Wednesday, 26 August 2026
NEWS

เชียงใหม่-คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิด Innovation for a new life ห้องคลอดสวนดอกโฉมใหม่ มาตรฐานสากล พร้อมศูนย์วินิจฉัยทารกในครรภ์ระดับสูง ครบวงจร

(27 มี.ค. 68) คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดตัวห้องคลอดแห่งใหม่ ยกระดับมาตรฐานการดูแลแม่และทารกที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความสะดวกสบายให้กับคุณแม่และทารกแรกเกิด โดยเน้นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมาตรฐานการดูแลระดับสูง เพื่อให้ประสบการณ์การคลอดเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ณ ชั้น 3 อาคารผ่าตัด สูติกรรม คณะแพทยศาสตร์ มช. ในวันอังคารที่ 25 มีนาคม 2568 ระหว่างเวลา 09.30-11.00 น. ณ ชั้น 15 อาคารเฉลิมพระบารมีคณะแพทยศาสตร์ มช.

รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า “ เนื่องมาจากห้องคลอดของหน่วยคลอดและหน่วยผ่าตัดสูตินรีเวชโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้เปิดให้บริการแก่สตรีตั้งครรภ์และผู้ป่วยทางนรีเวชมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 60 ปี จึงถึงเวลาต้องปรับปรุงทางกายภาย เพื่อให้รับบริการได้ประโยชน์สูงสุด 

โดยห้องคลอดปรับปรุงใหม่นี้ ถูกออกแบบตามแนวคิด “ระบบทางเดียว” โดยแยกของสะอาดและของสกปรกออกจากกัน ลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน พร้อมทั้งใช้วัสดุตกแต่ง เช่น ผนังและฝ้าเพดานที่มีพื้นผิวเรียบ รอยต่อน้อย เพื่อลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และแรงดันอากาศ รวมถึงระบบไหลเวียนและกรองอากาศ เพื่อให้บริเวณเตียงคลอดมีอากาศสะอาดปราศจากเชื้อโรค
 
นอกจากนี้ ห้องคลอดใหม่ยังมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัย รองรับการคลอดทุกรูปแบบ รวมถึงภาวะฉุกเฉิน ห้องพักสำหรับคลอดที่เป็นส่วนตัว ออกแบบให้เหมาะกับการผ่อนคลายของคุณแม่ โดยมีทีมแพทย์ และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบดูแลทารกแรกเกิดแบบครบวงจร ป้องกันภาวะแทรกซ้อนและส่งเสริมพัฒนาการตั้งแต่แรกเกิด ภายในห้องคลอดยังติดตั้งอุปกรณ์ที่ทันสมัย ทั้งระบบไฟฟ้า หัวจ่ายแก๊ส และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมความปลอดภัยในการรักษาของผู้เข้ารับบริการเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนการสอนทางการแพทย์ ให้ผู้เรียนและผู้ปฏิบัติงานสามารถฝึกปฏิบัติในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและทันสมัย การเปิดตัวห้องคลอดนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของคณะแพทยศาสตร์ มช. ในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการทางการแพทย์และการศึกษาด้านสูติศาสตร์ เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพสูงสุดแก่ทั้งบุคลากรและผู้รับบริการ”

 รศ.นพ.กิตติภัต เจริญขวัญ หัวหน้าภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า “หน่วยคลอดของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ มีความพร้อมในการให้บริการสตรีตั้งครรภ์ทุกรายที่มาคลอด ทั้งรายที่มีความเสี่ยงต่ำและความเสี่ยงสูง ทั้งการคลอดแบบธรรมชาติ การคลอดโดยใช้อุปกรณ์พิเศษช่วย และการผ่าตัดคลอด ทั้งนี้ภาวะตั้งครรภ์เสี่ยงสูงหรือภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย 10 อันดับแรกในสตรีตั้งครรภ์ที่มาคลอดในปี พ.ศ. 2567 ได้แก่โรคเบาหวาน ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ความดันโลหิตสูง (ครรภ์เป็นพิษ) ทารกโตช้าในครรภ์ ทารกท่าก้น น้ำเดินก่อนกำหนด ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เนื้องอกมดลูก คอพอกเป็นพิษ และรกเกาะต่ำ  

บ่อยครั้งที่ภาวะเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 18  ของการคลอดทั้งหมดในปี พ.ศ.2567 รวมถึงเพิ่มความจำเป็นในการผ่าตัดคลอดอีกด้วย  ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมส่งมอบการดูแลที่ปลอดภัยให้กับมารดาและทารก รวมถึงผู้ป่วยทางนรีเวช ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า โดยทีมแพทย์และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญสูง”

ด้านรศ.พญ.เฟื่องลดา ทองประเสริฐ อาจารย์ประจำหน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารก ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า “ศูนย์วินิจฉัยทารกในครรภ์ (Fetal Diagnostic Center หรือ Fetal Center) เป็นศูนย์ที่ให้บริการตรวจคัดกรอง วินิจฉัย และดูแลรักษาทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงช่วงแรกหลังคลอดครอบคลุมทั้งขั้นพื้นฐานและขั้นสูง พร้อมทั้งเป็นศูนย์กลางด้านวิชาการและการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ทารกในครรภ์ และส่งเสริมการวิจัยอย่างต่อเนื่อง 

จุดเด่นของศูนย์ คือสามารถตรวจคัดกรองความผิดปกติของทารกตั้งแต่ไตรมาสแรก ตรวจโรคทางพันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมีย กลุ่มอาการดาวน์ และโรคหายากอื่น ๆ โดยการเจาะชิ้นเนื้อรก ทั้งนี้ศูนย์วินิจฉัยทารกในครรภ์ คณะแพทยศาสตร์ มช. เป็นศูนย์ที่ให้บริการตรวจชิ้นเนื้อรกมากที่สุดในประเทศ 

ศูนย์ฯ ยังมีความเชี่ยวชาญด้านหัตถการเฉพาะทาง  เช่นการเจาะเลือดสายสะดือของทารกในครรภ์ เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคที่ซับซ้อน โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยระดับนานาชาติ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์เดียวในภาคเหนือที่สามารถรักษาทารกในครรภ์โดยการเติมเลือด หรือ การส่องกล้องรักษาครรภ์แฝดที่มีภาวะแทรกซ้อน ทั้งนี้เพื่อให้มารดาที่ตั้งครรภ์ ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด และดำเนินการคลอดอย่างปลอดภัยที่สุด

เซ็นทรัลพัฒนา เดินหน้าลงทุนตามแผน 5 ปีกว่า 120,000 ล้านบาท พัฒนาเมกะโปรเจกต์

(27 มี.ค. 68) เซ็นทรัลพัฒนา ประกาศวิสัยทัศน์ ‘Pioneering Growth & Beyond’ และแผนพัฒนาเมกะโปรเจกต์ ปั้น New CBD ในกรุงเทพฯ และมิกซ์ยูสยิ่งใหญ่พัฒนาความเจริญทั่วประเทศ เดินหน้าลงทุนตามแผน 5 ปีกว่า 120,000 ล้านบาท

ภายในปี 68 พัฒนามิกซ์ยูสครบ 30 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเผยโครงการใหม่ ได้แก่ ‘Central Northville’ พลิกโฉมย่านรัตนาธิเบศร์ด้วยมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดใจกลางนนทบุรี, บุกอีสาน ‘Central Khonkaen Campus’ โครงการแห่งที่ 2 รองรับการเติบโตขอนแก่น และยกระดับ Master Planning ใหม่ของ ‘Central Chiangmai Airport’ ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ และขยายพื้นที่ลักชูรี่ ‘Central Phuket’ รับดีมานด์ Quality Tourists และเตรียมเปิด ‘Central Krabi’ ต.ค. นี้

