Monday, 15 June 2026
NEWS FEED

นาทีชีวิตแม่ช้างมือใหม่ของสวนนงนุชพัทยาตกลูกครั้งแรกเกือบไม่รอด เจ้าหน้าที่มีความพร้อมเลยช่วยชีวิตลูกช้างไว้ทัน

แม่ช้างชื่อพังมุกมีอาการเต้านมคัด มีน้ำนมไหลตลอดเวลาใกล้คลอดมาเป็นเวลา 4 วัน ซึ่งแม่ช้างมีอาการร้อง และอาละวาดเนื่องมาจากแม่ช้างที่ยังไม่เคยมีลูกมาก่อนและในเวลา 23.00 น.ของคืนวันที่ 21 มีนาคม 2568 แม่ช้างคลอดลูกด้วยความเจ็บปวดและดูหงุดหงิด ในขณะที่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังช่วยดึงลูกช้างออกมาเพราะกลัวแม่ช้างจะเหยียบลูกตัวเอง จากนั้นช่วยกันเอาเมือกออกจากปากและงวง กระตุ้นการหายใจ ใช้ผ้าพยุงตัวให้ยืนขึ้น หลังจากนั้นนำลูกช้างคืนให้แม่ช้างอย่างปลอดภัย

ตามประเพณีของป้างช้างสวนนงนุช นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา จัดพิธีรับขวัญช้างเพื่อตอนรับสมาชิกใหม่ได้นิมนต์พระครูเกษมกิตติโสภณ เจ้าคณะตำบลภูตาหลวง วัดสามัคคีบรรพตมาประกอบพิธี 

โดยพิธีคล้องพวงมาลัยและสายสิน ลงแป้งเจิมหน้าผากแม่ช้างและลูกช้างเพื่อความเป็นสิริมงคล
         
การจัดขบวนรับขวัญช้างประกอบไปด้วย ขบวนนางรำกว่า 50 คนและโขลงช้าง จำนวน 30 เชือก พร้อมกันนี้ท่านประสวนนงนุชพัทยา ตั้งชื่อให้น้องช้างว่า พังจุ๊บแจง นับเป็นช้างที่คลอดลำดับที่ 3 ของปีนี้ ปางช้างสวนนงนุชพัทยามีช้างในความดูแล 83 เชือก จึงถือได้ว่ามีความพร้อม และยังได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้าง จากกรมปศุสัตว์และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เป็นแห่งแรกของประเทศไทย และทางป้างช้างสวนนงนุชพัทยาดีใจนาน ๆ ครั้งที่ได้ลูกช้าง 3เชือกภายใน 3 เดือน

ทายาท ‘รังสรรค์ ต่อสุวรรณ’ ออกมาชี้แจงกรณีนายหน้าขายตึก ‘สาทร ยูนีค’ ยืนยันยังไม่ได้ขายตึกในราคา 4 พันล้านบาท ตามที่เป็นข่าว

(2 เม.ย. 68) จากกรณีมีนายหน้ารายหนึ่ง โพสต์ข้อความว่า ปิดดีลขายตึก ‘ตึกสาทร ยูนีค’ ที่ร้างมานาน ได้แล้ว ซึ่งขายได้ในราคา 4 พันล้านบาท ก่อนที่โพสต์ดังกล่าวจะถูกลบออกไป สร้างความฉงนให้กับชาวเน็ตบนโลกโซเชียล

ล่าสุด เฟซบุ๊ก Tampote Torsuwan หรือคุณตามโพธ ต่อสุวรรณ ลูกของ อ.รังสรรค์ ต่อสุวรรณ เจ้าของตึกตัวจริง ออกมาโพสต์ถึงกรณีนี้ว่า คุณพ่อไม่ได้เป็นผู้ประกาศขายตึกสาทรยูนีคตามที่หลายคนเข้าใจผิดกัน

