Wednesday, 12 August 2026
NEWS FEED

‘สื่ออาวุโส’ แชร์ประสบการณ์ทำพาสปอร์ตหายกลางกรุงปารีส ปลื้ม!! ‘สถานทูตไทยฯ’ ทำพาสปอร์ตฉุกเฉินให้รวดเร็วและฟรี

(7 มิ.ย. 67) เถกิง สมทรัพย์ สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณี ‘พาสปอร์ตหล่นหายในสนามบินปารีส’ โดยระบุว่า…

“สวัสดีบัดดี้ ได้เวลาเขียนบทความกันล่ะ..คราวนี้เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตตั้งแต่มีพาสปอร์ตมาเลยทีเดียว..ที่พาสปอร์ตหาย

พี่กับคณะเดินทางมาถึงสนามบินปารีส แล้วออกจากจุดประทับตราจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง...เสียบพาสปอร์ตไว้ในกระเป๋ากางเกงที่ช่องกว้าง ๆ ลืมเก็บใส่กระเป๋าสะพาย

พอมาถึงเรือล่องแม่น้ำเซน...พาสปอร์ต ไม่มาด้วย
.
โชคดีที่ ‘อุ๋ย’ น้องในทีมรู้จักเจ้าหน้าที่ในสถานทูตไทยปารีส เลยทราบข้อมูลในการทำเอกสารชั่วคราว เราเลยยกโขยงไปที่นั่น ..ทำพาสปอร์ตฉุกเฉิน Emergency Travel Document. เพียงชั่วโมงเดียวก็เรียบร้อย

เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยบอกว่า “พี่มาถึงปารีส แล้ว..”

พี่ก็เห็นจริงดังว่า เพราะห้องทำ ETD นี่มีงานเยอะมาก คือ คนไทยมีกรณีพาสปอร์ตหายเป็นประจำ

ดังนั้น เวลามาต่างประเทศ ต้องมีก๊อปปี้พาสปอร์ต/วีซ่า สำรองเอาไว้ รวมทั้ง บัตรประชาชนไทยด้วยก็ดี
ทำให้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลทำเล่มชั่วคราวให้เราได้ทันที

และถ้าจะให้ดี พอผ่านการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยให้ถ่ายภาพ ‘ตราประทับวันเข้าเมือง’ เอาไว้ด้วยเลย  .
ถ้าบางแห่งไม่มีสถานทูต จะต้องแจ้งตำรวจก็จะได้มีเอกสารอ้างอิงให้ค้นข้อมูลได้

แต่พี่ไม่ได้ทำไว้สักอย่าง… ‘อุ๋ย’ แกมีเพราะดูแลเรื่องทำวีซ่าพาสปอร์ตให้กับลูกค้าของ Around the world. 

มานั่งคิดก็ขำ ๆ เพราะตอนออกจากไทยไปถือพาสปอร์ตถ่ายภาพกับป้าย Passport Control ซะโก้เก๋..หายจริง ๆ

ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในปารีส ที่ช่วยบริการรวดเร็ว และเป็นบริการฟรีเสียด้วย..

บัดดี้รู้ไหมว่าพาสปอร์ตหายในปารีสนี่ไม่น่ากังวลเลย เพราะเรามีสถานทูตมานานนับร้อย ๆ ปีให้บริการดูแลคนไทยที่นี่

พี่เคยทำพาสปอร์ตหายใน อุรุมุฉี ซินเกียง ต้องขังตัวเองในโรงแรมจนกว่าจะหาเจอถึงจะออกมาเดินเที่ยวได้ เพราะสมัยโน้นถ้าเดินไปไหนมาไหนในอุรุมุฉีแล้วมีคนตรวจไม่เจอพาสปอร์ตพกมาด้วย  อาจโดนกักขังก่อนค่อยทำพาสปอร์ตใหม่จึงจะได้ออกมาเที่ยว..

