Tuesday, 11 August 2026
NEWS FEED

ถอดบทเรียนสิงคโปร์ซื้อ 'สัมปทานรถไฟฟ้า' คืน หวัง!! แก้ปัญหาเอกชน โกยแต่กำไร

(22 ก.ย. 67) สิงคโปร์เป็นหนึ่งประเทศที่มีขนส่งสาธารณะดีอันดับต้นๆ ของโลก โดยสำนักข่าวซีเอ็นเอ (CNA) รายงานว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีคุณภาพขนส่งสาธารณะดีอันดับที่ 3 ของโลกเป็นรองเพียงฮ่องกงและเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตามการจัดอันดับของ Mobility Index Ranking 2023 ของบริษัทสัญชาติอเมริกันอย่าง Oliver Wyman Forum

อย่างไรก็ตาม ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายการขนส่ง และโลจิสติกส์ สถาบันเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ให้สัมภาษณ์พิเศษว่า หากย้อนกลับไปในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ซึ่งเป็นช่วงแรกๆ ที่สิงคโปร์เริ่มพัฒนาระบบรถไฟฟ้าใต้ดินก็เผชิญปัญหาเรื่อง ’สัญญาสัมปทาน' คล้ายประเทศไทย

ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่า ปัญหาสำคัญปัจจุบันของระบบรถไฟฟ้าทั้งใต้ดินและบนดินของประเทศไทยปัจจุบันคือ ผู้ใช้บริการไม่สามารถเดินเชื่อมต่อกันในแต่ละสถานีได้โดยไม่ต้องออกจากประตูและใช้บัตรใบเดียว

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพคือ หากผู้ใช้งานคนหนึ่งต้องการเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเพื่อไปต่อรถไฟฟ้าใต้ดิน หากเป็นประเทศที่ระบบขนส่งสาธารณะออกแบบมาอย่างดี ผู้ใช้งานจะสามารถใช้บัตรใบเดียวในการเดินทางเปลี่ยนจากบีทีเอสไปเป็นเอ็มอาร์ทีได้โดยไม่ต้องเดินออกจากประตู

แต่สำหรับประเทศไทยในหลายสถานีผู้ใช้บริการยังต้องออกจากสถานีบีทีเอสเพื่อไปซื้อตั๋วเอ็มอาร์ทีใหม่ซึ่งสร้างความไม่สะดวกสบายและทำลายต้นทุนด้านเวลาของผู้ใช้บริการอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น ดร.สุเมธ จึงมองว่า หนึ่งปัญหาสำคัญคือ ปัจจุบันรถไฟฟ้าแต่ละสายไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้ภายใต้ระบบเดียว คือ ภาครัฐไทยไม่ได้ระบุไว้ในสัญญาสัมปทานแบบเอกชนร่วมทุน (PPP) ตั้งแต่ต้นว่ารถไฟฟ้าแต่ละสายต้องเชื่อมต่อกัน

ปัจจุบันภาครัฐไทยให้สัมปทานเอกชนเพื่อเดินรถไฟฟ้าไปแล้ว 6 ฉบับภายในระยะเวลา 20 ปี ทว่าไม่มีฉบับใดเลยที่ระบุเรื่องการเชื่อมต่อเอาไว้

ทั้งนี้ ครั้งหนึ่งสิงคโปร์เคยเผชิญปัญหาเรื่องสัญญาสัมปทานคล้ายไทย โดยประมาณปี 1990 รัฐบาลสิงคโปร์นำโดยหน่วยงาน Land Transport Authority (LTA) ใช้โมเดล PPP เหมือนประเทศไทยเพื่อสร้างรถไฟฟ้าสายแรก ตอนนั้นรัฐบาลให้สัญญา PPP ไป 2-3 ฉบับ โดยโครงสร้างสัญญาคล้ายกันคือ เมื่อรัฐก่อสร้างเสร็จก็ให้เอกชนมาซื้อขบวนรถแล้วก็เก็บค่าโดยสารโดยมีสัญญา 30 ปี

