Friday, 10 July 2026
NEWS

ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพร้อมคณะฯ เข้าพบ ผบ.ตร. เพื่อแนะนำตัว และหารือแนวทางในการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

พล.ต.ต.ญาณพงศ์ โสมาภา ผู้บังคับการกองสารนิเทศ เปิดเผยว่า วันที่ 2 ก.ค. 2564  เวลา 10.00 น. ณ ห้องพรหมนอก ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้การต้อนรับนางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมคณะ ซึ่งเป็นคณะกรรมการฯชุดใหม่ ที่เข้าพบเพื่อแนะนำตัว และร่วมหารือข้อราชการต่าง ๆ

ที่สืบเนื่องจากกรณีที่มีการร้องเรียนในการปฏิบัติหน้าที่ที่อาจเข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชนคณะกรรมการฯ ได้กล่าวถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันบูรณาการความร่วมมือกัน ซึ่งการเข้าหารือในครั้งนี้เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการดูแลความสงบเรียบร้อยในสังคมที่เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยคณะกรรมการฯ เป็นผู้ประสานงานในเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้แสดงความห่วงใยในเรื่องของการชุมนุมและการแสดงออกทางสังคมการเมือง และรู้สึกเห็นใจตำรวจที่เป็นผู้รักษากฎหมายในการดูแลความสงบเรียบร้อย ท่ามกลางความเห็นต่างและความขัดแย้ง ที่อาจมีการกระทบกระทั่งกันในบางครั้ง ซึ่งก็อยากให้ทุกฝ่าย อยู่ภายใต้กฎหมายและปฏิบัติตามหลักสากลภายหลังการหารือร่วมกัน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวขอบคุณประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะ ที่ให้เกียรติสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการเข้าพบครั้งนี้ ซึ่งได้แนวทางในการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนร่วมกันเป็นอย่างดี เพื่อประโยชน์ของประชาชนตามสิทธิแห่งรัฐธรรมนูญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยินดีให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการฯ และพร้อมสนับสนุนการทำงานเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อไป

สภาหอการค้าสหรัฐฯ ร้องรัฐบาลหยุดให้เงินเยียวยา แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน เผย บางบริษัทจูงใจพนักงานใหม่ด้วยไอโฟน และเงินพิเศษ

คนอเมริกันไม่อยากกลับไปทำงาน ทำธุรกิจขาดแคลนแรงงาน หลังรัฐอัดฉีดเงินจนเคยตัว ด้านหอการค้าร้องรัฐหยุดเงินเยียวยา เผยบางบริษัทจูงใจพนักงานใหม่ด้วยไอโฟน และเงินพิเศษ

เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่กำลังฟื้นตัวอย่างร้อนแรงหลังจากที่หลายพื้นที่สามารถกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้แล้วเกือบ 100% ทำให้ความต้องการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างสูงในช่วงนี้

แต่สิ่งที่ตรงกันข้ามกับความต้องการรับคนเข้าทำงานคือ จำนวนของชาวอเมริกันที่อยากจะไปกลับไปทำงานนั้นลดลงอย่างมาก กระทบไปถึงธุรกิจต่าง ๆ ที่กำลังขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก จนต้องมีการออกแคมเปญต่าง ๆ เพื่อที่จะดึงดูดให้คนไปสมัครงานกัน

ร้านฟาสต์ฟู้ดแบรนด์ดังวิกฤต คนไม่อยากสมัคร เร่งออกโบนัสพิเศษล่อใจ

ธุรกิจร้านอาหารจานด่วนชื่อดังหลายแบรนด์ ต่างกำลังประสบปัญหาอย่างหนักในการหาพนักงานเข้ามาทำงานเพิ่มเติม เนื่องจากคนสนใจกลับมาทำงานน้อยลง เนื่องจากได้รับเงินเยียวยาจากทางรัฐบาลมานานหลายเดือนติด ๆ กันจนเคยตัว

ก่อนหน้านี้มีภาพที่ถูกแชร์ออกไปบนโลกออนไลน์ว่าร้าน McDonald's ในรัฐอิลลินอยส์ให้สิทธิพิเศษเป็นโทรศัพท์มือถือ iPhone สำหรับพนักงานใหม่ที่เข้ามาสมัครงานกับทางร้าน แต่มีเงื่อนไขก็คือ จะต้องทำงานให้ครบ 6 เดือนถึงจะได้ iPhone ไปครอง

ขณะที่ Axios รายงานว่า McDonald's แห่งหนึ่งในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย เสนอโบนัสจ่ายล่วงหน้า 500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 16,000 บาท สำหรับพนักงานใหม่

ส่วนร้านฟาสต์ฟู้ด Wendy’s จะให้โบนัสสำหรับผู้ที่มาสมัครงานใหม่และผู้แนะนำคนละ 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,200 บาท ทันทีในวันเดียวกัน

Chipotle ก็กำลังเพิ่มค่าจ้างพนักงานร้านอาหารเป็น 15 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 480 บาทต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ย

ส่วนที่รัฐโอไฮโอ ร้าน White Castle ได้เริ่มเพิ่มค่าจ้างรายชั่วโมงจาก 11.50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 368 บาท เป็น 15 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 480 บาท ตามรายงานของ The Columbus Dispatch

ธุรกิจบริการของสหรัฐฯ กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง โดยเมื่อเดือนเมษายน สำนักสถิติแรงงานรายงานว่า ภาคบริการขาดแคลนพนักงานราว 349,000 ตำแหน่ง ในขณะที่เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีผู้คนมากกว่า 15 ล้านคน แจ้งเคลมเงินประกันสังคมกับรัฐบาล

ขณะนี้ รัฐบาลกลางและท้องถิ่นได้แจกเงินเยียวยาเฉลี่ย 638 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 20,400 บาทต่อสัปดาห์ ให้แก่ผู้ว่างงาน ซึ่งสูงกว่าเงินช่วยเหลือการว่างงานปกติก่อนการระบาดของไวรัสถึง 300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9,600 บาท โดยรัฐที่แจกมากที่สุด ได้แก่ แมสซาชูเซตส์ และวอชิงตัน โดยแจกอยู่ที่ 850 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 25,600 บาทต่อสัปดาห์

แต่มาตรการจ่ายเงินเยียวยาของสหรัฐฯ กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายนนี้ แต่ก็มีบางรัฐที่ประกาศยกเลิกมาตรการก่อนจะถึงกำหนดแล้ว ซึ่งก็คือรัฐแมรี่แลนด์ และเทนเนสซี่ ที่จะสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้

ในขณะเดียวกันอัตราการว่างงานในสหรัฐฯ ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 5.8% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งสูงกว่าช่วงที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีที่ 3.5%

