Wednesday, 2 September 2026
NEWS FEED

“บิ๊กป๊อก” ประชุมติดตามแก้ไขโควิด-19 ร่วมกับผู้ว่าฯ - นายอำเภอทั่วประเทศ - กทม.ย้ำ “บิ๊กตู่” สั่งไม่ให้ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินการป้องกัน ควบคุม และแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยมีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ร่วมประชุมผ่านระบบวีดิโอคินเฟอร์เรนซ์ร่วมกับนายทรงศักดิ์ ทองศรี นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และนายอำเภอทั่วประเทศ 

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ขอชื่นชมผู้ว่าฯ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ตลอดจนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะในด้านการสร้างระบบการส่งต่อผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดที่สามารถช่วยแบ่งเบาการบริหารสถานการณ์ระบาดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งในขณะนี้การระบาดของโควิด-19 ค่อนข้างรุนแรง โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รได้มีบัญชาให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดช่วยเหลือประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือที่ใดให้เข้าสู่ระบบโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขอให้ผู้ว่าฯ และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด  สร้างการรับรู้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่วนบุคคล ซึ่งเป็นพื้นฐานทำให้ลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือ มาตรการ DMHTTA ได้แก่ รักษาระยะห่างระหว่างกัน ไม่พบปะหรือไปยังสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก การสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี หมั่นล้างมือด้วยน้ำสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ล้างมือสม่ำเสมอ ตรวจวัดอุณหภูมิ ตรวจเชื้อโควิด-19 ใช้แอปหมอชนะ/ไทยชนะ อย่างเข้มข้น ด้วยทุกกลไกของกระทรวงมหาดไทยในระดับพื้นที่ ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน หอกระจายข่าว และเสียงตามสายในพื้นที่ นอกจากนี้ให้ผู้ว่าฯ เร่งบูรณาการหน่วยงานทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการสนับสนุนมาตรการในการบริหารจัดการเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การจัดการเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า ขอให้ผู้ว่าฯ กทม.และผู้ว่าฯ จังหวัดปริมณฑล ควบคุมการแพร่ระบาดผ่านกลไกและมาตรการอย่างเข้มข้น ในส่วนของผู้ว่าฯ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องควบคุมการแพร่ระบาดพร้อมสกัดกั้นการแพร่ระบาดตามแนวชายแดน ไม่ให้แพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นอย่างเต็มกำลัง เพื่อลดปัญหาการแพร่ระบาด นอกจากนี้ให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดบริหารจัดการขยะติดเชื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้ากากอนามัยใช้แล้ว ให้เป็นไปตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุขและมาตรการที่กระทรวงมหาดไทยโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้กำชับและแจ้งแนวปฏิบัติ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกจังหวัดดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้น สร้างความเข้าใจ และความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้เราผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน

นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ตัวเลขของการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากคนที่ไม่รู้ว่าตนเองมีเชื้อ ซึ่งส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ขอให้ผู้ว่าฯ และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด กำหนดมาตรการการตรวจเชิงรุก หาวิธีการบำบัดรักษาในเบื้องต้น เพื่อลดการสูญเสียชีวิต นอกจากนี้ให้ใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในการติดตามรับคนกลับมารักษาตัวที่บ้าน

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ขอให้ผู้ว่าฯ สร้างความเข้าใจและความมั่นใจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ยารักษาโรคโควิด-19 และอุปกรณ์ตรวจเชื้อเบื้องต้น เพื่อให้มีกลไกรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)ไปดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ 

ปชป. “จุรินทร์” ส่งกำลังใจ ไปโตเกียว  เชียร์ทัพนักกีฬาไทย โอลิมปิกและพาราลิมปิก “Tokyo 2020 Olympics” 

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 และพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นว่า

พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค  ขอส่งกำลังใจให้กับนักกีฬาทีมชาติไทย ทุกคนในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 และพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ขอร่วมกับพี่น้องชาวไทย ร่วมส่งแรงใจ ส่งกำลังใจให้กับนักกีฬาไทยทุกคน ขอให้ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ได้ติดตามการแข่งขันอย่างใกล้ชิด และฝากส่งกำลังใจไปให้ทัพนักกีฬาไทยทุกคน 

พรรคขอขอบคุณในความเสียสละทุ่มเท ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อชื่อเสียงของประเทศไทย รวมถึงบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังทุกคน ทีมงานในทุกประเภทกีฬา ความเหน็ดเหนื่อยจากการซ้อม เป้าหมายคือความสำเร็จ แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะคว้าเหรียญรางวัลกลับมาได้หรือไม่ก็ตาม คนไทยจะเป็นกำลังใจให้กับทัพกีฬาไทยเสมอ 

ทุกคนคือแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นหลังที่จะนำมาเป็นต้นแบบในการก้าวเดินในเส้นทางนักกีฬาทีมชาติไทยในรุ่นต่อๆไป 

นายราเมศกล่าวต่อว่า ขอให้นักกีฬาทุกท่าน ดูแลสุขภาพเพราะด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 มีความจำเป็นที่จะต้องระมัดระวังในช่วงระหว่างการเข้าร่วมแข่งขันที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น พรรคขอส่งกำลังใจให้ ขอให้ประสบผลสำเร็จดังที่ตั้งใจไว้ทุกประการ

 

กสร. ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย จับตา ‘ทิศทางการค้าโลก’ นำ GLP มาใช้ป้องกันการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดอบรมออนไลน์ เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ได้นำแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (Good Labour Practices : GLP) ไปใช้ในการบริหารจัดการแรงงาน ผลิตสินค้าที่ไม่มีการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ

นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวในฐานะประธานเปิดการอบรมออนไลน์ในหัวข้อ “ทิศทางการค้าโลกกับแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี” ว่า กระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ต่างมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน การใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ โดยกำหนดนโยบายให้มีการถอดถอนสินค้าออกจากรายการที่ถูกขึ้นบัญชีการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ และให้นำแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (Good Labour Practices : GLP) มาเป็นเครื่องมือในการดำเนินการในกลุ่มเป้าหมาย 4 รายการ คือ กุ้ง ปลา อ้อย และเครื่องนุ่งห่ม และเพื่อเป็นการขับเคลื่อนให้นโยบายดังกล่าวสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

กรมได้จัดพิธีประกาศเจตนารมณ์และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2564 ที่กระทรวงแรงงาน ซึ่งนายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยได้สานต่อเจตนารมณ์และการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โดยจัดอบรมออนไลน์เพื่อให้ความรู้เรื่องทิศทางการค้าโลก และแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (Good Labour Practices : GLP) ที่ถูกต้อง ให้กับผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งจะได้รับความรู้ในเชิงลึกและนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การลดปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานและเพิ่มโอกาสทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยผลักดันการถอดถอนรายการสินค้าเครื่องนุ่งห่มออกจากรายการสินค้าของประเทศไทยที่ถูกขึ้นบัญชีไว้ ให้ประสบผลสำเร็จต่อไป

อธิบดี กสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย จึงเปิดอบรมออนไลน์ให้กับสมาชิกสมาคม จำนวน 40 ราย โดยหวังว่าผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มจะได้ร่วมแสดงเจตนารมณ์ นำแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (Good Labour Practices : GLP) มาใช้ ซึ่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพร้อมให้การสนับสนุนด้านเทคนิควิชาการ โดยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือโทรสายด่วน 1506 กด 3 หรือ 1546

“ผอ.รมน.” กำชับ “กอ.รมน.”  ร่วมประสานการปฏิบัติกับเหล่าทัพดูแลผู้ป่วยโควิด – 19   บริการครบวงจร one stop service พร้อมเร่งค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชนนำเข้าสู่ศูนย์พักคอยของกองทัพ

พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกอ.รมน. เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ยกระดับมาตรการคุมเข้มการแพร่ระบาดไวรัสโควิค – 19 ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา จากการประเมินของคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในด้านต่างๆได้รายงานถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดอื่นๆในประเทศ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเชื้อไวรัสโควิด – 19 สายพันธุ์ใหม่มีการแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว ประกอบกับยังมีการเดินทางสัญจรของประชาชน จึงเป็นเหตุให้มีผู้ติดเชื้อสูงขึ้น ทำให้เกิดความต้องการในการตรวจค้นหาเชื้อ อยู่ในอัตราที่สูง และมีความแออัดตามสถานที่และโรงพยาบาลที่จัดให้มีการตรวจ คัดกรองเชิงรุก ปัจจุบันทางรัฐบาลได้มีการเพิ่มมาตรการการตรวจหาเชื้อ โดยใช้ชุดทดสอบแบบ Antigen Test Kit เพื่อเพิ่มช่องทางตรวจค้นหาแยกผู้ติดเชื้อไม่ให้เป็นพาหะแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้อื่น

จากการดำเนินการดังกล่าวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.รมน. ได้สั่งการเร่งด่วนให้ กอ.รมน. ร่วมประสานงานพร้อมบูรณาการประสานการปฏิบัติอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ของเหล่าทัพสนับสนุนทีมป้องกันและแก้ไขเชิงรุกในชุมชน Comprehensive Covid – 19 Response Team (CCRT) ในการ  ลงพื้นที่ตามชุมชนต่างๆใน 50 เขต ของกรุงเทพฯ สำรวจชุมชน (ผู้ป่วยโควิด ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคหญิงตั้งครรภ์) เพื่อทำการตรวจคัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อ ในชุมชนด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit  และให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นกับผู้ป่วยสีเขียว ก่อนส่งต่อเข้ารักษาในโรงพยาบาล

โดยการจ่ายยาสมุนไพรฟ้าทลายโจรและให้คำแนะนำวิธีการปฏิบัติตัวในระบบการแยกกักที่บ้าน (HI : Home Isolation) – ระบบแยกกักในชุมชน(CI : Community Isolation) บริการฉีดวัคซีนกับกลุ่มเสี่ยงพร้อมกับการสื่อสารทำความเข้าใจให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับช่องทางในการเข้ารับการรักษา โดยในขั้นต้นผู้ป่วยที่อยู่ในระดับสีเขียวสามารถเข้ารับการรักษาได้ที่ ศูนย์พักคอยผู้ป่วย ตามนโยบายของ นรม./ผอ.รมน. ที่สั่งการให้เหล่าทัพปรับปรุงพื้นที่ของสโมสรหรืออาคารอเนกประสงค์ จัดเตรียมให้เป็นศูนย์คัดกรองและสถานที่พักคอยของผู้ป่วยก่อนที่จะส่งเข้ารับการรักษา ที่โรงพยาบาลสนามหรือโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข ตามพื้นที่ต่างๆต่อไป หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิด - 19 ทบ. Call Center : 02-270-5685-9 และสายด่วนความมั่นคง 1374 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

