Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

‘วราวุธ' นำทัพข้าราชการ พม.กว่า 700 คน สวมเสื้อม่วง ร่วมแสดงพลังความจงรักภักดีต่อ ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’

(15 ก.พ.67) ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวแถลงการณ์กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่องขอพระราชทานน้อมแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. นายนิกร จำนง ประธานคณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดการขับเคลื่อนนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. คณะที่ปรึกษารมว.พม. นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง พม. พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. จำนวนกว่า 700 คน เข้าร่วมพิธี

นายวราวุธ อ่านแถลงการณ์ฯ ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นสถาบันหลักของชาติ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทยมาเป็นระยะเวลายาวนาน การรักษาความมั่นคงสถาบันหลักของชาติ ถือเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ให้ดำรงอยู่คู่ประเทศชาติอย่างมั่นคงตลอดไป ทั้งนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงสละความสุขส่วนพระองค์ และทรงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านการศึกษา ด้านการอนุรักษ์-ศิลปวัฒนธรรมไทย ด้านการพัฒนาสังคม ด้านการต่างประเทศ ด้านการสาธารณสุข ด้านการศาสนา รวมถึงโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณารับสมาคม สถาบัน และองค์กรต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริ หรือองค์กรต่างๆ ที่ช่วยเหลือและพัฒนาประชาชนไว้ในพระราชูปถัมภ์จำนวนมาก โดยทรงให้การสนับสนุนสมทบทุนจัดตั้งเป็น ‘กองทุนการกุศลสมเด็จพระเทพฯ’ เพื่อให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนผู้ทุกข์ยากเดือดร้อน ผู้ด้อยโอกาส ผู้ขาดแคลน และสาธารณประโยชน์ต่างๆ แก่ประชาชนคนไทยและประเทศเพื่อนบ้านจนเป็นที่ประจักษ์

นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวง พม. ได้น้อมนำพระราชจริยาวัตรของพระองค์ คือ พระเมตตาและความเอาพระทัยใส่ในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และพระราชปณิธานที่มุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนและผู้ที่เดือดร้อนทุกคน นำมาขับเคลื่อนการทำงานของกระทรวงร่วมกับภาคีเครือข่ายในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ในโอกาสนี้ จึงขอพระราชทานน้อมแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศรวมพลังแสดงความจงรักภักดี ถวายแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดพิธีถวายความเคารพและการแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นการแสดงความระลึกถึงและถือเป็นพระมหากรุณาที่คุณที่พระองค์ท่านมีต่อกระทรวง พม. สำคัญที่สุดเป็นสิ่งที่ปวงชนชาวไทยทุกคนพึงตระหนักและพึงหวงแหน ปกป้อง และรักษาเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันที่อยู่เคียงข้างกับพี่น้องประชาชนคนไทยและอยู่คู่กับประเทศชาติมาอย่างยาวนาน การแสดงพลังในเช้าวันนี้ เป็นการแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าจะตราบใด เวลาจะเปลี่ยนไป จะอย่างไรก็แล้วแต่ พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนส่วนใหญ่พวกเราให้ความเคารพให้ความนับถือและพร้อมที่จะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย และพวกเราจะไม่ยอมให้ใครไม่ว่าจะเป็นบุคคลใด กลุ่มบุคคลใด หรือใครก็แล้วแต่ จะมาลบหลู่ดูหมิ่นหรือพูดในสิ่งที่ไม่ดีถึงสถาบันพระมหากษัตริย์

"วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะเพียงแค่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่ทราบว่ามีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้ร่วมแสดงพลังกันในวันนี้ และเป็นการส่งสัญญาณไปถึงทุกคน ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่อยู่คู่กับประเทศชาติ อยู่คู่กับคนไทย และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพวกเราจะปกป้องและเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราตลอดไป" นายวราวุธ กล่าว

