Wednesday, 10 June 2026
NEWS FEED

"หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ " เสด็จบำเพ็ญกุศล (เป็นการส่วนพระองค์) ประทานเทียนพรรษา เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาประจำปี 2564

หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ เสด็จบำเพ็ญกุศล (เป็นการส่วนพระองค์) ประทานเทียนพรรษาเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2564 ถวายเป็นพุทธบูชานำเชิญถวายวัด ที่พักสงฆ์ สำนักปฏิบัติธรรม 108 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่ออุทิศถวายแด่บูรพกษัตริยาธิราชเจ้าทุก ๆ ราชวงศ์ และทรงอุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ พระเจ้าวรวงค์เธอฯ กรมหมื่นภาณุพงษ์พิริยะเดช (เสด็จพ่อ) เนื่องในวันสิ้นพิตักษัย (22 กรกฎาคม 2477)

ทั้งนี้ทรงกรุณาให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาฯ หัวหน้าหน่วยราชการ ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมดังนี้

ทรงกรุณา เสด็จถวายด้วยพระองค์เอง จำนวน 12 วัด อาทิ วัดแก้วฟ้า อ.บางกรวย จ.นนทบุรี / วัดเขาปกล้น อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี /วัดเขาอุดมพร อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ / สำนักสงฆ์พิมานทิพย์วนาราม อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ฯลฯ

ทรงกรุณา ให้สำนักงานเลขานุการในองค์ฯ จัดส่งถวายในนามส่วนพระองค์ จำนวน 14 วัด อาทิ วัดถ้ำผาพญานาคราช อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี / วัดบ้านน้อย อ.โพทะเล จ.พิจิตร / วัดเหล่าน้อย อ.เถิน จ.ลำปาง วัดบ้านผึ้ง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ฯลฯ

ทรงกรุณา ให้ "นายนพรัตน์ ฉัตรเพชรตระการ" หัวหน้าสำนักงานและผู้ช่วยเลขานุการในองค์ฯ นำเชิญถวายจำนวน 25 แห่ง อาทิ วัดราชวารี อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด / วัดมิ่งเมือง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด วัดบ้านเหล่างิ้ว อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด / วัดโคกล่าม อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ฯลฯ

ทรงกรุณา ให้ "ดร.พนธ์พันธ์ เลิศจันทรางกูร" ผู้ช่วยเลขานุการในองค์ฯ นำเชิญถวายจำนวน 25 แห่ง อาทิ วัดอรุณสวัสดิ์ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด / วัดบ้านหัน อ.เมือง จ.มหาสารคาม / วัดโพธิ์ทอง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด / วัดป่าเหล่าหลวงอุดมธรรม อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด / วัดบ้านโนนโพธิ์ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ฯลฯ

ทรงกรุณา ให้ "นายศิริชัย ถนัดค้า" นำเชิญถวายจำนวน 10 แห่ง อาทิ วัดบ้านสวนมอน อ.จตุรพักตร์พิมาน จ.ร้อยเอ็ด / วัดสว่างหนองแวง อ.จตุรพักตร์พิมาน จ.ร้อยเอ็ด / วัดสุทัศ อ.จตุรพักตร์พิมานจ.ร้อยเอ็ด / วัดป่าจตุรพักตร์พิมาน อ.จตุรพักตร์พิมาน จ.ร้อยเอ็ด ฯลฯ

และทรงกรุณา ให้หัวหน้าหน่วยราชการ และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วม นำเชิญถวายจำนวน 22 แห่ง อาทิ วัดดับภัย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ / วัดธรรมมิการาม อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี / วัดศรีดอนมูล อ.เกาะคา จ.ลำปาง / วัดเขาสุกิม อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี / สำนักสงฆ์ป่าไกรราช อ.แกลง จ.ระยอง / วัดทองเลื่อน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง / วัดพระปรางค์สามยอด อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ฯลฯ

จากนั้น "ดร.กรองแก้ว สุรเสียง" เลขานุการชมรมรักษ์พระบรมธาตุแห่งประเทศไทย ได้จัดถวายพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อเชิญประทานแด่ วัดสว่างภพ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และวัดทองจันทริการาม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้เป็นการต่อไป และเพื่อสืบให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจแก่ชาวบ้านในพื้นที่ และญาติโยมของวัดให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ สืบไป