McDonald's ระบุว่า ตอนนี้มีต้องการจ้างพนักงานถึง 10,000 คน ในร้านอาหารของบริษัทและจะเพิ่มค่าจ้างให้อีกด้วย โดยพนักงานระดับเริ่มต้นจะได้รับอย่างน้อย 11-17 ดอลลาร์สหรัฐ (352-547 บาท) ต่อชั่วโมง ในขณะที่เป็นระดับหัวหน้างานจะได้รับขั้นต่ำ 15-20 ดอลาร์สหรัฐฯ (480-641 บาท) ต่อชั่วโมง

สาเหตุของการที่ผู้คนไม่ยอมกลับไปทำงานก็เนื่องจากว่า การได้รับเงินเยียวยาวที่สูงกว่าค่าแรงที่ได้จากการทำงาน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 638 ดอลลาร์สหรัฐ (20,457 บาท) ต่อสัปดาห์ ซึ่งได้มากกว่าก่อนเกิดโรคระบาดถึง 300 ดอลลาร์สหรัฐ (9,619 บาท)

หมายความว่าคนที่ทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ก่อนเกิดโรคระบาด ตอนนี้ได้รับเงินเกือบ 16 ดอลลาร์สหรัฐ (513 บาท) ต่อชั่วโมง โดยที่ไม่ต้องทำเลย ซึ่งมากกว่าค่าจ้างขั้นต่ำของรัฐบาลกลาง ที่ระบุไว้ที่ 7.25 ดอลลาร์สหรัฐ (232 บาท) ถึงสองเท่า

สภาหอการค้าสหรัฐฯ ร้องรัฐบาลหยุดให้เงินเยียวยา แก้ปัญหาแรงงานขาด

นายนีล แบรดลีย์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านนโยบายของสภาหอการค้าสหรัฐฯ แถลงการณ์ถึงผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่กำลังขาดแคลนแรงงาน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ยุติการให้เงินเยียวยาผู้ที่ตกงานจากผลกระทบของโรคระบาด เพื่อผลักดันให้คนกลับมาทำงาน

"ตัวเลขการจ้างงานที่น่าผิดหวังทำให้เห็นได้ชัดว่าการจ่ายเงินสำหรับผู้ที่ไม่ได้ไปทำงานกำลังส่งผลกระทบต่อตลาด ตามการวิเคราะห์ของสภาหอการค้าพบว่า การจ่ายเงิน 300 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ให้แก่ผู้ที่ตกงาน ทำให้ผู้ที่ได้รับเงิน 1 ใน 4 มีรายได้ขณะตกงานมากกว่าไปทำงาน"

ทั้งนี้ รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อเยียวยาชาวอเมริกันและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ โดยหนึ่งในมาตรการดังกล่าว ได้แก่ การส่งเช็คเงินสดไปให้ผู้ที่ตกงานเป็นเงิน 300 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์จนถึงเดือนกันยายน

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ระบุว่ามาตรการแจกเงินแก่คนตกงานดังกล่าว ได้ลดแรงจูงใจที่จะทำให้แรงงานกลับเข้าตลาด และเป็นสาเหตุทำให้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรต่ำกว่าคาดที่ควรจะเพิ่มขึ้นถึง 1,000,000 ตำแหน่ง แต่ก็มีตัวเลขเพียงแค่ 266,000 ตำแหน่งเท่านั้น

เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัว 6.4% ในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นตัวเลขการขยายตัวสูงเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่ไตรมาส 3/2546 ส่งผลให้อุปสงค์ในตลาดแรงงานพุ่งขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจเกิดภาวะขาดแคลนแรงงานและวัตถุดิบ นับตั้งแต่ภาคการผลิตไปจนถึงร้านอาหาร

 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.dailymail.co.uk/news/article-9742549/McDonalds-offers-500-bonus-new-staff-Wendys-gives-100-Chipotle-increase-pay.html

https://www.uschamber.com/press-release/hiring-bonuses-show-real-potential-bring-back-america-s-workers

https://www.uschamber.com/press-release/number-of-open-jobs-jumps-1-million-americas-worker-shortage-crisis-worsening-urgent

ที่มา : https://www.facebook.com/100764650095869/posts/1773045692867748/


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

บิ๊กแมทซ์อีกครั้ง! อิตาลีดวลแข้งเบลเยี่ยม สูสีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!

#เก็บตกยูโร2020 ⚽

คืนนี้มีบิ๊กแมทซ์อีกครั้ง เมื่อเต็ง 3 อย่างอิตาลี จะลงดวลแข้งกับทีมเต็ง 4 อย่างเบลเยี่ยม งานนี้บอกเลยว่า สูสีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!

ลองเทียบสถิติของทั้งสองทีมตลอด 4 นัดในยูโรที่ผ่านมา ถือว่ายอดเยี่ยมกระเทียมเจียวด้วยกันทั้งคู่ คือชนะรวดทั้ง 4 แมทซ์ เบลเยี่ยมอาจดูดีกว่านิด ๆ ตรงชนะในเวลา 90 นาทีทั้ง 4 นัด (อิตาลีผ่านออสเตรียในรอบ 16 ทีม ด้วยการชนะในช่วงต่อเวลา 120 นาที)

แต่ถึงตรงนี้ ดูตามหน้าเสื่อ อิตาลีเป็นต่อนิด ๆ นะครับ ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดุดัน รับแน่น เสียยาก และมีเกมบุกที่หวังผลได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากอยากจะผ่านเบลเยี่ยมไปให้ได้ ก็ต้องหยุดเกมบุกคุณภาพของเบลเยี่ยมให้ได้ซะก่อน

เบลเยี่ยมผ่านมาถึงรอบนี้ ซัดไป 8 ประตู ซึ่ง 3 ใน 8 เป็นผลงานของ พี่ตู้-โรเมลู ลูกากู ยอดกองหน้าของทีมนั่นเอง

ลูกากู จัดว่าทำผลงานในยูโรครั้งนี้ได้ไฉไลอยู่นะครับ ลงไปทั้งหมด 4 นัด มีความพยายามในการทำประตู 9 ครั้ง ยิงตรงกรอบ 4 ครั้ง และเปลี่ยนเป็นประตูได้ถึง 3 ประตู ซึ่งใน 3 ประตูที่ว่านี้ เป็นการยิงจากเท้าซ้าย 1 ลูก และจากเท้าขวาข้างไม่ถนัดอีก 2 ลูก

จัดว่าไม่ธรรมดา ซึ่งบรรดากองหลังอิตาลีนั้นรู้ดี เพราะต้องไม่ลืมว่า พี่ตู้นั้นเล่นอยู่ในกัลโช่ เซเรียอา หรือลีกอิตาลี มากว่า 2 ปี ลงไป 72 นัด ยิงไป 47 ประตู แถมฤดูกาลล่าสุดยังเป็นดาวซัลโวประจำลีกซะอีก ยิงไป 24 ประตู

อย่างที่บอกไป บรรดากองหลังอิตาลี รู้พิษสงของพี่ตู้เป็นอย่างดี แต่จะ ‘เอาพี่ตู้อยู่’ หรือเปล่า อันนี้ต้องใช้วิทยายุทธกันหนักหน่อย ไม่นับบรรดาตัวรุกคนอื่น ๆ ในทีมเบลเยี่ยมเวลานี้ ที่ก็จัดจ้านในย่านยูโรกันทั้งสิ้น

คืนนี้เบลเยี่ยมมา ‘ชื้อเกมบุก’ อย่างแน่นอน ก็ขึ้นอยู่กับว่า อิตาลีจะรับไหวไหม และจะจัดการลูกากูอยู่หมัดแค่ไหน ตามสถิติที่เจอกันมาในระดับรายการเมเจอร์ 4 ครั้ง อิตาลีเอาชนะได้ 3 ครั้ง และเสมอไป 1 ครั้ง ครั้งนี้เป็นการเจอกันครั้งที่ 5 ผลจะเข้าข้างฝั่งอิตาลีอีกหรือไม่ คืนนี้ตีสอง เจอกัน!!


