Monday, 15 June 2026
NEWS FEED

‘เพจดัง’ ชี้ ‘เด็กไทย’ เรียนประวัติศาสตร์สากล แค่ท่องจำ ไร้!! ความเข้าใจ-เชื่อมโยง เคลิ้มไปกับโลกแบบ ‘แฟนตาซี’

(29 ก.ค. 67) เพจ ‘การทูตและการทหาร Military & Dplomacy’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ การปฏิวัติฝรั่งเศสในแบบเรียนไทย โดยได้ระบุว่า ...

การปฏิวัติฝรั่งเศสในแบบเรียนไทย

พูดถึงการ Romanticize การปฏิวัติฝรั่งเศสในประเทศไทย ผมคิดว่าจุดเริ่มต้นสำคัญมาจากเนื้อหาในแบบเรียนประวัติศาสตร์สากลที่กลวงโบ๋มาก

ในแบบเรียนประวัติศาสตร์สากล เรื่องการปฏิวัติฝรั่งเศสมักจะอยู่ในหัวข้อ ‘การปฏิวัติครั้งสำคัญของโลก’ รวมอยู่กับเรื่องการปฏิวัติในอังกฤษ (กฎบัตร Magna Carta, การปฏิวัติอันรุ่งโรจน์, Bill of Rights ฯลฯ) การปฏิวัติหรือการประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ ค.ศ. 1776 ครับ ทีนี้ปัญหาก็เริ่มจากว่าก่อนที่จะมาถึงหัวข้อการปฏิวัติเหล่านี้ แทบไม่มีการปูพื้นประวัติความเป็นมาของประเทศเหล่านี้ รวมถึงฝรั่งเศส มาก่อนเลย บทเรียนก่อนหน้านี้ยังเป็นเรื่องการเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ การฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) การปฏิรูปศาสนา (มาร์ติน ลูเทอร์ ฯลฯ) การปฏิวัติอุตสาหกรรม ต้องท่องชื่อศิลปิน นักสำรวจ นักวิทยาศาสตร์อยู่เลย แล้วอยู่ๆ ก็ตูม! การปฏิวัติฝรั่งเศส ถามว่าก่อนหน้านั้นนักเรียนได้เรียนอะไรเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสมาบ้าง คำตอบคือพระราชวังแวร์ซายส์ สร้างขึ้นสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เป็นงานศิลปะสมัยใหม่แบบ Baroque-Rococo แค่นี้แหละครับ ถามว่าสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เกิดอะไรขึ้นบ้าง ที่จะส่งผลกระทบต่อไปถึงยุคพระเจ้าหลุยที่ 15 และหลุยส์ที่ 16 หรือศิลปะ Baroque-Rococo นี่มีลักษณะอย่างไร ก็ตอบไม่ได้ครับ แต่ต้องท่องว่าพระราชวังแวร์ซายส์เป็นตัวอย่างของงานศิลปะแบบนี้เพราะชื่อเฉพาะพวกนี้ คนออกข้อสอบชอบมาก

เมื่อบทเรียนก่อนหน้าการปฏิวัติฝรั่งเศสแทบไม่ได้เอ่ยถึงประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสมาก่อนเลย แล้วอยู่ๆ ก็สอนนักเรียนว่าการปฏิวัติฝรั่งเศสมีอุดมการณ์ ‘เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ" มีการประกาศ ‘คำประกาศสิทธิมนุษยชนและพลเมือง’ นักเรียนก็เคลิ้มสิครับ ถามว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอบไม่ได้ครับ เพราะหัวข้อนี้ตัดจบแค่นั้น กว่าแบบเรียนจะกลับมาพูดถึงฝรั่งเศสอีกทีก็ ... สงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มต้นขึ้นใน ค.ศ. 1914 ฝรั่งเศสอยู่ฝ่ายสัมพันธมิตร ... นั่นแหละครับ โรเบสปิแอร์คือใคร Reign of Terror คืออะไร นโปเลียนคือใคร ฯลฯ แบบเรียนไม่ได้สอนครับ

เมื่อนักเรียนจบการศึกษาชั้นมัธยมปลาย โดยมีความรู้เกี่ยวกับการปฏิวัติฝรั่งเศสแค่ ‘เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ’ กับ ‘คำประกาศสิทธิมนุษยชนและพลเมือง’ ถ้าเข้ามหาวิทยาลัย เป็นนักศึกษาแล้วไปเจออาจารย์มหาวิทยาลัยที่สอนแต่ลัทธิการเมือง โดยไม่สอนเหตุการณ์ประวัติศาสตร์จริงๆ ประกอบด้วย ก็ยิ่งเคลิ้มกันไปใหญ่สิครับ การปฏิวัติฝรั่งเศสเลยถูก Romanticize จะเป็นนิยายแฟนตาซีอยู่แล้ว แต่เป็นแฟนตาซีแค่ตอน ค.ศ. 1789 (ทลายคุกบาสตีย์) ถึง ค.ศ. 1793 (มารี อองตัวเน็ตต์ถูกตัดคอ) นะ ถ้าขยับเลยไปอีกหน่อยถึงช่วง Reign of Terror จะไม่ค่อยแฟนตาซีแล้ว ยิ่งถ้าช่วงหลัง ‘นายพลโบนาปาร์ต’ โผล่มาปุ๊บนี่จบเลย

