Sunday, 18 October 2026
NEWS FEED

‘อนุทิน’ ยันตุลาฯ ประชาชน ได้บูสต์เข็ม 3 ลั่น โควิดลามภูเก็ต ไม่กระทบแผนเปิดประเทศ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ จ.ภูเก็ต ตามนโยบาย “ภูเก็ต แซนด์บอกซ์” ที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 กว่า 200 ราย ว่า เราต้องเร่งควบคุมสถานการณ์โควิด-19 มีข้อสั่งการในที่ประชุมอีโอซีของ สธ.ช่วงเช้าวันนี้ ซึ่ง นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดสธ. ก็รับนโยบายเกี่ยวกับภูเก็ต แซนด์บอกซ์ และจังหวัดใกล้เคียง สิ่งที่เร่งด่วนคือ ให้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ผู้ที่เดินทางเข้าพื้นที่ทุกคน เพราะเขาเข้ามาสร้างรายได้ และเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับเกาะภูเก็ตที่เป็นเหมือนห้องรับแขกของประเทศไทย ส่วนการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 สำหรับผู้ที่ฉีดซิโนแวคครบ 2 เข็ม ตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค. - พ.ค.64 ทาง นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ก็รายงานว่าสามารถดำเนินการฉีดได้แล้ว ก็นำไปฉีดที่ภูเก็ต ซึ่งก็เหมือนการฉีดให้ประชาชนทั่วไปด้วยไม่ใช่แค่ที่ภูเก็ตอย่างเดียว

“อย่างที่ผ่านมา เราฉีดเข็ม 3 ให้บุคลากรทางการแพทย์แล้วกว่า 5 แสนคน ตอนนี้ก็จะเหลือประชาชนทั่วไปอีกราว ๆ 2 ล้านคนต้น ๆ ที่เราจะเริ่มฉีดได้ในเดือน ต.ค.64 จึงขอให้ประชาชนที่ถึงคิวรับวัคซีนก็ขอให้ไปรับด้วย ช่วยกันเพื่อทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ของประเทศ” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า สถานการณ์ภูเก็ตที่มีการติดเชื้อ ก็มีระบบสาธารณสุขรองรับได้ เนื่องจากต่างจังหวัดมีตั้งแต่โรงพยาบาล (รพ.) หลัก รพ.อำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และยังมีเขตสุขภาพ ตนได้รับรายงานจากเขตสุขภาพที่ 11 มีความพร้อมรับสถานการณ์ที่ภูเก็ต ไม่ใช่ว่าเราเจอติดเชื้อแล้วจะต้องหยุด หรือยกเลิกทุกอย่าง เราต้องดูการติดเชื้อเทียบกับผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือผู้ยังไม่ได้รับวัคซีน เราก็ต้องแยกออกมา ส่วนผู้ที่ไม่มีอาการก็สามารถเข้าระบบแยกกักที่บ้าน (Home Isolation) หรือศูนย์พักคอยในชุมชน (Community Isolation) เพื่อให้ทุกอย่างยังดำเนินต่อไปได้ ทั้งนี้ สถานการณ์ติดเชื้อยังอยู่ในการคาดการณ์รองรับไว้อยู่แล้ว และได้วางระบบสาธารณสุขไว้ดูแล

“สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เราคาดการณ์อยู่แล้ว เพราะเมื่อเปิดกิจกรรมต่าง ๆ ในภูเก็ต ก็เปรียบเสมือนห้องรับแขกของเรา เป็นที่ที่จะทำให้เห็นว่าประเทศไทยจะมีการเปิดแซนด์บอกซ์ไปแต่ละจังหวัด ๆ มีการเตรียมระบบสาธารณสุขรองรับผู้ป่วย” นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลว่ากรณีที่ภูเก็ตจะกระทบกับแผนการเปิดประเทศอื่น ๆ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราสู้เต็มที่ ไม่ให้เกิดผลกระทบ

