Tuesday, 23 June 2026
NEWS FEED

ลือสะพัด”อลงกรณ์จะย้ายพรรคไปเพื่อไทยหลังพบชัชชาติ” เจ้าตัวแจงสร้างมิติใหม่ ”การเมืองไร้รอยต่อ“

นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีต รัฐมนตรีและอดีต ส.ส.6สมัย พรรคประชาธิปัตย์โพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัวกรณีมีคำถามเรื่องการย้ายพรรคไปเพื่อไทยหลังจากมีข่าวไปพบหารือนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยนายอลงกรณ์เขียนชี้แจงเรื่องนี้เกี่ยวกับ“การเมืองที่ไร้รอยต่อ”ไว้อย่างน่าสนใจดังต่อไปนี้

“การเมืองที่ไร้รอยต่อ“ Seamless politics กรณีมีข่าว”อลงกรณ์-ชัชชาติ“ผนึกความร่วมมือ“กทม.-จีน”ด้านพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟัาโดยฝ่ายหนึ่งนำโดยนายอลงกรณ์ พลบุตร (พรรคประชาธิปัตย์)กับอีกฝ่ายหนึ่งนำโดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (พรรคเพื่อไทย) ทำให้เพื่อนๆและสื่อมวลชนหลายคนสอบถามด้วยความกังขาว่าคุยกันรู้เรื่องหรือ??? บางคนตีความไปว่าผมจะย้ายพรรคไปเพื่อไทยใช่ไหม??? ผมถามกลับไปว่า ทำไมถึงคิดเช่นนั้นก่อนจะถามต่อไปว่า เข้าใจคำว่า “การเมืองที่ไร้รอยต่อ”(seamless politics)ไหม???  ย้อนถามแบบนี้ก็งงกันสิครับ

ผมอธิบายสั้นๆว่า “การเมืองที่ไร้รอยต่อ” หมายถึงวัฒนธรรมทางการเมืองที่พรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่อยู่คนละพรรคทำงานร่วมมือกันได้ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม โดยก้าวความความแตกต่างทางการเมืองหรือการแข่งขันทางการเมือง ผมเชื่อว่าท่านผู้ว่าชัชชาติก็มีแนวความคิดความเชื่อเช่นเดียวกับผมในเรื่องการเมืองที่ไร้รอยต่อ ท่านให้เกียรติและแสดงออกอย่างกระตือรือร้นในระหว่างการประชุมหารือ และแสวงหาความร่วมมือที่เป็นไปได้ในทุกมิติ โดยปราศจากร่องรอยการแบ่งพรรค แบ่งฝ่าย ยิ่งกว่านั้นเรายังได้พูดถึงความร่วมมือในการยกระดับการศึกษาด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆเช่น เยเนอเรทีฟ เอไอ(Generative AI-ปัญญาประดิษฐ์) ในระบบ AI Classroom และความร่วมมือในโครงการกรุงเทพสีเขียว 2030( Green Bangkok 2030)เพื่อ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและคุณภาพของเมืองหลวงของประเทศ เป็นต้น

ความร่วมมือระหว่างท่านผู้ว่าชัชชาติและผมคือหนึ่งในตัวอย่างของการเมืองที่ไร้รอยต่อ แต่ในขณะเดียวกันก็ได้สร้างความกันขาให้กับเพื่อนๆ และสื่อมวลชน ผมเข้าใจดีว่า การเมืองบ้านเรา เคยชินกับวัฒนธรรมทางการเมืองที่มุ่งต่อสู้แข่งขันแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายหมายเอาชนะคะคานกัน ทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง แต่สำหรับผมคิดว่า เหรียญมีสองด้านเสมอ ด้านหนึ่งคือการแข่งขันอีกด้านหนึ่งคือความร่วมมือ การเมืองจึงไม่ได้มีแค่เรื่องการแข่งขันหรือการต่อสู้ทางการเมืองเท่านั้น แต่การเมืองสามารถร่วมมือกันได้ในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติและนี่คือวิถีของการเมืองสร้างสรรค์ที่ผมยึดถือเชื่อมั่นมาโดยตลอดและอยากเห็นวัฒนธรรมทางการเมืองไทยแบบนี้เป็นรากฐานใหม่ของการเมืองไทย สรุปคือไม่มีการย้ายพรรคครับ”

"Seamless politics" is a concept that refers to a political environment or system where different political parties or entities work together smoothly and effectively without experiencing significant disagreements, conflicts, or disruptions. In a seamless politics scenario, there is a high level of cooperation, collaboration, and communication among different stakeholders in the political arena. This leads to more efficient governance, better decision-making processes, and potentially improved outcomes for society as a whole.