สิ้น ‘หลวงปู่ยิ้ม’ เจ้าอาวาสวัดลาดปลาเค้า ละสังขารด้วยรอยยิ้ม สิริอายุ 101 ปี

(7 มิ.ย. 67) เหตุละสังขารของเกจิดังสายปฏิบัติธรรมและพัฒนา เกิดขึ้นเมื่อผู้สื่อข่าวรับแจ้งจาก นายสาธร บัวจันทร์ และนายบุญธรรม ลำเจียกมงคล 2 นักธุรกิจซึ่งเป็นศิษย์เอกของ ‘พระมงคลวรสิทธิ์’ หรือ ‘หลวงปู่ยิ้ม’ เจ้าอาวาสวัดลาดปลาเค้า ต.บางแขม อ.เมืองนครปฐม ว่า หลวงปู่ยิ้ม ละสังขารลงแล้ว ที่โรงพยาบาลธนบุรี เมื่อเวลา 09.57 น.ของวันที่ 6 มิ.ย.67 และจะนำร่างเคลื่อนย้ายมาบำเพ็ญกุศลที่วัดลาดปลาเค้า ในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 7 มิ.ย.67 หลังจากข่าวได้แพร่สะพัดออกไป ชาวบ้านตำบลบางแขม ต่างมาที่วัดและช่วยกันจัดสถานที่รองรับไว้ให้อย่างสวยงาม ประดับด้วยดอกไม้สีขาว โดยจะนำศพท่านขึ้นตั้งที่ศาลาใหญ่วัดลาดปลาเค้า

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มิ.ย.67 บรรดาศิษยานุศิษย์ต่างเดินทางไปรับศพหลวงปู่ยิ้ม เดินทางมายังวัดลาดปลาเค้า เพื่อตั้งสวดพระอภิธรรม โดยมีรถทางหลวงนำมาที่วัด ท่ามกลางความโศกเศร้า จากนั้นนำร่างขึ้นไว้บนศาลาใหญ่ เพื่อประกอบพิธีรดน้ำศพ โดยเปิดให้ประชาชนรดน้ำในช่วง 11.00 น.เป็นต้นไป

จากนั้นในช่วง 16.00 น. สำนักพระราชวัง อัญเชิญน้ำหลวงอาบศพพระราชทานมาถวาย หลังจากเสร็จสิ้นพิธีในช่วง 19.00 น.ของทุกวัน จะมีพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ทุกคืนเป็นเวลา 21 วัน ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. ถึง 27 มิ.ย. จากนั้นจะเก็บร่างไว้ 100 วัน ก่อนที่จะประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ

นายสาธร บังจันทร์ อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ต.บางแขม อ.เมืองนครปฐม ซึ่งเป็นศิษย์ผู้ใกล้ชิด เผยว่า หลวงปู่ยิ้ม เป็นที่นับถือของชาวบางแขม และชาวนครปฐม มากเพราะท่านไม่เคยมีประวัติในเรื่องเสื่อมเสีย เป็นทั้งนักปฏิบัติธรรม และนักพัฒนา และยังเป็นเกจิอาจารย์ เป็นศิษย์เอกร่ำเรียนวิชาจากหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม สมัยที่หลวงพ่อเงินท่านยังมีชีวิตอยู่ อดีตเคยออกงานปลุกเสก แต่ระยะหลังท่านไม่ได้ออกเลยมา 20 ปี กลับมาพัฒนาวัดสอนปฎิบัติธรรม เพราะมีอายุมาก เลยทำให้ห่างเหินจากวงการ แต่บรรดาศิษยานุศิษย์ก็ยังไปมาหาสู่ท่านตลอด มาสนทนาธรรมกับท่านและชื่นชอบที่หน้าตาท่านยิ้มอยู่ตลอด สมกับนามของท่านหลวงปู่ยิ้ม

นายสาธร เผยอีกว่า สุขภาพของท่านก่อนเข้าโรงพยาบาลนั้นดีมาก ศิษย์พาไปตรวจบ่อย แพทย์ยังแปลกใจว่าท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงถึงแม้อายุท่านจะมากถึง 101 ปี ก็ตามท่านยังเดินตรวจตราวัด โดยมีไม้เท้าคู่ใจเดินไปไหนก็มีไม้เท้า ก่อนหน้าที่จะเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลธนบุรี เมื่อปีที่ผ่านมาอายุท่านครบ 100 ปี บรรดาผู้นำชุมชนและชาวบ้านต่างระดมทุนจัดงานวันเกิดให้ท่าน ว่าจ้างวงคาราบาว มาแสดงที่วัดฉลองวันเกิดให้ท่าน ท่านมาเริ่มป่วยเมื่อเดือนที่ผ่านมามีอาการมึนศีรษะด้วยวัยชรา พระผู้ดูแลท่านจึงแจ้งให้ทราบจึงนำท่านไปให้ตรวจที่ ร.พ.ธนบุรี

