Sunday, 28 June 2026
NEWS FEED

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิธีเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566

วันที่ 26 ก.ย.66 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการ และผู้ที่เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล (Early Retire) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจเข้าร่วมพิธีฯ ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งมีรายละเอียดการจัดงาน ดังนี้

• เวลา 15.00 น. พิธีมอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจผู้ที่เกษียณอายุราชการ  
ณ ห้องประชุมเตมียะเวส ชั้น 1 อาคารกองบัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
• เวลา 17.00 น. พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจ, พิธีวางพานพุ่มสักการะ และ

พิธีถวายราชสักการะ
จุดที่ 1 หลวงพ่อนาค (ณ ห้องสามพราน)
จุดที่ 2 เจ้าพ่อสามพราน (ณ ศาลเจ้าพ่อสามพราน)
จุดที่ 3 พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 (ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5)
จุดที่ 4 พระบรมรูป รัชกาลที่ 9 (ณ ศาลาประดิษฐานพระบรมรูป รัชกาลที่ 9)

• เวลา 17.50 น. พิธีเปิดห้องเรียนคอมพิวเตอร์ อนุสรณ์ 122 ปี โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 100 ปี 
• เวลา 18.15 น. พิธีสวนสนามและพิธีเชิญธงพิทักษ์สันติราษฎร์ลงจากยอดเสา ณ ลานฝึกศรียานนท์
•เวลา 21.00 น. พิธีส่งแถวผู้เกษียณอายุราชการ

‘บิ๊กก้อง’ ยัน!! บชก.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง-เชื่อมโยงคดีใดๆ กรณีชุดคอมมานโดบุกค้นบ้าน ‘บิ๊กโจ๊ก’ พร้อมอาวุธครบมือ

(26 ก.ย. 66) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท./โฆษก บช.ก. พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.5 บก.ป. และ พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. ร่วมแถลงความคืบหน้าคดี ลูกน้องคนสนิทของ กำนันนก ก่อเหตุยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. เสียชีวิต

ทั้งนี้ พล.ต.ท.จิรภพ ได้ตอบถึงกรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ถูกตรวจค้นบ้านพัก รวมถึงนายตำรวจใกล้ชิดถูกดำเนินคดีอาจมีส่วนเชื่อมโยงจากคดีกำนันนกหรือไม่นั้น พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า คดีนี้ บชก.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทางใดตั้งแต่เริ่มต้น และไม่มีความเกี่ยวข้องกัน หรือเชื่อมโยงกันแต่อย่างใด หลังจากนี้ก็ยังจะสามารถทำงานร่วมกันได้ไม่มีผลอะไรเปลี่ยนแปลง

ส่วนกรณีภาพบันทึกการตรวจค้นบ้านพักของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ปรากฎชุดปฏิบัติการพิเศษคอมมานโด ลงพื้นที่ปฏิบัติการพร้อมด้วยอาวุธครบมือนั้น แม้หน่วยคอมมานโดจะอยู่ใต้สังกัดของ บชก. ส่วนในทางปฏิบัติก็จะรับงานตรงกับ สตช.สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ ตนพอรับทราบอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ทราบรายละเอียดอะไรเลย

‘ไทยสมายล์บัส’ พร้อมรับผิดชอบเต็มที่ จากอุบัติเหตุบนถนนพระราม 2 หลังคนขับยอมรับพักผ่อนน้อย-เหยียบเบรกพลาด ทำให้ชนยับนับ 10 คัน

(26 ก.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีรถเมล์ไฟฟ้าสาย 558 วิ่งระหว่างการเคหะพระราม 2-สุวรรณภูมิ ของบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด พุ่งชนท้ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์กว่า 10 คัน มีผู้บาดเจ็บ 18 ราย เหตุเกิดช่วงเช้านี้ ช่องทางคู่ขนาน ถนนพระราม 2 ซอย 4 (ฝั่งขาเข้า) แขวงและเขตจอมทอง มุ่งหน้าแยกบางปะแก้ว เบื้องต้น คนขับอ้างว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้พยายามเบรกแล้วแต่เบรกไม่ทำงาน ทำให้รถพุ่งชนดังกล่าว

