Tuesday, 9 June 2026
NEWS FEED

เสียงดีรีบเลย! Aerosoft ชวนน้องๆ โชว์เสียงร้อง ‘เชียร์ ยูโร’ ชิงเงินรางวัลรวมเกือบ 5 แสนบาท

บริษัท ซัมมิทฟุตแวร์ จำกัด เจ้าของแบรนด์รองเท้า ‘Aerosoft’ ผู้ใหญ่ใจดีที่ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (ยูโร 2020) มาให้คนไทยได้ดูกันฟรีๆ ถึงบ้าน ยังคงเดินหน้าสร้างความสุขให้กับคนไทยอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด บริษัทได้จัดกิจกรรมร่วมสนุก รับกระแสเพลงเชียร์ยูโร ฟีเวอร์ ด้วยการจัดประกวดร้องเพลง สำหรับน้องๆ ที่อายุ ไม่เกิน 12 ปี ให้ได้ร่วมสนุกด้วยกัน

โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ใช้ชื่อว่า "เชียร์ยูโร.. Aerosoft 2020"

เป็นการจัดประกวดแข่งขันร้องเพลงเชียร์ ยูโร ชิงเงินรางวัลรวม 480,000 บาท

 

โดยมีกติการ่วมสนุก ดังนี้

1.) ผู้แข่งขันอายุ ไม่เกิน 12 ปี

2.) ไม่จำกัดเพศ

3.) การแสดงกี่คนก็ได้

4.) ทางบริษัทสามารถนำคลิปไปให้เพื่อการโฆษณาได้

5.) คลิปที่มียอด Like และ Share มากที่สุด จะมีผลต่อการพิจารณารางวัล

6.) ร้องเพลง เชียร์ยูโร.. Aerosoft 2020 ตั้งแต่ต้นจนจบเพลง

 

สำหรับรางวัลเรียกว่า น่าสนใจไม่น้อย

รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 100,000 บาท จำนวน 1 รางวัล

รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 50,000 บาท จำนวน 1 รางวัล

รางวัลชนะเลิศอันดับ 3 เงินรางวัล 30,000 บาท จำนวน 1 รางวัล

รางวัลชมเชย เงินรางวัล 5000 บาท จำนวน 50 รางวัล

 

สิ้นสุดการส่งคลิปประกวด วันที่ 20 มิ.ย. 64 ประกาศผลรางวัล ภายในวันที่ 21 มิ.ย. 64

สามารถแชร์คลิปได้ที่เพจ Aerosoft Arch support https://www.facebook.com/AerosoftArchSupport

สอบถามเพิ่มเติมผ่าน Inbox : m.me/AerosoftArchSupport หรือ สอบถามเพิ่มเติมโทร 1389

______________________________________

⚽️ เนื้อเพลง " เชียร์ยูโร.. Aerosoft 2020" ⚽️

“ เชียร์ยูโร.. Aerosoft เชียร์ยูโร.. Aerosoft

เชียร์ยูโร.. Aerosoft เชียร์ยูโร.. Aerosoft

เชียร์ยูโร.. Aerosoft เชียร์ยูโร.. Aerosoft

เชียร์ยูโร.. Aerosoft เชียร์ยูโร.. Aerosoft

Aerosoft ทุ่มเทเพื่อคนไทย

ขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคน

ผ่านวิกฤตโควิดที่หมองหม่น

ให้คนไทยทุกคนมีความสุขอยู่ที่บ้าน

ดูฟุตบอล ยูโร 2020

ดูชัดๆ แบบถูกลิขสิทธิ์

Aerosoft นั้นจัดให้

Aerosoft รองเท้าแตะนุ่มสบาย

ขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทั้งชาติ

เชียร์ยูโร Aerosoft เชียร์ยูโร Aerosoft

เชียร์ยูโร Aerosoft เชียร์ยูโร Aerosoft ”


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ศาลเจ้าไต้ฮงกงแห่งที่ 2 “ศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร)” เนื่องในโอกาสครบรอบ การก่อตั้ง 110 ปี ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของมูลนิธิฯ ด้านกิจกรรมทางศาสนา และกิจกรรมเพื่อสังคม

วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 64 เวลา 11.10 น. พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ และนายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ เป็นประธานร่วมในพิธีวางศิลาฤกษ์และลงเสาเอกสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิ

ป่อเต็กตึ๊ง แห่งที่ 2 ภายใต้ชื่อ “ศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร)” ประดิษฐานองค์ไต้ฮงกงหยกขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในการจัดกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมเพื่อสังคม อีกทั้งสามารถรองรับสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการกราบไหว้บูชาองค์ไต้ฮงกงซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยมี คณะกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ ร่วมในพิธี ณ สถานที่ก่อสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพฯ

