Thursday, 11 June 2026
NEWS FEED

รัฐเริ่มผ่อนคลายฯ เหตุวิเคราะห์แล้วรอบด้าน เชื่อ!! 'เชื้อซา - บทเรียนตปท.' ช่วยไม่พลาดอีก

ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษา ศบค. ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า... 

ผมเห็นบางคนเขียนโพสต์ว่า เรารีบเปิด ผ่อนคลายมาตรการเร็วเกินไป ประเทศต่างๆ ไม่มีประเทศไหนเปิดแล้วรอดเลย ต้องกลับมาปิดใหม่อีก เหมือนมีคนวางยานายกและรัฐบาลให้ล้มเหลว 

แต่ผมว่า เราต้องดูปัจจัยแวดล้อมด้วย ประเทศที่เปิดไปส่วนใหญ่ (หรือทั้งหมด) คือ เปิดเพราะฉีดวัคซีนได้เยอะแล้ว เพราะฉีดไปก่อน แต่พอเปิดแล้ว มาเจอเดลตาอาละวาด เจาะทะลุวัคซีน และกระจายสู่คนที่ไม่ได้ฉีดเป็นวงกว้างอีก แต่ถ้าดูกันดีๆ สัดส่วนผู้เสียชีวิตจะไม่มากเท่าไหร่ คนเสียชีวิตส่วนมากก็คือ คนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนที่ยังเหลืออยู่ 

แต่ไทยเรา ได้เห็นบทเรียนจากประเทศต่างๆ จึงค่อยๆ ผ่อนคลาย และหากจะเปิดประเทศ ก็เปิดเป็นพื้นที่ไป และมีความเข้มงวดกว่าประเทศอื่นๆ ที่ออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้เกือบเหมือนก่อนโควิด แถมตอนแรกยังไม่ใส่แมสก์ด้วย แถมของไทยเองรู้ตัวแล้วว่าเดลตาเป็นตัวปัญหา แพทย์ เช่น อ.ยง ท่านจึงศึกษาว่าต้องฉีดแบบไหนถึงจะป้องกันเดลตาได้ แล้วก็ใช้มาตรการทางสังคมเพิ่มด้วย

นราธิวาส-ชาวบ้านมะรือโบตก ร่วมผลิตเตียงไม้ไผ่ ส่งมอบให้แม่ทัพภาคที่ 4 สนับสนุนช่วยเหลือโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ ร่วมสู้ภัยโควิด 19 ไปด้วยกัน 

ที่เทศบาลตำบลมะรือโบตก อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ชาวบ้านในตำบล ได้ร่วมกันผลิตเตียงไม้ไผ่ จำนวนกว่า 50 เตียง มอบให้แก่ พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 นำไปช่วยเหลือส่งต่อกระจายยังโรงพยาบาลรัฐ และโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ ที่มีความขาดแคลนเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยโรคโควิด 19  ก่อนแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมประชุมหารือติดตามสถานการณ์โรคระบาดโควิด19 ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลมะรือโบตก ร่วมกับผู้บริหารเทศบาลตำบลมะรือโบตก ณ ห้องรับรองสภาเทศบาลตำบลมะรือโบตก โดยมี ว่าที่ร้อยตรี จิรัสย์ ศิริวัลลภ นายอำเภอระแงะ และนายอับดุลรอฮิม เจะโซะ นายกเทศมนตรีตำบลมะรือโบตก พร้อมด้วยผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และส่วนราชการในพื้นที่ร่วมประชุม เพื่อกำหนดมาตรการแนวทางในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในพื้นที่ 

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำให้ประชาชนรักษามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการช่วยกับเฝ้าระวังป้องกันโควิด 19  โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ อสม.เจ้าหน้าที่ ผู้นำศาสนา และผู้นำในพื้นที่ โดยได้ชื่นชม และขอบคุณผู้นำศาสนาที่ได้ทำความเข้าใจแนวการปฏิบัติศาสนกิจของกับประชาชนในพื้นที่ภายใต้การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 อีกทั้งขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวตำบลมะรือโบตกที่ได้ร่วมมือร่วมใจช่วยกันทำเตียงไม้ไผ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการระบาดของโรคโควิด 19 โดยกองทัพจะได้นำเตียงไม้ไผ่ที่ได้รับมอบในครั้งนี้ส่งต่อกระจายไปยังโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ต่อไป 