ในการนี้ "นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย" เลขานุการในองค์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ กล่าวว่าด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระบูรพกษัตริยาธิราชเจ้าทุก ๆ พระองค์ ทุก ๆ ราชวงศ์ ที่ทรงมีคุณูประการก่อร่างสร้างบ้านแปงเมืองให้เป็นปึกแผ่น ทั้งที่แต่เดิม ต่างมีเชื้อชาติ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ภาษา ที่แตกต่างกัน แต่ท้ายที่สุดปัจจุบันก็ได้เข้าร่วมเป็นขอบเขตพัทธสีมาประเทศในสุวรรณปัฐพีเดียวกัน ขอพละบุญ อานิสงค์แห่งทานบารมีครั้งนี้โปรดปกปักรักษาให้ประเทศชาติ และประชาราชฎร์ทุกหมู่เหล่า พ้นวิกฤตปัญหาการแพร่เชื้อโรคระบาดโคโรน่าไวรัส (โควิด-19) ไปได้ด้วยดี และกลับมารัก สามัคคี ช่วยกันผลักดันประเทศชาติ บ้านเมืองให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และรุ่งเรือง สืบไป

ผบ.ทบ. สั่งปรับเครื่องบินลำเรียง C295 เป็นยานพาหนะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ทางอากาศยานกลับภูมิลำเนา ในพื้นที่ห่างไกลจากกทม.

เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่กองทัพบกได้ให้การสนับสนุน การเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่มีอาการ (สีเขียว) กลับภูมิลำเนาเพื่อไปรักษาตัว โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข, สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.), กอ.รมน.จังหวัด ตามนโยบายพาคนกลับบ้านของนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สอดคล้องกับแนวทางที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งการให้หน่วยทหารนำขีดความสามารถและทรัพยากรที่กองทัพบกมีอยู่มาช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์โควิด-19 ทุกวิถีทาง

โดยในส่วนของการกระจายผู้ป่วยกลับไปรักษายังภูมิลำเนา เพื่อลดปริมาณผู้ป่วยสะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และกองทัพบกได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไกของศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก กองทัพภาค และกรมแพทย์ทหารบก ดำเนินการตั้งแต่ 12 กรกฎาคม 2564

ล่าสุด ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการเพิ่มเติมให้นำ อากาศยานของกองทัพบก คือ “เครื่องบินลำเลียงแบบ 295” C295 มาเป็นยานพาหนะในการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อทางอากาศไปส่งยังภูมิลำเนาทั่วประเทศ เน้นการใช้ส่งป่วยไปยังจังหวัดพื้นที่ห่างไกลจาก กทม.และที่ต้องใช้เวลานานหากเดินทางด้วยรถยนต์ ซึ่งขณะนี้กองทัพบกได้มีการปรับแต่งระบบต่าง ๆ ของอากาศยานเพิ่มเติม ปรับปรุงห้องโดยสารให้เหมาะสมกับสภาพผู้ป่วยติดเชื้อให้สามารถรองรับภารกิจได้ ครอบคลุมเรื่องการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ, ระบบความปลอดภัย, ปรับระบบควบคุมการไหลเวียนอากาศและระบบกรองอากาศ, การติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อการสื่อสาร คำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้ป่วย รวมถึงความพร้อมของบุคลากร นักบิน ช่างเครื่อง จัดทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่พยาบาล ดูแลติดตามอาการของผู้ป่วยในระหว่างเดินทางให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยเวชศาสตร์การบิน เป็นต้น

และเพื่อให้พร้อมในทุกระบบ “ทีมลำเลียงผู้ติดเชื้อ Covid-19 ทางอากาศกองทัพบก” ( Covid-19 Aero Medical Evacuation Army Team : ArmCAME ) จากกรมการขนส่งทหารบก พร้อมด้วยแพทย์เวชศาสตร์การบินจากกรมแพทย์ทหารบก ได้นำ “เครื่องบินลำเลียงแบบ 295” ที่ดัดแปลงเป็นยานพาหนะส่งป่วย ขึ้นบินทดสอบระบบ และซักซ้อมการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ตั้งแต่การรับและนำผู้ป่วยขึ้นเครื่อง, การจัดการสัมภาระ, แนะนำขั้นตอนการปฏิบัติตน จนถึงการลำเลียงผู้ป่วยเมื่อถึงปลายทาง และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในอากาศยานเมื่อจบภารกิจโดยกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ซึ่งการบินทดสอบดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อากาศยานและกระบวนการบริหารจัดการผู้ป่วยมีความพร้อมรองรับภารกิจได้อย่างเหมาะสม