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ไม่แสวงหากำไร ดำเนินงานบรรเทาสาธารณภัยและงานสาธารณสงเคราะห์ตามแนวจริยวัตรขององค์ไต้ฮงกง พระนักพัฒนาและนักสังคมสงเคราะห์ ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ บำรุงสุขแก่เพื่อนมนุษย์ผู้ตกทุกข์ยากไร้ ทุกชนชั้น ทุกเชื้อชาติ ศาสนา ไม่เลือกเพศและวัย เนื่องในโอกาสครบรอบ 110 ปีของการก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง คณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้มีมติ ให้สร้างศาลเจ้าไต้ฮงกงขึ้นใหม่อีกแห่งหนึ่งในพื้นที่ 4 ไร่ 17 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินของมูลนิธิฯ ติดกับด้านหลังของสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อเป็นถาวรวัตถุอนุสรณ์และเป็นพุทธสถานไต้ฮงกงอีกแห่งหนึ่ง ที่มีพื้นที่กว้างขวางในการทำกิจกรรมทางศาสนาและงานสังคมสงเคราะห์ เนื่องจากสถานที่เดิมเป็นสถานที่เช่า มีพื้นที่ไม่ถึง 300 ตารางวา และไม่สามารถขยายพื้นที่เพื่อรองรับสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาและผู้ที่มาร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีเป็นจำนวนมากได้

ทั้งนี้ สำหรับการจัดพิธีวางศิลาฤกษ์และลงเสาเอกสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) ในวันนี้ มูลนิธิฯ ได้ประสานกับหน่วยงานภาครัฐ พร้อมจัดพิธีภายใต้มาตรการการควบคุมโรคที่ราชการกำหนดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด

สำหรับศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) แห่งนี้ จะเป็นที่ประดิษฐานขององค์ไต้ฮงกงหยกขาวแกะสลักน้ำหนัก 50 ตัน ความสูง 3 เมตร ฐานหน้า ตักกว้าง 2.60 เมตร ตั้งบนฐานหยกขาวซึ่งสลักจากหินหยกขาวก้อนเดียวกันจากประเทศจีน ฐานหยกขาวสูงจากพื้น 1.20 เมตร รวมองค์ไต้ฮงกงและฐานตั้ง มีความสูงรวม 4.20 เมตร นับเป็นองค์ไต้ฮงกงหยกขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  โดยคุณอุทิศ ชัยลือกิจ (ฉั่วเตาะเม้ง) เป็นผู้จัดสร้างและบริจาคให้แก่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนท่านสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญก่อสร้าง “ศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร)” ตามแต่กําลังศรัทธา เพื่อร่วมกันจรรโลงศาลเจ้าไต้ฮงกงแห่งใหม่นี้ ให้เป็นพุทธสถานของชาวพุทธเราอีกแห่งหนึ่ง ท่านสามารถร่วมทำบุญ โดยติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-225-0020 ต่อ 366 ข้อมูลศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

พลังศรัทธาองค์หลวงปู่ไต้ฮงในประเทศไทย มีจุดเริ่มต้นจากเมื่อปี พ.ศ.2439 นายเบ๊ยุ่น ได้อัญเชิญรูปจำลองหลวงปู่ไต้ฮงจากอำเภอเตี้ยเอี้ย มายังประเทศไทย ประดิษฐานอยู่ที่ร้านกระจกย่านวัดเลียบ ผู้คนเมื่อทราบต่างก็พากันมาสักการบูชาที่จำนวนมาก จนต้องย้ายไปประดิษฐานที่ซอยดอนกุศล ถนนเจริญกรุง  ช่วงนั้นเกิดโรคระบาดประชาชนต่างมากราบไหว้หลวงปู่ เพื่อช่วยให้คุ้มครองปลอดภัยและหายจากโรค ทำให้เกิดความศรัทธา บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากและจัดการเก็บศพอนาถาไปฝัง ต่อมาในปี 2452-2453 พระอนุวัตร์ราชนิยม (ฮง เตชะวณิช) ได้ร่วมกับพ่อค้าคหบดี รวม 12 ท่าน ได้เห็นความสำคัญและประโยชน์แห่งกุศลเจตนาของผู้เลื่อมใสศรัทธาหลวงปู่ไต้ฮง จึงจัดตั้งคณะเก็บศพไต้ฮงกงขึ้น พร้อมสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกงขึ้นที่บริเวณถนนพลับพลาไชย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ เพื่อประดิษฐานองค์หลวงปู่ไต้ฮง  เมื่อศาลเจ้าไต้ฮงกงสร้างเสร็จสมบูรณ์ ได้อัญเชิญรูปจำลองของหลวงปู่ที่นายเบ๊ยุ่น คหบดีนำมาจากประเทศจีนมาประดิษฐานไว้ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกงเป็นการถาวร  โดยศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตั้งอยู่ที่ 326 ถนนเจ้าคำรพ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบฯ กรุงเทพฯ 10100

ติดต่อสอบถามหรือติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง www.facebook.com/atpohtecktung

#ถึ ง จ ะ ต้ อ ง อ ยู่ ห่ า ง ...แต่เราพร้อมเคียงข้างคุณเสมอ

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

 

พาทริค ชิค ศูนย์หน้าเช็ก โชว์ความเฉียบคม ซัด 2 ตุง โหม่งประตูแรก และยิงเกือบครึ่งสนามเป็นประตูที่สอง พาทีมเอาชนะ สกอตแลนด์ 2-0 ศึกยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่มอย่างสวยงาม

สกอตแลนด์ จัดทัพเกือบชุดที่ดีที่สุดลงสนาม ขาดเพียง คีแรน เทียร์นี่ย์ กองหลังที่ไม่สมบูรณ์ ขณะที่ สาธารณรัฐเช็ก นำโดย พาทริค ชิค ศูนย์หน้าตัวเก่ง กับ โทมัส ซูเช็ค กองกลางจอมถล่มประตู