โดย ‘Central Chiangmai Airport’ (เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต) พลิกโฉม Retail Landscape ยกระดับ Master Planning ใหม่ บนที่ดิน 130 ไร่ พื้นที่ศูนย์การค้า (GBA) 173,000 ตร.ม. โดยมี Muji’s First Flagship Store ในภาคเหนือ พร้อมแบรนด์ดังใหม่ๆ รวมถึงขยายโซนกาดหลวง Indoor Local Market มากขึ้นถึง 3 เท่ารวมเป็น 10,000 ตร.ม. และยังมีโซน Hug Craft & Northern Village เป็น Tourist Magnet  โดยเตรียมเปิดช่วง Q2 ปี 2569 โครงการยังประกอบด้วย Convention Hall, Tourist Hub และ Multi-Generation Space รวมถึง Go Wholesale แห่งแรกในภาคเหนือ และมีแผนพัฒนาโรงแรม และคอนโดมิเนียมในอนาคต

นอกจากนี้ ทีมผู้บริหารระดับสูงของเซ็นทรัลพัฒนาโดย ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer และ คุณอิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Leasing – Fashion & Luxury ร่วมเผยข้อมูล Insights และกลยุทธ์ผลักดันยอดขายและสร้างความสำเร็จเป็น Trusted Partner ที่พร้อมผลักดันให้พันธมิตรเติบโตไปพร้อมกัน โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัลประสบความสำเร็จเป็น Thailand’s Largest Retail Destination for Global Brands ซึ่งปัจจุบันกว่า 80% ของแบรนด์ระดับโลกเลือกมาเปิด First Time in Thailand ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล และมี Flagship Stores มากถึง 50 ร้าน 

หลายแบรนด์มีสาขาที่ประสบความสำเร็จในด้านยอดขายในระดับ Top Rank สำหรับอีกหนึ่งความสำเร็จในการดูแลพาร์ทเนอร์คู่ค้า คือการสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจด้วย The 1 Biz เครื่องมือ CRM ที่ช่วยขับเคลื่อนยอดขาย ล่าสุดแบรนด์ที่เข้าร่วมมีอัตราการเติบโตสูงสุดถึง 3 เท่า ปีที่ผ่านมาสมาชิก The 1 แลกพอยท์ในโซนร้านค้ากว่า 300 ล้านพอยท์ และบิลที่สะสมพอยท์สูงสุดแตะ 3.4 ล้านบาท นอกจากนี้ เรายังได้สร้าง Experience Application ‘Central X’ เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์แบบ O2O 

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ขับเคลื่อนสู่อนาคตภายใต้เจตจำนงค์ของแบรนด์ Imagining better futures for all โดยตลอด 45 ปี ได้สนับสนุนสังคมและชุมชนกว่า 5,000 ล้านบาท ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน, พื้นที่สาธารณประโยชน์ และโอกาสทางการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม เราเดินหน้าสู่ Net Zero 2050 ได้รับการจัดอันดับ DJSI Best-in-Class 7 ปีซ้อน และเป็นอสังหาฯ รายแรกที่ออก ‘Green Bond’ อีกทั้งทุกศูนย์การค้าติดตั้ง Solar Rooftop, EV Charging Station พร้อมขับเคลื่อนโครงการ Green Partnership เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกร่วมกับพันธมิตรร้านค้า

โครงการบริจาคหนังสือการ์ตูน ‘๒๔๗๕ รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ’ ร่วมเรียนรู้ประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครองอย่างถูกต้อง

(27 มี.ค. 68) โครงการบริจาคหนังสือการ์ตูน ๒๔๗๕ รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ ที่ทางทีมงานและผู้ร่วมสนับสนุนได้สมทบทุนบริจาค เพื่อให้น้อง ๆได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครองปี ๒๔๗๕ ตั้งแต่เริ่มมีการสั่งจองหนังสือ จนถึงปัจจุบัน มีการบริจาคหนังสือไปแล้วมากกว่า 1,500 เล่มทั่วประเทศ 

โดยในหนังสือการ์ตูนของเรา ได้แนบ QR Code สำหรับรับชมแอนิเมชัน เพื่อให้น้อง ๆ สามารถรับชมการ์ตูนได้ทั้งในรูปแบบหนังสือการ์ตูน และ แอนิเมชัน 

หากสถานศึกษาใด สนใจรับบริจาคหนังสือ 
สามารถแจ้งความจำนงได้ที่ 
https://forms.gle/EoKwNCPKnuo7mrN16 

----------------------
รายชื่อสถานศึกษา พิพิธภัณฑ์ และสถานที่ต่างๆ 
ที่เราได้ทำการส่งมอบหนังสือไปแล้ว 