ตึกสาทรยูนีคนี้มีข้อพิพาทและคดีความมากมาย โดยผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่มีลักษณะของการฉ้อฉล ซึ่งการยึดทรัพย์ภาคเอกชนถูกถ่ายโอนไปยังองค์กรข้ามชาติแล้วฟอกทรัพย์กลับมาเข้ามือกลุ่มทุนสามานที่มีอำนาจในประเทศนี้ อีกทั้งยังกล่าวถึงการต่อสู้ของคุณพ่อและคุณแม่ที่ยาวนานร่วม 30 ปีในการต่อสู้กับกระบวนการดังกล่าว

นอกจากนี้ หัวใจสำคัญที่หลายคนอาจไม่รู้ก็คือ ห้องชุดในตึกนี้ได้ถูกขายไปแล้วมากกว่า 90% ตั้งแต่เปิดขายเมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมา และกลุ่มทุนสามานนี้ไม่ได้แค่ปล้น Developer เท่านั้น แต่ยังปล้นผู้ซื้อทุกคนผ่านการโอนถ่ายทรัพย์ไปมาเพื่อทำให้ตึกนี้กลายเป็นตึกเปล่าที่ไม่มีใครสามารถซื้อได้อย่างแท้จริง จนกลายเป็นตึกที่ดูเหมือนจะไม่มีเจ้าของแม้จะมีห้องชุดที่ขายไปแล้วมากมาย

สุดท้าย คุณตามโพธ ต่อสุวรรณ ได้เน้นย้ำว่าเรื่องราวการต่อสู้ของคุณพ่อและคุณแม่ยังคงดำเนินต่อไป และมั่นใจว่ามันจะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ทั้งสองยังมีชีวิตอยู่ “การประกาศขายไม่ได้มาจากคุณพ่อ และท่านไม่ได้ติดต่อพูดคุยกับใครเกี่ยวกับตึกนี้ในการขาย” เขากล่าว พร้อมกับเสริมว่า ช่วงระยะหลังคุณพ่อสุขภาพไม่ค่อยดี และท่านพักผ่อนเสียเป็นส่วนใหญ่

ทั้งนี้ ผู้โพสต์ได้ขอให้ชาวเน็ตที่รับข่าวสารนี้ใช้วิจารณญาณในการเสพข่าวและเข้าใจสถานการณ์อย่างละเอียด โดยเฉพาะกับตึกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 30 ปี หากปัญหาตึกนี้มันสามารถจบได้ง่ายๆ คงไม่กลายเป็น “อนุสาวรีย์ต้มยำกุ้ง” มานานขนาดนี้

นักวิชาการด้านแผ่นดินไหว ชี้ เหตุอาคาร สตง.ถล่ม ไม่ได้เป็นเพราะสาเหตุทางวิศวกรรมอย่างเดียว

(2 เม.ย. 68) ดร.ไพบูลย์ นวลนิล นักวิชาการด้านแผ่นดินไหว โพสต์เฟซบุ๊ก Namom Thoongpoh ถึงกรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างถล่ม ว่า “สาเหตุอาคาร สตง. ถล่ม ไม่ได้เป็นเพราะเหตุทางวิศวกรรมอย่างเดียว แต่เป็นเพราะต้นกำเนิดแผ่นดินไหวที่มีแนวพังทลายซูเปอร์เชียด้วยนะครับ”

สมุทรปราการ- 'พระครูแจ้' จัดพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา ถวายเป็นพระราชกุศล กรมสมเด็จพระเทพฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 1 เมษายน 2568 ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) ดร. เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ประธานดำเนินการ จัดโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่เพื่อเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี สมุทรปราการ