เช็ก เริ่มต้นเกมได้ดีกว่าเล็กน้อย นาที 16 ยาคุบ ยานคโต้ เปิดเข้ากลางให้ พาทริค ชิค สับไกเท้าซ้ายในกรอบโทษ แต่ไม่ผ่านมือ เดวิด มาร์แชลล์

นาที 18 สกอตแลนด์ ตอบโต้ได้หวาดเสียว แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ครอสเรียดจากฝั่งซ้าย ลินดอน ไดค์ส ปรี่เข้ามาแปเท้าขวาที่เสาแรก บอลหลุดเสาออกไป

โอกาสทองของเจ้าบ้านหลุดลอยไปในนาที 32 ไรอัน คริสตี้ ไหลเข้าเขตโทษด้านซ้าย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เติมขึ้นมากระหน่ำเท้าซ้ายระยะ 16 หลา บอลติดปลายมือ โทมัส วาชลิค เซฟข้ามคานหวุดหวิด

ท้ายครึ่งแรก เป็น เช็ก ที่ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะต่อเนื่องลูกเตะมุมฝั่งซ้าย ที่หลุดไปถึงฝั่งขวา วลาดิเมียร์ ชูฟาล หลุดไปหยอดบอลเข้ากลาง พาทริค ชิค ขึ้นโหม่งนิ่มๆ เสียบเสาสองหมดจด

ครึ่งหลัง สกอตแลนด์ เกือบตามตีเสมอได้เร็วตั้งแต่นาที 48 จากจังหวะเล่นลูกเตะมุมเช่นกัน สตีเฟ่น โอดอนเนลล์ เปิดเข้ากลางให้ แจ๊ค เฮนดรี้ ตวัดยิงเช็ดคานออกไป

นาที 52 เช็ก ได้ประตูนำห่าง 2-0 เริ่มจาก แจ๊ค เฮนดรี้ กองหลังสกอตแลนด์ ยิงไกลไปติดบล็อค โทมัส ซูเช็ค กระดอนกลับมาที่กลางสนาม พาทริค ชิค ควบมาถึงบอลแล้วเหลือบเห็น มาร์แชลล์ ออกมาเยอะ เลยยิงไกลเกินครึ่งสนามมานิดเดียว วัดระยะได้ราวๆ 50 หลา บอลฮุกลงเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสวยงาม

หลังจากนั้น เจ้าบ้านพยายามอย่างหนักที่จะทวงประตูคืน และมีโอกาสหลายครั้งจาก สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง ลุยขึ้นมายิงแฉลบ, ลินดอน ไดค์ส ซัดในกรอบโทษไปติดเซฟ และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ พลิกยิงมุมแคบข้ามคาน

จบเกม สาธารณรัฐเช็ก เอาชนะ สกอตแลนด์ 2-0 เก็บสามแต้มจากเกมแรก

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

สกอตแลนด์ : เดวิด มาร์แชลล์ - แจ๊ค เฮนดรี้, แกรนท์ แฮนลี่ย์, เลียม คูเปอร์ - สตีเฟ่น โอดอนเนลล์, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - จอห์น แม็คกินน์ - ลินดอน ไดค์ส, ไรอัน คริสตี้

เช็ก : โทมัส วาชลิค - วลาดิเมียร์ ชูฟาล, ออนเดร เชลุสต์ก้า, โทมัส คาลาส, ยาน โบริล - อเล็กซ์ คราล, โทมัส ซูเช็ค - ลูคัส มาโซปุสต์, วลาดิเมียร์ ดาริดา, ยาคุบ ยานคโต้ - พาทริค ชิค

 

 

ที่มา : https://www.thsport.com/news-118216.html


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

มิลาน สคริเนียร์ ซัดประตูชัยช่วยให้ สโลวาเกีย เฉือนเอาชนะ โปแลนด์ ที่เหลือผู้เล่น 10 คน 2-1 คว้าสามคะแนน เปิดหัวยูโร 2020 ได้อย่างสวยงาม

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ‘ยูโร 2020’ วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 คู่ที่สอง เป็นเกมในกลุ่ม E ที่แก๊ซปรอม อารีน่า เมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ทีมชาติโปแลนด์ ลงสนามพบ ทีมชาติสโลวาเกีย

โปแลนด์ ของกุนซือเปาโล ซูซ่า ชาวโปรตุกีส นำทัพมาโดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ศูนย์หน้าตัวเก่งจากบาเยิร์น มิวนิค, วอสเซียค เชสนี, ปิโอเตอร์ ซีลินสกี, เกรกอร์ซ คีโชเวียค ขณะที่ สโลวาเกีย ของเฮดโค้ชสเตฟาน ทาร์โควิช นำทัพมาโดย มาร์เรค ฮัมซิค ดาวเตะจอมเก๋า, โรเบิร์ต มัค, มิลาน สคริเนียร์ และมาร์ติน ดูบราฟกา

นาทีที่ 18 สโลวาเกีย ถึงแม้จะครองบอลได้น้อยกว่า แต่เป็นฝ่ายออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ โรเบิร์ต มัค ใช้ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงแหวกแนวรับ โปแลนด์ 2 คน เข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนซัดไปชนเสา บอลเด้งมาโดนตัว วอสเซียค เชสนี เขาไป โดยทางยูฟ่า ให้เครดิตเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของนายทวารโปแลนด์