สำหรับ "เครื่องบินลำเลียงแบบ 295” เป็นอากาศยานประจำการที่กองทัพบกใช้ในภารกิจป้องกันประเทศ เช่น การเคลื่อนย้ายกำลังทหาร ยุทโธปกรณ์และ สิ่งอุปกรณ์ ภารกิจการฝึกศึกษาทางทหาร เช่น หลักสูตรส่งทางอากาศ การกระโดดร่ม การฝึกร่วม/ผสม ภารกิจส่งกลับสายแพทย์ และการบรรเทาสาธารภัย ซึ่งการนำ “เครื่องบินลำเลียงแบบ 295” มาดัดแปลงใช้ในการส่งผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา ทำให้ประหยัดเวลาการเดินทางไกล ลดความเหนื่อยล้า สามารถส่งผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นการนำยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งภารกิจด้านการทหารและการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ COVID-19 ทั้งนี้ ผู้ป่วย COVID-19 (สีเขียว) ที่มีความประสงค์จะกลับไปรักษายังภูมิลำเนา สามารถติดต่อไปยัง ศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิดกองทัพบก (กทม.) โทร. 02-270-5685-9 ได้ตลอด 24 ชม


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

กัมพูชาติดเชื้อโควิดเพิ่ม 790 ราย รัฐบาลสั่งปิดตลาดชั่วคราว 14 วัน

วันนี้กัมพูชายืนยันมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม อีก 790 คน ทำให้ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อทั้งหมดรวม 67,971 คน ล่าสุด ที่กรุงพนมเปญตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในตลาดหลายแห่ง รัฐบาลจึงสั่งปิดตลาดชั่วคราว เป็นเวลา 14 วัน จนถึงวันที่ 26 ก.ค. เพื่อป้องกันการระบาดเพิ่มเติม

คุณเยี่ยมศรี อุบลพงษ์ ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพสาขากัมพูชา มีโอกาสเดินผ่าน Kandal Market หนึ่งในตลาดที่ถูกปิดเลยเก็บภาพบรรยากาศการปิดตลาดมาฝาก พร้อมเล่าว่าที่กัมพูชา ถ้าบริเวณไหน หรือบ้านไหนมีคนติดโควิด-19 ทางการกัมพูชาก็จะนำสายคาดสีเหลืองดำแบบนี้มาปิดล้อมสถานที่นั้น ๆ เอาไว้ แบบที่เห็นในภาพ


ที่มา : https://www.facebook.com/111389082537287/posts/1502248920117956/

ภาพและข้อมูล : เยี่ยมศรี อุบลพงษ์ ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพสาขากัมพูชา (ณ กรุงพนมเปญ)


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

สำนักข่าวซินหัวรายงาน งานวิจัยจากนอร์ธเวสเทิร์น เมดิซิน (Northwestern Medicine) สถาบันดูแลสุขภาพในนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ของสหรัฐฯ พบการดื่มกาแฟและการบริโภคผักปริมาณมากอาจช่วยป้องกันการป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้

23 กรกฎาคม 2564 สำนักข่าวซินหัวรายงาน งานวิจัยจากนอร์ธเวสเทิร์น เมดิซิน (Northwestern Medicine) สถาบันดูแลสุขภาพในนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ของสหรัฐฯ พบการดื่มกาแฟและการบริโภคผักปริมาณมากอาจช่วยป้องกันการป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้

คณะนักวิจัยใช้ข้อมูลจากยูเค ไบโอแบงก์ (UK Biobank) ฐานข้อมูลชีวการแพทย์และทรัพยากรการวิจัยของสหราชอาณาจักร ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ถูกบันทึกในปี 2006-2010 กับการป่วยโรคโควิด-19 ช่วงเดือนมีนาคม-ธันวาคม 2020 ซึ่งยังไม่มีวัคซีนป้องกัน โดยให้ความสนใจกับองค์ประกอบในอาหาร รวมถึงการรับประทานกาแฟ ชา ผัก ผลไม้ ปลาที่มีไขมัน เนื้อสัตว์แปรรูป และเนื้อแดง

