Friday, 19 June 2026
NEWS FEED

‘อภิศักดิ์’ ลั่น!! ไม่ได้เพิกถอนที่ดินป่าชั้นใน แต่เฉือนแค่รอบนอก เหตุเขตอุทยานไปทับซ้อนที่ทำกินชาวบ้าน เรื้อรังกว่า 40 ปี

(9 ก.ค.67) จากกรณีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดรับฟังความเห็นในการเพิกถอนพื้นทีอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งจะต้องเฉือนพื้นที่ป่า จำนวน 265,286.58 ไร่ ออกจากการเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งกรมอุทยานฯ เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม สามารถแสดงความคิดเห็นได้ผ่านเว็บไซต์ของอุทยาน ถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ซึ่งกระแสโซเชียลต่างเคลื่อนไหวอย่างหนัก แห่ #saveทับลาน ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุด ในโลกออนไลน์เฟซบุ๊กชื่อว่า Apisak Sukkasem หรือ นายอภิศักดิ์ สุขเกษม ตำแหน่งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรรมการบริหารสัดส่วนภาคกลาง ที่สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย สนนท.ได้โพสต์ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวอีกแง่มุมหนึ่ง ระบุว่า…

'เรื่องป่าทับลานนั้น ไม่ได้เพิกถอนสภาพที่ดินอุทยานในป่าชั้นในที่เป็นแหล่งต้นน้ำหรือป่าที่สัตว์อาศัยอยู่นะครับ แต่เป็นการเพิกถอนแนวเขตที่อุทยานทับลานไปประกาศทับซ้อนกับที่ดินชาวบ้าน และที่ดินราชพัสดุครับ 260,000 กว่าไร่คือแนว ‘รอบนอก’ ที่เป็นปัญหามาตั้งแต่ปี 2524'

'เรื่องเพิกถอนป่าทับลานที่เป็นดรามาอยู่ตอนนี้ หาข้อมูลที่มาที่ไปดี ๆ ก่อนไปลงชื่อคัดค้านนะครับ เรื่องนี้มีที่มาที่ไปค่อนข้างมาก เป็นปัญหาเรื่องการประกาศที่อุทยานทับซ้อนที่ทำกินชาวบ้านมาตั้งแต่ปี 2524'

ฮือฮา!! ‘เสือดาววัยรุ่น’ โผล่กลางถนนอุทยานแก่งกระจาน  สะท้อน!! ป่ามรดกโลกอุดมสมบูรณ์-เจ้าหน้าที่ดูแลเข้มงวด

(9 ก.ค.67) หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.55 น. ขณะที่นักท่องเที่ยวกำลังเดินทางลงจากหน่วย กจ.4 บ้านกร่าง ระยะทางประมาณ 1 ก.ม. ได้พบเสือดาว บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 14 เมื่อประเมินจากลักษณะคาดว่าอยู่ในช่วงวัยรุ่น จากการสังเกตพบว่า เสือดาวตัวดังกล่าวมีลักษณะสมบูรณ์ ขนาดโตเต็มวัย ไม่มีอาการบาดเจ็บ ปรากฏตัวเดินอยู่บริเวณข้างทาง โดยไม่ตื่นตระหนกเมื่อเห็นรถยนต์ จากนั้นได้เดินเข้าป่าลึกไป สร้างความตื่นเต้นแก่นักท่องเที่ยวที่พบเป็นอย่างมาก

เสือดาวที่พบเป็นเสือดาวที่มีขนาดโตเต็มวัย มักออกมาหากินในช่วงหัวค่ำ ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีรถนักท่องเที่ยววิ่งผ่านไปมา ซึ่งช่วงนี้เริ่มออกมาปรากฏตัวให้เห็นมากขึ้น เนื่องจากมีแหล่งน้ำแหล่งอาหารสมบูรณ์ ซึ่งการบันทึกภาพในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำวิจัยเป็นอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่เสือดาวจะวิ่งและกระโดดหนีไปอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถบันทึกภาพไว้ได้ทัน