โดยในปี 2568 นี้ มีผู้ขออุปสมบทบวชเป็นพระภิกษุ จำนวน 19 องค์ ซึ่งทางวัดบางพลีใหญ่กลางได้เป็นเจ้าภาพในการบรรพชาอุุุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพฯ ตลอดทุกปี มีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการตำรวจ นักธุรกิจ และประชาชนเข้าร่วมบรรพชาอุปสมบทหมู่ในครั้งนี้ โดยมี นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี เป็นนาคเอก และนายเลิศศักดิ์ เลิศอริยานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อริยะอีควิปเม้นท์ จำกัด เป็นนาคโท  

จากนั้น คณะเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลและประชาชนจำนวนมากได้ร่วมกันโห่ร้องแห่นาครอบอุโบสถ จำนวน 3 รอบ ก่อนนำนาคเข้าพิธีบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ โดยได้รับความเมตตาจาก พระธรรมสุธี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 1 เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง พระอารามหลวง เป็นพระอุปัชฌาย์ 

ทั้งนี้ นายฉะโอด รุ่งเรือง ที่ปรึกษานายก อบจ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง นายก (อบต.) ตำบลบางพลีใหญ่ ตลอดจน ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี ไวยาวัจกร ตัวแทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 2 สมุทรปราการ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรปราการ ผอ.โรงพยาบาลสมุทรปราการ คณะแพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลบางพลี โรงพยาบาลบางจาก และเครือญาติตลอดจนประชาชนเข้าร่วมพิธีกันอย่างเนื่องแน่น

กฟผ. – มูลนิธินายช่างไทยฯ เตรียมนำทีมวิศวกรลงพื้นที่ ตรวจสอบโครงสร้างอาคารโรงเรียน สพฐ. หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว

(1 เม.ย. 68) กฟผ. จับมือ มูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา จัดอบรมความพร้อมวิศวกรและช่างอาสา กฟผ. ก่อนเริ่มลงพื้นที่ 4 – 5 เมษายน 2568 นี้ เพื่อตรวจสอบโครงสร้างอาคารโรงเรียน สพฐ. ที่ได้รับผลกระทบเบื้องต้น 130 โรงเรียนในพื้นที่ กรุงเทพฯ ปริมณฑล และสมุทรสงคราม หวังฟื้นฟูอาคารเรียนที่ได้รับผลกระทบให้เร็วที่สุด

นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะประธานมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา เผยว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ศูนย์กลางประเทศเมียนมา ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนในหลายพื้นที่ของไทยได้รับความเสียหาย ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก รวมทั้งโรงเรียนภายใต้การดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กฟผ. จึงร่วมกับมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา เตรียมนำทีมวิศวกรและช่างอาสา กฟผ. กว่า 200 คน ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างอาคารเรียนของ สพฐ. เบื้องต้น จำนวน 130 โรงเรียน ใน 7 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และนครปฐม ระหว่างวันที่ 4 - 5 เมษายน 2568 นี้ หวังฟื้นฟูเพื่อให้ครู นักเรียนกลับเข้าเรียนและสอบได้โดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ กฟผ. และมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา เตรียมจัดอบรม “แนวทางการตรวจสอบอาคาร หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว เพื่อเตรียมพร้อมก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบโรงรียนในสังกัด สพฐ.” ให้กับทีมวิศวกรและช่างอาสา กฟผ. โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจากมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และนายวสวัตติ์ กฤษศิริธีรภาคย์ เลขาธิการมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา และอดีตนายกสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร เพื่อให้วิศวกรและช่างอาสา กฟผ. ทุกคน ได้รับความรู้ ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น และสามารถตรวจสอบสภาพอาคารที่ผ่านเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้อย่างถูกต้อง ในวันพุธที่ 2 เมษายน 2568 ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 3 อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานใหญ่ กฟผ. อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 

“กฟผ. ขอขอบคุณ วิศวกร และช่างอาสา ทุกท่านที่ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างอาคารโรงเรียน สพฐ. ในครั้งนี้ และ กฟผ. ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ เคียงข้างคนไทยทุกวิกฤต” นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าว