การวิจัยพบว่าร้อยละ 17 ของผู้รับการตรวจโรคโควิด-19 จำนวน 37,988 คน ซึ่งเข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้ มีผลตรวจโรคเป็นบวก

คณะนักวิจัยพบว่าการดื่มกาแฟมากกว่า 1 แก้วต่อวัน สัมพันธ์กับความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสฯ ลดลงราวร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับการดื่มกาแฟน้อยกว่า 1 แก้วต่อวัน ส่วนการบริโภคผักปรุงสุกหรือผักดิบอย่างน้อย 0.67 หน่วยบริโภคต่อวัน (ยกเว้นมันฝรั่ง) สัมพันธ์กับความเสี่ยงติดเชื้อลดลง ขณะที่การบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูปเพียง 0.43 หน่วยบริโภคต่อวัน สัมพันธ์กับความเสี่ยงติดเชื้อสูงขึ้น นอกจากนั้นการได้รับน้ำนมแม่ตั้งแต่เด็กลดความเสี่ยงติดเชื้อลงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่เคยได้รับน้ำนมแม่

อย่างไรก็ดี คณะนักวิจัยยังไม่ทราบแน่ชัดถึงกลไกเชื่อมโยงระหว่างองค์ประกอบในอาหารและโรคโควิด-19

“กาแฟเป็นแหล่งคาเฟอีน แต่อาจมีสารประกอบอื่นอีกหลายสิบชนิดที่อาจเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ดังกล่าวที่เราพบ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อแปรรูปที่ไม่ใช่เนื้อแดงกับความเสี่ยงติดเชื้อที่สูงขึ้นบ่งชี้ปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องเนื้อสัตว์” มาริลิน คอร์เนลีส ผู้เขียนอาวุโส และผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์ป้องกันจากสถาบันยาฟีนเบิร์ก มหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น กล่าว

การวิจัยเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ส่วนใหญ่ในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่ปัจจัยส่วนบุคคลที่ได้รับการประเมินหลังมีผลตรวจโรคโควิด-19 เป็นบวก

อนึ่ง นอร์ธเวสเทิร์น เมดิซิน เป็นความร่วมมือระหว่างนอร์ธเวสเทิร์น เมโมเรียล เฮลธ์แคร์ (Northwestern Memorial HealthCare) และภาควิชาแพทยศาสตร์ฟีนเบิร์ก มหาวิทยาลัยฯ ซึ่งทำหน้าที่วิจัย ฝึกสอน และดูแลผู้ป่วย ขณะที่งานวิจัยฉบับนี้ถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์มหาวิทยาลัยฯ เมื่อวันจันทร์ (19 ก.ค.) และวารสารนูเทรียนส์ (Nutrients)


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“ทัพฟ้า” ระดมสรรพกำลังสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล จัดตั้งรพ.สนามเพิ่มรองรับปชช.ที่ติดเชื้อโควิด-19

พล.อ.ท.ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 ) ในขณะนี้ พล.อ.อ. แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ )ผบ.ทอ.) มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน จึงสั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการพลเรือน-ทหาร ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ (ศป.พรท.ศบภ.ทอ.) ระดมสรรพกำลังเข้าสนับสนุน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ตลอดจนสนับสนุนอาคารสถานที่ และยุทโธปกรณ์ให้กับหน่วยงานด้านสาธารณสุขอย่างสุดความสามารถ

ที่ผ่านมากองทัพอากาศได้ดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามของกองทัพอากาศ ในหลายพื้นที่ ตลอดจนการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ให้กับโรงพยาบาลสนามเพื่อเตรียมรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในแต่ละพื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ โดยปัจจุบันได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศสนับสนุนรัฐบาลแล้ว 4 แห่ง จำนวน 772 เตียง และอยู่ระหว่างการจัดตั้ง 1 แห่ง จำนวน 100 เตียง ได้แก่ 

1.โรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ (ดอนเมือง) ณ อาคารฝึกและทดสอบสมรรถภาพทหารอากาศ 2 (สนามกีฬาจันทรุเบกษา) สามารถรองรับผู้ติดเชื้อทั้งประชาชนและกำลังพลของกองทัพอากาศ จำนวน 150 เตียง

2.โรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ โรงเรียนการบิน จังหวัดนครปฐม ณ หอผู้ป่วยโรงพยาบาลสนาม 1 สามารถรองรับผู้ติดเชื้อ จำนวน 150 เตียง 