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“Blood Challenge” ได้เวลากลับมาช่วยเพื่อน บริจาคโลหิต ฝ่าวิกฤติ COVID-19 ส่งต่อบุญผ่านสื่อสังคมออนไลน์กับแนวคิดการนำกระแส Challenge เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เกิดการบริจาคโลหิตเพิ่มขึ้น

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนร่วมส่งต่อบุญผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กับโครงการ Blood Challenge สร้างกระแสการบริจาคโลหิต ผ่าน Facebook, Instagram, Twitter และ TikTok เพียงโพสต์ภาพและข้อความพร้อมติด #BloodChallenge และ Tag ชวนครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้จัก ร่วมแคมเปญอีก 3 คน ตั้งค่าเป็นสาธารณะ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 สร้างความวิตกกังวลต่อผู้บริจาคโลหิตเป็นอย่างมาก ทำให้ภาพรวมการบริจาคโลหิตมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง มีโลหิตสำรองไม่ถึง 3,000 ยูนิตต่อวัน ตามมาตรฐานงานบริการโลหิต ส่งผลให้โรงพยาบาลทั่วประเทศขาดแคลนโลหิต เสี่ยงต่อการเลื่อนการผ่าตัด เลื่อนการรักษา โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเลือดที่จำเป็นต้องได้รับเลือดเป็นประจำสม่ำเสมอ

จึงมีแนวคิดในการนำกระแส Challenge มาประชาสัมพันธ์ให้เกิดการบริจาคโลหิตเพิ่มขึ้น โดยขอเชิญชวนผู้บริจาคโลหิตและประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม 2 รูปแบบ ดังนี้

1. ผู้บริจาคโลหิต ถ่ายภาพถือป้ายรณรงค์ เขียนข้อความเชิญชวนสั้น ๆ โพสต์ลง Social Media อาทิ Facebook, Instagram, Twitter, TikTok พร้อมทั้ง Challenge และ Tag ต่อไปยังครอบครัว เพื่อน คนรู้จัก ให้มาบริจาคโลหิตต่ออีก 3 คน และติด #BloodChallenge ตั้งค่าเป็นสาธารณะ

2. ผู้ที่ไม่สามารถบริจาคโลหิตได้ สามารถร่วมกิจกรรมเชิญชวนบริจาคโลหิต และประชาสัมพันธ์โครงการฯ โดยเขียนข้อความเชิญชวนสั้นๆ และโพสต์ลง Social Media พร้อมทั้ง Challenge และ Tag ต่อไปยังครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้จัก ให้มาบริจาคโลหิตต่ออีก 3 คน และติด #BloodChallenge ตั้งค่าเป็นสาธารณะ

เพียงเท่านี้ คุณก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ด้วยการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุก 3 เดือน เพื่อให้มีโลหิตสำรองเพียงพอจ่ายให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ ลดภาวะการขาดแคลนโลหิตในสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ได้

 

ที่ปรึกษาศบค. แนะ ให้ตั้งความหวังอยู่บนพื้นฐานที่เป็นจริง เพราะโควิดจะอยู่กับเราจนถึงอย่างน้อยปีหน้า

2 ก.ค. 64 ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ตั้งความหวังที่เป็นจริง

เราทุกคน หวังว่าโควิดจะหายไปจากโลกนี้

หวังว่าเราจะได้กลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม เหมือนก่อนโควิด

แต่ความเป็นจริงคือ

- โควิด จะอยู่กับเราต่อไปจนถึงอย่างน้อยปีหน้า และต่อ ๆ ไปก็จะยังกลับมาเรื่อย ๆ แม้ว่าอาจจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่แล้ว ก็ยังไม่มีอะไรรับประกันได้

- การที่เราจะใช้มาตรการกดจำนวนผู้ติดเชื้อให้ลดลง อาจตามมาด้วยความทุกข์เข็ญของปากท้องของผู้คนจำนวนมากเช่นกัน แต่ถ้าให้เสรีภาพในการทำมาหากินตามปกติ ก็จะเกิดความเสี่ยงต่อการรวมตัวและแพร่ระบาดอีก

- นับจนถึงวันนี้ ยังไม่มีประเทศไหนที่ได้กลับไปใช้ชีวิตเหมือนก่อนโควิดจริง ๆ เลยแม้แต่ประเทศเดียว ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนไปเท่าไหร่ก็ตาม จะมีก็แค่ช่วงสั้น ๆ เท่านั้น

ดังนั้น สิ่งที่เราทำได้ และควรทำ อาจเริ่มต้นจากการ set expectation หรือตั้งความหวังที่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง เช่น

- ยอมรับว่าเราต้องอยู่ร่วมกับโควิดไปอีกอย่างน้อยหนึ่งปี หรือนานกว่านั้น คงไม่ต้องรอว่าเมื่อไหร่เราจะได้กลับมาทำอะไรเหมือนเดิม แต่คิดล่วงหน้าไปเลยว่าเราจะทำอย่างไร เปลี่ยนแปลงตัวอย่างไร เพื่อให้อยู่กับโควิดให้ได้ และหวังว่าสิ่งที่เราเปลี่ยนแปลงนั้น จะทำให้เราอยู่รอดปลอดภัยได้

- รับรู้ว่าสงครามครั้งนี้มีศึกสองด้าน คือสุขภาพกับเศรษฐกิจ ถ้าเลือกดูแลด้านหนึ่งเป็นพิเศษ อีกด้านก็จะแย่ ประเทศส่วนใหญ่ ในช่วงแรกก็จะเน้นสุขภาพ แต่เมื่อเวลาผ่านไป สุดท้ายก็ต้องกลับมาสู่ทางสายกลาง ซึ่งไม่มีทางที่จะกดยอดให้ต่ำมาก ๆ ได้ เพราะว่าจะเปิดช่องให้ทำมาหากิน ดำเนินชีวิตกันไปเท่าที่จะทำได้ ดังนั้น ความหวังของเราคือ การสามารถอยู่ร่วมกับโควิดไปได้โดยไม่มีความเสี่ยงมากเกินไป โดยที่ยังทำมาหากิน ใช้ชีวิตตามเดิมได้เท่าที่จะทำได้ บวกกับการใช้ชีวิตแบบใหม่ที่มาจากการปรับตัวของเรา