เมื่อถามว่า นายกฯ มีข้อสั่งการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการควบคุมโรคนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทำงานกันอย่างเต็มที่ทุกวัน ทุกพื้นที่ไม่เฉพาะที่ภูเก็ตเท่านั้น ให้ดูทั้งประเทศให้มีความปลอดภัย และเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ก็อนุมัติงบจัดซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า จากกลุ่มประเทศยุโรป เพื่อฉีดเป็นเข็ม 3 ให้ประชาชน ทั้งนี้ วัคซีนเรามีมากขึ้น และศักยภาพในการฉีดก็เพิ่มขึ้นด้วย

“อย่างที่มีใครบอกว่าจะฉีดต้องข้ามไปปีหน้า กลางปีหน้า วันนี้ไม่มีใครพูดแล้ว ทุกอย่างต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แสดงให้เห็นแล้วว่า เราไม่ได้ขาดวัคซีน ปีนี้จะฉีดให้ครอบคลุมประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้น การจัดหาวัคซีนในปี 2565 ก็จะไม่ตึงเครียดมากนัก เพราะเป็นการเน้นจัดหาวัคซีนเข็มกระตุ้น ไม่ต้องกันไว้เป็นเข็ม 2 อีก รวมถึงปีต่อ ๆ ไปสถานการณ์น่าจะคลี่คลาย ที่มีการฉีดวัคซีนกระตุ้นเหมือนโรคไข้หวัดใหญ่ที่ฉีดทุกปี” นายอนุทิน กล่าว

ทบ. เผยเรื่องร้องเรียนบ้านจัดสรรที่นครศรีธรรมราช ไม่ได้เป็นโครงการของกองทัพบก ขณะที่ ผบ.ทบ. ส่งกรมจเรทหารบกร่วมกองทัพภาคที่ 4 สอบสวนข้อเท็จจริงเร่งช่วยเหลือกำลังพล

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนได้เสนอข่าวกำลังพลร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนจากโครงการบ้านพักสวัสดิการในพื้นที่ ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยกู้เงินสวัสดิการมาผ่อนชำระ แต่การก่อสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดนั้น

กองทัพบกได้ให้ความสำคัญกับงานด้านสวัสดิการกำลังพล เพื่อขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีสวัสดิการในหลายรูปแบบ สำหรับกิจการออมทรัพย์เพื่อการเคหะสงเคราะห์ (อทบ.) ที่เป็นการให้กู้เงินนำไปซื้อบ้านที่พักอาศัยและผ่อนชำระตามกำหนดเวลา ที่ผ่านมา กองทัพบกได้มีการปรับปรุงโครงสร้างการดำเนินการอย่างรัดกุม โดยให้ธนาคารของรัฐเข้ามาสนับสนุน กำหนดวิธีประเมินสินทรัพย์และระเบียบการกู้เงินที่ได้มาตรฐานเดียวกัน โดยมีผู้บังคับหน่วยและกรมสวัสดิการทหารบกกำกับดูแลให้เป็นไปตามนโยบายของกองทัพบก ทั้งนี้การกู้เงินของกำลังพลเพื่อนำไปซื้อบ้านจากโครงการบ้านพักสวัสดิการกำลังพล ดำเนินการใน 2 ลักษณะ คือ เป็นโครงการที่กองทัพบกดำเนินการเอง และโครงการที่เอกชนดำเนินการและนำมาเสนอให้กำลังพลเข้าร่วม 

ในภาพรวมขณะนี้ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้แต่งตั้งคณะทำงานเข้าดำเนินการตรวจสอบการบริหารจัดการโครงการบ้านพักเพื่อสวัสดิการกำลังพลทุกโครงการในทุกจังหวัด  ทั้งในส่วนที่เป็นโครงการของหน่วยทหารกองทัพบกดำเนินการเอง และในส่วนที่ผู้ประกอบการภายนอกมานำเสนอให้หน่วยทหารและกำลังพลเข้าร่วมตรวจสอบให้เป็นไปตามนโยบายด้านสวัสดิการ และกำลังพลได้รับการดูแล เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมเป็นไปตามกฎระเบียบ  ที่สำคัญกำลังพลผู้เข้าร่วมโครงการได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ และเป็นไปตามระบบการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน 

