Monday, 13 July 2026
NEWS

เผยอาการล่าสุด ‘น้องอุ้ม’ พยาบาลอุ้มผาง ย้ายออกจากไอซียูแล้ว ‘รู้สึกตัวดี ลืมตาได้เอง’

โรงพยาบาลราชวิถีเผยความคืบหน้าอาการ ‘น้องอุ้ม’ พยาบาลอุ้มผาง ล่าสุดรู้สึกตัวดี ลืมตาได้เอง หายใจเองได้ไม่ต้องใช้ออกซิเจนทางท่อเจาะคอ ย้ายออกจากไอซียูมาพักฟื้นหอผู้ป่วยพิเศษแล้ว

วันนี้ (7 เม.ย.) เพจ ‘โรงพยาบาลราชวิถี’ ได้ออกประกาศเรื่อง รายงานความคืบหน้าอาการ ‘น้องอุ้ม’ พยาบาลโรงพยาบาลอุ้มผาง มารับการรักษาตัว ณ โรงพยาบาลราชวิถี (ฉบับที่ 10) ระบุว่า ความคืบหน้าอาการผู้ป่วยในขณะนี้ พบว่าผู้ป่วยมีอาการคงที่ รู้สึกตัวดี สามารถลืมตาได้เอง แต่ยังไม่ทำตามสั่ง

‘รวย 9999’ ครองแชมป์ จบการประมูลที่ 18.5 ล้าน ‘กรมขนส่ง’ คาดโกยรายได้เข้า กปถ. กว่า 100 ล้าน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 เมษายน ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ (รางน้ำ) นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดประมูลหมายเลขทะเบียนรถที่มีลักษณะพิเศษ สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน ครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ครอบครองป้ายทะเบียนรถลักษณะพิเศษ ที่มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า การจัดประมูลครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมการประมูลจำนวน 273 ราย จำนวน 84 หมายเลข ผ่านทาง 2 ช่องทาง ได้แก่ ประมูลทางวาจาด้วยตนเอง และ ประมูลทางอินเทอร์เน็ตที่ผ่านเว็บไซต์ www.tabienrod.com สำหรับการประมูลครั้งนี้มีหมายเลขที่ไฮไลต์ ได้แก่ “รวย 9999” มีผู้สนใจลงทะเบียน 33 ราย ราคาเสนอเริ่มต้น 1.5 ล้านบาท เสนอราคาไป 424 ครั้ง จบการประมูลไปที่ราคา 18,560,000 บาท ใช้เวลาประมูล 45 นาที โดยผู้ประมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่ชื่อ Whatever เป็นผู้ชนะการประมูล

รองลงมาคือ หมายเลข “รวย 8888” มีผู้สนใจลงทะเบียน 14 ราย ราคาเสนอเริ่มต้น 1.5 ล้านบาท เสนอราคาไป 320 ครั้ง จบการประมูลไปที่ราคา 11,100,000 บาท ใช้เวลาประมูล 45 นาที โดยมี น.ส.วาสนา อินทะแสง หรือ เมย์ กรรมการบริษัทรีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด อายุ 37 ปี เป็นผู้ชนะการประมูล 

ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นการประมูลแล้วผู้ชนะการประมูลจะต้องชำระค่าหมายเลขทะเบียนที่ประมูลได้ให้ครบถ้วนภายใน 30 วัน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าการประมูลในครั้งนี้ จะได้เงินเข้ากองทุนความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน รวมทั้งสนับสนุนเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน ซึ่งในปัจจุบันมีเงินอยู่ในกองทุนฯ ประมาณ 4,000 ล้านบาท

นายจิรุตม์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ขบ. ได้เริ่มเปิดให้ประมูลป้ายทะเบียนสวย ตั้งแต่ปี 2546-2565 หรือกว่า 19 ปี พบว่าป้ายทะเบียน 3 อันดับ ที่ราคาสูงสุด ได้แก่ อันดับ 1 หมายเลข 8กก 8888 ราคา 28,100,000 บาท รองลงมา 1กก 1111 ราคา 25,000,000 บาท

และ ป้ายทะเบียนพิเศษ รวย 9999 ราคา 18,560,000 บาท และเป็นป้ายที่มีสถิติราคาสูงสุดในการประมูลป้ายทะเบียนพิเศษ

