Sunday, 28 June 2026
NEWS FEED

‘แพทย์’ เตือน ‘แมลงก้นกระดก’ สัตว์มีพิษหน้าฝน ‘ทำผิวไหม้-แสบร้อน’ ชี้!! หากสัมผัสให้รีบล้าง 'น้ำเปล่า-สบู่-ประคบเย็น' และคอยสังเกตอาการ

(2 ต.ค.66) ในช่วงฤดูฝนสิ่งที่ต้องระวังนอกเหนือจากไข้หวัด คือสัตว์มีพิษต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ ‘แมลงก้นกระดก’ ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ถึงความร้ายแรงในพิษของแมลงชนิดนี้ จึงมักกำจัดด้วยการปัดไล่เหมือนแมลงทั่วไป แต่หากพิษถูกผิวหนังจะทำให้เกิดผื่นคันหรือแผลพุพอง และหากพิษถูกบริเวณดวงตา อาจทำให้ตาบอดได้

แพทย์หญิงภาวดี ศึกษากิจแพทย์ผิวหนังประจำศูนย์ผิวหนังและความงาม Wellness Center โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า แมลงก้นกระดกเป็นแมลงขนาดเล็ก ลำตัวยาวประมาณ 7-8 มิลลิเมตร มีลำตัวสีดำสลับสีส้ม ส่วนปลายหางแหลม จะพบได้บ่อยในช่วงฤดูฝนเนื่องจากสภาพอากาศที่ชื้นและมืดลงในตอนกลางคืน แมลงก้นกระดกจึงมักออกมาหาอาหารและเล่นแสงไฟในบ้านเรือน นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ตามสถานที่ที่มีต้นไม้

แมลงก้นกระดกจะปล่อยสารที่เรียกว่า ‘พิเดอริน’ (Pederin) ออกมา โดยสารชนิดนี้ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวหนังมาก สามารถทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังของผู้ที่สัมผัสโดน ทำให้เกิดภาวะผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลงก้นกระดก หรือ Paederus dermatitis ซึ่งจะยังไม่เกิดขึ้นทันทีหลังสัมผัสโดน แต่จะเริ่มมีอาการเมื่อผ่านไปประมาณ 24 ชั่วโมง โดยจะมีอาการ เช่น แสบร้อน พบรอยไหม้และตุ่มน้ำเป็นผื่นที่มีลักษณะคล้ายเป็นเริมหรืองูสวัด แต่จะพบเป็นรอยยาว ไม่เป็นกระจุก มักพบรอยบริเวณนอกเสื้อผ้า ความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับปริมาณของสารพิษที่สัมผัสโดน ในบางคนที่แพ้พิษอาจมีอาการรุนแรง เช่น พุพอง คลื่นไส้อาเจียน หรือเริ่มมีไข้ ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่หากโดนบริเวณตา หรือเข้าตา อาจทำให้ตาบอดได้

ผื่นที่เกิดจากการสัมผัสแมลงก้นกระดก จะตกสะเก็ดและหายได้เองภายใน 7-10 วัน เมื่อหายแล้วอาจจะทิ้งรอยดำไว้สักระยะหนึ่ง มักไม่เกิดแผลเป็นนอกจากจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำที่บริเวณผื่น ทำให้ผื่นหายช้าลง และอาจลุกลามจนมีโอกาสเกิดเป็นแผลเป็นหลังจากผื่นหายแล้วได้

ทั้งนี้ หากสัมผัสโดนแมลงก้นกระดก ให้รีบล้างน้ำเปล่าหรือน้ำสบู่ และประคบเย็นในบริเวณที่สัมผัสโดน คอยสังเกตอาการและการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนัง ถ้าอาการผื่นเป็นมากขึ้น มีตุ่มน้ำพอง หรือเริ่มหายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี

“การรักษาอาจให้ครีมสเตียรอยด์ทาในผื่นแดงระยะเริ่มแรก แต่ถ้าผื่นมีตุ่มน้ำพองเป็นบริเวณกว้างหรือแผลไหม้ควรทำการประคบด้วยน้ำเกลือครั้งละ 5-10 นาทีวันละ  3-4 ครั้ง จนแผลแห้ง ร่วมกับพิจารณายาปฏิชีวนะชนิดรับประทานเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำและรับประทานยาแก้คันเพื่อช่วยบรรเทาอาการคันในผู้ป่วยบางราย” แพทย์หญิงภาวดี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูฝนควรหลีกเลี่ยงการเดินในที่ที่มีแมลงก้นกระดูกชุกชุม เช่น บริเวณพื้นดินที่ชื้น, หากต้องเดินในที่ที่มีแมลงก้นกระดกชุกชุม ควรสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด, ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดเพื่อป้องกันแมลงเข้ามาในบ้าน เพื่อป้องกันการถูกสารพิษจากแมลงก้นกระดก

'แอฟ ทักษอร' สูญเสียคุณพ่อ 'อนุสรณ์ ภักดิ์สุขเจริญ' จากไปด้วยโรคมะเร็ง หลังรักษาตัวมาหลายปี

ขอแสดงความเสียใจกับนักแสดงสาว 'แอฟ ทักษอร' ที่สูญเสียคุณพ่อ 'อนุสรณ์ ภักดิ์สุขเจริญ' ไปเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วานนี้ (1 ต.ค.66) หลังล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งและรักษาตัวมาหลายปี แหล่งข่าวใกล้ชิดเผยว่าถึงแม้ที่ผ่านมา 'แอฟ' และครอบครัวจะพยายามทำใจมาแล้วในระดับหนึ่ง แต่พอเรื่องราวเกิดขึ้นก็ยากที่จะทำใจ พร้อมขอบคุณแฟน ๆ ทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้ 'แอฟ' และครอบครัว 

สำหรับงานสวดพระอภิธรรมของ 'คุณพ่ออนุสรณ์' จะจัดขึ้นที่วัดธาตุทอง ศาลา 23 (ศาลาดุรงคพิทยา) โดยจะมีพิธีรดน้ำในวันนี้ (2 ต.ค.66) เวลา 17.00 น. ต่อด้วยพิธีสวดพระอภิธรรม ในเวลา 18.30 น. ไปจนถึงวันที่ 6 ต.ค. นี้ และจะมีพิธีฌาปนกิจในเวลา 16.48 น. วันที่ 7 ต.ค.66.