“พล.ต.อ.กรไชยฯ” ตรวจสอบอาคารที่ทำการ สตม. และ บช.สอท. รวมทั้ง อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร และสวัสดิการ สตม. สร้างความเชื่อมั่นให้กับตำรวจและผู้ติดต่อราชการ

(1 เม.ย. 68) เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ได้ร่วมสำรวจความเสียหายของอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ (อาคาร 30 ชั้น) ที่ทำการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี และอาคารที่พักอาศัยของข้าราชการตำรวจ จากกรณีเเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. , พล.ต.ต.สมิทธิ สุวรรณสุขโรจน์ ผู้บังคับการกอง
โยธาธิการ และคณะผู้เชี่ยวชาญ ร่วมตรวจสอบ

นอกจากนี้ วานนี้ (31 มีนาคม 2568) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.กรไชยฯ พร้อมคณะ ได้ร่วมตรวจสอบอาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร และสวัสดิการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคาร 32 ชั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ต.ภาณุวัฒน์ ร่วมรักษ์ รองผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง , ผู้บังคับการกองโยธาธิการ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจสอบ

พล.ต.อ.กรไชยฯ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่สำรวจอาคารที่ทำการและที่พักอาศัย หน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงาน ผู้ที่พักอาศัยในอาคาร และประชาชนที่ติดต่อราชการต่อไป

เอกอัครราชทูตจีนแสดงความเสียใจ พร้อมหนุนไทยหาสาเหตุอาคารถล่ม

(1 เม.ย. 68) นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย กล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต และยืนยันว่าทางการจีนจะร่วมมือกับไทยในการสืบหาสาเหตุ เนื่องจากมีบริษัทจีนเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคารนี้ โดยรัฐบาลจีนได้สั่งให้บริษัทผู้ก่อสร้างให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ พร้อมทั้งให้ความเชื่อมั่นว่าการสอบสวนของทางการไทยจะเป็นไปอย่างยุติธรรม

ขณะที่ นายอนุทินกล่าวขอบคุณทางการจีนที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือประเทศไทยเมื่อเกิดเหตุสาธารณภัยมาโดยตลอด โดยเฉพาะเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ ซึ่งสร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดที่อาคาร สตง. แห่งใหม่ที่พังถล่ม 

ส่วนอาคารอื่น ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่น ๆ ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยและยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ทางการไทยจึงเร่งสืบหาสาเหตุของการถล่ม เนื่องจากอาคารดังกล่าวเพิ่งสร้างเสร็จและถูกออกแบบให้ทนต่อแผ่นดินไหว กระทรวงมหาดไทยจึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยให้รายงานผลภายใน 7 วัน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ ไม่ทอดทิ้งตำรวจเสียสละอุทิศตนเลือกประชาชนจนได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดเยี่ยมให้กำลังใจและช่วยเหลือตำรวจฮีโร่ที่บาดเจ็บจากการเข้าระงับเหตุที่เทอร์มินอล 21 และตำรวจอีโอดีที่บาดเจ็บจากเหตุระเบิดใน จ.ยะลา