สำหรับกรณี การร้องเรียนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช นั้น ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งสอบสวนข้อเท็จจริงให้ปรากฏ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของกำลังพลอย่างเร่งด่วน โดยกองทัพบกได้ส่งคณะกรรมการจาก กรมจเรทหารบกเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง ร่วมกับกองทัพภาคที่ 4 เพื่อหาผู้รับผิดชอบและรักษาสิทธิประโยชน์ของกำลังพล ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย พร้อมหาวิธีการแก้ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนให้กับกำลังพล

จากการตรวจสอบพบว่า โครงการบ้านจัดสรรที่ จ.นครศรีธรรมราชนี้ ไม่ใช่โครงการของกองทัพบก แต่เป็นโครงการภายนอกที่เอกชนดำเนินการขายบ้านจัดสรรให้กับประชาชนทั่วไป โดยมี พ.อ.ไชยศักดิ์ หิรัญกิจ เป็นเสมือนผู้ประสานโครงการของเอกชน เป็นโครงการบ้านจัดสรรที่ผู้ซื้อสามารถกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไปมาผ่อนชำระ โดยมีผู้ซื้อบ้านบางส่วนที่เป็นกำลังพลของกองทัพภาคที่ 4 ที่ได้กู้เงินจากกิจการออมทรัพย์เพื่อการเคหะสงเคราะห์จากกรมสวัสดิการทหารบก ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์มาซื้อบ้านในโครงการดังกล่าวด้วยความสมัครใจ และได้เกิดปัญหาในเรื่องการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามรูปแบบรายการที่กำหนดไว้ ทำให้บ้านหลายหลังไม่สามารถเข้าพักอาศัยได้ แจ้งเจ้าของโครงการแล้วไม่ได้รับการแก้ไข จนนำมาสู่การร้องเรียนและกองทัพบกได้เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว

ล่าสุด กองทัพภาคที่ 4 ได้ลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งเจ้าของโครงการและกำลังพลที่ได้รับความเดือดร้อน ตลอดจนศึกษารายละเอียดรูปแบบรายการที่ปรากฏในสัญญาเพื่อกำหนดแนวทางแก้ปัญหาตามแนวทางที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป  

เรียบร้อย ทอท. คุมสนามบินรัฐเพิ่ม 3 แห่ง ทั้งอุดรฯ กระบี่ บุรีรัมย์

กรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม แจ้งว่า กรมฯ เตรียมมอบความรับผิดชอบการบริหารจัดการท่าอากาศยานให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ใน 3 ท่าอากาศยาน คือ ท่าอากาศยานอุดรธานี กระบี่ และบุรีรัมย์ เพื่อเพิ่มปริมาณเที่ยวบิน และผู้โดยสาร ทั้งต่างประเทศและในประเทศ รวมถึงการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการบินได้อย่างคล่องตัว

สำหรับแนวทางนี้เป็นการดำเนินงานเพื่อร่วมกันพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการท่าอากาศยาน ที่มีอยู่ของกรมท่าอากาศยาน ซึ่งเป็นท่าอากาศยานของภาครัฐ ให้มีความสามารถในการจัดหารายได้ให้มากขึ้น โดยที่กรมท่าอากาศยานยังได้รับเงินชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปจากการมอบความรับผิดชอบดังกล่าว รวมถึงจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการบริหารงานที่คล่องตัว ของ ทอท. ด้วย ซึ่งรายได้ชดเชยดังกล่าว กรมท่าอากาศยานจะนำไปบริหารจัดการท่าอากาศยานที่เหลืออยู่ เพื่อลดการใช้เงินงบประมาณของภาครัฐในการดำเนินงาน