เบื้องต้นแพทย์ตรวจดูอาการก็ไม่พบว่าท่านเป็นโรคอะไร แพทย์แนะนำให้ท่านพักผ่อน เพราะท่านนอนไม่ค่อยหลับ ให้พักผ่อนมาก ๆ บรรดาศิษย์เลยให้ท่านพักรักษาตัวที่ ร.พ.ไปก่อน จนอาการท่านดีแล้วค่อยกลับวัดจนกระทั่งเมื่อตอนเช้า 09.57 น.ของวันที่ 6 มิ.ย.67 ท่านก็หลับไปเฉย ๆ โดยที่ใบหน้าท่านยังยิ้มหน้าใสเหมือนคนนอนหลับ แต่เมื่อแพทย์มาตรวจพบว่าท่านได้ละสังขารไปแล้ว จึงแจ้งมาที่วัดให้เตรียมงานศพให้ยิ่งใหญ่ และแพทย์ให้นำศพกลับวัดได้ในวันที่ 7 มิ.ย.67

สำหรับประวัติของหลวงปู่ยิ้ม มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะพระเกจิและพระนักพัฒนาระดับแนวหน้าเมืองนครปฐม อีกทั้งเป็นศิษย์สายตรงที่ได้รับเมตตาถ่ายทอดวิทยาคมจากหลวงพ่อเงิน จันทสุวัณโณ วัดดอนยายหอม เกิดในสกุล ใจซื่อตรง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ต.ค.2466 ที่หมู่ที่ 7 ต.บางแขม อ.เมือง จ.นครปฐม บิดา-มารดาชื่อนายยาและนางมา ใจซื่อตรง

เมื่ออายุ 25 ปีเข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดลาดปลาเค้า จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2491 พระครูอุตตร การบดี (หลวงพ่อสุข) วัดห้วยจระเข้เป็นพระอุปัชฌาย์ อยู่จำพรรษาที่วัดลาดปลาเค้า มุ่งมั่นศึกษาพระธรรมวินัย-พระปริยัติธรรม จนสอบได้ นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ ในระหว่างศึกษายามว่างไปศึกษาด้านวิชาอาคมจากหลวงพ่อสุข วัดห้วยจระเข้ และหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม จนท่านรับเป็นศิษย์ครอบครูประสิทธิ์ประสาทวิชาให้

ระหว่างการศึกษาสรรพวิชา ยังได้ออกธุดงค์ไปตามป่าเขาแถบชายแดนประเทศกัมพูชา เผยแพร่พระพุทธศาสนาตั้งปณิธานจะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างถึงที่สุด จากนั้นเมื่อกลับมาวัดลาดปลาเค้าก็เริ่มช่วยงานพัฒนากับอดีตเจ้าอาวาส จนได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส จนในปี 2506 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ในปี 2517 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองนครปฐม พ.ศ.2549 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระมงคลวรสิทธิ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 ชาวบ้านตำบลบางแขม ต่างยกย่องให้เป็นพระเกจิอาจารย์นักพัฒนามีผลงานการพัฒนาวัดและพัฒนาชุมชน ส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาของพระภิกษุสามเณรและเยาวชน โดยเฉพาะโรงเรียนวัดลาดปลาเค้า ท่านสร้างอาคารเรียน สนามกีฬา เครื่องดนตรีอุปกรณ์การสอน ตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มอบทุนการศึกษา ให้ความร่วมมือกับราชการอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุกปี

เชียงใหม่-คณะพัฒนาการท่องเที่ยว ม.แม่โจ้ ต่อยอดโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ฯ จัดเสวนาพร้อมโชว์เคสผลงานผู้ผ่านการฝึกอบรม รุ่น 2

คณะพัฒนาการท่องเที่ยว ม.แม่โจ้ ต่อยอดโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ฯ จัดเสวนาพร้อมโชว์เคสผลงานผู้ผ่านการฝึกอบรม หลักสูตรการจัดการท่องเที่ยว เชิงสุขภาพและนวัตกรรมฯ รุ่น 2 ตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย

คณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดงานเสวนาวิชาการ “Transitioning from Journeys to Growth: Enhancing Tourism via Shared Experiences” เพื่อเผยแพร่ผลงานผู้ผ่านการฝึกอบรมโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร การจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและนวัตกรรม ภายใต้โครงการผลิตบัณทิตพันธุ์ใหม่ เพื่อสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูงสำหรับอุตสาหกรรม New Growth Engine ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย เน้นผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว เกษตรกร ตัวแทนผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน มุ่งพัฒนาทักษะด้านการคิดเชิงสร้างสรรค์ ต่อยอดธุรกิจด้านการเกษตร อาหาร สุขภาพ การท่องเที่ยว และนวัตกรรมบริการ นำไปสู่โอกาสในการพัฒนาผลงานต้นแบบไปสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ พร้อมพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อาจารย์ ดร.กีรติ ตระการศิริวานิช คณบดีคณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า โครงการการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรการจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและนวัตกรรมในครั้งนี้ เป็นการ ต่อยอดโครงการผลิตบัณทิตพันธุ์ใหม่ฯ ที่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2566 โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมครั้งนี้ถือเป็นรุ่นที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีความรู้ ความเข้าใจ ในองค์ประกอบของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงสามารถพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวและออกแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพบนฐานความรู้ความเข้าใจสุขภาวะแบบองค์รวม ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยว โครงการการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้ มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน 40 คน 

ประกอบด้วย ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว เกษตรกร ตัวแทนผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน โดยตลอดระยะเวลาการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเป็นเวลา 4 เดือนนั้น นำมาสู่การจัดงานเสวนาวิชาการและนิทรรศการเผยแพร่ผลงานผู้ผ่านการฝึกอบรม เพื่อนำเสนอผลการเรียนรู้ของผู้ผ่านการฝึกอบรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีการจัดแสดงผลงานจำนวน 35 ผลงานในรูปแบบนิทรรศการ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้เพื่อต่อยอดธุรกิจด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากผู้ประกอบธุรกิจโดยตรง อันจะนำไปสู่โอกาสในการพัฒนาผลงานต้นแบบไปสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ อีกทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายให้กับกลุ่มผู้ประกอบการที่อาจมีความสนใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เป็นผลงานการเรียนรู้ของผู้ผ่านการฝึกอบรมของหลักสูตรต่อไป

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พาวิน มะโนชัย รักษาการแทนรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า โครงการการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการฯ นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่จะสามารถนำความรู้ไปต่อยอดธุรกิจ พัฒนาสร้างสรรค์ผลงานของตนเอง ซึ่งหลักสูตรการจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและนวัตกรรม เป็นหลักสูตรที่จะสามารถสร้างบุคลากรทางการท่องเที่ยวให้เป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถสนองตอบต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป 

โดยมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพซึ่งเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่จะสามารถพลิกฟื้นสร้างการเปลี่ยนแปลงในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ผู้ที่จบการศึกษาจากหลักสูตรนี้จะเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในตัวแปรสำคัญของภาคธุรกิจการท่องเที่ยว เข้าใจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะคุณภาพแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวสมัยใหม่ เป็นผู้ที่ผ่านกระบวนการ Upskill/Reskill พร้อมต่อการทำงานเพื่อพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน

สำหรับงานจัดงานเสวนาวิชาการ “Transitioning from Journeys to Growth: Enhancing Tourism via Shared Experiences” เพื่อเผยแพร่ผลงานผู้ผ่านการฝึกอบรมโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร การจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและนวัตกรรม ภายใต้โครงการผลิตบัณทิตพันธุ์ใหม่ เพื่อสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูงสำหรับอุตสาหกรรม New Growth Engine ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมนานาชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย  พิธีเปิดโครงการฯ การจัดนิทรรศการแสดงผลงานการเรียนรู้และต้นแบบผลงานของผู้ผ่านการฝึกอบรม,  การเสวนา หัวข้อ “เกษตร อาหาร สุขภาพ ท่องเที่ยว: กุญแจสำคัญสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานการจัดการอย่างรับผิดชอบ” โดย คุณศิริวิมล กิตะพาณิชย์ ผู้ก่อตั้งไร่รื่นรมย์, การนำเสนอผลงาน การทำงานเชิงพื้นที่จากการลงพื้นที่ศึกษาเรียนรู้ ณ ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ โดย นักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ร่วมกับ นักศึกษาจากคณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และพิธีมอบประกาศนียบัตรสำหรับผู้ผ่านการฝึกอบรมฯ นักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา และนักศึกษาจากคณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้  โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ร่วมงานกว่า 80 คน 