'อดีตทูตนริศโรจน์' เฉลย!! 'นักวิชาการ-สื่อ' กระพือ 'ลาวามอส' เพื่อ 'กลบเกลื่อน-ปกป้อง' คนหยาบถ่อยละเมิดสิทธิของผู้อื่น

(2 ต.ค.66) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า กรณีการจุดประเด็น ‘ลาวามอส’ ที่ Iceland เพื่อมุ่งเป้าเอาเป็นเอาตายกับคุณหญิงหมอพรทิพย์ แต่เพียงคนเดียว ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ‘ลาวามอส’ ตรงพื้นที่ที่คุณหมอเข้าไปถ่ายรูปนั้น เป็น ‘จุดขาย’ ของ Iceland ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก บริษัทโฆษณาสินค้าแบรนด์ระดับโลก Celeb ดาราของ Iceland อย่าง Byork หรือแม้แต่ ดารา นักร้อง รวมถึงเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ ด้อมส้ม เองก็เคยเข้าไปถ่ายตรงจุดเดียวกับคุณหมอพรทิพย์ มาแล้ว ดังมีรูปที่ปรากฏใน FB / IG / TikTok เต็มไปหมด

นายนริศโรจน์ ระบุอีกว่า สรุปง่ายๆ คือ การที่นักวิชาการและสื่อเอาจุดนี้มาตีแบบ ‘เล่นใหญ่ผิดปกติ’ ก็คือเพื่อ ‘กลบเกลื่อน ปกป้อง และเบนประเด็น’ ช่วยคนๆนึงที่มีพฤติกรรมหยาบถ่อยละเมิดสิทธิของคนอื่น และมีเจตนาทำร้ายร่างกายคนอื่นให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทำให้แยกแยะได้เห็นถึงความคิดและเจตนาที่บิดเบี้ยว เลือกปฏิบัติที่ออกมาจาก ‘สื่อ’ และ ‘นักวิชาการ’ บางคนที่ไม่มีจริยธรรมเพียงพอในการวางตัวเป็นกลาง ที่น่าอนาถที่สุดคือพฤติกรรมของคนที่เป็นด้อมส้มของพรรคการเมืองนึง ที่ออกมาเมนต์แบบผสมโรงเล่นงานคุณหมอ ทั้งๆ ที่คุณหมอเป็นเหยื่อที่ถูกละเมิดและคุกคาม ชัยชนะทางการเมืองที่ได้มาจากการเสี้ยมผู้คนให้มีความคิดบิดเบี้ยวเยี่ยงนี้ น่าภูมิใจหรือ!?

เปิดใจ ‘ผบ.ตร.’ เคลียร์ใจ ‘บิ๊กโจ๊ก’ มีอะไรให้ใช้สติ บอก "ถ้าขาดพี่ จะหาคนจริงใจอีกไม่ได้แล้ว"

(2 ต.ค.66 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์รายการ ‘เจาะลึกทั่วไป อินไซต์ไทยแลนด์’ เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นภายในองค์กรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

>> ปัญหาที่เกิดขึ้นใน ตร.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเยียวยาอย่างไร?

“กำลังจัดวางตำแหน่งรอง ผบ.ตร.และการแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพลให้เป็นระบบคุณธรรม อยากสร้าง ตร.ให้เป็นโฮม ซึ่งอยู่ที่น้องๆ ช่วยกัน ผมใช้คำว่า พี่ น้อง เรื่องนี้ต้องเริ่มจากผู้บังคับบัญชาที่ดี การแต่งตั้งหน้างาน ผมอยากให้รอดู ขณะนี้กำลังจัดวาง ถ้าไม่เอาผู้ช่วยฯ ขึ้นมาด้วย จะไม่พอพิจารณา ทุกระดับต้องมีบอร์ดหมด”

>> การแต่งตั้งครั้งนี้ ทั้งระดับ รอง ผบ.ตร.ถือเป็นการเยียวยาองค์กรใช่หรือไม่?

“ทุกคนเราคุยกันหมด เราทำงานเพื่อ ตร.ผมมีเวลาแค่ 1 ปี ตอนนี้ผ่านไป 2 วันแล้ว จะเอาเวลามาทะเลาะกัน มดงานก็คาดหวังจาก ผบ.ตร.หมด ก็จะเร่งทำ ขอให้เราได้ทำงานก่อน ขอเวลานิดนึง”

>> แสดงว่าการแต่งตั้งรอง ผบ.ตร.จะเป็นการเยียวยา แล้ว พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.จะได้ดูงานเดิมหรือไม่?

“เดิมดูอาวุโส ตอนนี้ให้ทุกคนดูเลยว่าใครอยากได้งานอะไร ให้เลือกตามอาวุโส คือ รองฯ รอยได้เลือกก่อน ตามด้วยรองฯ โจ๊ก (พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล) จากนั้นเป็น ผช.ผบ.ตร.จะเป็นใครขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ จะมอบภาระงานให้เลย เพราะรอไม่ได้ ใครจะมาช่วยรอง ผบ.ตร.คนไหน โดย บก.1 บก.2 บก.3 บก.4 ก็ต้องเลือกคนที่ทำงานได้ด้วย จะต้องคุยกันหมด เพราะไม่ใครจะเก่งทุกเรื่อง กรณีรองฯ โจ๊ก ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ใช่แถลงกันไปมา แล้วคนก็มโนทั้ง 2 ฝ่าย”

>> วันนั้น ใครส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ คอมมานโด หรือพีซีที ไปบ้านบิ๊กโจ๊ก?