หลังจากนั้นไม่มีใครทำสกอร์กันเพิ่ม หมดเวลาการแข่งขัน 45 นาทีแรก สโลวาเกีย นำ 1-0

ครึ่งหลัง โปแลนด์ ออกสตาร์ทได้อย่างคึกคัก มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 อย่างรวดเร็วในนาทีที่ 46 จากจังหวะการทำชิ่งเข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย มาซีจ์ รีบัส ปาดเข้ากลางมาให้ คารอล ลีเนตตี ยิงด้วยซ้ายหนีมือ มาร์ติน ดูบราฟกา เข้าไป

นาทีที่ 62 สถานการณ์ของโปแลนด์มีอันต้องพลิกผัน เพราะต้องเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ เกรกอร์ซ คีโชเวียค กองกลางตัวเก่ง เจตนาไปย่ำใส่ ยาคุบ โรมาดา โดนเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม

นาทีที่ 69 สโลวาเกีย อาศัยตัวผู้เล่นที่มีมากกว่า มาทำประตูขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 จากจังหวะลูกเตะมุม แนวรับโปแลนด์สกัดกันไม่ขาดบอลมาเข้าทาง มิลาน สคริเนียร์ ซัดหน้ากรอบเขตโทษเข้าไป

ช่วงเวลาที่เหลืองทั้งสองทีมไม่มีใครทำอะไรกันได้ หมดเวลาการแข่งขัน 90 นาที สโลวาเกีย เอาชนะ โปแลนด์ 2-1 เก็บสามคะแนนไปครองได้สำเร็จ

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

โปแลนด์ : วอสเซียค เชสนี (GK), บาร์ตอสซ์ เบเรสซินสกี, คามิล กลิค, แยน เบดนาเรค, มาซีจ์ รีบัส, คารอล ลีเน็ตตี, เกรกอร์ซ คีโชเวียค, มาเทอุส คลิช, คามิล ยอซเวียค, ปิโอเตอร์ ซีลินสกี, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

สโลวาเกีย : มาร์ติน ดูบราฟกา (GK), ปีเตอร์ เปคาริค, ลูโบเมียร์ ซัตกา, มิลาน สคริเนียร์, โทมัส ฮูโบแคน, โรเบิร์ต มัค, ยาคุบ โรมาดา, ยูราจ์ คุชกา, ลูคัส ฮาราสลิน, มาเรค ฮัมซิค, ออนเดรจ์ ดูดา

 

 

ที่มา : https://mgronline.com/sport/detai#รองเท้าaerosoft


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

"คนพิการ" ป่วยติดเตียง จาก "ผู้รับ"เป็น "ผู้ให้" แบ่งปันรถวีลแชร์ให้ผู้อื่นนำไปใช้งาน

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 ณ บ้านเลขที่ 10/4 ม.17 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย และ ตำแหน่ง คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้านแรงงาน  ได้รับการประสานจาก "นายณัฐวุฒิ เหมือนเพชร" ผู้อำนวยการข่าวจังหวัดสมุทรปราการ (หนังสือพิมพ์สยามโฟกัสไทม์) แจ้งว่า นายชิดชัย สมสนิท (คนพิการ) ขาทั้ง 2 ข้างลีบ สายตาทั้ง 2 ข้าง มองเห็นแบบเลือนลาง เนื่องจาก "ติดเชื้อราในสมอง" จึงทำให้ต้องเป็นคนพิการติดเตียง และอาศัยอยู่กับ "แม่" ก็เป็นคนพิการ นิ้วมือหัวแม่โป้งขาด อาศัยอยู่ภายในบ้านไม้ที่มีสภาพทรุดโทรม ผุพัง และอยู่กันแบบตามมีตามเกิด

โดย "นายชิดชัย สมสนิท" (คนพิการ) ติดต่อ ประสานไปยัง "นายณัฐวุฒิ เหมือนเพชร" ว่า "ผมมีรถวีลแชร์อยู่ 2 คัน" คันหนึ่งเป็นคันเก่า ส่วนอีกคันหนึ่งเป็นคันที่มีสภาพใหม่ ซึ่งได้รับบริจาคมาจาก "ผู้ใจบุญ" ตนเองคิดว่า รถวีลแชร์คันเก่าก็ยังสามารถใช้งานที่เหมาะสมกับสภาพความพิการของตนเองอยู่ จึงอยากจะนำรถวิลแชร์คันใหม่ที่ได้รับบริจาคมานั้น นำไปบริจาคต่อให้กับคนพิการหรือผู้สูงอายุ ที่มีความจำเป็นใช้รถวิลแชร์ ตนเองมองว่าน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า และเข้าใจถึงความลำบากในหัวอกคนพิการด้วยกัน ที่บางคนไม่มีรถวีลแชร์ และบางคนต้องนอนป่วยติดเตียง ไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ และที่สำคัญอยากพบหน้า "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" นายกสมาคมฯ เพราะทราบว่า นายกฯเป็นคนชอบช่วยเหลือคนพิการ คนยากไร้ จึงอยากจะพบเพื่อส่งต่อมอบรถวีลแชร์ให้ด้วยตนเอง