จะเห็นได้ว่าปัญหาการ Romanticize การปฏิวัติฝรั่งเศสนี่ส่วนหนึ่งก็มาจากแบบเรียนประวัติศาสตร์สากลในโรงเรียนที่เนื้อหากลวงโบ๋มาก อยู่ๆ ก็ยกคำขวัญลอยๆ ขึ้นมาให้ท่อง โดยแทบไม่ได้ปูพื้นประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส หรือที่สำคัญคือเหตุการณ์ช่วงหลังการปฏิวัติ นักเรียนก็เคลิ้ม พอไปฟังนักวิชาการ ฟังสื่อต่อก็กลายเป็นแฟนตาซีไป

ทีนี้ถ้าจะให้เพิ่มเนื้อหาเข้าไปในแบบเรียนเฉยๆ ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้องนะครับ เพราะถ้าเพิ่มเนื้อหารายละเอียดช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส ก็ต้องเพิ่มเนื้อหารายละเอียดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อื่นๆ ด้วย แล้วในโรงเรียนก็คงได้เรียนกันแต่ประวัติศาสตร์นี่แหละครับ ไม่มีเวลาเรียนวิชาอื่นๆ (ฮา)

ผมคิดว่าแทนที่จะต้องเพิ่มเนื้อหาเข้าไปทีละจุดๆ เราน่าจะมาทบทวนหลักสูตรสาระประวัติศาสตร์สากลในโรงเรียนกันใหม่ว่าประวัติศาสตร์ช่วงไหนที่นักเรียนควรรู้จริงๆ บ้าง ไม่ใช่ยกเนื้อหาวิชา ‘อารยธรรม’ (Civilization) ของระดับมหาวิทยาลัยมาทั้งดุ้นแบบนี้ ซึ่งลำพังวิชา Civilization มันก็ไม่ได้เป็นประวัติศาสตร์โลกที่สมบูรณ์ในตัวเอง เป็นแค่วิชาพื้นฐานของนักศึกษาสาขาประวัติศาสตร์ชั้นปี 1 ก่อนจะได้เรียนวิชาประวัติศาสตร์เฉพาะของประเทศหรือภูมิภาคต่างๆในชั้นปีที่สูงขึ้นเท่านั้น ซึ่งเดี๋ยวเนื้อหาวิชาประวัติศาสตร์ยุโรป ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก ประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เป็นต้น ก็จะมาช่วยเติมองค์ความรู้ของนักศึกษาสาขาประวัติศาสตร์ต่อยอดจากวิชา Civilization อยู่แล้ว แต่สำหรับนักศึกษาสาขาอื่นๆ ที่ได้เรียนประวัติศาสตร์สากลมาแค่ในโรงเรียน ถึงระดับมัธยมปลาย น่าจะต้องมาทบทวนปรับแก้หลักสูตรให้กระชับแต่ลึกซึ้งมากกว่าการเอาวิชา Civilization มากลวงๆ ทั้งดุ้นแบบนี้ครับ

‘พล.ท.นันทเดช’ ชี้ 4 เหตุผลสำคัญ ทำให้ไทยอยู่ได้อีกนาน คนทั้งประเทศมี ‘พระเจ้าอยู่หัวพระองค์เดียวกัน’ อยู่ในจิตสำนึก

(29 ก.ค. 67)  พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ ‘สถาบันพระมหากษัตริย์ กับ ประเทศไทย ในอนาคต ตอนที่ 1’ ระบุว่า...

สถาบันพระมหากษัตริย์ กับ ประเทศไทย ในอนาคต ตอนที่ 1

นอกจากเรื่องสงครามนิวเคลียร์แล้ว สถานการณ์ต่างๆในประเทศไทย และของโลก ในปัจจุบัน ได้ทำให้พวกเราหลายคนกังวลว่า อีกไม่นานประเทศไทยอาจจะกลายเป็น ‘ประเทศที่ล้มเหลว’ (Failed State)ในอนาคตอันใกล้นี้ได้ !!