(31 มี.ค. 68) เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณนภัสนันท์ วุฒิจรัสธำรงค์ กรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านตำรวจ ระดับ ตร./ประธานที่ปรึกษาโครงการครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน (ด้านตำรวจทุพพลภาพ) , คุณสมฤทัย บุญสม ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล ,
พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการกองสารนิเทศ/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (รอง ผบก.สปพ.) , ว่าที่ พ.ต.อ.อาทิตย์ วงษ์จันนา ผกก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. ,พ.ต.ท.เชษฐพร บัวจันทร์ รอง ผกก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. , พ.ต.อ.มนัส รุ่งนาค หัวหน้าสำนักงานสมาคมแม่บ้านตำรวจ และคณะแม่บ้านตำรวจฯ เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ "จ.ส.ต.กฤษดา  การุญ" ผบ.หมู่ กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจฮีโร่ที่บาดเจ็บสาหัสจากการถูกคนร้ายยิงเข้าที่ศีรษะ ขณะเข้าระงับเหตุที่ห้างเทอร์มินอล 21 จ.นครราชสีมา เมื่อปี 2563 ณ บ้านพักอิสระกองบินตำรวจ โดย พล.ต.ท.ธนายุตม์ฯ และ คุณนภัสนันท์ฯ เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ มอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือให้แก่ จ.ส.ต.กฤษดา การุญ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และยกย่องในความกล้าหาญ ถือเป็นแบบอย่างของการปฏิบัติหน้าที่ของ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” อย่างแท้จริง จากนั้นคณะได้เยี่ยมชมและอุดหนุนสินค้าจากร้านของครอบครัว จ.ส.ต.กฤษดาฯ ที่เปิดขายบริเวณหน้าบ้านพัก เพื่อหารายได้พิเศษด้วย 

จากนั้น พล.ต.ท.ธนายุตม์ฯ พร้อมด้วย คุณนภัสนันท์ฯ , คุณจิดาภา ปุระธนานนท์ รักษาการประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7 , พล.ต.ต.ไพศาล พฤกษจำรูญ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 , พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี , พ.ต.อ.มนัส รุ่งนาค หัวหน้าสำนักงานสมาคมแม่บ้านตำรวจ , คณะข้าราชการตำรวจ และคณะแม่บ้านตำรวจฯ เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ ร.ต.ท.ยุทธนา เทพสถิต รอง สว.กก.ตชด 14 เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดี ค่ายพระมงกุฎ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุระเบิดที่ ต.กาตอง ต.บาโร๊ะ จ.ยะลา เมื่อปี 2560 ปัจจุบันพักรักษาตัวที่บ้านพักใน จ.สุพรรณบุรี โดย พล.ต.ท.ธนายุตม์ฯ และ คุณนภัสนันท์ฯ เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ มอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือให้แก่ ร.ต.ท.ยุทธนาฯ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” 

‘สุริยะ’ ชงครม. เปิด ‘มอเตอร์เวย์ฟรี’ 7 วัน รับสงกรานต์ 68 ช่วยอำนวยความสะดวกการเดินทางให้ประชาชน

(31 มี.ค. 68) เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 1 เม.ย.นี้ กระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอที่ประชุมเห็นชอบการยกเว้นค่าผ่านทาง หรือ ทางด่วนฟรี บนทางหลวงพิเศษ หรือ มอเตอร์เวย์ฟรีหมายเลข 7 และหมายเลข 9 รวมระยะเวลา 7 วัน ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 11 เม.ย.68 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 17 เม.ย.68

“กระทรวงคมนาคม จะเสนอการเว้นค่าทางด่วนช่วงสงกรานต์ ปีนี้ เข้ามาให้ครม. อนุมัติ โดยจะมีระยะเวลา 7 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางให้ประชาชน” นายสุริยะ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประกาศให้ขึ้นทางด่วนฟรี ที่ผ่านมากรมทางหลวง ได้จัดทำกำหนดยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษดังต่อไปนี้ 1. ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกรุงเทพมหานคร - บ้านฉาง ตอนกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 (บางวัว) ทางแยกเข้าชลบุรี ทางแยกเข้า ท่าเรือแหลมฉบัง ทางแยกเข้าพัทยา และตอนบ้านหนองปรือ - บ้านฉาง รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 3 (บ้านอำเภอ) ตามกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกรุงเทพมหานคร - บ้านฉาง พ.ศ. 2564

2.ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9  (ก) ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนพระประแดง - บางแค ช่วงพระประแดง - ต่างระดับบางขุนเทียน ตามกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียม การใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนพระประแดง - บางแค ช่วงพระประแดง - ต่างระดับ บางขุนเทียน พ.ศ.2555 (ข) ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนบางปะอิน - บางพลี ตามกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนบางปะอิน - บางพลี พ.ศ.2558

