Thursday, 9 July 2026
NEWS

‘ประวิตร’ ชี้ ‘ลองเฟย์สัน’ ตกเป็นเหยื่อคนที่หากินกับเรื่อง ม.112 หลังศาลอาญา สั่งจำคุกปมคอมเมนต์ใต้โพสต์ “กลุ่มตลาดหลวง"

(31 ก.ค. 68) นายประวิตร โรจนพฤกษ์ นักเคลื่อนไหว และผู้สื่อข่าวข่าวสดภาคภาษาอังกฤษ เจ้าของฉายานักข่าวเทวดา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก แสดงความเห็น กรณีช่างไฟวัย 29 ปี ที่ใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า ‘ลอเฟย์สัน’ Laufeyson) ถูกศาลอาญาตัดสินจำคุก ในความผิด ม.112 หลังเข้าไปคอมเมนต์ใต้โพสต์ กลุ่มรอยัลลิสต์มาเก็ตเพลส ว่า เขาคือเหยื่อทั้ง #ม112 และเจ้าของตลาด เจ้าของตลาดหลวงเขาไม่เดือดร้อนหรอก เขามีงานสอนมหาลัยในต่างแดน เงินเดือนดี อวดใช้ของแบรนด์เนมแพงๆเป็นอาจินต์ ส่วนคุณก็เข้าคุกไป เป็นเหยื่อของห่วงโซ่อาหาร (food chain) ของการวิพากษ์ (หรือด่าใส่ร้าย) สถาบันฯ แถมดีไม่ดีเจ้าของตลาดเอาเรื่องที่คุณลอเฟย์สัน ที่เป็นช่างไฟ อายุเพียง 29 ต้องติดคุก ไปแคมเปญหากินในต่างแดนต่อได้อีก

อ่านข่าวแล้วสลด ทั้งกฎหมายที่อยุติธรรม และระบบห่วงโซ่ทางอาหารของคนที่หากินกับตลาดแบบนี้ ชื่อตลาดที่ใช้คำว่า "รอยัลลิสต์มาเก็ตเพลส" มันก็ fake แล้ว... น่าสะอิดสะเอียนกับห่วงโซ่อาหาร ของการด่าเจ้า เพราะคุณลอเฟย์สันก็กลายเป็นเพียงตัวเลขสถิติของจำนวนคนติดคุก 112 ส่วน 98-98% ของตัวบิ๊กเขาอยู่ต่างแดน เหลือสู้อยู่ในคุกก็อย่างแค่ อานนท์ นำภา

สำหรับ กลุ่ม "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส - ตลาดหลวง"นั้น ก่อตั้งขึ้นโดย รศ.ดร. ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการและผู้ลี้ภัย

พิษณุโลก แม่ทัพภาคที่ 3 รับมอบสิ่งของช่วยเหลือจากกลุ่มพลังมวลชน จ.พิษณุโลก เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา

(31 ก.ค. 68) เวลา 13.30 น. พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีรับมอบสิ่งของช่วยเหลือจากกลุ่มพลังมวลชนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพิษณุโลก ในนามของจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้แทนมอบสิ่งของร่วมกับคุณสุเกียรติ ด่านพิษณุพันธ์ และกลุ่มพลังมวลชน จ.พิษณุโลก รวม 27 หน่วยงาน ณ ห้องโถงกลาง สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก สิ่งของที่นำมามอบประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค ผ้าห่ม และเวชภัณฑ์ เพื่อใช้ในการช่วยเหลือกำลังพลและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยกองทัพภาคที่ 3 จะส่งต่อสิ่งของทั้งหมดให้กองทัพภาคที่ 2 เพื่อนำไปแจกจ่ายยังพื้นที่เป้าหมายอย่างเหมาะสม

แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อจังหวัดพิษณุโลก และพี่น้องประชาชนที่ร่วมแสดงน้ำใจอันงดงาม พร้อมย้ำว่ากองทัพภาคที่ 3 จะดำเนินการแจกจ่ายสิ่งของให้ทั่วถึงและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ให้กำลังใจ และให้ความช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบเหตุ

(31 ก.ค.68) เวลา 09.00 น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางไปตรวจเยี่ยม ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน พร้อมด้วย พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง เลขานุการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการกองสารนิเทศ/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมคณะ 

