Monday, 21 September 2026
NEWS FEED

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนปรับปรุงแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ให้มีความทันสมัยและเหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

(8 ก.ค. 68) เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนปรับปรุงแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมพิธี ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการระหว่างวันที่ 8 - 9 กรกฎาคม 2568 มีข้าราชการตำรวจผู้รับผิดชอบแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคลระดับกองบัญชาการ กองบังคับการ และผู้แทนศูนย์ฝึกอบรมต่างๆ เข้าร่วมโครงการ จำนวน 150 นาย

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดทำโครงการดังกล่าวเพื่อพิจารณาทบทวน ปรับปรุงแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ให้มีความเหมาะสมทันสมัย สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงหรือความจำเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปัจจุบัน และสามารถตอบสนองต่อสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพื่อพัฒนาสมรรถนะข้าราชการตำรวจให้สามารถตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาอย่างแท้จริง และสะท้อนให้เห็นถึงผลเชิงคุณภาพได้อย่างเป็นระบบและรูปธรรม

พล.ต.อ.กรไชยฯ กล่าวว่า ข้าราชการตำรวจกว่า 200,000 นาย เป็นทรัพยากรที่สำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการขับเคลื่อนให้ภารกิจด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การบังคับใช้กฎหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้บรรลุเป้าหมาย ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อสร้างข้าราชการตำรวจให้มีความรู้ความสามารถและสมรรถนะที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.ได้ให้ความเห็นชอบ และดำเนินการขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี พ.ศ 2564 จึงมีความสำคัญที่ใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาข้าราชการตำรวจ ให้ครอบคลุมและต่อเนื่อง การที่ ก.ตร.มีมติให้พิจารณาทบทวนปรับปรุงแผนดังกล่าว จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้แทนจากทุกหน่วยงาน จะได้ร่วมกันระดมสมอง เพื่อแผนดังกล่าวมีความทันสมัยและเหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่สภาพอาชญากรรมได้เปลี่ยนแปลงไป ทั้งอาชญากรรมทางไซเบอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ และภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่

สำหรับโครงการดังกล่าวจะมีการสัมมนา “ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศตวรรษที่ 21” โดยผู้บังคับบัญชาระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , อนุกรรมการ ก.ตร. , พล.ต.ต.ปรีดา สถาวร รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล พร้อมคณะ และมีการแบ่งกลุ่มผู้ร่วมสัมมนาเพื่อวิเคราะห์ความสำเร็จ อุปสรรคของแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ แผนการผลิตข้าราชการตำรวจ , แผนฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนาด้านการบริหาร , แผนฝึกอบรมหลักสูตรเฉพาะทางและหลักสูตรที่กำหนดตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง , แผนพัฒนาข้าราชการตำรวจอย่างต่อเนื่อง ระดับผู้บังคับหมู่ ถึงรองผู้กำกับการ ใน 5 สายงานหลัก และแผนเพิ่มประสิทธิภาพกำลังพลและการฝึกอบรมด้านยุทธวิธีตำรวจ , แผนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้วยวิธีอื่นๆ

‘SIWOO – SEOHYEON’ คว้าดับเบิ้ลแชมป์ กอล์ฟเยาวชน ‘ดิทโต้’ สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ

(8 ก.ค. 68) นายประสงค์ สุดอำพัน (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และนายดาว์ปกรณ์ รัตนสุวรรณ (ที่ 2 จากขวา) ประธานจัดการแข่งขัน “ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์” ให้เกียรติมอบรางวัล และร่วมแสดงความยินดีกับนักกอล์ฟที่คว้าแชมป์ในการแข่งขันรายการ “ดิทโต้ แชมเปี้ยนชิพ 2025” ที่สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 6 ก.ค.68

บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท ดิทโต้ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่องกับการจัดการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนในรายการ “ดิทโต้ แชมเปี้ยนชิพ 2025” แข่งขันระหว่างวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2568 ที่สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา ทำการแข่งขันทั้งหมด 3 วัน (54 หลุม)  ซึ่งเป็นหนึ่งในรายการที่เก็บคะแนนสะสมของ WAGR (World Amateur Golf Ranking) และ JGS (Junior Golf Scoreboard) 