ผมขอยืนยันว่าประเทศไทยจะไม่มีทางเป็น Failed State แน่นอน จากเหตุผลที่ไม่เข้าเงื่อนไขหลายประการ ได้แก่

1.เงื่อนไขสำคัญของการเป็นรัฐล้มเหลว คือการที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมพื้นที่บางส่วนของประเทศได้ ซึ่งรัฐบาลไทย แม้จะขี้โกงขนาดไหน ก็ยังเป็นคนไทย ไม่กล้าปล่อยให้พื้นที่ไหนขาดการควบคุม  และประชาชนคนไทยก็ไม่ได้โง่ เพียงแต่ส่วนใหญ่อยากอยู่สงบๆ และเรียบง่าย  แต่ถ้ามีเรื่องเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติแล้ว คนไทยก็ไม่เคยนิ่งเฉยสักครั้งเลย ส่วนเหตุความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น  ถ้าจะแก้ไขปัญหากันอย่างจริงจัง ก็ย่อมทำได้ แต่ผู้คนเหล่านั้น ก็คือ คนไทย ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ   ประกอบกับการที่ทุกคนเป็นประชาชนที่มีพระเจ้าอยู่หัวพระองค์เดียวกันอีก ดังนั้น ฝ่ายทหาร จึงมักใช้วิธีการพูดคุยกัน  เป็นหลัก ก่อนการใช้ความรุนแรงปราบปราม

2.โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่เป็นส่วนประกอบของรัฐชาตินั้น ประเทศไทยยังมีอยู่ครบถ้วน ทั้ง ด้านการศึกษา การสาธารณสุข การคมนาคม ฯลฯ ซึ่งแม้องค์กรเหล่านี้จะไม่เข็มแข็งนักเพราะต้องลู่ตามลมการเมือง แต่เราก็มี ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คอยคัดท้ายอยู่  ส่วนองค์กรทางด้านความมั่นคงส่วนใหญ่ ยังเข็มแข็ง พอที่จะป้องกันประเทศได้ หรือสามารถตอบอย่างเต็มปากเต็มคำ ว่า ‘ทหารมีไว้ทำไม’

3.ปัจจุบันประเทศไทยไม่มีสงครามกลางเมือง หรือ การก่อการร้าย เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับการควบคุมได้ (หลังแจกเงินดิจิตอลแล้วค่อยมาพูดกันอีกที) ส่วนเรื่องสิทธิมนุษยชนของไทยนั้น  ดีเยี่ยมกว่าทุกประเทศในเอเซีย การตกงานแม้จะเริ่มสูงขึ้น ถึงกับมีข่าวการตกงานกันแทบทุกวัน  แต่ถ้าไม่เลือกงาน ก็ยังพอไหว สิ่งที่น่าวิตกมากสุด คือ เรื่องของการคอรัปชั่น ที่กำลังก้าวขึ้นสู่ระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตรงนี้ดูเหมือนคนไทยจะคุ้นชินกันไปซะแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงไยพอควรทีเดียว

4.จุดแข็งของประเทศไทย คือ คนไทยเรามี สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในจิตสำนึก แม้พระองค์จะอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่พระองค์ก็ทรงงานช่วยเหลือประชาชนอยู่ตลอดเวลา ไม่มีวันหยุด ไม่เหมือนนักการเมือง ที่มีวาระการทำงาน หมดวาระก็เลิกทำ   พระองค์จึงต่างกับนักการเมือง ที่สามารถทรงงานแก้ไขปัญหาของประชาชนได้ อย่างต่อเนื่อง และ ยังเป็นสถาบันหลักของชาติเพียงสถาบันเดียวในปัจจุบัน  ที่นักการเมืองขี้โกงทั้งหลาย และผู้ที่คิดร้ายต่อประเทศ  ยังต้องพะวงหน้าพะวังหลังอยู่  เนื่องจากรู้ดีว่า เบื้องหลังพระองค์ยังมีประชาชนจำนวนมหาศาลที่ ยืนอยู่เคียงข้างพระองค์ อย่างเงียบๆ อยู่ตลอดเวลา

ดังนั้นประเทศไทยยังอยู่ได้อีกนานครับ ไม่ต้องหนีไปไหน แต่ “ความเจริญก้าวหน้าอาจจะชะลอคงที่อยู่ ไม่รุดหน้าไปเหมือนประเทศอื่นๆ”แค่นั้น ซึ่งจะส่งผลทำให้คนไทยจะจนลงเรื่อยๆ คนชั้นกลางที่เคยเป็นผู้ออกมารักษาผลประโยชน์ของชาติ ก็จะลดน้อยลงไป

การทุจริตก็จะกลายเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะแก้ได้หรือไม่ก็อยู่ที่ตัวเราเองด้วยครับ คิดเสียว่าในอนาคตน่าจะดีขึ้นก็ได้ครับ

ข้อเขียนเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

'รมว.ปุ้ย' ปลาบปลื้ม!! พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ยก!! เป็นการเข้าเฝ้าในโอกาสสำคัญ ที่เป็นมงคลยิ่งแก่ชีวิตของตน

เมื่อวานนี้ (28 ก.ค. 67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญของชาติไทยค่ะ ปุ้ยในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม คณะรัฐมนตรีทุกท่าน ได้ติดตามนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ค่ะ โดยมีการไปร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ บริเวณท้องสนามหลวง เป็นลำดับแรกค่ะ 

หลังจากนั้นไปร่วมในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดี และพลังของแผ่นดิน เฉลิมพระเกียรติ ต่อจากนั้นได้เดินทางร่วมกับคณะรัฐมนตรีไปยังพระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง 