เชียงใหม่-ผบช.ภ.5 มอบประกาศเกียรติคุณ ให้กับข้าราชการตำรวจ

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.67 เวลา 09.30 น. พลตำรวจโทกฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณ ให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัด ณ ห้องประชุมอาคารสโมสรคุ้มแก้ว - ขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่  

"รายชื่อผู้รับใบประกาศเกียรติคุณ กรณีจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ

คดี ไอซ์ 323 กก. สภ.แม่ฟ้าหลวง ชร.      
1 พ.ต.อ. ธวัชวงศ์ ชูกิจคุณ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.5 
2 พ.ต.อ. เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผกก.สภ.แม่จัน จว.เชียงราย 
3 พ.ต.ท. ศุภกรณ์ชัย เดชายิ้มสวัสดิ์ รอง ผกก.สส.สภ.แม่จัน จว.เชียงราย
4 พ.ต.ท. เอกชัย คิดจักร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5 
5 พ.ต.ท. อนันต์ คำมี สว.กก.สส.3 บก.สส.ภ.5 
6 พ.ต.ต. สุวิชา  สิทธิวงค์ สว.สส.สภ.แม่จัน จว.เชียงราย 
7 พ.ต.ต. วิทย์วศิน นิธิกุลกาญน์ สว.กก.สส.3 บก.สส.ภ.5 
8 พ.ต.ต. พิชิตพงศ์ ทะนันชัย สว.กก.สส.ภ.จว.เชียงราย 
9 พ.ต.ต. สำเริง สิทธิวรปัญญา สว.สส.สภ.เวียงชัย จว.เชียงราย 
10 พ.ต.ต. ผดุง ท้ายเรือคำ สว.สส.สภ.แม่เมาะ จว.ลำปาง 
11 ร.ต.อ. วชิรพัตช์  วรรณสอน รอง สว.สส.สภ.แม่จัน จว.เชียงราย 
12 ร.ต.อ. วีระพงษ์ ลินลาจม รอง สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.5
13 ร.ต.อ. เปา บุรี รอง สว.กก.ปพ.บก.สส.ภ.5
14 ร.ต.ท. ประภาส สมบัติ รอง สว.(สส.) กก.สส.3 บก.สส.ภ.5  
15 ร.ต.ท. ศุภชัย ปานโชติ รอง สว.(ป.) สภ.แม่จัน จว.เชียงราย  
16 ร.ต.ต. วรวุฒิ  อิ่นคำ รอง สว.(ป.) สภ.แม่จัน จว.เชียงราย
17 ด.ต. อนันต์ เทพฟองคำ ผบ.หมู่(สส.) กก.สส.1 บก.สส.ภ.5  
18 จ.ส.ต. สุชัย เสริมตระกูล ผบ.หมู่(ป.) กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 
19 ส.ต.อ. ธนพงษ์ ไชยชนะ ผบ.หมู่(สส.) กก.สส.3 บก.สส.ภ.5 
20 ส.ต.อ. วันเฉลิม เรืองฤทธิ์ ผบ.หมู่(ป.) กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 
21 ส.ต.ท. ภูริณัฐ พันธ์งามเครือ ผบ.หมู่(ป.) กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 
22 ส.ต.ท. นเรนทร์ฤทธิ์ ภูสีดิน ผบ.หมู่(ป.) กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 
23 ส.ต.ท. นรินศักดิ์ คำอ้าย ผบ.หมู่(ป.) กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 

คดี ยาบ้า 1,000,000 เม็ด สภ.ห้วยไร่ พร.      
1 พ.ต.อ. ธวัชวงศ์ ชูกิจคุณ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.5 
2 พ.ต.ท. ปิยะศักดิ์ ศรีเรือน รอง ผกก.สส.สภ.ไชยปราการ จว.เชียงใหม่ 
3 พ.ต.ท. ชุมพล พิณไชย รอง ผกก.สส.สภ.บ่อเกลือ จว.น่าน 
4 พ.ต.ท. สัณหณัฐ อุทกัง สว.อก.สภ.สะเมิง จว.เชียงใหม่ 
5 พ.ต.ท. สันต์ชัย หินทราย สว.กก.สส.ภ.จว.พะเยา  
6 ร.ต.อ. อรรถพล บุญทวี รอง สว.กก.สส.3 บก.สส.ภ.5  
7 ร.ต.อ. อธิป พูลสวัสดิ์  รอง สว.กก.สส.3 บก.สส.ภ.5  
8 ส.ต.อ. ปรัษฐา สุวรรณกุล ผบ.หมู่(ป.) กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 
9 ส.ต.ท. พิชญะ อินทร์บัว ผบ.หมู่(สส.) กก.สส.2 บก.สส.ภ.5 