และยังเป็นการตอกย้ำความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ามรดกโลกกลุ่มป่าแก่งกระจาน ว่ายังมีสัตว์ป่าหายาก​ที่เราสามารถพบเจอได้หลายชนิด​ ทั้งนี้ สำหรับภาพดังกล่าวที่ถูกนำมาเผยแพร่ เพียงเพื่อต้องการให้ทราบถึงการทำงานปกป้องดูแลป่า และลาดตระเวนเชิงคุณภาพอย่างเข้มข้นของเจ้าหน้าที่ ที่ป้องกันภัยคุกคามในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ ซึ่งการพบเสือดาวเป็นสัญญาณที่ดีที่จะช่วยอนุรักษ์​ และเป็นเหตุที่จะวางแนวทางอย่างไรให้คนจะอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน​ ต่อไป

ขอบคุณภาพ : คุณกิตติพงษ์​ งานจริง
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน - Kaeng Krachan National Park

‘หนุ่มน้อยวัย 13 ปี’ มุ่งมั่นช่วยแกะสลักเทียนพรรษา วัดโบสถ์คงคาล้อม เผย ตนใฝ่ฝันอยากเป็น ‘ช่างแกะ’ ฝีมือดี เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมท้องถิ่น

เมื่อวานนี้ (8 ก.ค. 67) ที่วัดโบสถ์คงคาล้อม ต.กระโทก อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักของชาวบ้านที่ต่างพากันเร่งหล่อ และแกะสลักต้นเทียนพรรษา เพื่อเข้าร่วมงานเทศกาลแห่เทียนพรรษาประจำปี 2567 ที่เทศบาลตำบลโชคชัย จะจัดขึ้นในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ก่อนนำไปร่วมในงานเทศกาลแห่เทียนพรรษาของจังหวัดนครราชสีมา ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ระหว่างวันที่ 21-22 ก.ค. 67

โดยขณะนี้ ขบวนต้นเทียนพรรษาของวัดโบสถ์คงคาล้อม มีความคืบหน้าไปประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากวัดแห่งนี้ ขาดหายจากงานแห่เทียนไปเกือบ 10 ปี โดยเพิ่งเริ่มต้นทำขบวนต้นเทียนพรรษาแทบทั้งหมด เพราะเพิ่งได้ช่างแกะสลักเทียนลูกหลานในหมู่บ้านกลับมาช่วย ภายหลังจากไม่มีช่างแกะสลักเทียนมานานหลายปีแล้ว แต่ที่สะดุดตาที่สุด คือ ช่างแกะสลักเทียนจูเนียร์ ที่มุ่งมั่นช่วยแกะเทียน และทำงานช่วยทุกอย่าง หลังเลิกเรียนมาก็รีบมาช่วยงานหามรุ่งหามค่ำทุกวัน

ต่อมาทราบชื่อคือ เด็กชายพัฒนศักดิ์ ต้องกระโทก อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี ช่างแกะเทียนจูเนียร์ ที่มีความมุ่งมั่น อยากให้ขบวนแห่เทียนของวัดดังกล่าว ได้มีโอกาสไปโชว์ในงานแห่เทียนพรรษาอีกครั้ง ภายหลังห่างหายไปนานกว่า 10 ปี

ทั้งนี้ เด็กชายพัฒนศักดิ์ ต้องกระโทก เปิดเผยว่า เห็นกิจกรรมแกะสลักเทียนพรรษามาตั้งแต่เล็ก ๆ และเคยมาช่วยหล่อเทียนกับวัดเกือบทุกปี ซึ่งก็ห่างหายไปกว่า 10 ปีแล้ว ที่วัดจะมีขบวนแห่เทียน ดีใจมากที่วัดกลับมาฟื้นฟูขบวนแห่เทียนอีกครั้ง ตนเองมีความใฝ่ฝันอยากเป็นช่างแกะเทียนที่มีฝีมือดี เพื่อจะได้มาสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่มีความสวยงาม และอยากเห็นคนรุ่นใหม่สนใจประเพณีวัฒนธรรม หวังสืบทอดรุ่นต่อรุ่น และเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะงานแห่เทียนพรรษาอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติประชุมเตรียมความพร้อมรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกการจราจร งานมหรสพสมโภช เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