ส่วนการยกเว้นค่าผ่านทางของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย นั้น รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม แจ้งว่า ขณะนี้ยังรอการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว ฟิออร่าคลินิก สาขาที่ 5 ปักหมุดย่านบางนา ตอบโจทย์ทุกความงามระดับพรีเมียม

(31 มี.ค. 68) ฟิออร่า คลินิกเสริมความงามชั้นนำที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการความงามมากกว่า 9 ปี เปิดตัวสาขาที่ 5 ที่โครงการเดอะลิตเติลวอร์คบางนา ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความงามและผิวพรรณ ด้วยทีมแพทย์ผู้มากประสบการณ์ตลอดจนเทคโนโลยีความงามที่ทันสมัย ได้มาตรฐานจากบริษัทชั้นนำและการดูแลความงามเฉพาะบุคคล ตอบโจทย์ทุกความงามระดับพรีเมียม พร้อมกิจกรรมพิเศษและโปรโมชั่นสุดพิเศษในช่วงเปิดตัวมากมาย 

นพ.ชัยรัตน์ เสริมศิลป์ ผู้ก่อตั้ง ฟิออร่าคลินิก เปิดเผยถึงความตั้งใจในการเปิดฟิออร่า คลินิกว่า ด้วยความที่เป็นหมอประจำในพื้นที่ จ. สมุทรสาคร มาก่อน และมองเห็นโอกาสในอุตสาหกรรมความงาม จึงเริ่มก่อตั้ง ฟิออร่า คลินิกขึ้นใน มหาชัยเป็นที่แรกในปี 2558 ประกอบกับเทรนด์การให้ความสำคัญกับสุขภาพ รูปลักษณ์และเสริมบุคลิกภาพมากขึ้น ปัจจุบันมีผู้ที่ต้องการดูแลตัวเอง โดยไม่จำกัดเฉพาะเพียงแค่ผู้หญิง แต่ขยายไปถึงผู้ชายและเพศทางเลือกในทุกช่วงวัยเพื่อช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ สร้างบุคลิกภาพที่ดีขึ้นและมีการเปิดเผยมากยิ่งขึ้น ด้วยจุดเด่นด้านการดูแลความงามให้เหมาะสมรายบุคคลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด จนทำให้ ฟิออร่า คลินิก มหาชัย ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ใช้บริการทั้งในพื้นที่ และ จังหวัดใกล้เคียง ต่อมาจึงร่วมมือกับ นพ.กริชชากร จุรีมาศ แพทย์ผู้ชำนาญการด้าน ผิวหนังเวชศาสตร์ความงาม ร่วมก่อตั้ง ฟิออร่าคลินิก สาขาอรัญประเทศ และขยายสู่สาขาอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง  นำมาสู่การเปิดตัว ฟิออร่า คลินิกสาขาที่ 5 ณ โครงการลิตเติ้ลวอล์ค บางนา อย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มี.ค.2568  

ทั้งนี้จากการมองเห็นโอกาสในการเติบโต จากอุตสาหกรรมความงามในไทย ปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 76,500 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ย 2.8% ต่อปี  ( ข้อมูลจาก www.kasikornresearch.com ) ตลาดเสริมความงามในไทยถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้คลินิกเสริมความงามขยายตัวมากขึ้น พร้อมความมุ่งมั่นของหมอเพชร ที่อยากให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงบริการความงามที่ได้มาตรฐาน  และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้ตรงจุด ในราคาที่จับต้องได้ สำหรับหัตถการแบบไม่ผ่าตัดที่ได้รับความนิยม อันดับ 1 คือ โบท็อกซ์ รองลงมาคือ ฟิลเลอร์, ไฮฟู, เทอร์มาจ และการฉีดฟื้นฟูผิวด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจน และปลอดภัย  ซึ่งฟิออร่าคลินิกสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างครอบคลุม ด้วยปัจจัยเสริมเหล่านี้ทางคลินิกตั้งเป้ารายได้ เติบโต 30% ในปี 2568 