- รับรู้ว่ายอดผู้ติดเชื้อ เป็นระลอก มีขึ้นมีลง ขาขึ้นจะดูน่ากลัว เราก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ไม่ว่ายอดจะขึ้นไปสูงอย่างไร ก็จะต้องมีจุดที่ตกลงมา เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับทุกประเทศ ความหวังของเรา คือ ทำอย่างไรให้การระบาดนั้นสั้นที่สุด ผู้เสียชีวิตน้อยที่สุด (ซึ่งเป็นเหตุผลที่จำเป็นต้องให้คนแก่และกลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด)

- รับรู้ว่าในวิกฤต จะมีความวุ่นวายสับสน เหมือนในภาวะสงคราม โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลข่าวสาร และก็ไม่ใช่ทุกสื่อมวลชนที่จะเป็นที่พึ่งได้ แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะคาดหวังว่าการสื่อสารจะต้องเป็นไปในทางเดียวกันทั้งหมด ตราบใดที่ทุกคนจะพูดจะเขียนอะไร ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ ก็มีช่องทางให้ทำได้ทั้งสิ้น หรือจะหวังให้ทุกสื่อทุกคนสื่อสารด้วยจริยธรรมก็คงไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

ดังนั้น นอกจากเราควรจะคาดหวังข้อมูลที่ดี มีประโยชน์จากทางการแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญก็คือที่แต่ละคนควรจะหวังพึ่ง ก็คือสติของเราเองในการแยกแยะข้อมูลข่าวสารที่ท่วมท้นในทุก ๆ วัน ไม่เช่นนั้นเราก็จะตกเป็นเหยื่อเองได้

เรื่องมาตรการต่าง ๆ ของรัฐ เป็นสิ่งที่เราทุกคนในฐานะประชาชนมีสิทธิเรียกร้องและแสดงความคิดเห็น ซึ่งผมก็เชื่อว่าสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ คงไม่มีประเทศไหน ต้องการให้เกิดความเสียหายหรือใครเสียชีวิต และอยากจะแก้ปัญหาให้ดีที่สุด ซึ่งก็คงไม่สามารถจะเป็นที่พอใจของทุกคนได้ และก็คงไม่มีประเทศไหนที่สามารถดูแลทุกคนได้ทุกวันตลอดไป

แต่อย่างน้อย ถ้าเราเริ่มต้นจากการตั้งความหวังที่เป็นจริง เราอาจจะเริ่มมองว่า เป้าหมายของเรา ไม่ใช่การกลับไปสู่อดีตที่เคยทำ เพราะมันอาจจะเป็นไปไม่ได้ แต่อาจจะเป็น การยอมรับความจริงว่าชีวิตของเราคงไม่ได้กลับไปเหมือนเดิมอีกแล้ว และเราจะทำอย่างไรให้มันดีที่สุด

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ ท่านครับ

 

 

ที่มา : https://www.facebook.com/warat.karuchit


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

พล.อ.ประวิตร เร่งช่วยเหลือ ผู้ยากไร้/เกษตรกร ติดตามผลแก้ปัญหา ที่ดินทำกิน/แหล่งน้ำ/หนี้สิน SET ZERO เช่าซื้อที่ดินเป็นเช่า ลดความเดือดร้อน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ ย้ำไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรอง นรม. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการแก้ไขปัญหา ของสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) และสภาประชาชน 4 ภาค ครั้งที่ 1/2564 โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กษ. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

ที่ประชุม ได้รับทราบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่ดิน และป่าไม้ กรณีการจัดหาที่ดิน เพื่อนำมาจัดสรรให้กับสมาชิกเครือข่ายฯ ซึ่งมีความคืบหน้า โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่ ว่ามีพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม หรือที่สาธารณะที่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ เพื่อพิจารณาจัดหาที่ดินแปลงใหม่ให้กับสมาชิกฯ ที่ยังไม่มีที่ทำกิน และรับทราบการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร

กรณีข้อเรียกร้องขอให้ชะลอการดำเนินคดี ซึ่งสถาบันเจ้าหนี้ได้ให้ความช่วยเหลือในระดับหนึ่งแล้ว ตามมาตรการของรัฐที่มีอยู่ รวมทั้งได้รับทราบ การส่งเสริมและฟื้นฟูอาชีพภาคเกษตร ซึ่งกลุ่มเกษตรกร ภาคเครือข่ายฯ ได้เสนอโครงการฟื้นฟูอาชีพตามหลัก เกษตรทฤษฎีใหม่โดยผสมผสานหลักเศรษฐกิจพอเพียง

จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบ เรื่องสำคัญ ได้แก่การแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำตามข้อเสนอของ สมาชิกสภาเครือข่ายฯ ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เนื้อที่ 15,092ไร่ ในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ลพบุรี,จ.นครราชสีมา และ จ.เพชรบุรี จำนวน 9 โครงการ วงเงิน 75,118,141 บาท

พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวย้ำว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญ ต่อการแก้ไขปัญหา ความยากจน และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จากปัญหาที่ดินทำกิน, หนี้สิน, แหล่งน้ำ และการส่งเสริมฟื้นฟูอาชีพ มาอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่า จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเป็นอันขาด พร้อมทั้ง ได้กำชับ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาครัฐ ต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ยากไร้ และพี่น้องเกษตรกรอย่างจริงจังโดยเร็ว ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน พร้อมต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบด้วย

หมอบุญ วนาสิน แจงวัคซีน "ไฟเซอร์-โมเดอร์นา" ล่าช้า เหตุเพราะไทยไม่ยอมเซ็นสัญญา หลังต่อสายตรงทวงถามทำไมไทยไม่ได้วัคซีน

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 64 นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์ แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผ่านรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ถึงกรณีการนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นา และไฟเซอร์ที่ล่าช้า ว่า การสั่งซื้อวัคซีนนั้น ผู้ผลิตระบุว่าหลังจากเซ็นสัญญาแล้ว จะใช้เวลาอีก 4 เดือน ถึงจะส่งวัคซีนไปยังประเทศที่ซื้อได้ ถ้าไม่ติดเงื่อนไขจากรัฐบาล ทางรพ.ธนบุรี พร้อมจะเซ็นซื้อโมเดอร์นา ไฟเซอร์ 50 ล้านโดส ตั้งแต่ต.ค. 2563 แล้ว แต่การซื้อขายจำเป็นต้องซื้อรัฐต่อรัฐ ทำให้เอกชนซื้อไม่ได้ ต้องรอจนปัจจุบัน