เปิดแผนลดต้นทุนปุ๋ยเคมีช่วยเกษตรกร ลดค่าใช้จ่ายแล้ว 244 ล้านบาท

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ผลการดำเนินการของศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ที่ได้เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีในการทำการเกษตรสำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเกษตรกรจำนวน 108,036 ราย จาก 394 ศูนย์ ใน 63 จังหวัด พื้นที่ 1.3 ล้านไร่ ได้รับประโยชน์ ปริมาณการใช้ปุ๋ยลดลง 59,047.37 ตัน คิดเป็น 49% 

ทั้งนี้สามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีเฉลี่ยในพืชเศรษฐกิจต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 36.91% คิดเป็นมูลค่ามากถึง 244 ล้านบาท และเพิ่มผลผลิตได้จริง โดยผลผลิตของเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10% ช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้น และเกิดการจ้างงานในธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน ประมาณ 2,600 คน 

เตือน!! ตรวจโควิดด้วย ATK ไม่ระวัง หากสาร Sodium Azide กระเด็นเข้าตา เสี่ยงตาบอด

เตือนตรวจ ATK ไม่ระวังโดนสาร Sodium Azide เข้าที่ดวงตา อาจทำให้ตาบอดได้ เผลอกินเข้าไปอาจอันตรายรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

วันที่ 7 เมษายน 2565 แฟนเพจ Anti-Fake News Center Thailand โพสต์ข้อความว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อความในสื่อออนไลน์ต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นตรวจ ATK ไม่ระวังเสี่ยงตาบอดหากโดนสาร Sodium Azide เข้าที่ดวงตา

ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง

จากข้อความทางสื่อออนไลน์ที่กล่าวว่า ประเด็นการใช้ ATK ต้องใช้อย่างระวัง ใน ATK มันมีส่วนผสมของ Sodium Azide เข้าใจว่าอยู่ในหลอดยาที่หยอด Sodium Azide โดนตาตาบอดได้ โดนผิวก็อาจระคายเคือง บางคนก็รุนแรง ถ้ากินเข้าไปอาจจะอันตรายรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิต ควรใช้แต่พอดี

โลกระทึก!! ศักราชใหม่แห่งยุคสงครามเย็นระดับเร็วเหนือเสียง เมื่อ 'สหรัฐฯ-อังกฤษ-ออสซี่' จับมือพัฒนาขีปนาวุธ Hypersonic

สมาชิกพันธมิตร 3 อ. หรือ AUKUS อันประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา-อังกฤษ-ออสเตรเลีย ได้ร่วมแถลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2565 ว่าจะจับมือกันพัฒนาขีปนาวุธ Hypersonic เพื่อติดตั้งในกองทัพเรือดำน้ำราชนาวีของออสเตรเลียภายในอีก 6 เดือนข้างหน้านี้

โดยผู้นำทั้ง 3 ประเทศได้อ้างว่าที่จำเป็นต้องเดินหน้ายกระดับแสนยานุภาพทางทหารของตนในย่านแปซิฟิก เนื่องจากกรณีรัสเซียบุกยูเครน ซึ่งได้เปิดตัวใช้ขีปนาวุธ Hypersonic โจมตียูเครนไปแล้วก่อนหน้านี้ ได้เปลี่ยนโฉมหน้าการใช้เทคโนโลยีด้านการทหารไปสู่อีกขั้นหนึ่ง

เมื่อเป็นเช่นนี้ พันธมิตร AUKUS ที่เป็นกลุ่มระดับมหาอำนาจของโลกคงยอมไม่ได้ จึงจำเป็นต้องมี Hypersonic กับเขาบ้าง เพื่อมาถ่วงดุลกัน

ข้ออ้างในการพัฒนาขีปนาวุธ Hypersonic ของสหรัฐฯ และ อังกฤษ นั้นพอเข้าใจได้ หากยกกรณีข้อพิพาทระหว่างรัสเซีย กับชาติพันธมิตรในตะวันตก

ว่าแต่...ออสเตรเลีย ประเทศในย่าน Down Under มาเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย??

แม้ในแถลงการณ์ร่วมของพันธมิตร 3 อ. ไม่ได้กล่าวออกมาตรงๆ แต่ทุกคนก็น่าจะรู้ว่าการที่ออสเตรเลียจำเป็นต้องติดขีปนาวุธ Hypersonic ไว้ลาดตระเวนแถวน่านน้ำแปซิฟิก ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับแถวทะเลบอลติกแม้แต่น้อยนั้น ก็เพื่อข่มแสนยานุภาพ

ของกองทัพจีนในน่านน้ำทะเลจีนใต้!!