ผบ.ตร.รับรายงานผลการศึกษาอายุการกระทำผิดเด็กเยาวชน

ผบ.ตร.รับรายงานผลการศึกษาอายุการกระทำผิดเด็กเยาวชน พบแนวโน้มทำผิดสูงขึ้น เกณฑ์อายุที่ทำผิดต่ำลง เตรียมเสนอกระทรวงยุติธรรม ปรับแก้ไขกฎหมายกำหนดโทษคดีเด็กไม่ต้องรับโทษ จากอายุไม่เกิน 15 ปี เป็น 14 ปี

รวมทั้งแนวทางพิจารณาคดี ให้มุ่งเน้นพฤติการณ์กระทำผิดมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องบริบทสังคม คุ้มครองความปลอดภัยประชาชนส่วนรวม

วันนี้ (15 ก.พ.67)  พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า “สืบเนื่องจากกรณีที่มีข่าวปรากฏว่า มีเหตุเด็กชายวัย 14 ปี ก่อเหตุยิงบุคคลในบริเวณศูนย์การค้า และเหตุกลุ่มเยาวชนรุมทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตายในพื้นที่ สภ.อรัญประเทศ ซึ่งการก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว เป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียต่อร่างกาย ชีวิตและทรัพย์สิน สร้างความหวาดกลัวภัยให้กับประชาชน

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. จึงมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาอายุการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชนในห้วงปี พ.ศ.2559 – 2566 พบว่า

1. กลุ่มคดีอุกฉกรรจ์ ห้วงอายุ 10 – 18 ปี รวมทั้งสิ้น 1,645 คดี โดยอายุที่กระทำความผิดสูงสุด ได้แก่ อายุ 17 ปี(418 คดี) อายุ 18 ปี(416 คดี) และ อายุ 16 ปี(367 คดี) ตามลำดับ โดยนับแต่ พ.ศ.2565 เป็นต้นมา เริ่มพบว่าผู้ก่อเหตุอยู่ในห้วงอายุ 10 - 18 ปี มีแนวโน้มสูงขึ้น คดีที่ก่อเหตุสูงสุด ได้แก่ ฆ่าผู้อื่น (954 คดี) ปล้นทรัพย์ (109 คดี) และชิงทรัพย์ (97 คดี) ตามลำดับ

2. กลุ่มคดีความผิดเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย รวมทั้งสิ้น 4,318 คดี โดยอายุที่กระทำผิดสูงสุด ได้แก่ อายุ 18 ปี (1,398 คดี) อายุ 17 ปี (1,025 คดี) อายุ 16 ปี (805 คดี) ตามลำดับ โดยพบว่ามีผู้กระทำความผิดที่อายุต่ำกว่า 10 ปี จำนวน 20 คดี และพบว่าห้วงอายุ 10 – 18 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2560 เป็นต้นมา เริ่มสูงขึ้น โดยเป็นความผิดทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตายสูงถึง 1,860 คดี

3. กลุ่มคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ รวมทั้งสิ้น 5,903 คดี  โดยอายุที่กระทำความผิดสูงสุด ได้แก่ อายุ 18 ปี(1,820 คดี) อายุ 17 ปี(1,137 คดี) และอายุ 16 ปี(960 คดี) ตามลำดับ โดยพบว่าผู้กระทำความผิดอายุต่ำกว่า 10 ปี จำนวน 29 คดี และพบว่าห้วงอายุ 10 - 18 ปี เริ่มมีการกระทำความผิดตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 เป็นต้นมา โดยเป็นความผิดลักทรัพย์ 2972 คดี ฉ้อโกง 921 คดี และวิ่งราวทรัพย์ 57 คดี

จะเห็นได้ว่าแนวโน้มการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชนในคดีอุกฉกรรจ์ ชีวิตหรือร่างกาย ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ มีแนวโน้มสูงขึ้น และเกณฑ์อายุของผู้กระทำความผิดผู้อายุน้อยลง 