นพ.กริชชากร จุรีมาศ แพทย์ผู้ชำนาญการด้าน ผิวหนังเวชศาสตร์ความงาม ผู้ร่วมก่อตั้ง กล่าวเสริมว่า  จากความสำเร็จในการขยายสาขาไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงอย่างมหาชัย  อรัญประเทศ และจันทบุรีแล้ว มองเห็นโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ ตลาดเสริมความงามในไทย ทั้งนี้ เล็งเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่บางนา ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางไปยังภาคตะวันออกที่สะดวกสบาย ตัดสินใจเปิดสาขาที่ 5 โดยมีเป้าหมายที่จะขยายฐานลูกค้าในพื้นที่ดังกล่าว และสร้างฟิออร่า คลินิกให้เป็นคลินิกความงามประจำจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น

ฟิออร่าคลินิก สาขาที่ 5 ตั้งอยู่ ณ โครงการลิตเติ้ล วอล์ค บางนา ทำเลศักยภาพสูงใจกลางแหล่งธุรกิจและไลฟ์สไตล์ มุ่งมั่นมอบประสบการณ์ความงามระดับพรีเมียมด้วยแพทย์ผู้ชำนาญการ ประสบการณ์มากกว่า 9 ปี เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์มาตรฐานสากล พร้อมการดูแลรายบุคคลและติดตามผลหลังทำอย่างใกล้ชิด ภายใต้บรรยากาศคลินิกที่สะอาด และสะดวกสบาย รองรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS และทางด่วน พร้อมเดินหน้าสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง พร้อมขยายฐานลูกค้าด้วยกลยุทธ์การตลาดออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อมอบผลลัพธ์ความงามที่เป็นธรรมชาติและยั่งยืนให้กับทุกคน

คุณปาย สิตางค์ ปุณณภพ นักแสดงสาวผู้ซึ่งให้ฟิออร่า คลินิกดูแลด้านความงามและผิวพรรณมาอย่างยาวนาน กว่า 6 ปี กล่าวด้วยความมั่นใจว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จากคนที่ไม่เคยดูแลตัวเอง แต่อยากสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง จึงมองหาผู้ชำนาญการในการดูแล จนมารู้จัก ฟิออร่าคลินิก ซึ่งเริ่มตั้งแต่ได้รับการดูแลครั้งแรกจนปัจจุบันมากวว่า 4ปี  ฟิออร่าไม่เคยทำให้ผิดหวัง ด้วยแพทย์ที่หมั่นฝึกฝนหาความรู้ แก้ปัญหาให้ปายตรงจุดและการดูแลติดตามอย่างใกล้ชิดหลังการดูแล ทำให้ปายมั่นใจและไว้วางใจให้ฟิออร่า ดูแลมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการดูแลใบหน้า ผิวพรรณ การปรับรูปหน้า หรือการทำทรีตเมนต์ต่างๆ ฟิออร่าคลินิกตอบโจทย์ความต้องการของปายได้ครบทุกด้านค่ะ

เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวสาขาใหม่ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ความงาม พร้อมรับคำปรึกษาได้แล้ววันนี้ ที่คลินิกเปิดให้บริการ ทุกวัน เวลา 10.00– 20.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร :081 662 5594  Facebook : FioraClinic ฟิออร่าคลินิก และ Line: @Fioraclinic 

ข้อมูลอ้างอิง
https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/Pages/Surgery-IAO119-FB-2025-02-25.aspx?utm_source

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
บริษัท เอ้าท์เพอร์ฟอร์ม สแตรทิจีส์ จำกัด (ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์)
ปางสมาธิ์ สุขสมัย(ปาง) 099-1914626


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top