ทั้งนี้ ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีการยืนยันจากทั่วโลก ว่า วัคซีนแบบ mRNA คือวัคซีนที่ดีที่สุด โดยเฉพาะไฟเซอร์และโมเดอร์นา เช่น การศึกษาของสหรัฐอเมริกา ยืนยันแล้วว่าวัคซีน ที่ผลิตเทคโนโลยีใหม่ mRNA อย่าง โมเดอร์นา และไฟเซอร์ มีประสิทธิผลดีที่สุด คุ้มกันไม่ให้เกิดโรคได้ ไม่ใช่เพียงแค่ป้องกันการเสียชีวิต หรือ อาการหนักเท่านั้น โดยมีประสิทธิภาพสามารถป้องกันได้ทั้ง โควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) สายพันธุ์อัลฟ่า (อังกฤษ) และสายพันธุ์เบต้า (แอฟริกาใต้)

ส่วน เรื่องการซื้อวัคซีนที่ล่าช้านั้น ตนได้ติดต่อไปทางบริษัทผู้ผลิต เนื่องจากสนิทกัน ด้วยความสงสัยว่าทำไมประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย อย่าง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ถึงได้แล้ว แต่ไทยไม่มีสักโดส จึงโทรศัพท์ไปที่ไฟเซอร์ โมเดอร์นา ที่สนิทเป็นการส่วนตัว โดยได้คำตอบว่า “ไทยไม่ยอมเซ็นสัญญา”


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยเผยภาพวัคซีนป้องกันโควิด-19 ถึงไทยเมื่อวันที่ 1 ก.ค. อีก 1 ล้านโดส พร้อมประกาศสนับสนุนประเทศไทยต่อสู้กับโรคระบาด

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. เพจ “Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย” โพสต์ภาพวัคซีนโควิด-19 ที่ได้รับการซีลอย่างดี ถูกลำเลียงถึงประเทศไทยอีก 1 ล้านโดส เพื่อใช้ต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ที่กำลังระบาดในประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ โดยทาง “สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย” ได้ระบุข้อความว่า

“เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม วัคซีนป้องกันโควิด-19 ชุดใหม่ของจีนจำนวน 1 ล้านโดส ส่งถึงกรุงเทพฯ แล้ว จีนได้จัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่ประเทศไทยแล้ว จำนวน 13 ชุด รวมทั้งสิ้น 11.5 ล้านโดส”

นอกจากนี้ ในวันที่ 1 ก.ค. ยังเป็นวันครบรอบ 100 ปี การก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน จึงได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมประกาศว่า ประเทศจีนจะสนับสนุนประเทศไทยในการต่อสู้กับโรคระบาดต่อไปภายใต้การนำที่แข็งแกร่งของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และจะส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ป.ป.ช. มีมติตั้งคณะไต่สวนอดีตผู้ว่าฯ - นายกอบจ. และบริษัทที่เกี่ยวข้อง กรณีเสาไฟกินรี ระบุต้องแล้วเสร็จภายใน 180 วัน

1 ก.ค. 64 นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ได้พิจารณารายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหาผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ กระทำการจัดซื้อจัดจ้างโครงการเสาไฟฟ้าแสงสว่างพร้อมรูปประติมากรรมกินรีโดยมิชอบ

โดยจากการตรวจสอบพบว่า ในปีงบประมาณ 2556, 2557, 2561, 2562, 2563, 2564 ซึ่งทาง อบต.ราชาเทวะ ได้จัดทำโครงการจัดซื้อเสาไฟฟ้าและซ่อมบำรุงเสาไฟฟ้าดังกล่าว โดยมีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างไม่ถูกต้องตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2541

และพบว่าการจัดซื้อจัดจ้างมีการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทผู้รับจ้างบางราย และยังพบว่าการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ดังนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติแต่งตั้งองค์คณะไต่สวนเบื้องต้นเพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงรวม 5 คณะ โดยแต่ละคณะจะแยกไต่สวนกันคนละปีงบประมาณ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนผู้ถูกกล่าวหากรณีนี้ มีทั้ง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ, นายก อบต.ราชาเทวะ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และบริษัทเอกชน รวมกว่า 20 ราย ทั้งนี้ ตามกฎหมายระบุว่าการไต่สวนข้อเท็จจริงดังกล่าวต้องแล้วเสร็จภายใน 180 วัน

 

ที่มา : https://www.thaipost.net/main/detail/108312


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ทบ. พร้อมรับทหารใหม่ ด้วยมาตรการป้องกัน COVID-19 อย่างเข้มงวด ระหว่าง 1-3 ก.ค.

พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกมีความพร้อมรับการรายงานตัวของ ทหารกองประจำการ ผลัดที่ 1/2564 ที่จะเดินทางมาในวันที่ 1 และ 3 ก.ค. 64 นี้ ด้วยมาตรการที่รัดกุมเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดการแพร่ระบาดแบบกลุ่มของหน่วยฝึกทหารใหม่ทั่วประเทศ

ตามนโยบาย พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่มอบให้กรมยุทธศึกษาทหารบก เป็นผู้กำหนดมาตรการในการบริหารจัดการฝึกทหารใหม่ ให้มีความปลอดภัย ลดความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อ และเป็นไปตามที่ ศบค.กำหนดนั้น จึงได้กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติ ออกเป็น 3 ขั้นตอนได้แก่

1.) ขั้นการเตรียมการก่อนการฝึก โดยจัดเตรียมพื้นที่ฝึกและพักอาศัยให้อยู่ในระบบปิด แบบ Bubble and Seal จำกัดเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการฝึกเท่านั้น สำหรับทหารที่ทำหน้าที่เป็น ผู้ฝึก ครูฝึก ผู้ช่วยครู และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยฝึกทุกนาย ได้ทำการกักตัวภายในหน่วยฝึกล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 14 วันก่อนวันที่ทหารใหม่จะมาถึง รวมทั้งดำเนินการด้านการตรวจหาเชื้อเชิงรุก และจัดให้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อให้มั่นใจว่าครูฝึกและเจ้าหน้าที่ทุกนาย ปลอดภัยจากเชื้อไวรัส

2.) ขั้นการดำเนินการ ในวันที่ทหารใหม่เข้ามารายงานตัวในหน่วยฝึกทหารใหม่ทั้ง 311 หน่วยทั่วประเทศ ได้จัดให้มีชุดแพทย์ทำการตรวจคัดกรองอย่างละเอียด หากพบผู้ติดเชื้อจะแยกออกเพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษา ณ รพ.ประจำค่ายทหาร ที่มีอยู่จำนวน 37 แห่ง สำหรับส่วนที่เหลือจะแยกกักตัวภายในหน่วยฝึกเป็นเวลา 14 วันเพื่อให้พร้อมทำการฝึกในขั้นต่อไป และ