เนื่องจากทางจีนเอง ก็เริ่มมีการทดสอบขีปนาวุธ Hypersonic ของตัวเองไปแล้วตั้งแต่ช่วงกลางปี 2021 ที่อ้างว่ามีความเร็วสูงถึง 5 มัค และตอนนี้ประกาศว่าได้พัฒนารุ่นที่ 2 เรียบร้อยแล้ว ซ้ำยังคุยข่มด้วยว่าใช้เทคโนโลยีล้ำหน้ากว่าใครใน 7 ย่านน้ำ แม้แต่กองทัพสหรัฐฯ อาจต้องใช้เวลาถึงปี 2025 ถึงจะตามได้ทัน

ทั้งนี้ฟากฝ่ายความมั่นคงสหรัฐฯ ได้เผยว่า จีนกำลังเพิ่มปริมาณหัวรบนิวเคลียร์ของตัวเองให้ได้ถึง 1,000 ลูกในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปีบวกกับเทคโนโลยี Hypersonic เข้าไปด้วย ซึ่งจะทำให้จีนเป็นประเทศมหาอำนาจด้านการทหารเบอร์ 1 ในย่านเอเชีย แม้ปริมาณหัวรบนิวเคลียร์จะน้อยกว่าที่สหรัฐฯ มีถึง 3 เท่า แต่ก็ถือเป็นภัยคุกคามที่สหรัฐฯ จะยอมปล่อยให้ขยายอิทธิพลมากไปกว่านี้ไม่ได้

แต่ใช่ว่าสหรัฐฯ จะไม่รู้ว่า จีน หรือ แม้แต่รัสเซีย ว่ามีความก้าวหน้าในเทคโนโลยีขีปนาวุธระดับไหน ดังจะเห็นได้ว่าทันทีที่มีข่าวรัสเซียยิงขีปนาวุธ Hypersonic รุ่น Kinzhal Missile ใส่คลังแสงของกองทัพยูเครนปุ๊บ ทางรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐก็ออกมาให้สัมภาษณ์ออกสื่อทันทีว่า ทางสหรัฐฯ ก็มีการทดสอบขีปนาวุธ Hypersonic ไปเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาแล้ว ที่มีความเร็วมากกว่า 5 มัค

แถมยังเกทับอีกว่า ขีปนาวุธรัสเซียนั้น 'กระจอก' เป็นแค่จรวดพิสัยใกล้ ไหนเลยจะเทียบรุ่นกับของเราได้ สเปกแน่น จัดเต็ม ความแม่นยำสูง แค่เราทดสอบเงียบๆ แบบไม่อยากบอกใครเท่านั้นเอง

และอันที่จริงแล้ว ฟากออสเตรเลีย หนึ่งในสมาชิก 5 Eyes ก็มีโครงการพัฒนาเทคโนโลยี Hypersonic ร่วมกับสหรัฐอเมริกามาตั้งนานแล้ว ก่อนจะจับมือตั้งเป็นพันธมิตร AUKUS ร่วมกันเสียอีก โดยใช้ชื่อโครงการว่า SCIFIRE (the Southern Cross Integrated Flight Research Experiment) มีเป้าหมายในการพัฒนาเครื่องยนต์ หัวยิง และขีปนาวุธ Hypersonic ให้ได้ความเร็วตั้งแต่ 5-8 มัค

ซึ่งเรื่องนี้น่าจะมีความเป็นไปได้อย่างมาก ถึงขนาดที่ออสเตรเลียยอมหักหน้า ทิ้งสัญญาเรือดำน้ำของฝรั่งเศสจนเป็นเหตุให้เคืองใจกันอย่างแรงระหว่าง เอมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส กับ สก็อต มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียอยู่พักใหญ่

ดังนั้นแผนการยกระดับการครอบครองขีปนาวุธ Hypersonic จึงน่าจะอยู่ในแผนระหว่างสหรัฐฯ กับ ออสเตรเลีย อยู่ก่อนแล้ว แม้จะไม่มีกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก็ตาม เพียงแต่ช่วงนี้ประเด็นรัสเซียกำลังร้อนๆ ออสเตรเลียก็เลยโบ้ยตามน้ำว่าเพราะรัสเซียเป็นเหตุ สังเกตได้ เท่านั้นเลยจริงๆ

‘หมอมนูญ’ เผยเคสน่าสนใจ ‘ผู้ป่วยติดโควิด’ ขณะเดียวกันยังเป็น ‘วัณโรคปอด’ ควบคู่ด้วย