“พีซีทีดูแลเรื่องเว็บพนันออนไลน์ เป็นเรื่องของ ตร.ไม่เกี่ยวกับการขอกำลังเข้าค้นทั่วไป ถ้าผมรู้ผมต้องไปแล้ว วันนั้นผมเข้าเวรอยู่ ไม่ได้ไป ท่านรองฯ โจ๊กโทรมา ผมก็ยังงงๆ อยู่ ผมไม่รู้จริงๆ เราอยู่กับพี่น้อง เป็นเรื่องของพีซีที ขึ้นตรงกับ ตร.วันนั้นผมเป็นรอง ผบ.ตร.ไม่ใช่ ผบ.ตร.ผมก็เช็กให้ ไม่ใช่ไม่คุย หรือไม่รับสาย”

>> คืนที่มีภาพกอดเอวถ่ายรูปกับรองฯ โจ๊ก ผบ.ตร.เรียกพบ หรือรองฯ โจ๊กขอเข้าพบ?

“ผมเรียกรองฯ โจ๊กมาพบ ว่ามีเรื่องอะไร ผมรับทราบนโยบายของนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน มาด้วย ว่าอยากให้แก้ปัญหาภาพรวมขององค์กร ตร.ถ้า ตร.ทะเลาะกัน เด็กๆ จะมองเราอย่างไร เราอาจจะไม่ได้ทะเลาะกัน แต่อาจมีคนไม่หวังดี ผมก็บอกน้องว่าเราอย่าทะเลาะกัน มีคนไม่หวังดี เรื่องนี้อาจมีคนนอกมองว่าองค์กร ตร.ทะเลาะกันหรือเปล่า อาจเป็นเพราะมีคดีเกิดขึ้นในช่วงนั้นหลายคดี นายกฯ บอกถ้าไม่ได้ทะเลาะกันก็ไปแก้ปัญหา เป็น ผบ.ตร.แล้ว ไปแก้ปัญหา”

>> คืนวันนั้นคุยอะไรกัน?

“คืนนั้นคุยกันว่า ในชีวิตผมเคยบอกโจ๊กเสมอว่า ถ้าขาดพี่ไปแล้ว จะหาคนจริงใจแบบผมไม่ได้ ผมเป็นคนไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่ทำใครข้างหลัง ถ้าเอากันก็เอากันซึ่งหน้า ผมก็บอกว่าถ้ามีอะไร ให้ใช้สติ อย่าแก้ปัญหาด้วยอารมณ์ แต่ทุกวันนี้แก้ปัญหากันด้วยอารมณ์ ผมโดนมาเยอะ แต่ผมนิ่ง ใช้อุเบกขา คิดว่าให้เวลาเป็นตัวเล่าดีกว่า”

‘นิด้าโพล’ เผยผลสำรวจคนไทย 44% ไม่อยากมีลูก เหตุไม่อยากเพิ่มค่าใช้จ่าย-กังวลต่อสภาพสังคมปัจจุบัน

เมื่อวานนี้ (1 ต.ค.66) นิด้าโพล เผยเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนไทยไม่อยากมีลูก 2 ประการ คือ 1.ไม่อยากเพิ่มค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูก และ 2.ความเป็นห่วงว่าลูกจะอยู่อย่างไรในสภาพสังคมปัจจุบัน โดยมีสัดส่วนเท่ากัน 38.32% สาเหตุรองลงมา 37.72% ไม่อยากมีภาระในการดูแลลูก ตามด้วย 33.23% ต้องการชีวิตที่เป็นอิสระ ขณะที่ 17.66% กลัวจะเลี้ยงลูกไม่ได้ดีเท่าที่ควร ส่วนอีก 13.77% อยากให้ความสำคัญกับงานมากกว่า, 5.39% ตนเองหรือคู่ครองมีปัญหาเรื่องสุขภาพ, 2.10% กลัวจะเป็นพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ที่ไม่ดี ทำให้ลูกที่เกิดมาไม่ดีตามไปด้วย และ 0.90% กลัวกรรมตามสนองเนื่องจากเคยทำไม่ดีไว้กับพ่อแม่

สำหรับผู้ที่ยังไม่มีลูก 53.89% ระบุว่าอยากมี รองลงมา 44.00% ระบุว่า ไม่อยากมี ที่เหลืออีก 2.11% ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 50.53% ไม่มีความกังวลต่อจำนวนเด็กเกิดใหม่ในอนาคตว่าจะมีน้อยมาก รองลงมา 23.13% ไม่ค่อยกังวล ที่เหลืออีก 17.79% ค่อนข้างกังวล และ 8.55% กังวลมาก

มาตรการที่รัฐควรสนับสนุนเพื่อให้คนไทยมีลูก 65.19% โดยสนับสนุนการศึกษาฟรีในประเทศจนถึงขั้นสูงสุดสำหรับคนมีลูก รองลงมา 63.66% ให้อุดหนุนค่าเลี้ยงดูลูกจนถึงอายุ 15 ปี ตามด้วย 30.00% ลดภาษีเงินได้สำหรับคนมีลูก, 29.47% เพิ่มวันลาให้แม่และพ่อในการเลี้ยงดูลูก, 21.91% มีเงินรางวัลจูงใจที่สูงสำหรับเด็กแรกเกิด, 19.92% อุดหนุนทางการเงินแม่-พ่อเลี้ยงเดี่ยว และ 17.18% พัฒนาและอุดหนุนการเงินให้ศูนย์เลี้ยงเด็กเล็ก, 9.85% มีบริการศูนย์ผู้มีบุตรยากฟรี, 7.48% เพิ่มภาษีเงินได้สำหรับคนไม่มีลูก, 5.50% เปิดช่องทางในการอุ้มบุญมากขึ้น, 4.89% มีหน่วยงานจัดหาคู่ให้กับคนไทย, 2.75% รัฐไม่จำเป็นต้องมีมาตรการใดๆ และ 0.76% ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