ด้านนายอับดุลรอฮิม เจะโซะ นายกเทศมนตรีตำบลมะรือโบตก กล่าวว่าการส่งมอบเตียงไม้ไผ่ในครั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ที่มีจำนวนประชาชนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้โรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามต้องประสบปัญหาขาดแคลนเตียง สำหรับรองรับผู้ป่วย ซึ่งชาวตำบลมะรือโบตก ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมร่วมสู้ภัยโรคโควิด19 ไปด้วยกัน ด้วยการตระหนักเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของปัญหาที่เกิดขึ้นจึงได้ร่วมกันผลิตเตียงสนามจากวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นตามธรรมชาติคือไม้ไผ่ซึ่งมีความแข็งแรงคงทนถาวรมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า และที่สำคัญเป็นวัสดุที่มีอยู่ในพื้นที่ตำบลมะรือโบตก โดยได้ผลิตเตียงสนามจากไม้ไผ่ จำนวน 50 เตียงส่งมอบให้แม่ทัพภาคที่ 4 นำไปมอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐ และโรงพยาบาลสนามในพื้นที่

'อดีตทูต​ฯ'​ ชี้กระแส​ Soft​ Power​ ไทย​ กำลังมา!! หลัง​ 'ลิซ่า'​ ดัน 'ลูกชิ้นยืนกิน'​ เป็นไวรัลทั่วโลก

นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj ว่า... 

ลูกชิ้นยืนกิน By Lalisa นี่คือตัวอย่างของผลที่เกิดจาก Soft Power โดยใช้ศิลปินระดับโลกลูกหลานไทยบุรีรัมย์ เป็นสื่อ ! 

จริงอยู่ถึงแม้ว่าน้องลิซ่า จะเป็นผลผลิตการปั้นของเกาหลี แต่ด้วยความเป็น “คนไทย” ของน้องลิซ่า อันนี้ถือว่าเป็นความร่วมมือกันระหว่างเกาหลีและไทย 

ไทยเรามี “วัตถุดิบ” (ทรัพยากรบุคคล) ส่วนเกาหลีมี “พลังในการขับเคลื่อน” เมื่อรวมกันแล้วก็ = Soft Power ที่ทรงพลังทีเดียว

ช่วงนี้ต้องยอมรับว่า “พลัง” ของ Soft Power ไทยนั้นยังเป็นรองเกาหลี เพราะเกาหลีมีความพร้อมในทุกๆ​ ด้านมากกว่า มีความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเข้มแข็ง มี Unity มากกว่า เกาหลีตีโจทย์ทางด้าน Soft Power เก่งกว่า ก็ไม่เป็นไร ช่วงนี้ไทยเราก็อาศัยโดยสารร่วมขบวนรถไฟ Soft Power ของเกาหลีไปก่อน

ไว้เราโตจนมีศักยภาพเพียงพอ เราค่อยดำเนินการทำ Soft Power ด้วยตัวเราเอง ตอนนี้ขอให้ศึกษาวิธีการของเกาหลีเป็นตัวอย่างให้มากที่สุด เพราะเกาหลีถือว่าเป็นประเทศที่ผลักดันเรื่อง Soft Power เก่งที่สุดในโลก (ในสายตาผม) 

การที่เกาหลีทรงพลัง หรือถือเป็นมหาอำนาจทางด้าน Soft Power นั้น เขาได้ใช้ “ตัวหมากเบี้ย” หรือ เหล่าศิลปิน ดารา นักร้องที่เขาปั้นจนกลายเป็นศิลปินระดับโลกในการเป็น พรีเซนเตอร์ ในการขายสินค้าและบริการของเกาหลี จนขายดิบขายดี ไม่ว่า มือถือ รถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่างๆ 

โดยให้ “ตัวหมากเบี้ย” (ศิลปิน ดารา นักร้อง) ขับเคลื่อนผ่าน MV / Concert / ภาพยนตร์ ทีวี ซีรีส์ เรื่องต่างๆ

แค่ศิลปิน ดารา นักร้อง มีภาพว่าใช้ของอะไร กินอะไร หรือแค่เอ่ยปากอยากกินอะไร แค่นี้เองแต่ผลที่ตามมามันกลายเป็น “พลังซื้อ” อันมหาศาลจากทุกมุมโลก

