Friday, 14 August 2026
NEWS FEED

นราธิวาส-กิจกรรมเพิ่มพูนความรู้ และทักษะการบริหารจัดการฟาร์มตัวอย่างตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่ จชต. ประจำปี 2567

ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พันเอก ณัฐพล ชัยสุภา เสนาธิการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมเพิ่มพูนความรู้ และทักษะการบริหารจัดการฟาร์มตัวอย่างตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่ จชต. ประจำปี 2567 ตามโครงการพัฒนาความสามารถในการพึ่งพาตนเองของฟาร์มตัวอย่างตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่ จชต. เพื่อเป็นแนวทางการจัดการองค์ความรู้ ในการนำไปปฏิบัติให้เกิดเสถียรภาพในการดำเนินงานฟาร์มตัวอย่างฯต่อไปในอนาคต โดยมีผู้จัดการฟาร์มตัวอย่างฯผู้ช่วยผู้จัดการฟาร์มตัวอย่างฯ และเจ้าหน้าที่บัญชีฟาร์มตัวอย่างฯ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  เข้าร่วมทั้งหมด 16 แห่ง ฟาร์มตัวอย่างฯ ละ 3 คน รวมทั้งสิ้น 48 คน 

ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อจะนำความรู้ที่ได้มาพัฒนา ต่อยอด มาปรับใช้ภายในฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงให้ฟาร์มตัวอย่างฯ สามารถเลี้ยงดูตนเองได้ และสนับสนุนให้ผู้จัดการฟาร์มตัวอย่างฯ , ผู้ช่วยผู้จัดการ และเจ้าหน้าที่บัญชีฟาร์มตัวอย่างฯได้รับความรู้ทางด้านการบริหารจัดการองค์กร การเงินและบัญชี ได้รับแนวทางการพัฒนาฟาร์มตัวอย่างฯที่ถูกต้องตรงตามหลักเกณฑ์ นำมาประยุกต์ใช้กับฟาร์มตัวอย่างในแต่ละพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงเพื่อพัฒนารูปแบบฟาร์มตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้เป็นไปศูนย์การเรียนรู้ที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนเพื่อขยายผลการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้เป็นไปอย่างกว้างขวาง สามารถปฏิบัติตามได้จริง และเห็นผลเป็นรูปธรรม สมาชิกฟาร์มสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร / อัสมา บินมานุ จ.นราธิวาส

ขอนแก่น - Open House "มทร.อีสาน วข.ขอนแก่น" ร่วมพัฒนาขีดความสามารถกำลังพลกองทัพบก

เป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกองทัพภาคที่ 2 และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานเพิ่มโอกาสในการพัฒนาขีดความสามารถกำลังพล สนับสนุนภารกิจของกองทัพบก โดยเฉพาะในทหารกองประจำการ และยังตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมการสมัครใจเข้ามาเป็นทหารเพราะเมื่อปลดประจำการแล้วจะมีวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้น พร้อมที่จะออกไปประกอบอาชีพที่ตนเองถนัด สามารถเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่น รายงานว่า ที่ สโมสรนายทหารค่ายศรีพัชรินทร ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น พลตรี ฉกาจพงษ์ หงษ์ทอง รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม Open House การประชาสัมพันธ์หลักสูตรปวช. ปวส. และปริญญาตรี สำหรับหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น โดยมี พลตรี วรพินิจ ขันธุปัฏน์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 ผศ.ดร.จารุวรรณ ธาระศัพท์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย มทร.อีสานวิทยาเขต ขอนแก่น พร้อมทั้งผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ร่วมกิจกรรม 

ซึ่งเป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกองทัพภาคที่ 2 และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานเพิ่มโอกาสในการพัฒนาขีดความสามารถกำลังพล สนับสนุนภารกิจของกองทัพบก โดยเฉพาะในทหารกองประจำการ และยังตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมการสมัครใจเข้ามาเป็นทหารเพราะเมื่อปลดประจำการแล้วจะมีวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้น พร้อมที่จะออกไปประกอบอาชีพที่ตนเองถนัด สามารถเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน โดยครั้งนี้มีกำลังพล ทหารกองประจำการ ของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ร่วมกิจกรรมจำนวน 150 นาย มีการแนะนำหลักสูตรระดับ ปวช. ปวส. และปริญญาตรี ทั้งสาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องจักรกล วิศวะจักรกลเกษตร วิศวะแปรรูปอาหารและผลผลิตการเกษตร วิศวะโลหะการเป็นต้น.