3.โรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ โรงเรียนการบิน จังหวัดนครปฐม ณ หอผู้ป่วยโรงพยาบาลสนาม 2 สามารถรองรับผู้ติดเชื้อ จำนวน 72 เตียง

4.โรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ (กองบิน 2) จังหวัดลพบุรี สามารถรองรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการและสามารถดูแลตัวเองได้ (กลุ่มสีเขียว) จำนวน 400 เตียง

5. โรงพยาบาลสนามบีดีเอ็มเอส สนามกีฬา ทอ.(ธูปะเตมีย์) ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงอาคารสถานที่และติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์  สามารถรองรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการไม่รุนแรง แต่มีอาการเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว มีความเสี่ยงหรือมีโรคร่วมที่สำคัญ (กลุ่มสีเหลือง) จำนวน 100 เตียง โดยกำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 28 ก.ค.

ซึ่งในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามดังกล่าว กองทัพอากาศได้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสาร บริการเครื่องนอนและวัสดุอุปกรณ์ การบริการอาหาร พร้อมยานพาหนะรับผู้ป่วยและส่งผู้ที่รักษาหายแล้วกลับภูมิลำเนา โดยได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 ให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา มีคำสั่งมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในโรงงานอุตสาหกรรม

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงทรา ระบุว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทราได้มีคำสั่งมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในโรงงานอุตสาหกรรม ดังนี้

1.) ห้ามแรงงานของโรงงานในฉะเชิงเทราเดินทางไป-กลับจากพื้นที่สีแดงเข้ม (กทม. นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา และชลบุรี)

2.) โรงงานในจังหวัดฉะเชิงเทราที่ต้องใช้แรงงานไป-กลับจากพื้นที่สีแดงเข้มต้องจัดหาที่พักให้แรงงานเหล่านั้นในจังหวัดฉะเชิงเทรา

3.) โรงงานต้องทำแผนรองรับการเกิดโรคระบาดเป็นกลุ่มก้อนในโรงงานส่งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อดำเนินการ แผนจัดการควบคุมดูแลแรงงาน, แผนการเดินทางของแรงงาน, แผนป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่ทำงาน, แผนการเตรียมการฉุกเฉิน เช่น การตั้งรพ.สนาม สถานที่พักคอย สถานกักกันผู้มีความเสี่ยง

นอกจากนี้ มีคำสั่งให้ปิดสถานที่เพิ่มเติม ได้แก่ สถานบริการควบคุมน้ำหนัก คลินิกเสริมความงาม สนามกีฬาทุกประเภท สถานที่บริการจัดประชุม/จัดเลี้ยง สระน้ำเพื่อการเล่นกีฬา/กิจกรรมสันทนาการทางน้ำ สถานที่ท่องเที่ยวของราชการและเอกชน (ทั้งเก็บและไม่เก็บค่าบริการ) ลานกีฬา สถานที่แสดงมหรสพ/การละเล่นสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก/เด็กก่อนวัย ร้านเสริมสวย ร้านตัดผม ร้านทำเล็บ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์

ส่วนตลาดนัด เปิดถึง 2 ทุ่ม เฉพาะส่วนที่ขายอาหารหรือวัตถุดิบเพื่อการบริโภค

หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาทจำคุกไม่เกินสองปีหรือทั้งจำทั้งปรับหากฝ่าฝืนและพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ปิดโรงงานอย่างน้อย 14 วัน

สถานการณ์โควิด-19 ของจังหวัดฉะเชิงเทรา วันที่ 23 ก.ค. 64 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 343 ราย เสียชีวิต 1 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมรวม 6,994 ราย เสียชีวิตรวม 44 ราย


ที่มา : https://www.facebook.com/pr8riew/photos/a.110855913751864/374532814050838/


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

คนดังชาวออสเตรเลีย แพร่ 'เดลตา' ไม่รู้ตัวในงานปาร์ตี้ จากฉีดโมเดอร์นากลายเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์

อินฟลูเอนเซอร์ออสเตรเลียที่อาศัยในสหรัฐฯ กลายเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ จัดปาร์ตี้ขณะติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาไม่รู้ตัว แม้ฉีดวัคซีนโมเดอร์นาแล้ว