เป็นการเข้าเฝ้าในโอกาสสำคัญนะคะ โอกาสสำคัญที่เป็นมงคลยิ่งในชีวิตของปุ้ยเอง และความเป็นมงคลยิ่งนี้ ขอให้สัมฤทธิ์กับพี่น้องชาวนครศรีธรรมราช พี่น้องชาวไทยทุกคนนะคะ 

ปุ้ยในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับคณะรัฐมนตรีทุกท่านได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคล, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล แทนคณะรัฐมนตรี ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน และราษฎรทุกหมู่เหล่า 

บรรยากาศสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทยปุ้ยและคณะรัฐมนตรี ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน และราษฎรทุกหมู่เหล่า ได้ซึมซับทุกวินาทีอันเป็นมหามงคลยิ่งอยู่ที่นั่นค่ะ

สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย ประชุมสัญจรที่หาดใหญ่ ครั้งที่ 2/67 เตรียมต้อนรับคณะสื่อจากจีน เวียดนาม ร่วมแสดงความยินดีนายกสมาคมฯที่ได้รับเลือกเป็น สมาชิกวุฒิสภา สายสื่อมวลขน

เมื่อวานนี้  (28 ก.ค. 67) ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ที่ ห้องประชุมน่านเจ้า โรงแรมบีพี แกรนด์ทาวเวอร์ หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย ( สนพท. ) ได้จัดประชุมสัญจร ครั้งที่ 2/2567 ขึ้น ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีคณะกรรมการบริหาร ที่ปรึกษาสมาคมฯ อุปนายก ทั้ง 3 ท่าน และผู้เข้าร่วมสังเกตุการประชุม โดยมี นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล  นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการประชุม ที่ประชุมได้มีการร่วมพิจารณาและรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ผ่านมา พร้อมกับมีการรายงานความคืบหน้าในการจดทะเบียนสมาคมต่อนายทะเบียน การพิจารณาการทำบัตรสมาชิก

นายกสมาคมฯ ได้แจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบว่า สมาคมนักข่าวจากสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเดินทางมาเยือนสมาคมฯ ในปลายเดือนตุลาคม 2567 โดยทางสมาคมฯ ได้มีความพร้อมที่จะต้อนรับ ทางสมาคมนักข่าวจีน ต้องการที่จะลงนามความร่วมมือ MOU กันใหม่ทุก 4 ปี เพราะเศรษฐกิจ สังคม การเมือง มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
“ล่าสุดผมได้รับหนังสือแจ้งจากสมาคมนักข่าจีนว่า ทางสมาคมนักข่าวจีนเขาได้ร่วมพูดคุยกับกรรมการและเพื่อนร่วมงานที่ได้ลงนาม MOU ไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีเนื้อหาที่สำคัญคือ สมาคมนักข่าวจีน All-China Journalists Association (ACJA) และสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย ยินดีทำงานร่วมกัน ในความร่วมมือของทั้งสองประเทศ”

พร้อมกับการขยายความร่วมมือบนแพลตฟอร์มความร่วมมือของนักข่าวเส้นทางสายไหมและเครือข่าย (Belt and Road Journalists Network : BRJN) ซึ่งนั่นหมายถึงการมีส่วนร่วมอย่างเข็มแข็งในกิจกรรมของเครือข่ายเรา สมาคมนักข่าวจีนและสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคฯ พร้อมที่จะนำกลไกความร่วมมือของนักข่าวทั้งสองประเทศผ่านช่องทางและวิธีการที่เกี่ยวข้องต่อไป

ส่วนการเชิญสมาคมผู้สื่อข่าวจากประเทศเวียดนามนั้น ทางสมาคมฯ จะประสานในรายละเอียด และกำหนดการมาเยือน โดยทางสมาคมฯ พร้อมที่จะต้อนรับสมาคมนักข่าวจากทั้งสองประเทศ พร้อมกำหนดการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ อีกครั้ง นายกสมาคมฯ กล่าวถึงการประชุมใหญ่สามัญของสมาคมฯ ว่า ที่ประชุมได้เลือกจังหวัดระยองเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมใหญ่ในช่วงวันที่ 21-23 มีนาคม 2568 โดยรายละเอียดจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการบริหารสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคฯ ได้ร่วมแสดงความยินดีต่อ นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล  นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคฯ ที่ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา สายสื่อมวลชน พร้อมมอบของขวัญเป็นที่ระลึก

นายกสมาคมฯ ได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมการทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมสัญจร รวมถึงที่ปรึกษา ที่ร่วมแสดงความยินดีที่ตนได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา โดยตนเองในฐานะสื่อมวลชนอาชีพ พร้อมที่จะทำงานในบทบาทและหน้าที่ของ สว.ในสภาสูง และพร้อมที่จะร่วมกันผลักดันสวัสดิการของสื่อ การทำงานของสื่อในภาพรวมของประเทศต่อไป

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

‘ตำรวจสอบสวนกลาง’ นำโปสการ์ดกว่า 7.2 แสนใบ จากปชช. ถวายในหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