โรงเรียน
----------------------
โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์
โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย จ.นครปฐม
โรงเรียนแก้งคร้อวิทยา
โรงเรียนกัลยาณวัตร
โรงเรียนขอนแก่นพัฒนศึกษา
โรงเรียนควนเนียงวิทยา
โรงเรียนโคราชพิทยาคม
โรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
โรงเรียนจิตรลดา
โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ
โรงเรียนจุนวิทยาคม
โรงเรียนจังหารฐิตวิริยาประชาสรรค์
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ จ.สกลนคร
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ หนองบัวลำภู
โรงเรียนช่องพรานวิทยา
โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
โรงเรียนชุมแสงชนูทิศ (ช.ท.)
โรงเรียนซับม่วงวิทยา
โรงเรียนดรุณาราชบุรี
โรงเรียนด่านขุนทด
โรงเรียนตะพานหิน 
โรงเรียนตาพระยา
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคเหนือ จ.พิษณุโลก
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า จ.อุตรดิตถ์
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการปราณบุรี
โรงเรียนเถินวิทยา
โรงเรียนท่าเกษมพิทยา
โรงเรียนท่าเรือ "นิตยานุกูล"
โรงเรียนท่าบ่อ จ.หนองคาย
โรงเรียนเทพาลัย
โรงเรียนไทรโยคมณีกาญจน์วิทยา
โรงเรียนเทิงวิทยาคม
โรงเรียนทัพพระยาพิทยา
โรงเรียนทัพราชวิทยา
โรงเรียนนครนายกวิทยาคม
โรงเรียนนครพนมวิทยาคม
โรงเรียนนวมราชานุสรณ์
โรงเรียนนาน้อย จังหวัดน่าน 
โรงเรียนน่านนคร
โรงเรียนนานาชาติแคลิฟอร์เนียเพรพ
โรงเรียนนานาชาติแอ็ดเวนติส จ.สระบุรี
โรงเรียนนาหมื่นพิทยาคม
โรงเรียนน้ำยืนวิทยา
โรงเรียนบ้านกลาง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
โรงเรียนบ้านกุดเวียน สพป.สระแก้ว 2
โรงเรียนบ้านเขาตาง้อก อำเภอคลองหาด จ.สระแก้ว 
โรงเรียนบ้านคลองไก่เถื่อน
โรงเรียนบ้านคาวิทยา 
โรงเรียนบ้านโคกเพร๊ก จ.สระแก้ว
โรงเรียนบ้านโคกสูง จ.สระแก้ว 
โรงเรียนบ้านดวน
โรงเรียนบ้านดุงวิทยา อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี
โรงเรียนบ้านบางสะพานน้อย
โรงเรียนบ้านผึ้งวิทยาคม
โรงเรียนบ้านพรหมนิมิต
โรงเรียนบ้านแม่เต๋อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
โรงเรียนบ้านหนองผักแว่น 
โรงเรียนบ้านแฮดศึกษา
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.จันทบุรี
โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช
โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม
โรงเรียนประภัสสรรังสิต อ.เมือง จ.พัทลุง
โรงเรียนป่าเด็งวิทยา
โรงเรียนปากพลีวิทยาคาร
โรงเรียนปิยชาติพัฒนา
โรงเรียนปัญญาวุธ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
โรงเรียนผดุงปัญญา
โรงเรียนพัทลุง
โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ
โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์ กรุงเทพฯ
โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์
โรงเรียนพานทองสภาชนูปถัมภ์ 
โรงเรียนพิมายวิทยา
โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
โรงเรียนมหาธิคุณวิทยา
โรงเรียนมหิธรวิทยา
โรงเรียนแม่พริกวิทยา จ.ลำปาง
โรงเรียนยุพราช เชียงใหม่
โรงเรียนโยธินบำรุง
โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย
โรงเรียนราชประชานุเคราะห์
โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย
โรงเรียนราชวินิต
โรงเรียนราชวินิตมัธยม
โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว
โรงเรียนวังไกลกังวล ประถม
โรงเรียนวังไกลกังวล มัธยม
โรงเรียนวังเจ้าวิทยาคม
โรงเรียนวัดป่าคาเจริญวิทยา 
โรงเรียนวัดพเนินพลู
โรงเรียนศรีราชา จ.ชลบุรี
โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร จ.น่าน
โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย
โรงเรียนศรีวิไลวิทยา
โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล
โรงเรียนสตรีชัยภูมิ
โรงเรียนสตรีวิทยา
โรงเรียนสตรีวัดระฆัง 
โรงเรียนสันติสุข จ.เชียงใหม่
โรงเรียนสันติสุขพิทยาคม
โรงเรียนสว่างเเดนดิน 
โรงเรียนสากเหล็กวิทยา จ.พิจิตร
โรงเรียนสามง่ามชนูปถัมภ์
โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม
โรงเรียนสาธิตเทศบาลเมืองราชบุรี
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
โรงเรียนสัมมาสิกขาปฐมอโศก
โรงเรียนสระแก้ว
โรงเรียนสระหลวงพิทยาคม
โรงเรียนแสนสุข จ.ชลบุรี
โรงเรียนหนองบัวละครวิทยา
โรงเรียนหนองบัวแดงวิทยา
โรงเรียนหนองบัวระเหววิทยาคาร
โรงเรียนหนองหานวิทยา
โรงเรียนห้วยคตพิทยาคม
โรงเรียนห้างฉัตรวิทยา จ.ลำปาง
โรงเรียนอนุราชประสิทธิ
โรงเรียนอินทร์บุรี
โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา
โรงเรียนอุตรดิตถ์
โรงเรียนอุทัย
โรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล จ.กระบี่ 
โรงเรียนอำนาจเจริญ
โรงเรียนอัสสัมชัญอุบลราชธานี

วิทยาลัย / สถาบัน
----------------------
โรงเรียนนายร้อยตำรวจ 
วชิราวุธวิทยาลัย
สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
วิทยาลัยการอาชีพนครนายก
วิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรี
วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยอโยธยาบริหารธุรกิจ
วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา
วิทยาลัยเทคนิคตราด
วิทยาลัยเทคนิคบางแสน
วิทยาลัยการอาชีพนครนายก

มหาวิทยาลัย
----------------------
มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 
มหาวิทยาลัยบูรพา
มหาวิทยาลัยรามคำแหง (สำนักหอสมุดกลาง)
มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา
มหาวิทยาลัยรังสิต

ห้องสมุด / พิพิธภัณฑ์ / องค์กร
----------------------
หอสมุดแห่งชาติ
ห้องสมุดประวัติศาสตร์ทหาร อนุสรณ์สถานแห่งชาติ
พิพิธภัณฑ์พระปกเกล้า
พิพิธภัณฑ์รัฐสภา
เครือข่ายนวัตกรเพื่อเยาวชนไทย (CITY)

วัด
----------------------
วัดสวนสันติธรรม ศรีราชา

เรือนจำ
----------------------
เรือนจำกลางกรุงเทพ 

และยังมีสถานศึกษาอื่นๆที่กำลังอยู่ระหว่างรวบรวบรายชื่อครับ  
=====================
ท่านสามารถชำระค่าหนังสือ 
หรือร่วมสมทบทุนบริจาคหนังสือให้สถานศึกษาได้ที่ 
----------------------------
ธนาคารกสิกรไทย
ชื่อบัญชี บจก.นาคราพิวัฒน์
เลขที่บัญชี 1518061840

ราคาจำหน่าย
=====================
หนังสือการ์ตูน ๒๔๗๕ รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ 
ราคาจำหน่ายเล่มละ 555 บาท ค่าส่ง 45 บาท 
รวมเป็นจำนวน 600 บาท 
สั่งซื้อ 2 เล่มขึ้นไป จัดส่งให้ฟรี
(เฉพาะสั่งจองผ่าน https://forms.gle/JVnvKHXWpUgXXoXaA หรือ Inbox เพจ เท่านั้น) 
=====================
ช่องทางจำหน่าย หนังสือการ์ตูน ๒๔๗๕ รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ
1. กรอกแบบฟอร์มสั่งซื้อได้ที่  
https://forms.gle/JVnvKHXWpUgXXoXaA

2. สั่งซื้อผ่าน inbox เพจ 2475 Dawn of Revolution   

3. จำหน่ายผ่าน แพลตฟอร์ม Shopee 
https://shopee.co.th/product/93749556/28466020586/

4. จำหน่ายผ่าน แพลตฟอร์ม TikTok 
https://vt.tiktok.com/ZSjGB13XG/ 

สั่งจองได้ที่ https://forms.gle/JVnvKHXWpUgXXoXaA 
หรือ ทางกล่องข้อความเพจ มีแอดมินดูแลตลอดครับ 

หน่วยงานหรือองค์กรที่สั่งจำนวนมาก โปรดติดต่อ 
Inbox Facebook https://www.facebook.com/2475animation 
หรือ Email - [email protected] 

”พลโท ชนินทร์“ ติวเข้มเครือข่ายเฝ้าระวังภัยก่อการร้ายที่ภูเก็ต มุ่งสร้างตาสับปะรดของชุมชน

(27 มี.ค. 68) ที่จังหวัดภูเก็ต -พลโท ชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการ ศปป.3 กอ.รมน. เป็นประธานเปิดการอบรม “การพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังและแจ้งเตือนการก่อการร้าย” โดยมีเจ้าหน้าที่สนามบิน ภาคประชาชน และหน่วยงานความมั่นคง เข้าร่วมอบรม

การอบรมครั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นการสร้าง “ตาสับปะรดของชุมชน” เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันภัยคุกคามสมัยใหม่ ทั้งการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ และภัยไซเบอร์ พร้อมฝึกทักษะสำคัญ ประกอบด้วย การจดจำใบหน้าบุคคลต้องสงสัย การเอาตัวรอดจากสถานการณ์ก่อการร้าย

กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ ศปป.3 กอ.รมน. เดินหน้าเสริมพลังเครือข่ายประชาชน โดยจัดกิจกรรมอบรมเครือข่ายเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยการก่อการร้ายที่ จ.ภูเก็ต มุ่งสร้าง “ตาสับปะรดของชุมชน” ให้รู้เท่าทันภัยก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ และภัยไซเบอร์ พร้อมฝึกทักษะจำใบหน้าผู้ต้องสงสัย และเอาตัวรอดจากเหตุร้าย ในการเสริมสร้าง เครือข่ายภาคประชาชน เพื่อเฝ้าระวังภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีทั้งสนามบินนานาชาติ ท่าเรือ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และชุมชนที่มีความหลากหลาย