สถานะการแต่งงานและการมีลูกของกลุ่มตัวอย่าง 29.39% เป็นโสดและไม่มีแฟน รองลงมา 26.57% แต่งงานจดทะเบียนสมรสและมีลูกแล้ว ตามด้วย 20.92% เป็นโสดแต่มีแฟนแล้ว, 10.99% แต่งงานแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสและมีลูกแล้ว, 4.58% แต่งงานจดทะเบียนสมรสแล้วแต่ไม่มีลูก, 2.52% เป็นแม่-พ่อเลี้ยงเดี่ยว (หม้ายที่มีลูกแล้ว โสดและมีลูกแล้ว) , 1.98% แต่งงานแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสแต่ไม่มีลูก และมีคู่ครองอยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้แต่งงาน และมีลูกแล้ว ในสัดส่วนที่เท่ากัน และ 1.07% มีคู่ครองอยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้แต่งงานและไม่มีลูก

ทั้งนี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง ‘มีลูกกันเถอะน่า’ ในช่วงวันที่ 26-28 ก.ย.ที่ผ่านมา จากการสุ่มกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 18-40 ปี กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ จำนวน 1,310 ราย

‘กทม.’ เปิดประชาพิจารณ์ ร่างข้อบัญญัติฯ ค่าขยะใหม่ ต.ค.นี้ หมู่บ้าน-ชุมชนจ่าย 60 บ. หากแยกขยะแล้ว จ่าย 20 บ. เท่าเดิม

(2 ต.ค. 66) นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยของกรุงเทพมหานครอัตราใหม่ ว่า หลังจากสภากรุงเทพมหานครได้เห็นชอบขยายเวลาจัดเก็บออกไปอีก 1 ปี ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนประกาศประชาพิจารณ์ ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข พ.ศ. ... ในเว็บไซต์กรุงเทพมหานคร ในเดือนตุลาคม 2566 เป็นเวลา 30 วัน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาดูรายละเอียดของร่างข้อบัญญัติฯ แสดงข้อคิดเห็น จะมีความคิดเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็วิพากษ์วิจารณ์ได้ เนื่องจากข้อบัญญัติฯ นี้เป็นร่างกฎหมายที่กระทบกับประชาชนทั่วไป ถ้าประชาพิจารณ์ประชาชนเห็นด้วยไม่มีปัญหาอะไร ผู้บริหารกรุงเทพมหานครจะนำเข้าสภากรุงเทพมหานครพิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ นี้ เมื่อสภาเห็นชอบแล้วจึงจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยกรุงเทพมหานครจะออกข้อบังคับระเบียบรองรับ น่าจะใช้บังคับได้ในปี 2567 

“ร่างข้อบัญญัติฯ ฉบับใหม่นี้โดยหลักการค่าขยะจะลดลง จากข้อบัญญัติฯ เดิมที่ออกมาปี 2562 ที่อัตราขึ้นไปเยอะ (80 บาท) ซึ่งได้มีการขยายเวลาออกไปมาหลายปี ร่างใหม่นี้ราคาจะต่ำลงทั้งการเก็บขนและการกำจัด ขณะเดียวกันกรณีประชาชนได้ลงทะเบียนเพื่อแยกขยะ ก็จะเสียค่าขยะต่ำลงไปอีก ทั้งนี้ หากประชาพิจารณ์ผ่านประชาชนเห็นด้วย ไม่มีปัญหาอะไร ก็น่าจะนำเข้าสภากทม.พิจารณาได้เดือนพฤศจิกายน เมื่อสภาฯ เห็นชอบ ก็จะประกาศใช้ข้อบัญญัติฉบับใหม่ ยกเลิกของปี’62 ไป” นายจักกพันธ์ุกล่าว

สำหรับร่างข้อบัญญัติฯ ใหม่มีอัตราค่าธรรมเนียมในส่วน ค่าเก็บและขนมูลฝอยทั่วไป แยกเป็น 

1. ค่าเก็บและขนมูลฝอยทั่วไป เป็นรายเดือน กรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งไม่เกิน 20 ลิตรเดือนละ 30 บาท, กรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งไม่เกิน 20 ลิตร และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กรุงเทพมหานครกําหนด เดือนละ 10 บาท, กรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งเกิน 20 ลิตร แต่ไม่เกิน 1 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ให้คิดเป็นหน่วยทุก ๆ 20 ลิตรในอัตราต่อหน่วย หน่วยละ 60 บาทและกรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งเกิน 1 ลูกบาศก์เมตร ให้คิดเป็นหน่วยทุก ๆ 1 ลบ.ม. ในอัตราต่อหน่วย หน่วยละ 3,250 บาท 

2. ค่าเก็บและขนมูลฝอยทั่วไป เป็นครั้งคราว กรณีที่มีปริมาณไม่เกิน 500 ลิตร ครั้งละ 125 บาท, กรณีที่มีปริมาณเกิน 500 ลิตร แต่ไม่เกิน 1 ลบ.ม. ครั้งละ 180 บาท และกรณีที่มีปริมาณเกิน 1 ลบ.ม. ให้คิดเป็นหน่วย ทุก ๆ 1 ลบ.ม. อัตราหน่วยละ 245 บาท

ส่วนค่ากําจัดมูลฝอยทั่วไป แยกเป็น 

1. ค่ากําจัดมูลฝอยทั่วไป เป็นรายเดือน กรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งไม่เกิน 20 ลิตร เดือนละ 30 บาท, กรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งไม่เกิน 20 ลิตร และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กรุงเทพมหานครกําหนด เดือนละ 10 บาท, กรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งเกิน 20 ลิตร แต่ไม่เกิน 1 ลบ.ม. ให้คิดเป็นหน่วยทุก ๆ 20 ลิตร ในอัตราต่อหน่วย หน่วยละ 60 บาท และ กรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งเกิน 1 ลบ.ม. ให้คิดเป็นหน่วยทุก ๆ 1 ลบ.ม. ในอัตราต่อหน่วย หน่วยละ 4,750 บาท 

2. ค่ากําจัดมูลฝอยทั่วไป เป็นครั้งคราว กรณีที่มีปริมาณไม่เกิน 500 ลิตร หน่วยละ 130 บาท, กรณีที่มีปริมาณเกิน 500 ลิตร แต่ไม่เกิน 1 ลบ.ม. หน่วยละ 190 บาท และ กรณีที่มีปริมาณเกิน 1 ลบ.ม. ให้คิดเป็นหน่วย ทุกๆ 1 ลบ.ม. หน่วยละ 250 บาท 