คดี ยาบ้า 20,282 เม็ด สภ.ดอยหล่อ ชม.      
1 พ.ต.ต. วีระชน กัญญาโภค สว.กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่  
2 ร.ต.ท. นิรันดร์ หมอเก่ง รอง สว.(สส.) สภ.สะเมิง จว.เชียงใหม่ 
3 ด.ต. มานิตย์ เศวตวีรภัทร์ ผบ.หมู่(ป.) กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ 
4 ด.ต. วิรัตน์ โยรภัตร ผบ.หมู่(ป.) กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ 
5 ด.ต. เอนก เนตรพงศ์ ผบ.หมู่(จร.) กลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ 
6 จ.ส.ต. อภินันท์ ต้นหนองดู่ ผบ.หมู่(ป.) กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ 
7 จ.ส.ต. รัชชานนท์ คำอินทร์ ผบ.หมู่(ป.) กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ 
8 ส.ต.อ. นัฐพล ปัญญา  ผบ.หมู่(สส.) กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่  
9 ส.ต.อ. วัชระ ลาภเกิด ผบ.หมู่(จร.) กลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ 
10 ส.ต.อ. รัชชานนท์ เศวตวีรภัทร์ ผบ.หมู่(ป.) กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่
11 ส.ต.อ. เมธารินทร์ เรือนแก้ว ผบ.หมู่(ป.) กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่
  
และจากกรณี เมื่อวันที่ 10 ก.พ.67 เวลาประมาณ 01.00 น. ข้าราชการตำรวจชุดจับกุมของ   ภ.จว.เชียงใหม่ และ ภ.5 ได้ร่วมกันจับกุม น.ส.แววดาวหรือดาว ไม่มีนามสกุล สัญชาติเมียนมาร์ ผู้ต้องหาซึ่งก่อเหตุบุกรุกเข้าไปในห้องนอนและใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย นายจ้างได้รับบาดเจ็บสาหัสและลักเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายหลบหนีไป ต่อมาวันที่ 11 ก.พ.67 เวลา 19.30 น. ชุดจับกุมของ สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่ และ กก.สส.1 บก.สส.ภ.5 ได้ใช้ความรู้ความสามารถและเทคโนโลยีในการติดตามจนสามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ด้วยความรวดเร็ว จึงเห็นสมควรมอบประกาศเกียรติคุณยกย่องชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหาด้วยความรวดเร็ว ดังมีบัญชีรายชื่อต่อไปนี้

ข้าราชการตำรวจชุดจับกุม สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่
1.  พ.ต.ท.พีระพล ขวาของ สว.สส.สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่
2.  ร.ต.อ.นพดล  ตุ่นคำ รอง สว.(ป.)สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่
3.  ร.ต.ท.ยอดไทย วงค์กาวิน รอง สว.(ป.)สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่
4.  ด.ต.กอบเกียรติ ทารักษ์ ผบ.หมู่(ป.)สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่
5.  ด.ต.วิเชียร  สรอยศักดิ์ ผบ.หมู่(ป.)สภ.ช้างเผือก  จว.เชียงใหม่
6.  ด.ต.หนึ่งธนา ยาท้วม ผบ.หมู่(ป.)สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่
7.  จ.ส.ต.ชิตพล นวลแก้ว ผบ.หมู่(สส.)สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่
8.  ส.ต.อ.สัจจวัชร เหล่ายานะ ผบ.หมู่(สส.)สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่

บัญชีรายชื่อข้าราชการตำรวจชุดจับกุม บก.สส.ภ.5

1.  พ.ต.ต.สหัส จินะผ่อง  สวป.สภ.แม่กา จว.พะเยา
2.  ด.ต.กันธกฤตย์ วรพักตร์ ผบ.หมู่(สส.)กก.สส.1 บก.สส.ภ.5
3.  ส.ต.อ.เอกภาพ ศรีพลาย ผบ.หมู่(ป.)กก.ปพ.บก.สส.ภ.5
4.  ส.ต.ต.ศักดิ์ศิวา วรรณแดงงาม ผบ.หมู่ กองร้อยควบคุมฝูงชน กก.ปพ.บก.สส.ภ.5

วิภาดา/เชียงใหม่

4 ผู้บัญชาการทหารเรือ ประชุมมูลนิธิ พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5

วันนี้ 18 มีนาคม 2567 มีการประชุม คณะกรรมการมูลนิธิ พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ณป้อมพระจุลจอมเกล้า ที่ห้องวุฒิชัยเฉลิมลาภ ชั้นที่ 1 อาคารราชนาวิกสภา โดยมี พลเรือเอกทวีศักดิ์ โสมาภา อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธาน พลเรือเอกกำธร พุ่มหิรัญ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอกสมประสงค์ นิลสมัย อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ และพลเรือเอกอะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ เข้าร่วมประชุม 

โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมประชุม มีวาระการประชุม ที่สำคัญ ได้แก่ การพิจารณาแผนการดำเนินงาน ประจำปี 2567 ตลอดจนแนวทาง การมอบทุนการศึกษา ประจำปี 2567
นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

'ดร.สุวินัย' เลคเชอร์ความเชื่อเรื่อง 'สมมติเทพ' ของ 'พุทธ-พราหมณ์' ผู้ประกอบแต่คุณงามความดี ภายใต้ทศพิธราชธรรม

(18 มี.ค. 67) รองศาสตราจารย์ ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อ 'สมมติเทพ' ระบุว่า...