'2 สาวเกาหลี' ไม่ปลื้ม!! สิ่งที่คนเกาหลีมักมโนไกลทั้งที่ยังไม่เข้าใจในเมืองไทย  พอเห็นภาพช้าง-เห็นนา ก็คิดว่าประเทศนี้ไม่เจริญ-พร้อมเหยียด

เมื่อไม่นานมานี้ เพจ ‘DIY Review’ ได้แชร์วิดีโอการพูดคุยระหว่าง 2 สาวชาวเกาหลีใต้ คือ ‘ฮาน่า-ซอง ฮาอึน’ อินฟลูฯ และ ‘ซอ จียอน’ นักแสดง นักร้อง และนางแบบที่คนไทยรู้จักกันดี โดยทั้ง 2 ได้พูดถึงทัศนคติ มุมมองที่คนเกาหลีใต้มีต่อประเทศไทยและคนไทย 

โดยทั้งฮาน่าและจียอน เล่าว่าตนมักโดนถามคำถามที่คล้าย ๆ กัน เช่น คนไทยขี่ข้างเป็นปกติใช่ไหม? ประเทศไทยมีห้างสรรพสินค้าไหม? ปกติคนไทยผิวสีแทนไปทางดำใช่ไหม? โดยพวกเธอบอกว่าถ้าได้ยินคำถามพวกนี้ หรือได้ยินคนเกาหลีออกมาว่าคนไทย พวกเธอจะรู้สึกโกรธอย่างมาก เพราะพวกเธออยู่เมืองไทยมากกว่าอยู่เกาหลี พวกเธอรูดีว่าเมืองไทยเป็นอย่างไร

ทางด้านฮาน่า ระบุว่า “หนูสอนคนเกาหลีเลยนะว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นแบบนั้น ที่เห็นตามสื่อมีการขี่ช้าง มีท้องนา นั่นเพราะคือสื่อเพื่อการท่องเที่ยว จึงออกมาเป็นแบบนั้น ความจริงประเทศไทยไม่ได้เป็นเหมือนในโฆษณาไปทั้งหมด”

โดยจียอน เสริมว่า “เอาจริง ๆ คนไทยที่มีช้างคือคนรวยนะ” 

ฮาน่า กล่าวต่อว่า “ใช่ คนไทยที่มีช้างคือรวยมาก ๆ เพราะค่าใช้จ่ายเยอะ ต้องมีเงินถึงจะเลี้ยงช้างได้” และกล่าวต่อว่า “แต่เอาจริง ๆ อยากให้ทั้ง 2 ประเทศรักกัน อยากให้คนไทยและคนเกาหลีมองกับในแง่ดี ซึ่งทั้ง 2 ประเทศก็ต้องประพฤติดีต่อกันด้วย”

นอกจากนี้ ทั้ง 2 สาวก็ได้แชร์ประสบการณ์ที่พบเจอในฐานะเป็นคนเกาหลีที่ใช้ชีวิตในประเทศไทยมากกว่าประเทศบ้านเกิด โดยจียอนได้เล่าว่า สมัยที่เธอเข้าวงการบันเทิงใหม่ ๆ เมื่อเกิดกรณีดรามาเกี่ยวกับเกาหลี เธอจะเป็นฝ่ายโดยโจมตีตลอด ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ผิดอะไร หรือบางครั้งที่กลับเกาหลี พอกลับมาไทยก็ระแวงว่าจะโดนต่อว่าจากคนอื่นๆ

ส่วนสาวฮาน่า ก็ได้เล่าเสริมว่า ตนก็เจอเหตุการณ์คล้าย ๆ กับจียอนเช่นกัน จริง ๆ ก็เป็นมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อของตนแล้ว (คุณพ่ออยู่ในประเทศไทยมา 30 ปี) ตอนนั้นไม่มีใครช่วย เจอดรามาต่าง ๆ หนักมากจริง ๆ 