หมอมนูญเผยเคสน่าสนใจผู้ป่วยติดโควิดพร้อมกับเป็นวัณโรค ตรวจพบผลเป็นบวกก่อนจะทราบภายหลังเป็นโรคอื่นด้วย

วันนี้ (7 เม.ย. 65) นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความระบุว่า ผู้ป่วยโรคโควิด-19 บางคนติดเชื้อโรคทางเดินหายใจอีก 1 โรคในเวลาเดียวกัน

ผู้ป่วยชายอายุ 75 ปี ปกติแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว ไม่มียาประจำ ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็มและเข็มกระตุ้นไฟเซอร์ 1 เข็ม

วันที่ 19 มีนาคม 2565 เริ่มมีไข้ต่ำๆ ไอ เสมหะสีขาว ไม่เบื่ออาหาร น้ำหนักไม่ลด ตรวจ ATK ที่บ้านวันที่ 20 มีนาคมให้ผลบวก ไปโรงพยาบาลใกล้บ้านตรวจ RT-PCR ยืนยันติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่นั่นให้ยาฟาวิพิราเวียร์กิน 10 วัน ยังไอต่อเนื่อง และมีเสมหะ โรงพยาบาลใกล้บ้านแนะนำให้หาแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินหายใจ

'จนท.มอสโก' แฉ!! สหรัฐฯ ห้ามพันธมิตรยุโรปซื้อ ‘น้ำมัน’ รัสเซีย แต่นำเข้าเพิ่มเอง 43% พร้อมขายต่อให้ยุโรปในราคาสูง

ในขณะที่สหรัฐฯ กดดันชาติพันธมิตรตะวันตกให้เลิกซื้อน้ำมันจากรัสเซียเพื่อตอบโต้การส่งทหารรุกรานยูเครน มีข้อมูลจากฝั่งมอสโกว่า อเมริกาเองกลับมีการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพิ่มขึ้นถึง 43% ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ขึ้นมาทันทีว่า อเมริกากำลังแสวงหาประโยชน์ใส่ตัวโดยแลกกับความลำบากเดือดร้อนของชาติยุโรปหรือไม่?

หนังสือพิมพ์โกลบอลไทม์สของจีนอ้างข้อมูลจาก มิคาอิล โปปอฟ (Mikhail Popov) รองเลขาธิการสภาความมั่นคงรัสเซีย ซึ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อแดนหมีขาวเมื่อวันอาทิตย์ (3 เม.ย.) ว่า สหรัฐฯ นำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียเพิ่มขึ้น 43% หรือประมาณ 100,000 บาร์เรลต่อวันในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดย โปปอฟ ยังฝากไปถึงชาติยุโรปด้วยว่าพวกเขาอาจได้เห็นสหรัฐฯ ทำสิ่งที่ “น่าประหลาดใจ” เช่นนี้อีก

“ยิ่งไปกว่านั้น วอชิงตันยังอนุญาตให้บริษัทของพวกเขาส่งออกปุ๋ยแร่ (mineral fertilizers) จากรัสเซีย โดยให้เหตุผลว่ามันคือสินค้าจำเป็น” โปปอฟ กล่าว

สหรัฐฯ และพันธมิตรยุโรปพยายามหาวิธีที่จะหยุดนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียหลังเกิดสงครามในยูเครน แม้ว่ายุโรปจะต้องพึ่งพาทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียอย่างมากก็ตาม

หลายชาติในยุโรปเผชิญแรงกดดันทั้งจากสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรให้ต้องแบนน้ำมันรัสเซีย โดยอังกฤษเองประกาศว่าจะหยุดนำเข้าน้ำมันรัสเซีย 100% ภายในสิ้นปีนี้

ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ก็ขีดเส้นตายสำหรับการยุติสัญญาสั่งซื้อน้ำมันและถ่านหินจากรัสเซียไม่เกินวันที่ 22 เม.ย.

