Thursday, 13 August 2026
NEWS FEED

‘ดร.หิมาลัย’ ลงพื้นที่ตรวจสอบ เคสปั๊มเติม ‘น้ำมันผสมน้ำ’ ให้ลูกค้า ชี้ ให้เป็นไปตาม กม. พร้อมกำชับพลังงานทั่วประเทศตรวจเข้ม

‘เสธหิ’ ที่ปรึกษา รมว.พลังงาน ชี้เคสปั๊มเติมน้ำมันผสมน้ำให้ลูกค้า ยกเป็นอุทาหรณ์ ส่วนคดีก็ว่าไปตามกระบวนของกฎหมาย พร้อมขอให้พลังงานจังหวัดแจ้งความดำเนินคดี ส่วนพนักงานสอบสวนมีหน้าที่สอบสวนเพื่อหาความจริงเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม

จากกรณีนางสมนึก สิทธิการณา พลังงานจังหวัดกาญจนบุรี เข้าพบ ร.ต.ท.ทัศเทพ เพร็ชศรี รอง สว. (สอบสวน) สภ.หนองปรือ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีเจ้าของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งตั้งอยู่ท้องที่ ต.สมเด็จเจริญ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี ในข้อกล่าวหา กระทำผิดตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 25 วรรค 3 และมาตรา 50 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 48 และ 49

ขณะที่น้องชายเจ้าของปั๊มให้การว่าน้ำมันดีเซล B7 ที่บีบออกจากหัวจ่ายเพื่อให้ลูกค้าเมื่อวันที่ 22 เม.ย.เป็นน้ำมันที่มีน้ำเจือปนอยู่จริง ตามคลิปที่ผู้เสียหายไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก โดยมีพนักงานเป็นผู้บีบตัวอย่างลงในแกลลอน ทางปั๊มเองไม่ทราบว่าสาเหตุที่มีน้ำเจือปนในน้ำมันเกิดจากสาเหตุใด ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวานนี้ (2 พ.ค.67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบหมายให้ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือเสธหิ ที่ปรึกษาเดินทางมาตรวจสอบและติดตามความคืบหน้ากรณีข้างต้น โดยมีนางนิภา ศรแก้ว ผู้อำนวยการกองคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง นายอัครเดช ศุกระกาญจน์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมธุรกิจพลังงาน และนางสมนึก สิทธิการณา พลังงานจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับ พล.ต.ต.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 (ผบก.ศพฐ.7) พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7

พ.ต.อ.สรวิชญ์ บัวกลิ่น ผกก.สภ.หนืองปรือ พ.อ.ทวี ดอนวิจิตร หัวหน้ากลุ่มงานประสานความมั่นคง กอ.รมน.จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่พบว่ามีน้ำปนในน้ำมันดีเซลบี 7 ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่รถยนต์ของประชาชน และกำชับให้สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงตรวจสอบและดูแลเรื่องคุณภาพ รวมถึงปริมาตรน้ำมันให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อให้ประชาชนไม่ได้รับความเดือดร้อน

พร้อมกันนี้ กองคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงได้เก็บตัวอย่างน้ำมันเพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน โดยมีน้องชายเจ้าของปั๊มพาตรวจสอบ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ

ทั้งนี้ ดร.หิมาลัย เปิดเผยภายหลังตรวจสอบว่า จากกรณีที่เกิดขึ้น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวพัน ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง เนื่องจากประชาชนได้จ่ายเงินค่าน้ำมันไปแล้ว ประชาชนต้องอยากได้น้ำมันที่มีคุณภาพและปริมาณที่ครบถ้วนตามจำนวนเงินที่จ่ายไป

หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานราชการที่จะต้องลงมาตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ ซึ่งขณะนี้ท่านรัฐมนตรีท่านทำงานอยู่หลายอย่าง เช่น ในระดับนโยบายท่านทำในเรื่องการปรับโครงสร้างต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับน้ำมันที่มีความเป็นธรรม แต่ขณะเดียวกันเมื่อมาถึงระดับของประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็ต้องการให้ประชาชนได้รับสินค้าที่ตรงตามคุณภาพและปริมาณของน้ำมันตามที่ได้ระบุไว้ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ

สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอยากให้เจ้าที่ที่เกี่ยวข้องมีการตื่นตัว โดยพลังงานจังหวัดทุกจังหวัดจะต้องมีนโยบายแนวทางการตรวจสอบให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้นต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนและประชาชนที่ร้องเรียนเพราะถือว่าช่วยเป็นหูเป็นตาให้ทางราชการ ซึ่งทางราชการต้องรีบเข้าไปแก้ไข ต้องฝากไปยังพลังงานจังหวัดทุกจังหวัดว่าต่อไปเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนแล้วจะมีวิธีการอย่างไรที่จะดำเนินการให้ผู้ร้องได้รับความพึงพอใจ และจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อที่จะหาความจริงมาตอบประชาชนให้ได้

โดยการเดินทางมาในครั้งนี้ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันเป็นอย่างดี เพื่อที่จะร่วมกันหาทางออก และหาคำตอบให้ประชาชนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นการเจตนาหรือไม่เจตนา เพราะหากมีการพลั้งเผลอหรือบกพร่องตรงไหนผู้ประกอบการจะต้องไปทำการแก้ไข ในส่วนของคดีให้ว่ากันไปตามกฎหมาย โดยพลังงานจังหวัดมีหน้าที่แจ้งความดำเนินคดี ส่วนพนักงานสอบสวนมีหน้าที่สอบสวนเพื่อหาความจริงเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จะถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ประกอบการหรือไม่นั้น คงยังตอบไม่ได้ ให้เป็นไปตามข้อกฎหมายเบื้องต้น ตนยังไม่ทราบว่าข้อกฎหมายเป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวน รวมทั้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดก่อนว่าจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนเกี่ยวกับความหนักเบาของพฤติกรรม

ซึ่งในข้อกฎหมายมีอยู่แล้ว ต่อไปลักษณะของการที่จะเพิ่มโทษอะไรต่าง ๆ ทางผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้วินิจฉัยร่วมกัน แต่ขณะนี้ข้อกฎหมายที่มีอยู่จะต้องบังคับใช้ให้มีความยุติธรรมกับประชาชนและต้องให้ความยุติธรรมกับผู้ประกอบการด้วยว่าเขามีเจตนาอย่างไร ซึ่งต้องฝากไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงต่อไป

ในส่วนนโยบายขณะนี้รัฐมนตรีกำลังดำเนินการแก้ไข เช่น ตอนนี้ได้ให้มีการแจ้งต้นทุนน้ำมัน เพื่อเวลาที่รัฐบาลขอความร่วมมือหรือควบคุมราคาน้ำมันต่าง ๆ จะได้ทราบต้นทุนราคาน้ำมันที่แท้จริง ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการแจ้งต้นทุนราคาน้ำมันมาก่อนเลย ทำให้เราไม่สามารถทราบราคาต้นทุนน้ำมันที่แท้จริงได้ ต่อไปเมื่อรัฐบาลสามารถทราบราคาต้นทุนที่แท้จริงได้ จะทำให้รัฐบาลสามารถดูแลประชาชนได้ดีและมีความเป็นธรรมมากขึ้น

‘พล.ต.ท.ไตรรงค์’ ลุยตรวจสอบเพลิงไหม้ ‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ คาด!! ลุกไหม้จากก้นบุหรี่ที่ดับไม่หมด หลังมีเจ้าหน้าที่ลักลอบสูบ

จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บริเวณระเบียงอาคาร 1 ชั้น 6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นสำนักงานของ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ นั้น

คืบหน้าล่าสุด (2 พ.ค. 67) เมื่อเวลา 15.15 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บริเวณชั้น 6 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า “เจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจสอบที่เกิดเหตุ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง ได้ตรวจสอบต้นเพลิง เป็นจุดที่วางกองวัสดุเก่าที่ไม่ใช้งานแล้ว อาทิ แผ่นกันสาด จุดที่ไฟไหม้สิ่งที่พบมากสุด คือ ก้นบุหรี่ทั้งเก่าและใหม่ กระจัดกระจายอยู่ในบริเวณดังกล่าว เบื้องต้นตั้งข้อสันนิษฐานว่า เพลิงอาจลุกไหม้มาจากก้นบุหรี่ที่ยังดับไม่หมด และลมพัดมาจากบริเวณบันไดหนีไฟที่มีเจ้าหน้าที่ลักลอบสูบบุหรี่”