(28 ก.ค. 67) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จัดกิจกรรม ‘CIB LOVE รวมใจบอกรักในหลวง’ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษาในปีนี้  เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ผ่านโปสการ์ดพระราชกรณียกิจของพระองค์ โดยตลอดทั้งเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้เชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมแสดงความจงรักภักดีผ่านการ์ดอวยพรที่เขียนด้วยลายมือ ส่งความรักถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่าน กิจกรรม ‘CIB LOVE รวมใจบอกรักในหลวง’  ก่อนนำมารวบรวมใส่ไว้ในกล่องที่เต็มไปด้วยความรัก ความเคารพ และคำอวยพรจากประชาชนทั้งประเทศ ก่อนถวายถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีของปวงชนชาวไทย ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567
.
พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือผู้บัญชาการก้อง กล่าวว่า  "ในวันนี้ ผมและพวกเรา ตำรวจสอบสวนกลาง ( CIB) จะขอทำหน้าที่เป็นบุรุษไปรษณีย์ ในการนำส่งต่อโปสการ์ดที่แสดงความรักความเทิดทูนที่ทุกคนถ่ายทอด เขียนถึงพระองค์ท่าน ถวายแด่ในหลวง  โดยกิจกรรมนี้เป็นการแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อปวงชนชาวไทย และเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างตำรวจกับประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความรักต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี และชื่นใจที่มีประชาชนต่างเข้าร่วมกิจกรรม และร่วมบอกรักท่านมากมายขนาดนี้"
.
โดยกิจกรรมหลักในโครงการ CIB LOVE ที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้รวบรวมและส่งต่อกล่องดังกล่าวแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ  CIB LOVE Postcard: ที่มีการนำเสนอพระราชกรณียกิจต่างๆของในหลวง , คลิปวิดีโอ ‘CIB LOVE’ : ตำรวจ CIB บอกรักในหลวง รวมทั้ง การเชิญชวนน้องๆ นักเรียน นักศึกษา ประกวดวาดภาพแสดงความรัก และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในหลวง ในหัวข้อ “สืบสาน รักษา ต่อยอด ตามพระราชปณิธาน” จาก4 ระดับชั้น ระดับชั้นละ 3 รางวัล ได้แก่ ระดับประถมศึกษา , ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  , ระดับชั้นมัธยมศึกษา ตอนปลาย และระดับอุดมศึกษา ( มหาวิทยาลัย) ชิงทุนการศึกษารวมกว่า 72,000 บาท  
.
โดยในวันงาน พล.ต.ท.จิรภพ หรือ ผู้บัญชาการก้อง ได้มอบเงินรางวัลพร้อมใบประกาศนียบัตรแก่ผู้ชนะรางวัลประกวดภาพวาดในทุกระดับชั้นด้วยตนเอง พร้อมกล่าวชื่นชมและให้กำลังใจเด็กๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีคุณภาพต่อไป

‘เนวิน’ ปัดไม่คุยเรื่องการเมือง พร้อมโชว์เสื้อที่ลูกสาวออกแบบ ย้ำ!! คิดถึงแต่เรื่องถวายพระพร เพราะวันนี้เป็นวันมหามงคล

(28 ก.ค. 67) ที่หน้าสนามช้าง อารีนา จังหวัดบุรีรัมย์ สถานที่จัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ‘ลมหายใจ ของแผ่นดิน’ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมืองในวันนี้ โดยยกมือ 2 ข้างก่อนหลังให้ผู้สื่อข่าว และชี้ไปข้างหลังที่เขียนว่า ‘ฅนบุรีรัมย์’

ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามว่า แล้วพรุ่งนี้จะได้เจอและสัมภาษณ์ท่านอีกหรือไม่ นายเนวิน หันมาตอบว่า "เจอได้ทุกวัน แต่ไม่มีเรื่องการเมือง" พร้อมยิ้มให้ผู้สื่อข่าวแล้วเดินออกไป

จากนั้น ผู้สื่อข่าวพยายามเดินเข้าไปสอบถามถึง เสื้อ ‘ฅนบุรีรัมย์’ ที่เปิดตัวใหม่ในวันนี้ นายเนวิน จึงตอบว่า ลูกสาวเป็นผู้ออกแบบ และต่อไปนี้จะใช้คำนี้ แทนสัญลักษณ์คนเมืองนี้ ซึ่งที่ใช้ ‘ฅ’ เพราะเราเป็นคน ถ้าเราใช้ ‘ค’ เราจะเป็นควาย และทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ซึ่งการใส่เสื้อตัวนี้ เพราะรู้สึกว่า เป็นคนบุรีรัมย์ เปิดตัวที่งานนี้เป็นครั้งแรก ตนคิดว่า คงเป็นจังหวัด และเมืองเดียวที่คนภูมิใจกับความรู้สึกกับการได้เกิดเป็นคนที่นี่ ทุกคนอยากใส่ เพราะเป็นเมืองแห่งความภาคภูมิใจ และเมืองแห่งความจงรักภักดี