“ดิทโต้ แชมเปี้ยนชิพ 2025” เป็นการแข่งขันเก็บคะแนนสะสมรายการที่ 5 ของ “ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2025” แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 รุ่น คือ Special GENZ (ชาย) อายุ 19-23 ปี, Super GENZ (ชายและหญิง) อายุ 15-18 ปี, Junior GENZ (ชายและหญิง) อายุ 11-14 ปี ทำการแข่งขันแบบเก็บคะแนนสะสมตลอดฤดูกาล เพื่อคัดเลือกนักกอล์ฟในรุ่น Super GENZ และรุ่น Junior GENZ จำนวน 12 คน โดยนักกอล์ฟที่มีคะแนนสะสม (สนามที่ 1-7) อันดับ 1, 2 และ 3 ในสองรุ่นดังกล่าวทั้งชายและหญิง จะได้รับการดูแลและสนับสนุนทุนเพื่อพัฒนาฝีมือจาก “เดอะ เจ็นซ์” นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Genz Golf Camp ที่ เดอะ เจ็นซ์ ได้ร่วมมือกับ Golfing Ground และ FlowCode โดยมี Dr. Rick Sessinghaus โค้ชของ Collin Morikawa รวมถึง Mr.Hallam Morgan พร้อมทีม Flow Code มาร่วมสอนเรื่องของ Mental Game ให้กับน้อง ๆ ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมแคมป์กอล์ฟ จำนวน 30 คนในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย 

หลังจากจบการแข่งขันในรอบสุดท้าย ผลปรากฏว่า ในรุ่น Super Genz (ชาย) Siwoo Park  คว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ รอบสุดท้ายฟอร์มโหดจัดกดสกอร์ในรอบสุดท้าย 5 อันเดอร์ สกอร์รวมสามวันที่ 7 อันเดอร์พาร์ 209  ส่วนรุ่น Super Genz (หญิง) SEOHYEON BAEK นักกอล์ฟเกาหลี ที่เพิ่งคว้าแชมป์ Super 6 Match Play ในสนามที่แล้ว รอบสุดท้ายเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ เก็บเพิ่มได้ 5 อันเดอร์ จบสามวันที่สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 214

รายการต่อไปเป็นการแข่งขันเก็บคะแนนสะสมรายการที่ 6 “ช้าง คลาสสิค 2025” เป็นหนึ่งในรายการที่เก็บคะแนนสะสมของ World Amateur Ranking แข่งขันระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2568 ที่สนามเลควิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ คลับ จ.เพชรบุรี สำหรับผู้ปกครองและนักกอล์ฟที่สนใจเข้าร่วมแข่งขัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Official Line : @genzgolf  หรือโทร. 065 696 2229

เชียงใหม่-กองบิน 41 จัดพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณบุคคลดีเด่น ประจำปี 2568

(7 ก.ค. 68) นาวาอากาศเอก ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่กำลังพลดีเด่นของกองบิน 41 ประจำปี 2568 ณ หอประชุมเดชะตุงคะกองบิน 41 โดยมีหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงร่วมเป็นเกียรติพิธี

พิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติกำลังพลที่มีความประพฤติดี มีผลงานดีเด่น และได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับกองบิน 41 และประเทศชาติ

ผู้บังคับการกองบิน 41 ได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมกำลังพลผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เปี่ยมด้วยความรับผิดชอบ และมีจิตสำนึกที่ดีในการเป็นข้าราชการที่ดี พร้อมเน้นย้ำว่าการมอบรางวัลในครั้งนี้ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติงานและเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาตนเองและหน่วยงานให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

"แม่ทัพภาคที่ 2 ต้อนรับ อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย"

(7 ก.ค. 68) ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 พลโท บุญสิน  พาดกลาง แม่ทัพภาคที่2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) ให้การต้อนรับ คุณ เจสซี่ โอดัม ในโอกาสที่ได้เข้ารับตำแหน่ง อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ