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่า “ในจุดเกิดเหตุไม่ตรวจพบระบบไฟฟ้า จึงคาดว่าไม่ใช่สาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร และอีกประเด็นเรื่องที่คาดว่าไม่ใช่สาเหตุ คือเรื่องอุณหภูมิความร้อนจากแสงแดด ที่ตกกระทบกับกองวัสดุที่ไม่ใช้งาน ซึ่งจากนี้จะต้องพิสูจน์ทราบโดยละเอียดว่าเกิดจากอะไรต่อไป”

“ทั้งนี้ ช่วงนี้ที่สภาพอากาศร้อนอุณหภูมิสูง ขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนในการจุดธูป จุดเทียน หรือสูบบุหรี่ จะต้องทำการดับให้เรียบร้อยก่อนที่จะออกจากบ้าน ก้นบุหรี่ต้องดับในจุดที่ดับบุหรี่เท่านั้น เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า จะต้องตรวจสอบว่าปิดเรียบร้อยก่อนที่จะเดินทาง ถ้าเป็นไปได้ควรถอดปลั๊กออก เนื่องจากหากเสียบปลั๊กและอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในห้อง อาจจะเสี่ยงต่อการจุดติดไฟได้” พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวทิ้งท้าย

'คู่รักชาวเกาหลี' แชร์ประสบการณ์ทำกระเป๋าตังค์หายบนรถเมล์ สุดท้ายได้คืน เพราะพี่ๆ พนักงานบนรถ 'เก็บไว้ให้-พาไปรับคืนถึงที่'

(2 พ.ค. 67) จากเพจ 'BKKWheels' ได้โพสต์ข้อความเล่าเรื่องราวคู่รักเกาหลีที่ได้มาเที่ยวเมืองไทย พร้อมทั้งได้สัมผัสกับน้ำใจของคนไทย ว่า...

บ่อยครั้งที่ผมมักจะเห็น YouTuber ชาวต่างชาติรีวิวประเทศไทย ถึงอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว หรือใด ๆ ต่าง ๆ ก็ตามที่เขาได้พบในประเทศเรา ในตอนสรุปสุดท้ายพวกเขาส่วนใหญ่จะพูดเหมือน ๆ กันว่า แต่สิ่งที่ดีที่สุดในการมาท่องเที่ยวเมืองไทย ก็คือ 'คนไทย'

และคลิปคู่รักชาวเกาหลีจากช่อง Nice Week ก็เช่นกัน ที่แชร์ประสบการณ์ทำกระเป๋าตังค์หายบนรถเมล์แต่ได้คืน ซึ่งในฐานะคนไทยที่ได้ดูคลิปนี้ผมก็รู้สึกทึ่งเหมือนกัน กับสิ่งที่พนักงานรถเมล์สาย 76 ทำให้กับนักท่องเที่ยวทั้งสอง ดูแล้วก็รู้สึกประทับใจและขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกคนจริงๆ ที่มอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายนี้ให้กับแขกผู้มาเยือน

>> เรื่องย่อ

นักท่องเที่ยวสองคนได้ทำคอนเทนต์ รีวิวรถเมล์ในกรุงเทพฯ ในรูปแบบต่าง ๆ พวกเขาขึ้นลงรถเมล์อยู่หลายคัน ลองรถร้อน รถเย็น จนนาทีที่ 1:53 ของคลิป พวกเขาพบว่ากระเป๋าตังค์หายไป ซึ่งเขาน่าจะขอความช่วยเหลือ จากพนักงานบนรถเมล์ที่เขานั่งอยู่ คงจะพยายามตามหากันจนนั่งไปจนสุดสาย 

จนกระทั่งน่าจะพบว่ากระเป๋ารถเมล์อีกคันเก็บไว้ให้ คนขับรถเมล์และพนักงานบนรถจึงช่วยขับรถเมล์แบบส่วนตัว พาพวกเขาตามไปรับกระเป๋าตังค์คืนมาได้ ดูแล้วรู้สึกสุดยอดจริง ๆ ในน้ำใจของพนักงานรถเมล์สายนี้ และสายที่เก็บกระเป๋าได้ 

เรื่องผ่านมา 1 เดือนแล้ว แต่ยอดวิวมีเพียง 5 พันกว่าวิวเท่านั้น เลยเอาเรื่องนี้มาแชร์ ในมุมดี ๆ ของรถเมล์ไทยครับ

‘ดร.สมชัย’ โพสต์ข้อความ “ค่าเสียโอกาสประเทศ 500,000,000,000 บาท!”