กรณีตัวอย่างที่ตอกย้ำว่าการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว ไม่ได้หมายความเสี่ยงติดเชื้อจะหมดไป และเมื่อติดแล้วก็ยังสามารถแพร่เชื้อต่อได้ หากละเลยมาตรการป้องกันส่วนบุคคล เหมือนกรณีของนาย แอนโทนี เฮสส์ (Anthony Hess) ชายชาวออสเตรเลีย ที่ยอมรับว่า ตนเองเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ไวรัสโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา หลังจากจัดปาร์ตี้โดยไม่รู้ตัวว่าติดเชื้ออยู่ และได้แพร่เชื้อต่อไปอีกอย่างน้อย 60 คน จำนวนนี้ 20 คนเป็นผู้ติดเชื้อยืนยัน อีก 40 คนแสดงอาการ

เฮสส์ ซึ่งสื่อในออสเตรเลียระบุว่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่ง ไม่ก็ระบุว่าเป็นหนุ่มสังคมที่มีชื่อเสียงไม่ค่อยดีนัก เป็นที่รู้จักในฐานะเพื่อนของสเตซี แฮมป์ตัน ดาราจากรายการดัง Married At First Sight พำนักในนครลอสแองเจลิสมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดย เดอะ เดลีย์ เมล์ ออสเตรเลียระบุว่า เฮสส์ วัย 40 ปี ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีในสหรัฐฯ หลังเริ่มผ่อนคลายมาตรการคุมโควิด-19 เขาฉีดวัคซีนโมเดอร์นาแล้ว 2 เข็มที่สหรัฐฯ

ขณะจัดปาร์ตี้สุดสัปดาห์ วันที่ 9-11 ก.ค. เขาไม่รู้ตัวเลยว่าติดไวรัส เพิ่งมามีอาการช่วงกลางสัปดาห์ที่แล้ว และเขาก็ไม่รู้ว่าแพร่เชื้อไปให้อีกกี่คน รู้แต่สัมผัสกับคนจำนวนมาก อาจเป็นร้อย!!

เขารู้สึกผิดมาก เมื่อเพื่อนหลายสิบคนส่งข้อความไปบอกว่าพวกเขามีอาการ!!

หลังผลตรวจพบเป็นผลบวก เขานอนซมบนเตียง 4 วัน กินอะไรไม่ได้ เหงื่อออกเยอะมาก รู้สึกเหมือนกำลังจะตาย น้ำหนักลงฮวบ นอกจากนี้ยังมีอาการทั่วไป เช่น เจ็บคอ ไอแห้ง หายใจลำบากและคัดจมูก ทว่าหากไม่ฉีดวัคซีน อาการคงหนักกว่านี้...

เหตุที่แชร์ประสบการณ์ของตัวเอง เพราะอยากให้เป็นตัวอย่างว่าการแพร่เชื้อสายพันธุ์เดลตาโดยไม่รู้ตัวนั้น เกิดขึ้นง่ายมาก โดยเฉพาะในออสเตรเลีย ที่มีประชากรเพียง 11% เท่านั้นที่ได้รับวัคซีนแล้ว

“หลายคนในออสเตรเลียยังคิดว่าไม่ร้ายแรง แต่ไม่ใช่เลย แอลเอกำลังกลับมาเข้มงวด ไวรัสแพร่ไวมาก ไม่มีใครรู้ว่าใครมีเชื้ออยู่ ผู้คนกำลังล้มตาย เขาเองไม่ได้เคร่งครัดเช่นกันจนกระทั่งเกิดกับตัวเอง" เฮสส์บอกอีกว่า "ดูเหมือนสายพันธุ์เดลตาเอาชนะวัคซีนโควิดได้ เพราะคนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อจากเขา ฉีดวัคซีนแล้ว เวลานี้วิตกว่าอาจจะเกิดการระบาดใหญ่"


ที่มา: https://www.komchadluek.net/news/foreign/475572

https://www.news.com.au/world/coronavirus/australia/australian-socialite-spreads-coronavirus-to-dozens-after-full-vaccination/news-story/8423ab0f07ebc646c665b23378d226f3


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

แจง “อนุทิน” ลงพื้นที่ชุมชน กทม. กลางดึกเป็นการปรับแนวทางทำงาน เร่งดูแลกลุ่มเปราะบางคนไร้บ้าน  ตามนโยบาย”บิ๊กตู่” ”ย้ำ”ประชาชนต้องไม่ถูกทอดทิ้ง ประสานหน่วยฉุกเฉินรับผู้ป่วยอาการหนักรับการรักษาเร็วที่สุด พร้อมตรวจ Rapid Test ให้ผู้ประสงค์ตรวจหาเชื้อโควิด 