จากนั้นเอกชนดำเนินกิจการไปประมาณ 10 กว่าปี ถึงประมาณปี 2000 ต้นๆ ตอนนั้นรัฐบาลออกแบบระบบหลังบ้านและออกแบบสัญญาค่าโดยสารได้ค่อนข้างดี คือรัฐอุดหนุนเยอะเพื่อให้ค่าโดยสารต่ำ

แต่ปัญหาที่เกิดเป็นเรื่องทางเทคนิคที่น่าสนใจคือเมื่อเป็นสัญญาในเชิงกำหนดค่าโดยสาร กำหนดข้อบังคับและวิธีการดำเนินงานอย่างรอบคอบ แต่เมื่อรถไฟฟ้าวิ่งไปสักพักเอกชนก็เริ่มทำกำไรได้ ด้วยการออกแบบในตอนนั้น มีความจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนรถไฟฟ้า แต่นั่นก็หมายความว่าเอกชนต้องลงทุนเพิ่มซึ่งเอกชนไม่เห็นด้วยเพราะคิดว่ายังอัดผู้โดยสารเข้าไปได้ สุดท้ายจึงเกิดปัญหาแออัด

ประกอบกับตอนนั้นรัฐบาลสิงคโปร์เขาพยายามโปรโมตการใช้ขนส่งมวลชนมากอยู่แล้ว แทบไม่ให้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลดังนั้นประชาชนก็อัดกันเข้าไปใช้รถไฟฟ้า

ตอนนั้นไม่ว่ายังไงเอกชนก็ไม่ยอมเพิ่มขบวนรถ เมื่อภาครัฐไปเปิดสัญญาสัมปทานดูก็เห็นว่ารัฐบาลล็อกทุกอย่างไว้อย่างรอบคอบยกเว้นเรื่องการเพิ่มขบวนรถเพราะยังไม่ถึงเกณฑ์ให้เพิ่ม

สุดท้าย ดร.สุเมธ เล่าว่า รัฐบาลมองว่าเหตุการณ์นี้ทำให้คุณภาพการให้บริการต่ำลงแล้วรัฐทนไม่ไหว เคสนี้รัฐบาลเลยซื้อคืนสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้ามาทั้งหมด แล้วปรับโมเดลใหม่เพื่อเพิ่มขบวนรถเข้าไป และจากเดิมที่เป็นสัญญาสัมปทาน 30 ปีแล้วเอกชนลงทุนรถไฟฟ้า หลังจากเหตุการณ์นี้รัฐซื้อรถไฟให้แล้วตัดสัญญาในการจ้างเอกชนมาดูแลเหลือแค่ 15 ปี

หมายเหตุ: สิงคโปร์เผชิญเหตุการณ์ปัญหาเรื่องสัญญาสัมปทานคล้ายกับประเทศไทยแต่หน่วยงาน Land Transport Authority หรือ LTA มีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการเรื่องขนส่งสาธารณะในประเทศทั้งหมด ในขณะที่ประเทศไทยมีหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ กรุงเทพมหานครและการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

ชาวโซเชียลชื่นชม ‘หนุ่มเยอรมันจิตอาสา’ ลงพื้นที่ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม เผย!! เคยอยู่ทีมกู้ภัยมาก่อน คุ้นเคยกับสถานการณ์ มาช่วยเหลือ เพราะเป็นสิ่งที่ควรทำ

(22 ก.ย. 67) เป็นอีกเรื่องราวดีๆที่ชาวโซเชียลแห่ชื่นชม เมื่อ TikTok@parecho3695 โพสต์คลิปของหนุ่มเยอรมันจิตอาสาลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ด้วยการช่วยลำเลียงอาหารแห้งและเครื่องอุปโภคบริโภค 

ในคลิป ‘โจนาธาน’ หนุ่มเยอรมันจิตอาสา เล่าว่า 

ผมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนที่น้ำท่วมผมก็อยู่ ผมมาช่วยเหลือเพราะเป็นสิ่งที่ควรทำ ถ้าเกิดที่ประเทศผมก็จะช่วยเหมือนกัน ผมเคยอยู่ทีมกู้ภัยตอนที่อยู่เยอรมัน ผมก็เคยทำงานกับบุคลากรทางการแพทย์และทีมกู้ภัย ผมก็เลยคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้