สถาบันกษัตริย์ในภูมิภาคนี้ ผูกพันกับพระวิษณุนารายณ์ (มหาเทพผู้ปกป้อง) และบูชาพระวิษณุนารายณ์

ในตำนาน พระวิษณุนารายณ์ อวตารลงมาเป็นพระรามเพื่อปราบอธรรมใน 'รามเกียรติ์' ซึ่งเป็นวรรณคดีประจำชาติ...พระรามเป็นกษัตริย์

พระวิษณุนารายณ์ยังอวตารลงมาเป็น พระกฤษณะเพื่อปราบอธรรม ใน 'มหาภารตะยุทธ' ...ซึ่งเป็นวรรณคดีประจำชาติของอินเดีย...พระกฤษณะก็เป็นกษัตริย์

'สมมติเทพ' คือคติความเชื่อเรื่องกษัตริย์ทรงเป็นเทพลงมาจุติเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อประกอบคุณความดี (ทศพิธราชธรรม) และสะสมบารมี เมื่อเสด็จสวรรคตก็กลับขึ้นสรวงสวรรค์

เมืองไทยได้รับคติพราหมณ์นี้มาจากขอม โดยที่ขอมก็รับมาจากอินเดียใต้อีกทอดหนึ่ง คติความเชื่อนี้แยกไม่ออกจากโลกทัศน์แบบไตรภูมิ ซึ่งเป็นโลกทัศน์ของพุทธศาสนาด้วย

ในพระไตรปิฎกคำว่า 'เทพ' มี 3 อย่างคือ...

(1) อุบัติเทพ : เทพโดยกำเนิด ได้แก่เทวดาที่อยู่ในสวรรค์
(2) สมมติเทพ : เทพโดยสมมติ คือบุคคลที่เป็นเทวดาเดินดินโดยการยอมรับหรือตกลงร่วมกันของมนุษย์ในเชิงสถาบัน ได้แก่ พระมหากษัตริย์ (ถ้าในประเทศญี่ปุ่น คือพระจักรพรรดิที่ถือเป็นสมมติเทพของญี่ปุ่น)
(3) วิสุทธิเทพ : เทพโดยความบริสุทธิ์ของจิต ได้แก่ พระอรหันต์

จะเห็นได้ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ตั้งอยู่บนคติและรากฐานความเชื่อแต่โบราณของสองศาสนาผสมผสานกัน คือ พราหมณ์ กับ พุทธ

โดยที่พราหมณ์จะเชื่อว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นสมมติเทพ เป็นอวตารปางหนึ่งที่ลงมาดับทุกข์เข็ญให้ประชาชนของพระองค์ ส่วนพุทธก็จะเชื่อว่าพระมหากษัตริย์เป็นพระโพธิสัตว์ ทรงมีภาระบำเพ็ญบารมีเพื่อจะได้เข้าสู่พุทธภูมิในกาลข้างหน้า

พระครูสมุห์ วิษุวัตร วรกิจจฺโจ 
เจ้าอาวาสวัดฝายหิน 

“เขาเป็นสมมติเทพ ชาวบ้านในประเทศไทยเคารพนับถือแต่ไหนแต่ไรมา อาตมาเสียดาย ติดตามข่าวทำไมถึงไป คิดถึงขั้นนั้น แล้วถ้าโยมไม่คิด บริวารเขาคิด"

'กฟผ.' ชวนคนไทยประหยัดไฟด้วยอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ห้าดาว ช่วยเซฟเงินในกระเป๋า เซฟสิ่งแวดล้อม และเซฟพลังงาน

(18 มี.ค. 67) นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานรณรงค์ประหยัดพลังงาน ประหยัดไฟใน ‘ฤดูเซฟ’ โดยมีนายวัฒนพงษ์ คุโรวาท อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วยผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 ดาราศิลปินดัง แน็ก-ชาลี ไตรรัตน์ และวงพาราด็อกซ์ ร่วมสร้างสีสันในงาน ณ ลานกิจกรรมบริเวณลิฟต์แก้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานมีหน้าที่ผลักดันและจัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานสะอาด ตลอดจนนำพาประเทศไทยมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2593 ผ่านนโยบายต่าง ๆ โดยในช่วงหน้าร้อนนี้ กระทรวงพลังงานได้เชิญชวนให้คนไทยทุกคนร่วมกันประหยัดพลังงาน ผ่านเคล็ดไม่ลับ 5 ป. ได้แก่ 1) ‘ปิด’ ไฟที่ไม่จำเป็น 2) ‘ปรับ’ แอร์อุณหภูมิ 26 องศาเซลเซียส 3) ‘ปลด’ ปลั๊กเมื่อเลิกใช้ 4) ‘เปลี่ยน’ มาใช้ฉลากเบอร์ 5 แบบใหม่ และหลอดไฟ LED รวมถึง 5) ‘ปลูก’ ต้นไม้บริเวณบ้าน 

โดยฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า หรือ Demand Side Management (DSM) ที่ กฟผ. ดำเนินการ และเป็นส่วนสำคัญที่สร้างการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ ให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ฉลากเบอร์ 5 แบบใหม่ห้าดาว ได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพด้านพลังงาน และรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์การประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน เปลี่ยนฤดูร้อนให้เป็นฤดูเซฟ เซฟทั้งเงินในกระเป๋า เซฟสิ่งแวดล้อม และเซฟพลังงานในภาพรวมของประเทศ

นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กว่าว่า ฤดูร้อนของทุกปีประเทศไทยจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) การรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดพลังงานจึงเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และช่วยให้ประเทศประหยัดพลังงาน ทั้งนี้ ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ของ กฟผ. เป็นสัญลักษณ์ของการประหยัดพลังงานที่ได้รับการยอมรับมายาวนานกว่า 30 ปี ในวันนี้ กฟผ. ได้ทำการปรับปรุงรูปแบบฉลากเบอร์ 5 โฉมใหม่ ให้สอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคสินค้าและบริการของคนรุ่นใหม่ ที่เลือกใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น พร้อมทั้งปรับภาพลักษณ์ของฉลากให้เหมาะสมกับยุคเทคโนโลยีดิจิทัล โดย 1) เพิ่มค่าประสิทธิภาพสูงสุดจาก 3 ดาว เป็น 5 ดาว 2) เพิ่มข้อมูลด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 3) ใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 4) เพิ่ม QR Code บนฉลาก เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้อย่างสะดวก

สำหรับการปรับดีไซน์ฉลากเบอร์ 5 แบบใหม่ นับเป็นการพลิกโฉมครั้งใหญ่ โดยได้รณรงค์ผ่านเพลงดัง ‘ฤดูร้อน’ ของวงพาราด็อกซ์ ที่ได้นำมาดัดแปลงเนื้อร้องเป็น ‘ฤดูเซฟ’ สร้างการจดจำ โดยฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 แบบใหม่ เริ่มใช้งานแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมี 24 ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงานและติดฉลาก ในอนาคตมีแผนติดฉลากให้กับแผงโซลาร์เซลล์ และอินเวอร์เตอร์ที่ใช้กับแผงโซลาร์เซลล์ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์ประหยัดพลังงานอื่น ๆ อีก เช่น กิจกรรมเสนอไอเดียประหยัดไฟดับร้อนสุดสร้างสรรค์ของ กฟผ. ‘เล่นปุ๊บ แจกปั๊บ ดับร้อน ในฤดูเซฟ’ ลุ้นรับเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ได้ตลอดเดือนเมษายน 2567 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : กฟผ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ด้าน แน็ก-ชาลี ไตรรัตน์ ได้เล่าถึงการเข้ามามีส่วนร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ในแคมเปญนี้ว่า เนื่องจากเป็นคนชอบอยู่บ้าน อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเกือบทั้งบ้านจึงต้องมีฉลากเบอร์ 5 เพื่อการประหยัดพลังงานไฟฟ้า อยากให้ทุกคนตระหนักถึงการใช้ไฟฟ้าอย่างรู้คุณค่า ซึ่งการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลากเบอร์ 5 รูปแบบใหม่ จะทำให้ประสิทธิภาพของการประหยัดไฟพลังงานดีขึ้นอย่างแน่นอน

ในขณะที่วงพาราด็อกซ์ กล่าวว่า ฉลากเบอร์ 5 ไม่ได้มีแค่อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ข้าวกล้อง เสื้อผ้า และผ้าม่าน ที่ได้รับการติดฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เช่นกัน ขอฝากถึงคนไทยทุกคน หากซื้อผลิตภัณฑ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้มองหาฉลากเบอร์ 5 แบบใหม่ห้าดาว เป็นอันดับแรก เพราะนอกจากจะช่วยชาติประหยัดพลังงานแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าด้วย

‘ผอ.โรงเรียน’ ที่นครสวรรค์ เผยเก้าอี้-โต๊ะ ผอ. ทุกคนใช้ได้หมด ชี้!! ยุคสมัยเปลี่ยน ครูคือ 'เพื่อนที่ดี' เตือนสติหมดยุคหลงหัวโขน

(18 มี.ค. 67) แม้ว่าเรื่องราว ‘ผอ.หวงเก้าอี้’ กล่าวคือ ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ร้อยเอ็ด เสียใจจนแขนขาอ่อนแรงที่ครูสาวรายหนึ่งนั่งเก้าอี้ ผอ. ที่อยู่ในห้องประกันคุณภาพการศึกษา กระทั่ง สพฐ.ตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริง พร้อมมีคำสั่งให้ ผอ.รายงานตัวและปฏิบัติราชการที่เขตพื้นที่โดยทันที จะเกิดขึ้นใน 2-3 วันที่ผ่านมา แต่สังคมยังวิจารณ์และถกเถียงประเด็นที่เกิดขึ้นอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเรื่องความเหมาะสม การยึดติดตำแหน่ง ไปจนถึงการรังแกผู้ใต้บังคับบัญชา