(2 พ.ค. 67) ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง โพสต์ข้อความพร้อมแสดงความรู้สึกเศร้าผ่านเฟซบุ๊ก ‘Somchai Jitsuchon’ ระบุว่า…

“ค่าเสียโอกาสประเทศ 500,000,000,000 บาท!”

จับคู่รสชาติบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เขาว่าผสมกันแล้วแซ่บขนาด

(2 พ.ค.67) เพจเฟซบุ๊ก ‘มึง’ ได้โพสต์รูปเกี่ยวกับ ‘มาม่า’ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่เรามักนิยมรับประทานกัน เพราะรับประทานง่ายและสามารถเลือกสรรวัตถุดิบหรือสูตรต่าง ๆ มาปรุงได้ตามใจชอบ ซึ่งทางเพจก็ได้แนะนำสูตรสำหรับ ‘ผสมมาม่า’ ให้อร่อยและแซ่บคูณสองยิ่งขึ้น ดังนี้…

- มาม่า รสเป็ดพะโล้ คู่กับ มาม่า รสต้มยำกุ้ง
- ไวไว รสหมูสับต้มยํา คู่กับ มาม่า รสน้ำตกหมู
- ยำยำ รสต้มยำทะเลน้ำข้น คู่กับ ยำยำ รสสุกี้
- มาม่า รสเย็นตาโฟต้มยำหม้อไฟ คู่กับ ควิก รสต้มยำมันกุ้ง
- คนอร์ พาสต้า คาโบนาร่า รสเบคอนและแฮม คู่กับ มาม่ารสหมูสับ
- ยำยำ รสต้มยำมันกุ้งน้ำข้น คู่กับ ควิก รสต้มโคล้ง

ทั้งนี้ หลังจากโพสต์ได้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นทั้งคนที่เคยลองกินแบบผสมสูตร รวมถึงคนที่ไม่เคยและอยากจะลิ้มลองอีกด้วย 

ปทุมธานี 'บิ๊กแจ๊ส' ลาออกจากนายก อบจ. เพื่อประโยชน์ของประชาชน

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่างนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีชี้แจงกรณียื่นหนังสือลาออกต่อผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ยืนยันทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนเต็มที่แล้ว

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่างนายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า เหตุผลอันดับแรกคือผมเองได้หารือเกี่ยวกับปัญหาน้ำหลาก เพื่อที่จะป้องกันได้อย่างไร จังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่นครสวรรค์ลงมา สิงห์บุรี อ่างทอง ปทุมธานี เราจะคุยกันตลอดในช่วง 2 ถึง 3 ปีที่ผ่านมา ปริมาณน้ำมากจนก็เกือบจะแย่ แล้วช่วงฤดูน้ำหลากที่จะถึงนี้ปริมาณน้ำคาดว่าจะมากกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งทางปทุมเราสู้มาตลอดเวลาสามปีเพื่อให้จังหวัดปทุมธานีไม่จมน้ำ เราได้มีการประสานพูดคุยกันตลอดเพื่อเตรียมการตั้งรับ เมื่อได้พูดคุยกันทุกจังหวัดหากเข้าการเลือกตั้งตามปกติ ที่จะหมดวาระในวันที่ 19 ธันวาคม เมื่อหมดวาระแล้ว ก่อนหมดวาระ 6 เดือนเราจะช่วยเหลือประชาชนไม่ได้เลย อะไรก็ต้องอยู่ในกฎกติกาหมด เบิกจ่ายไม่ได้ ยิ่ง 3 เดือนสุดท้ายยิ่งแย่ใหญ่เลย เราจึงตัดสินใจด้วยกันในฐานะประธานสมาพันธ์นายก อบจ.ภาคกลาง ทุกคนจึงมีความเห็นว่าหากเราช่วยเหลือประชาชนไม่ได้ เราจะอยู่ทำไม่ เมื่ออยู่แล้วทำอะไรไม่ได้ ซึ่งเราคาดว่าปีนี้น้ำจะเยอะ นี่คือเหตุผลหลัก เป็นเหตุผลที่ต้องออกก่อน ผมเองจะออกพร้อมกัน 3 จังหวัด โดยทาง นครสวรรค์ และอ่างทอง เราได้คุยกันโดยผมได้ยื่นใบลาออกมีผลตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ส่วนจังหวัดอื่นๆเดี๋ยวคงตามมาอีก เพราะเมื่อเข้าสู้ 180 วันจะเริ่มระวังตัวกัน และข้อกฎหมายยุบยิบ