ทั้งนี้ ศปป.3 มีแผนจะขยายกิจกรรมลักษณะนี้ไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ โดยจะเน้นพื้นที่เป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เช่น จังหวัดชายแดน พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ และแหล่งท่องเที่ยวหลัก เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศมีบทบาทร่วมในการดูแลความมั่นคงร่วมกับภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม เพราะเราเชื่อว่า พลังของประชาชน คือแนวป้องกันประเทศที่เข้มแข็งที่สุด

'ผู้ดำเนินรายการ THE STATES TIMES ยามเช้า' รับรางวัลเทพทอง ครั้งที่ 23 ประเภทบุคคลดีเด่นด้านวิทยุกระจายเสียง ใช้และพูดภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบรางวัลเทพทอง ครั้งที่ 23 ซึ่งจัดโดยสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สวทท.) โดยมี นางสาวชุติพันธุ์ ลิมปะพันธุ์ นายกสมาคมฯ พร้อมคณะกรรมการบริหาร ร่วมในพิธี

โดยรางวัลเทพทอง จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับองค์กรและบุคคลต่าง ๆ ที่ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม และบุคลากรด้านสื่อวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ ซึ่งได้สร้างสรรค์ผลงานที่เกิดประโยชน์ เป็นแบบอย่างที่ดี

ซึ่งในปีนี้มีผู้เข้ารับรางวัลทั้งสิ้น 72 รางวัล ประกอบด้วย 
-องค์กรดีเด่น 26 รางวัล อาทิ โรงเรียนชอย เทควันโด้ อะคาเดมี่ โดยนายชัชชัย เช หรือโค้ชเช ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ เป็นผู้รับ และสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 

-บุคคลดีเด่นด้านโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ 16 รางวัล อาทิ นายสุวิกรม อัมระนันทน์ รายการเปอร์-สเปกทิฟ (Perspective) / นายวารินทร์ สัจเดว ผู้ประกาศข่าว TNN World Today / และนางรัสรินทร์ ปริยไชยพงศ์ หรือชื่อในวงการ 'ปิยมาศ โมนยะกุล' ศิลปิน นักแสดง ฉายานางเอกตลกร้อยล้าน

-บุคคลดีเด่นด้านวิทยุกระจายเสียง 11 รางวัล ซึ่งมอบให้กับนักจัดรายการวิทยุ ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับ ใช้และพูดภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง อาทิ นายไอยรา อัลราวีย์ บรัศว์ตฤณ บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าวออนไลน์เดอะสเต็ทส์ไทม์ (THE STATES TIMES) ผู้ดำเนินรายการ TST ยามเช้า ทาง FM 103.5 และรายงานข่าวต้นชั่วโมง TST News Flash สถานีวิทยุกองบัญชาการกองทัพไทย FM 101
-และผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานเทพทองครั้งนี้รับโล่เกียรติยศ จำนวน 19 รางวัล 

บรรณาธิการ และผู้ดำเนินรายการ TST ยามเช้า รับรางวัลเทพทอง ครั้งที่ 23 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบรางวัลเทพทอง ครั้งที่ 23 ซึ่งจัดโดยสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สวทท.) เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับองค์กรและบุคคลต่าง ๆ ที่ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม และบุคลากรด้านสื่อวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ ซึ่งได้สร้างสรรค์ผลงานที่เกิดประโยชน์ เป็นแบบอย่างที่ดี

ซึ่งในปีนี้มีผู้เข้ารับรางวัลทั้งสิ้น 72 รางวัล ประกอบด้วย องค์กรดีเด่น 26 รางวัล บุคคลดีเด่นด้านโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ 16 รางวัล บุคคลดีเด่นด้านวิทยุกระจายเสียง 11 รางวัล และผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานเทพทองครั้งนี้รับโล่เกียรติยศ จำนวน 19 รางวัล

ทั้งนี้ในประเภทบุคคลดีเด่นด้านวิทยุกระจายเสียง ซึ่งมอบให้กับนักจัดรายการวิทยุ ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับ ใช้และพูดภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง ในปีนี้ นายไอยรา อัลราวีย์ บรัศว์ตฤณ บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าวออนไลน์เดอะสเต็ทส์ไทม์ (THE STATES TIMES) ผู้ดำเนินรายการ TST ยามเช้า ทาง FM 103.5 และรายงานข่าวต้นชั่วโมง TST News Flash สถานีวิทยุกองบัญชาการกองทัพไทย FM 101 เป็น 1 ในผู้ได้รับรางวัลเทพทอง ครั้งที่ 23 ด้วย

‘น้องพั้นรักแมว’ สอบคณิตฯ O-NET คว้าคะแนนเกือบเต็ม 100 พร้อมทั้งสอบติดแพทย์ มข. สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนยุคใหม่

(26 มี.ค. 68) ถือเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ เมื่อ ‘น้องพั้น’ พันธิตา บุญชวน หรือ “น้องพั้นรักแมว” นักเรียนชั้น ม.6 จากโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ทำให้หลายคนตะลึงเมื่อเธอสามารถสอบ O-NET วิชาคณิตศาสตร์ได้ถึง 96.25 คะแนน (เต็ม 100)

นอกจากนี้ น้องพั้นยังสอบติดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นการพิสูจน์ความสามารถทั้งในด้านการเรียนและงานอินฟลูเอนเซอร์ที่ทำอย่างเต็มที่

แม้จะมีการทำงานหนักในโลกออนไลน์เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ได้รับความนิยม แต่ “น้องพั้นรักแมว” ก็ยังสามารถบริหารเวลาได้ดี จนประสบความสำเร็จทั้งด้านการศึกษาและการงาน ซึ่งล่าสุด โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคมก็ได้โพสต์แสดงความยินดีต่อความสำเร็จของเธอ

โดยแฟนคลับจำนวนมากต่างแห่ชื่นชมในความสวยและความสามารถ พร้อมยกย่องให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการมีวินัยในการเรียนและการทำงาน ทั้งในด้านการศึกษาที่มุ่งมั่นและการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่าในโลกออนไลน์ ซึ่งทุกคนต่างเห็นตรงกันว่า น้องพั้นรักแมวเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่เต็มไปด้วยอนาคตที่สดใสและน่าจับตามองในทุกๆ ด้าน

“ยินดีด้วยนะคะน้องพั้น! สุดยอดจริงๆ” เป็นเสียงส่วนหนึ่งจากแฟนคลับที่แสดงความยินดีในโพสต์ล่าสุดของเธอ พร้อมกับให้กำลังใจในทุกการเดินทางของเธอที่จะยังคงเติบโตและประสบความสำเร็จในอนาคต

มุกดาหาร สนพท. เลือก วิลาสินี เจริญสุข สื่อ และนักธุรกิจเก่ง เป็น นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย

สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย โดยนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ณ โรงแรมโกลเด้นซิตี้ จังหวัดระยอง โดยนายไตรภพ วงษ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ร่วมเป็นประธาน ซึ่งเป็นสมัยครบวาระเลือกตั้งนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ปี 2568-2570 มีสมาชิกของสมาคมฯ จากทั่วประเทศร่วมประชุมหนาแน่นเข้าร่วมกิจกรรม ด้านวิชาการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การมอบทุนการศึกษาแก่บุตรธิดาสมาชิก สมาคมฯ สนพท. พร้อมคัดเลือกนายกฯ และกรรมการบริหารชุดใหม่ 