ในการนี้ "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" นายกสมาคมฯ ได้ให้คำปรึกษา เกี่ยวกับ "สิทธิของคนพิการ" เช่น เบี้ยความพิการ / การกู้ยืมเงินจากกองทุนฯ / การศึกษา / การจ้างงานคนพิการ / การปรับสภาพที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นเสมือนสิทธิและสวัสดิการ ที่ทางภาครัฐมีไว้ช่วยเหลือคนพิการตามกฎหมาย และท้ายสุด นายกสมาคมฯ กล่าวให้กำลังใจ "คนพิการทั้ง 2 คนนี้ ขอให้มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง อย่าย่อท้อต่อชะตาชีวิต ถึงเราจะเป็น "คนพิการ" แต่เราก็สามารถช่วยเหลือสังคม และประเทศชาติ ได้เช่นเดียวกับคนปกติ นั่นคือ "การทำความดี ด้วยใจบริสุทธิ์" และขอขอบพระคุณในน้ำใจไมตรี ที่มีจิตใจคิดเพื่อเผื่อแผ่ "รถวีลแชร์ มอบให้กับผู้อื่นโดยรู้จักความพอเพียงและเพียงพอ สิ่งที่ท่านทั้ง 2 คน กระทำในวันนี้จะนำพาให้ท่านทั้งสองมีความสุข มีความเจริญ มีสุขภาพจิตใจที่ดี และขอให้คงคุณงามความดีอย่างนี้ไปตลอด และหากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ทางข้าพเจ้าจะช่วยเหลือได้ก็มีความยินดีที่จะรับใช้ และะติดต่อมาได้ตลอดเวลา

พลพรรค ‘กระทิงดุ’ ทีมชาติสเปน ไม่สามารถเจาะแนวรับอันแข็งแกร่งของสวีเดนได้ แม้จะขึงเกมบุกตลอดทั้ง 90 นาที แต่สุดท้ายจบลงที่ผลเสมอแบบไร้สกอร์ 0-0 แบ่งกันไปทีมละแต้ม

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ‘ยูโร 2020’ วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 คู่ที่สอง เป็นเกมในกลุ่ม E ขุนพล ‘กระทิงดุ’ ทีมชาติสเปน หนึ่งในเจ้าภาพร่วม เปิดรังเอสตาดิโอ เดอ ลา การ์ตูฆา เมืองเซบีญ่า ต้อนรับขุนพลจากแดนไวกิ้ง ทีมชาติสวีเดน

ทัพ ‘กระทิงดุ’ ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ ไม่สามารถใช้งาน เซร์คิโอ บุสเกตส์ มิดฟิลด์ตัวรับ ที่อยู่ระหว่างรักษาการติดเชื้อโควิด-19 ส่วนขุมกำลังคนอื่นๆ อยู่กันพร้อมหน้า นำโดย อัลบาโร่ โมราต้า, เฟร์ราน ตอร์เรส, โกเก้, ยอร์ดี อัลบา, มาร์กอส ยอร์เรนเต้

ขณะที่ทีมชาติสวีเดน ของกุนซือแยนน์ แอนเดอร์สสัน เกมนี้ขาด 3 แข้ง อย่าง เดยัน คูลูเซฟสกี, มาติอัส สเวนเบิร์ก ที่ยังไม่หายจากเชื้อโควิด-19 และเอริค เบิร์ก (เจ็บเข่า) ส่วนคนอื่นๆ นำทัพมาโดย อเล็กซานเดอร์ อีซาค, มาร์คุส เบิร์ก, เอมิล ฟอสเบิร์ก, เซบาสเตียน ลาร์สสัน โดยมี วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ คุมแนวรับ

ครึ่งแรก สเปน แทบจะเป็นฝ่ายขึงเกมบุกเข้าใส่สวีเดนอยู่ฝ่ายเดียว มีโอกาสเน้นๆ 4-5 จังหวะ แต่ยังไม่ผ่านมือ โรบิน โอลเซ่น นายทวารของคู่แข่ง โดย สวีเดน มาเน้นตั้งรับอย่างเหนียวแน่น แต่ยังไม่มีโอกาสสวนกลับที่น่ากลัวเท่าไหร่ หมดเวลาการแข่งขัน 45 นาทีแรก เสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0

ครึ่งหลังยังคงเป็นหนังม้วนเดิม สเปน เปิดฉากบุกเข้าใส่สวีเดนอย่างต่อเนื่อง แต่ยังหาจังหวะทำประตูเน้นๆ ไม่ได้ โดย สวีเดน มาตั้งแนวรับกันอย่างมีระเบียบวินัย แทบไม่เปิดช่องให้คู่แข่งได้โอกาสง่ายๆ

ช่วงเวลาที่เหลือ แม้สเปน จะเปิดเกมรุกอย่างหนักเพื่อหวังทำประตู แต่สุดท้ายไม่สามารถเจาะแนวรับของ สวีเดน ได้ จบเกม 90 นาที สเปน ทำได้แค่เสมอ สวีเดน ไปแบบไร้สกอร์ 0-0 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

สเปน : อูไน ซิม่อน (GK), มาร์กอส ยอร์เรนเต้, อายเมริค ลาปอร์เต้, เปา ตอร์เรส, ยอร์ดี อัลบา, โกเก้, โรดรี้, เปดรี้, เฟร์ราน ตอร์เรส, ดานี ออสโม่, อัลบาโร่ โมราต้า