ส่วนจะชูเสื้อนี้เป็นซอฟต์พาวเวอร์หรือไม่ นายเนวิน ตอบว่า ไม่รู้แปลว่าอะไร นึกไม่ออก รู้แต่ว่าเป็นเสื้อสำหรับคนบุรีรัมย์

เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า เสื้อฅนบุรีรัมย์สีน้ำเงิน มีนัยยะหรือไม่ นายเนวิน ระบุว่า น้ำเงินมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าหลายคนแซวว่า สว.สีน้ำเงินพาดพิงมาถึงครูใหญ่ภูมิใจไทย นายเนวิน ถึงกลับมองผู้สื่อข่าวที่ถาม และมองขึ้นฟ้า พร้อมระบุว่า ถ้ามีคนพูดเรื่องการเมืองแถวนี้ อาจจะโดนอะไรสักอย่าง ก่อนที่จะหันมาหัวเราะ เพราะวันนี้เป็นวันมหามงคล จะต้องร่วมกันถวายพระพรชัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาส 72 พรรษา ขอให้ทำใจให้กว้างๆ คิดถึงพระองค์ท่าน ทำเพื่อพระองค์ท่านสักวันหนึ่ง

"อย่าเอาเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับวันเฉลิมพระชนมพรรษา คนไทยจะรวมใจเป็นหนึ่งเดียว คิดถึงแต่เรื่องที่จะถวายพระพรท่าน ทำความดีเพื่อท่าน อย่าเอาเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องเลย ในสมองหากพักเรื่องการเมืองไปบ้าง บ้านเมืองก็จะสงบสุข และประชาชนก็จะมีความสุข" นายเนวิน กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมอีกว่า ที่ได้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ จะให้ใส่ตำแหน่งนายเนวินว่าอะไรนั้น นายเนวิน ระบุว่า ตำแหน่ง ‘ฅนบุรีรัมย์’

‘เศรษฐา’ เป็นห่วง ‘ประชาชน – ผู้ประสบเหตุอุทกภัย’ สั่ง!! ผู้ว่าฯ - หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้ความช่วยเหลือโดยด่วน

(28 ก.ค. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่เพราะฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่จังหวัดตราด และจันทบุรี ที่มีปริมาณน้ำฝนสูงสุด ขณะนี้สถานการณ์ในบางพื้นที่เริ่มคลี่คลายแล้ว

แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้เร่งให้ความช่วยเหลือโดยด่วน และทางกระทรวงเกษตรฯ ได้กำชับให้ หน่วยงานในพื้นที่เร่งช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่พื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหาย รวมถึงดูแลช่วยเหลือฟาร์มปศุสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเรื่องการหาที่พักพิงชั่วคราวให้

ฝากพี่น้องทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ฝนตกชุกและมีความเสี่ยงน้ำหลาก ติดตามการแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และฝากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

รวมไปถึงอำนวยการให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่ทำงานอย่างแข็งขันเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในช่วงนี้ด้วย นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงฉลองพระองค์แบบ ‘นักกีฬาขี่ม้า’ ส่งแรงเชียร์ให้ นักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

(28 ก.ค. 67) เผยพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงฉลองพระองค์แบบนักกีฬาขี่ม้า พร้อมส่งแรงเชียร์ให้ทีมนักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นพระราชวงศ์ไทยพระองค์แรกที่จบหลักสูตรการขี่ม้าจากประเทศฝรั่งเศส และมีพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านการขี่ม้า พระองค์ทรงได้รับการถวายรางวัลประเภท Dressage ในหลายรายการ ทั้งในการแข่งขันระดับประเทศและนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น รายการไทยแลนด์แชมเปี้ยนชิพ คิงส์คัพ 2012 , รายการกีฬาซีเกมส์ ในปี 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย , รายการแข่งขันศิลปะการบังคับม้าระดับนานาชาติในระดับ Prix St George และ Intermediate I ณ สนามแข่งขันที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี รวมไปถึงรายการ ‘FEI Asian Championships Pattaya 2019’ ที่ทรงนำทัพนักกีฬาไทยสร้างผลงานไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

ล่าสุด พระองค์ยังทรงร่วมส่งแรงเชียร์และแรงสนับสนุนให้กับทัพนักกีฬาทีมชาติไทยอย่างสุดพระหฤทัย ที่เขาเหล่านั้นได้มีโอกาสเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันใน มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ประจำปี 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในฐานะของนักกีฬาถึงนักกีฬาด้วยกัน โดยพระองค์ทรงเชื่อมั่นว่า ทัพนักกีฬาไทยจะประสบความสำเร็จ สามารถนำชื่อเสียงของประเทศไทยให้กระหึ่มไปทั่วโลก ทั้งความสามารถทางด้านกีฬา และความงดงามของวัฒนธรรมและประเพณีไทย

ว่าที่บัณฑิตสาว ร่ำไห้พาพ่อป่วยไป รพ.รัฐ แต่ถูกไล่กลับบ้าน สุดท้าย!! พ่อเสียชีวิต ร้องสาธารณสุขจังหวัดแล้ว แต่เรื่องไม่คืบ