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายก สนพท. และคณะกรรมการประกาศสิ้นสุดการทำหน้าที่ พร้อมเสนอชื่อสมาชิกอาวุโสขึ้นเป็นประธานชั่วคราว เพื่อดำเนินการประชุมในการเลือกตั้งตำแหน่งนายก สนพท. คนใหม่ มีสมาชิกเสนอชื่อ นางวิลาสินี เจริญสุข สมาชิกตลอดชีพชาวจังหวัดมุกดาหาร ขึ้นเป็นนายก สนพท. ในที่ประชุมไม่มีผู้ใดเสนอชื่อผู้อื่นเป็นคู่ชิง มติที่ประชุมมีความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์เลือกให้นางวิลาสินี เจริญสุข ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกฯ พร้อมดำเนินการเลือกคณะกรรมการจนครบตามระเบียบของสมาคมฯ 

นางวิลาสินี เจริญสุข เป็นนักธุรกิจที่ประชาชนชาวมุกดาหารรู้จักกันดี เป็นอุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมุกดาหาร เป็นกรรมการหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร และเป็นนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดมุกดาหาร กระทั่งล่าสุด ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท.) และเป็นนายกหญิงคนแรกของสมาคมที่ก่อตั้งมากว่า 53 ปี 

นางวิลาสินี เจริญสุข กล่าวยืนยันพร้อมที่จะทำงานบริหารสมาคมฯ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่สืบทอดต่อกันมา โดยยึดหลักเพื่อสมาชิกทุกคน หลังการประชุมนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล อดีต นายกฯ และนายบรรหาร บุญเขต ที่ปรึกษาสมาคมฯ นายอำนาจ จงยศยิ่ง พร้อมคณะร่วมกันแสดงความยินดีกับนางวิลาสินี  เจริญสุข นายกฯ สื่อและ นักธุรกิจหญิงจากจังหวัดมุกดาหาร ได้รับตำแหน่งในครั้งนี้

‘เรื่องจริงผ่านจอ’ แจงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเพจ ‘IO’ หลังมีภาพโลโก้รายการโผล่ช่วง สส. ปชน. อภิปราย

เมื่อวันที่ (25 มี.ค. 68) เพจรายการ เรื่องจริงผ่านจอ โพสต์ข้อความว่า จากกรณีที่มีตัวแทน #พรรคประชาชน นำเพจที่ใช้รูป Logo รายการ #เรื่องจริงผ่านจอ ขึ้นชี้แจงในสภาและมีการกล่าวอ้างว่า เป็น 1 ในเพจ IO ที่เป็นต้นน้ำ และแชร์ข้อมูลอันเป็นเท็จ

ขอชี้แจงว่า เป็นการแอบอ้าง นำ Logo รายการไปใช้โดยทางรายการไม่มีส่วนเกี่ยงข้อง ใดๆ การกระทำดังกล่าว

‘มาดามแป้ง’ นั่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอล 1 ปี ผลสำรวจชี้!! ดีขึ้นมาก - โดดเด่นเรื่องความโปร่งใส

(26 มี.ค. 68) ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจล่าสุดความพึงพอใจของแฟนบอลไทยจำนวน 1,672 คนทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 10-17 มีนาคม 2568 โดยแบ่งเป็นเพศชาย 59.4% เพศหญิง 33.7% และไม่ต้องการระบุเพศสภาพ 6.9% พบว่า 92% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในระดับ "มากที่สุด" (4.41 คะแนนจาก 5 คะแนน) ต่อการบริหารงานของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในปัจจุบัน โดยเฉพาะด้านความโปร่งใสและการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ซึ่งสะท้อนจากสถิติที่ชี้ว่า 97.2% เห็นว่าการทำงานของสมาคมฯ "ดีขึ้น" หรือ "ดีขึ้นมาก" เมื่อเทียบกับยุคก่อนหน้า

โดยผลงานที่โดดเด่นที่เข้าตาแฟนบอลไทย 7ลำดับแรก คือ การสร้างธรรมาภิบาลและความโปร่งใส (ทำงานโปร่งใส ตรวจสอบได้) ซึ่งได้รับคะแนนสูงสุด (8.02 คะแนน จาก 10 คะแนน) ในฐานะผลงานเด่นของสมาคมฯ ในรอบปี รองลงมาการที่ฟุตซอลทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์ ไปฟุตซอลโลก 7 สมัยติดต่อกัน (7.79 คะแนน)แชมป์คิงส์คัพ ต่างจังหวัดครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ ที่จังหวัดสงขลา (7.74 คะแนน)นโยบายผลักดันฟุตบอลหญิงไทยกลับสู่เวทีโลก(7.71 คะแนน) การจัดประชุมฟีฟ่าคองเกรส ครั้งที่ 74 (7.70 คะแนน) การเพิ่มเงินสนับสนุนทุกลีก การจ่ายเงินสนับสนุนให้กับสโมสร เคลียร์เงินค้างจ่ายสโมสรและเงินตกค้าง (7.69คะแนน)และการ MOU กับต่างประเทศเพื่อพัฒนาฟุตบอลไทย (7.67คะแนน)

สำหรับความคาดหวังในอนาคต แฟนบอลส่วนใหญ่ (39.2%) ต้องการเห็นทีมชาติไทยก้าวไกลในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก ขณะที่ 29.7% เน้นย้ำความสำคัญของการรักษาความโปร่งใสในการบริหารงาน นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะสำคัญ เช่นการพัฒนาทีมชาติชุดใหญ่ (35.7%) การพัฒนาเยาวชน (26.4%) ยกระดับมาตรฐานการแข่งขันในประเทศ (15.0%)

นอกจากนี้แล้วมูลค่าทางเศรษฐกิจของการจัดการแข่งขันไทยลีก (T1 T2 T3) ปี 2567 นั้นก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 7,365.405 ล้านบาท (ไทยลีก 1: 4,654.758 ล้านบาท ไทยลีก 2: 1,507.405 ล้านบาท และไทยลีก 3: 1,203.242 ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและบทบาทของฟุตบอลไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ประกอบกับข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ชี้ให้เห็นว่า กีฬาฟุตบอลสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศสูงถึง 59,513.28 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าทางตรง 44,347.16 ล้านบาท และมูลค่าทางอ้อม 15,166.12 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดการจ้างงานรวม 110,846 คน โดยเป็นการจ้างงานเต็มเวลาทางตรง 83,499 คน และทางอ้อม 27,347 คน สะท้อนให้เห็นว่า ฟุตบอลมีบทบาทสำคัญในการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า การทำงานของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในยุคปัจจุบัน ได้รับความชื่นชมในด้านธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการ

สร้างความเชื่อมั่นให้กับแฟนบอล ทั้งนี้แฟนบอลไทยยังให้การสนับสนุนการทำงานของสมาคมฟุตบอลฯ ในยุคปัจจุบันอย่างชัดเจน แต่ยังคงจับตาการดำเนินงานตามเป้าหมายระยะยาว โดยเฉพาะการพัฒนาทีมชาติและระบบเยาวชน เพื่อยกระดับฟุตบอลไทยสู่มาตรฐานสากลนอกจากนี้แล้วฟุตบอลไทยไม่เพียงเป็นกีฬายอดนิยม แต่ยังเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

โปรดเกล้าฯ ‘วิชัย ทองแตง’ นักธุรกิจมากประสบการณ์ นั่งนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ‘วิชัย ทองแตง’ ให้ดำรงตำแหน่ง นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ (25 มี.ค. 68) ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก โดยข้อความระบุว่า

ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคำสั่ง ที่ ๓๙/๒๕๕๕๙ เรื่อง การจัดระเบียบ
และแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๙ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้มีคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สกอ. ๑๔๕๒/๒๕๕๙ เรื่อง ให้ผู้ดำรงตำแหน่งพันจากตำแหน่งหน้าที่และแต่งตั้งบุคคลให้ปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ และ ที่ สกอ. ๑๓๑/๒๕๖๐

เรื่อง แต่งตั้งบุคคลในคณะบุคคลปฏิบัติหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก(เพิ่มเติม) ลงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๐ โดยให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภารสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่มีคำสั่งนี้ใช้บังคับพ้นจากตำแหน่งหน้าที่และแต่งตั้งคณะบุคคลปฏิบัติหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก นั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ (๑) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๔๘ ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกครั้งที่ ๑๒/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๓ ได้มีมติเห็นชอบให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายวิชัย ทองแตง ดำรงตำแหน่ง นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก แต่โดยที่ได้มีกรณีร้องเรียนเกี่ยวกับการแต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยดังกล่าว ซึ่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้พิจารณาข้อร้องเรียนแล้วเห็นว่า การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องแล้ว กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจึงขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งตั้งต่อไป

บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ให้ดำรงตำแหน่ง
นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ตั้งแต่วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๘

คืบหน้า บ.ผู้ผลิต ‘2475 Dawn of Revolution’ ฟ้องประชาไท ปมเสนอข่าวให้คนอ่านเชื่อว่า “รับเงินจากกองทัพบกมาจัดทำแอนิเมชัน”

เมื่อวันที่ (25 มี.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘2475 Dawn of Revolution’ ได้โพสต์ข้อความว่า แจ้งความคืบหน้า กรณี บจก.นาคราพิวัฒน์ ผู้ผลิตแอนิเมชัน ๒๔๗๕ รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ ฟ้อง มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน (ประชาไท) คดีหมิ่นประมาทและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากนำเสนอข่าว ให้คนอ่านเชื่อว่า “รับเงินจากกองทัพบกมาจัดทำแอนิเมชัน”

ล่าสุด ศาลอาญารัชดาสั่งประทับรับฟ้อง ชี้คดีมีมูล!

ทีมงานแอนิเมชัน ๒๔๗๕ ขออธิบายเรื่องราวดังนี้ 

หลังจากเราเผยแพร่แอนิเมชันทางออนไลน์ไปในวันที่ 13 มีนาคม 2567 ทางเว็บไซต์ข่าวประชาไท ก็ได้เสนอรายงานข่าวว่า ผู้ผลิตแอนิเมชัน ๒๔๗๕ รับจ้างกองทัพ 11 สัญญาโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า แอนิเมชัน ๒๔๗๕ ได้รับการสั่งจ้างจากกองทัพ จนเกิดผลกระทบตามมาสู่ทีมงาน ผู้ร่วมงาน และบริษัทของเราอย่างมาก เราจึงตัดสินใจฟ้อง ประชาไท ผู้บริหารประชาไท และ อินฟลูเอนเซอร์บางรายที่แชร์ข่าวออกไป ทำให้ขยายความเข้าใจผิดในวงกว้าง 

ในวันเบิกความ เรามีหลักฐานคอมเมนท์ของผู้รับสาร ที่อ่านข่าวประชาไทและโพสต์โจมตีแอนิเมชันจำนวนมาก อาทิ "ทหารจ้างทำไอโอ" "เอาภาษีมาอวยกันเอง" หรือ "เอาภาษีประชาชนมาสร้างความแตกแยก" ซึ่งสื่อฯดังกล่าวก็ละเลยที่จะแก้ไขความเข้าใจผิด แต่กลับปล่อยคอมเมนท์เหล่านั้นไว้ในโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นว่า การนำเสนอข่าวนี้มีส่วนชี้นำให้ผู้รับสารเกิดความเข้าใจเช่นนั้นจริงๆ

ล่าสุดวันนี้ 25 มีนาคม 2568 ศาลสั่งประทับรับฟ้อง ชี้คดีมีมูล
และให้เดินหน้า สอบคำให้การ และสืบพยานต่อไป

นี่เป็นเพียงขั้นตอนแรกของกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น การต่อสู้คดียังอีกยาวไกล หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดี ทีมงาน ๒๔๗๕ จะนำมาเสนอทุกท่านในโอกาสต่อไป

สำหรับคดีดังกล่าว บริษัท นาคราพิวัฒน์ จำกัด ซึ่งมี วิวัธน์ จิโรจน์กุล กรรมการผู้มีอำนาจ และผู้กำกับภาพยนตร์การ์ตูนประวัติศาสตร์ “2475 Dawn of Revolution” เป็นโจทก์ฟ้อง มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน จำเลยที่ 1, เกษม ศิริสัมพันธ์ จำเลยที่ 2 และ เทวฤทธิ์ มณีฉาย อดีตบรรณาธิการบริหารประชาไท จำเลยที่ 3 และฟ้องบุคคลทั่วไปที่แชร์ข่าวอีก 3 รายเป็นจำเลยที่ 4,5 และ 6
ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และมาตรา 328 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2560 มาตรา 14(1) และ (5) จากการนำเสนอข่าว “พบเจ้าของแอนิเมชัน '2475 Dawn of Revolution' รับโครงการทำสื่อแบบวิธีเฉพาะเจาะจง 'กองทัพบก' 11 สัญญา” เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2567

หน่วยฝึกนาวิกโยธิน ฝึกผสม ทร.ไทย - ทร.สปจ. BLUE STRIKE 2025 ณ เมืองจ้านเจี้ยง มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน 

(25 มี.ค.68) หน่วยฝึกนาวิกโยธิน ที่เข้าร่วมการฝึกผสม ทร.ไทย - ทร.สปจ. (BLUE STRIKE 2025) ณ เมืองจ้านเจี้ยง มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน 

ได้เคลื่อนย้ายกำลังพลจาก ร.ล.อ่างทอง ณ ท่าเรือ หม่าเสี่ย เมืองจ้านเจียง ไปยังค่ายหนานถิง เมืองจ้านเจียง โดยมีพิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติ เป็นกันเอง ในการนี้ การฝึกผสมฯ มีวัตถุประสงค์ เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ระหว่างหน่วยทหารนาวิกโยธิน ทั้ง 2 ประเทศ และเน้นการฝึกทางด้านองค์บุคคล องค์ยุทธวิธี และความรู้ที่ได้รับจะนำไปพัฒนาขีดความสามารถ เพิ่มทักษะให้กับทหารนาวิกโยธิน ต่อไป 

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

#กองทัพเรือ
#นาวิกโยธิน 
#กองพลนาวิกโยธิน
#กองพันรถถังกองพลนาวิกโยธิน
#BLUESTRIKE2025
#เมื่อรบต้องชนะ
#นำดีตามดี
#SmartMarines
#จงรักภักดี_รู้หน้าที่_มีวินัย
#กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ
#เทิดทูนสถาบัน_ป้องกันรัฐ_พัฒนาชาติ_ราษฎร์ศรัทธา
#MONARCHY_COUNTRY_GOVERNMENT_PEOPLE

รางวัลเทพทองพระราชทาน 'สถาบันพระปกเกล้า-ผลิตไฟฟ้าราชบุรี -สภาทนายความ' คว้าองค์กรต้นแบบ ขณะที่ คนดัง-ศิลปิน-นักร้อง-ผู้ประกาศข่าว-นักจัดรายการ แห่รับรางวัลคับคั่ง