3.) ขั้นการฝึกและเสริมสร้าง โดยระหว่างการกักตัว จะใช้วิธีการแยกสอนในห้องเรียน หรือใช้การเรียนแบบออนไลน์ไปก่อน เมื่อครบกำหนด 14 วัน จึงสามารถทำการฝึกในสนามฝึก ได้ แต่จะต้องเป็นไปตามมาตรการการเว้นระยะห่าง ของสาธารณะสุข (DMHTT) ทุกประการ ซึ่งทั้งครูฝึกและทหารใหม่ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ทุกคน จะถูกจำกัดให้อยู่แต่ภายในหน่วยฝึกไม่ให้ปะปนสู่ชุมชนภายนอก

สำหรับในส่วนของ กทม. และปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ได้กำหนดให้ใช้พื้นที่ของ มทบ.11 เป็นสถานที่แรกรับรายงานตัว​ ซึ่งจะมารายงานตัวจำนวน 2 รอบ คือ รอบวันที่ 1 ก.ค.64 จำนวน 2,716 คน โดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาทหารอยู่ใน กทม. และ จังหวัดใกล้เคียง และรอบวันที่ 4 ก.ค. 64 จำนวนประมาณ 1,519 คน ส่วนใหญ่มาจากจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งกรมแพทย์ทหารบกได้เตรียมหน่วยแพทย์คัดกรองมาดำเนินการตรวจหาเชื้อเชิงรุกทุกนาย หากตรวจพบจะแยกไปทำการรักษาที่ รพ.สนามของ ทบ.ที่เตรียมไว้ (รพ.สนามเกียกกาย และ รพ.สนาม มทบ.11-2) ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงสูง จะให้ทำการกักตัวในสถานกักตัวของหน่วย (OQ) เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วันก่อนส่งตัวเข้าสู่กระบวนการฝึกต่อไป

นอกจากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกยังได้สั่งการเพิ่มเติมการปฏิบัติในส่วนของ ผู้ที่ต้องเดินทางมาจากภาคอีสาน โดยจะใช้ชุดแพทย์ทหารต้นทาง ทำการตรวจหาเชื้อเชิงรุกภายในจังหวัดของตนเองตั้งแต่แรก หากตรวจพบก็ให้ทำการรักษาในจังหวัดนั้น ๆ ก่อนยังไม่ต้องเดินทางเข้ามายัง กทม.

ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารบก ได้ห่วงใยและให้ความสำคัญในการดูแลทหารกองประจำการที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพบกเป็นพิเศษ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีมาตรการเพิ่มเติมการดูแลด้านสุขอนามัย โภชนาการ เวชศาสตร์การกีฬา ตลอดจนการเพิ่มโอกาสในการรับราชการ เพราะถือว่าทหารกองประจำการทุกนายเป็นผู้มีความเสียสละ เข้ามาดูแลด้านความมั่นคง ช่วยเหลือประชาชนในหลากหลายภารกิจ ตลอดจนเป็นครอบครัวของกองทัพบกที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด

เพจเฟซบุ๊ก World Forum ข่าวสารต่างประเทศ โพสต์ภาพนวัตกรรมใหม่ "หน้ากากอนามัยปิดจมูก" ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเม็กซิกัน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสเข้าทางจมูกขณะรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับคนอื่น ซึ่งถูกยืนยันแล้วว่าใช้ได้ผลจริง

เพจเฟซบุ๊ก World Forum ข่าวสารต่างประเทศ โพสต์ภาพนวัตกรรมใหม่ "หน้ากากอนามัยปิดจมูก" ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเม็กซิกัน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสเข้าทางจมูกขณะรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับคนอื่น ซึ่งถูกยืนยันแล้วว่าใช้ได้ผลจริง

.เพจเฟซบุ๊กโพสต์ข้อความระบุว่า...หน้ากาก ปิดจมูก สำหรับทานอาหารในที่สาธารณะ น่าสนใจในช่วงที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้น

นักวิทยาศาสตร์ชาวเม็กซิกัน Gustavo Acosta Altamirano จากมหาวิทยาลัย The Instituto Politécnico Nacional หรือ IPN ได้แสดงนวัตกรรมใหม่ของเขา เป็นหน้ากากอนามัยปิดจมูก ป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิดได้ดีโดยเฉพาะ เวลาทานอาหาร ร่วมกับบุคคลอื่น ป้องกันละออง การแพร่เชื้อไวรัสเข้าทางจมูก ใช้ได้ผลจริง

ทั้งนี้ ยังสามารถใช้ป้องกันสองชั้น โดยสวมหน้ากากอนามัยหลักทับอีกที เวลาต้องออกไปสถานที่สาธารณะ ก็จะสามารถป้องกันโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่

 

ที่มา World Forum ข่าวสารต่างประเทศ https://www.facebook.com/WorldForumTh/posts/335636018100648


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ และประธานชมรมเชื้อราทางการแพทย์ประเทศไทย ได้โพสต์ผลลัพธ์ของวัคซีนแอสตร้าฯ ที่น่าสนใจจากทางสหราชอาณาจักรผ่านเฟซบุ๊ก 'หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC' ว่า

ไม่นานมานี้ นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ และประธานชมรมเชื้อราทางการแพทย์ประเทศไทย ได้โพสต์ผลลัพธ์ของวัคซีนแอสตร้าฯ ที่น่าสนใจจากทางสหราชอาณาจักรผ่านเฟซบุ๊ก 'หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC' ว่า...

ยุทธศาสตร์ในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แต่ละประเทศแตกต่างกัน แล้วแต่จำนวนวัคซีนที่หามาได้

ของไทยเน้นปูพรมฉีดเข็มแรกโดยเฉพาะวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าให้มากที่สุดอย่างน้อย 50 ล้านคนให้เร็วที่สุดใน 120 วัน ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องในภาวะที่วัคซีนขาดแคลน

โดยยืดเวลาการให้วัคซีนแอสตร้าเข็มที่ 2 ออกไปเป็น 12-16 สัปดาห์ แทนที่จะเน้นให้ทุกคนต้องฉีดคนละ 2 เข็มใน 8 สัปดาห์ เหมือนประเทศที่มีวัคซีนเหลือพอ อย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา 1 ใน 10 คน ที่ฉีดเข็มแรกไฟเซอร์หรือโมเดอร์นา จะปฏิเสธเข็มที่ 2 แต่อย่างไรเสียคนที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ คือคนที่ไม่เคยรับวัคซีน

เป็นที่ทราบกันดีจำนวนคนป่วยหนักเข้านอนโรงพยาบาลและใส่ท่อหายใจเพิ่มขึ้นทุกวัน จนเตียงในไอซียูในโรงพยาบาลไม่เพียงพอ ยิ่งกว่านั้นเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ที่พบบ่อยที่สุดประมาณ 80 กว่า% เป็นสายพันธุ์อัลฟ่าหรือสายพันธุ์อังกฤษ ตามมาด้วยสายพันธุ์เดลต้าหรือสายพันธุ์อินเดียเกือบ 20% เนื่องจากสายพันธุ์เดลต้าแพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์อังกฤษ 60% เชื่อว่าอีกไม่นานสายพันธุ์เดลต้าจะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แทนสายพันธุ์อัลฟ่าในประเทศไทย