ชุย เหิง (Cui Heng) ผู้ช่วยนักวิจัยจากศูนย์เพื่อรัสเซียศึกษาแห่ง East China Normal University ให้ความเห็นกับโกลบอลไทม์สว่า นโยบายที่สหรัฐฯ มีต่อรัสเซียตั้งอยู่บนพื้นฐาน 2 อย่าง ได้แก่ 

1.) การชูแนวคิดเสรีนิยม (liberalism) เพื่อต่อต้านระบอบการเมืองและค่านิยมโดยรวมของรัสเซีย 
และ 2.) ยึดหลักปฏิบัตินิยม (pragmatism) เพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เอง

“ด้วยความจำเป็นที่จะต้องต่อต้านรัสเซียในเชิงค่านิยม สหรัฐฯ จึงพยายามโน้มน้าวชาติพันธมิตรให้คว่ำบาตรรัสเซีย แต่อีกด้านหนึ่งสหรัฐฯ ก็ได้ซื้อพลังงานจากรัสเซียในราคาที่ถูกลง แล้วนำไปขายต่อให้ยุโรปในราคาสูง ซึ่งช่วยให้กลุ่มธุรกิจพลังงานของสหรัฐฯ เองได้ประโยชน์ ท้ายที่สุดเหยื่อตัวจริงก็คือยุโรป ความมั่งคั่งของยุโรปจะไหลไปสู่มือสหรัฐฯ และทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐยิ่งได้เปรียบยูโรมากขึ้น” ชุย ให้ความเห็น

กำเนิด ‘ถนนสาธุประดิษฐ์’ ความเจริญจากมือ ‘ชาวสวน’ นาม ‘ต่วน สาธุ’ 

ถนนสาธุประดิษฐ์
สร้างปี พ.ศ. 2468 ริเริ่มโดย ชาวสวนในพื้นที่ ชื่อนายต่วน สาธุ
อันเป็นที่มาของชื่อ ถนนสาธุประดิษฐ์

เปิดพื้นที่สวนผลไม้ตาบอดอันกว้างใหญ่จากริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ผ่านตรอกจันทน์ สะพานสี่ สาม สอง หนึ่ง และปากตรอกจันทน์
ออกสู่ถนนเจริญกรุง 

ขณะเดียวกัน ก็เปิดพื้นที่ใหม่ให้คนจีนจากย่านเจริญกรุง เยาวราช ขยับขยาย เข้าสู่ตรอกจันทน์และสาธุประดิษฐ์

ตรอกจันทน์เป็นย่านสวนผลไม้ มีคลองจำนวนมาก เรียกพื้นที่ตามสะพานข้ามคลอง สะพานหนึ่งถึงสะพานห้า

แตกต่างกับพระนครส่วนอื่นที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา

Good Morning THE STATES TIMES | ประจำวันที่ 7 เมษายน 2565

เช้านี้มีอะไรอัปเดต!!
#GoodMorningTHESTATESTIMES
ประจำวันที่ 7 เมษายน 2565

พบกับประเด็นข่าวน่าลิงก์ Good Morning THE STATES TIMES
ข่าวยามเช้าที่จะมาสแตนบาย ทุกวันอังคาร-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 5.00 น. เป็นต้นไป
โดย ปริม-กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา

.

.

กลุ่มแฮกเกอร์ Anonymous ประกาศโจมตีรัสเซีย ปล่อยข้อมูลส่วนตัว 'ทหาร 1.2 แสนนาย' ที่รุกรานยูเครน

กลุ่มแฮกเกอร์ซึ่งใช้ชื่อ “แอนโนนิมัส” (Anonymous) ออกมาโวผลงานเจาะเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของทางการรัสเซีย และนำข้อมูลส่วนตัวของทหาร 120,000 นายออกมาเผยแพร่ โดยอ้างว่าทำไปเพื่อแก้แค้นปฏิบัติการรุกรานยูเครน

“ทหารรัสเซียทุกนายที่ร่วมบุกยูเครนควรถูกนำตัวขึ้นศาลอาชญากรรมสงคราม” Anonymous ประกาศผ่านทวิตเตอร์

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเปิดเผยมีทั้งวันเดือนปีเกิด ที่อยู่ เลขที่หนังสือเดินทาง และกรมกองที่ทหารเหล่านี้สังกัดอยู่

อาชญากรไซเบอร์กลุ่มนี้ระบุด้วยว่า คงต้องใช้เวลา “อีกสักพัก” กว่าสังคมจะยอมอภัยให้แก่ความโหดร้ายที่รัสเซียกระทำต่อยูเครนตามใบสั่งของวลาดิมีร์ ปูติน

แม้ Anonymous จะประกาศเรื่องการแฮกข้อมูลทหารรัสเซียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (3 เม.ษ.) แต่ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือน มี.ค. และถูกเปิดเผยผ่านสำนักข่าว Pravda ของยูเครนตั้งแต่ช่วงวันแรกๆ ที่รัสเซียเปิดฉากรุกรานทางทหาร