โดยหลังจากคลิปเผยแพร่ มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์ขอบคุณและชื่นชม ‘โจนาธาน’ อาทิ หัวใจไทยล้นฟ้าสำหรับคุณโจนาธานขอบคุณในน้ำใจที่มีต่อประเทศไทยสุขภาพแข็งแรงๆตลอดไปเจ้า, น้ำใจต่างชาติ ขอบคุณมากโจนาธาน, ขีดเส้นใต้ คำว่า ‘ผมทำในสิ่งที่ควรทำ’ มันมาจากจิตสำนึกล้วนๆเลย พระเจ้าอวยพรคับ, จิตใจงามไม่แบ่งแยกว่าเป็นคนชาติใดในโลก อะไรช่วยได้ช่วยเลย เยี่ยมมากๆจิตอาสา, น้ำใจงามมาก ขอบคุณแทนผู้ประสบภัยด้วยค่ะ

‘นายกฯ’ สั่งการด่วน ให้เร่งล้างดินโคลน ชี้!! ถ้ารอให้แห้ง จะทำความสะอาดยาก เล็ง!! ตรึงราคาสินค้า ป้องกันพ่อค้าฉวยโอกาส พร้อมทยอยเยียวยา อย่างต่อเนื่อง

(22 ก.ย. 67) ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ส่งมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค และอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ได้รับจากภาคเอกชน และหน่วยงานต่างๆ ภายใต้โครงการ ‘ประสานพลัง ประสานใจ’ เพื่อส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยใน จ.เชียงราย โดยเครื่องบินกองทัพอากาศ (C130)

โดยมีนายธีระพงศ์ วงศ์ศิววิลาศ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.อ.ธีระยุทธ จินหิรัญ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เข้าร่วม โดยนายกฯ นำเสื้อผ้าเด็กของลูกมาส่งมอบให้พื้นที่ด้วย

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนเวลานี้คือการล้างดินโคลน โดยเฉพาะบริเวณท่อเพื่อให้เกิดการระบายน้ำได้เร็วขึ้น หากปล่อยให้แห้งจะทำให้การทำความสะอาดลำบาก และเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ในหลวงและพระราชินีพระราชทานเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ที่มีประสิทธิภาพดี จำนวน 100 เครื่องในการช่วยเหลือ

โดยเส้นทางที่ถูกตัดขาดจะต้องเร่งเคลียร์ หากดินแข็งตัวจะทำความสะอาดได้ยาก ส่วนบ้านเรือนก็มีเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ โดยในแต่ละจุดจะมีผู้รับผิดชอบ เพื่อกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึง และรวดเร็วที่สุด เราอยากทำให้เร็วที่สุด แต่ก็ต้องดูสถานการณ์หน้างานด้วย ไม่ได้อยากตีกรอบว่าจะต้องทำภายในระยะเวลาเท่าไหร่

ขอย้ำว่าจะทำให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชน และเวลานี้กำลังคนที่จ.เชียงราย และหนองคาย ยังวางกำลังไว้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม หากเกิดมีพายุเข้าอีกจะได้ให้ความช่วยเหลือได้ทันสถานการณ์ ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยวาตภัยและดินโคลนถล่ม (ศปช.) มีการประชุมทุกวัน และตนจะเข้าร่วมประชุมด้วยในสัปดาห์หน้า

“ช่วงวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาได้ให้ลูกช่วยกันเลือกเสื้อผ้าของตัวเองที่เล็กไปแล้ว ไปมอบให้กับผู้ประสบภัย เพราะการลงพื้นที่เชียงรายครั้งก่อน พบว่ามีคุณแม่ท้องและเด็กเล็กจำนวนมาก เสื้อผ้าของเด็กยังค่อนข้างขาด จึงนำมาบริจาค นอกจากนั้นยังมีสิ่งของจำเป็นที่ส่งมอบในวันนี้ เช่น ไม้กวาดและอุปกรณ์ทำความสะอาด” น.ส.แพทองธาร กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการปรับหลักเกณฑ์การเยียวยาช่วยเหลือประชาชน น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า การเยียวยาก้อนแรก ได้นำไปช่วยแล้ว 200,000 บาท และจะทยอยเยียวยาอย่างต่อเนื่อง และในระหว่างนี้ก็ได้ให้สำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายในรอบแรก และจะพิจารณาหลักเกณฑ์เพิ่มเติมอีกครั้ง เพราะหากรอพร้อมกันจะล่าช้า