เกี่ยวกับเรื่องราวนี้ น.ส.ปัทมา เสริมสุขต่อ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดท่าแรต อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 2 เปิดเผยมุมมองการใช้งานห้อง ผอ.โรงเรียน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ผ่านทางเฟซบุ๊ก ผอ. ปัทมา ความว่า…

“ห้อง ผอ. เก้าอี้ ผอ. โต๊ะทำงาน ผอ. แอร์ ผอ. โซฟา ผอ. ตู้เย็น ผอ. ทีวี ผอ.ห้องนี้ ผอ.ตั้งใจสร้างและให้ไว้กับโรงเรียนวัดท่าแรต ที่ทุบทำใหม่ทั้งหมด ทุกคนล้วนเข้ามาทำงาน ‘นั่งโต๊ะทำงานและเก้าอี้ ผอ.เลย’

เป็นห้องประชุม ห้องทำงาน ห้องรับแขก ทุกคนล้วนอยากเข้ามาในห้องนี้ คือ ห้องเย็น ‘หนีร้อนมาพึ่งเย็น’

ไม่มีใครกลัว ‘ห้องเย็น’ นี้เลย แถมใครนั่งเก้าอี้ ผอ.ยังบอกเลยอนาคต เธอต้องได้เป็น ผอ. แน่ๆ ไปเรียนบริหารนะ

ซึ่งคุณครูของเรา 1 ท่านก็เพิ่งได้เป็น ผอ. อีก 1 ท่านสอบบรรจุครูผู้ช่วยติด และที่เหลือกำลังจะสมัครเรียนบริหาร

ถ้าไม่มีคุณครู ไม่ส่งเสริม ไม่เข้าใจ ไม่เมตตา เราจะมีทีมที่ดีได้ยังไง ไม่ใช่โลกสวย แต่ยุคสมัยเปลี่ยนแล้ว ‘ครูคือเพื่อนที่ดีของ ผอ.เลย’ นักเรียนคือลูกที่น่ารักของ ผอ.

#อย่าหลงหัวโขน #อย่าเบ่งอำนาจ #ทุกคนเท่าเทียมกัน
#ผอปัทมาโรงเรียนวัดท่าแรต”

ระทึก!! หาม ‘จนท.ดับไฟป่า’ กล้ามเนื้อเป็นตะคริว ส่งรพ. หลังช่วยดับไฟป่าใน จ.พิษณุโลก นานหลายชั่วโมง

(18 มี.ค. 67) นายโกเมศ พุทธสอน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) ได้สั่งการให้ ศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ไฟป่าฯ (War Room สบอ.11) ได้แจ้งว่ามีเหตุไฟไหม้ป่า ที่บริเวณพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้อย-เขาประดู่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ตามที่ได้รับแจ้งพบจุด Hotspot ในพื้นที่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้อย-เขาประดู่ จำนวน 2 จุด จึงได้ร่วมกับสถานีควบคุมไฟป่าภูหินร่องกล้า เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ จุดสกัด และจุดเฝ้าระวัง (ภาคประชาชน) เข้าดำเนินการตรวจสอบและควบคุมไฟป่า จุดที่ 1 บริเวณบ้านป่าคาย ม. 2 ต.บ้านยาง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ตรวจสอบแล้วเป็นไฟไหม้ติดตอไม้ และกอไผ่ สถานะดับแล้ว และ จุดที่ 2 บ้านใหม่พนมทอง หมู่ที่ 14 ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก สถานะสามารถควบคุมไฟได้แล้วบางส่วน โดยไฟป่าดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมา นายสรวิชญ์ สีดารักษ์ เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าภูหินร่องกล้า ตำแหน่งบุคคลภายนอก (ปฏิบัติงานควบคุมไฟป่า) อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่มีอาการอ่อนแรง หน้าซีด ล้มลง และกล้ามเนื้อเกร็งลักษณะเป็นตะคริวช่วงหน้าท้องลงไปถึงช่วงขา ชุดปฏิบัติงานจึงได้ช่วยกันเร่งนำตัวลงจากเขา และแจ้งให้หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าภูหินร่องกล้าทราบ และเร่งประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อมยามบ้านนาขาม นำรถกู้ชีพ รพ.วัดโบสถ์ เพื่อรอรับตัว แต่เนื่องจากใช้เวลาเดินเท้าออกมาจากป่าระยะทางทางไกล

หลังจากนั้นได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลวัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์จ.พิษณุโลก เพื่อตรวจอาการ แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นอาการกล้ามเนื้อสลาย หากขาดการรักษาจะทำให้มีอาการโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด และเมื่อเวลา 21.30 น. แพทย์ตรวจพบมีค่าไตผิดปกติ ขณะนี้อาการปลอดภัย แพทย์ลงความเห็นว่าให้นอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการ อย่างน้อย 2-3 คืน

ทั้งนี้นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้สั่งการให้หัวหน้าหน่วยงานดูแลอาการเจ็บป่วยของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้หัวหน้าชุดลาดตระเวน ต้องตรวจสอบสมรรถภาพร่างกายก่อนปฏิบัติงาน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องสลับกันเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เข้าดับไฟป่าทำงานหักโหม บางคนอาจมีอาการอ่อนล้าสะสม โดยขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ล่าสุดอาการของนายสรวิชญ์ สีดารักษ์ อาการปลอดภัยแล้ว

'WAVE' แต่งตั้ง 'อรรถวิชช์' นั่งแท่นประธานกรรมการบริษัท มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป

(18 มี.ค.67) นายเจมส์ แอนดริว มอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเวฟ เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด (มหาชน) หรือ WAVE ดำเนินธุรกิจโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ ธุรกิจเพื่อสุขภาพ และธุรกิจที่สนับสนุนให้องค์กรบรรลุเป้าหมายด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ได้อย่างยั่งยืน เปิดเผยว่า...