ตำรวจ PCT เตือนภัย มุกตำรวจปลอม แก็งคอลเซ็นเตอร์ 

วันนี้ 6 เมษายน 2565 PCT POLICE ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ได้ปล่อยภาพ อินโฟกราฟิก เตือนภัยแก็งคอลเซ็นเตอร์ ที่ระบาดหนักในสังคมเวลานี้ ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดย มี 4 ขั้นตอน 

1.) มิจฉาชีพโทรมาและอ้างเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ 
2.) จะหลอกให้ทำการ Add line เพื่อเปิดกล้องคุย เพื่อให้เหยื่อลงเชื่อว่ากำลังพูดคุยกับเจ้าหน้าที่อยู่ 
3.) หลอกว่าเหยื่อพัวพันกับการกระทำผิดกฎหมายขอข้อมูลเพื่อทำการตรวจสอบ 
4.) หลอกให้เหยื่อโอนเงินมาเพื่อจะทำการตรวจสอบแต่พอโอนมาแล้วก็หนีหาย  

'อดีตหัวหน้าศรภ.' ย้อนอดีต คำพูด 'คอมมิวนิสต์โซเวียต' ถึงสถาบันมหากษัตริย์ไทย 'ความเมตตา-พัฒนา' ที่พระเจ้าซาร์ฯ ๒ ยากจะเทียบเคียง

พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า...

รัสเซีย นั้นมองประเทศไทยในทางที่ดีตลอดมาแม้จะไม่มีผลประโยชน์ ที่จะได้จากไทยเลย

อนึ่งผมเขียนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ เดือนมกราคม 2555 แสดงว่า ...

แม้รัสเซียจะมีความเชื่อคนละอย่างกับ ไทย และ ไทย ยังอยู่ฝ่ายสหรัฐฯ มาตลอด แต่ทั้งรัสเซีย และ จีนแดง ก็ให้ความเคารพต่อองค์พระมหากษัตริย์ของไทยตลอดมา

พล.ท.นันทเดช เล่าว่า เมื่อเกิดความแตกแยกทางด้านความคิดกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในขั้นรุนแรงขึ้น 'เทิดภูมิ ใจดี' และพรรคพวกกลุ่มหนึ่งก็หลบหนีจากฐานที่มั่นในไทย ไปพึ่งพาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศลาว จนถูกส่งไปศึกษาเพิ่มเติมที่ ลาว, เวียดนาม, จีน และรัสเซีย ทำให้ เทิดภูมิฯ เห็นข้อผิดพลาดของ พคท. มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวกับ “สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย” 

ที่รัสเซีย >> หลังจากฟังคำบรรยายของคณะกรรมการกลางบริหารพรรคคอมมิวนิสต์โซเวียตถึงนโยบายพรรคและความเลวร้ายของพระเจ้าซาร์ฯ จบลงแล้ว ทางฝ่ายพรรคคอมมิวนิสต์ไทย จึงได้เสนออุปสรรคและปัญหาของการปฏิวัติในไทยให้ทางรัสเซียได้ทราบบ้าง ซึ่งสรุปถึงปัญหาหลักๆ ที่เป็นอุปสรรคสำคัญ ๒ ประการ คือ...

๑. ศาสนาพุทธครอบงำสังคมไทย มีพระ เณรอยู่ทุกหมู่บ้าน ทำให้ประชาชนไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง การปฏิวัติจึงพัฒนาไม่ได้

๒. สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันที่มีอุปสรรคมากที่สุดต่อการปฏิวัติในประเทศไทย ประชาชนเชื่อถือและศรัทธามาก เสมือนหนึ่งว่า ประเทศไทยจะขาดสถาบันฯ ไม่ได้

‘นาโต’ เล็งกระชับความร่วมมือกับเอเชีย รับมือความท้าทายจาก ‘พญามังกร’

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่า เย็นส์ สต็อลเตินบาร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) เปิดเผยว่า NATO วางแผนที่จะกระชับความร่วมมือกับพันธมิตรในเอเชียเพื่อตอบสนองต่อ "ความท้าทายด้านความมั่นคง" ที่เพิ่มขึ้นจากประเทศจีน โดยระบุว่าวิกฤตความมั่นคงในปัจจุบันจะมีผลกระทบระดับโลก