ภาพ-ข่าว นภาพร  ขัติยะ

หมอจุ๋ม เผย น้องสมาย นวดสะบัก "บิ๊กทิน" หายปวดเมื่อย

ตามที่ได้จัดให้มีพิธีมอบสัญญาเช่าที่ดินให้ประชาชน ในพื้นที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ฯ ของ กองทัพเรือ

เมื่อ 5 มิ.ย.67 ที่ผ่านมานั้น นาวาเอกหญิง ผุสดี หิรัญอัศว์ รองผู้อำนวยการรพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า และ ผอ.ศูนย์สุขภาพ (คลองมอญ) และ Wellness Center เปิดเผยว่าน้อง ที่ทำหน้าที่นวด นาย สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แก่ นางสาวอันวรินญญ์ เกียรติปัญญาวุฒา จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โดยน้องสมาย แจ้งว่า หลังจากที่ได้มีการตรวจบริเวณสะบักทั้ง 2 ข้าง พบว่า มีการแข็งตึงของกล้ามเนื้อข้างขวา จึงได้นวดสะบัก ทั้งสองข้าง ประมาณ 5 นาที ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณสะบักคลายตัวและอาการปวดสะบักลดลง ช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณสะบัก ที่มีการแข็งเกร็งผ่อนคลาย

ท่าน บิ๊กทิน กล่าวว่า ท่านชอบการนวดสะบักและหลัง เพราะทำให้ท่านมีแรง ทั้งนี้ ทีมงานของบิ๊กทินได้ถ่ายรูปป้ายประชาสัมพันธ์ ของแผนกแพทย์แผนไทยประยุกต์ ศูนย์สุขภาพ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เพื่อ ติดต่อเข้าใช้บริการในโอกาสต่อไปด้วย ทั้งนี้ น.อ.หญิง ผุสดี หิรัญอัศว์ รองผู้อำนวยการรพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า และ ผอ.ศูนย์สุขภาพ และ Wellness Center ได้นำท่านสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยี่ยมชมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ กรมแพทย์ทหารเรือ กองทัพเรือ ได้แก่ หน่วยงานแพทย์แผนไทยประยุกต์ แพทย์แผนจีนฝังเข็มและการแพทย์ผสมผสาน ของศูนย์สุขภาพ และ Wellness Center รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า และหน่วยออกตรวจโรคทั่วไปและดูแลฉุกเฉิน หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ กรมแพทย์ทหารเรือ กองทัพเรือ ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย
ท่าน สุทิน ยังบอกกับหมอจุ๋มว่า จะมาเยี่ยมหน่วยศูนย์สุขภาพและ Wellness Center รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า อีกด้วย สำหรับงานมอบสัญญาเช่าที่ดิน ณ สนามกีฬา แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ ใงเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.67 นั้น ได้จัดให้มีพิธีมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุของกองทัพเรือ ให้กับราษฎรใน จว.สมุทรปราการ ได้เช่าใช้ประโยชน์ เมื่อ 5 มิ.ย.67 เวลา 09.45 น. ณ สนามกีฬากลางเทศบาล ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ โดยมี นาย (ดร.) สุทิน คลังแสง รมว.กห. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พลเรือเอกสุวิน แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการทหารเรือ คณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองทัพเรือ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพิธี

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909435645

สมุทรปราการ-ระดับตำนาน!! นักเตะลิเวอร์พลู!! เยือน PWS สอนทักษะด้านกีฬา ภาษา มุ่งเน้นความเป็นเลิศ

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2567 โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา ชั้นประถม และโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา ชั้นมัธยม สังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จัดกิจกรรม “การพัฒนาทักษะทางด้านภาษาและกีฬาบูรณาการ” ร่วมต้อนรับนักเตะทีมชาติอังกฤษ (VIP) ที่มาพัฒนาทักษะทางภาษา สอนทักษะกีฬา พูดคุยใกล้ชิด พร้อมทั้งแจกของรางวัล ให้กับเด็กๆ นักเรียน โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษาทั้งชั้นประถม และชั้นมัธยม

โดย ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จังหวัดสมุทรปราการ (สมัยที่ 25) และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ได้ให้เกียรติกล่าวทักทายต้อนรับ ณ ห้องเธียร์เตอร์ โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา (ฝ่ายประถม)

โดยมีนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ นำโดย Mr.Paul Bell ผู้จัดการทีม และนักเตะทีมชาติอาวุโส อีกทั้ง ยังเคยเล่นฟุตบอลให้กับทางสโมสรต่างๆ ชื่อดังในอังกฤษและอีกหลายๆประเทศ เดินทางมาร่วมกิจกรรมการสื่อสารภาษา การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม พบปะพูดคุย และเปิดโครงการความร่วมมือ 2 ประเทศ ก่อนร่วมกิจกรรม คลีนิก ฟุตบอล (Football for PWS Kids) ที่ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา (PWS) และ Mini Match ร่วมกับเด็กนักเรียน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลแพรกษา (ฟุตบอล 5 คน)

จากนั้น ทีมฟุตบอลอังกฤษ ได้เดินทางมาที่โรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา ร่วมกิจกรรม Sport and Langauge camp for PWSs students ณ บริเวณลานกีฬา หลังเสร็จสิ้นภารกิจ นักฟุตบอลอาวุโสทีมชาติอังกฤษ ได้เดินทางไปที่สนามกีฬากรมศุลกากร ลาดกระบัง เพื่อเปิดแคมป์ “Thailand 🇹🇭 Sport for Kids”  โดยมี นักเรียนโรงเรียนประถมและมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ จำนวน 50 คน

โดยทางด้าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร อดีต ส.ส.สมุทรปราการ กล่าวว่า ทางผู้บริหารของเทศบาลตำบลแพรกษา โดยท่าน นายกอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา เปิดโอกาสให้กับนักเรียนโดยได้ดึงนักเตะอาวุโส จากประเทศอังกฤษ เดินทางมาเยี่ยมเยียนนักเรียนโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา และโรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา เพื่อมาสอนทักษะ ในการเล่นฟุตบอล และในเรื่องการสื่อสารทางภาษาฯ ทำให้เด็กๆได้มีทักษะในการเล่นฟุตบอล ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เด็กๆ จะได้สัมผัสนักฟุตบอลทีมชาติระดับตำนานของประเทศอังกฤษในอดีตที่ผ่านมา ทำให้เราได้เรียนรู้ทั้งภาษาและทักษะในการเล่นกีฬาฟุตบอลมากยิ่งขึ้น

ซึ่งทางผู้บริหารของเทศบาลตำบลแพรกษา ได้มีโอกาสเชื่อมโยงความสัมพันธ์อันดีกับผู้บริหารนักฟุตบอลของประเทศอังกฤษ ก็ถือเป็นโรงเรียนอันดับต้นๆ ของสมุทรปราการ ที่มีโอกาสได้ทำกิจกรรมแบบนี้ เชื่อว่าเป็นกิจกรรมที่ทำให้เด็กๆ ได้ตื่นตัวที่ได้สัมผัสกับนักฟุตบอลทีมชาติ ขณะนี้ทางเทศบาลตำบลแพรกษาได้มีนโยบายสนับสนุนกีฬาฟุตบอล โดยจะสร้างสนามกีฬาฟุตบอล 11 คน ในเร็วๆ นี้ ที่โรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา และสนับสนุนทุกช่องทาง ทางด้านกีฬา เพื่อมุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านกีฬาต่อไป

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

‘จูราสสิค เวิลด์’ เตรียมยกกองมาถ่ายทำที่ ‘ไทย’ 13 มิ.ย.-16 ก.ค.นี้ เผย!! แม้มีไม่กี่ฉาก แต่เกิดการจ้างงาน ส่งเสริมท่องเที่ยวไทยได้แน่

(7 มิ.ย.67) ความคืบหน้ากองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ บริษัท เปสตัน ฟิล์ม จำกัด ยื่นเรื่องขอถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย เรื่อง ‘จูราสสิค เวิลด์’

โดยใช้พื้นที่ 3 จังหวัด ประกอบด้วย หาดซันเซ็ท เกาะกระดาน อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทำที่ น้ำตกห้วยโต้ อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา จ.กระบี่ และ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 13 มิ.ย. - 16 ก.ค. 2567

ด้าน นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าฯ ตรัง เปิดเผยว่า เบื้องต้นทีมงานได้มาดูสถานที่จริง จากนั้นเจ้าของพื้นที่คือ กรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะควบคุมดูแลในรายละเอียดต่อไป ว่าการมาถ่ายทำภาพยนตร์จะกระทบสิ่งแวดล้อม มีการขุดต้นไม้ ทลายดินหรือไม่