ผบ.ตร.และคณะ ได้ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย ณ ห้องประชุม ชั้น 2 สถานีตำรวจภูธรเมืองน่าน (สภ.เมืองน่าน) โดยมี พล ต.ต.นพดล กรึงไกร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 , พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน (ผบก.ภ.จว.น่าน) , รอง ผบก.ภ.จว.น่าน , ผกก./หัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัด ภ.จว.น่าน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

ผบ.ตร. กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.น่าน พบว่ายังมีน้ำท่วมสูงในบางพื้นที่ กำชับให้ตำรวจพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอย่างเต็มที่ ทั้งการอพยพ การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงบ้านเรือนประชาชนที่ไม่มีใครอยู่ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพมาก่อเหตุซ้ำเติม หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เข้าสู่ระยะฟื้นฟู ต้องบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือเพื่อให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมทั้งให้แต่ละโรงพักสำรวจความเสียหายอาคารที่ทำการ บ้านพัก ยานพาหนะ และทรัพย์สินของทางราชการ รายงานไปยังตำรวจภูธรจังหวัดเพื่อรวบรวมรายงานต่อไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการดำเนินการซ่อมแซม ต่อไป

นอกจากนี้ ผบ.ตร.สั่งการทุกพื้นที่เตรียมแผนเผชิญเหตุรับมือสถานการณ์ และก่อนถึงฤดูกาลปีหน้า ทั้งก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ ขณะน้ำเริ่มลด และหลังน้ำลด นำการถอดบทเรียนจากสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดเชียงรายครั้งที่ผ่านมา มาเป็นแผนปฏิบัติเตรียมการในครั้งนี้ รวมทั้งถอดบทเรียนน้ำท่วมในครั้งนี้เพื่อเป็นแผนรองรับในปีต่อๆไป เพื่อบริหารจัดการ และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ จะช่วยให้ความเสียหายที่เกิดจากสถานการณ์น้ำท่วมเบาบางลง โดยขอให้ตำรวจในพื้นที่มีแนวคิด (mindset) ว่าต้องดูแลพี่น้องประชาชนเสมือนเป็นญาติของเรา จะทำให้พี่น้องประชาชนรู้สึกว่าตำรวจเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง

หลังการประชุม ผบ.ตร.ได้ตรวจเยี่ยมจุดน้ำท่วมบ้านพัก และแฟลตตำรวจ สภ.เมืองน่าน และ ภ.จว.น่าน พร้อมให้กำลังใจ มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับข้าราชการตำรวจ จากนั้นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและคณะเดินทางไปพื้นที่ประสบอุทกภัยใน จ.น่าน ณ บ้านแสงดาว หมู่ 2 ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง , พื้นที่ ต.กองควาย อ.เมืองน่าน , พื้นที่ สภ.ภูเพียง , พื้นที่ สภ.เวียงสา เพื่อตรวจพื้นที่ดูทิศทางกระแสน้ำ และเยี่ยมให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย

ตร. และภาคีร่วมแถลงผลการส่งคลิปกล้องหน้ารถ โครงการอาสาตาจราจร พร้อมรณรงค์ขับขี่ตามกฎจราจร ผ่านโครงการถนนปลอดภัย 

(31 ก.ค. 68) เวลา 14.00 น. ณ ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร.(มค) มอบหมายให้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร.(มค 1) พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ แจ้งอริยวงศ์  รอง ผบช.สยศ.ตร พล.ต.ต.สหัสสชัย โลจายะ ผบก.ผค. พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล. และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ คุณกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษา ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) คุณสกล ถาวรกาญจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ฝ่ายสื่อสารองค์กร สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.91 คุณวีณา เสรีอรุโณ หัวหน้าฝ่ายโปรดิวเซอร์ สถานีวิทยุ จส.100 พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ อดีต ผู้ช่วย ผบ.ตร. คณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัย ทางถนน วุฒิสภา ร่วมแถลงผลการขับเคลื่อนโครงการ อาสาตาจราจร ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยยังคงมอบเงินรางวัลให้กับเจ้าของคลิปกล้องหน้ารถที่บันทึกอุบัติเหตุทางถนนหรือการกระทำผิดกฎจราจรที่เป็นเหตุการณ์สำคัญ ที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี หรือเป็นคลิปที่เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนเกิดการตระหนักรู้ในการขับขี่ตามกฎจราจร โดยงานวันนี้มีการมอบรางวัล ให้กับคลิปที่ได้รับการคัดเลือก ประจำเดือน เมษายน และ พฤษภาคม 68 รวม 20 รางวัล เป็นเงินทั้งสิ้น จำนวนทั้งสิ้น 100,000 บาท โดยบริษัท วิริยะประกันภัย เป็นผู้สนับสนุน    