ทั้งนี้ ทั้ง 2 สาวก็ได้สรุปว่า ทั้งคนไทยและคนเกาหลี ต่างก็มีทั้งคนที่คิดดี ใจดี เข้าอกเข้าคนคนอื่น กลับกันก็จะมีคนที่คิดไม่ดี ใจร้าย และไม่เข้าใจอะไรเช่นกัน แต่คนที่คิดดี น่ารักมีเยอะกว่า เราควรโฟกัสและให้คุณค่ากับคนที่น่ารัก ๆ ดีกว่า

'ทบ.' โต้!! 'สส.ก้าวไกล' ปม 'พลทหารคมทัช' ผูกคอดับ เพราะเครียดตัดหญ้า ชี้!! มูลเหตุชั้นต้นมาจากปัญหาส่วนตัวกับแฟน หลังสอบถามญาติ-เพื่อน

(20 มี.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ สส.กทม. พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ภาพผู้ช่วยของตนเองผูกคอเสียชีวิตในค่ายทหารแห่งหนึ่ง พร้อมแชตข้อความระบายความในใจ ว่า เครียด ต้องไปตัดหญ้า กวาดบ้านผู้บังคับบัญชา ตอนดึกเพื่อนนั่งดูดกัญชา นอนแทบไม่ได้

ล่าสุดจากการตรวจสอบเบื้องต้นของกองทัพบก (ทบ.) พบว่า ผู้เสียชีวิต คือ พลทหารคมทัช พันฤทธิ์ ตำแหน่ง พลลูกมือ สังกัดกองร้อยบริการที่ 3 กองพันบริการ กองบริการ กรมการทหารช่าง ช่วยราชการ (พันบร.กบร.กช. ชรก.) ปฏิบัติงานที่โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์โยธินวิทยา (รร.ทบอ.โยธินวิทยา) ได้เสียชีวิตในวันที่ 19 มี.ค.67 ซึ่งจากการสอบถามญาติและเพื่อนพลทหารคมทัช ในชั้นต้นทราบว่า “สาเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ เกิดจากปัญหาส่วนตัวกับแฟน”

ต่อมาเวลา 22.41 น. คืนวันที่ 19 มี.ค.67 ทางกองทัพบก ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงว่า ได้รับแจ้งกรณี ทหารกองประจำการกระทำอัตวินิบาตกรรม (ผูกคอเสียชีวิต) โดยเป็นทหารในสังกัดของ กองพันบริการกองบริการ กรมการทหารช่าง ช่วยราชการปฏิบัติงานที่ โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์โยธินวิทยา 

โดยหลังจากเกิดเหตุหน่วยแจ้งไปทาง สภ.เมืองราชบุรี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์นิติเวชร่วมในการตรวจสอบที่เกิดเหตุ และชันสูตรพลิกศพ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า พลทหารคมทัช พันฤทธิ์ เสียชีวิตด้วยการผูกคอตายในห้องน้ำของโรงเรียน

ในวันเดียวกันผู้บังคับหน่วยต้นสังกัดได้เดินทางไปพบครอบครัวเพื่อแจ้งเหตุการณ์ดังกล่าวและแสดงความเสียใจ ตลอดจนแจ้งสิทธิและสวัสดิการที่ผู้เสียชีวิตจะได้รับ และทางหน่วยต้นสังกัดจะช่วยดูแลอำนวยความสะดวกในด้านการจัดงานศพกับครอบครัว ทั้งนี้ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ธิษะณา ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ‘ธิษะณา ชุณหะวัณ - แก้วตา - Tisana Choonhavan’ ระบุว่า “อดีตผู้ช่วยแก้วได้ไปเกณฑ์ทหาร (จับได้ใบแดง) เมื่อวานนี้ตอนตีสามได้ข่าวมาจากผู้ช่วย สส.ที่สนิทกันอีกคนว่าน้องผูกคอตายในห้องน้ำในค่ายทหาร ก่อนอดีตผู้ช่วยแก้วจะเสียชีวิตในค่ายทหาร (ผูกคอตาย) ได้ส่งข้อความแบบนี้มาถึงชีวิตในค่ายทหาร”