โดย อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ซึ่งมีหน้าที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลไทย ในการต่อต้านยาเสพติดและสืบสวนเกี่ยวกับองค์กรค้ายาเสพติดที่ลักลอบขนสารควบคุมเข้าสหรัฐอเมริกา และตลาดโลก และ พร้อมที่จะประสานความร่วมมือในการปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดกับ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) 
กองทัพภาคที่ 2 เป็นผู้ขับเคลื่อนแผนการสกัด กั้น และปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe" ตามนโยบายของรัฐบาล ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียง เหนือ และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสกัด กั้นการลักลอบลำเลียงนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่ ชายแดน โดยจัดตั้งกลไกบูรณาการร่วมกับหน่วย งานความมั่นคง และพลเรือน อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไป

#กองบัญชาการกองทัพภาคที่2 #แม่ทัพภาคที่2 #พลโทบุญสินพาดกลาง​ #อุปทูตด้านการปราบปรามยาเสพติด #สำนักงานด้านการปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา
#มิสเตอร์เจสซี่โอดํา​

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

“ผู้กองธร” คว้าโล่ฮีโร่แนวหน้า! สร้างวัดปลอดภัย–ไล่บี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์

(7 ก.ค. 68) ณ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.3 กอ.รมน.) พลโท ชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการ ศปป.3 มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ ร้อยตำรวจเอก นิติธร ประชันกาญจนา หรือ “ผู้กองธร วัดไร่ขิง” เจ้าของฉายาตำรวจจิตอาสา ผู้มีบทบาทโดดเด่นในภารกิจด้านความมั่นคงและศาสนา

“ผู้กองธร” เป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันโครงการ “เขตปลอดภัยทางศาสนา” ปกป้องวัดและศาสนสถานจากกลุ่มแสวงหาผลประโยชน์ พร้อมยืนหยัดรักษาความบริสุทธิ์ของศาสนาด้วยแนวทางนุ่มนวลแต่ชัดเจน

ในอีกบทบาทหนึ่ง เขายังจับมือ ศปป.3 เดินหน้า ปฏิบัติการข่าวสารเชิงรุก ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ และเครือข่ายฟอกเงิน โดยเน้นการเฝ้าระวัง รวบรวมข้อมูล และเชื่อมโยงการข่าวอย่างเป็นระบบ

การมอบโล่ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการยกย่องตำรวจแนวหน้า ผู้กล้าทำในสิ่งที่ “ต้องทำ” ไม่เพียงเพื่อความสงบสุขของวัดวาอาราม แต่เพื่อความมั่นคงของประเทศในโลกจริงและไซเบอร์

‘๒๔๗๕ รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ’ ติดโผ 1 ใน 6 เข้ารอบสุดท้ายหนังสือดีเด่น ‘รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด’

(8 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด’ ได้โพสต์ข้อความว่า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยสำนักกิจการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผู้ดำเนินโครงการเซเว่นบุ๊คอวอร์ดครั้งที่ 22 ประกาศรายชื่อผลงานเข้ารอบสุดท้าย (Shortlist) ประเภทการ์ตูน ทั้งสิ้น 6 เล่ม (ไม่เรียงลำดับคะแนน) ได้แก่

1. ขอโทษที่ไม่มีอะไรดีเท่าไอ้หมอนั่น โดย แบกบอย
2. เจ้ามึนจะอายุ 65 ปีอย่างมีความสุข โดย PPONG 4KOMA
3. ๒๔๗๕ รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ โดย วิวัธน์ จิโรจน์กุล
4. Joke หมายเหตุ โดย รวมนักเขียน ขายหัวเราะ
5. Leave the Past, in the Past โดย คัจฉกุล แก้วเกต
6. Monster Steak โดย ADISAK DAS PONGSAMPAN

ทั้งนี้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จะประกาศผลการตัดสินโครงการประกวดหนังสือดีเด่น รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน ศกนี้

ตร.ไซเบอร์ ปูพรมค้น 19 จุด ล่าตัว ‘ก๊กอาน’ สมุน ‘ฮุนเซน’ พัวพันขบวนการคอลเซนเตอร์-ฟอกเงินข้ามชาติ