แม้ข้อมูลทางการวิจัยกระบวนการยุติธรรมทางอาญาสำหรับเด็กและเยาวชนยึดหลัก มุ่งคุ้มครองเด็กและเยาวชน เน้นการสงเคราะห์ บำบัดฟื้นฟู แก้ไข เยียวยา เพื่อคำนึงถึงอนาคตของเด็กและเยาวชน แต่อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาการกำหนดโทษ สามารถกำหนดมาตรการที่เหมาะสมกับพฤติการณ์ได้ เช่น ความผิดร้ายแรง การกระทำความผิดซ้ำ  จึงอาจกำหนดโทษจำคุก เพื่อให้หลาบจำได้สำหรับเด็กและเยาวชนในบางกรณีได้  

โดยแนวทางการดำเนินการของต่างประเทศ เช่น ประเทศฝรั่งเศสและอังกฤษ กำหนดอายุเด็กไม่เกิน 10 ปี  ไม่ต้องรับโทษ ซึ่งเกณฑ์อายุน้อยกว่าประเทศไทยที่กำหนดอายุไม่เกิน 12 ปี ส่วนในประเทศเยอรมนี แคนนาดา ฝรั่งเศส จะพิจารณาเกณฑ์อายุและประเภทความผิดร้ายแรงประกอบกัน เพื่อกำหนดโทษจำคุกสำหรับเด็กและเยาวชนได้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะทั่วไปสหประชาชาติ (ฉบับที่ 10) ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กที่กำหนด “เกณฑ์อายุขั้นต่ำที่บุคคลจะมีความรับผิดอาญาไม่ควรต่ำกว่า 12 ปีและบุคคลอายุ 18 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ”

สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นคล้องตรงกันว่า สังคมไทยควรจะพิจารณากำหนดเกณฑ์อายุของเด็กหรือเยาวชน ขึ้นใหม่ เพื่อสอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ   โดยอาจเสนอการแก้ไขกฎหมาย ป.อาญา มาตรา 74  จากเดิมกำหนดเด็กอายุกว่า 10 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ เป็น เด็กอายุกว่า 10 ปี แต่ไม่เกิน 14 ปี แทน 
 
รวมทั้งพิจารณาบังคับใช้ตามมาตรา 97 วรรคสองฯ แห่ง พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ พ.ศ.2553 มาใช้ในการดำเนินการให้มากขึ้น ซึ่งกำหนดไว้ใจความว่า  คดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัว ถ้าศาลพิจารณาโดยคำนึงถึงสภาพร่างกาย สภาพจิต สติปัญญา และนิสัยแล้ว เห็นว่าในขณะกระทำความผิด หรือในระหว่างการพิจารณา  เด็กและเยาวชนที่ต้องหาว่ากระทำความผิดมีสภาพเช่นเดียวกับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ขึ้นไป ให้ศาลมีอำนาจสั่งโอนคดีไปพิจารณาในศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาได้

ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้รวบรวมเสนอกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาในการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับเด็ก เยาวชนให้ตรงกับสถาพบริบทสังคมต่อไป เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมาย เกิดประสิทธิภาพ คุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนส่วนรวม

‘ชาวเชียงใหม่’ รวมพลังถวายกำลังใจแด่ ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ พร้อม 'สวมเสื้อม่วง-แปรอักษร-ฟ้อนเล็บรำถวาย' แสดงจุดยืน

พสกนิกรชาวจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมใจใส่เสื้อม่วง แสดงพลังถวายกำลังใจแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมแสดงจุดยืนที่จะปกป้องและจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย

เมื่อวานนี้ (14 ก.พ. 67) ที่บริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำคณะผู้บริหารจังหวัดเชียงใหม่ ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ นักเรียน นักศึกษา และพสกนิกรชาวจังหวัดเชียงใหม่ทุกหมู่เหล่า  ร่วมพิธีถวายความจงรักภักดี แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