ประเด็นที่สอง สิ่งที่ผมกังวลที่สุดคือเรื่องวัคซีน ที่ฉีดให้พี่น้องประชาชนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ผมได้บทเรียนจากสถานการณ์โควิด-19 เราได้นำซิโนฟาร์มมาฉีดให้พี่น้องประชาชน นำนวัตกรรมใหม่ๆมา เป็นจังหวัดเดียวเลยที่สู้มาตลอด แล้วนำร่องมีการตั้งโรงพยาบาลสนาม เมื่อมีการระบาดไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่ปทุมธานีเป็นอันดับหนึ่งในพื้นที่สุขภาพเขตที่ 4 ผมต้องขอบคุณท่านสาธารณสุขจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด จนมีการจัดซื้อวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุดให้พี่น้องประชาชน ขณะนี้มีการระดมฉีด ซึ่งทางสาธารณสุขคาดว่าจะระบาดอย่างรุนแรงที่สุดในช่วงต้นฤดูฝน จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ผมต้องลาออกก่อน 

ส่วนอีกประเด็นเราจะมีงานพระราชพิธี งานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ในการจัดแข่งเรือยาวประเพณีที่เป็นประเพณีของจังหวัดปทุมธานี เราได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากล้นเกล้ารัชกาลที่ 10 พระราชทานถ้วยรางวัลถึง 3 ถ้วย สมเด็จพระราชินีอีก 1 ถ้วย เราจัดมาแล้ว 2 ปี กำหนดไว้วันที่ 5 ธันวาฯ หากผมไม่ออกก่อนในวันที่ 19 ธันวาฯจะครบ มันใกล้เลือกตั้งทันที ผมจะทำอะไรไม่ได้จัดอะไรก็ไม่ได้ งานที่เป็นหน้าตาของปทุมธานีจะเสียหาย ภายในงานไม่ได้มีเพียงแข่งเรือยาวอย่างเดียวแต่จะมีการแสดงสินค้าโอทอป เศรฐกิจจะต้องหลั่งไหลเข้ามา 

และประเด็นสุดท้ายเพราะว่าการเลือกตั้ง สว.ที่จะถึงนี้ เนื่องจากผมเป็นประธานสมาพันธ์นายก อบจ.ภาคกลาง 25 จังหวัด การเลือกตั้ง สว.ครั้งนี้มีกติกายุบยิบ กติกาที่ไม่เคยมีมาก่อน ประชาชนไม่ได้เลือก สว.ไม่ได้มาจากประชาชน สว.จะมาจากการเลือกกันเองของคนบางกลุ่ม มีหลายๆคนที่ประสานมาหาผมเนื่องจากผมมีสายสัมพันธ์กับประธานสมาพันธ์ฯ อีก 3 ภาค เพื่อที่จะให้ผมช่วยเหลือในการล็อบบี้ได้ กฎหมายมันแรงมาก ถึงขนาดตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต และมีจำคุก 1 ถึง 10 ปี หากใครที่มีส่วนกับการฮั้ว ผมจึงคิดว่าเราเลือกตั้งนี้ ผมไม่ยุ่ง ผมวางตัวเป็นกลางทางการเมืองจริง ๆ และเมื่อลาออกครั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้มีผล จะเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน ผมก็จะลงอีก หรือหากเป็นคนอื่น เขาก็จะบริหารและใช้เวลาเต็มที่และเริ่มต้นใหม่ในการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนต่อไปไม่ต้องมากังวลกับอะไร เหล่านี้คือเหตุผลที่ผมลาออก ที่ทำเพื่อประชาชน

ผมรู้สึกสบายๆอยู่แล้ว เพราะตอนที่ผมเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารจังหวัดปทุมธานี ผมก็ไม่เคยคิดที่มาเป็นนายก อบจ. เพราะมีน้อง ๆ ผอ.จากหลายโรงเรียน และผู้นำท้องถิ่นรวมถึงประชาชนเป็นจำนวนมาก มาพูดคุย เพื่อต้องการให้ช่วยกันพัฒนาการศึกษา และพัฒนาเมืองปทุมธานีให้รุ่งเรืองเทียบเที่ยงกับจังหวัดอื่นๆชั้นนำของประเทศ เมื่อเข้ามาแล้วก็มีโครงการที่ต่อเนื่อง ผมจึงไม่เคียดในการที่ลาออก และเลือกตั้งใหม่ใน 60 วัน แต่เราต้องคิดถึงประชาชนเป็นหลักเท่านั้นเอง ผมมองเพียงว่าประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับคืออะไร มันมีมากกว่ามหาศาล กับเวลาอีก 7 ถึง 8 เดือน เราลาออกไม่ได้ยึดติด ผมไม่ได้กังวลอะไร โดยเหตุผลที่สำคัญคือฤดูน้ำหลาก เรื่องโรคระบาด และการแข่งขันเรือประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปทุมธานี

'กรมธุรกิจพลังงาน' กำชับปั๊มฯ หมั่นเช็กจุดเสี่ยง ไม่ให้น้ำปนเปื้อนในน้ำมัน ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อตนเองและทรัพย์สินของ ปชช.

(2 พ.ค. 67) นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า จากกรณีการเติมน้ำมันแล้วกลายเป็นน้ำ ในพื้นที่ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี กรมธุรกิจพลังงานได้ดำเนินการตามกฎหมาย โดยเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและเก็บตัวอย่างน้ำมันมาตรวจสอบคุณภาพ และแจ้งความดำเนินคดีกับปั๊มน้ำมันดังกล่าวในความผิดฐานการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะหรือคุณภาพแตกต่างจากที่อธิบดีประกาศกำหนด ตามข้อกฎหมายด้านคุณภาพและความปลอดภัย หากพบน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ได้คุณภาพ มีโทษตามมาตรา 48 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากพบน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ได้คุณภาพ มีปริมาณเกิน 200 ลิตร จะเข้าข่ายเป็นการปลอมปนน้ำมัน มีโทษตามมาตรา 49 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ทางกรมฯ ได้กำชับผู้ประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมัน ตรวจสอบจุดเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเพื่อป้องกันมิให้เกิดกรณีน้ำปนในน้ำมัน โดยการปนเปื้อนของน้ำในน้ำมันดังกล่าวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การปนเปื้อนของน้ำระหว่างขั้นตอนการขนส่งหรือจัดเก็บ และการรั่วไหลของน้ำเข้าไปในถังน้ำมัน 

อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าน้ำมันจะต้องมีการบริหารจัดการน้ำมันในถังเก็บน้ำมันให้เหมาะสม ตรวจวัดน้ำก่อนการรับน้ำมันจากรถขนส่ง และตรวจวัดปริมาณน้ำในถังเก็บน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อตนเองและทรัพย์สินของประชาชน

‘อัยยวัฒน์’ จัดให้!! ติดต่อนัดทีมรักบี้เลสเตอร์ ดึงช่วยพัฒนาวงการรักบี้ไทยไปสู่ระดับโลก

วงการกีฬารักบี้ไทยกำลังจะมีข่าวดี เมื่อ ‘อุปนายกเจ๋ง’ พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร อุปนายกสมาคมกีฬารักบี้ ริเริ่มแนวคิดหาพันธมิตรสโมสรรักบี้ต่างประเทศ เพื่อช่วยพัฒนาวงการรักบี้ไทย โดยได้ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ ที่มีใจรักกีฬาเป็นทุนเดิม ให้การสนับสนุนสมาคมรักบี้จัดการนัดทีม ‘เลสเตอร์ไทเกอร์’ ยอดทีมรักบี้ของเมืองเลสเตอร์ ซิตี้ ให้เป็นการด่วน

เมื่อ ‘บิ๊กต้น’ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ทราบข่าวก็ดีใจมาก พร้อมกับบอกว่า “เป็นเรื่องที่ดีของวงการรักบี้ไทย ต้องขอขอบคุณ พล.อ.อ.มนัท ที่ได้ดำเนินงานประสานในเรื่องดังกล่าวและผมขอมอบหมายงานนี้เพื่อสานต่อความตั้งใจที่จะพัฒนาวงการรักบี้ของ พล.อ.อ.มนัท และถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีต่อวงการรักบี้ไทย ที่จะได้มีสโมสรระดับอาชีพของประเทศอังกฤษ มาร่วมพัฒนานักกีฬาไทย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการต่อยอดให้นักรักบี้ไทยไปสู่ระดับโลก ต้องขอขอบคุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ที่เข้ามาช่วยติดต่อทีมรักบี้ของเมืองเลสเตอร์ในครั้งนี้”