เมื่อถามว่าหลังการเยียวยาจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า มีแน่นอน อย่างแรกคือการตรึงราคาสินค้า เพราะหากมีราคาแพงทั้งหมด ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถรับไหว นอกจากนั้นจะคุยในเรื่องของแผนท่องเที่ยว โดยจะทำไปทีละเรื่อง

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่เอกชนฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า รวมถึงราคาค่าขุดดินในการทำความสะอาด น.ส.แพทองธาร ยังไม่ได้คุยกับเอกชนในเรื่องนี้ แต่เรามีการคุยกับเอกชนที่ติดต่อเข้ามาเพื่อไปช่วยเหลือ

ในเรื่องนี้อยากขอประชาสัมพันธ์ หากมีเอกชนรายใดที่อยากจะช่วยเรื่องการขุดดิน การทำความสะอาด ซึ่งยังมีความต้องการ เพราะเรามีเครื่องมือมาก แต่ขอให้มีคนที่มีจิตอาสา เรื่องใดที่เป็นธุรกิจจะไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่ก้าวก่าย เพราะคนละเรื่องกัน แต่หากใครอาสาสมัครเราจะเปิดรับ

“ขอย้ำว่าทุกอย่างต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพราะความทุกข์ของประชาชนนับเป็นรายวัน เป็นรายชั่วโมง จึงต้องนำมาตรการไปช่วยให้เร็วที่สุด ทั้งการเยียวยา เครื่องมือ โรงครัว” น.ส.แพทองธาร กล่าวทิ้งท้าย

‘วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์’ แบดมินตันทีมชาติไทย โค่นท็อป 10 ของโลก หลังโดนนำไปก่อน พลิกสถานการณ์!! รัวแซง เอาชนะ 2 เกมรวด ทะลุผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

(22 ก.ย. 67) การแข่งขันแบดมินตันรายการ วิคเตอร์ ไชน่า โอเพ่น 2024 รายการระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 ชิงเงินรางวัลรวม 2,000,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 66,000,000 บาท

ณ เมืองฉางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเภทชายเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ พบกับ แอนโทนี่ ซินนิซุกะ กินติ้ง ท็อปมือ 10 ของโลกจากอินโดนีเซีย
ที่เพิ่งเอาชนะ ฉี ยู่ฉี มืออันดับ 1 ของโลกจากจีน มาได้ 2-0 เกม 21-11 , 21-8

ผลปรากฏว่า ‘วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์’ แบดมินตันทีมชาติไทย ต้องออกแรงเหนื่อยถึง 3 เกม

หลังโดน แอนโทนี่ ซินนิซุกะ กินติ้ง ออกนำไปก่อนในเกมแรก 10-21

ก่อนที่ ‘วิว กุลวุฒิ’ จะรัวแซง 2 เกมรวด พลิกแซงเอาชนะ แอนโทนี่ ซินนิซุกะ กินติ้ง มือท็อป 10 ของโลก ไป 2-1 เกม 10-21 , 21-11 และ 21-19

ส่งผลให้ ‘วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์’ แบดมินตันชายทีมชาติไทย ทะลุผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศบนเวทีโลกได้สำเร็จ

ทว่า ในรอบรองฯ วิว ได้พ่ายแก่ โคได นาราโอกะ มือวางอันดับ 6 ของรายการ และมืออันดับ 6 ของโลกจากญี่ปุ่น 0-2 เกม 17-21, 13-21 จบเส้นทางในแบดมินตัน วิคเตอร์ ไชน่า โอเพ่น 2024 เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 ไว้เพียงรอบรองชนะเลิศ

‘เอกนัฏ’ สั่ง ‘ดีพร้อม’ เร่งเดินหน้าช่วยผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เยียวยาเร่งด่วน-สนับสนุนเงินทุน-แผนรับมือในอนาคต เพื่อช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกมิติ

(22 ก.ย. 67) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยผ่าน 3 มาตรการ ประกอบด้วย 1) มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย 2) มาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด และ 3) มาตรการเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย เพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย นอกจากนี้ ยังได้เดินหน้ามาตรการช่วยเยียวยาและฟื้นฟูสถานประกอบการเร่งด่วนผ่านการจัดกิจกรรมทำความสะอาดในสถานประกอบการ (Big Cleaning) พร้อมซ่อมแซม ปรับปรุงอุปกรณ์ และเครื่องจักร รวมถึงผลักดันสถานประกอบการที่ต้องการฟื้นฟูและเยียวยาให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียนฯ กว่า 20 ล้านบาท

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่งผลต่อที่อยู่อาศัย และการประกอบอาชีพของประชาชนทำให้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังส่งผลต่อผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ดังกล่าวอีกด้วย ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้สั่งการให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เร่งติดตามสถานการณ์ เพื่อช่วยเหลือและหามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งติดตามความเสียหายที่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย โดยเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งเตรียมมาตรการต่าง ๆ รองรับสถานการณ์หลังน้ำลด ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูในส่วนที่ได้รับความเสียหาย ตลอดจนแผนในการป้องกันหากเกิดสถานการณ์ดังกล่าวอีกครั้งทั้งในระยะฉับพลัน 

นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ได้ขานรับนโยบายเร่งด่วนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยได้ดำเนินการสำรวจความต้องการของผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น พบว่าผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่มีต้องการความช่วยเหลือ ฟื้นฟู และเยียวยาในกรณีต่าง ๆ ผ่าน 3 มาตรการ ได้แก่ 

1. มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย ผ่าน “ถุงยิ้มพิมพ์ใจ MIND ไม่ทิ้งกัน” ของอุตสาหกรรมรวมใจ ไปยังผู้ประสบภัยด้วยสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ประกอบด้วย สิ่งของอุปโภค บริโภค และยารักษาโรค พร้อมเตรียมการรถบรรทุกและรถขนส่งสำหรับการบริจาคสิ่งของจากเครือข่ายดีพร้อม ทั้งผู้ประกอบการและสถาบันต่าง ๆ เพื่อส่งมอบให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมส่งทีมวิศวกรและนายช่างเทคนิคช่วยซ่อมแซมอุปกรณ์ในเบื้องต้น รวมทั้งทำกิจกรรมทำความสะอาดในสถานประกอบการ (Big Cleaning) เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว 

2. มาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด ผ่านการให้คำปรึกษาปัญหาธุรกิจอุตสาหกรรมดีพร้อม โดยจัดทีมผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษา เพื่อเข้าประเมินสภาพปัญหาและวางแผน การฟื้นฟูสถานประกอบการ รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรมผ่านศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรมดีพร้อม (DIPROM Business Service Center : DIPROM BSC) เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว การฟื้นฟู และปรับปรุงกระบวนการผลิต โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค หรือ DIPROM CENTER ในพื้นที่ส่วนภูมิภาค จัดกิจกรรมช่วยเหลือ แนะนำในการปรับปรุงซ่อมแซม ฟื้นฟูเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า ระบบหล่อลื่น รวมทั้งดำเนินกิจกรรม Re-Layout, Re-Engineering เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตให้กลับมาดำเนินการได้ เช่น การให้คำปรึกษา ปรับปรุง ฟื้นฟู เพื่อให้ระบบคุณภาพ GMP/HACCP/GHP กลับมาดำเนินการได้ปกติ พร้อมยกระดับศักยภาพการประกอบอาชีพสู่ธุรกิจอุตสาหกรรม ผ่านส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่ เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพด้านการผลิต ด้านการบริการ ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ส่งเสริมให้ชุมชนเกิดรายได้ ลดรายจ่าย สามารถสร้างอาชีพใหม่ หรือนำไปประกอบอาชีพเสริมเพิ่ม ก่อให้เกิดความยั่งยืนในชุมชน พร้อมทั้งได้บูรณาการผ่านเครือข่ายดีพร้อม (DIPROM Connection) จับมือกับเครือข่ายทางการพัฒนาของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ของ SMEs เข้าสู่ช่องทางการตลาดทั้งรูปแบบออนไลน์ และออฟไลน์ อีกทั้ง ยังมีการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ สามารถได้รับการผ่อนผันการชำระหนี้ ได้รับการลดหย่อนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ มีสิทธิกู้เงินเพิ่มเติม และการขอกู้เงินเป็นกรณีพิเศษสำหรับลูกค้ารายใหม่ โดยวางกรอบวงเงินการช่วยเหลือกว่า 20 ล้านบาท

3. มาตรการเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ผ่านการจัดทำแผนรองรับการเกิดอุทกภัย เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยจัดทำ Check list เมื่อเกิดเหตุอุทกภัย การสร้างผนังกั้นน้ำ สอนวิธีการป้องกันอุปกรณ์เครื่องจักร เป็นต้น พร้อมติดตามสถานการณ์จากสถานการณ์น้ำท่วม โดยบูรณาการข้อมูลที่เกี่ยวข้องระหว่างหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อประเมินสถานการณ์ เตือนภัย และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และทันท่วงที เพื่อรับฟังปัญหาผลกระทบแบบ Real Time พร้อมให้การช่วยเหลือเฉพาะหน้าแก่สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว 

นายภาสกร ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า “ดีพร้อม (DIPROM) ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือสถานประกอบการ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยผ่าน 3 มาตรการดังกล่าว เพื่อให้ความช่วยเหลือนั้นครอบคลุมทุกมิติ และครอบคลุมทั่วประเทศ” นายภาสกร กล่าวทิ้งท้าย

‘เสี่ยตัน’ ประกาศ!! เช่ารถแบ็กโฮ - รถขนดิน เพื่อช่วยชาวเชียงรายสู้ ‘วิกฤตโคลน’ เผย!! มีคนติดต่อเข้ามาเยอะมาก ต้องเปิดช่องทางไลน์ สำหรับผู้ที่สนใจ ส่งใบเสนอราคา

(22 ก.ย. 67) จากสถานการณ์ ‘น้ำท่วมเชียงราย’ ที่ล่าสุดแม้น้ำจะลดแล้ว แต่ประชาชนจำนวนหนึ่งยังไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตในบ้านเรือนของตัวเองได้ เนื่องจากยังมีปัญหาดินโคลนจำนวนมากปกคลุมในบ้าน และถนนหนทาง 

ล่าสุด ‘ตัน ภาสกรนที’ นักธุรกิจชื่อดัง ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยประกาศเช่ารถแบ็กโฮ รถหกล้อ รถสิบล้อ เพื่อช่วยเคลื่อนย้ายดินโคลนในเชียงราย โดยโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า...

ด่วน! ประกาศเช่า แม็คโครเล็กพร้อมคนขับ 30 คัน / รถหกล้อขนดิน 90 คัน / รถสิบล้อ 10 คัน ทำงาน 30 วัน พร้อมลงพื้นที่ จ.เชียงราย ติดต่อ คุณอีฟ 062-762-6663

เริ่มทำงานวันที่ 25 กันยานี้ ..พร้อมลุยกันครับ

คุณตัน ยังได้โพสต์เพิ่มเติมอีกด้วยว่า คนไทยสุดยอดมาก มีคนติดต่อมาเยอะมาก ขอเปิดช่องทางไลน์ สำหรับผู้ที่สนใจส่งใบเสนอราคาครับ

F1 ประกาศเชิญน้อง ‘หมูเด้ง’ ไปชมการแข่งขันในปีหน้า ที่อเมริกา ย้ำ!! มาดูให้ได้นะ พร้อมโชว์บัตรวีไอพี มีรูปของน้องด้วย

(22 ก.ย. 67) การเเข่งขันรถสูตร1 โดยฝ่ายจัดการเเข่งขัน F1 ไมอามี่ กรังด์ ปรีซ์ ส่งคำเชิญอย่างเป็นทางการเชิญ ‘หมูเด้ง’ ลูกฮิปโปชื่อดังไปชมการเเข่งขันประชันความเร็วปีหน้า 