โดยผู้ร่วมพิธีกว่า 1,000 คน ได้พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดโทนสีม่วง ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  มาร่วมกันแสดงพลังแห่งความจงรักภักดี ด้วยการแปรอักษรเป็นรูปหัวใจ ฟ้อนเล็บรำถวาย ขับร้องเพลงเฉลิมพระเกียรติ ‘สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า’ และกล่าวคำถวายพระพร ‘ทรงพระเจริญ’ เพื่อร่วมแสดงพลัง ถวายกำลังใจแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย

โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการแสดงพลังของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ที่ต้องการสื่อให้เห็นว่า ‘เรายึดมั่น เราเชื่อมั่น และศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์’ โดยจะไม่ยอมเด็ดขาดที่จะให้ใครหรือคนกลุ่มใดมาดูหมิ่น หรือคิดในสิ่งที่ไม่ดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย

‘เอกชัย ศรีวิชัย’ เจ็บปวด!! ทะลุวังป่วนขบวนเสด็จฯ ชี้!! ผิดหวัง-หมดศรัทธาพรรคการเมืองที่ปกป้องคนผิด

จากกรณีนักเคลื่อนไหว ‘กลุ่มทะลุวัง’ บีบแตรและขับรถแซงขบวนเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในขณะที่ขบวนกำลังแล่นผ่านทางด่วน หลังจากคลิปได้เผยแพร่ออกไปก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

ต่อมาเหล่าคนดัง คนบันเทิง นักการเมือง และประชาชนทั่วไป ต่างออกมาแสดงความรักต่อกรมสมเด็จพระเทพ ด้วยการโพสต์ภาพ เขียนข้อความ ติด #เรารักกรมสมเด็จพระเทพ และร่วมมือร่วมใจใส่เสื้อสีม่วงแสดงความรักที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ทางด้าน นายเอกชัย ศรีวิชัย นักร้อง นักแสดง ผู้กำกับหนัง และผู้เคยแสดงจุดยืนเชียร์พรรคก้าวไกล ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวระบุว่า…

“วันเวลาผ่านมาหลายวันแล้ว ผมนั่งมองอยู่ตลอดยัง ไม่เคยเห็นคนที่ถือหางเด็ก (นรก) พวกนั้นออกมารับผิดชอบต่อการกระทำที่ผ่านมา ซึ่งทำร้ายความรู้สึกของประชาชนส่วนมาก ผมเองเคยศรัทธา (ย้ำนะครับว่าเคยศรัทธา) ต่อแนวคิดในการทำงาน แต่มาวันนี้สิ่งที่มันเกิดขึ้นมันทำลายศรัทธาหมดแล้ว คุณทำร้ายหัวใจคนไทย สถานการณ์ทั้งหมด พวกคุณรู้ดีว่าตั้งใจจะทำอะไร ผมในฐานะประชาชนคนหนึ่ง #ปกป้องพระเกียรติ สมเด็จพระเทพ”

นอกจากนี้ยังได้ไลฟ์ผ่านติ๊กต็อก ซึ่งในบางช่วงบางตอนระบุว่า…

“อยากจะเปลี่ยนแปลงประเทศ อยากจะพัฒนาประเทศ อยากจะให้ประเทศมีความเท่าเทียม ดูนิ้วมือเท่ากันไหม? สำหรับใครที่คิดไม่ดีกับประเทศนี้ ขอให้มันฉิบหาย ใครที่คิดไม่ดีกับสถาบัน ขอให้มันมีอันเป็นไป แล้วใครที่อยู่เบื้องหลังขอเด็กพวกนี้ ก็ขอให้พวกมันมีอันเป็นไป ออกมารับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น กฎหมายไม่ผิด หรือผิดไม่มาก แต่ผิดสุด ๆ ที่ความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศรับสิ่งนี้ไม่ได้”

‘วัดหมื่นเกลา’ แจกข้าวสาร-อาหารแห้ง รับวันวาเลนไทน์ ตามโครงการเปลี่ยนพวงหรีดเป็นข้าวสารเพื่อ ‘ผู้ยากไร้’