ส่วน พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ที่ได้ให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในการเป็นคนกลางประสานติดต่อยอดทีมรักบี้ของเมืองเลสเตอร์ อย่าง ‘เลสเตอร์ไทเกอร์’ ซึ่ง ตนจะเดินทางไปอังกฤษเพื่อพูดคุยทำข้อตกลงในเรื่องการช่วยพัฒนาวงการรักบี้ไทยในวันที่ 3 พ.ค.นี้

พล.อ.อ.มนัท ยังเผยต่อว่า การพูดคุยในครั้งนี้หากทีมเลสเตอร์ไทเกอร์ตกลงที่จะช่วยพัฒนาก็ถือว่าเป็นข่าวใหญ่ของวงการรักบี้ไทยเลยทีเดียว ซึ่งแผนงานที่วางไว้คือการตั้งอะคาเดมี่รักบี้เลสเตอร์ไทเกอร์ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ เพื่อจะได้เป็นเซนเตอร์ในการฝึกรักบี้ของเยาวชนไทย ส่วนระดับสโมสรในไทยนั้นก็จะทำการคัดเอานักกีฬาที่มีความสามารถส่งไปฝึกซ้อมเพื่อหาประสบการณ์เพิ่มเติมที่ประเทศอังกฤษ โดยจะเน้นไปที่การฝึกทักษะและร่างกาย รวมทั้งส่งไปเข้าแคมป์ทำกิจกรรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ในเรื่องกีฬารักบี้

"ในด้านการพัฒนาเยาวชนนอกจากจะมีอะคาเดมี่แล้ว ผมก็ยังมองไปยังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ซึ่งเป็นโรงเรียนในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการคัดเด็กๆที่มีความสามารถเข้ามาอยู่ในอะคาเดมี่ ที่เราจะติดต่อเอาโค้ชจากต่างประเทศมาฝึกสอน หรือ อาจจะส่งเด็กๆไปฝึกซ้อมที่อังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการที่สมาคมรักบี้ไทยกำลังจะก้าวไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เด็กๆได้รับโอกาสไปเปิดประสบการณ์ และนักกีฬาที่มีความสามารถได้รับโอกาสไปฝึกซ้อมยังต่างประเทศ" พล.อ.อ.มนัท กล่าว

สำหรับทีมรักบี้เลสเตอร์ไทเกอร์ หรือฉายา ‘เดอะไทเกอร์’ เป็นทีมรักบี้เก่าแก่ของประเทศอังกฤษมีอายุมากถึง 143 ปี ปัจจุบันอยู่ในลีกพรีเมียร์ชิพรักบี้ของอังกฤษ มี แดน แมคเคลลาร์ เป็นผู้ฝึกสอน มีสนามเหย้าชื่อว่า เวลฟอร์ดโร้ด สเตเดี้ยม ที่มีความจุ 25,849 ที่นั่ง โดยฤดูกาลที่ผ่านมาจบอันดับ 3 ของตาราง ส่วนในฤดูกาลปัจจุบันตอนนี้รั้งอันดับ 8 ของตาราง ผลงานที่ผ่านมาเคยคว้าแชมป์ลีก 11 สมัย รองแชมป์ลีก 7 สมัย เป็นแชมป์ยุโรป 2 สมัย และ รองแชมป์ยุโรป 3 สมัย

“พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ” ส่งกระเช้าเยี่ยมตำรวจจราจรที่ได้รับบาดเจ็บ จากการเข้าระงับเหตุชายคลุ้มคลั่งตรงข้ามสถานีรถไฟหัวลำโพง

วันนี้ (2 พฤษภาคม 2567) เวลา13.30น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร./หน.คณะทำงานด้านเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าเยี่ยมพร้อมมอบกระเช้าเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ ร.ต.ท.พงศ์รัตน์ ประวะโข รอง สว.(จร.) งานศูนย์ควบคุมจราจรด่วน 1 กก.2 บก.จร. ณ โรงพยาบาลตำรวจ หลังเข้าระงับเหตุชายคลั่งอาละวาดทุบรถประชาชน บริเวณหน้าปั๊มแก๊สตรงข้ามสถานีรถไฟหัวลำโพง ริมคลองผดุงกรุงเกษม กรุงเทพมหานคร จนถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บด้วยอาวุธมีด เมื่อวานนี้

พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า ตนรู้สึกชื่นชมและเป็นห่วง ร.ต.ท.พงศ์รัตน์ฯ ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่ ร.ต.ท.พงศ์รัตน์ฯ กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ไปปฏิบัติหน้าที่แต่ระหว่างทางนั้นมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนร้องของความช่วยเหลือ ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จึงได้หยุดรถลงมาระงับเหตุ จนได้รับบาดเจ็บตามที่ปรากฏออกข่าวไปแล้วนั้น  โดยวันนี้ รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร. ได้ทราบเรื่องดังกล่าว จึงฝากชื่นชมกับการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยนึกถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีมากสำหรับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พร้อมมอบหมายให้ตนมาเยี่ยมเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

ด้าน ร.ต.ท.พงศ์รัตน์ฯ กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่ผู้บังคับบัญชาส่งกระเช้าและกำลังใจมาให้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ในระหว่างเข้าระงับเหตุ ตนได้มีสติทุกขณะ เพราะเกรงว่าชายคลุ้มคลั่งคนดังกล่าวจะเข้าทำร้ายประชาชนบริเวณใกล้เคียง ซึ่งก่อนที่ตนจะโดนทำร้าย ได้พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ จนกระทั่งพลเมืองดีที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ ได้เข้ามาร่วมช่วยควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้

เบื้องต้นอาการบาดเจ็บของ ร.ต.ท.พงศ์รัตน์ฯ ดีขึ้นตามลำดับ พบมีบาดแผลบริเวณศีรษะ 2 จุด แผลเย็บ 5 เข็ม และ 6 เข็ม ซึ่งทางแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลตำรวจยืนยันว่าอาการโดยทั่วไปไม่มีอะไรน่ากังวล ไม่มีการอักเสบหรือติดเชื้อ สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ภายในเย็นวันนี้

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จัดกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 10 ครบรอบ 72 พรรษา

วันที่ 2 พฤษภาคม 2567 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์  และนางธิวัลรัตน์ อังกินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน จังหวัดเพชรบุรี ทีมงานมวลชนสัมพันธ์ (CSR) กลุ่มไทยสมายล์ รายการสถานีประชาชน สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

ร่วมกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ลงพื้นที่มอบรถเข็นวีลแชร์ และอุปกรณ์ เพื่อช่วยเหลือแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ จำนวน 13 ราย ณ บริเวณชั้น 1 อาคารสำนักงานจัดหางาน ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี และอีก 2 รายที่บ้านของผู้แจ้งความประสงค์ ที่อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ  72 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2567

นางเธียรรัตน์ กล่าวว่า มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ นำอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ประกอบไปด้วย รถเข็นวีลแชร์ จำนวน 10 คัน และวอล์คเกอร์ช่วยเดิน จำนวน 5 ตัว ได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่มไทยสมายล์ (รถและเรือโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า) มามอบให้กับ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ตามที่ได้รับการประสานจาก หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดเพชรบุรี ผู้รับมอบจำนวน 13 ราย ประกอบไปด้วย มอบรถเข็นวีลแชร์ 8 คัน ได้แก่ นางทองหยิบ คำนำ นางนะ นาคสุก นางสาวสระอาง ใหม่แท้ นางเยี่ยม อยู่จันทร์ นางละออง ยิ้มแย้มศรี นางยุพดี คงแคล้ว นายถวิล หลวงไก และนางเลียม สังข์ศิริ และวอล์คเกอร์ช่วยเดิน จำนวน 5 ตัว ได้แก่ นางมาลี เทียนบรรทัด นายถาวร เลิศนิรันดร์  นางสาวประทุม หมื่นสวัสดิ์ นายอัมพร สว่างอารมณ์ และนายอัทชัย อาริยะ นอกจากนี้ยังได้ไปมอบรถเข็นวีลแชร์ที่บ้านของผู้แจ้งความประสงค์ ณ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี

เป็นจำนวน 2 คัน ได้แก่ นายวินัย แครใหญ่ และนายบุญส่ง กล่ำกล่อมจิตร ทั้ง 15 ราย เป็นกลุ่มเปราะบาง มีฐานะยากจน และประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคม มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ได้นำอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ มามอบในครั้งนี้ เพื่อต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน มอบกำลังใจ ให้แก่ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิในด้านการสร้างสาธารณประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และที่สำคัญจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ซึ่งมีความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ต้องการอุปกรณ์ช่วยเหลือดังกล่าวมากกว่าบุคคลทั่วไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top