สต็อลเตินบาร์กมุ่งมั่นที่จะให้ NATO กระชับความร่วมมือกับพันธมิตรในเอเชียแปซิฟิกในด้านต่างๆ อาทิ การควบคุมอาวุธ ไซเบอร์ และเทคโนโลยี

จงอยู่ยงคู่ฟ้าดิน!! 'เทพมนตรี' ย้อนประวัติศาสตร์ 240 ปี 'ราชวงศ์จักรี' กับพระราชกรณียกิจนานัปการ - อย่าหลงเชื่อพวกล้มเจ้า

'เทพมนตรี' ย้อนประวัติศาสตร์ 240 ปี พระเจ้าอยู่ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงทำพระราชกรณียกิจนานัปการ จึงไม่สมควรทำตัวเนรคุณแผ่นดิน อย่าหลงเชื่อพวกล้มเจ้าที่มีนักการเมืองผู้เคียดแค้นทรยศต่อแผ่นดินเป็นแกนนำ

6 เม.ย. 65 - นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาว่า

บรมราชจักรีวงศ์
จักรีพระสี่กร เราเกิดในราชวงศ์จักรี
ร่วมกันรักษาชาติบ้านเมือง

ตลอดระยะเวลาจาก พ.ศ. 2325-2565 รวม 240 ปี พระเจ้าอยู่ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงทำพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการด้วยความรัก ความมั่งคงสถาพรต่อแผ่นดินไทย ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่พระเจ้าอยู่หัว 10 รัชกาลทรงดำรงความเป็นไทยมาถึงทุกวันนี้ มรสุมน้อยใหญ่ที่ถลาโถมเข้ามาหลายระลอก ตั้งแต่พระเจ้าอยู่หัวในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จนถึงในระบอบประชาธิปไตย ทรงต้องตรากตรำทำงานหนักและบางสมัยต้องทนทุกข์ทรมานโทมนัสน้อยพระทัย แต่ด้วยพระปรีชาสามารถ ความขันติมานะและความสมัครสมานสามัคคีของบรรพบุรุษไทยอันเป็นองคาพยพสำคัญ ประกอบไปด้วยความประนีประนอม ความรัก ความมีเมตตาต่อกัน เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง จึงทำให้เรายังคงความเป็นเอกราชมาจนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้ในระยะหลังนี้จะมีนักวิชาการผู้ประเสริฐปัญญาหลายคนจะไม่เห็นด้วยในเรื่องการมีเอกราชและตีความว่าเป็นการปลูกฝังค่านิยมและชาตินิยมที่ผิดๆ ของคนในศตวรรษที่แล้ว

ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ที่มีใจเป็นธรรมย่อมต้องเข้าใจในเรื่องบริบททางสังคม วัฒนธรรมของแต่ละยุคกับความจำเป็นในเรื่องความมั่นคงหลายประการ การคลั่งไคล้ความแตกต่างของนักวิชาการผู้ประเสริฐปัญญาเหล่านั้นได้สร้างประดิษฐ์วาทกรรมออกมาเหน็บแนมบ่อยครั้งตั้งแต่ช่วงปลายแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 หรืออาจจะนับว่าตั้งแต่ทักษิณขึ้นมามีอำนาจและการหนีคดีหัวซุกหัวซุนออกนอกประเทศไป

เขาฝากประโยคเด็ดๆ ไว้มากมาย นับตั้งแต่ให้พระเจ้าอยู่หัวมากระซิบที่หูเขาๆ จะลาออกจากนายกรัฐมนตรี ไปจนถึง “ถ้าผมไม่มีความสุข สังคมไทยก็อย่าหวังจะมีความสุข”

จากปี 2549 มาจนถึงปัจจุบัน เขายังคงดำเนินการทุกสิ่งทุกอย่างตามคำอาฆาตมาดร้ายที่เขาได้เปล่งวาจาไว้ซึ่งข้าพเจ้าเองก็ไม่รู้ว่า ความสุข ในความหมายนั้นจะหมายถึงใคร ข้อนี้ผู้อ่านซึ่งมีสติปัญญาย่อมรู้และเข้าใจได้ง่าย

ถ้าข้าพเจ้าเกิดในสมัยอยุธยา ธนบุรี หรือตอนต้นรัตนโกสินทร์ ข้าพเจ้าจะตีค่าความเป็นคนของเขาว่า “อ้ายกบฏผีบุญ”