ทางบริษัทฯ ได้ทำหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯ ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2567 โดยมีมติแต่งตั้ง 'นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี' เป็นกรรมการใหม่ และประธานกรรมการบริษัทแทนนายแมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ที่ได้ลาออกไป โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. 2567 เป็นต้นไป

สำหรับ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นอกจากเป็นนักการเมือง อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า อดีตเลขาธิการพรรคกล้า อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตจตุจักร หลักสี่ บางซื่อพญาไท พรรคประชาธิปัตย์ ประธานกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย กรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ขณะที่ตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียน ปัจจุบันยังเป็นกรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ บมจ. เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น (ASIAN ) 

กฟผ. ปรับดีไซน์ใหม่ ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ดึงแน็ก-ชาลี และศิลปิน “พาราด็อกซ์” เป็นพรีเซนเตอร์ หวังปลุกพลังคนรุ่นใหม่ประหยัดไฟ ผ่านเพลง “ฤดูเซฟ”

กรุงเทพมหานคร - เข้าสู่ฤดูร้อน ความต้องการใช้ไฟฟ้าของคนไทย ก็เข้าสู่ช่วงพีคด้วยเช่นกัน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หนึ่งในหน่วยงานหลักที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รู้คุณค่า ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 จึงเริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนไทยมากกว่า 30 ปี มีการเปลี่ยนรูปแบบดีไซน์ให้เข้ากับยุคสมัยและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย จนถึงทุกวันนี้ 

นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เผยถึงความเป็นมาของฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ว่า “กฟผ. ต้องการให้คนไทยใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพมาตั้งแต่ ปี 2536 ได้เปิดตัว “โครงการประชาร่วมใจ ประหยัดไฟฟ้า” (Together Conservation) ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” กฟผ. ได้ผลักดันให้เกิดมาตรฐานระดับประสิทธิภาพพลังงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงด้วยการติดฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงาน ในปี 2538 ได้ดำเนินการรับรองฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานผลิตภัณฑ์แรกและได้ขยายขอบข่ายผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และปี 2567 กฟผ.ได้พัฒนารูปแบบฉลากฯ ใหม่ และปรับระดับประสิทธิภาพสูงสุดเป็นเบอร์ 5 ห้าดาว โดยผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกซื้อ, การใช้งาน และหมดช่วงอายุการใช้งาน ผ่านการสแกน QR Code ซึ่งเป็นการพัฒนาฉลากฯ ให้สอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในยุคเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น เพื่อสนับสนุนนโยบายและเป้าหมายเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างรู้คุณค่า และมีประสิทธิภาพด้านผู้ผลิตและผู้นำเข้าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงในราคาที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับสร้างทัศนคติการประหยัดไฟฟ้าแก่ประชาชน ให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้พลังงานไฟฟ้า พร้อมเสนอทางเลือกในการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงแสวงหาเทคโนโลยีการประหยัดไฟฟ้า  การบริหารการใช้ไฟฟ้าเพื่อนำพลังงานไฟฟ้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภคและประเทศชาติโดยรวม”

สำหรับการเปลี่ยนดีไซนใหม่ครั้งนี้ ถือเป็นการพลิกโฉมครั้งใหญ่ นอกจากจะมีการเปิดตัวพรีเซนเตอร์แล้ว ยังดึงเอา Music Marketing เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการรุกตลาดด้วย “ กฟผ.เล็งเห็นความสำคัญของการตลาดผ่านเพลง ที่สามารถเชื่อมโยงเนื้อหาจากเพลงที่เป็นที่นิยม ติดหูคนฟังหลายเจนเนอเรชันอยู่แล้ว มาใช้ในการสื่อสารสามารถสร้างการจดจำ และช่วยสร้างภาพจำให้กับแคมเปญได้เป็นอย่างดีในระยะเวลาสั้น เราจึงเลือกใช้กลยุทธ์แบบ Music Marketing เราทำการคัดเลือกเพลงดังอยู่หลายเพลง จนได้เพลงคุ้นหู ฤดูร้อน ของวงพาราด็อกซ์ (Paradox) ซึ่งตรงกับช่วงหน้าร้อนที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง จึงมองว่าการนำเพลงมาดัดแปลงเนื้อร้อง ให้เป็น ฤดูเซฟ จะสร้างการจดจำได้เป็นอย่างดี พร้อมทำมิวสิควิดีโอ หลังจากที่ปล่อยซิงเกิลนี้ออกไป ก็ได้รับผลตอบรับที่ดี มียอดรับชมทั้งมิวสิค วิดีโอ และหนังโฆษณา รวมแล้วกว่า 10,000,000 ครั้ง และเป็นไวรัล ในโซเชียลได้เป็นอย่างมาก ทำให้ยอดผู้ติดตามโซเชียลมีเดียของ กฟผ. เพิ่มขึ้นและถูกแชร์ออกไปเป็นวงกว้าง 