รองผู้ว่าฯ จักกพันธ์ุกล่าวสรุปว่า บ้านเรือนทั่วไป หรือ หมู่บ้านจัดสรร/ชุมชนต่าง ๆ จะคิดค่าธรรมเนียมใน 2 รูปแบบ คือ คิดค่าเก็บขน 30 บาท และค่ากำจัด 30 บาท รวม 60 บาท แต่หากบ้านเรือนมีการคัดแยกขยะ หมู่บ้าน/ชุมชน มีที่พักรวมและคัดแยกขยะตามเงื่อนไข จะคิดเท่าเดิมคือ 20 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติฯปี’62 ที่คิดค่าเก็บขน 40 และค่ากำจัด 40 รวม 80 บาท ก็จะลดลงแต่หากประชาชนร่วมกันคัดแยกขยะบ้านไหนหมู่บ้านชุมชนไหนทำตามเงื่อนไข กรุงเทพมหานครก็เก็บอัตราเดิม 20 บาท โดยจะต้องมีการลงทะเบียนถูกต้องกับสำนักงานเขตทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้าไปดูรายละเอียดร่างข้อบัญญัติฯ ใหม่ได้ในเดือนตุลาคม 2566

‘สว.สมชาย’ รับไม่ได้!! พนง.ร้านอาหารที่ไอซ์แลนด์ไล่ ‘หมอพรทิพย์’ ทั้งที่ ‘คนยุโรป-ทั่วโลก’ ต่างนับถือชื่นชม สมัยลงไปลุยช่วยสึนามิ

(1 ต.ค. 66) นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และอดีตผู้อำนวยการร่วมด้วยช่วยกัน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า...

ภาพและข้อความนี้มีความหมายยิ่งครับ

ก่อนหน้านั้นผมไม่เคยรู้จัก ‘คุณหญิงหมอพรทิพย์ โรจนสุนันท์’ เป็นการส่วนตัวมาก่อน เพิ่งพบเจอกันครั้งแรกเมื่อช่วงเหตุการณ์สึนามิ เมื่อปี 2547

คุณหญิงหมอพรทิพย์ ลงไปลุยทำงานสึนามิ ระดมสรรพกำลังช่วยตรวจสอบพิสูจน์อัตลักษณ์ ศพนิรนามทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมากมาย หลายพันศพ

คนยุโรปและทั่วโลกนับถือคุณหมอ ซึ่งเป็นทั้งญาติผู้สูญหายและในระดับรัฐบาลขอบคุณและชื่นชมในความทุ่มเทเสียสละของคุณหญิงหมออย่างยิ่ง

ผมจำเหตุการณ์สึนามิในครั้งนั้นได้ดี เพราะเป็นผู้นำทีมร่วมด้วยช่วยกันลงไปร่วมช่วยผู้ประสบภัย ค้นหาศพ และร่วมสร้างบ้านน็อกดาวน์ ฯลฯ

จึงได้พบและรู้จักกับคุณหมอครั้งแรกที่นั่น ที่วัดย่านยาว ซึ่งคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นศพนิรนามที่ต้องรอการพิสูจน์อัตลักษณ์หลายร้อยหลายพันศพ

ช่วงนั้นทราบข่าวจากสื่อว่า คุณหมอและทีมพิสูจน์อัตลักษณ์ ต้องการกล้องถ่ายรูปความคมชัดสูง10 หรือ 20 ล้านพิกเซล (ในสมัยนั้น)

ผมจึงได้ประสานกับผู้บริหารยูคอมและร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อจัดหาและร่วมส่งมอบให้ทีมงานนิติวิทยาศาสตร์ของคุณหมอ ร่วมสนับสนุนงานดังกล่าวด้วยความศรัทธาในทันที

วันนี้เห็นสิ่งที่คุณหมอเสียสละทำงานเพื่อประเทศชาติและโลกแล้ว ถูกกระทำเช่นนี้แล้ว รับไม่ได้ครับ

เพราะเทียบชั้นกันไม่ได้เลยกับเด็กทำครัวคนหนึ่งที่ไอซ์แลนด์ ไม่เคยสร้างผลงานใดๆ ให้ประเทศชาติ กลับมีพฤติกรรมต่ำๆ ออกมาในคลิปที่คุกคามขับไล่ออกจากร้าน ด้วยความคลั่งไคล้การเมืองสุดโต่งแบบนั้น

ส่วนตัวผมถือว่าหยาบคายต่ำชั้นมากครับ
เพราะถ้านับคุณค่าคนกันแล้ว  
คนละระดับ คนละโลกกันเลยครับ

เปิดประวัติ ‘โฟร์ท นฤมล’ อดีตนักร้องดังจากยุค 90  สู่นายแบงก์หญิงคนแรกของ ‘ธนาคารซิตี้แบงก์’

(1 ต.ค. 66) หากพูดถึงชื่อ ‘โฟร์ท-นฤมล จิวังกูร’ หลายคนอาจคุ้นเคยในฐานะนักร้องหญิงแห่งค่ายอาร์เอส เจ้าของผลงานเพลงต่าง ๆ ในยุค 90

แต่อีกบทบาทหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบาทหลัก คือ การเป็น ‘นายธนาคารหญิง (Banker)’ และเป็นหนึ่งในผู้บริหารธนาคาร กับชั่วโมงบินบนเส้นทางสายการเงินที่เข้าใกล้ 3 ทศวรรษแล้ว

และล่าสุด ธนาคารซิตี้แบงก์ ประกาศแต่งตั้ง นางสาวนฤมล จิวังกูร ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ประเทศไทย (Citi Country Officer for Thailand) ดูแลรับผิดชอบการดำเนินธุรกิจภายในประเทศไทย

วันนี้ทางเราได้รวบรวมเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับผู้บริหารคนเก่ง ให้ทำความรู้จักกัน