ล่าสุด บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ออกจดหมายชี้แจง พร้อมขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า บริษัทจะรับผิดชอบค่าเสียหายและดูแลผู้บาดเจ็บทุกรายอย่างเต็มที่ เบื้องต้นได้ส่งทีมตรวจสอบที่เกิดเหตุตั้งแต่ช่วงเช้า พบว่ารถบัสโดยสารพลังงานไฟฟ้า สาย S7 เบอร์ 11 ของอู่เคหะธนบุรี ระบบของรถบัสโดยสารพลังงานไฟฟ้าไม่มีความผิดปกติใดๆ ทั้งเรื่องระบบไฟฟ้าและระบบควบคุมการเบรก

จึงยืนยันว่า สาเหตุของการชนครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของระบบตัวรถบัสโดยสารพลังงานไฟฟ้า ซึ่งตามขั้นตอนปกติก่อนเดินรถในทุกวันทุกอู่จะทำการตรวจสอบความพร้อมของรถอย่างสม่ำเสมอ

ขณะเดียวกัน บริษัทได้สอบสวนพนักงานขับรถเป็นที่เรียบร้อย พนักงานขับรถยอมรับว่าตนเองพักผ่อนน้อยและเผลอเหม่อลอยชั่วขณะ เมื่อรถเคลื่อนตัวไปจึงเกิดอาการตกใจ เมื่อตั้งใจจะเหยียบเบรกรถกลับไปเหยียบคันเร่งแทน ทำให้ความเร็วของรถพุ่งตัวไปจนตัวรถเสียการควบคุมไปชั่วขณะ

ส่วนมาตรการของบริษัทจะดำเนินการลงโทษพนักงานขับรถตามมาตรการขั้นสูงสุด พร้อมกำชับแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต บริษัทขออภัยกับผู้บาดเจ็บและครอบครัวทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

'ดร.สุวินัย' ยกกรณี 'บ้านบิ๊กโจ๊ก-เว็บพนันออนไลน์-หมิ่น 112' ฉากทัศน์พิฆาตมาเฟียทุกวงการอย่างเด็ดขาด กำลังเกิด!!

(26 ก.ย.66) ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Suvinai Pornavalai' ระบุว่า...

ความจริงที่มีหนึ่งเดียว เรื่องบ้าน ‘บิ๊กโจ๊ก’ กับคดีเว็บพนันออนไลน์

เวลาอ่านข่าว อย่าอ่านตามตรรกะหรือวาทกรรมที่มีใครบางคนต้องการให้คนอ่านเชื่อตามนั้น เพื่อจูงจมูกคนอ่านให้เชื่อใน ‘บทสรุป’ ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว

สิ่งที่คนอ่านควรทำคือ หาข้อเท็จจริงที่เป็น ‘ความจริงที่มีหนึ่งเดียว’ ออกมา โดยยังไม่รีบด่วนสรุปอะไรทั้งสิ้น

(1) บ้าน ‘บิ๊กโจ๊ก’ ทั้ง 5 หลัง ความจริงเจ้าของบ้าน 3 หลัง คือเสี่ยแต๋ม คนดังจังหวัดอุดรธานี ส่วนอีก 2 หลังเป็นของภรรยาเสี่ยแต๋ม…สรุปก็คือเป็นของเสี่ยแต๋มและภรรยา ที่ ‘อุปถัมภ์’ บิ๊กโจ๊กกับลูกน้อง โดยให้พักพิงแทบจะฟรี

(2) เพราะบ้านทั้ง 5 หลังนี้มีการจ่ายค่าไฟโดยใช้บัญชีม้าของมินนี่ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีเว็บพนันออนไลน์ โดยที่บัญชีม้าคือ นายครรชิต ที่เป็นผู้ที่มีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมากกว่า 5 คดี

(3) ความจริงก็คือ บิ๊กโจ๊กพำนักอยู่ในบ้านที่มีชื่อเจ้าของเป็นคนอื่น แต่ทำตัวราวกับเป็นเจ้าของบ้านหลังนั้น

(4) มีภาพที่บิ๊กโจ๊กถ่ายภาพกับมินนี่ แต่ไม่ชัดเจนว่าบิ๊กโจ๊กรู้จักมินนี่หรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ลูกน้องคนสนิทของบิ๊กโจ๊กคนหนึ่งสนิทสนมกับมินนี่แน่นอน