เมื่อวานนี้ (8 กรกฎาคม 2567) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานอนุกรรมการรักษาความปลอดภัยและการจราจร งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจร งานมหรสพสมโภช เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมี พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองประธานอนุกรรมการรักษาความปลอดภัยและการจราจร งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 พร้อมด้วยผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และผู้แทนกระทรวงคมนาคม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม กรมประชาสัมพันธ์ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมการแพทย์กรมสุขภาพจิต กรมเจ้าท่า กรมขนส่งทางบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ การไฟฟ้าวัดเลียบ การประปานครหลวง สำนักเทศกิจ  สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย ร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 รัฐบาลได้จัดมหรสพสมโภช เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดีถวายเป็นราชสักการะ ธำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม ในวันที่ 11-15 กรกฎาคม 2567 เวลา 12.00 – 22.00 น. ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย 26 ริ้วขบวนเฉลิมพระเกียรติ , การแสดงศิลปะวัฒนธรรม ดนตรีไทย ดนตรีสากลเฉลิมพระเกียรติ , นิทรรศการสวนแสง และชิม ช้อปอาหาร-ผลิตภัณฑ์ตลาดวัฒนธรรม 

สำหรับพิธีเปิดงานมีขึ้นในวันที่ 11 กรกฎาคม 2567 เวลา 19.30 น. ณ ท้องสนามหลวง โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธี และก่อนพิธีเปิด เวลา 17.30-19.00 น. มีกิจกรรมการเดินริ้วขบวนเฉลิมพระเกียรติฯ ประกอบด้วย ริ้วขบวน 26 ขบวน ที่มีทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ ข้าราชการ ผู้แทนภาคเอกชน และประชาชนทั้งในกรุงเทพมหานครและภูมิภาคต่างๆ เข้าร่วมกว่า 2,800 คน โดยใช้เส้นทางถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่บริเวณแยก จ.ป.ร. เลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำเนินกลาง มุ่งหน้าบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งจะมีการใช้ช่องการจราจรบางส่วนในการเดินขบวน อาจส่งผลให้การจราจรมีความหนาแน่น ขอให้พี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงในห้วงเวลาและเส้นทางดังกล่าว

ส่วนการจัดการจราจรเส้นทางรอบท้องสนามหลวง ระหว่างการจัดงานมหรสพสมโภช 11 – 15 กรกฎาคม 2567 ประชาชนสามารถใช้เส้นทางเดิมได้ปกติ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน หรือขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง โดยขอให้ใช้เส้นทางอื่นเพื่อความสะดวกในการบริการจัดการจราจร 

การให้บริการประชาชนที่นำรถส่วนตัวมาในงาน ได้มีการจัดพื้นที่จอดรถไว้ที่ลานจอดรถท้องสนามหลวงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 12-15 กรกฎาคม 2567 รองรับได้ 400 คัน และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ยังได้จัดรถให้บริการรับ-ส่งประชาชนฟรี ตลอดงาน ตั้งแต่เวลา 12.00 - 22.00 น. จำนวน 5 เส้นทาง ได้แก่ อนุสาวรีย์ชัย-สนามหลวง , วงเวียนใหญ่-สนามหลวง , สายใต้ใหม่-สนามหลวง , หมอชิต-สนามหลวง และสนามหลวง -ท่าเตียน-ท่าช้าง  

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนคนไทยและชาวต่างชาติ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ทศมินทรราชา 72 พรรษา มหาวชิราลงกรณ” ตลาดวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ ชมการแสดงเวทีย่อย (การแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงพื้นบ้าน) และชมการสาธิต อาหารย้อนยุคและมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม วิจิตรตระการตาและตื่นตาตื่นใจกับสวนแสงเฉลิมพระเกียรติ “มหาทศมินทรราชา” ระหว่างวันที่ 11-15 กรกฎาคม 2567 ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ภายในงานมหรสพสมโภช เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

สมาคมแม่บ้านตำรวจมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้ชุมชนตรอกโพธิ์ เยาวราช