เบื้องต้นทีมงานแจ้งว่า จะไม่มีการทำลายหรือสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด พร้อมแจ้งคร่าว ๆ ว่า ซีนที่จะมาถ่ายทำ เป็นฉากเรือล่มและคนมาติดเกาะ ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา

จริง ๆ เขามาถ่ายทำหลายจังหวัด แต่จะอยู่ที่ตรัง 3 สัปดาห์ การถ่ายภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูด แม้จะถ่ายไม่กี่ฉาก แต่เขาจะถ่ายหลายมุมและเลือกมุมที่ดีที่สุดมาตัดต่อเป็นฉากในภาพยนตร์ คนใน จ.ตรัง ที่ได้ไปร่วมงานกับเขาย่อมได้รับค่าจ้างที่ดี มีสวัสดิการที่ดี ตนเชื่อว่าการมาถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ครั้งนี้ จะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.ตรัง อีกด้วย

สำหรับ ‘เกาะกระดาน’ ได้รับเลือกให้เป็นชายหาดที่ดีที่สุดในโลก 2 ปีซ้อน (2566-2567) จากเว็บไซต์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวชายหาด World Beach Guide ประเทศอังกฤษ

3 ข้อคิดถึงพ่อแม่ ช่วยละลายพฤติกรรมคนเมืองให้หลุดจากหัวเด็ก ลดปัญหา 'วัยรุ่นโปรไฟล์ดี' ก่อเหตุร้ายแรงแบบไม่แคร์สังคม

(7 มิ.ย. 67) จากเฟซบุ๊ก 'Pathom Indraroshom' โดย คุณปฐม อินทโรดม ได้โพสต์เนื้อหาชวนคิดในหัวข้อ 'อะไรทำให้วัยรุ่น 'โปรไฟล์ดี' จากครอบครัวอบอุ่นออกมาก่อเหตุร้ายแรงจนเป็นข่าวมากมาย??' ว่า...

ผมเชื่อว่าเหตุร้ายแบบนี้จะไม่เกิดถ้าพ่อแม่ชนชั้นกลางไม่เลี้ยงลูกเป็น 'เทวดา' เหมือนทุกวันนี้ที่ยิ่งได้เรียนโรงเรียนดี ๆ แล้วเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำแทบจะเห็นโลกแค่มิติเดียว ซึ่งเป็นมิติที่พ่อแม่อยากให้เห็น คือ ได้อยู่ในสังคมที่ดี เพื่อน ๆ ฐานะร่ำรวย ใช้ชีวิตหรูหราสบาย ๆ เพราะคิดว่าเด็กจะได้ดีถ้าไม่ต้องสัมผัสกับมิติอื่นที่อาจเจอสิ่งเลวร้ายอย่างยาเสพติด เซ็กซ์ การทะเลาะวิวาท ฯลฯ เหมือนลูกคนจนที่ตัวเองรังเกียจ

ผลที่ได้คือ ลูกรู้จักแค่โลกกลวง ๆ มิติเดียว และคิดว่านั่นคือโลกทั้งใบ เมื่อเจอกับความผิดหวังก็รับไม่ได้ เพราะคิดว่าโลกนี้มีแค่นั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่!

ลองเปลี่ยนแนวคิดใหม่ ผมเองขอสนับสนุนให้...

1. ทำงานหาเงินด้วยตัวเองในช่วงปิดเทอม อันนี้ทำได้ตั้งแต่ยังเรียนมัธยม เลิกคิดได้แล้วว่าลูกฉันเป็นคนชั้นสูงจะต้องไม่ทำงานใช้แรงงาน เพราะยิ่งคิดแบบนี้ก็ยิ่งส่งเสริมให้เขาอยู่ในโลกแคบ ๆ การทำงานจะล้างจานหรือเป็นเด็กเสิร์ฟจะทำให้เขารู้จักค่าของเงินและทำให้เขาได้สัมผัสคลุกคลีกับเพื่อนร่วมงานที่มาจากครอบครัวที่แตกต่างหลากหลาย ทำให้เขามองโลกได้หลายมิติมากขึ้น

พ่อแม่ต้องไม่อายที่บอกว่า 'ลูกฉันเป็นเด็กเสิร์ฟ' แต่ต้องพูดให้ลูกภูมิใจว่าลูกฉันรู้จักรับผิดชอบและเปิดโลกหาประสบการณ์ด้วยตัวเอง