การเเข่งขันดังกล่าวเเข่งที่ที่เมืองไมอามี่ มลรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทวิตเตอร์หรือ X ลงรูป ID card ระดับ VIP ด้วย มีรูปหมูเด้งพร้อมพร้อมชื่อ เเละเเคปชั่น ‘หมูเด้ง’ นี่คือคำเชิญอย่างเป็นทางการ มาดูเเข่งปีหน้านะ

ไมอามี่ กรังด์ ปรีซ์ ครั้งล่าสุด จบไปเป็นที่เรียบร้อย เเข่งไปเมื่อวันที่ 3-6 พฤษภาคม ส่วนในปีหน้าก็จะเเข่งช่วงเวลาเดียวกัน ทีนี้ต้องมาดูกันว่าถ้าหมูเด้งไปจริง จะเสียค่าเดินทางเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นเจ้าตัวจะมีอายุ 1 ขวบกว่าๆ ตัวใหญ่ขึ้นเเน่นอน

‘เผ่าภูมิ’ ลุยสวนผึ้ง มอบสัญญาเช่าที่ดิน ในโครงการ ‘ธนารักษ์เอื้อราษฎร์’ เน้น!! แก้ปัญหาในด้าน ‘ที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกิน’ สร้างชีวิตที่สดใสให้ปชช.

(21 ก.ย.67) ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในการมอบสัญญาเช่าที่ดิน ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ในโครงการ ‘ธนารักษ์เอื้อราษฎร์’ ว่า

โครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ ‘สัญญาเช่าที่ดิน พลิกชีวิตประชาชน’ ของกระทรวงการคลัง จัดให้มีการมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้ประชาชนในวันนี้ (21 ก.ย. 2567) เป็นการมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ รบ.553 (บางส่วน) ต.ป่าหวาย ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี รวม 162 สัญญา เนื้อที่ 1,500 ไร่ 72 ตารางวา เป็นเพื่ออยู่อาศัย จำนวน 55 สัญญา เนื้อที่ 139 ไร่ 1 งาน 33 ตารางวา เพื่อประกอบการเกษตร จำนวน 107 สัญญา เนื้อที่ 1,360 ไร่ 3 งาน 39 ตารางวา ในอัตราค่าเช่าต่ำ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

กระทรวงการคลังมุ่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ช่วยให้ประชาชนมีที่ดินในการประกอบอาชีพ มีรายได้ และมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง เข้าถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานของรัฐ ทั้งสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ และยังสามารถมีสิทธิการเช่าที่ดินไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้อีกด้วย ซึ่งจะเป็นการสร้างชีวิตใหม่ โอกาสใหม่ให้กับประชาชน 

โดยมีค่าเช่าที่ต่ำ เริ่มต้นที่ 20 บาท/ไร่/ปี สำหรับเนื้อที่ไม่เกิน 50ไร่

โดยในปีนี้ กรมธนารักษ์ ได้มอบสัญญาเช่าที่ดิน สร้างชีวิตใหม่ให้ประชาชนแล้วกว่า 2,800 ราย พื้นที่กว่า 9,000 ไร่ และที่ต่อไป ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 

‘เอกนัฏ’ นำทัพกระทรวงอุตฯ เร่งฟื้นฟูระบบน้ำประปา ช่วยผู้ประสบภัย จ.เชียงราย พร้อมพักชำระหนี้ ‘SMEs’ ที่ได้รับผลกระทบ ภายใต้โครงการ ‘อุตสาหกรรมรวมใจ’

(21 ก.ย.67) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำทีมข้าราชการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดเชียงราย โดยวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะได้มอบท่อพีวีซี แข็ง ‘ท่อน้ำไทย’ ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เอจีซี วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับทางองค์การบริหารส่วนตำบลเทอดไท อำเภอแม่ฟ้าหลวง จำนวน 8,360 เส้น นำไปฟื้นฟูระบบประปาภูเขา ผ่านโครงการ 'อุตสาหกรรมรวมใจ ช่วยผู้ประสบภัยจังหวัดเชียงราย' พร้อมมอบถุงยังชีพ ‘อุตสาหกรรมรวมใจ ช่วยพี่น้องชาวไทย’ บรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็น เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมบ้านเทอดไท หลังจากนั้น คณะได้เดินทางไปยังหมู่บ้านแม่หม้อ หมู่ 7 ตำบลเทอดไท เพื่อร่วมกันประกอบท่อประปาหมู่บ้านทดแทนท่อเดิมที่ถูกดินสไลด์ บรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นกับประชาชน