เมื่อวานนี้ (8 กรกฎาคม 2567) เวลา 15.00 น. คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมด้วยคุณดรุณวรรณ พึ่งทรัพย์ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล และคณะแม่บ้านตำรวจนครบาล ลงพื้นที่วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร (วัดเกาะ) เพื่อนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้ภายในชุมชนตรอกโพธิ์ ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธ์วงศ์ เขตสัมพันธ์วงศ์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ได้รับเสียหายจำนวนมากไม่มีที่พักอาศัย และต้องการความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน 

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวว่า สมาคมแม่บ้านตำรวจขอเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น ในการจัดหาสิ่งของที่จำเป็นพื้นฐานต่างๆ และสิ่งของที่ผู้ประสบภัยต้องการ มามอบให้กับผู้ประสบภัยในครั้งนี้ และในอนาคต หากสมาคมแม่บ้านตำรวจสามารถช่วยเหลือในส่วนใดได้มากขึ้น ยินดีสนับสนุน และวันนี้สมาคมแม่บ้านตำรวจขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ ท่าน ให้มีกำลังกาย กำลังใจ และขอเป็นกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจทุกนายที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ อาจจะเหนื่อยแต่ทำเพื่อชุมชนของตำรวจท้องที่ และประชาชนให้ได้รับความปลอดภัย

อัปเดต ‘พ่อค้าหนุ่ม’ ไลฟ์สดขายรองเท้า 2 ปี คนดูไม่เกิน 5 คน ปัจจุบันชีวิตเปลี่ยน-ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ชาวเน็ตแห่ร่วมยินดี

(9 ก.ค. 67) ชาวเน็ตจำนวนมาก ต่างพากันแสดงความยินดีกับหนุ่มพ่อค้าไลฟ์สดขายรองเท้ามือสอง 2 ปี มีคนดูไม่เกิน 5 คน จนกลายเป็นคลิปไวรัลในโซเชียล

มีสื่อต่าง ๆ หลายสำนักมานำเสนอ ซึ่งปัจจุบันชีวิตของพ่อค้าดังกล่าวคือ นายไพลิน จ่อยสาครู หรือน้องปื๊ด เปลี่ยนไปอย่างมาก

ล่าสุด น้องปื๊ด ได้ออกมาอวดภาพบ้านหลังงามที่เพิ่งสร้างใหม่ได้อย่างสวยงามกว้างขวาง มีญาติพี่น้องมาแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

โดยเป็นภาพบรรยากาศพิธีขึ้นบ้านใหม่ มีการเชิญพระ มีญาติพี่น้องมาร่วมยินดี โดยเพจรองเท้ามือสองของแท้ P&N ได้โพสต์ภาพบรรยากาศพร้อมข้อความระบุว่า…

“วันนี้ฤกษ์ดี ทำพิธีขึ้นบ้านใหม่แบบอีสานบ้านเรา ให้อยู่เย็นเป็นสุข สงบ บ้านนี้อยู่แล้วรวยยิ่ง ๆ ขึ้นไป ขอบคุณพี่ ๆ ที่ ซัปพอร์ตมาโดยตลอด

ขอบคุณพี่ชมพู่เพจ Kunchom เสื้อผ้าแบรนด์เนม จุดเริ่มต้นที่ทำให้มีคนรู้จักเยอะขนาดนี้ #ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมแสดงความยินดีด้วย

‘ดาวติ๊กต็อก’ โดนถล่มยับ!! ถ่ายคอนเทนต์เยาวราชตอนไฟไหม้ ไม่สนแม้ข้างหลังควันสีดำพวยพุ่ง - รถฉุกเฉินจอดจำนวนมาก

(9 ก.ค.67) จากกรณีเหตุการณ์ไฟไหม้ชุมชนตรอกโพธิ์ เยาวราชที่ผ่านมานั้น มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 66 หลังคาเรือน ลุกลามโรงแรม-ร้านอาหาร และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย

โดยในโลกออนไลน์ มีการแชร์คลิปของดาวติ๊กต็อก ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1.4 ล้านคน ไปถ่ายคอนเทนต์ตามรอยลิซ่า ในขณะที่ด้านหลังกำลังมีเหตุไฟไหม้ ควันสีดำพวยพุ่งเต็มท้องฟ้า มีรถกู้ภัย และรถพยาบาล เปิดสัญญาณไฟ และมีจังหวะหนึ่งในคลิปจะเห็นรถ จยย.ของเจ้าหน้าที่ ต้องขี่หลบดาวติ๊กต็อก ที่กำลังเดินขวางทางอยู่