อย่า! ส่งเสริมให้ลูกทำงานฉาบฉวยที่ไม่ได้สร้างความรู้ใด ๆ แต่ได้เงินง่าย ๆ เพราะเก็งกำไร เช่นเอาเงินเก็บไปลงทุนคริปโตตามกระแส หรือการขายของออนไลน์ที่แค่หาของถูกมาขายแพง ๆ โดยไม่ได้พัฒนาความรู้ใด ๆ เพราะทำแบบนี้อาจได้เงินง่ายแต่ไม่ยั่งยืนและเขาจะเมินงานทั่วไปที่สร้างความมั่นคงระยะยาวแต่เขาจะดูถูกว่าได้เงินน้อย

2. หาที่ฝึกงาน จะบริษัทเล็กใหญ่ไม่ต้องเลือกมาก ยิ่งได้ทำงานที่ตรงกับสาขาที่เรียนก็ยิ่งดี และต้องไม่เกี่ยงแม้เขาจะใช้เราแค่ไปชงกาแฟก็ตาม การฝึกงานเป็นการได้คลุกคลีกับคนที่ทำงานในสายเดียวกัน ได้รู้จักทำงานเป็นทีม

ไม่ต้องรอให้ถึงชั้นปี 3 ค่อยไปฝึกงานตามระเบียบมหาวิทยาลัย แต่ไปได้เร็วเท่าไรยิ่งดี เดี๋ยวนี้เด็กปี 1 ก็เริ่มมาฝึกงานกันแล้ว

3. ไปออกค่ายอาสาสมัคร ไปเป็นครูอาสา ใช้ชีวิตกินนอนอยู่ในพื้นที่ห่างไกลสัก 1-2 เดือนช่วงปิดเทอม ได้สัมผัสกับวิถีชาวบ้าน ได้เห็นว่าเพื่อนวัยเดียวกันเขาไม่ได้แค่เรียนหนังสือ แต่เขาทำงานเก็บเงินสร้างบ้าน บางคนเป็นหัวหน้าครอบครัวเพราะพ่อตายตั้งแต่ยังเด็ก เขาจะหันมานับถือคนเหล่านี้ ว่าเป็น 'คนจริง' ไม่ใช่นับถือลูกคนรวยขับซูเปอร์คาร์ที่ได้มาจากธุรกิจสีเทา 

ทั้งหมดคือ การละลายพฤติกรรมคนเมือง ซึ่งพ่อแม่ชนชั้นกลางพยายามทำสิ่งที่ตรงกันข้ามมาโดยตลอด ผมเชื่อว่าผลจากการประคบประหงมลูกเกินความจำเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กยุคนี้มีปัญหาครับ

แต่งตั้ง 'สุรเกียรติ์ เสถียรไทย' นั่งนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เมื่อวานนี้ (6 มิ.ย.67) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า...

ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายภิรมย์ กมลรัตนกุล ให้ดำรงตำแหน่ง นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อไปอีกวาระหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 นั้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 (1) แห่งพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 ที่ประชุมสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งที่ 882 เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2566 ได้มีมติเห็นชอบให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง 'นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย' ดำรงตำแหน่ง นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไปแล้ว

บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ให้ดำรงตำแหน่งนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2567

ประกาศ ณ วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อนุทิน ชาญวีรกูล
รองนายกรัฐมนตรี

ทัพเรือภาคที่ 1 จัดพิธีถวายภัตตราหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ในโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ ฯ

ในวันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2567  เวลา 09.30 น. พลเรือโท สุระศักดิ์  สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมผู้บังคับบัญชา  และกำลังพลทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุในโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสิริบูรพาธรรมสถาน ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

มูลนิธิราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ร่วมกับกองทัพเรือ จัดโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีกำลังพลของกองทัพเรือร่วมอุปสมบท จำนวน 73 นาย ซึ่งจะปฏิบัติธธรรม ศึกษาพระธรรมวินัย ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน  ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสิริบูรพาธรรมสถาน ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

#ทัพเรือภาคที่1  
#เทิดทูนสถาบัน_ ยึดมั่นระเบียบวินัย_ประชาชนภูมิใจ_ทะเลไทยมั่นคง
#Fit_For_ The_Future


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top