อย่างไรก็ตามการมอบความรับผิดชอบในบริหารจัดการ ไม่ได้มีการโอนทรัพย์สินของรัฐไปให้กับทาง ทอท. แต่อย่างใด แต่เป็นการมอบความรับผิดชอบในการบริหารจัดการผ่านสัญญาเช่ากับกรมธนารักษ์ ส่วนรายได้ของกรมท่าอากาศยานที่หายไป ทาง ทอท. ก็มีการชดเชยให้ เหมือนในขณะที่กรมท่าอากาศยานบริหารจัดการเอง โดยอยู่ระหว่างการศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมากำหนดรูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งประเทศจะได้รับประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรรัฐร่วมกันระหว่างกรมท่าอากาศยานและ ทอท. ส่งผลให้ปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสาร รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการบินเพิ่มมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ 

สำนักงานตำรวจเปิดที่ทำการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัวเพื่อรองรับภารกิจป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิธีเปิดที่ทำการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) ณ ชั้น 7 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการ เพื่อรองรับและเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดที่ทำการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) ณ ชั้น 7 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ.จารุวัฒน์  ไวศยะ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ. ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา, ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนเพื่อความมั่นคง

แห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา. เจ้าหน้าที่อาวุโสตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย และปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีฯ ทั้งนี้ ในส่วนของที่ปรึกษา ศพดส.ตร. และ NGOs หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเข้าร่วมพิธีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ZOOM) จำนวนทั้งสิ้น รวม 158 ท่าน โดยเมื่อเสร็จสิ้นพิธีเปิดฯ คณะผู้บังคับบัญชา และแขกผู้มีเกียรติเข้าเยี่ยมชมสถานที่ที่ทำการ ชุดปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ และภาคประมงในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Thailand Anti Trafficking In Persons Task Force : TATIP) และที่ทำการ ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Thailand Internet Crimes Against Children Task Force : TICAC) และเยี่ยมชมสถานการณ์จำลองการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

สำหรับ ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับภารกิจ ตามนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ โดยถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง โดยกำหนดอำนาจหน้าที่เป็นศูนย์อำนวยการและสั่งการ และติดตามสถานการณ์การค้ามนุษย์ พร้อมทั้งการแก้ไขปัญหาเด็ก สตรี ครอบครัว รวมถึงแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย พร้อมรายงานผลการดำเนินงาน เพื่อเสนอไปยังผู้บังคับบัญชาในการวินิจฉัย สั่งการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เร่งด่วนสำคัญที่เกิดขึ้น  ได้อย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ ทั้งนี้ ศพดส.ตร. ได้แบ่งชุดปฏิบัติการออกเป็นชุดต่างๆ ดังนี้ 1. ชุดปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต 2. ชุดปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์และภาคประมงในประเทศไทย 

โดยมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ การปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต และการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย มุ่งเน้นการสืบสวน ปราบปรามจับกุม และสนับสนุนการปฏิบัติให้กับหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทั้งนี้ จึงได้มีการปรับปรุงสถานที่ทำการ ณ ชั้น 7 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการให้มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว เพี่อรองรับภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบรรลุตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

สกพอ. เสริมแกร่งนักเรียนในพื้นที่ อีอีซี 30 โรงเรียน จัดกิจกรรม EEC Dream Destination “ฝันของน้องในวันนี้ คือโลกแห่งความสำเร็จของ EEC ในวันหน้า”

นางสาวทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ให้เกียรติเป็นประธานเปิด และกล่าวให้โอวาทแก่ คณะครู และนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม EEC Dream Destination “ฝันของน้องในวันนี้ คือโลกแห่งความสำเร็จของ EEC ในวันหน้า”​ ภายใต้โครงการสร้างการรับรู้เพื่อเชื่อมโยงแนวทางการพัฒนา EEC โดย สกพอ. จัดขึ้นในรูปแบบ New Normal ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทางระบบ Zoom Application 