สวีเดน : โรบิน โอลเซ่น (GK), มิคาเอล ลุสติก, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, มาร์คัส ดาเนียลสัน, ลุดวิก ออกุสตินส์สัน, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, คริสตอฟเฟอร์ โอลส์สัน, อัลบิน เอคดาล, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก, มาร์คุส เบิร์ก, อเล็กซานเดอร์ อีซาค

 

ที่มา : https://mgronline.com/sport/detail/9640000057565


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานชุดอุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจแบบอากาศบริสุทธิ์ (ชุด PAPR) จำนวน 6 เครื่อง ให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานชุดอุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจแบบอากาศบริสุทธิ์ (ชุด PAPR) จำนวน 6 เครื่อง ให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ โดยมี พล.ร.ท.วิชัย  มนัสศิริวิทยา เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ พร้อมด้วย พล.ร.ต.นิธิ พงศ์อนันต์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ตลอดจนผู้บังคับบัญชาของกรมแพทย์ทหารเรือ เข้าร่วมพิธีรับพระราชทาน ณ ห้องประพัฒน์ศรี สโมสรโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ   

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 (Covid-19) อยู่ในขณะนี้ ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อบางส่วนที่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด, การตรวจพิเศษด้วยโรคอื่นๆ หรือแม้แต่การทำคลอด บุคลากรด้านการแพทย์ที่ปฏิบัติงานในห้องผ่าตัด จึงมีความจำเป็นต้องใช้ชุดป้องกันการติดเชื้อที่มีมาตรฐาน คือ ชุดอุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจแบบอากาศบริสุทธิ์ หรือ ชุด PAPR (Powered Air Purifying Respirator) สำหรับปฏิบัติงานประจำห้องผ่าตัด  เพื่อปกป้องคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ให้ปลอดภัยจากโควิด-19

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นล้นพ้น ที่ทรงมีต่อโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ กองทัพเรือ ตลอดจนประชาชนทั่วไป บุคลากรของโรงพยาบาล กราบถวายบังคมแทบเบื้องพระยุคลบาท และขอเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมเป็นสรรพสิริมงคล และจักมุ่งมั่นดำเนินภารกิจดูแลผู้ป่วยประชาชนที่ทุกข์ร้อน โดยใช้ประโยชน์สูงสุดจาก ชุดอุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจแบบอากาศบริสุทธิ์ (ชุด PAPR) พระราชทานซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในการสนับสนุนความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์เพื่อดูแลช่วยเหลือผู้ป่วย ในช่วงสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ต่อไป

ไต้หวัน แจงปมดราม่า ‘ไช่ อิง เหวิน’ ยัน ผู้นำฯ ไม่เคยพูดว่าไทย กั๊กวัคซีน

หลังจากที่ประธานาธิบดีของไต้หวันเอ่ยถึงวัคซีนที่สั่งจากไทย ทำให้เกิดกระแสพูดถึงในวงกว้างในประเทศไทยเรื่องดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทยมีหนังสือชี้แจงกรณีที่เมื่อเร็วๆ นี้ ข่าวในประเทศไทยรายงานว่าประธานาธิบดีไต้หวันไช่อิงเหวินได้กล่าวว่าประเทศไทยได้เก็บวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ที่ผลิตที่ไทยไว้ใช้เอง และต่อมานางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวบนทวิตเตอร์ว่าประเทศไทยไม่ได้ปิดกั้นการส่งออกวัคซีนของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า

สำนักงานฯ แถลงว่า ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไช่ ได้แสดงความคิดเห็นขณะให้สื่อไต้หวันสัมภาษณ์ว่า สาเหตุที่วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไม่สามารถผลิตได้ตามจำนวนที่ต้องการนั้น เนื่องจากความสามารถการผลิตวัคซีนทั่วโลกไม่สามารถตอบสนองความต้องการของทุกประเทศได้ และเนื่องจากประเทศไทยและอินเดียซึ่งเป็นประเทศผลิตวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังต่อสู้กับวิกฤตโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ประชาชนไต้หวันรอคอยวัคซีนอย่างอดทน

การสัมภาษณ์ครั้งนี้ ประธานาธิบดีไช่ได้อธิบายต่อประชาชนไต้หวันว่าการจัดหาวัคซีนให้กับประชาชนตนเองเป็นเรื่องเร่งด่วน “อันดับแรก” สำหรับรัฐบาลทุกประเทศ อีกทั้งตระหนักว่าจำนวนวัคซีนที่บริษัทผลิตวัคซีนแต่ละแห่งสามารถผลิตได้นั้นยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของทั่วโลกอีกมาก ดังนั้นทุกประเทศจึงพยายามทุกวิธีทางเพื่อให้วัคซีนถึงประเทศตนเองอย่างเร็วที่สุด สำนักงานฯ ขอชี้แจงว่า ในขณะให้สัมภาษณ์ ประธานาธิบดีไช่มิได้กล่าวว่าประเทศไทย “ปิดกั้น” (block) การส่งออกวัคซีน