และอย่างที่ทราบกันแล้วว่า พรีเซนเตอร์คนใหม่ล่าสุด คือ แน็ก-ชาลี ไตรรัตน์ เพราะว่ามีคาแรคเตอร์ชัดเจน คนไทยคุ้นเคย และตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่นเดียวกันกับศิลปินนักร้องวงพาราด็อกซ์ ที่มีเพลงติดหูอยู่หลายเพลง ซึ่งทั้งสองศิลปินดังกล่าว รู้จักทุกวัย จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสื่อสารเรื่องฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์แบบใหม่นี้ ให้เข้าถึงคนไทยทั้งประเทศได้ ผ่านแคมเปญการตลาดในรูปแบบ Music Marketing ที่กล่าวมาข้างต้น หลังจากนี้ เราวางแผนประชาสัมพันธ์ในสื่อทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก, ยูทูป, ติ๊กต๊อก และช่องทางออฟไลน์ เช่น สื่อโทรทัศน์ และสื่อนอกบ้าน ป้ายโฆษณา ควบคู่ไปกับแคมเปญและกิจกรรมต่างๆ ให้เข้าถึง ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เพราะเรามองว่า เรื่องการประหยัดพลังงานเป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญร่วมกัน สำหรับแคมเปญปรับโฉมใหม่ ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เราคาดหวังว่า ประชาชนคนไทย จะใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 แบบใหม่ 5 ดาว เพื่อช่วยกันประหยัดไฟ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเข้าถึงข้อมูลด้านพลังงานให้มากขึ้น ส่วนภาคผู้ผลิต เราต้องการให้เกิดการแข่งขันด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมกำหนดข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม หากทั้งสองส่วนร่วมกัน ก็จะนำไปสู่เป้าหมายในภาพรวม คือ การลดการใช้พลังงานโดยรวมของประเทศ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมพาประเทศ มุ่งไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของเราด้วย” นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กล่าว

ด้าน 2 พรีเซนเตอร์ นำโดย แน็ก-ชาลี ไตรรัตน์ เล่าถึงการเข้ามามีส่วนร่วมในแคมเปญนี้ว่า “ผมเป็นคนชอบอยู่บ้าน ไม่ว่าพักผ่อน เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ไลฟ์โซเชียล เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าตลอด เครื่องใช้ไฟฟ้าเกือบทั้งบ้านก็จะต้องติดฉลากเบอร์ 5 พอรู้ว่าได้มาทำงานตรงนี้ ผมและพี่ๆ รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้เป็นตัวแทนจาก กฟผ. มารณรงค์ให้เพื่อนๆ ใส่ใจในการใช้ไฟฟ้าอย่างรู้คุณค่า สำหรับฉลากฯใหม่ รู้สึกทันสมัยมากขึ้น เข้ากับคนรุ่นใหม่มากขึ้น มีความสดใส ไฉไลมากขึ้นครับ ผมอยากให้คนไทยได้ร่วมรักษ์โลกไปกับพวกเรา ผมแน็กชาลี และพี่ๆ พาราด็อกซ์ โดยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ติดฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 รูปแบบใหม่ 5 ดาว รับรองว่า ประสิทธิภาพของการประหยัดไฟพลังงานดีแน่นอนครับ” 

ทางด้านศิลปินนักร้อง วงพาราด็อกซ์ กล่าวเสริมด้วยว่า “พวกเราจะใช้ชีวิตด้วยกันในห้องอัดอยู่บ่อยๆ ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จริงๆ ไม่ใช่แค่อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ข้าวกล้อง เสื้อผ้า และผ้าม่าน ที่ได้รับการติดฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เช่นกัน พวกเรารู้สึกดีใจมากๆ ครับ ที่ได้มาเป็นพรีเซนเตอร์ แนะนำให้ทุกคนรู้จักกับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 แบบใหม่ อยากฝากถึงคนไทยทุกคน เวลาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า อยากให้มองหาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับติดฉลากเบอร์ 5 แบบใหม่ 5 ดาว เป็นอันดับแรก เพราะนอกจากจะช่วยชาติประหยัดพลังงานแล้วยังประหยัดเงินในกระเป๋าด้วยครับ” สองพรีเซนเตอร์ กล่าวทิ้งท้าย 

ติดตามความเคลื่อนไหวและอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/EGAT.Official


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top