จากคลิปหญิงสาวได้ถ่ายคลิปขณะที่ด้านหลังมีฉากเป็นไฟไหม้เยาวราช มีรถฉุกเฉินจอดอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเหมือนว่าขณะนั้นมีการปิดการจราจรจนสามารถไปยืนถ่ายกลางถนนได้ในบางช่วง โดยจะเห็นว่าตอนนั้นมีนักท่องเที่ยวและผู้คนเหลืออยู่เพียงบางตา เพราะจุดดังกล่าวใกล้กับเหตุไฟไหม้และมีควันลอยเป็นจำนวนมาก โดยก่อนคลิปนี้ หญิงรายดังกล่าวได้ลงคลิปเล่าว่า "คนบาปมาถ่ายรูปค่ะ เยาวราชไฟไหม้ (หัวเราะ) นี่คือไซด์เอฟเฟกต์อย่างแท้จริง"

หลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยวิจารณ์ว่าเป็นคอนเทนต์ที่ดูจะไม่เหมาะสม เพราะกลายเป็นเหมือนว่า ทั้งที่เกิดเหตุแบบนี้ แต่ยังกลับเลือกจะถ่ายในเชิงมีความสุข เป็นการทำคอนเทนต์บนความทุกข์ของคนอื่นหรือไม่

ต่อมา เจ้าของช่อง TikTok ดังกล่าว อัดคลิปชี้แจง ระบุว่า "หนูจะขอน้อมรับคำติชมและคำแนะนำมาปรับปรุงตัวเองต่อไป ขอโทษจากใจจริง ๆ ค่ะ" โดยกล่าวว่า หนูอยากขอโทษกับการกระทำของหนูกับคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมเลย ทำให้โซเชียลอาจไม่พอใจกับการกระทำของหนูกับเรื่องที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี ขอโทษจากใจ และจะนำไปเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุดในชีวิต ขอน้อมรับคำติชม และส่งกำลังใจให้ผู้เสียหาย รวมทั้งชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยจากนี้จะคิดไตร่ตรองก่อนจะลงเนื้อหา ตัวหนูเองอยากจะขอโทษมากๆ ในการกระทำครั้งนี้

ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า มอบเงินสนับสนุนสร้างขาเทียม ผ่านมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์

วันที่ 9 กรกฎาคม 2567 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ รับมอบเงิน จำนวน 100,000 บาท จากนายอภิชาต ลี้อิสสระนุกูล ประธานกรรมการ บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ณ  บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า  จำกัด ถ.บางพูน - รังสิต ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี 

นางเธียรรัตน์ กล่าวว่า ในวันนี้ดิฉันในนามมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์และคณะได้มารับมอบเงินจาก ผู้บริหารบริษัทไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า เพื่อส่งต่อไปยังมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สำหรับใช้จัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ในการผลิตขาเทียมให้แก่ผู้พิการยากไร้ทั่วประเทศ ในการจัดทําขาเทียมพระราชทานให้แก่คนพิการขาขาด เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาลวุฒิสภา ทั้งนี้จะมีกิจกรรมการออกหน่วยขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 169 ณ จังหวัดนครปฐม ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-19 กรกฎาคม 2567 ณ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหารนี้

ทั้งนี้ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ขอขอบคุณผู้บริหารบริษัทไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัดเป็นอย่างสูงและขอร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการส่งต่อน้ำใจที่จะช่วยดูแลและตอบแทนสังคมไทย ให้ผู้พิการมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามปณิธานของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระเมตตาคุณอันล้นพ้นต่อพสกนิกรคนพิการที่ยากไร้ โดยมิได้คำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ มอบขาเทียมฟรีให้ผู้พิการทุกคนเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

สำหรับบริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ผู้บริจาคเงินสนับสนุนในครั้งนี้ เป็นสถานประกอบกิจการประเภทนำเข้าและจำหน่ายหลอดไฟและอุปกรณ์ให้แสงสว่างสำหรับยานพาหนะ ทั้งนี้ บริษัท ฯ ได้มีกิจกรรมในการช่วยเหลือผู้ยากไร้หรือประสบภัยในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อสาธารณะประโยชน์อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังร่วมมือกับมูลนิธิการกุศลต่างๆ ในการบริจาคของ อุปโภคบริโภค รวมถึงสิ่งของที่จำเป็น ให้กับประชาชนในพื้นที่และนอกพื้นที่ เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้นตามเจตนารมณ์ของบริษัท

มูลนิธิต้านโกง” ชู “ดร.เอก์” บุคคลดีเด่นด้านต่อต้านการทุจริต “วิชา”ตอกย้ำ“กรีนคอร์รัปชั่น”มหันตภัยร้ายทำลายโลก ห่วงระบบยุติธรรมถูกทำลาย เปิดช่องกินบ้านกินเมือง

ที่ห้องประชุมใหญ่ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันป้องกันราชอาณาจักร (สปท.) ถนนวิภาวดีฯ เมื่อวันที่ 8 ก.ค.67  มูลนิธิต่อต้านการทุจริต ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในวันครบรอบ 9 ปี การจัดตั้งมูลนิธิต่อต้านการทุจริต และมอบรางวัลองค์กรและบุคคลดีเด่นด้านการต่อต้านการทุจริต ประจำปี 2567 (Anti–Corruption Awards 2024) โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต เป็นประธานในพิธี

โดย ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา กล่าวแสดงความยินดีกับองค์กรและบุคคลที่ได้รับรางวัลฯ ว่า หน่วยงานองค์กร และบุคคลที่ได้รับรางวัลเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมาต้องทำงานด้วยความอดทน ยากลำบาก โดยไม่ได้มุ่งหวังสิ่งตอบแทน รางวัลที่ได้รับจึงเป็นภาระหน้าที่ที่จะต้องร่วมกันขับเคลื่อนสร้างความโปร่งใสให้กับบ้านเมืองปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น

สถานการณ์คอร์รัปชั่นที่น่าหวาดกลัวและเป็นภัยคุกคามต่อชาวโลก ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ประเทศหนึ่งประเทศใดนั้น คือการทุจริตได้ทำลายสิ่งแวดล้อม (กรีนคอร์รัปชั่น) ซึ่งเป็นปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดในโลก การตัดไม้ทำลายป่าทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้โลกวิปริตไปหมด ทั้งยุโรป อเมริกา มีแนวโน้มภัยพิบัติที่รุนแรง ส่งผลกระทบต่อชีวิตการดำรงชีวิตของมนุษย์ เกิดโรคอุบัติใหม่ ซึ่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ประชาชนเดือดร้อนจากปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นอันดับหนึ่งของโลกไปแล้ว  ฉะนั้นต้องเร่งปลูกฝังให้เยาวชนทุกคนตระหนักรู้รักษาผลประโยชน์ของประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา ยังแสดงความห่วงใยต่อการทำลายระบบยุติธรรม ว่า การทุจริตนั้นบั่นทอนความเจริญของเศรษฐกิจ ทำให้ไม่สามารถไปช่วยเหลือคนยากจนที่ด้อยโอกาสได้  โครงการช่วยเหลือสังคม  ช่วยเหลือคนด้อยโอกาส ถูกนักการเมืองทุจริตแกร่งแย่งช่วงชิงผลประโยชน์ไปอย่างน่าเศร้าสลดใจ ทั้งนี้องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International)  ได้เรียกร้องให้ไทยยุติทำลายระบบยุติธรรม และเห็นว่าการทำลายระบบยุติธรรมเป็นพวกตะกละตะกลาม (greedily) เป็นพวกกินบ้านกินเมือง

ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลเพื่อความโปร่งใสมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนที่ต้องต่อสู้กับกระบวนการทุจริตที่เผชิญกับการถูกฟ้องปิดปาก (SLAPP)  ดังนั้นจึงต้องเร่งผลักดันให้มีการแก้กฎหมาย เพื่อป้องกันการฟ้องปิดปากสื่อมวลชน ตลอดจนภาคประชาชนโดยเร็ววัน