พล.ต.ธนาธิป กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรี /ผอ.รมน.  ได้สั่งการ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ร่วมประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดตั้งด่านตรวจเข้มแข็ง บนเส้นทางหลัก/รอง โดยรอบพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดทั้ง 13 จังหวัด ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมให้ความรู้แก่ประชาชนกรณีการเดินทางข้ามจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม สร้างความตระหนัก และการรับรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนได้รับทราบถึงความจำเป็นของการยกระดับมาตรการคุมเข้มการแพร่ระบาดไวรัสโควิค – 19 ฉบับที่ 28 ที่มุ่งลดการเดินทางและห้ามออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 21.00 น.-04.00 น. มาตรการปิดสถานที่การจัดกิจการและกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด การขยายเวลาปฏิบัติงานที่บ้าน (Work From Home) 100 % และขอให้ทุกคนยังคงใช้มาตรการป้องกันตนเอง   (D-M-H-T-T-A) อย่างเคร่งครัด ได้แก่ D : Distancing เว้นระยะระหว่างบุคคล หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น M : Mask wearing สวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา H : Hand washing ล้างมือบ่อยๆ จัดให้มีจุดบริการ  เจลล้างมืออย่างทั่วถึงเพียงพอ T : Temperature ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าใช้บริการ เพื่อคัดกรองผู้ใช้บริการที่อาจไม่สบาย T : Testing ตรวจหาเชื้อโควิด 19 และ A : Application ติดตั้งและใช้แอปพลิเคชัน      “ไทยชนะ” และ “หมอชนะ” 

คณะกรรมการบริหารของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) มีมติอนุมัติการปฏิรูปนโยบายการจัดหาเงินกู้เพื่อสนับสนุนกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำให้สามารถฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ดียิ่งขึ้น

แถลงการณ์ของไอเอ็มเอฟ ระบุว่า "การปฏิรูปนโยบายการจัดหาเงินกู้ให้กลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำนั้น มีเป้าหมายที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่า ในระยะกลางนี้ไอเอ็มเอฟมีศักยภาพในการตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มประเทศรายได้ต่ำ โดยไอเอ็มเอฟจะจัดหาเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยให้กับประเทศกลุ่มนี้

นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟจะขยายเพดานการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ตามปกติเพิ่มขึ้นอีก 45% และจะลดข้อจำกัดที่เข้มงวดเพื่อให้ประเทศที่ยากจนที่สุดสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้"

นายฌอน โนแลน รองผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายของไอเอ็มเอฟ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า “การตัดสินใจปรับเพิ่มเพดานการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าคณะกรรมการไอเอ็มเอฟ อนุมัติการปล่อยกู้เพิ่มขึ้นในทุก ๆ โครงการ แต่จะเน้นไปที่การให้ความช่วยเหลือกลุ่มประเทศรายได้ต่ำ ด้วยการจัดหาเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย เพื่อให้ประเทศกลุ่มนี้มีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเพียงพอในการรับมือกับวิกฤตโควิด-19 และพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างเต็มศักยภาพในวันข้างหน้า”

ไอเอ็มเอฟ คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะมีการขยายตัว 6% ในปีนี้ อย่างไรก็ดี นางคริสตาลินา จอร์เจียวา ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า อัตราการขยายตัวในแต่ละประเทศยังคงมีความแตกต่างกัน โดยบางประเทศเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่บางประเทศเป็นไปอย่างล่าช้า

นอกจากนี้ นางจอร์เจียวาเตือนว่า เศรษฐกิจโลกจะไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ หากอัตราการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ไม่เพิ่มขึ้นมากกว่านี้ และหากอัตราการฉีดวัคซีนยังคงอยู่ในระดับปัจจุบันต่อไป โลกจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการยุติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายในสิ้นปี 2565


ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/950641

บก.ทท. แจ้งผลสอบ เอกสารขอสนับสนุนวัคซีนโมเดอร์นาจริง ชี้ เป็นการทำโดยพลการ ระบุไม่ได้รับมอบจากทางผบ.ทสส. จึงไม่ถือเป็นหนังสือที่ถูกต้อง พร้อมพิจารณาโทษทางวินัยกำลังพลดังกล่าว

พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพหนังสือ กรมสารบรรณทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ที่ กห 0312.3/218 ลง 23 ก.ค.64 เรื่อง ขอรับการสนับสนุนวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 Moderna ให้กับกำลังพลและครอบครัว นั้นทางกองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นการเร่งด่วน โดยผลการสอบสวนพบว่า ผู้อำนวยการกองพิธีการ กรมสารบรรณทหาร ได้ทำหนังสือเพื่อขอรับการสนับสนุนวัคซีนจริง เป็นการกระทำโดยพลการ ซึ่งผู้ที่ลงนามในหนังสือดังกล่าว ไม่ได้รับมอบอำนาจจาก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด จึงไม่ถือเป็นหนังสือที่ถูกต้อง และไม่ได้ส่งไปยังสภากาชาดไทย ซึ่งได้ถูกยกเลิกหนังสือดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้กองบัญชาการกองทัพไทยได้พิจารณาลงโทษทางวินัยแก่กำลังพลดังกล่าว

“บิ๊กตู่” เคาะโครงการนำร่อง 5G ต้นแบบบริการประชาชน

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G แห่งชาติ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน เห็นชอบการดำเนินโครงการนำร่องการพัฒนาย่านเทคโนโลยี 5G ต้นแบบสำหรับให้บริการประชาชน (5G District) จังหวัดเชียงใหม่ 

โดยโครงการนี้จะทำใน  2 ด้าน คือ ด้านการเดินทาง เน้นสร้างบริการผ่านการให้บริการในแอปพลิเคชันเดียว ทั้ง รถเมล์ รถแดง รถแท็กซี่รถตู้รับจ้าง รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถเช่า และรถรับจ้างอื่นๆ และด้านสุขภาพจัดตั้ง 5G Hospital ยกระดับอุปกรณ์การบริการทางการแพทย์พื้นที่ห่างไกลให้รองรับเทคโนโลยี 5G และใช้อุปกรณ์ Digital Health ต่าง ๆ เพื่อช่วยให้แพทย์ หรือ บุคลากรทางการแพทย์สามารถทำการวินิจฉัยอาการทางไกลได้

ขณะเดียวกันยังเห็นชอบโครงการ 5G Use Case ระบบในการคัดกรองและแจ้งเตือน สำหรับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เตรียมความพร้อมในการเปิดเศรษฐกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต โดยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นผู้ดําเนินการ พร้อมมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการบูรณาการระบบการลงทะเบียนนักท่องเที่ยวให้เป็นจุดเดียว เพื่อลดการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบและติดตามความคืบหน้าโครงการนำร่องการใช้ประโยชน์ 5G ของประเทศไทยในระระยะสั้น ได้แก่ โครงการนำร่องเกษตรดิจิทัลด้วยเทคโนโลยี 5G ณ ศูนย์ฝึกอบรมผาหมี จ.เชียงราย และโครงการนำร่องโรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital) ณ โรงพยาบาลศิริราช  โครงการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ในภาคอุตสาหกรรม 

องค์การเภสัชกรรม กับ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จํากัด ลงนามสัญญา ชื้อ-ขาย วัคซีนโมเดอร์นา 5 ล้านโดสแล้ว ทยอยส่งมอบให้ไทยได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้

นายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า วันนี้ ( 23 กรกฎาคม 2564 ) องค์การเภสัชกรรม และบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จํากัด ในนามบริษัท แซดพี เทอราพิวติกส์ ซิลลิค ฟาร์มา ประเทศไทย โดยมีนายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ร่วมเป็นสักขีพยาน ได้ลงนามในสัญญาซื้อ-ขาย อย่างเป็นทางการในการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 ของโมเดอร์นา จำนวนประมาณ 5 ล้านโดส โดยวัคซีนทั้งหมดจะทยอยนำเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2564 ต่อเนื่องไตรมาสที่ 1 ปี 2565 เป็นไปตามช่วงเวลาเดิมที่กำหนดไว้