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อการสร้างการรับรู้ และเชื่อมโยงแนวทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจแก่ ประชาชนในพื้นที่โครงการอีอีซี รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา สร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับอนาคต โครงการ “EEC Dream Destination” จึงเป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้เยาวชนที่เข้าร่วมได้แสดงความสามารถและตั้งเป้าหมายตามความฝันของตนเอง โดยนำความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตัวเอง และร่วมเป็นเครือข่ายในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับโครงการอีอีซี ต่อไป


สำหรับกิจกรรม EEC Dream Destination กำหนดจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 14 และ 15 กันยายน 2564  มีโรงเรียนในพื้นที่ อีอีซี ทั้ง 3 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เข้าร่วมกว่า 30 โรงเรียน จำนวนครูและนักเรียน 210 คน โดยแบ่งกลุ่มเข้าร่วมกิจกรรมวันละ 15 โรงเรียน เพื่อร่วมกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับ EEC และความคืบหน้าการดําเนินงานโครงการต่าง ๆ” โดยวิทยากรจาก สกพอ. และ การคิดเชิงออกแบบ “Design Thinking” โดย ดร.ณัฐนรินทร์ เนียมประดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งสมาคมการค้าส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ SMEs  โดยมี Workshop ในหัวข้อ EEC Dream Destination “ฝันของน้องในวันนี้คือโลกแห่งความสําเร็จของ EEC ในวันหน้า” เป็นการแบ่งกลุ่มผลิตคอนเทนต์ VDO ที่สอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับประโยชน์ของ EEC ลงในแอพพลิเคชั่น Tiktok  ใน 2 โจทย์ ได้แก่ 1. EEC New Gen New Normal วิถีใหม่ ห่างไกลโควิด และ 2. To The EEC Genius อาชีพที่ใฝ่ฝัน เพื่อพัฒนาชุมชนพร้อมทั้งนำเสนอผลงานของแต่ละกลุ่มที่เน้นแสดงถึงความคิดที่สร้างสรรค์และท้าทายความสามารถ ที่ได้แรงบันดาลใจจากการเข้าร่วมกิจกรรม EEC Dream Destination ในครั้งนี้

'หมอของขวัญ' โต้ปมหมิ่น 'ทมยันตี' ไม่ชอบใจให้ 'อันฟอล' ด้านโซเชียล จี้ แพทยสภาสอบจรรยาบรรณ

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างมาก กับการออกมาโพสต์ข้อความของหมอของขวัญผ่านทวิตเตอร์ ปมการเสียชีวิตของทมยันตี ระบุว่า #ทมยันตี #ทมยันโครม #ทมยันตีน #มีใครให้มากกว่านี้มั้ยRIH #ทมยันตี

ต่อมาทางเพจ ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ ศชอ.ระบุว่า คุณหมอเป็นบุคคลสาธารณะ ควรให้เกียรติผู้วายชนม์ ไม่ควรไป bully ผู้เสียชีวิต

ทันทีที่ถูกทักท้วง หมอของขวัญ ก็ได้ออกมาโพสต์ผ่านทวิตเตอร์อีกครั้ง ระบุว่า... 

ขอลบโพสที่อาจจะมีคำหยาบคายเช่น “เท้า” ออกนะคะ มีผู้ปกครองส่งข้อความมาบอกว่าลูกเค้าติดตามและเชื่อถือมาก โอเคต่อไปหมอจะพูด “สุภาพแบบหยาบคายแล้วกัน” #เมืองดัดจริต #ทุ่งลาเวนเดอร์ #ทมยันตี #ก็ยังไม่เคยเห็นคนตายแต่มีคนสรรเสริญเฟร่อขนาดนี้ #อิสลิ่มลาเวนเดอร์ อิ=อิอิ #ไม่หยาบ