“มูลนิธิต่อต้านการทจริตได้ขับเคลื่อนกิจกรรมต่อต้านทุจริตและปลูกฝังหลักธรรมาภิบาลมาเป็นเวลา 9 ปีเข้าสู่ปีที่ 10 แล้ว ขอเรียกร้องให้องค์กรและบุคคลที่ได้รับรางวัลอย่าท้อถอย เราต้องร่วมกันยืนหยัดต่อสู้กับปัญหาคอร์รัปชั่นให้หมดสิ้นไป เร่งเพาะบ่มปลูกฝังเด็กเยาวชนให้เห็นถึงภัยอันตรายการคอร์รัปชั่น ให้เขาเหล่านั้นเป็นอนาคตของบ้านเมืองที่เข้มแข็งสืบไป” ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา กล่าวทิ้งท้าย ด้าน ดร.เอก์ เหลืองสอาด นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) และประธานสภาธรรมาภิบาลสื่อมวลชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า รู้สึกยินดีและภูมิใจที่มูลนิธิต่อต้านการทุจริตได้มอบรางวัลอันทรงคุณค่า “บุคคลดีเด่นด้านการต่อต้านการทุจริต” เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำหน้าที่สื่อที่ดี พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ในการสร้างความสุจริตให้เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยจะร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรและรัฐบาลในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ แม้ว่าจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการก็จะไม่ย่อท้อต่อสู้กับขบวนการมิชอบอย่างไม่หยุดยั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจาก ดร.เอก์ เหลืองสอาด นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) และประธานสภาธรรมาภิบาลสื่อมวลชนแห่งชาติ ได้รับรางวัลบุคคลดีเด่นด้านการต่อต้านการทุจริตแล้ว ยังมีบุคคลสำคัญได้รับรางวัลอีก 2 ท่าน ได้แก่ ดร.มานะ นิมิตรมงคลม เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน และนายสุทธิรักษ์ ยังยิ้ม หัวหน้ากองประจำการรถไฟฯ สำนักงานอาณาบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย ส่วนรางวัลองค์กรดีเด่นด้านการต่อต้านการทุจริตมี 3 องค์กร ได้แก่ ภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ ,บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุภาพ(สสส.)

'สุกฤษฏิ์ชัย-ปชป.' หวั่น!! เพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ซ้ำเติมโลกเดือด แนะ!! หน่วยงานเกี่ยวข้อง 'ทบทวน-ยกเลิก' กระบวนการทั้งหมดทันที

(8 ก.ค. 67) นายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ (หน่วยงานดีเด่นแห่งชาติสาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) กล่าวว่า เป็นที่น่ากังวลและต้องติดตามอย่างใกล้ จากกรณี 'กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช' เปิดรับฟังความเห็นในการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ฝั่ง จ.นครราชสีมา และปราจีนบุรี นั้น

ในบริเวณพื้นที่โดยรอบอันประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติทับลานนั้น ยังมีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่, อุทยานแห่งชาติปางสีดา, อุทยานแห่งชาติตาพระยา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ รวมกันเป็นกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ผลกระทบจากสิ่งที่จะเกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม อาจจะประเมินค่ามิได้ ทั้งต่อระบบนิเวศ ธรรมชาติ พืชพันธุ์ สัตว์ป่านานาชนิด ตลอดจนประชาชนทุกคน

ฉะนั้น ภารกิจของทางราชการควรปกป้องผืนป่า ขยายพื้นที่สีเขียว อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เสริมสร้างความตระหนักรู้และหวงแหนสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน

ทั้งนี้ จากรายงานพื้นที่ป่าไม้ของประเทศโดยกรมป่าไม้ พบว่าในปี 2556 มีพื้นที่ป่าร้อยละ 31.57 แต่ในปี 2566 ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 31.47 สวนทางกับปัญหาภาวะโลกร้อน โลกเดือดที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาและทบทวนต่อกรณีดังกล่าวนี้ หรือยกเลิกกระบวนการทั้งหมดทันที 

ปัจจุบัน ทางมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ได้มี 'โครงการมวลชนพัฒนาฟื้นผืนป่าแผ่นดินอิสานใต้' ในปี 2559 และโครงการต่อเนื่องอีกหลายกิจกรรมในพื้นที่นี้ด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top