“ขอเรียกร้องให้ค่าย 1.) แสดงความจริงใจและโปร่งใสโดยการเปิดเผยผลชันสูตรศพต่อสาธารณชน 2.) นโยบายทางจิตเวชให้กำลังพลไหม? 3.) ขอเรียกร้องความกล้าหาญจากผู้บังคับบัญชาที่จะกล้าเปิดเผยความจริง เหตุจูงใจหรือสิ่งที่กำลังพลต้องประสบพบเจอในค่าย 4.) การแสดงความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาต่อสิ่งที่เกิดขึ้น”

“ขอความเป็นธรรมให้เค้าด้วยค่ะ ขอให้ทุกคนช่วยกันส่งเสียงให้สภาผู้แทนราษฎรผ่านกฎหมาย #ยกเลิกเกณฑ์ทหาร #ค่ายทหารหรือคุก #คมทัชพันฤทธิ์”

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ หน่วยงานกระทรวงแรงงาน จ.ลำพูน พร้อมทั้งรายการร้องทุกข์ลงป้ายนี้ สถานีข่าวไทยพีบีเอส ลงพื้นที่ มอบรถเข็นวีลแชร์และอุปกรณ์ให้ผู้พิการและผู้ยากไร้ เติมกำลังใจให้ชีวิต

วันที่ 20 มีนาคม 2567 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วยหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน จ.ลำพูน ลงพื้นที่มอบรถเข็นวีลแชร์ และอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ จำนวน 2 ราย ในพื้นที่ ต.บ้านกลาง และ ต.เหมืองง่า อ.เมือง จ.ลำพูน

นางเธียรรัตน์ กล่าวว่า ในวันนี้ดิฉันในนามประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน จ. ลำพูน นำอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้พิการและผู้ยากไร้ ประกอบไปด้วย รถเข็นวีลแชร์ 2 คัน วอร์คเกอร์ช่วยเดิน 2 ชิ้น และ ไม้เท้าสามขา ช่วยพยุง 2 ชิ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่มไทยสมายล์ (รถและเรือโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า) มามอบให้กับ ผู้สูงอายุและผู้พิการ ตามที่ได้รับการประสานจาก  น.ส.ศิริลักษณ์ ประศาสตร์อินทาระ แรงงานจังหวัดลำพูน  น.ส.พุทธชาติ อินทร์สวา จัดหางานจังหวัดลำพูน และ นายสมเกียรติ  เจษฎารมณ์  ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดลำพูน  จำนวน 2  ราย ได้แก่ นายติ๊บ สาวะธรรม อายุ 89 อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 59 ม.10 ต.บ้านกลาง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน และนายรัตน์ ยะอนันต์ อายุ 62 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 99 ม.5 ต.เหมืองง่า อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน ที่เป็นกลุ่มเปราะบาง มีฐานะยากจน และประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคม การที่มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ได้นำอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ยากไร้ มามอบในครั้งนี้ เพื่อต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน เติมขวัญและกำลังใจ ให้แก่ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมหนึ่งซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิในด้านการสร้างสาธารณประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และที่สำคัญจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ซึ่งมีความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ต้องการอุปกรณ์ช่วยเหลือดังกล่าวมากกว่าบุคคลทั่วไป ทำให้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือช่วยกันจัดหาอุปกรณ์และสิ่งอำนวย ความสะดวกเป็นลำดับแรก

เชียงใหม่-คณะพยาบาลศาสตร์ มช. จัดกิจกรรม 'มหกรรมสุขภาพดี ประจำปี 2567'

เมื่อวันอังคารที่ 19 มีนาคม 2567 คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน จัดพิธีเปิดโครงการมหกรรมสุขภาพดี ประจำปี 2567 : การเฝ้าระวังสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากการทำงานของบุคลากรคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธานี แก้วธรรมานุกูล คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ เป็นประธาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรันธรณ์ จงรุ่งโรจน์สกุล ผู้ช่วยคณบดีในฐานะประธานคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน กล่าวรายงาน ณ ห้องศตวรรษที่ 21 อาคาร 2