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจากการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พร้อมคณะด้วย ลงพื้นที่เพื่อดูความเรียบในการดูแลประชาชนผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาการไม่รุนแรงที่แยกกักที่บ้าน(Home isolation) และแยกกักในชุมชน (Community isolation) รวมถึงติดตามสถานการณ์ผู้ป่วยในชุมชนแออัด พื้นที่ที่มีคนไร้บ้านพักอาศัย หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น เป็นส่วนหนึ่งของการปรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ ให้รับกับนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ให้ทุกฝ่ายเร่งดำเนินแนวทุกแนวทางทางอย่างเต็มที่ เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อ จำนวนผู้รอคอยการรักษาอยู่ที่บ้าน รวมถึงจะต้องไม่เกิดกรณีเสียชีวิตบนท้องถนนของประชาชนอีก จะต้องไม่มีประชาชนที่ถูกทอดทิ้ง  

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า  การลงพื้นที่ชุมชนในกรุงเทพฯ ครั้งนี้เป็นเพียงครั้งแรก หลังจากนี้จะยังมีการลงพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่ในลักษณะเดียวกันนี้อย่างต่อเนื่อง โดยรูปแบบการทำงานจะมีการเลือกชุมชนเป้าหมายผ่านฐานข้อมูลของสถาบันแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) ว่าพื้นที่ใดมีการขอประสานไปรับตัวผู้ป่วยอยู่หนาแน่น ทีมเจ้าหน้าที่จะเข้าไปดูทั้งในแง่การตรวจดูอาการ มอบยาและเวชภัณฑ์ แนะนำกรณีการรักษาตัวอยู่ที่บ้านกรณีผู้ที่มีอาการไม่มาก
ส่วนกรณีที่มีอาการมากก็ประสานส่งตัวเข้ารับการรักษา ณ จุดพักคอย โรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลบุษราคัม หรือโรงพยาบาลทั่วไป ตามระดับอาการ ซึ่งในการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้มีการรับตัวผู้ป่วยส่งไปยังโรงพยาบาล 4ราย  และส่วนหนึ่งจะมีการตรวจด้วยวิธี Rapid Antigen Test  ให้กับประชาชนในพื้นที่นั้นๆ ที่ประสงค์ตรวจหาเชื้อโควิด-19ด้วย

“การลงพื้นที่ของรองนายกรัฐมนตรีและคณะในครั้งนี้ไม่ได้มีกำหนดการไว้ล่วงหน้า แต่เนื่องมาจากรองนายกรัฐมนตรีประสงค์ให้มีการปรับการทำงานเพื่อการดูแลประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่นคนไร้บ้าน คนในชุมชนแออัด ให้มากที่สุด ซึ่งรูปแบบการทำงานของทีมเจ้าหน้าที่จะมีศูนย์กลางอยู่ที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ มีการเลือกพื้นที่จากฐานข้อมูล สพฉ. จากนั้นลงพื้นที่ทั้งตรวจเยี่ยม มอบยา รับผู้ป่วยอาการหนัก และตรวจ rapid test   ให้กับประชาชนที่พบเจอ โดยจะดำเนินการรูปแบบนี้จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น โดยมีเป้าหมายคือการเข้าไปดูแลกลุ่มเปราะบางให้มากที่สุด ไม่ให้เกิดกรณีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนที่เป็นทั้งความสูญเสียของครอบครัวผู้เสียชีวิตและสร้างความสะเทือนใจให้ประชาชนอีก” น.ส.ไตรศุลี กล่าว  

'บิ๊กอู๊ด' พล.ต ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.รวมพลัง​ #อู๊ดคอนเนคชั่น​ #ทำบุญใหญ่มอบอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจให้โรงพยาบาลตำรวจ

พล.ต ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.นำหน่วยงาน สตม.จับมือหน่วยงานเอกชน บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์กล๊าส จำกัด ทำบุญสุดยิ่งใหญ่ต่อชีวิตและลมหายใจให้ผู้ป่วยใน รพ.ตำรวจ