(8 ก.ค. 68) ตำรวจไซเบอร์ระดมกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 19 จุดในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และชลบุรี ตามยุทธการ “ปิดตึกบัญชีม้า ล่านายทุนเขมร” โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการบุกค้นบ้านพักย่านบางนา พร้อมหมายค้นและหมายจับนาย “ก๊กอาน” สัญชาติกัมพูชา ผู้ต้องหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

“ก๊กอาน” ถูกระบุว่าเป็นคนใกล้ชิดสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และเป็นเจ้าของเครือ Crown Casino ที่เมืองปอยเปต ซึ่งถูกใช้เป็นฐานใหญ่ของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ อาทิ Hybrid Scam และแก๊งคอลเซนเตอร์ โดยมีการใช้คนไทยเป็นบัญชีม้าและถูกกักขังในต่างแดน

ผลการตรวจค้นเบื้องต้นพบรถหรูหลายคัน และเงินสดรวมกว่า 27 ล้านบาท นอกจากนี้ตำรวจยังคงติดตามขยายผลต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน โดยปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการสืบสวนหลายคดีที่เกี่ยวข้องกันในลักษณะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่

ทั้งนี้ ตำรวจยืนยันมีหลักฐานชัดเจนว่า “ก๊กอาน” รู้เห็น และให้การสนับสนุนการกระทำผิดขององค์กรอาชญากรรม โดยศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับลงวันที่ 7 ก.ค.2568 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เชียงใหม่-กองบิน 41 จัดพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณบุคคลดีเด่น ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ (7 ก.ค.68) นาวาอากาศเอก ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่กำลังพลดีเด่นของกองบิน 41 ประจำปี 2568 ณ หอประชุมเดชะตุงคะกองบิน 41 โดยมีหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงร่วมเป็นเกียรติพิธี

พิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติกำลังพลที่มีความประพฤติดี มีผลงานดีเด่น และได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับกองบิน 41 และประเทศชาติ

ผู้บังคับการกองบิน 41 ได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมกำลังพลผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เปี่ยมด้วยความรับผิดชอบ และมีจิตสำนึกที่ดีในการเป็นข้าราชการที่ดี พร้อมเน้นย้ำว่าการมอบรางวัลในครั้งนี้ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติงานและเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาตนเองและหน่วยงานให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

ยธส.16 ลุยชายแดนไทย-ลาว ศึกษาแนวทางปราบยาเสพติด-ยกระดับความร่วมมือข้ามแดน

(7 ก.ค. 68) คณะนักศึกษาหลักสูตรการบริหารงานยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 16 (ยธส.16) ลงพื้นที่ชายแดนไทย–ลาว ศึกษางานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมหารือความร่วมมือระดับประเทศและภูมิภาค เพื่อยกระดับมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดข้ามแดน

การลงพื้นที่นำโดย นายนิทัศน์ แสงวัฒนะ รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม เริ่มต้นที่จังหวัดอุดรธานี ศึกษาภาพรวมการพัฒนาเมือง ศักยภาพเศรษฐกิจ และแนวทางบริหารเรือนจำแบบฟื้นฟูผู้ต้องขังภายใต้นโยบาย “ขับเคลื่อน 8 มิติ” ก่อนเดินทางไปยังด่านศุลกากรหนองคาย ศึกษาเทคโนโลยีและมาตรการสกัดยาเสพติด เช่น เครื่องเอ็กซ์เรย์ สุนัขดมกลิ่น และชุดตรวจสารพกพา 

จากนั้น นางสาวอรวรรณ ปานคง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม และ นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 อดีตอัครราชทูตที่ปรึกษาด้านควบคุมยาเสพติดประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ นำคณะยธส.16 สัมมนาร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงของ สปป.ลาว ณ กรุงเวียงจันทน์ เพื่อหารือแนวทางบังคับใช้กฎหมาย ปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ด้านกฎหมาย และความร่วมมือด้านยาเสพติด โดยมีนายคำพร สีประเสิด หัวหน้ากรมร่วมมือสากล และนายชนกานต์ ธรรมมงกุฏ เลขานุการเอกอัครราชทูตไทย ให้การต้อนรับ