(5) พ.ต.อ.เขมรินทร์ ลูกน้องบิ๊กโจ๊ก ผู้ที่ถูกออกหมายจับ มีการซื้อพระจากต้อม นครสวรรค์ ด้วยเงินจำนวนมาก ลักษณะเหมือนการฟอกเงิน โดยเอาเงินจากเครือข่ายมินนี่เข้าไปซื้อพระ โดยที่ต้อม นครสวรรค์ เกี่ยวข้องกับนายเป้ ผู้ต้องหาเว็บพนันออนไลน์ที่อ้างว่าถูกผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เรียกเงิน 140 ล้านบาท 

(6) มินนี่ทำเว็บพนันตั้งแต่ปี 2560 ดูจากหน้าตาและอายุ มินนี่น่าจะเป็นแค่หุ่นเชิดของขาใหญ่ในวงการสีเทามากกว่า โดยมีลูกน้องบิ๊กโจ๊กเข้าไปเกี่ยวข้องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

 (7) ผู้ต้องหาแถวสองแถวสามที่จะตำรวจถูกดำเนินคดีเว็บพนันออนไลน์ แบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม คือกลุ่มตำรวจ กลุ่มนักข่าว กลุ่มพลเรือน และกลุ่มนักกฎหมาย

ขอแถมข่าวอีกเรื่อง ที่ดูเผิน ๆ เหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน

"ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทยได้ให้สัมภาษณ์เนชั่นว่า จะเพิ่มให้พวก 112 หรือหมิ่นสถาบันในประเภทที่ 17 เป็นผู้มีอิทธิพลที่จะต้องปราบปรามอย่างเด็ดขาดไปด้วย ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงมีการจัดทำบัญชีดำแกนนำที่มีอิทธิพลในสื่อและแกนนำม๊อบต่อต้านรัฐบาลและหมิ่นสถาบันรวมถึงนักการเมืองพรรคก้าวไกลอีกด้วย"

หากมองป่าทั้งป่า เราจะเห็นภาพกว้างเรื่อง ‘การปราบปรามผู้มีอิทธิพลทุกวงการอย่างเด็ดขาด’ ที่น่าจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ โดยที่การปราบปรามผู้มีอิทธิพลในวงการเว็บพนันออนไลน์เป็นแค่หนึ่งในนั้นเท่านั้น

จงจับตาเรื่อง ‘การปราบปรามผู้มีอิทธิพลทุกวงการ’ หลังจากนี้ให้ดีเถิด

‘ครม.’ ประกาศให้ 13 ตุลาคม เป็นวัน ‘นวมินทรมหาราช’ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9

(26 ก.ย.66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานชื่อวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยให้วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวัน ‘นวมินทรมหาราช’ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้า ล้นกระหม่อมแก่อาณาประชาราษฎร์ ตลอดรัชสมัยของพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อความวิวัฒน์พัฒนาของบ้านเมือง เป็นคุณประโยชน์อเนกอนันต์ และยังความผาสุก ร่มเย็นแก่ผองพสกนิกรชาวไทย พระเกียรติคุณเป็นที่แซ่ซ้องก้องประจักรทั้งแก่ปวงชนชาวไทยและนานาอารยประเทศ แม้การเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จะล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบัน แต่พสกนิกรทุกหมู่เหล่ายังล้วนคำนึง ซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างไม่รู้ลืมเลือน 

นายชัย กล่าวว่า วันที่ 13 ตุลาคม 2566 เป็นวันแห่งการเสด็จสวรรคตครบ 7 ปี หรือ ‘สัตตมวรรษ’ ดังนั้นเพื่อให้วันคล้ายวันสวรรคต เป็นวันแห่งการร่วมรำลึก และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แห่งพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีคุณูปการอันยิ่งใหญ่แก่แผ่นดิน การนี้รัฐบาลจึงได้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย ซึ่งทรงพระราชกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ชื่อวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ว่าวัน ‘นวมินทรมหาราช’ ตามที่รัฐบาลได้ขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ จึงเห็นสมควรกำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันนวมินทรมหาราช นับตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2566 เป็นต้นไป

‘กองทุนดีอี’ โชว์ผลสำเร็จโครงการโดรนสำรวจพื้นที่ป่า เตรียมใช้ข้อมูลเพิ่มศักยภาพดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

‘กองทุนดีอี’ โชว์ผลสำเร็จโครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลังสำรวจครบ 11 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เตรียมนำข้อมูลช่วยดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

สถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน มีการบุกรุกทำลายก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน และทรัพยากรป่าไม้โดยการออกนโยบายต่าง ๆ เพื่อสงวน และอนุรักษ์ป่าไม้มาโดยตลอด แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งปัญหาอีกประการด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยีในการจัดทำภาพถ่ายทางอากาศซึ่งในอดีตไม่สามารถแสดงผลข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศความละเอียดสูง เพื่อกำหนดขอบเขตของพื้นที่ป่าอย่างชัดเจน หรือติดตามสถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างละเอียด อีกทั้งยังไม่มีการประยุกต์ใช้ข้อมูลเพื่อจัดการด้านภัยธรรมชาติ เช่น ไฟป่า น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่ม เนื่องจากมีข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยี

กองการบิน สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอโครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อจัดทำภาพถ่ายทางอากาศและการบินลาดตระเวนทางอากาศ ด้วยอากาศยานไร้คนขับ ในการสนับสนุนภารกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการติดตามสถานการณ์ไฟป่าและน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงเพื่อพัฒนาระบบจัดเก็บ แลกเปลี่ยน และแสดงผลข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศความละเอียดสูงสำหรับสนับสนุนการจัดการพื้นที่ทำกิน ให้บริการแก่ประชาชนและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และแสดงผลข้อมูลสถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสถานการณ์ด้านไฟป่าและน้ำป่าไหลหลากในรูปแบบ real time บน web map service และ mobile application และเพื่อพัฒนาระบบติดตามและเฝ้าระวังพื้นที่ป่าและป่าอนุรักษ์ รวมทั้งพื้นที่ชุมชนที่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่า และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยอากาศยานไร้คนขับในรูปแบบขึ้นลงทางดิ่ง (vertical takeoff and landing, VTOL) สำหรับการลาดตระเวนทางอากาศและการสำรวจจัดทำภาพถ่ายทางอากาศ 

โครงการดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปีงบประมาณ 2564 โดยเป้าหมายของโครงการนี้เพื่อใช้อากาศยานไร้คนขับสำหรับงานลาดตระเวน ติดตามสถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการบุกรุกทำลายและสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ต่ำกว่า 9 ล้านไร่ อีกทั้งยังเป็นฐานข้อมูลเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนที่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่า และป่าอนุรักษ์ ด้านการจัดพื้นที่ทำกิน การใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงการจัดการด้านภัยธรรมชาติ เช่นไฟป่า น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่ม และเป็นการเสริมศักยภาพในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากเดิมที่ใช้อากาศยานเป็นอุปกรณ์หลักเพียงอย่างเดียว ให้มีอุปกรณ์เสริมช่วยลดความเสี่ยง และสามารถเข้าพื้นที่ได้รวดเร็ว ครอบคลุมมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาช่องทางให้บริการข้อมูลที่จำเป็นแก่ประชาชน และหน่วยงานภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ข้อมูลภาพถ่ายความละเอียดสูงแบบหลายช่วงคลื่น ประกอบภาพถ่ายสีธรรมชาติ ข้อมูลสภาพภูมิประเทศแบบสามมิติ วิดีโอในรูปแบบ real time เป็นต้น ในการสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและประชาชน

สรุปผลการดำเนินงาน โครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีอากาศยานไร้คนขับ จำนวนทั้งสิ้น 14  ลำ โดยมีพื้นที่เป้าหมายดำเนินการใน 11 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพื้นที่ส่วนกลางในกรุงเทพมหานคร 

ปัจจุบันได้มีการทดสอบการใช้งานจริงในพื้นที่เป้าหมายที่กำหนดซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าเขา พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ ไฟป่า และพื้นป่าที่มีประชาชนอยู่อาศัยทำกิน โดยกำหนดเป็นภารกิจการบินสำหรับการจัดทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ การบินลาดตระเวนพื้นที่ รวมทั้งการฝึกอบรมผู้ใช้งานให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

จากการได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีสำหรับการสำรวจที่ทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการจัดการพื้นที่ทำกิน ด้วยข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่ความละเอียดสูงจากอากาศยานไร้คนขับ และยังเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ลดความเสี่ยงและการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ อีกทั้งมุ่งผลลัพธ์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ โดยการสนับสนุนจากกองทุนฯ ในครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างยั่งยืน

สื่อจีนชื่นชม 'ป๊อปปี้' ผู้ประกาศ Top News หลังแต่งชุดไทย ร่วมพิธีเปิดเอเชียนเกมส์