เมื่อวานนี้ (25 มี.ค.68) ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบรางวัล เทพทอง ครั้งที่ 23 จัดโดยสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สวทท.) โดยมี นางสาวชุติพันธุ์ ลิมปะพันธุ์ นายกสมาคม นายสมชาย จรรยา อุปนายกฝ่ายโทรทัศน์และสื่อดิจิทัล นายพลภฤต เรืองจรัส เลขาธิการ พร้อมคณะกรรมการบริหาร ร่วมในพิธี 

ปีนี้มีผู้เข้ารับรางวัลทั้งสิ้น 72 รางวัล ประกอบด้วย องค์กรดีเด่น 26 รางวัล บุคคลดีเด่นด้านโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ 16 รางวัล บุคคลดีเด่นด้านวิทยุกระจายเสียง 11 รางวัล และผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานเทพทองครั้งนี้รับโล่เกียรติยศ จำนวน 19 รางวัล

สำหรับปีนี้ “องค์กรดีเด่น” ที่ทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง เทิดทูล สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นองค์กรที่มิได้ประกอบกิจการอันขัดต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีงามของบ้านเมือง ได้แก่ สถาบันพระปกเกล้า บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โค้ช เชโรงเรียนสอนเทควันโด้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บริษัท เทรนด์ วีจี 3 จำกัด ผู้ผลิตเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ มูลนิธิธรรมดี องค์การบริหารส่วนตำบลโพนสว่าง จังหวัดหนองคาย หน่วยทหารพรานกองทัพบก องค์การบริหารส่วนตำบลกุดค้า อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดศรีสะเกษ บริษัท ฮิลล์คอฟฟ์ จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดอุบลราชธานี ละครชาตรี คณะเพชรสุมาพร จังหวัดเพชรบุรี มูลนิธิยังมีเรา บริษัท ปิรามิด โซลูชั่น จำกัด จังหวัดภูเก็ต สำนักประชาสัมพันธ์เขต 4 จังหวัดพิษณุโลก 

วัดต้นพยอม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ผู้ใหญ่บ้าน ชุมชนบ้านปากช่อง หมู่ที่ 3 อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี สมาคมข้าราชการบำเหน็จบำนาญ กระทรวงสาธารณสุข (สาขากรุงเทพมหานคร) สมาคมสโมสรวัฒนธรรมหญิง ในพระบรมราชินูปถัมภ์ สโมสรไลออนส์ พัทยา-บางละมุง จังหวัดชลบุรี บริษัท เอ็ม.เจ.บางกอกวาล์วและฟิตติ้ง จำกัด จังหวัดสมุทรปราการ สถานีข่าวเอทีวี บริษัท ทีวีนิวส์ จำกัด จังหวัดอยุธยา โรงแรมอาร์อัส โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น บริษัท โมเดิร์นโกลด์เยาวราช จำกัน 

สำหรับบุคคลดีเด่นด้านโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ ได้แก่ นายสุวิกรม อัมระนันทน์ กรรมการผู้จัดการและพิธีกรรายการ รายการเปอร์-สเปกทิฟ (PERSPECTIVE) สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 เอ็มคอต เอชดี หมายเลข 30 นายอดิศักดิ์ ศรีสม ผู้ผลิตและผู้บรรยายสารคดี รายการประวัติศาสตร์นอกตำรา ทางสื่อออนไลน์ (YouTube) นางสาวอุมาพร ธำรงวงศ์โสภณ บรรณาธิการข่าว และผู้ประกาศข่าว รายการสดข่าวเที่ยง สถานีโทรทัศน์ช่องเวิร์คพอยท์ หมายเลข 23 นางสาวประภาศรี สภานนท์ ผู้ช่วยบรรณาธิการออนไลน์ และผู้ประกาศข่าว รายการตลาดข่าว และรายการตลาดข่าวสุดสัปดาห์ สถานีโทรทัศน์ช่องเวิร์คพอยท์ หมายเลข 23 นายสันติสุข มะโรงศรี ผู้ผลิตรายการและผู้ดำเนินรายการ รายการข่าวเป็นข่าว สถานีโทรทัศน์ ท็อปนิวส์ หมายเลข 18 เจเคเอ็น นางสาวอัจฉรา ชูสว่าง โปรดิวเซอร์และผู้สร้างสรรค์การผลิตรายการ รายการลายกนกยกสยาม สถานีโทรทัศน์ ท็อปนิวส์ หมายเลข 18 เจเคเอ็น นายวารินทร์ สัจเดว พิธีกร ผู้ประกาศข่าว และผู้ดำเนินรายการข่าว รายการ TNN World Today สถานีโทรทัศน์ทีเอ็นเอ็น ช่อง 16 นางสาวตะวันรุ่ง ปริสุทธิธรรม ผู้ประกาศข่าว และผู้ดำเนินรายการข่าว รายการ MONO ข่าวเช้า 

สถานีโทรทัศน์โมโน 29 ว่าที่ร้อยตรีภคพงศ์ อุดมกัลยารักษ์ ผู้ประกาศข่าว และผู้ดำเนินรายการข่าว รายการข่าวพร้อมบวก สถานีโทรทัศน์โมโน 29 นางรัสรินทร์ ปริยไชยพงศ์ ศิลปินนักแสดงอิสระ ฉายานางเอกหนังตลกร้อยล้าน (ชื่อในวงการ ปิยะมาศ โมนยะกุล) เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม นางสาวจิตรฉรีญา บุญธรรม นักร้องแนวลูกทุ่ง นักร้องหมอลำหญิงชาวไทย (ชื่อในวงการ บิว จิตรฉรีญา) เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม นายสุรพล ทองด้วง นักร้องหมอลำ แชมป์หมอลำไอดอลคนแรกจากรายการหมอลำไอดอล (ชื่อในวงการ อ๊อฟ สุรพล) สถานีโทรทัศน์ช่องเวิร์คพอยท์ หมายเลข 23 นายวีระพงษ์ วงศ์ศรี ศิลปิน หมอลำต้นแบบ และนักประพันธ์ (ชื่อในวงการ บิ๊ก ภูมารินทร์) เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม นายภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ พิธีกร วีเจ ศิลปินนักแสดง นักดนตรี และ เจ้าของเพจท่องเที่ยว Go Went Go นายจิตกร บุษบา ผู้ดำเนินรายการ กู๊ดมอร์นิ่งแนวหน้า ทางแนวหน้าออนไลน์ นางสาวกนกวรรณ ขวัญอ่อน นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษและนักจัดรายการสื่อออนไลน์ เพจ “กลุ่มช่วยด้วยใจ” ผู้ให้การปรึกษาตามแนวพุทธจิตวิทยา 

บุคคลดีเด่นด้านวิทยุกระจายเสียง ได้แก่ นายวิชัย วรธานีวงศ์ นักจัดรายการวิทยุ รายการ ซีอีโอ วิชชั่น พลัส คลื่นความคิด เอฟเอ็ม 96.5 เมกะเฮิรตซ์ นางสาวมลฤดี ลูกอินทร์ นักสื่อสารมวลชนชำนาญการ และนักจัดรายการ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดศรีสะเกษ เอฟเอ็ม 100.25 เมกะเฮิรตซ์ นางสาวปิยาภรณ์ กสิกรรมเมธากุล นักสื่อสารมวลชนปฏิบัติการ และนักจัดรายการ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดยโสธร เอฟเอ็ม 90.0 เมกะเฮิรตซ์ 