พล.ต.ท.สำราญฯ กล่าวว่า คลิปที่ประชาชนส่งมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ได้จัดทำโครงการ  “อาสาตาจราจร” ร่วมกับ มูลนิธิเมาไม่ขับ, บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด, จส.100 และ สวพ.91 เพื่อเป็นโครงการรณรงค์เสริมสร้างวินัยจราจร โดยเปิดช่องทางให้ประชาชนช่วยกันเป็นตาจราจร ส่งคลิปการกระทำผิดกฎจราจร หรือคลิปอุบัติเหตุบนท้องถนน จากกล้องหน้ารถ หรือโทรศัพท์มือถือ เพื่อเป็นพยานหลักฐาน ในการติดตาม ผู้กระทำผิดกฎจราจรมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งนำไปใช้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจ ให้ประชาชนขับขี่ตามกฎจราจร ด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอย่างในคลิป 

สำหรับวันนี้เป็นการการมอบรางวัลของคลิปที่ได้รับการคัดเลือกประจำเดือน เมษายน และ พฤษภาคม 2568 รวมจำนวน 20 คลิป โดยทางคณะทำงานของมูลนิธิเมาไม่ขับได้ร่วมกันคัดเลือก และมอบรางวัลให้เจ้าของคลิปดังกล่าว โดยมี บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด เป็นผู้สนับสนุน เงินรางวัล ซึ่งรอบนี้มีอุทาหรณ์จากการขับรถที่ฝ่าฝืนกฎหมายจราจรทั้งการตัดหน้าระยะกระชั้นชิด และการเปลี่ยนช่องทางเดินรถกะทันหัน จนเกิดอุบัติเหตุขึ้น เหตุการณ์จากคลิปเหล่านี้ จะเป็นข้อเตือนใจให้พี่น้องประชาชนเคารพกฎหมายและมีน้ำใจบนท้องถนนเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับตนเองและผู้ร่วมทาง    

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณประชาชนทุกท่าน ที่ส่งคลิปมา เพื่อร่วมกันเป็น “อาสาตาจราจร” ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนช่วยประชาสัมพันธ์โครงการนี้ รวมทั้งช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามกฎจราจร 100 % เพื่อสร้างจิตสำนึกการขับขี่ตามโครงการถนนปลอดภัยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป ครับ ขอบคุณครับ 

‘โฆษก ทบ.’ รับไทยยึดตัว ‘ปราสาทตาควาย’ ไม่ได้ เหตุเขมรวางทุนระเบิด แต่ยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ได้มากกว่าเดิม

(31 ก.ค. 68) โฆษก ทบ.ยอมรับไทยยังยึดตัวปราสาทตาควายไม่ได้ แต่ยึดพื้นที่ได้มากกว่าเดิมก่อนปะทะ เหตุเขมรวางทุ่นระเบิดดัก ทำให้เข้ายึดไม่ได้ก่อนเส้นตายหยุดยิง ด้านกองทัพภาคที่ 2 แจง ทั้งสองฝ่ายวางกำลังคนละด้าน ห่างกัน 50 เมตร
.
จากกรณีนักข่าวชาวกัมพูชาโพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กพร้อมข้อความว่า ปราสาทตาควาย 30 ก.ค.68 ในทำนองว่าเขมรยึดปราสาทตาควายได้แล้ว

ล่าสุด พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงยอมรับว่า ตัวปราสาทตาควาย ทหารไทยยังไม่สามารถควบคุมได้ 100% แต่ทหารไทยสามารถควบคุมพื้นที่รอบปราสาทตาควายได้ตามเป้าหมาย และมากกว่าก่อนเกิดเหตุปะทะ ซึ่งเราควบคุมคนละด้านกันฝั่งกัมพูชา เนื่องจากถึงเที่ยงคืนตามเวลาหยุดยิงก่อน และทหารเขมรมีการวางทุ่นระเบิด PMN-2 จำนวนมากรอบปราสาท จน "หมวดบุ๊ค" ถูกระเบิดจนสูญเสียขาขวาขณะกรุยทางเข้าไป