จบปริญญาโทด้านการเงิน ทำงานกับแบงก์ระดับโลก
‘นฤมล จิวังกูร’ หรือ ‘โฟร์ท’ เกิดเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2515 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ และระดับอุดมศึกษา ปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ คณะศิลปศาสตร์ (เอกภาษาอังกฤษ) และปริญญาโทจาก California State University คณะบริหารธุรกิจ (เอกบริหารการเงิน)

เริ่มต้นการทำงาน ด้วยการเป็นนักร้องจากการรวมกลุ่มกับเพื่อนนักร้องหญิง 3 คนคือ โฟร์ท นฤมล จิวังกูร, อัยย์ พรรณี วีรานุกูล และอ๊อด พิรุณ ยิ้มพงษ์ ออกอัลบั้มในนามวง ‘เอ็กซิท (Exit)’ ชื่อชุด ‘ทางออกของความรู้สึก’ ออกวางจำหน่ายเมื่อ เมษายน พ.ศ. 2536

ในปี พ.ศ. 2539 ได้ออกอัลบั้มร่วมกับ ‘ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว’ และสามารถ สุขกนิษฐ อัลบั้ม ‘Something in R & B’ ออกวางจำหน่ายเมื่อ กรกฎาคม พ.ศ. 2539 ก่อนที่จะยุบไปหลังจากนั้น

หลังจากยุบวงก็มีผลงานเพลงประกอบละคร ภาพยนตร์ และงานร้องประสานเสียงให้กับศิลปินมากมายหลายคน

และในปีเดียวกัน โฟร์ท นฤมล เริ่มต้นทำงานในสายงานธนาคารในปี 2539 ก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ในสายงานห้องค้า (Global Markets) ในส่วน Trading ทำให้เธอได้เห็นสภาพการทำงานของตลาดการเงินที่ผันผวนท่ามกลางวิกฤตนั้นที่ต้องการการวิเคราะห์และการตัดสินใจฉับไวในตลาดเงิน

โฟร์ท นฤมล เล่าว่า ความท้าทายในการทำงานช่วงแรก ๆ คือผู้ร่วมงานรอบตัวซึ่งล้วนจบทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ เธอต้องใช้ความอดทน ความตั้งใจ พร้อมเรียนรู้และวิ่งเข้าหาโอกาส เพราะเวลาทุกนาทีมีค่าและสำคัญ

จากนั้นได้ย้ายไปทำงานในสายงานอื่น ๆ ใน Global Markets ไม่ว่าจะเป็น Corporate Sale ทำหน้าที่หลักดูแลด้านการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ของลูกค้าองค์กรต่าง ๆ รวมถึงการคิด Solution ในการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนทางตลาดเงินโดยใช้ด้านตราสารอนุพันธ์

ทำหน้าที่ดูแล หา Solution และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านการเงินและการลงทุนให้ลูกค้าองค์กรและสถาบันการเงิน ทำให้ได้ประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย เกิดการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง สิ่งหนึ่งที่ยึดเป็นหลักในการทำงานคือต้องทำให้ดีเพราะนี่คืองานที่ได้รับมอบหมาย

นายแบงก์หญิงคนนี้ เคยเล่าว่า “ค้นหาตัวเองว่าชอบอะไร แล้วขับเคลื่อนตัวเองไปหาสิ่ง ๆ นั้น การเปิดรับความท้าทายใหม่ ๆ จะทำให้เราเรียนรู้ ได้ประสบการณ์ และค้นพบว่าอะไรคือสิ่งที่เราสนใจมากที่สุด”

เส้นทางการเป็นนายแบงก์หญิง ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งปี 2558 โฟร์ท นฤมล เข้ารับตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานตลาดเงินตลาดทุน และหลักทรัพย์บริการ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ซึ่งคือตำแหน่งปัจจุบัน และเป็นผู้หญิงคนแรกในสายงานนี้ขององค์กรในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ช่วงที่รับตำแหน่งใหม่ ๆ มีคนกล่าวกับเธอว่า “ยินดีต้อนรับสู่เกมของผู้ชาย” แม้จะเป็นคำกล่าวทักทายที่ทำให้ตกใจในครั้งแรกที่ได้ยิน แต่นั่นถือเป็นคำแนะนำและนำมาใช้ในการทำงาน โดยเฉพาะการดึงเอาจุดเด่นและข้อดีของการเป็นผู้หญิงเข้ามาเติมเต็มในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

กระทั่งล่าสุด ‘ธนาคารซิตี้แบงก์’ ประกาศแต่งตั้ง นางสาวนฤมล จิวังกูร ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ประเทศไทย (Citi Country Officer for Thailand) ดูแลรับผิดชอบการดำเนินธุรกิจภายในประเทศไทย โดยขึ้นตรงต่อ นายอมล กุปเต ผู้บริหารใหญ่ธนาคารซิตี้แบงก์ ภูมิภาคเอเชียใต้และอาเซียน (Head of South Asia and Asean for Citi) และมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

‘นายแบงก์’ คืองานหลัก ‘นักร้อง’ คืองานอดิเรก
หลังจากงานหลักของ โฟร์ท นฤมล เปลี่ยนเป็น นายธนาคาร ตามสายที่จบการศึกษามา แต่เส้นทางการเป็นศิลปิน นักร้อง ยังไม่ได้หายไปไหน

โฟร์ท นฤมล ตัดสินใจทำงานเป็นนายธนาคารควบคู่ไปกับการเป็นศิลปิน โดยใช้วันหยุดจากการทำงานที่ธนาคารไปทำงานอดิเรกที่รักคือการร้องเพลงโดยที่ผู้ใหญ่ของทั้งสององค์กรเข้าใจและให้โอกาส

เส้นทางการเป็นศิลปินเดี่ยว เริ่มต้นขึ้นในสังกัด อาร์.เอส.โปรโมชั่น หลังเซ็นสัญญาออกอัลบั้มเมื่อปี 2541 โดยได้มีผลงานอัลบั้มออกมาจำนวนมากในช่วงระหว่างปี 2542-2548 ดังนี้