(14 ก.พ.67) ที่วัดหมื่นเกลา ต.วังน้ำเย็น อ.แสวงหา จ.อ่างทอง นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานแจกข้าวสาร อาหารแห้ง ในวันวาเลนไทน์ ตามโครงการเปลี่ยนพวงหรีดเป็นข้าวสารเพื่อผู้ยากไร้

ซึ่งทางวัดหมื่นเกลาได้ดำเนินโครงการเปลี่ยนพวงหรีดเป็นข้าวสารเพื่อผู้ยากไร้ มาตั้งแต่ปี 2565 โดยพระครูวิเทศธรรมวิรัช เจ้าอาวาสวัดหมื่นเกลา ได้มีแนวคิดเปลี่ยนพวงหรีดดอกไม้สดเป็นพวงหรีดข้าวสาร เพื่อไว้อาลัยครั้งสุดท้าย หลังจากเสร็จงานแล้วทางญาติโยมได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง ถวายวัด และทางวัดได้ร่วมกับทางผู้นำท้องถิ่นในหมู่บ้าน นำข้าวสาร อาหารแห้งไปแจกให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในหมู่บ้าน คนที่ได้รับก็สุขใจ คนที่ให้ก็อิ่มใจ เป็นบุญกุศลของผู้ที่ล่วงลับ เป็นการช่วยเหลือสังคมและผู้ด้อยโอกาส ต่อไป

ปรากฏการณ์ 'เสื้อสีม่วง' ฟีเวอร์!! คนแห่ซื้อกระหน่ำทั้ง 'หน้าร้าน-ออนไลน์'

(14 ก.พ. 67) สืบเนื่องจากการนัดแสดงพลัง ถวายความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขององค์กรต่างๆ รวมถึงการแสดงออกถึงความรักและห่วงใยของประชาชนไทยที่มีต่อพระองค์ทั้งในทาง Social Media แพลตฟอร์มต่างๆ อาทิ เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, TikTok ฯลฯ 

โดยบ้างก็อัปโหลดรูปลายเส้นสีขาวรูปกรมเด็จพระเทพฯ บนพื้นสีม่วง อันเป็นสีแห่งวันพระราชสมภพ ฝีมือของรองศาสตราจารย์อาวิน อินทรังษี รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร หรือบ้างก็แชร์ภาพสเก็ตสมเด็จพระชนกาธิเบศร์ ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยกรมสมเด็จพระเทพฯ บนสะพานไม้ในถิ่นทุรกันดาร โดย 'วินทร์ เลียววาริณ' ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ก็ถูกเผยแพร่ต่อๆ กันอย่างมากเช่นกัน

ทั้งนี้ จากการค้นหาข้อมูลออนไลน์ พบว่าตลอด 2 วันที่ผ่านมา ร้านค้าออนไลน์มีการจัดโปรโมชันขายเสื้อสีม่วง อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม e-Commerce ยอดฮิต อย่างช้อปปี้ หรือลาซาด้า ก็เกาะกระแส 'ปรากฏการณ์เสื้อม่วง' ครั้งนี้ ด้วยโปรโมชันลดราคา พร้อมส่งถึงมือลูกค้าฟรี

ด้านร้าน 'ภูฟ้า' ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของโครงการพัฒนาต่างๆ เพื่อส่งเสริมอาชีพประชาชนในถิ่นทุรกันดาร โดยใช้ตราสัญลักษณ์ 'ภูฟ้า' เป็นเครื่องหมายการค้า หนึ่งในโครงการตามพระราชดำริ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็มีรายงานว่า ทางหน้าร้านขายเสื้อสีม่วงรุ่นที่มีภาพวาดฝีพระหัตถ์บนอกเสื้อถูกจำหน่ายแทบหมดสต็อกสินค้า ตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา โดยยังเหลืออีกเพียงจำนวนหนึ่งใน phufa.org ไม่มากนัก

นี่คือปรากฏการณ์ ที่คงไม่ต้องพูดอะไรมากอีกแล้วว่า คนไทย #เรารักกรมสมเด็จพระเทพฯ มากแค่ไหน?