เล่นโซเชียลต้องรู้นะคะว่าปุ่ม “Unfollow” อยู่ตรงไหน ใครโลกสวย เชิญป้ายหน้าค่ะ ดัดจริตคิดว่ารับไม่ได้ก็อันฟอล ปล่อยผ่าน ทำเป็นมั้ย หรือยากเกินสมองคะ #สลิ่มวินเทจ #บัวใต้คอนกรีต #ไม่หยาบ


ที่มา: https://www.facebook.com/109785437521042/posts/365198558646394/
https://www.topnews.co.th/news/99231

กอ.รมน.จังหวัดฉะเชิงเทรา มอบอุปกรณ์การแพทย์ป้องกัน โควิด-19 ให้หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราและกู้ภัยบางคล้า สนับสนุนบุคคลากรด่านหน้าที่มีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อ

วันนี้ (15 ก.ย.64) ที่สมาคมสงเคราะห์การกุศลฉะเชิงเทรา อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พันเอกเฉลิม เนียมช่วย รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา มอบอุปกรณ์การแพทย์ป้องกัน โควิด-19 ให้แก่หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา และหน่วยกู้ภัยบางคล้า โดยมีนายปัญญา หลำประเสริฐ นายกสมาคมสงเคราะห์การกุศลหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เป็นผู้แทนรับมอบ ประกอบด้วย ชุดกาวน์ CPE จำนวน 300 ชุด / หมวกตัวหนอน จำนวน 300 ชิ้น / Face Shield จำนวน 300 ชิ้น / แอลกอฮอล์ ขนาด 5 ลิตร จำนวน 10 แกลลอน / ถุงครอบรองเท้า จำนวน 300 คู่ / แมส KN 95 จำนวน 180 แพ็ค รวมมูลค่ากว่า30,000 บาท

ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ได้กระจายแพร่ไปวงกว้างและรุนแรง  หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราและกู้ภัยบางคล้า เป็นองค์กรที่เป็นจิตอาสา อาสาสมัคร ผู้เสียสละ ทุ่มเท และมุ่งมั่น เพื่อช่วยเหลือเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปโรงพยาบาล และเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ไปบำเพ็ญกุศล แต่ยังขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์เป็นจำนวนมาก  วันนี้ ทางกอ.รมน.จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงได้รวบรวบอุปกรณ์ทางการแพทย์ป้องกัน โควิด-19 สิ่งที่หน่วยกู้ภัยฯ บุคคลากรด่านหน้าที่ต้องการนำมามอบให้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและปฏิบัติหน้าที่ให้มีความปลอดภัย

วิทยาลัยสารพัดช่างบรรหาร-แจ่มใส จังหวัดสุพรรณบุรี จัดโครงการอาชีวศึกษาเพื่อ "คนพิการ" และพัฒนาทักษะวิชาชีพ

วันที่ 15 กันยายน 2564 ณ.วิทยาลัยสารพัดช่างบรรหาร- แจ่มใส จังหวัดสุพรรณบุรี "นายไพบูลย์ คำภาพักตร์ " ผู้อำนวยการฯ ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมประสานงานกิจการนักศึกษา และกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  ได้จากโครงการอาชีวศึกษาเพื่อคนพิการและพัฒนาทักษะวิชาชีพสำหรับผู้เรียนคนพิการทางสติปัญญาระหว่างวันที่ 13-17 กันยายน 2564 ได้รับเกียรติ จาก "นายวีระ ทวีสุข" ศึกษาธิการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานซึ่งโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนที่มีความบกพร่องทางร่างกาย และสติปัญญา มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะอาชีพ มีอาชีพ มีฝีมือและส่งผลการสร้างอาชีพการมีรายได้ และมีงานทำโดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น วิชาการทำขนมและอาหารว่าง / วิชากาแฟเพื่ออาชีพและวิชาตัดผมชาย