ปี 2536 : อัลบั้ม Exit
ปี 2539 : อัลบั้ม Something in R&B
ปี 2542 : อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ ‘แตก 4 รัก โลภ โกรธ เลว’
ปี 2542 : อัลบั้ม Fourth
ปี 2543 : อัลบั้ม ธรรพ์ณธร-โฟร์ท Fire&Ice
ปี 2543 : อัลบั้ม Magic Love
ปี 2544 : อัลบั้มพิเศษ ‘The Celebration’
ปี 2544 : อัลบั้มพิเศษ ‘Impression’
ปี 2544 : อัลบั้มพิเศษ ‘Zodiac’
ปี 2545 : อัลบั้ม Fourth Secret
ปี 2545 : อัลบั้มพิเศษ ‘Inspiration’
ปี 2546 : อัลบั้ม ธรรพ์ณธร-โฟร์ท แสงและเงา
ปี 2547 : อัลบั้มพิเศษ ‘DREAMS by Parn Fourth Piano’
ปี 2547 : อัลบั้มพิเศษ ‘Unforgettable’
ปี 2548 : อัลบั้ม Real Me
ปี 2548 : อัลบั้มพิเศษ ‘คิดถึงแม่ เรียงความเรื่องแม่’
ปี 2548 : อัลบั้มพิเศษ ‘All My Life’

โดยผลงานเพลงที่เป็นที่รู้จักอย่างมากมาย อาทิ นาฬิกาทราย, คนที่ใช่ (ในวันที่ผิด), ไม่มีฉันคนนั้นอีกแล้ว, หมายความว่ายังไง และเพลง เหตุผล เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากออกอัลบั้มพิเศษ ‘All My Life’ โฟร์ท นฤมล ก็หันหลังให้กับวงการบันเทิง ก่อนจะกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง เมื่อปี 2562 ในเพลง ‘เจ็บเพื่อรัก’ ซึ่งเป็นเพลงประกอบละคร เพลิงรักเพลิงแค้น ทางช่อง 3

ความสำเร็จของการเป็น ‘นายแบงก์หญิง’
ตลอดช่วงที่ ‘โฟร์ท นฤมล’ ทำหน้าที่เป็นนายแบงก์หญิง เคยได้รับรางวัล Best Secondary Market Contribution จากกระทรวงการคลัง ในงาน Ministry of Finance Award 2019 (MOF Award) รางวัลที่มอบให้สถาบันการเงินคู่ค้าพันธบัตรของกระทรวงการคลังที่มีบทบาทโดดเด่นในการส่งเสริมสภาพคล่องของพันธบัตรรัฐบาล โดยมีมูลค่าธุรกรรม ซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลในตลาดรองสูงสุดในปี 2019 ถือเป็นรางวัลสำคัญต่อสายงานที่เธอกำลังทำอยู่ อีกทั้งยังเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนในองค์กรต้องเดินก้าวไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุดอยู่กับที่ พร้อมพัฒนา ทุกอย่างให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

ให้ความสำคัญกับทุกคนในองค์กร
ตลอดระยะเวลาการทำงาน เธอเผยว่าจะให้ความสำคัญกับบุคลากรหรือทีมงาน เพราะองค์กรไม่สามารถขับเคลื่อนได้เพียงแค่คนเดียว เนื่องจากโลกและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงทุกวัน หากมีบุคลากรที่พร้อมก้าวไปข้างหน้าก็จะสามารถนำพาทุกคนและองค์กรไปถึงเป้าหมายที่วางไว้

และไม่ว่าคุณจะเป็นเพศอะไร ทุกคนต้องช่วยกันเติมเต็มสิ่งที่อีกฝ่ายขาด พร้อมเลือกใช้ข้อดีของแต่ละฝ่ายที่มี เพื่อให้เกิดความสมดุล การทำงานต้องไม่กลัวที่จะกล่าวคำปฏิเสธ ต้องกล้าบอกสิ่งที่คิด สิ่งที่รู้สึก หรือความตั้งใจที่จะทำ องค์กรเปิดกว้างและเห็นความสำคัญของบุคลากร สนับสนุนให้พนักงานแสดงความสามารถและมีโอกาสเติบโตในสายงาน

‘ณัยณพ’ มั่นใจ!! ‘กรีฑาไทย’ เตรียมสร้างชื่อ ศึก ‘เอเชียนพาราเกมส์’ ด้าน ‘โค้ชสุพรต’ เผย ‘ทีมวีลแชร์เรสซิ่ง’ ฟิตเต็มร้อย พร้อมสู้เพื่อชาติ

(1 ต.ค. 66) ร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย เชื่อมั่นว่านักกรีฑาพาราไทย ทั้งประเภทแขน-ขา และ ‘วีลแชร์เรซซิ่ง’ จะสร้างผลงานได้ดีในการแข่งขัน ‘เอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4’ ระหว่างวันที่ 22-28 ตุลาคม 2566 ณ นครหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนครราชสีมา

‘ร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี’ ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวหลังเดินทางไปดูการฝึกซ้อมของนักกรีฑาพาราไทยว่า “ขณะนี้นักกีฬาของเรามีความพร้อม รวมถึงมีการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจว่านักกีฬากรีฑาของเราจะสร้างผลงานได้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของความสำเร็จ และสถิติที่นักกีฬาจะทำได้ สิ่งสำคัญคือการทำสถิติให้ดีหากเราทำได้ตามเป้าหมายเชื่อว่าเราจะสามารถประสบความสำเร็จรายการนี้ เพื่อการต่อยอดไปสู่พาราลิมปิกเกมส์ในปีหน้าซึ่งเป้าหมายใหญ่ของพวกเรา”

โดย ‘นายสุพรต เพ็งพุ่ม’ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมวีลแชร์เรสซิ่งทีมชาติไทย กล่าวว่า สำหรับความพร้อมของทีมวีลแชร์เรสซิ่งทีมชาติไทยในเวลานี้ถือว่ามีความพร้อมแบบเต็มที่แล้วหลังจากที่เรามีการเก็บตัวมาอย่างต่อเนื่อง และนักกีฬาของเราได้ออกไปแข่งขันรายการระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่องทำให้ทุกคนมีความพร้อมและมีความมั่นใจเพื่อลงทำศึกรายการนี้