(26 ก.ย.66) กลายเป็นที่ฮือฮาและพูดถึงกันเป็นอย่างมาก เมื่อ พรสวรรค์ จารุพันธ์ หรือ ‘ป๊อปปี้’ ผู้ประกาศข่าว Top News โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘พรสวรรค์ จารุพันธ์-Poppy-Phonsawan Jarupan’ ระบุว่า เก็บตกบรรยากาศ #พิธีเปิดเอเชียนเกมส์ 2022 ครั้งที่ 19 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน ปธน.สี จิ้นผิง และภริยาเผิง ลี่หยวน เป็นประธานในพิธี ซึ่งมีโชว์การแสดงแสง สี เสียง ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และปีนี้งดใช้พลุไฟ (จากคาร์บอนที่สร้างมลพิษ และฝุ่น PM 2.5) แต่ใช้พลุแบบดิจิทัล ผ่านเทคโนโลยี AR

ส่วนทัพนักกีฬาไทย เดินขบวนเข้าสนามลำดับที่ 38 โดยมี ‘ธันยพร พฤกษากร นักกีฬายิงปืน’ และ ‘วีระพล จงจอหอ นักกีฬามวยสากล’ ถือธงไตรรงค์ นำนักกีฬาไทยเข้าสู่สนาม

พอสัมผัสภายในงานแล้ว ยิ่งใหญ่อลังการมากๆ เลยค่ะ ที่สำคัญ ใน #สนามหางโจวโอลิมปิกสปอร์ตเอ็กโปเซนเตอร์ กว่าจะเข้าไปถึงได้…ต้องผ่าน Security หลายด่าน ขึ้นลงรถบัสอีกหลายต่อกว่าจะถึงสนาม และห้ามนำของเหลว เจล สเปรย์และทุกอย่างที่เป็นแอลกอฮอล์ ของมีคม รวมถึงทุกอย่างที่เป็นด้ามๆ (เช่น ร่ม ธงชาติพันไม้ฯ) อาหาร ขนม และทุกอย่างที่เป็นบลูทูธ ห้ามนำเข้าไปในสนามโดยเด็ดขาด เหตุผลด้านความปลอดภัย

ล่าสุดวันนี้ พรสวรรค์ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความอีกว่า #ชุดไทย Hot มากกกกก ป๊อปปี้ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อจีนและสื่อต่างชาติ เป็นจำนวนมาก หลังจบพิธีเปิดค่ะ...เก็บตกพิธีเปิดเอเชียนเกมส์ 2022…

ขณะที่ เพจเฟซบุ๊ก ‘Street Hero V3’ โพสต์ภาพของ พรสวรรค์ หรือ ‘ป๊อปปี๊’ พร้อมระบุข้อความว่า “น้องป๊อบปี้ นักข่าว Top News เป็นที่สนใจของสื่อจีนเมื่อแต่งชุดไทยเข้าร่วมพิธีเปิดเอเชียนเกมส์” ทำให้บรรดาชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาชื่นชมและแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก

ซึ่งโดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 66 นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย พร้อมด้วย พลเรือตรีหวัง เจิ้ง ผู้ช่วยทูตทหารสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ให้เกียรติเชิญ ผู้บริหารสถานีข่าว Top News นำโดยคุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม และคุณชยธร ธนวรเจต ร่วมในงานเฉลิมฉลองเนื่องในวันกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ซึ่งปีนี้ครบรอบ 96 ปี ที่ตรงกับวันที่ 1 สิงหาคม ที่ห้องแกรนบอลรูม ณ โรงแรมเชียงกรีล่า

นอกจากนี้ ทางสถานทูตจีน ยังได้ให้เกียรติสถานีข่าว Top News ให้เป็นตัวแทนสื่อของไทยเพียงคนเดียว คือน้องป๊อบปี้ พรสวรรค์ จารุพันธ์ ผู้ประกาศข่าว Top News เข้าร่วมโครงการ China Asia Pacific Press Center 2023 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเวลา 4 เดือน