ทำให้ผู้บัญชาการทหารแนวหน้า ต้องเลือกรักษาชีวิตทหาร เนื่องจากพบวางไว้ทั่ว ซึ่งการวางทุ่นระเบิด PMN-2 เป็นการวางระเบิดชนิดนี้ถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา

ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) ปฏิเสธข่าวที่ว่าไทยสูญเสียการควบคุมปราสาทตาควายให้แก่กัมพูชาวไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันว่าทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชายังไม่มีฝ่ายใดยึดครองปราสาทดังกล่าวได้ เนื่องจากข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลอยู่ในขณะนี้ ทำให้ทหารของทั้งสองฝ่ายควบคุมพื้นที่คนละด้านของโบราณสถาน ซึ่งฝ่ายไทยยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงและเคารพกติกาสากลอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการดำเนินการทางทหารในพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม

ด้านกองทัพภาคที่ 2 แถลงว่า เนื่องจากมีการหยุดยิงก่อน จึงยังไม่สามารถยึดพื้นที่เนิน 350 ของปราสาทตาควายได้ บริเวณตัวปราสาทยังคงมีกำลังของทั้งสองฝ่ายอยู่ในพื้นที่ ควบคุมพื้นที่คนละด้านของโบราณสถานห่างกัน 50 เมตร

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ อุบลฯ งดรับผู้ป่วยใหม่ชาวกัมพูชา สั่งจำกัดพื้นที่รักษาชัดเจน!! หวั่นเหตุความไม่สงบชายแดน

(31 ก.ค. 68) โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ประกาศงดให้บริการผู้ป่วยใหม่ชาวกัมพูชาเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่ 31 ก.ค. – 10 ส.ค. 2568 พร้อมยกเลิกการรับยาแทนผู้ป่วย และปิดบริการพรีเมียม SMC โดยให้เหตุผลว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียด ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและการให้บริการทางการแพทย์

ในประกาศระบุว่า จะยกเลิกการทำงานของผู้ช่วยสื่อสารชาวกัมพูชาและจิตอาสาต่างชาติทั้งหมด และให้จำกัดพื้นที่ดูแลผู้ป่วยชาวกัมพูชาที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลให้ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยและการควบคุมที่เหมาะสม

ก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลเคยให้บริการต่อเนื่องแก่ทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติ รวมถึงชาวกัมพูชาที่ข้ามแดนมารักษา แต่จากมติคณะกรรมการคลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ ได้มีการปรับมาตรการรองรับสถานการณ์ชายแดนที่ยังไม่สงบในขณะนี้ 

ในหลวง พระราชทานขาเทียมแก่ทหาร 3 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บขาขาดจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

(31 ก.ค. 68) - เพจเฟซบุ๊ก ข่าวทหาร โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า ในหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานขาเทียมที่ดีที่สุดในโลกให้แก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บขาขาด รวมจำนวน 3 นาย ได้แก่

1. ร้อยตรี เกียรติวงศ์ สถาวร
2. พลทหาร ธนพัฒน์ หุยวัน
3.จ่าสิบเอก พิชิตชัย บุญชูหล้า

โดยมีพระราชกระแส รับสั่งว่า “เป็นทหารที่มีคุณภาพ มีไฟ ของกองทัพ ทั้งนี้หากไม่อยากทำงาน light duty ก็อย่าไปบังคับเขา ให้เขาได้ฝึกและทำงานหน่วยรบตามใจอยากต่อไปได้"

ผบ.ทหารเขมร ขอส่งทหาร-พลเรือนเจ็บมารักษาในไทย แต่แม่ทัพภาคที่ 2 ปฏิเสธ บอกไม่มีอำนาจทำตามคำร้องขอ

เมื่อวันที่ (30 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก สนธิ X ได้โพสต์ข้อความว่า พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กล่าวว่า ผู้บัญชาการกองทัพภาคที่ 4 ได้พบปะกับ แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทยที่ช่องสะงำ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดตั้งทีมประสานงานร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาและรักษาสถานการณ์ให้มีเสถียรภาพ