ในการนี้ "นายชัยพร ภูผารัตน์" ผู้อำนวยการสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ได้ให้เกียรติลงพื้นที่ให้กำลังใจ ครูผู้สอนวิชาชีพ และนักศึกษาคนพิการที่เข้าร่วมรับการฝึกอบรม อีกทั้งยังได้มีการพูดคุยกับ "นายสนธยา รอสูงเนิน" รองผู้อำนวยการฝ่ายแผน และ "นางวัชราภรณ์ มาหนู" รองผู้อำนวยการฝ่ายยริการทรัพยากรเพื่อ ให้ความรู้ความเข้าใจการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกคนพิการ และ Universal Design

"นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย และตำแหน่ง คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้านแรงงาน ได้ให้กำลังใจกับครูผู้สอนและนักศึกษาคนพิการที่เข้ารับการฝึกอบรม อีกทั้งยังมีการพูดคุยหารือในการส่งเสริมให้คนพิการมีอาชีพที่สามารถทำงานได้จากที่บ้าน ภายในชุมชน ในเขตพื้นที่ที่คนพิการอยู่อาศัย จะเป็นการสร้างรายได้อีกช่องทางหนึ่ง และยังมีการหารือ การส่งเสริมและเพิ่มทักษะ การพัฒนาฝีมืออาชีพด้านแรงงานต่าง ๆ ที่คนพิการอาจจะมีความถนัดและเหมาะสมกับทางกายภาพของคนพิการเพื่อเข้าสู่ระบบสังคมการมีงานทำได้ในวันข้างหน้า และใช้นี้ยังได้กล่าวขอบคุณวิทยากรสารพัดช่างบรรหาร- แจ่มใสสุพรรณบุรี และ นายลงไปวันเสาร์นายกสมาคมคนพิการภาคตะวันออก ที่เป็นหัวเรี่ยว หัวแรง ในการผลักดันให้คนพิการมีโอกาส การเข้าถึงอาชีพของคนพิการต่อไป

มหาวิทยาลัยนางาซากิร่วมกับมหาวิทยาลัยเสฉวน ทำการทดลองวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่น-จีนครั้งแรกในการทดลองวัคซีนโควิด

กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า วัคซีนที่คิดค้นโดยมหาวิทยาลัยเสฉวนเป็นวัคซีนที่ผลิตจากการตัดต่อโปรตีน (recombinant protein vaccine) ซึ่งเป็นการตัดต่อส่วนหนึ่งของยีนไวรัส เข้าให้กับสิ่งมีชีวิต เช่น แบคทีเรีย ยีสต์เพื่อสร้างโปรตีนขึ้นมา เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกาย โปรตีนนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้น

มหาวิทยาลัยนางาซากิและศูนย์วิจัยเวชศาสตร์ปริวรรต (translational medicine) ที่ตั้งอยู่ที่เมืองโกเบ ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเสฉวนทำการทดลองทางคลินิกวัคซีนของประเทศจีน และได้รับการอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเมื่อเดือนสิงหาคม

การทดลองจะฉีดวัคซีนให้กับอาสาสมัคร 240 คน เพื่อวิจัยประสิทธิผลและความปลอดภัยของวัคซีน
.
วัคซีนจากการตัดต่อโปรตีนเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะวัคซีนประเภทนี้มีผลข้างเคียงน้อย มีความปลอดภัยมาก เหมาะกับการใช้ในเด็ก

วัคซีนประเภทนี้กำลังทดลองในหลายประเทศ เช่น Novavax ของสหรัฐ, วัคซีนที่บริษัท Sanofi ของฝรั่งเศสพัฒนาร่วมกับ GlaxoSmithKline บริษัทยาสัญชาติอังกฤษ-อเมริกัน และ ซิโนฟาร์ม ของจีนก็กำลังทดลองวัคซีนประเภทนี้เป็นวัคซีนตัวที่ 2 เช่นกัน นอกจากนี้ วัคซีนเกาตวน (Medigen) ของไต้หวันที่มีการใช้งานแล้ว ก็ผลิตด้วยเทคโนโลยีการตัดต่อโปรตีน


ที่มา : https://mgronline.com/japan/detail/9640000091381

'หมอยง' แจงชัด 3 ข้อ ที่ 'หมอธีระ' ควรต้องรู้ ติง ไม่ควรสร้างความสับสนให้คนไทย

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 'Yong Poovorawan' ระบุว่า... 