และพรุ่งนี้ (15 ก.พ. 67) คงได้ประจักษ์ด้วยสายตาตนเอง...

ตม.จว.กระบี่ ตรวจเข้ม สนองนโยบาย ผบ.ตร. และ ผบช.สตม. บูรณาการร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ สร้างความมั่นใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว

ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. ,พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. กำหนดให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ระหว่างวันที่ 13-22 ก.พ. 67 โดยให้ระดมตรวจสอบและการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการดูแลความสงบเรียบร้อยของสังคม ตลอดถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว 

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.กันตวัฒน์  พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.สรธรรศจ์  เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.กระบี่ สั่งการให้ พ.ต.ท.สุเมธ  กนกเหมพันธ์  รอง ผกก.ตม.จว.กระบี่ ,พ.ต.ต.วิรัตน์ อินทร์ยอด สว.ตม.จว.กระบี่ , พ.ต.ต.วิโรจน์ ศรีสภา สว.ตม.จว.กระบี่  จัดกำลังชุดสืบสวนตรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ส.ทท.3 กก.2 บก.ทท.3 , เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ ส.รน.1 กก.9 บก.รน. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ บูรณาการออกตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบ ได้ร่วมกันจับกุมผู้กระทำผิด 4 ราย ดังนี้

1.นายซิน (สัญชาติเมียนมา) โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดประเภท1(ยาบ้า)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” ของกลางยาบ้า จำนวน 16 เม็ด
2. นายมิน (สัญชาติเมียนมา) โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดประเภท1(ยาบ้า)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” ของกลางยาบ้า จำนวน 10 เม็ด
3. นายเซ (สัญชาติเมียนมา) โดยกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
4.นายฤทธิ์ธี (สัญชาติไทย) โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดประเภท1(ยาบ้า)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” ของกลางยาบ้า จำนวน 50 เม็ด

นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 
ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 13 ก.พ.67 ตม.จว.กระบี่ ได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียด ดังนี้

-จับกุมผู้กระทำผิด พรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 จำนวน 41 ราย
-จับกุมผู้กระทำผิด พรก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 จำนวน 2 ราย
-จับกุมผู้กระทำผิด พรบ.ยาเสพติด จำนวน 3 ราย

ด้วยในพื้นที่จังหวัดกระบี่ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก ตม.จว.กระบี่ จึงได้มีมาตรการออกตรวจพื้นที่ ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวและประชาชน ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว และหากประชาชนท่านใดพบเห็นการกระทำผิด กรุณาแจ้งมายัง ตม.จว.กระบี่ โทร 075 611097 จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

“คุณากร” เผยผลสอบข้อเท็จจริง “โคบาลชายแดนใต้” ยังไม่ยุติ เดินหน้าเยี่ยวยาเกษตรกรทุกกรณี

“คุณากร” ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจงผลสอบ “โคบาลชายแดนใต้” พบสารพัดปัญหา แม่โคน้ำหนักน้อยไม่สมบูรณ์ ป่วย ไม่มีเอกสารประจำตัว พร้อมเดินหน้าประชุมหาข้อยุติแก้ไขเยี่ยวยาเต็มที่

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจาก นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเกษตรกรในจังหวัดทางาคใต้ ที่ได้รับโคไม่ตรงตามคุณลักษณะจากโครงการโคบาลชายแดนใต้ ร่วมกับกรมปศุสัตว์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 9 ประจำจังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานี รวมถึงผู้แทนหน่วยงานส่วนจังหวัดจังหวัดนราธิวาส ยะลาและจังหวัดปัตตานี ผ่านการประชุมทางไกล (Zoom Meeting เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567)  

นายคุณากร กล่าวว่า หลังจากมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการโคบาลชายแดนใต้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน พบว่า เกษตรกรประสบปัญหาได้รับโคแม่พันธุ์ที่น้ำหนักต่ำกว่า 160 กิโลกรัม มีอาการป่วย ไม่สมบูรณ์ ซึ่งโคบางตัวล้มตาย อีกทั้ง  โคไม่มีเอกสารประจำตัว 