>> มีการศึกษาจากประเทศสหราชอาณาจักร วัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเข็มแรกสามารถลดการป่วยหนักเข้านอนโรงพยาบาลจากสายพันธุ์เดลต้า 71% เทียบกับสายพันธุ์อัลฟ่า 76%

>> ส่วนวัคซีนแอสตร้า 2 เข็มลดการป่วยหนักเข้านอนรพ. จากสายพันธุ์เดลต้า 92% เทียบกับสายพันธุ์อัลฟ่า 86%

การปูพรมฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเข็มแรกให้เร็วที่สุด อย่างน้อย 50 ล้านคนใน 120 วัน เป็นการให้ ที่แข่งกับเวลาก่อนที่เชื้อสายพันธุ์เดลต้าจะขึ้นมาแทนที่สายพันธุ์อัลฟ่า เพราะวัคซีนแอสตร้าฯ แม้เพียงเข็มแรกก็ช่วยลดจำนวนคนป่วยหนักเข้านอนรพ. มากกว่า 70%

สำหรับวัคซีนซิโนแวคและซิโนฟาร์มต้องให้ 2 เข็มใน 3-4 สัปดาห์ถึงจะมีประสิทธิภาพป้องกันการป่วยหนักเข้านอนในโรงพยาบาลและเสียชีวิต หลังฉีดวัคซีนแล้ว ทุกคนก็ยังต้องใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และหมั่นล้างมือเหมือนเดิม

ยุทธศาสตร์เมื่อกำหนดแล้วต้องทำให้ได้ ฝากความหวังกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ผู้ผลิตวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าสามารถทยอยส่งมอบวัคซีนให้กระทรวงสาธารณสุขมากที่สุดทันตามกำหนดเวลา

 

 

ที่มา : https://www.facebook.com/604030819763686/posts/1975480902618664/


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘บิ๊กตู่’ ขอชาวภูเก็ตเข้มทำตามกฎ นำร่องรับนักท่องเที่ยว ก่อนเปิดทั้งประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha’ ว่า การเปิดจังหวัดภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้วให้เข้ามาได้โดยไม่ต้องกักตัว ซึ่งเริ่มในวันนี้ (1 ก.ค. 64) ไม่ใช่เป็นเรื่องของจังหวัดภูเก็ตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของทั้งประเทศ ถือเป็นก้าวสำคัญก้าวหนึ่งในการนำร่องเพื่อดูความเหมาะสมและประสิทธิภาพของมาตรการและขั้นตอนต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมตัวและเดินหน้าไปสู่เป้าหมายการเปิดทั้งประเทศใน 120 วันตามที่ผมได้ตั้งไว้

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเปิดโอกาสให้การใช้ชีวิตและการทำมาหากินของพี่น้องคนไทย เริ่มกลับมาได้อีกครั้งครับ

แม้จะรู้ว่ามีความเสี่ยง อย่างตอนนี้ ในบางประเทศ ทั้งในประเทศใหญ่ และประเทศที่เป็นประเทศเป้าหมายที่น่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทย ล่าสุดเริ่มมีจำนวนผู้ติดเชื้อ และจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มกลับขึ้นมาอีก แต่เราจำเป็นต้องยอมรับความเสี่ยงบ้าง สิ่งสำคัญคือเราต้องมีการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อะไรที่เห็นว่าควรต้องปรับเปลี่ยน ต้องดำเนินการให้เหมาะสมทันที เพี่อไม่ให้ส่งผลกระทบไปถึงเป้าหมายใหญ่ในการเปิดประเทศใน 120 วัน

“ผมขอให้ชาวภูเก็ตทุกคนร่วมมือกัน ช่วยกันอย่างเต็มที่ ระมัดระวังอย่างที่สุด และขอให้ช่วยกันทำตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัด ไม่ให้มีการฝ่าฝืนมาตรการต่าง ๆ ไม่ให้มีการพาคนเดินทางเข้าหรือออกจากพื้นที่โดยไม่ถูกขั้นตอน ขอให้ทุกท่านคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อประเทศตลอดเวลานะครับ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่ภูเก็ต มีผลต่อทั้งประเทศ ขอให้ชาวภูเก็ตภูมิใจที่ได้ร่วมกันทำภารกิจชาติ ทั้งประเทศดูท่านอยู่ และเป็นกำลังใจให้ท่านครับ”


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงสถิติการใช้ฟ้าทะลายโจรจากเรือนจำเชียงใหม่ถึงกรุงเทพ ที่รัฐบาลควรประกาศออกมาได้แล้วว่า...

อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงสถิติการใช้ฟ้าทะลายโจรจากเรือนจำเชียงใหม่ถึงกรุงเทพ ที่รัฐบาลควรประกาศออกมาได้แล้วว่า...

เมื่อพิจารณถึงสถานการณ์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ประเทศไทยมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 6,884 คน และมีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 61 คน คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตต่อจำนวนผู้ป่วย 0.88%

สำหรับการระบาดระลอกสอง ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2564 -31 มีนาคม 2564 ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เฉพาะช่วงนี้ จำนวน 21,979 คน มีผู้เสียชีวิตสะสมช่วงนี้ 33 คน คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตต่อจำนวนผู้ป่วย 0.15% ซึ่งถือว่าช่วงเวลานี้ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตลดน้อยลงกว่าปี 2563 เพราะแพทย์ในประเทศไทยมีประสบการณ์มากขึ้น ด้วยอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือและบุคคลากรทางการแพทย์มีเพียงพอ

แต่การระบาดระลอกที่สาม ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2564 จนถึงวันที่ 25 มิถุนายน 2564 มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เฉพาะช่วงนี้จำนวน 207,428 คน มีผู้ป่วยเสียชีวิตเฉพาะช่วงนี้ 1,725 คน คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 0.83% อันสะท้อนให้เห็นว่าอัตราการเสียชีวิตกลับเพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วง 3 เดือนแรกของปี 2564

ช่วงเวลาเดียวกันนี้เองได้เกิดการระบาดโรคที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ ทางกระทรวงยุติธรรมได้ใช้ยาฟ้าทะลายโจรเป็นยาร่วมรักษา ผลปรากฏว่าจำนวนผู้ต้องขัง ถึง ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2564 มีนักโทษรวมทั้งสิ้น 6,562 คน ติดเชื้อโควิด-19 สะสมรวมทั้งสิ้น 4,169 คน รักษาหายแล้วถึง 3,980 คน มีผู้เสียชีวิต 3 คน คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 0.072% เท่านั้น ซึ่งน่าอัศจรรย์ว่าเป็นกลุ่มคนที่มีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในประเทศไทยในทุกช่วงเวลา

สรุปสัดส่วนผู้เสียชีวิตกับผู้ติดเชื้อแต่ละช่วงเวลาคือ...