“ส่วนนักกีฬาหน้าใหม่นั้นก็จะมีนักกีฬาวีลแชร์หญิงซึ่งในครั้งนี้เราหวังจะเป็นรายการที่สร้างเสริมประสบการณ์เพื่อการต่อยอดไปสู่อนาคต เพราะการได้แข่งขันกับนักกีฬาระดับโลกที่มีประสบการณ์สูงก็ทำให้เขามีพัฒนาการที่สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งครั้งเป็นโอกาสที่ดีที่นักกีฬาหน้าใหม่จะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเต็มที่” 

ด้าน ‘พนม พุดซา’ โค้ชกีฬากรีฑาพาราไทย เปิดเผยว่า สำหรับทีมกรีฑาพาราไทยมีความพร้อม เพราะมีการเก็บตัวฝึกซ้อมมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่จบศึกอาเซียนพาราเกมส์ ซึ่งนักกีฬาหลายคนก็มีผลงานที่ดีขึ้น ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นและกระหายที่จะไปแข่งขันในเอเชียนพาราเกมส์ครั้งนี้แบบเต็มที่

“ส่วนความหวังของเราในครั้งนี้คงจะเป็นประเภทลู่ วิ่งระยะสั้น อย่าง 200 ม.หญิง อย่าง ‘อุ้ม ศศิราวรรณ อินทโชติ’ ซึ่งเพิ่งไปคว้าเหรียญทองแดง เวิลด์ พารา แอธเลติกส์ แชมเปี้ยนชิป” กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มาได้เขาก็มีความมั่นใจมากขึ้น แต่เราก็ไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้สูง เพราะเราหวังว่าเพียงแค่ให้เขาทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่เท่านั้นเพื่อให้เป็นการกดดันนักกีฬา”

“ส่วนประเภทในประเภทลาน อยากให้โฟกัสเพียงแค่การทำสถิติของตนเองให้ดี และหากนักกีฬาทุกคนทำได้แบบที่ฝึกซ้อมเราก็มีโอกาสที่จะคว้าเหรียญรางวัลได้ ซึ่งนักกีฬาทุกคนมุ่งมั่นที่ทำผลงานให้ดีเพื่อคว้าเหรียญรางวัลมาฝากพี่น้องชาวไทยให้ได้ สุดท้ายอยากขอกำลังใจจากคนไทยช่วยเป็นกำลังใจให้นักกีฬาทุกคนด้วยและเราจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่เช่นกัน”

สำหรับนักกีฬาพาราไทยรวมถึงเจ้าหน้าที่ทีมทั้งหมด 491 คน จะลงชิงชัยใน ‘เอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4’ ทั้งสิ้น 22 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย ยิงธนู, กรีฑา, แบดมินตัน, บอคเซีย, เรือแคนู, หมากรุก, จักรยาน, ฟุตบอล 5 คน, หมากล้อม, โกลบอล, ยูโด, ลอนโบวล์ส, ยกน้ำหนัก, เรือพาย, ยิงปืน, วอลเลย์บอลนั่ง, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, เทควันโด, วีลแชร์บาสเกตบอล, วีลแชร์ฟันดาบ และวีลแชร์เทนนิส

ทั้งนี้ ผลงานทัพนักกีฬาพาราไทยในการแข่งขัน ‘เอเชียนพาราเกมส์ 2018’ ครั้งที่ผ่านมา ที่ประเทศอินโดนีเซีย ทำผลงาน 23 เหรียญทอง 32 เหรียญเงิน 50 เหรียญทองแดง จบการแข่งขันในอับดับที่ 7

‘ปารีณา’ ซัด!! ‘หมอพรทิพย์’ ดันทุรัง ร้านอาหารมีสิทธิที่จะไล่ ชี้ เป็นบุคคลสาธารณะ ต้องยอมรับผลการกระทำของตนเอง

หลังเกิดดรามา ‘คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์’ สว. ถูกชายไทยคนหนึ่งอ้างเป็นเจ้าของร้านอาหารในประเทศไอซ์แลนด์ ไล่ออกจากร้านขณะจะเข้าไปรับประทานอาหาร งานนี้ชาวเน็ตเสียงแตกเป็น 2 ฝ่าย มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของชายคนดังกล่าว

ในจำนวนนี้มีอดีตนักการเมืองคนดัง ‘น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์’ อดีต สส.ราชบุรี ที่โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้ว่า…

“#หมอพรทิพย์ #ดันทุรังเอง มันเป็นสิทธิของร้านอาหารนะ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดคือ… ไม่ต้อนรับ ไม่ให้บริการ ถ้าครั้งแรกเขาไล่ ก็ควรรีบไป ชัดเจนว่า…หมอพรทิพย์ดันทุรังอยู่ต่อ จึงต้องรับสภาพ”

“เห็นภาพ ไม่ได้รู้สึกเห็นใจท่าน สว. หรือ สส. เลย รู้สึกแต่เสียดายเงินภาษีประชาชน เมื่อช่วงที่บ้านเมืองกำลังมีปัญหาต้องแก้ไขเยอะ ช่วงที่มีประชุมสภา สส. สว. ยังจะมีอารมณ์มาเล่นดนตรีไทยที่ไอซ์แลนด์ได้อย่างไรคะ”

“สุดท้าย บุคคลสาธารณะ ต้องยอมรับผลของการกระทำตนเอง เปรียบเมื่อเจ้าฟ้าชายชาวล์เฉยเมย เมื่อรัฐบาลอังกฤษขึ้นค่าเทอมนักเรียน ถูกปาก้อนหินใส่รถ ทั้งที่ท่านไม่มีหน้าที่อะไรในรัฐบาล หรือโจ ไบเดน ถูกชาวบ้านตะโกนใส่ว่า ฟั..ก ไบเดน สาเหตุจากไบเด้รบริหารประเทศชาติได้พังพินาศ”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top