ขณะเดียวกันโรงพยาบาลต่าง ๆ รวมทั้งสภากาชาดไทย ได้ทำการชำระเงินค่าวัคซีนครบถ้วนตามที่ได้รับการจัดสรร หลังจากนี้องค์การฯ จะได้ทำการชำระเงินให้แก่ บริษัท ซิลลิก ฟาร์มา จํากัด ต่อไป เพื่อให้ความมั่นใจว่าวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา จำนวนประมาณ 5 ล้านโดสนี้ จะเข้ามาประเทศไทยอย่างแน่นอน

“องค์การเภสัชกรรม ได้ปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ในการเป็นหน่วยงานภาครัฐทำหน้าที่จัดซื้อจัดหาวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา เพื่อให้ประชาชนได้มีวัคซีนทางเลือกเพิ่มขึ้น โดยนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 องค์การเภสัชกรรม ได้มุ่งมั่น ทุ่มเท ดำเนินการในทุกภารกิจทั้งด้านยา วัคซีน และเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ในการป้องกันต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขไทย เพื่อให้ประเทศไทยได้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้” ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวในตอนท้าย


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

กรมควบคุมโรคเผย ผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา 1 คน สามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ 5-8 คน ผู้สัมผัสใกล้ชิดมีอัตรการติดเชื้อร้อยละ 11.83

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ถึงวิธีการกักตัวที่บ้านว่า ในช่วงนี้ประเทศไทย ยังคงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่แสดงอาการป่วยและไม่แสดงอาการป่วย แต่สามารถแพร่เชื้อติดต่อไปยังคนอื่นได้ ทำให้จำนวนผู้สัมผัสกับผู้ติดเชื้อมีมากขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินการสอบสวนเพื่อควบคุมโรคในพื้นที่ หลังจากมีรายงานผู้ป่วยรายใหม่จากทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน พบว่าผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19 มีอัตราการติดเชื้อร้อยละ 11.83 ซึ่งยังอยู่ในอัตราที่สูง โดยเชื้อที่เป็นปัญหาหลักของไทยขณะนี้ คือสายพันธุ์เดลตาและอัลฟา ที่ติดต่อกันได้ง่าย ผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา 1 คน สามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ 5-8 คน ส่วนเชื้อสายพันธุ์อัลฟาแพร่ได้ 4-5 คน

นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า มาตรการที่จะสกัดกั้นการแพร่ระบาดให้ยุติโดยเร็วที่สุด เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ลดการเสียชีวิตและผลกระทบอื่น ๆ คือ การป้องกันการติดเชื้อและควบคุมไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปมากกว่านี้ จะต้องดำเนินการร่วมกันทุกฝ่ายไปในแนวทางเดียวกันอย่างเข้มข้น กรมควบคุมโรคจึงขอความร่วมมือประชาชนที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ติดเชื้อโควิดระหว่างที่ใช้ชีวิตประจำวัน ขอให้กักตัวเองที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน เป็นช่วงที่เชื้อฟักตัวเพื่อสังเกตอาการว่าติดเชื้อหรือไม่ สามารถดำเนินการได้ทั้งในบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ อาคารชุด เช่น หอพักคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ต่าง ๆ ทั้งประเภทอยู่คนเดียว หรืออยู่ร่วมกับครอบครัวหรือพักร่วมกับผู้อื่น สร้างความปลอดภัย ทั้งตนเองและคนในครอบครัว

นพ.โอภาส ให้ข้อแนะนำให้ปฏิบัติ ประกอบด้วย

1.) ให้จัดสถานที่พัก และอุปกรณ์เครื่องใช้ให้พร้อม เน้นแยกที่พักให้เป็นสัดส่วน เช่น ห้องนอน ที่นอน หากแยกไม่ได้ อาจใช้แผ่นกระดาษหรือพลาสติกกั้นห้องเพื่อแบ่งสัดส่วนชั่วคราว เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทสะดวก แยกของใช้ส่วนตัว แยกห้องน้ำ หากแยกไม่ได้ ให้ใช้เป็นคนสุดท้ายและทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทันที ทำความสะอาดฆ่าเชื้ออุปกรณ์ภายในบ้านด้วยน้ำผสมผงซักฟอก น้ำผสมน้ำยาฟอกขาว หรือแอลกอฮอล์ 70%