>> ช่วงเวลา 2563 ในประเทศไทย ถ้ามีผู้ติดเชื้อ 10,000 คน จะมีผู้เสียชีวิต 88 คน

>> ช่วงเวลา 1 มกราคม 2564-31 มีนาคม 2564 ประเทศไทยถ้ามีผู้ติดเชื้อ 10,000 คน จะมีผู้เสียชีวิต 15 คน

>> ช่วงเวลา 1 เมษายน 2564 -25 มิถุนายน 2564 ประเทศไทยถ้ามีผู้ติดเชื้อ 10,000 คน จะมีผู้เสียชีวิต 83 คน

>> แต่สำหรับเรือนจำกลางเชียงใหม่ ซึ่งมีการใช้ 'ฟ้าทะลายโจร' ในการลดอาการของผู้ป่วย ช่วงเวลา 1 เมษายน 2564-18 มิถุนายน 2564 ถ้ามีผู้ติดเชื้อ 10,000 คน จะมีผู้เสียชีวิต 7 คนเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีการรายงานผลของ นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 จังหวัดสระบุรี ซึ่งบรรยายประสบการณ์การนำยาสมุนไพรไทยไปใช้ในสถานการณ์การระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ในเรือนจำกรุงเทพมหานคร ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุขจัดการสัมมนาครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2564

โดย นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รายงานการพบว่าเมื่อใช้ 'ผงหยาบ' ฟ้าทะลายโจรในขนาดแคปซูล 400 มิลลิกรัม กิน 4 เม็ดต่อครั้งและ 3 ครั้งต่อวัน หรือประมาณ 4.8 กรัมต่อวันเป็นเวลา 5 วัน ปรากฏว่าผู้ป่วยโควิด-19 ตรวจเชื้อไม่พบเลยในวันที่ 8 ในขณะที่ยาฟาวิพิราเวียร์ต้องใช้เวลา 12 วันที่จะตรวจไม่พบเชื้อเลย

แปลว่าฟ้าทะลายโจรเหนือกว่ายาฟาวิพิราเวียร์ และไม่ต้องสกัดอะไรเหมือนกระชายขาว

ความน่าสนใจคือ ผงหยาบฟ้าทะลายโจร 4.8 กรัมต่อวัน ที่ชนะยาฟาวิพิราเวียร์ได้นั้น เป็นปริมาณใช้น้อยกว่า 'ผงหยาบ' ฟ้าทะลายโจรขั้นต่ำสุดใน 'โรคหวัดธรรมดา' ที่ต้องใช้ผงฟ้าทะลายโจรประมาณ 6 กรัมต่อวันเสียด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นสัญญาณแสดงว่า โรคโควิดจัดการได้ง่ายกว่าและกระจอกว่าโรคหวัดเมื่อใช้ผงหยาบฟ้าทะลายโจรหรือไม่?

และปริมาณผงหยาบฟ้าทะลายโจรที่ใช้ 4.8 กรัมต่อวันนั้น เมื่อตรวจสารแอนโดรกราโฟไลด์นั้นได้เพียง 132 มิลลิกรัมต่อวัน ไม่ต้องใช้มากถึง 'สารสกัด' จากฟ้าทะลายโจรที่ต้องใช้สารแอนโดรกราโฟไลด์ 180 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า 'ผงหยาบ' ฟ้าทะลายเพียงน้อยนิดก็จัดการกับโรคโควิด-19 ได้แล้ว

สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้น คือข้อมูลของคุณรสนา โตสิตระกูล มูลนิธิสุขภาพไทย ได้แจกฟ้าทะลายโจรไปในชุมชนคลองเตย ซึ่งเป็นชุมชนแออัด หลายคนนอนห้องเดียวกัน พบว่าผู้ที่ใช้ฟ้าทะลายโจร 4.8 กรัม หรือใช้แคปซูลขนาด 400 มิลลิกรัม จำนวนเพียงแค่ 12 เม็ดต่อวัน

ปรากฏว่ามีหลายบ้านในชุมชนคลองเตย ผู้ที่กินฟ้าทะลายโจรไม่ติดเชื้อ แต่คนที่ไม่ได้กินกลับติดเชื้อ บางคนที่ไม่ได้ใช้ฟ้าทะลายโจรกลับติดเชื้ออยู่คนเดียวในบ้าน ทั้ง ๆ ที่นอนห้องเดียวกันกับคนที่กินฟ้าทะลายโจรด้วยซ้ำไป

ที่สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม News1 ก็มีผู้ติดเชื้อ 2 คน ให้กินฟ้าทะลายโจรทั้งชั้น 'ทุกคน' ครั้งละ 4 แคปซูล วันหนึ่งกิน 4 ครั้ง เมื่อครบ 5 วันก็ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มแม้แต่คนเดียว จึงไม่ลุกลามกลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่

และทำให้ต้องคิดกันว่าถึงเวลาที่จะต้องนำ 'ฟ้าทะลายโจร' มาเป็น 'วาระแห่งชาติ' อย่างจริงจังได้แล้ว เตรียมพร้อม 'บำบัดรวมหมู่' ด้วยฟ้าทะลายโจร 'พร้อมกัน' ดังนั้นทุกบ้านทุกที่ดินเตรียมปลูกเสียตั้งแต่วันนี้ให้มากที่สุด

 

 

ที่มา: https://www.facebook.com/123613731031938/posts/4250157078377562/


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ฟันธงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกยูโร 2020 ทีมไหนใครจะผ่านเข้ารอบ?

วันพรุ่งนี้ศึกฟุตบอลยูโร 2020 ⚽ จะกลับมาดวลแข้งกันอีกครั้ง ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย งานนี้มีทีมที่สามารถฝ่าด่านอรหันต์เข้ามาถึงรอบนี้ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์, สเปน, เบลเยียม, อิตาลี, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, ยูเครน และอังกฤษ

โดยคืนวันที่ 2 ก.ค. สวิตเซอร์แลนด์จะพบกับสเปน เวลา 5 ทุ่ม และดึกตีสอง จะเป็นการพบกันของเบลเยียมกับอิตาลี ส่วนคืนวันที่ 3 ก.ค. เริ่มต้นด้วยสาธารณรัฐเช็กพบเดนมาร์ก เวลา 5 ทุ่ม และช่วงดึกตีสอง ยูเครนจะพบอังกฤษ

งานนี้ใครมีโอกาสจะคว่ำใคร หรือใครมีดีอะไรกันบ้าง ตามไปดูรายละเอียดที่ THE STATES TIMES นำมาให้ทราบกันได้เลย...


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top