“ทั้งนี้ ศอ.บต. ได้สรุปประเด็นความต้องการของเกษตรกร  จะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยฟื้นฟูสภาพโคที่ไม่สมบูรณ์ ดูแลการเปลี่ยนโค พร้อมทั้ง เยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงขอให้จัดทำเอกสารสิทธิ์ของที่ตั้งคอกกลางกักกันโคปลายทาง เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของโค และสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรเมื่อได้รับโคแม่พันธุ์ ซึ่งกรมปศุสัตว์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมให้การช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องของเกษตรกร อย่างไรก็ตามเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการจัดประชุมหารือแนวทางแก้ปัญหาร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยขอให้เชิญตัวแทนเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมการประชุมในครั้งถัดไป อีกด้วย” นายคุณากร กล่าวในที่สุด

📌สถาบันพระปกเกล้า จัดอบรมโครงการผู้นำเยาวชนพลเมืองดี พื้นที่ภาคเหนือ📌

14 ก.พ.67 : สำนักส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า จัดอบรมโครงการผู้นำเยาวชนพลเมืองดี จ.เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง โดยพิธีเปิด ได้รับเกียรติจาก อ.วิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า บรรยายเรื่อง “พลเมืองดี วิถีประชาธิปไตย” 

📍นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเยาวชนสัมพันธ์ Team Building และการบรรยายเรื่อง “ดิจิทัลกับการพัฒนาสังคมและมรดกทางวัฒนธรรม” โดย อาจารย์กู้เกียรติ ภูมิรัตน์ ที่ปรึกษาเลขาธิการด้านการส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง 

📍การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากกรรมการศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองสถาบันพระปกเกล้า  เข้าร่วมสังเกตการณ์ และร่วมให้คำแนะนำ สร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงชื่นชมน้อง ๆเยาวชน ที่เป็นพลเมืองมีส่วนร่วมพัฒนาโครงการเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น และศูนย์ ฯ จะร่วมเป็นเครือข่ายเผยแพร่ผลงานของน้อง ๆ ต่อไป

🎯โครงการผู้นำเยาวชนพลเมืองดี มีกลุ่มเป้าหมายนักเรียน 67 คน ครูที่ปรึกษา 11 คน จาก 11 โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดลำปาง กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ทั้งการบรรยายเกี่ยวกับ การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการเมืองภาคพลเมือง การเขียนโครงการเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองในพื้นที่ รวมทั้งกิจกรรมการระดมความคิดเห็นเพื่อให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมและขยายผลต่อยอดความเป็นพลเมืองในพื้นที่ด้วย

'วราวุธ' ประกาศนำ 'ข้าราชการ พม.' แต่งกายสีม่วง พรุ่งนี้ 'แสดงพลัง-ถวายกำลังใจ' แด่ 'กรมสมเด็จพระเทพฯ'

(14 ก.พ. 67) ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า…

"ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.30 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตนพร้อมเพื่อน ๆ ข้าราชการทุกคนของกระทรวง พม. เราจะพร้อมใจกันเข้าร่วมในพิธีถวายความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยการแต่งกายโทนสีม่วงทั้งกระทรวง เพื่อถวายความจงรักภักดีแด่กรมสมเด็จพระเทพฯที่พวกเรารัก และเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย"

นายวราวุธ กล่าวว่า "การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการแสดงพลังของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ให้ทุกคนได้เห็นพี่น้องประชาชนคนไทยหลายสิบล้านคน เรายึดมั่น เราเชื่อมั่น และศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ดังนั้นเราจะไม่ยอมเด็ดขาดที่จะให้ใคร หรือคนกลุ่มใด และไม่ว่าใครก็แล้วแต่ มาดูหมิ่น หรือคิดในสิ่งที่ไม่ดีต่อสถาบันอันเป็นที่รักของพวกเราทุกคน"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top