วันนี้ (22 ก.ค. 64) เวลา 14.00 น. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม.ในฐานะ โฆษก สตม. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภานุวัฒน์ ร่วมรักษ์ ผบก.อก.สตม. ร่วมกับ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) มอบเครื่องช่วยหายใจจำนวน 4 เครื่อง ให้แก่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ป่วยภาวะฉุกเฉินและวิกฤต โดยมี พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ เป็นตัวแทนรับมอบ ณ ชั้น ๒ อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ                          

ทางด้าน พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 ในฐานะรองโฆษก สตม. กล่าวเพิ่มเติมว่า  ทาง พล.ต ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.มีความห่วงใยประชาชนทั้งชาวไทยและเทศ ที่อยู่ในประเทศไทยเนื่องจากสถานการณ์โควิด เครื่องช่วยหายใจมีความสำคัญมากในสถานการณ์วิกฤติโควิด 19 เป็นอย่างมาก จึงพยายามที่จัดโครงการมอบของทั้งในส่วนอุปโภคและบริโภคอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นโครงการ ตม.ปันน้ำใจสู้ภัยโควิด 19 / โครงการตู้ปันสุข ของ สตม.ทั้ง76 จังหวัด และ กรุงเทพ เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีพได้ต่อไปได้ และเราจะก้าวข้ามวิกฤติ โควิด 19 ให้ได้ไปด้วยกัน  

ขอให้ประชาชนร่วมมือร่วมใจกันและให้กำลังใจกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและเชิดชูหน่วยงานเอกชนที่มาช่วยเหลือแรงกายแรงใจแรงทรัพย์ในการร่วมบริจาคด้วย โดยหากสนใจดูภารกิจและกิจกรรมต่างๆ​ ของ​ สตม.สามารถเข้าไปดูและเยี่ยมชมเวปไซต์ได้ที่ www.immigration.go.th เพื่อเป็นเเนวร่วมและอีกหนึ่งแรงใจได้เสมอ

'นฤมล'​ ส่งทีมงานนำข้าวกล่องส่งแคมป์ก่อสร้าง บรรเทาความเดือดร้อน

(วันที่ 22 กรกฎาคม 2564)​ ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายทีมงาน นำข้าวกล่องช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มแคมป์คนงานก่อสร้าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ศาสตราจารย์ นฤมล กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบันมีอัตราการแพร่ระบาดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบไม่สามารถประกอบอาชีพ หารายได้ดูแลตนเองและครอบครัวได้ ต้องหยุดงาน โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานก่อสร้าง ที่ต้องกักตัวอยู่ในแคมป์ก่อสร้าง ซึ่งมีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน สนับสนุนเครื่องใช้อุปโภคบริโภค เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ในวันนี้ได้มอบหมายให้ทีมงานนำข้าวกล่อง ไปมอบให้แก่แรงงานในแคมป์ก่อสร้าง รวม 5 แคมป์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบกิจการ บริษัท ห้าง ร้านค้าและบุคคลต่างๆ  โดยทีมงานจะนำข้าวกล่องไปส่งมอบตามจุดต่างๆ ในแคมป์ก่อสร้าง ตั้งแต่วันนี้ จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2564 

รมช.กล่าวต่อว่า แคมป์ก่อสร้างที่ส่งมอบข้าวกล่องแล้วในวันนี้ ได้แก่

จุดที่ 1 แคมป์คนงาน บริษัท ทวีพรเทคโนโลยี จำกัด บริเวณข้างโรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ ถนนพระรามที่ 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม

จุดที่ 2 แคมป์คนงาน บริษัท ซินเท็ค เทคโนโลยี คอนสตรัคชั่น จำกัด บริเวณซอยมไหสวรรย์ 6 ถนนพระรามที่ 3 แขวง/เขต บางคอแหลม

จุดที่ 3 แคมป์คนงาน บริษัท ซินเท็ค จำกัด (มหาชน) บริเวณสามแยกยานนาวา แขวงบางโพงพาง เขตยานาวา

จุดที่ 4 แคมป์คนงาน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการยานนาเวศ ภายในบริเวณโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการยานนาเวศ  ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร

และจุดที่ 5 แคมป์คนงาน บริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บริเวณข้างหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน

“ต้องขอขอบคุณผู้ประกอบการ บริษัท ห้าง ร้าน ที่สนับสนุนข้าวกล่องให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดในครั้งนี้  ความช่วยเหลือของทุกภาคส่วนจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ทั้งแพทย์ พยาบาล ประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการในด้านต่างๆ เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน” 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top