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้อาจารย์และเจ้าหน้าที่ของคณะฯ ได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพตามความเสี่ยงของลักษณะงานที่ทำ ได้แก่ สมรรถภาพการมองเห็น สมรรถภาพการได้ยิน และสมรรถภาพทางกาย เพื่อเป็นการเฝ้าระวังสุขภาพจากการทำงาน ป้องกันการเกิดโรคหรือการบาดเจ็บที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน นอกจากนี้ได้จัดกิจกรรมเสวนาให้ความรู้ด้านศาสตร์การแพทย์แผนไทยประยุกต์ในการดูแลสุขภาพ ประกอบด้วย การทำลูกประคบสมุนไพรเพื่อสุขภาพ การตอกเส้น การนวดจับเส้นเพื่อผ่อนคลายอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และการทำกัวซาเพื่อสุขภาพความงาม เป็นต้น

พิจิตร-อนุทิน มท.1 ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาบึงสีไฟพิจิตรเพื่อความพร้อมเตรียมการรับเสด็จ

ชาวจังหวัดพิจิตรสุดปลาบปลื้มปิติเร่งรัดพัฒนาบึงสีไฟเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีที่จะเสด็จเปิดสนามจักรยานสราญสุขมงคลจิต ซึ่งเป็นสนามจักรยาน BMX สนามจักรยานขาไถและสนามจักรยาน Pump Track และจะทรงปั่นจักรยานในพิธีเปิด 23 มีนาคม 2567 

วันที่ 20 มีนาคม 2567 ความคืบหน้าความพร้อมเพื่อเตรียมการรับเสด็จฯ ล่าสุดเมื่อวันวานที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะลงพื้นที่ จังหวัดพิจิตร เพื่อติดตามความพร้อมการเตรียมรับเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ที่จะเสด็จฯไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ในวันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2567 ณ สนามจักรยานสราญจิตมงคลสุขบึงสีไฟจังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นชื่อสนามนามพระราชทาน

โดยการลงพื้นที่ติดตามความพร้อม การสร้างสนามจักรยาน BMX และสนามจักรยานขาไถและสนามจักรยาน Pump Track ในครั้งนี้พบว่าการก่อสร้างหรือการเตรียมความพร้อมต่างๆ ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์เกือบครบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือแค่เพียงการเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ให้สวยสมบูรณ์สมพระเกียรติเท่านั้นเองก็จะสมบูรณ์ครบถ้วนทุกอย่าง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้น้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำให้ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นหลักในการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่สู่การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนของประชาชน 

สำหรับการพัฒนาบึงสีไฟที่ดำเนินการ โดย พ.ต.อ. กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ นายก อบจ.พิจิตร ที่เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก นายอดิเทพ กมลเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และส่วนราชการรวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งของพิจิตรที่ประสานพลังความร่วมมือกันดำเนินการจนสามารถพัฒนาบึงสีไฟให้เป็นสวนสาธารณะและสนามจักรยานดังกล่าวนี้อีกด้วย

ในการพัฒนาบึงสีไฟที่จะทำให้สวยสดงดงามอีกหน่วยงานหนึ่งที่เป็นหัวใจสำคัญให้เส้นทางจักรยานรอบบึงสีไฟระยะทาง 10.28 กม. คือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยในการนี้นายศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และผู้บริหาร ซึ่งได้ร่วมลงพื้นที่ติดตามงานการติดตั้งระบบแสงสว่างในฐานะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) สังกัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างระยะทางจักรยานรอบบึงสีไฟ โดย PEA ดำเนินการปักเสาคอนกรีตอัดแรง ขนาด 8 เมตร จำนวน 609 ต้น และติดตั้ง Street Light LED 150 W จำนวน 609 ดวง ติดตั้งเสาโครงเหล็ก Solar Cell ขนาด 6 เมตร จำนวน 115 ต้น และเปลี่ยนโคม Solar Cell LED ขนาด 100 วัตต์ เป็น Street Light LED 150 W จำนวน 115 ดวง สามารถวัดค่าแสงสว่างได้ตามมาตรฐานการออกแบบการก่อสร้างทางจักรยานสำหรับประเทศไทย เพื่อให้ความสว่างแก่ประชาชนที่มาเยี่ยมชมความสวยงามของบึงสีไฟ เพื่อพักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกาย ซึ่งบึงสีไฟเป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่อันดับ 3 ของประเทศและเป็นแหล่งเศรษฐกิจ แหล่งรายได้จากการทำประมงและค้าขาย สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