หนึ่งในหน้าที่ของอาจารย์มหาวิทยาลัย นอกจากการเรียนการสอน งานบริการแล้ว จะต้องทำงานวิจัยให้เกิดองค์ความรู้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ 

การศึกษาวิจัยเรื่อง Covid-19 จึงเป็นหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่ง ในภาวะวิกฤต

การติดเชื้อแล้วกระตุ้นภูมิต้านทาน เป็นวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่ต้องเรียนรู้ และต่อยอดงานวิจัยเพื่อนำมาใช้เป็นประโยชน์ ในการดูแลประชาชน 

ตอบคำถาม “วาทกรรม” หมอธีระ วรธนารัตน์ 

1.) ตกลงฉีด 2 เข็มนั้นไปทำไม? 

>> วัคซีนทุกชนิดลดการป่วยตาย และความรุนแรงของโรคได้ การให้วัคซีน 2 เข็มในประเทศไทย ลดความรุนแรง การป่วยตาย โปรดศึกษาการติดเชื้อของทั่วโลก เช่น อเมริกา อิสราเอล ฉีดวัคซีนครอบคลุม ก็ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้แบบสมบูรณ์ 

2.) หาตัวที่ฉีด 1-2 เข็ม แล้วลดโอกาสติดเชื้อได้ ลดป่วยลดตายได้ จะดีกว่าไหม? 

>> วัคซีนทุกตัวที่ใช้อยู่ในประเทศไทยขณะนี้ สามารถลดการติดเชื้อ ลดป่วย ลดตาย ภูมิต้านทานจะลดลงตามกาลเวลา ไม่ว่าวัคซีนตัวไหน ลดความรุนแรงของโรคได้ ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้สมบูรณ์ 

โรค Covid-19 ระยะฟักตัวสั้น ดังนั้นการลดโอกาสติดเชื้อ จึงเป็นไปได้ยาก แต่สามารถลดการตาย และอาการหนักได้ 

3.) ถ้าฉีดแล้วติดเชื้อ คนติดเชื้อคงไม่หวังอยากได้ภูมิสูงปรี๊ดหรอก แต่คนติดเชื้อคงอยากรู้ว่าเขาป่วยแค่ไหน จะตายหรือไม่ตายต่างหาก และหากเลือกได้เขาคงไม่อยากติดเชื้ออย่างแน่นอน? 

>> แน่นอนคงไม่มีใครอยากติดเชื้อ ทุกคนจึงมีความต้องการวัคซีน การฉีดวัคซีนแล้ว จะต้องปฏิบัติตนในการป้องกันการติดเชื้อ มากกว่าที่จะหวังผลจากวัคซีนไม่ให้ติดเชื้อ 

การศึกษาผลของภูมิต้านทานหลังการติดเชื้อ เพื่อประโยชน์ในการวางแผนป้องกันการติดเชื้อซ้ำ และความจำเป็นในการให้วัคซีนหลังการติดเชื้อ   

การตอบสนองภูมิต้านทานและการคงอยู่ของภูมิต้านทาน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษา เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ  

โรคอุบัติใหม่จำเป็นต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดด้วยงานวิจัย 

>> การสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยการวิจัย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่ไม่ควรทำ คือ การสร้างความสับสนให้กับประชาชน ควรบอกสิ่งที่มีประโยชน์และแนวปฏิบัติตามองค์ความรู้ทางการแพทย์ที่มีอย่างถูกต้อง ทันกับเหตุการณ์

#หมอยง


ที่มา: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=6292175444158353&id=100000978797641


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top