รองศาสตราจารย์พนิดา จงสุขสมสกุล นักจัดรายการวิทยุ สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร เอฟเอ็ม 107.25 เมกะเฮิรตซ์นางสาวสุพัตรา พรหมศร นักประชาสัมพันธ์เชี่ยวชาญ สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา เอฟเอ็ม 87.5 เมกะเฮิรตซ์ นายอานันท์ จันทร์ศรี นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา เอฟเอ็ม 87.5 เมกะเฮิรตซ์ นางสาวอาทิตยา ปักกะทานัง นักประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เอฟเอ็ม 89.5 เมกะเฮิรตซ์ นางสาวณัชชา โขมพัฒน์ ศิลปินนักร้องลูกทุ่ง ชื่อในวงการ นุจรี ศรีราชา นางสาวอรอุมา เกษตรพืชผล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเค แมส จำกัด และผู้ดำเนินรายการวิทยุ รายการไอดอล สตอรี่ ทางสถานีวิทยุกองบัญชาการกองทัพไทย เอฟเอ็ม 101.0 เมกะเฮิรตซ์ นางสาวสาลี่ อินทร์โพธิ์ ศิลปินนักร้อง ชื่อในวงการ สาลี่ ขนิษฐา นายไอยรา อัลราวีย์ บรัศว์ตฤณ บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าวออนไลน์ The States Times และผู้ดำเนินรายการ NAVY TIME สถานีวิทยุกระจายเสียงจากทหารเรือ (ส.ทร.) วังนันทอุทยาน เอฟเอ็ม 93.0 เมกะเฮิรตซ

พระราชทานโล่เกียรติยศ อาทิ นางสุกานดา พันธุ์เสือ เจ้าของกิจการ บริษัท กานตนาทัวร์ จำกัด จังหวัดหนองคาย นางอารยา กุลธัญวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ร้านวีที แหนมเนือง จังหวัดหนองคาย นางสาวนฤมล รักษาภักดี กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด นฤมลทัวร์ จังหวัดหนองคาย นายจิรายุ สีกะมุท กำนันตำบลโนนสว่าง จังหวัดหนองคาย ว่าที่พันตรี รุ่งโรจน์ โพธิ์ทอง ข้าราชการบำนาญ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม นายสุรเดช มณีไพศาลสกุล ที่ปรึกษาตลาดมหาชัยเมืองใหม่ จังหวัดสมุทรสาคร พระครูโสภณสาโรภาส (อภิวัฒน์ บางข่า) เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม นางสาวกนิษฐรินทร์ วามะศิริภัทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกร เดอะ เบสท์ จำกัด นางจริยา รอดเที่ยง ที่ปรึกษาสถานีโทรทัศน์ BMC TV ONLINE และที่ปรึกษาหน่วยเผยแพร่ศีลธรรม กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม นางสาวประภารัตน์ เชื้อเวียง ผู้บริหาร บริษัท ดับเบิ้ลเอ็มอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จังหวัดขอนแก่น แพทย์หญิงณัฐฐาภณิตา รพีพงษ์พัฒนา กรรมการ บริษัทเอเบิ้ล ทูบี จำกัด นายพีรณัฐ นาคสุวรรณ์ ประธานบริษัท แพรวาออยล์ จำกัด จังหวัดสุราษฎ์ธานี นายมหพล ฉันทสหวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มณีพาวเวอร์ จำกัด

เรืออากาศตรี กวิน สุยะนันทน์ กรรมการบริหาร บริษัท คิวเอ กรุ๊ป จำกัด นายวสันต์ พัดทอง ผู้ดำเนินรายการมิราเคิลพลังมู และผู้บริหารเพจเดี๋ยวรู้เรื่อง

จเรตำรวจแห่งชาติประชุมผู้แทนทูตนานาประเทศ ขับเคลื่อนศูนย์ประสานงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ 

(26 มี.ค.68) เวลา 14.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศปอส.ตร./ผอ.ศตคม.ตร.) เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนศูนย์ประสานงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ (International Coordination Center for the Anti-Cyber Crime and Human Trafficking Task Force) โดยมีผู้แทนผู้ช่วยทูตตำรวจ และนายตำรวจประสานงานจากนานาชาติที่ประจำอยู่ในประเทศไทย จาก 14 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บังกลาเทศ แทนซาเนีย อิตาลี เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ลาว เคนยา จีน อินเดีย รัสเซีย มาเลเซีย และสหรัฐอเมริกา และผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เข้าร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

การประชุมครั้งนี้เพื่อติดตามภาพรวมสถานการณ์ กำหนดช่องทางการประสานงานในการป้องกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ตลอดจนติดตามขยายผลการสืบสวนสอบสวนจากนานาชาติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยหารือในเรื่องกลไกการดำเนินงานร่วมกัน การทบทวนและปรับปรุงกลไกการส่งตัวผู้กระทำความผิดกลับประเทศให้เหมาะสม โดยเน้นที่การต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์และการค้ามนุษย์ การแบ่งปันข้อมูล และการวางแผนเชิงกลยุทธ์

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไทยมีการยกระดับมาตรการเข้มงวดชายแดนไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันมิจฉาชีพใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่านเข้า-ออกประเทศเพื่อนบ้าน ไปทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมกันนี้ขอความร่วมมือจากสถานทูตประเทศต่าง ๆ ในการแจ้งประกาศคำเตือนจากรัฐบาลไทย รวมถึงให้บริการล่ามเมื่อได้รับการร้องขอ ที่สำคัญที่สุดในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คือการประสานข้อมูลผลจากการสอบสวนผู้ที่ถูกส่งตัวกลับประเทศ เพื่อประโยชน์ในการคัดแยกเหยื่อและผู้กระทำความผิด รวมทั้งการแบ่งปันข้อมูลจากประเทศต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบติดตามจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อาจหลบหนีกบดานในไทย และหากมีข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขอให้ประสานข้อมูลให้ทราบ เพื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะทำการสอบสวนและดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

โฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีพระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2568

(26 มี.ค. 68) ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2568 ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตในประเด็นที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงนั้น พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่า การออกพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเป็นการดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ที่มีผลใช้บังคับแทนพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่ใช้มาก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ พระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งฉบับใหม่ ยังคงหลักการและอัตราเงินประจำตำแหน่งไว้เช่นเดิม ไม่มีการปรับเพิ่มค่าตอบแทนแต่อย่างใด โดยมีเพียงการแก้ไขรายละเอียดให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมายตำรวจฉบับใหม่ เช่น การปรับชื่อตำแหน่งให้ตรงตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย การเพิ่มสายงานวิชาชีพด้านสาธารณสุขให้ครอบคลุมวิชาชีพเฉพาะด้าน เช่น กายอุปกรณ์ แพทย์แผนไทย เทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก ตลอดจนการปรับลักษณะงานของตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญให้สอดคล้องกับการจัดกลุ่มสายงานในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดสิทธิในการได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทบริหารให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งในสถาบันการศึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จัดการศึกษาระดับปริญญา โดยไม่ตัดสิทธิการได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาการ ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับที่ใช้กับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาและข้าราชการทหาร

การออกพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้จึงมิใช่การปรับเพิ่มเงินประจำตำแหน่งให้แก่ผู้บริหารระดับสูงตามที่บางกระแสเข้าใจ แต่เป็นการออกกฎหมายลำดับรองเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้

พล.ต.ท.อาชยน ฯ ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับปฏิบัติการอย่างแท้จริง และมีนโยบายในการดูแลสวัสดิการของตำรวจทุกระดับ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและความเป็นธรรมเป็นหลัก พร้อมกล่าวย้ำว่า “สำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นในการบริหารงานอย่างโปร่งใส และพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การทำงานของตำรวจตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชนได้อย่างดีที่สุด”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top