โดยโครงการนี้มีนักข่าวมากกว่า 70 คนจากกว่า 60 ประเทศเข้าร่วม และโปรแกรมที่น้องป๊อปปี้ไปเข้าร่วมมีนักข่าว 16 คนจาก 12 ประเทศ เป็นการบรรยายเกี่ยวกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของจีน, การทูต, วัฒนธรรม, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ให้การฝึกอบรมด้านสื่อสารมวลชนและการฝึกงานด้านสื่อของจีน, จัดสัมมนาร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสถาบันคลังความคิดและองค์กรด้านสื่อ, จัดการเยี่ยมชมตามมณฑลต่างๆ และครอบคลุมถึงเหตุการณ์สำคัญในประเทศจีนด้วย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นจากข้าราชการตำรวจผู้มีประสบการณ์สูงด้านต่าง ๆ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นจากข้าราชการตำรวจที่มีประสบการณ์สูงด้านต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงงานบริหารงานบุคคลขอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพิธีมอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ และงานเลี้ยงรับรอง ประจำปีงบประมาณ 2566 ในระหว่างวันที่ 25-27 ก.ย.66 ณ โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ, 
โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งในปีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีข้าราชการตำรวจที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์และจะพ้นจากราชการเนื่องจากเกษียณอายุราชการ รวมถึงข้าราชการตำรวจที่เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล (Early Retire) ทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับชั้นยศ พ.ต.อ. หรือตำแหน่งเทียบเท่า จนถึงระดับชั้นยศ พล.ต.อ. ที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้น 396 นาย 

โดยแบ่งเป็นผู้ที่เกษียณอายุราชการ จำนวน 346 นาย และผู้ที่เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล จำนวน 50 นาย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะเกษียณอายุราชการ อาทิ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.ชินภัทร  สารสิน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิสนุ  ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.อ.สมพงษ์  ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น
 สำหรับการดำเนินงานโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นข้าราชการตำรวจ
ที่มีประสบการณ์สูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็นจากข้าราชการตำรวจผู้มีประสบการณ์สูงในงานด้านต่าง ๆ เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงงานบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อไป โดยภายในงานสัมมนาได้มีการจัดแสดงนิทรรศการ และกิจกรรมต่างๆ อาทิ โรงพยาบาลตำรวจ จัดคณะแพทย์และพยาบาล เพื่อตรวจสุขภาพและคอยให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น, กองสวัสดิการตำรวจ จัดเจ้าหน้าที่ในการแนะนำเรื่องของสวัสดิการต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังจัดให้มีการสัมมนา อภิปรายเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์แก่ผู้เข้าร่วมการสัมมนาฯ

‘นักเทนนิสเกาหลี’ ฉุนขาด หลังเสียหน้าแพ้ไทย ไม่จับมือ-เขวี้ยงไม้ ด้านชาวเน็ตสวดยับ!! ไม่มีน้ำใจนักกีฬา-ไร้วุฒิภาวะ-สร้างความอับอาย

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 66 การแข่งขันเทนนิส กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่สนามโอลิมปิกเทนนิส เซ็นเตอร์ เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน วันที่ 2

โดยประเภทชายเดี่ยว รอบสอง (32 คน) ‘บูม กษิดิศ’ สำเร็จ นักเทนนิสไทย วัย 22 ปี มือ 636 ของโลก พบงานหนักอย่าง ‘ควอน ซุนวู’ จากเกาหลีใต้ วัย 25 ปี ที่เคยขึ้นไปอยู่อันดับ 52 ของโลกแต่ปัจจุบันอยู่อันดับที่ 112 ของโลก

‘บูม กษิดิศ’ สามารถชนะ ‘ควอน ซุนวู’ และผ่านเข้ารอบสาม หรือ 16 คนสุดท้าย ไปพบ ‘คูโมยัน ซุลตานอฟ’ จากอุซเบกิสถาน

ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องราวที่น่ายินดี แต่ก็เกิดดรามาขึ้น เมื่อจบการแข่งขันเซตสุดท้ายและประกาศผลผู้ชนะ ตามธรรมเนียมก็ต้องมีการจับมือแสดงความยินดีระหว่างนักกีฬา

แต่ผู้แพ้อย่างควอน ซุนวู กลับเขวี้ยงไม้เทนนิส และฟาดลงกับพื้นซ้ำ ๆ จนไม้เทนนิสหัก และเมื่อ บูม กษิดิศก็เดินเข้าไปพยายามที่จับมือ แต่อีกฝ่ายกลับเมินไม่สนใจ

เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นเดือด หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ควอน ซุนวู ที่เป็นตัวเต็งของรายการนี้อาจรับไม่ได้ที่ตัวเองแพ้ และอาจเสียหน้าที่แพ้ไทยซึ่งอันดับต่ำกว่า