ต่อเนื่องด้วยการลงพื้นที่กระทรวงป้องกันความสงบ สปป.ลาว เพื่อหารือเชิงลึกด้านนโยบายควบคุมยาเสพติดกับ พ.ท.ดาลิน สุดาจัน ซึ่งเน้น 3 มาตรการหลัก ได้แก่ การป้องกันเชิงรุก การปราบปรามเข้มข้น และการฟื้นฟูผู้เสพให้กลับคืนสู่สังคม

อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ ด่านบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา จุดเชื่อมยุทธศาสตร์ลุ่มน้ำโขง ซึ่งมีระบบศุลกากรที่ทันสมัยรองรับการค้าข้ามแดน ไทย-ลาว-จีน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากลาวร่วมบรรยายแนวทางตรวจสอบสินค้าและการสกัดสิ่งผิดกฎหมาย

นอกจากภารกิจวิชาการ คณะ ยธส.16 ยังแสดงพลังจิตอาสา นำโดย พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ ประธานรุ่น มอบเงินบริจาค 20,000 บาทจากกิจกรรม “มวยการกุศล” แก่สภากาชาดอุดรธานี เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่

‘เติร์ด ทิลลี่เบิร์ด' โพสต์ขอโทษแทน ‘พ่อ’ ปมพูดจาไม่ดีต่อหมอ-พยาบาลที่กำลังยื้อชีวิตแม่

เมื่อวันที่ (6 ก.ค. 68) นายอนุโรจน์ เกตุเลขา หรือ ‘เติร์ด ทิลลี่เบิร์ด' นักร้องนำวงทิลลี่เบิร์ด โพสต์เฟซบุ๊กว่า สวัสดีครับ ผมเติร์ด อนุโรจน์ เกตุเลขา

จากกรณีที่ผมได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X เมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งมีเนื้อหาที่สื่อสารไม่ครบถ้วนและอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด รวมถึงส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบุคลากรทางการแพทย์โดยไม่เจตนา ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงและขออภัยมา ณ โอกาสนี้ครับ

ในเบื้องต้น คุณแม่ของผมป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดระยะที่ 4 และได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคได้ลุกลามไปมากแล้ว ทำให้ครอบครัวของผม โดยเฉพาะคุณพ่อ รู้สึกเสียใจและสะเทือนใจอย่างยิ่ง

ต่อมา คุณแม่มีอาการสำลักขณะกลืนยาและเข้าสู่ภาวะช็อค ทีมแพทย์ได้ทำการปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต แต่เนื่องจากสมองขาดออกซิเจนนานเกินไป ทำให้คุณแม่ถึงแม้จะฟื้นขึ้นมา แต่ไม่มีสติ และต้องเข้ารับการรักษาอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) เมื่อผมเดินทางไปถึงโรงพยาบาล ขณะนั้นบุคลากรทางการแพทย์กำลังดำเนินการใส่ท่อช่วยหายใจและให้สารน้ำหลายตำแหน่งที่ร่างกายคุณแม่

ในส่วนที่ผมระบุในโพสต์ว่าเป็นพยาบาลที่ดำเนินการในขั้นตอนดังกล่าว ขอเรียนชี้แจงว่าข้อมูลในส่วนนั้นไม่ถูกต้อง ผมขออภัยในความคลาดเคลื่อนนี้ด้วยครับ

ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผมและคุณพ่อตกใจและมีอารมณ์สับสนอย่างมาก คุณพ่อเผลอพูดจาไม่เหมาะสมต่อบุคลากรที่กำลังให้การช่วยเหลือคุณแม่ ซึ่งผมทราบดีว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้น หลังเหตุการณ์วันนั้น ผมคิดว่าตนเองได้เรียนรู้ที่จะเติบโตขึ้น แต่จากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการโพสต์ของผม ผมได้ตระหนักว่า ผมยังต้องเรียนรู้และรับผิดชอบต่อการสื่อสารของตนเองให้ดียิ่งขึ้น

ผมขอใช้โอกาสนี้ กราบขออภัยบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน รวมถึงโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง และขออภัยต่อสาธารณชนทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากโพสต์ของผม ผมสำนึกผิดอย่างจริงใจ และจะระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคตครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top