้ำอุปโภค บริโภค เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยแล้ง โดยมีนางสาววาสิฏฐี สาระพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูลพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสตูล การประปาส่วนภูมิภาค อำเภอเมืองสตูล รวมถึงกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าร่วม

สำหรับโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจช่วยภัยแล้ง” กองทัพบกได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลากว่า 26 ปี โดยได้ใช้กำลังพล และทรัพยากรที่มีอยู่บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เสียสละ ทุ่มเท เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค และเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ซึ่งในพื้นที่จังหวัดสตูล จะเห็นได้ว่าระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน ของทุกปี จะเป็นช่วงหน้าร้อน ที่จังหวัดสตูลนั้นประสบกับปัญหาภัยแล้งอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะประชาชนที่พักอาศัยในถิ่นทุรกันดาร พี่น้องกลุ่มเกษตรกร มักจะมีปัญหาขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค ดังนั้นการขับเคลื่อนตามนโยบายของโครงการ“ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจช่วยภัยแล้ง” ในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการบําบัดทุกข์ บํารุงสุข ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top