ในระหว่างการประชุม กัมพูชาได้เรียกร้องให้กองทัพไทยปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด โดยยุติการเคลื่อนกำลังพลและงดเว้นการเสริมกำลังเพิ่มเติม

ผู้บัญชาการทหารกัมพูชายังได้ร้องขอให้ทางการไทยอนุญาตให้ทหารและพลเรือนกัมพูชาที่ได้รับบาดเจ็บข้ามพรมแดนเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล นอกจากนี้ กัมพูชายืนยันให้ทหารไทยไม่ล่วงล้ำเข้ามาในดินแดนของกัมพูชา

"อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยชี้แจงว่าพวกเขาไม่ได้รับมอบอำนาจให้ทำการตัดสินใจที่ผูกพันใด ๆ ในระหว่างการหารือนอกรอบนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้แสดงความเสียใจต่อความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดจากความขัดแย้ง โดยยอมรับว่าการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนซึ่งปรากฏในสื่ออาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์บานปลาย ..." สื่อกัมพูชาระบุ

หมดห่วงเรื่องการเดินทาง เพราะ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' จัดเต็มให้ทุกเส้นทางสู่ ไม่ว่าจะ MRT, รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือรถส่วนตัว—มาง่าย เดินสะดวก จอดสบาย!

📍เจอกันที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ 31 ก.ค. – 3 ส.ค. เวลา 10:00 - 21:00 น. 

ครบทุกทางเลือก เดินทางมาแฟร์ได้หมด!
ช้อปฟิน 4 วันเต็ม เดินทางก็ฟินไม่แพ้กัน
✔️ MRT ลงสถานีบางซื่อ
✔️ รถไฟฟ้าสายสีแดง เชื่อมตรงจากกรุงเทพฯ รอบนอกถึงใจกลางงาน
✔️ รถไฟทางไกล สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด
✔️ รถโดยสาร อสมก. 15 เส้นทางผ่านสถานีกลางฯ 3 (2-47), 5, 26 (1-36), 49 (2-43), 96 (1-42), 134 (2-20), 136 (3-47), 145 (3-18), 204 (2-52), 509 (4-60), 536 (3-24E), 3-19E, 4-33E, A1
✔️ รถยนต์ส่วนตัวจอดฟรี!

📍เจอกันที่ 'สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์'
ในงานอุตสาหกรรมแฟร์ 2568 – รถไฟอุตสาหกรรมนำความสุขสู่คนไทย

 เลือกวิธีเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ แล้วมาเจอกันที่ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568'

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทุ่มงบกว่า 6 แสนบาท มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัยยากไร้ มอบวีลแชร์แก่ผู้พิการ และมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบทในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการประชาชนฟรี

เมื่อวานนี้ (30 ก.ค.68) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยยากไร้จังหวัดเชียงราย จำนวน 25 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 587,380 บาท เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน โดยมี นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย และนางสาวนิภา ทองก้อน ผู้อำนวยการสำนักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี พระไพศาลประชาทร วิ. (พระอาจารย์พบโชค ติสฺสวํโส) เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง ให้ความอนุเคราะห์สถานที่จัดงานและร่วมในพิธี และ คณะมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงราย เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี พร้อมด้วย อาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัญญา วงพรนารายณ์ (เก่ง) นายสดใส โรจนวิชัย ร่วมในพิธี

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้มอบรถจักรยานแก่โรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน จำนวน 2 โรงเรียน รวมจำนวน 20 คัน เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน รวมมูลค่าการดำเนินการช่วยเหลือชาวเชียงรายในครั้งนี้ทั้งสิ้น 616,980 บาท (หกแสนหนึ่งหมื่นหกพันเก้าร้อยแปดสิบบาทถ้วน) โดยมีประชาชน เยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ  อีกทั้ง มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ ณ บริเวณห้องประชุมอาคารพบโชคคอมเพล็กซ์ วัดห้วยปลากั้ง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

นับตั้งแต่เกิดมหาอุทกภัยขึ้น มูลนิธิฯ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งทีมบรรเทาสาธารณภัยลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทันที หลังจากนั้น ทีมสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะดำเนินการประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท โดยเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือรวมงบประมาณกว่า 9 ล้านบาท

โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน  ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยในกลุ่มเป้าหมายแรกดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ต่อมาได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 20 จังหวัด จำนวน  485 ครัวเรือน รวมดำเนินการไปแล้ว 3 ภาค รวม 54 จังหวัด  813 ครัวเรือน รวมงบประมาณกว่า 15.6 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