สิทธิพจน์/พิจิตร/

เชียงใหม่-ป.ป.ช. และคณะกรรมการจากองค์กรที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามตรวจสอบ สังเกตการณ์ การรับนักเรียน

วันที่ 19 มีนาคม 2567 โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ โดย นายพิพัฒน์ สายสอน ผู้อำนวยการโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการโรงเรียน ตัวแทนคณะครู ให้การต้อนรับ นายนิรันดร ศรีภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเชียงใหม่  และคณะเจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต ลงพื้นที่ ติดตาม ตรวจสอบ สังเกตการณ์ดำเนินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2567 สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ และรายงานการดำเนินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2567 ให้คณะกรรมการได้รับทราบ  ณ ห้องสารสนเทศ อาคารวัฒนา โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ

โดยมี ดร.ปริศนา วรรณารักษ์ รองผู้อำนวยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ปฏิบัติหน้าที่รองประธานคณะกรรมการรับนักเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา นางสุภาภรณ์ อินทมา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะกรรมการรับนักเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ได้แก่ ผู้แทนผู้อำนวยการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นายระวี คงภาษี ผอ.รร.สันป่าตองวิทยาคม นายพิพัฒน์ สายสอน ผอ.รร.วัฒโนทัยพายัพ และนางสาวสุปราณี ปัญญานะ ผอ.รร.สันกำแพง ผู้แทนหน่วยการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่

ได้แก่ นายสุทธิภัทร์พงศ์ สมคำ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ นางสาวฤทัยรัตน์ แสนปวน องค์การบริหารส่วนตำบลดอนแก้ว นายบุญรัตน์ สว่างแจ้ง สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ และฝ่ายเลขานุการ กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ร่วมลงพื้นที่ติดตาม สังเกตการณ์ และรายงานข้อมูลการดำเนินการของคณะกรรมการรับนักเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัด สพม.เชียงใหม่ ได้รับการติดตาม จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

และเพื่อให้ดำเนินการรับนักเรียนของสถานศึกษาเป็นไปความเรียบร้อย ตามประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติการรับนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2567 และประกาศแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ปีการศึกษา 2567 รวมถึงมาตรการป้องกันการทุจริตในการเรียกทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ เพื่อให้โอกาสในการเข้าเรียนเป็นไปด้วยความเสมอภาค และยุติธรรม 

พัฒนชัย/เชียงใหม่

ลำปาง-นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนและตรวจเยี่ยมพื้นที่โครงการบริเวณริมแม่น้ำวัง (สะพานดำ)

วันที่ 19 มีนาคม 2567 เวลา 14.00 น.นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ  ลงพื้นที่จังหวัดลำปางเพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่โครงการบริเวณริมแม่น้ำวัง (สะพานดำ)โดยมีนายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย นายกิตติกร โล่ห์สุนทร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง(นายสมศักดิ์ เทพสุทิน) นายธนาธร โล่ห์สุนทร ส.ส.ลำปาง เขต 2​ นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายชนาธิป เสมแย้ม นายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าฯลำปาง พล.ต.พรชัย นพรัตน์ ผบ.มทบ.32 น.ส.ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายก อบจ.ลำปาง นายธนารัฐ สายเทพ นอภ.เมืองลำปาง หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวลำปางร่วมให้การต้อนรับกว่า 1,000 คน โดยนายกรัฐมนตรี ได้เดินทักทายประชาชนอย่างเป็นกันเอง  

นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังบรรยายสรุปทิศทางการพัฒนาจังหวัดลำปาง จากนายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง รับฟังข้อเสนอเรื่องการพัฒนาจังหวัดลำปาง ซึ่งเกินศักยภาพของจังหวัด โดยรับฟังสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ จากนั้นนายกิตติกร โล่ห์สุนทร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง , นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายก อบจ.ลำปาง รายงานข้อมูลโครงการ 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมอาคารป้องกันตลิ่งพัง เลียบแม่น้ำวัง เชื่อมระหว่างตำบลปงแสนทอง - ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมืองลำปาง 2.โครงการปรับปรุงถนนสายทางดอนไชย-กิ่วฝิ่น ทางหลวงท้องถิ่น สายทาง ลป.ถ.1-0040 บ้านดอนไชย-ป่าเหมี้ยง อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เขตติดก่อบ้านแม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่ และรับฟังรายงานข้อมูลโครงการปรับปรุงและขยายความยาวทางวิ่งท่าอากาศยานลำปาง โดย นายพิษณุ พิจิตร รักษาราชการแทนผู้อำนวยการท่าอากาศยานลำปาง ภายหลังรับฟังบรรยายสรุปข้อมูล นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่โครงการบริเวณริมแม่น้ำวัง

นายเศรษฐา กล่าวว่า การเดินทางมาตรวจราชการและเยี่ยมชาวลำปางในวันนี้ จะได้รับทราบโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมอาคารป้องกันตลิ่งพัง เลียบแม่น้ำวัง เพื่อปรับภูมิทัศน์ตามความเหมาะสม หลังจากรับฟังแล้วขออนุญาตสั่งการลงไป โครงการฯที่เสนอมาในครั้งนี้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องการ ข้อคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ได้พิจารณาสั่งการลงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงผลสำเร็จในการแก้ไขปัญหาเป็นหลักและใช้งบประมาณอย่างเหมาะสม เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ขยะมูลฝอย ให้ลำปางเป็นเมืองน่าอยู่ และพร้อมยกระดับจากเมืองรองเป็นเมืองหลักเพราะเรามีครบหมดแล้วขนบธรรมเนียม ประเพณีอาหารอร่อย ขอฝากพี่น้องชาวลำปางทุกคนด้วย

กระบี่-พุทธศาสนิกชนส่งเสด็จแน่นสนามบินกระบี่ อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุสู่กรุงเดลี ชาวบ้านโบกธงไทย-อินเดีย 2 ข้างทาง

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567 ที่บริเวณภายในสนามบินนานาชาติ กระบี่ ซึ่งในวันนี้จะมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ กลับสู่ประเทศอินเดีย โดยตามกำหนดการเวลา 10.00 น. จะอัญเชิญออกจากห้องมั่นคง วัดมหาธาตุวชิรมงคล อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ มายังสนามบินนานาชาติ กระบี่

บรรยากาศทั่วไป มีประชาชนนุ่งขาวห่มขาว นั่งรอบริเวณหน้าประตูทางเข้าหมายเลข 7 ภายในอาคารสนามบิน โบกสะบัดธงชาติไทยและธงชาติสาธารณรัฐอินเดีย ขณะที่เส้นทางระหว่างวัดมหาธาตุวชิรมงคลสู่สนามบิน มีชาวบ้านยืนรอขบวนอัญเชิญพร้อมดอกไม้ธูปเทียน บางคนถึงกับน้ำตาใหลด้วยความปิตียินดีที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้มีโอกาสกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ

กระทั่งเวลาราว 10.30 น. นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม, นายนาเคศ สิงห์ (H.E. Mr. Nagesh Singh) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย, นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่, นายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ , นางชณิสา หาญภักดีปฏิมา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ ,ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980, นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รองเลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 และบุคคลต่างๆ เดินทางมาถึง

ทั้งนี้ เมื่อพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ มาถึงยังสนามบิน ผู้แทนสาธารณรัฐอินเดียจะอัญเชิญเข้าสู่ห้องรับรอง พระเทพวชิรากร รองเจ้าคณะภาค 17  เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวชิรมงคล ประธานสงฆ์, ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และบุคคลต่างๆ ร่วมถวายพวงมาลัยดอกไม้สดสักการะ พร้อมทหารกองเกียรติยศจากนั้นได้อัญเชิญสู่เครื่องบินกองทัพอากาศ C130 ของอินเดีย  ไปยังกรุงเดลี สาธารณรัฐอินเดียต่อไป...

กระบี่///ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top