ทุกคนในปัจจุบันนี้เกิดในแผ่นดินพระบรมราชวงศ์จักรีทุกคน ไม่มีใครเกิดในแผ่นดินอยุธยาหรือธนบุรี เพราะถ้าใครอ้างตัวว่าเคยเกิดทันนั้นก็หมายความว่า เป็นชาติที่แล้ว แต่ความหมายของข้าพเจ้าคือคนที่เกิดในชาตินี้

ชาตินี้ชีวิตนี้ของเราเกิดในพระบรมราชจักรีวงศ์ พ่อแม่ปู่ย่าตายายลูกหลานล้วนแล้วเกิด เติบโต ทำกิน แก่เฒ่า และตายในแผ่นดินนี้ อุดมการณ์ใดๆ ก็ไม่อาจฝ่าฝืนสัจธรรมความจริงข้อนี้ไปได้

เราจึงไม่สมควรทำตัวเนรคุณแผ่นดินและพระบรมราชจักรีวงศ์ นี่ก็ไม่ใช่การบังคับ แต่ถ้าพิจารณาอย่างประณีตก็จะเห็นแจ่มแจ้ง

กระแส-สภาพการณ์ อุดมการณ์ที่อ้างประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพทั้งปวงไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนมากมายปานนี้ อ้างกันแบบมั่วๆ ปราศจากองค์รวมอันเป็นองค์ประกอบคู่กันนั่นคือ “หน้าที่”

สิทธิเสรีภาพหน้าที่ เมื่อใช้แล้วต้องตระหนักว่ามาคู่กันไป

การเลือกใช้แต่สิทธิเสรีภาพเช่นที่ว่านี้มันจึงมีความหมายว่าไม่เข้าใจในระบอบประชาธิปไตย หรือเลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือมีความเข้าใจดีแต่งดเว้นไว้ พูดแค่ครึ่งเดียวละเว้นหน้าที่เพื่อหวังผลอะไรบางอย่าง

เมื่อเราเป็นคนไทย เราควรปฏิบัติตัวเช่นไร ผู้มีสติปัญญาย่อมควรทราบ ยิ่งพวกแก่กว่าข้าพเจ้าหรือเริ่มปัจฉิมวัยควรมีความเข้าใจอย่างสร้างสรรค์

ช่วยกันมองประเทศไทยและพระบรมราชจักรีวงศ์ให้กว้างและลึก ลองคิดดูเล่นๆ ถ้าประเทศนี้มีแต่นักการเมืองขึ้นมาบริหารประเทศมันจะเป็นอย่างไร คิดไปก็น่ากลัว

จะคิดแบบวิชาการก็น่ากลัวสังคมไทยที่มีจิตกุศล วัฒนธรรมไทยอันอยู่ในสายเลือดมันคงจบสิ้น

ตำรวจ นำหมายศาลบุกรวบ ‘เจ้าของมังกรฟ้า’ ข้อหาฉ้อโกงปชช. - มีความผิดตามพ.ร.บ.คอมฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจ ปราบปรามการขายสลากเกินราคา เข้าจับกุมบริษัทมังกรฟ้า สำนักงานใหญ่ ในช่วงบ่ายของวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา พร้อมกับยึดสลากกว่า 1.8 ล้านฉบับ เพื่อทำการตรวจสอบนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 08.10 น. วันที่ 6 เม.ย. 65 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจ ปราบปรามการขายสลากเกินราคา พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ ได้นำหมายจับ และหมายค้น ศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าจับกุมนายพชรล์ หรือ ‘เสี่ยแทมป์’ เมสสิยาห์พร อายุ 30 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท มังกรฟ้า ล็อตเตอรี่ จำกัด ภายในบ้านพักหรู ย่านถนนราชพฤกษ์

ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง ได้กดกริ่งบริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว โดยมีนายพชรล์ หรือ ‘เสี่ยแทมป์’ ออกมาพบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้แสดงตน และอ่านหมายจับและหมายค้น ที่ออกโดยศาลจังหวัดนนทบุรี ให้รับทราบ อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ่านหมายเสร็จสิ้น นายพชรล์ หรือ ‘เสี่ยแทมป์’ ได้พูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งระบุว่า จะขอรอทนายความให้เดินทางเข้ามาพบเสียก่อน เพื่อตรวจสอบหมายดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง

ซึ่งก่อนหน้านี้นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี หรือแรมโบ้อีสาน พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. นำกำลังเข้าตรวจค้น บริษัทแห่งนี้มาแล้ว จนวันนี้ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับนายพชรล์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top