‘ชูวิทย์’ เผยชื่อคนปักธงชาติไทยบนจอยักษ์กลางไทม์สแควร์ ที่แท้คือ!! ‘ปรินทร์ โลจนะโกสินทร์’ เจ้าของ PlanB

(31 ก.ค. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ภาพธงชาติไทยบนจอ LED กลางไทม์สแควร์ กรุงนิวยอร์ก พร้อมข้อความว่า “เขา คือ คนไทย” และแฮชแท็ก #TruthFromThailand สร้างความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ โดยระบุว่า ป้ายดังกล่าวเป็นหนึ่งในพื้นที่โฆษณาแพงที่สุดของสหรัฐฯ ที่เขารู้จักดีจากประสบการณ์ทำงานเมื่อ 40 ปีก่อน

ผู้อยู่เบื้องหลังคือ นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ หรือ “บี” เจ้าของธุรกิจโฆษณา PlanB ที่มีเครือข่ายป้ายทั่วประเทศไทย ปัจจุบันยังเป็นเจ้าของสัมปทานจอ LED ใจกลางไทม์สแควร์ โดยเลือกนำภาพธงไตรรงค์ขึ้นจอทุกชั่วโมง ชั่วโมงละ 1 นาที ด้วยค่าเช่าประมาณ 3 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อสื่อสาร “ความจริงจากไทย” สู่สายตาชาวโลก ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดกับกัมพูชา

นายชูวิทย์กล่าวชื่นชมว่า การกระทำของ “บี” ไม่ใช่แค่สะท้อนความสำเร็จทางธุรกิจ แต่ยังแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ที่รักชาติ และกล้าสื่อสารจุดยืนต่อประชาคมโลกอย่างภาคภูมิใจ พร้อมยกย่องปิดท้ายว่า “ใครจะใจถึงเท่าเขา?”

'ดร.เฉลิมชัย' เปิด เส้นทางศึกษาธรรมชาติอารยสถาปัตย์ จุดท่องเที่ยวสำคัญ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานในพิธีเปิด “เส้นทางศึกษาธรรมชาติอารยสถาปัตย์” (Universal Design) ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครนายก โดยมี นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ทส. พร้อมด้วย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก นายกฤษณะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ตลอดจนคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ เข้าร่วมในพิธี และร่วมเดินสำรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

ดร.เฉลิมชัย รมว.ทส.  กล่าวว่าวันนี้ว่า การจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติแห่งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมสู่สังคมผู้สูงวัยและส่งเสริมการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างทั่วถึง ตามแนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นอกจากนี้ ยังเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของพื้นที่สำหรับรองรับการแข่งขันกีฬา IWAS Games หรือการแข่งขันกีฬาคนพิการทางการเคลื่อนไหวนานาชาติ ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนเมษายน 2569 โดยได้มอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้าปรับปรุงอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศให้สามารถเข้าถึงได้สำหรับผู้ใช้วีลแชร์ภายในปี 2569

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ถือเป็นต้นแบบของอุทยานแห่งชาติ ที่มีการปรับปรุงให้มีทางลาด ห้องน้ำสำหรับผู้พิการ ป้ายบอกทางที่ชัดเจน และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ตามมาตรฐาน Universal Design ในบริเวณจุดสำคัญ อาทิ ด่านตรวจศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ จุดชมวิว กม.30 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ศูนย์อาหาร อ่างเก็บน้ำสายศร เป็นต้น 

‘บิ๊กเล็ก’ รมช.กลาโหม แจงข่าว ‘ทหารหน่วย BHQ’ ของกัมพูชา เป็นทหารเขมรแท้!! ดีกรีนักกีฬาวอลเลย์บอล ไม่ใช่ทหารรับจ้างรัสเซีย

(30 ก.ค. 68) จากกรณีที่โซเชียลแชร์ภาพทหารหน่วย BHQ ของกัมพูชา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นทหารรับจ้างของรัสเซีย วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหาร รายงานว่า ‘บิ๊กเล็ก’ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยที่มาทหารหน่วย BHQ เขมร