"ในขณะที่ทั่วโลกยังคงเผชิญหน้ากับความท้าทายของโรคระบาด ทั้งไต้หวันและไทยเมื่อปีที่ผ่านมา (ค.ศ.2020) ต่างรับมือกับวิกฤตโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี เราเชื่อว่ากระทรวงสาธารณสุขของทั้งสองฝ่ายจะมุ่งมั่นส่งเสริมสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เราหวังว่ากระบวนการผลิตวัคซีนจะเป็นไปได้ด้วยดีทำให้สามารถส่งมอบวัคซีนได้ตามกำหนด เพื่อร่วมฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน" แถลงการณ์ระบุ

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าว ได้เปิดเผยกับโพสต์ทูเดย์ว่า ทางไต้หวันได้หารือกับสำนักงานใหญ่ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าและสั่งซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 10 ล้านโดส แต่จนถึงตอนนี้ได้รับเพียง 100,000 โดส แหล่งข่าวไม่สามารถระบุรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการส่งมอบและจำนวนโดสที่ผลิตโดยโรงงานที่ได้รับอนุญาตจากแอสตร้าเซนเนก้า ประเด็นที่ว่านี้จะต้องดูที่สัญญาระหว่างไต้หวันกับบริษัทว่าโรงงานในประเทศไทยหรืออินเดียที่รับผิดชอบการผลิต

 

ที่มา : Photo by Handout / Taiwan Presidential Office / AFP

: https://www.posttoday.com/world/655489


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ในที่สุด บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ก็สามารถเดินหน้าผลิตวัคซีนจาก AstraZeneca และได้เริ่มทยอยส่งมอบวัคซีนให้กับรัฐบาลไทยที่ตั้งเป้าไว้ที่ 6 ล้านโดส ภายในเดือนมิถุนายนนี้ จากยอดที่จองไว้ทั้งหมด 60 ล้านโดสภายในสิ้นปี พ.ศ. 2564

สำหรับสยามไบโอไซเอนซ์ เป็นผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาตจากบริษัท AstraZeneca หนึ่งเดียวในอาเซียน ให้เป็นฐานการผลิตวัคซีนในภูมิภาคนี้ ที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากการระบาดระลอกใหม่ของ Covid-19 ในปีนี้

สิ่งที่หลายฝ่ายยังเป็นกังวล คือ ศักยภาพการผลิตวัคซีนของบริษัทที่มียอดจองในอาเซียนที่สูงถึง 200 ล้านโดสให้ทันกับวันกำหนดส่งมอบวัคซีนที่กำหนดไว้

เพราะทันทีที่มีข่าวว่า สยามไบโอไซเอนซ์ได้เริ่มผลิต และส่งมอบวัคซีนล็อตแรกให้กับรัฐบาลไทยแล้ว ก็มีประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนเริ่มทวงถามถึงวัคซีนที่ได้สั่งจองไว้ และเลยกำหนดส่งแล้ว

อย่างเช่น ฟิลิปปินส์ได้สั่งจองวัคซีนไว้จำนวน 17 ล้านโดส แต่มีรายงานว่าวันกำหนดส่งมอบวัคซีนล็อตแรกได้ถูกเลื่อนออกไปอีกหลายสัปดาห์ และวัคซีนที่สามารถส่งมอบได้อาจน้อยกว่ายอดที่ได้สั่งจองไว้

ทางด้านมาเลเซีย ก็ได้สั่งจองวัคซีน AstraZeneca จำนวน 6.4 ล้านโดส จากสยามไบโอไซเอนซ์เช่นกัน และต้องได้รับวัคซีนล็อตแรกจำนวน 6.1 แสนโดสภายในเดือนนี้ ก็ได้ทวงถามมายังผู้ผลิตไทย และยังคาดหวังว่าจะได้รับวัคซีนตามกำหนด

และล่าสุด รัฐบาลไต้หวันก็อ้างว่าได้รับวัคซีน AstraZeneca ล่าช้ากว่ากำหนด เพราะไทยต้องการเก็บวัคซีนไว้ใช้แต่ในประเทศ

ซึ่งเรื่องนี้ ทางรัฐบาลไทยได้ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง และทางสยามไบโอไซเอนซ์ กำลังเร่งผลิตวัคซีนออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเคยให้ข้อมูลว่าสามารถผลิตวัคซีนได้มากถึง 200 ล้านโดส ต่อปี หรือเฉลี่ย 15-20 ล้านโดสต่อเดือน

โดยทางบริษัทเพิ่งได้รับอนุมัติการผลิตจากห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ของแอสตร้าเซนเนก้าในต่างประเทศเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม และสามารถส่งมอบวัคซีนล็อตแรกจำนวน 1.8 ล้านโดสให้แก่รัฐบาลไทยได้ทันตามกำหนด แต่ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันยอดการผลิตทั้งหมดในขณะนี้ว่าตรงตามเป้าที่ตั้งไว้หรือไม่

แต่ถึงกระนั้นเมื่อวัคซีนกลายเป็นคำตอบเดียวที่จะคลี่คลายสถานการณ์ Covid-19 จนกลายเป็นความกดดันสู่หลายรัฐบาลในแต่ละประเทศ ที่ถูกเรียกร้องจากบรรดาประชาชน

จึงอาจจะบอกได้ว่า คนไทยและชาวอาเซียนหลายล้านคน น่าจะพอคาดหวังกับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ได้พอสมควรเลย...