(28 ก.ค. 67) ที่ วัดสระเพลง ต.สูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา มีการประกอบพิธีฌาปนกิจศพ นายสมพร รัศมี อายุ 50 ปี ชาว สปป.ลาว บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจของชาวบ้านที่มาร่วมงาน

โดยเฉพาะทางภรรยา และลูกสาว ของนายสมพร ที่สวมชุดครุย คณะวิยาการจัดการ เอกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ มาร่วมพิธีฌาปนกิจผู้เป็นพ่อ ยืนกอดรูปร้องไห้เสียใจเป็นอย่างมาก เนื่องจาก นางสาว วรรณภรณ์  สีสม อายุ 25 ปี เพิ่งเรียนจบและเตรียมเข้ารับใบปริญญาบัตรในวันที่ 21 สิงหาคม นี้

นอกจากนี้ทางนางสาววรรณภรณ์ เตรียมตัวเป็น ว่าที่เจ้าสาว เนื่องจากกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย แต่ทางนายสมพร ผู้เป็นพ่อนั้นมาเสียชีวิตอย่างกระทันหันไปเสียก่อน ยังไม่ทันเห็นลูกสาวได้ใส่ชุดครุย ทางนางสา ววรรณภรณ์ จึงสวมชุดครุยมาร่วมพิธีในครั้ง เพื่อให้พ่อใด้เห็นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะทำพิธีฌาปนกิจ

โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้สืบเนื่องจากทาง นายอธิบดี ภัทรกวิน อายุ 30 ปี ลูกเขยของนายสมพร ได้ร้องเรียนมายังสื่อมวลชน หลังจากนายสมพร นั้นมีอาการป่วยและไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในอำเภอสูงเนิน ทางโรงพยาบาล จะปฏิเสธการรักษา ก่อนกลับมาที่บ้านอีกครั้ง แต่เนื่องจากอาการไม่ดีขึ้น จึงได้ไปหาหมออีกครั้ง จนอาการทรุดลงทางโรงพยาบาลดังกล่าว จึงส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราชฯ แต่กว่าจะไปถึงอาการ นายสมพร ทรุดหนักขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายอธิบดี เล่าให้ฟังว่า นายสมพร ได้ไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของคืนวันที่ 21 ก.ค. ด้วยอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก โดยไปยังห้องฉุกเฉิน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อยู่ประมาณ 3-4 คน โดยในเบื้องต้นทางโรงพยาบาลไม่เชื่อว่า ทางนายสมพรนั้นมีอาการวิกฤตจริง

ทางเจ้าหน้าที่เลยแจ้งว่า รพ. ช่วงเวลานี้รับเฉพาะกรณีที่ผู้ป่วยวิกฤตจริงเท่านั้น ตอนนี้มาทำไมทำอะไรไม่ได้ พร้อมกับให้กลับบ้านและปฏิเสธการรักษาท่าเดียว

ซึ่งเวลานั้นทางครอบครัวได้ขอร้องให้ทางโรงพยาบาลรับนายสมพรเอาไว้ เพื่อนอนรอดูสังเกตุอาการแต่ทางโรงพยาบาลได้ทำการปฏิเสธ และไล่นายสมพร ลงจากเปลผู้ป่วยให้มานอนตรงที่นั่งพักรอคิว ในขณะนั้นทางนายสมพรนั้นอาการเริ่มทรุดหนักสังเกตจากสีหน้าเพราะไม่สามารถนั่งได้แล้ว

นอกจากนี้ทางโรงพยบาลได้มีการตำหนินายสมพร ว่า ทำไมถึงไม่ใส่หน้ากากอนามัยมา จึงให้แม่ยายของตนนั้น วิ่งออกไปซื้อหน้ากากอนามัยหน้าโรงพยาบาล เพื่อมาใส่ให้กับนายสมพร ก่อนที่จะให้กลับบ้านพร้อมจ่ายยาที่ดูแล้วไม่น่าจะเกี่ยวกับอาการป่วยของนายสมพร ซึ่งยาที่ให้มานั้น มียาบรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ ยาลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และเกลือแร่ ซึ่งจากรับยาทางโรงพยาบาลก็ให้กลับไปบ้าน และบอกว่าให้มาใหม่ในช่วงเช้าวันที่ 22 ก.ค.

แต่หลังจากกลับไปบ้านแล้ว นายสมพรอาการไม่ดีขึ้น พร้อมกับทรุดหนักลงกว่าเดิม โดยอาเจียนเป็นเลือด ซึ่งทางญาติจึงได้นำตัวนายสมพรไปยังโรงพยาบาลอีกครั้งตอนเวลา 06.00 น. กว่าจะได้รักษาก็เวลา 08.00 น. ซึ่งหลังจากไปรอบที่ 2 ทางหมอและพยาบาลก็ได้ตรวจร่างกายและอีกหลายอย่างก่อนที่จะเห็นว่า อาการไม่ดีขึ้น เกินความสามารถในการรักษาของโรงพยาบาล จึงได้มีการส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลมหาราชฯ ซึ่งกว่าจะมาถึงและเข้ารับการรักษาก็เป็นเวลา 11.00 น. แล้ว

ซึ่งขณะกำลังรักษาอยู่ที่ รพ.มหาราชฯ นั้น ทางแพทย์และพยาบาลก็ให้การรักษาอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายนายสมพร ได้เสียชีวิตในช่วงบ่ายของวันที่ 22 ก.ค.

ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนตั้งคำถามถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแห่งแรก เนื่องจากตนรู้สึกว่า การดูแลรักษาคนไข้นั้นไม่เต็มที่ และมารยาทก็ไม่ดี ทั้งเรื่องการให้นายสมพร พ่อตาของตน ลงจากเปลไปนอนอยู่ที่นั่งรอคิว รวมไปถึงการตำหนิเรื่องการใส่หน้ากากอนามัย ทำไมถึงต้องให้ทางแม่ยายของตนนั้นวิ่งออกไปหาซื้อหน้ากากอนามัย ทั้งที่ทางโรงพยาบาลน่าจะมีแค่ 1 ชิ้น ก็ให้ไม่ได้เลยเหรอ

นายอธิบดี เล่าต่อว่า ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ทางตนและครอบครัวของแฟนได้มีการเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนไปยังสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้เข้าตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งหลังจากร้องเรียนไปไม่นานทาง ผอ.โรงพยาบาลได้ติดต่อเข้ามาพูดคุย เพื่อหาทางเยียวยาต่างๆ แต่พฤติกรรมของทางโรงพยาบาลนั้นไม่ใช่ เนื่องจากในวันเผา 28 ก.ค. ทางโรงพยาบาลนั้นก็ไม่ได้ส่งตัวแทนมารวมไปถึงพวงหรีด เพื่อแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้ตนรู้สึกรับไม่ได้กับเรื่องนี้ และเตรียมที่จะดำเนินการให้ถึงที่สุด และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับใครอีก

ด้านนางสาววรรณภรณ์ ลูกสาวของนายสมพร เล่าให้ฟังว่า ที่ตนใส่ชุดครุยมาในวันนี้ก็เพื่อต้องการให้พ่อเห็น เพราะพ่อนั้นยังไม่เคยเห็นตนใส่ชุดครุยสักครั้ง ซึ่งตนจะเข้ารับปริญญาในวันที่ 21 ส.ค. นี้ และจะเข้าพิธีแต่งงานในช่วงปลายปีนี้ แต่ทางพ่อนั้นไม่มีโอกาสได้เห็น แต่ต้องมาเสียชีวิตไปเสียก่อน

ซึ่งตนก็สงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ รพ.ดังกล่าว เพราะพ่อของตนไปรับการรักษาตอนตี 3 ทางเจ้าหน้าที่กลับปฏิเสธการรักษาพร้อมไล่กลับบ้าน ซึ่งถ้าหากในวันนั้นเจ้าหน้าที่รับพ่อของตนไว้รักษา อาจทำให้มีโอกาสรอดชีวิต ถึงแม้จะอยู่ในสภาพไหนก็ตาม

ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนอยากให้ทางรพ. ออกมาชี้แจงรายละเอียดว่า เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงไม่รับพ่อของตนไว้รักษาตั้งแต่แรก ซึ่งทางแม่ของตนและพี่ชายก็พยายามบอกให้ทางโรงพยาบาลรับตัวพ่อเอาไว้ เพื่อดูอาการ เพราะอาการพ่อของตนนั้นไม่ดี แต่ทางโรงพยาบาลกลับปฏิเสธพร้อมกลับให้ไปรักษาตัวที่บ้าน จนกระทั่งอาการพ่อของตนนั้นทรุดหนัก ส่งไปรักษาตัวที่ รพ.มหาราช ก็สายเกินไปจนพ่อของตนนั้นเสียชีวิตในที่สุด

‘ลุงป้อม’ เตรียมบินไปฝรั่งเศส 1 สิงหานี้ เพื่อให้กำลังใจทีมไทย มั่นใจ!! นักกีฬาแบดมินตันไทย มีหวังได้ ‘เหรียญทอง’ กลับบ้าน

(28 ก.ค. 67) ที่สำนักงาน คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้สัมภาษณ์ ถึงการให้กำลังใจนักกีฬาไทยที่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศฝรั่งเศสว่า ว่า ส่วนตัวเตรียมที่เดินทางไปเยี่ยมนักกีฬาไทยที่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศฝรั่งเศสอยู่แล้ว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) นักกีฬาแบดมินตันไทย แบดมินตันหนุ่มสาวไทย หวดผ่านฉลุยรอบแรกในการแข่งขัน จะเพิ่มเงินอัดฉีดหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ชนะซิ และมีหวังจะได้เหรียญทองด้วย”

ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร จะเดินทางไปให้กำลังใจกับนักกีฬาที่ฝรั่งเศสในวันที่ 1 สิงหาคมนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top