‘บิ๊กเล็ก’ ยืนยันว่าทหารหน่วยดังกล่าว ‘ไม่ใช่ทหารต่างชาติ’ หลังมีข่าวสะพัดเขมรจ้างทหารรัสเซีย รับจ้าง มาร่วมรบ พร้อมกับเผยอีกว่าเป็นทหารเขมรชั้นประทวน รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาดีรูปร่างดี เป็นนักกีฬาวอลเลย์บอล และเป็นยูทูบเบอร์ จึงเป็นที่สนใจ

'บิ๊กเล็ก' สั่งเหล่าทัพ เร่งเสนอแผนจัดหายุทโธปกรณ์ด่วน เตรียมขอรัฐบาลอนุมัติจัดซื้อแบบเจาะจงทดแทนของเดิม

‘พล.อ.ณัฐพล’ รมช.กลาโหม สั่งเหล่าทัพทำลิสต์ความต้องการยุทโธปกรณ์เร่งด่วนทดแทนของเดิมส่ง ผบ.ทสส. พิจารณา เสนอรัฐบาลจัดซื้อแบบเจาะจง มั่นใจ ครม.อนุมัติซื้อกริพเพน แน่รอฟังครบทุกความเห็นหน่วยงาน

(30 ก.ค.68) ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่าได้สั่งการในที่ประชุมสภากลาโหม ให้ทุกเหล่าทัพเสนอความต้องการงบประมาณในการจัดหายุทโธปกรณ์ทั้งอาวุธ กระสุน และอาวุธปืนที่ต้องการ เพื่อทดแทนของเดิมที่ได้ปฏิบัติการในช่วงที่ผ่านมาที่ชำรุดเสียหาย โดยให้เร่งจัดเสนอความต้องการขึ้นมาด่วนซึ่งทางรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนและจะขออนุมัติจากรัฐบาล ในการยกเว้นกรรมวิธีจัดหา ให้เป็นแบบเฉพาะเจาะจง เพราะหากดำเนินตามวิธีปกติอาจจะต้องรอไปถึงปี 2570 ถึงจะได้อุปกรณ์เหล่านั้น แต่เราต้องการเร่งด่วนเพื่อมาทดแทน จึงต้องทำให้เร็วที่สุด และนำประสบการณ์ในครั้งนี้มาดูว่าจะต้องเสริมยุพปกรณ์อะไรขึ้นมา โดยให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดบูรณาการ และจัดเรียงตามลำดับตามความเร่งด่วน สมมุติว่ามีความต้องการ 50 รายการใช้งบ 1 หมื่นล้านบาทแต่รัฐบาลให้ได้เพียง 5 พันล้านบาท ก็จะนำมาตัดดูว่าจะได้แค่ไหน

ส่วนโครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพอากาศ เรื่องได้เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า การนำเข้าที่ประชุม ครม. ต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานต่างๆ ให้ครบ เพราะคราวที่แล้วยังส่งความเห็นไม่ครบ ยืนยันว่ารัฐบาลอนุมัติแน่ เพียงแต่รอขั้นตอนตอบความเห็นมาให้ครบ หากอนุมัติไปแล้วอาจจะมีปัญหา เช่นหากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์)

ไม่เห็นด้วย จึงต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เชื่อว่าจะเห็นด้วยอยู่แล้ว

ทัพเรือภาคที่ 1 ปลดประจำการทหารกองประจำการอย่างสมเกียรติ

ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีปลดทหารกองประจำการ  จำนวน 9 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติอย่างสมศักดิ์ศรีจนครบวาระ พร้อมมอบของที่ระลึกเพื่อเป็นเกียรติแก่ความเสียสละและความภาคภูมิใจในฐานะ "ลูกผู้ชายไทย"

ในพิธี พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ได้กล่าวให้โอวาทแก่ทหารว่า “ขอให้ทุกท่านจงภาคภูมิใจในหน้าที่ที่ได้กระทำไว้ และจงนำความรู้ ประสบการณ์ และวินัยที่ได้รับ ไปใช้ในชีวิตข้างหน้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอให้จดจำคำปฏิญาณในวันนี้ไว้เสมอ และพร้อมกลับมารับใช้ชาติเมื่อชาติต้องการ”

พิธีในวันนี้ เต็มไปด้วยความอบอุ่น และความภูมิใจ ท่ามกลางการแสดงความยินดีจากผู้บังคับบัญชา

สมนึก เชื้อสนุก/รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top