 

อ้างอิง: https://asia.nikkei.com/Spotlight/Coronavirus/COVID-vaccines/Thai-king-owned-biotech-starts-production-of-AstraZeneca-vaccine

https://www.devdiscourse.com/article/health/1605843-malaysia-says-delivery-of-thai-made-astrazeneca-vaccines-delayed

https://www.reuters.com/business/healthcare-pharmaceuticals/thailand-denies-blocking-exports-astrazeneca-vaccines-2021-06-13/

https://www.voanews.com/covid-19-pandemic/thailand-debuts-locally-made-astrazeneca-supplies-are-tight

https://thethaiger.com/coronavirus/siam-bioscience-declares-astrazeneca-vaccine-ready-to-deliver


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

จีนเตือนผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ จี 7 อย่างตรงไปตรงมาว่า ช่วงเวลาที่ประเทศกลุ่มเล็กๆ ชี้ชะตาโลกได้หมดยุคไปนานแล้ว ตอบโต้ที่กลุ่ม จี 7 หาจุดยืนร่วมกันในการต่อต้านจีน

โฆษกสถานทูตจีนประจำกรุงลอนดอนของอังกฤษ แถลงว่า ช่วงเวลาที่การตัดสินใจใดๆ ของโลกถูกบงการโดยประเทศกลุ่มเล็กๆ ได้หมดยุคไปนานแล้ว จีนเชื่อเสมอว่า ทุกประเทศไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก แข็งแรงหรืออ่อนแอ มีความเท่าเทียมกัน ดังนั้นเรื่องต่างๆ ของโลกจึงควรดำเนินการผ่านการปรึกษาหารือของทุกประเทศ

ผู้นำกลุ่มจี 7 ประกอบด้วย อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ประชุมสุดยอดที่รีสอร์ทริมทะเลคาร์บิสเบย์ เทศมณฑลคอร์นวอลล์ ตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ แหล่งข่าวเผยว่า นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดา ซึ่งเป็นผู้นำการหารือเรื่องจีนเมื่อวันเสาร์ ได้เรียกร้องให้ที่ประชุมหาวิธีที่เป็นหนึ่งเดียวร่วมกันในการรับมือกับความท้าทายจากจีน

ทั้งนี้ ที่ประชุมผู้นำ จี 7 กำลังหาหนทางร่วมกันในการรับมือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่แสดงท่าทีแข็งกร้าวมากยิ่งขึ้น หลังจากจีนแผ่ขยายอำนาจทางเศรษฐกิจและทางทหารขนานใหญ่ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ที่ประชุมต้องการแสดงให้โลกเห็นว่า กลุ่มจี 7 เป็นทางเลือกที่จะคานการแผ่ขยายอำนาจของจีนได้ โดยในวันที่สองของการประชุม ผู้นำ จี 7 ตกลงแผนสนับสนุนบริษัทที่มีรายได้ระดับกลางและต่ำกว่า ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ดีขึ้น เพื่อหวังคานอำนาจจีนที่กำลังขยายอิทธิพลไปทั่วโลก ในแถลงการณ์ของกลุ่มจี 7 ระหว่างการประชุมสุดยอดที่เทศมณฑลคอร์นวอลล์ของอังกฤษ ผู้นำประเทศต่างๆ บอกว่า พวกเขาจะเสนอโครงการการร่วมมือที่ยึดหลักค่านิยม มีมาตรฐานสูงและเป็นไปด้วยความโปร่งใส อย่างไรก็ดีตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่าแผนของจี 7 จะได้เงินสนับสนุนจากไหน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ บอกว่า อยากให้แผน “สร้างโลกที่ดีกว่าขึ้นมาใหม่” (Build Back Better World-B3W) ซึ่งสหรัฐฯ จะเป็นผู้สนับสนุน เป็นทางเลือกที่มีคุณภาพกว่าแผนในลักษณะเดียวกันของจีนที่ชื่อ เส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 (Belt and Road Initiative - BRI) ที่ไปช่วยสร้างรถไฟ ถนนหนทาง และท่าเรือให้กับหลายประเทศ แต่โครงการนี้ของจีนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการไปทำให้ประเทศต่างๆ ต้องมีหนี้สินติดตัว

ขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศ จี 7 ยังได้ออก ประกาศอ่าวคาร์บิส (Carbis Bay Declaration) มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหายนะทางมนุษยธรรมและเศรษฐกิจแบบโควิด-19 อีกในอนาคต โดยจะลดเวลาที่ใช้ในการพัฒนาวัคซีน การออกใบอนุญาตผลิตวัคซีน การวินิจฉัย และการรักษาโรค สำหรับโรคอะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้น้อยกว่า 100 วัน ทำให้เครือข่ายสอดส่องสังเกตการณ์สถานการณ์การแพร่ระบาดเข้มแข็งขึ้นและเพิ่มความสามารถในการวิจัยข้อมูลทางพันธุกรรม สนับสนุนในการปฏิรูปและทำให้องค์การอนามัยโลกแข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้ ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ของสหรัฐฯ ระบุว่า ตั้งแต่การระบาดเริ่มขึ้น มีคนติดเชื้อไปแล้ว 175 ล้านคนทั่วโลก โดยมีผู้เสียชีวิตที่เชื่อมโยงกับโควิดกว่า 3.7 ล้านศพ

 

ที่มา : (เอพี/รอยเตอร์/บีบีซี นิวส์)

https://www.naewna.com/inter/579976


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top