รัฐมนตรีฯ เอกนัฏ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ ยังได้เข้าไปพบปะหารือกับผู้ประกอบการจังหวัดเชียงราย โดยทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ได้รายงานว่า มีผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จำนวน 22 ราย ประกอบกิจการผลิตเครื่องเรือน เครื่องตกแต่งภายใน ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ อู่ซ่อมรถยนต์ โรงชำแหละเนื้อสัตว์ ผลิตชิ้นส่วนรองเท้า ผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นขนมจีน สกัดน้ำมันพืช เมล็ดพันธุ์ทางการเกษตร ซึ่งเครื่องจักร เครื่องมือไฟฟ้า วัตถุดิบได้รับความเสียหาย ส่วนการประกอบกิจการดูดทราย รถยนต์ที่ใช้ประกอบกิจการ ตราชั่ง อุปกรณ์สำนักงาน เรือดูดทราย ได้รับความเสียหาย มูลค่าความเสียหายกว่า 23.6 ล้านบาท โดยทางกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ได้เข้าไปสำรวจพบว่า มีผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัยแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการพักชําระหนี้เงินต้น 3 เดือน จํานวน 8 ราย 

ทั้งนี้ทางกระทรวงฯ ได้เตรียมเจ้าหน้าที่ ทีมวิศวกร ช่างชุมชน หรือหน่วยงานตรวจสภาพ เพื่อช่วยเหลือ ซ่อมแซม และให้คําแนะนําเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับประชาชนต่อไป 

“ผมและคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งลงพื้นที่เพื่อฟื้นฟู เยียวยา ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ และโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ในวันนี้ขอมาให้กำลังใจกับพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการให้ทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้และกลับมาดำเนินชีวิตแบบปกติได้โดยเร็ว โดยหวังว่าโครงการ ‘อุตสาหกรรมรวมใจ’ ของกระทรวงฯ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเหลือ เยียวยา บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ผ่านการฟื้นฟูระบบประปาภูเขา และพวกเราคนกระทรวงอุตฯ ขอยืนยันว่าจะเดินเคียงข้างพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้” นายเอกนัฏ กล่าวทิ้งท้าย

ร้านบุฟเฟ่ต์ ในปัตตานี เสิร์ฟ ‘เนื้อสไลด์’ บางมากจนเห็นถาดรอง ชาวเน็ตวิจารณ์!! บาง เบา เหมือนกระดาษ แถมด้วยบริการที่แย่สุด ๆ

(21 ก.ย.67) มีสมาชิกกลุ่มผู้บริโภครายหนึ่ง ได้โพสต์รูปร้านบุฟเฟ่ต์แห่งหนึ่ง ในจ.ปัตตานี เป็นภาพเนื้อโดนสไลด์บางเกินจนเห็นถาดรอง เรียกได้ว่ากลายเป็นดราม่าที่ชาวเน็ตพากันวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก โดยสมาชิกรายดังกล่าว โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า ... 

เนื้อสไลด์ หรือเนื้อกระดาษ เพื่อนมาจากต่างจังหวัด มาเที่ยวปัตตานี จากใจคนตามกินบุฟเฟต์ คือแย่มากกกกก พนักงานบริการแย่สุด ๆ มาครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ต้องยืนเข้าแถวรอเนื้อสไลด์ พนักงานไม่ยอมใส่ในตู้

เนื้อบางมากกลัวเนื้อปลิวมาก เมนูอาหารน้อย อาหารทะเลกุ้งเล็กนิดเดียว แย่สุดๆ พนักงานพูดจาแย่ ไม่น่ามาเป็นพนักงานเลย ส่วนไก่หมักมะนาวแน่เลย เปรี้ยวมากกก เฟลสุด ๆ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top