2.) เน้นการดูแลอนามัยส่วนบุคคล โดยล้างมือฟอกด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล 70 % ทุกครั้งก่อนและหลังสัมผัสสิ่งของที่ต้องใช้ร่วมกับคนอื่น ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ไม่คลุกคลีกับคนอื่น แยกซักเสื้อผ้าเอง และให้งดการสัมผัสหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยงชั่วคราว เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถติดไปกับขนสัตว์ได้เช่น แยกทานอาหาร หากให้ผู้อื่นจัดหาอาหารให้ ควรกำหนดจุดรับอาหารเพื่อป้องกันการสัมผัสโดยตรง กรณีใช้ชักโครก ให้ปิดฝาทุกครั้งก่อนกดชักโครก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ทิ้งขยะในถุงและมัดปากถุงให้แน่นก่อนนำไปทิ้งรวมกับขยะทั่วไป

3.) เฝ้าระวังอาการป่วยตนเองระหว่างกักตัว โดยใช้ปรอทตรวจวัดไข้ทุกวัน และสังเกตอาการผิดปกติ หากพบว่ามีไข้เกิน 37.5 องศาเซลเซียส และมีอาการไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก หอบเหนื่อย ตาแดง จมูกไม่ได้กลิ่นหรือลิ้นไม่รับรส มีผื่นขึ้น ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ท้องเสีย อาเจียน ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านหรืออาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ทันที เพื่อเข้าสู่ระบบการดูแลตามขั้นตอนต่อไป หากมีข้อสงสัยสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนควบคุมโรค โทร. 1422


ที่มา : https://www.thaipost.net/main/pdetail/110829


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

นางเจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ นักเขียน และคอลัมนิสต์ เผย สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐฯ ยอดผู้ติดเชื้อครบทั้ง 50 รัฐแล้ว

นางเจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ นักเขียน และคอลัมนิสต์ "แนวหน้าออนไลน์" คอลัมน์แก้ผ้าลุงแซม และในนามประชาชนคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนไทยที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกา โพสต์สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์เดลตาในสหรัฐอเมริกาว่า...

สำหรับคนไทยในอเมริกา

ตอนนี้พบสายพันธุ์เดลตาครบทั้ง 50 รัฐแล้ว

ยอดติดเชื้อพุ่งในรัฐทางใต้และเคาต์ตี้ที่มีอัตราฉีดวัคซีนต่ำ คือน้อยกว่า 50 % ของประชากร

กลุ่มเสี่ยงคือกลุ่มที่ไม่ยอมฉีดวัคซีน แต่คนที่ฉีดไฟเซอร์ โมเดอร์น่า และจอห์นสัน ก็สามารถติดโควิดได้เช่นกัน >> วัคซีนลดอาการป่วยหนักและตายได้

แต่มีกรณีเคสคนฉีดวัคซีนแล้ว หากมีโรคประจำตัว ก็ยังเสี่ยงเสียชีวิตจากโควิด >> แต่อัตราการตายจะน้อยกว่าไม่ฉีด

การฉีดวัคซีนครบโดส และการป้องกันตัวเองจึงดีที่สุด

อเมริกาถอดหน้ากากเพราะการ์ดตก คนที่ไม่ฉีดก็เนียนถอดหน้ากากผสมโรง

การพบเดลตาครบทั้ง 50 รัฐ เป็นสัญญาณว่าระลอกใหม่เกิดขึ้นสักพักแล้ว

ขณะนี้แอลเอประกาศให้ใส่หน้ากากทุกคน

ไม่ว่าจะฉีดหรือไม่ฉีดวัคซีน

ดูแลตัวเองกันเถอะ

ขอให้เพื่อน ๆ ทุกคนปลอดภัย


ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10219879353317723&id=1337643342


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top