ยังมีกรณีหนึ่ง คือ คาดหวังจะได้เหรียญจะได้ไม่ต้องเข้ากรม เพราะเกาหลีใต้เพิ่งเปลี่ยนกฎใหม่เกี่ยวกับการบังคับเกณฑ์ทหาร

ทัวร์ไทยลงว่าหนักแล้ว ทัวร์เกาหลีลงหนักกว่า ชาวเน็ตหลายคนถึงกับไล่ให้ออกจากทีมชาติ เพราะมีพฤติกรรมไม่มีน้ำใจนักกีฬา สร้างความอับอายให้ประเทศ

ในส่วนของเรื่องราวนอกสนาม ควอน ซุนอู เปิดตัวคบหากับ ยูบิน สาวรุ่นพี่ที่อายุมากกว่า 9 ปี อดีตสมาชิกวง Wonder Girls (วันเดอร์ เกิร์ลส์) เกิร์ลกรุ๊ประดับตำนานจนเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศไปเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

‘เพจ อ.สมเกียรติ’ ชี้!! กรณีแต้มจีนขึ้นพรวดศึกเทควันโด เอเชียนเกมส์ คาดเกิดจากระบบรวน เชื่อ จีนไม่กล้าเสียหน้าต่อหน้าคนทั้งโลกแน่นอน

(26 ก.ย. 66) จากกรณีการแข่งขันเทควันโด รอบชิงชนะเลิศ ประเภทหญิง 49 กิโลกรัม ในมหกรรมการ กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 หางโจว 2022 ที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นการพบกันระหว่างทีมชาติไทย ‘เทนนิส พาณิภัค’ และเจ้าภาพทีมชาติจีน ซึ่งเกิดดรามาขึ้นเมื่อมีปัญหาระบบคะแนนขัดข้อง ทำให้ผลคะแนน 0-6 แต้มจากฝั่งจีนเพิ่มขึ้นไม่หยุดเป็น 0-23 จนเกิดการประท้วงเรื่องคะแนนขึ้นลั่นสนาม ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เจ้าภาพอย่างจีนอย่างหนักหน่วง และชาวเน็ตได้มีการตั้งข้อสังเกตกันต่างๆ นานา ว่าเกิดจากระบบของเครื่องคิดคะแนนขัดข้อง หรือมีการเล่นตุกติกอะไรเกิดขึ้นหรือไม่?

ล่าสุด เฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘สานต่อเจตนารมณ์ อาจารย์สมเกียรติ โอสถสภา’ ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดรามาดังกล่าว โดยระบุว่า…

“ยินดีกับน้องเทนนิสที่คว้าเหรียญทองมาได้ ภายใต้สถานการณ์แปลกๆ นะครับ เข้าใจว่าทุกคนมีอารมณ์กับเรื่องที่แต้มวิ่งได้แม้แต่ตอนที่คนแข่งยืนเฉยๆ แต่ในภาพใหญ่อยากให้ดูไปก่อนว่า กีฬาประเภทอื่นที่จีนเข้าชิงเหรียญทอง มีเหตุการณ์อะไรแปลกๆ อีกไหม

ถ้าไม่มีอยากให้ลองยกประโยชน์ความสงสัย (Benefit of doubt) ให้ทางการจีนว่า เป็นเพราะอุปกรณ์รวนหรือไม่ คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มัน Error กันได้ และตามความเห็นของนักปิงปองมือหนึ่งคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ท่านหนึ่ง ที่ได้แสดงความคิดไว้ โดยการวิเคราะห์ว่า หากจีนตั้งใจจะโกงจริงๆ เขาน่าจะขยับแต้มเนียนๆ 2-3 แต้ม มากกว่าอยู่ๆ ปล่อยแต้มพุ่งกระฉูดแบบนี้ ต้องพึ่งพากันอีกยาวครับ และคนจีนรวมถึงรัฐบาลจีน ก็เสียหน้าเก่งพอๆ กับคนไทย เป็นประเภทเสียเงินไม่เท่าไหร่ เสียหน้ายอมไม่ได้ทั้งคู่ครับ”

“นักกีฬาไทยผ่านอาเซียนเกมส์เขมรกันมาแล้ว… ไม่มีใครทำนักกีฬาเราตกใจกับอะไรได้แล้วล่ะครับ 😄” ทางเฟซบุ๊ก สานต่อเจตนารมณ์ อาจารย์สมเกียรติ โอสถสภา สรุปทิ้งท้าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top