ลูกชิ้นยืนกิน ที่ลิซ่า พูดถึงน่ะเป็นแค่ตัวอย่างเล็กๆ เท่านั้น ส่วนเกาหลีใช้วิธีแบบนี้จนทำให้สินค้าเกาหลีขายดี เช่น ถ้าย้อนหลังไป 20 กว่าปี สมัยที่มือถือ Nokia / Motorola เป็นที่นิยมในตลาดนั้น ผู้คนยังไม่รู้จักหรือนิยมมือถือ Samsung เลย 

แล้วตอนนี้เป็นไง ? มือถือ Samsung ผงาดขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ​ ของโลกได้ เพราะเกาหลีเก่งในการสอดแทรกความนิยมแบรนด์สินค้าเกาหลีลงไปในทุกอณูของ Soft Power ที่เกาหลีเล่น

สำหรับไทยเราก็เริ่มแบบ “ตั้งไข่” ได้แล้ว แต่ยังเดินเตาะแตะอยู่ ถึงแม้ยังไม่แข็งแกร่งเท่าเกาหลี แต่เราก็สามารถอาศัย “โอกาสร่วม” กับเกาหลีไปพลางๆ​ ก่อน

ตอนนี้ผมนึกในใจอยากให้ ลิซ่า แค่บ่นอยากกิน อยากทำอะไร หรืออยากได้อะไรจากเมืองไทยอีกสักทีละอย่างสองอย่าง รับรองสินค้าหรือบริการตัวนั้นจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแบบเดียวกับ “ลูกชิ้นยืนกิน” 

ถ้าเกาหลีเขาขายสินค้าจากอุตสาหกรรมหลักของเขาเช่น มือถือ รถยนต์ ได้ ไทยเราก็ต้องขายสินค้าและบริการต่างๆ​ ให้ติดปากคนทั้งโลกได้เช่นกัน

ตอนนี้กีฬามวยไทยก็ไปไกลแล้ว ต้มยำกุ้ง แกงมัสมั่น ส้มตำ ก็ไปแล้ว

เราต้องหาทางผลักดัน “ลูกชิ้นยืนกิน” หรือ ของทานเล่น Snack ต่างๆ ให้ติดปากคนทั่วโลกจนอยากมาชิมได้เช่นกัน

“พันธมิตรจิตอาสา” รวมพลัง “4ส.12” ลุยบางลำพู ส่งอาหารด้วยใจช่วยชาวชุมชนวัดสามพระยา หลังมีผู้ติดเชื้อโควิดเกือบทุกบ้าน

วันที่ 26 กันยายน ที่ชุมชนวัดสามพระยา เขตพระนคร นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย รศ.ดร.นัฐโชติ รักไทยเจริญชีพ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คุณวิรัช ปัณฑ์ศิริโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ บริษัท แอพพลิแคด จำกัด(มหาชน) คุณศรุต ทั่งทอง กรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮโดรควิพ จำกัด คุณอัจฉริยา รัตนโชติพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัทเรเวล่า โคออปเปอเรชั่น จำกัด ตัวแทนนักศึกษา สถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่น 12 (สสสส.12)

พร้อมตัวแทนมูลนิธิสหชาติ ในนามกลุ่ม “พันธมิตรจิตอาสา” เป็นสะพานบุญ ส่งมอบข้าวกล่องอุ่นร้อนพร้อมทาน โครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19” จากเครือบริษัท ซีพี และโลตัส พร้อมหน้ากากอนามัย ส่งต่อความห่วงใยถึงชาวชุมชนวัดสามพระยา โดยมี คุณสุธาทิพย์ วงษ์วิกย์กิจ คุณอำภา รอดผ่องผุด กรรมการชุมชน พร้อมชาวบ้านร่วมรับมอบ

คุณสุธาทิพย์ วงษ์วิกย์กิจ เปิดเผยว่า ชุมชนวัดสามพระยามีสภาพค่อนข้างคับแคบแออัด มีบ้านเรือน 85 ครัวเรือน มีสมาชิกพักอาศัย 250 คน พบการระบาดของเชื้อโควิด-19 เกือบทุกหลังคาเรือน มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 112 คน ได้ทำการรักษาจนหาย บางส่วนต้องย้ายออกไปพักนอกชุมชน ในช่วงที่มีการระบาดหนัก ชุมชนวัดสาพระยา เป็นศูนย์เเยกกักตัวในชุมชน (Community  Isolation) แห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร มีผู้เสียชีวิตโดยตรงจากการติดเชื้อโควิด 4  คน และอีก 4 คนเสียชีวิตจากผลข้างเคียง ล่าสุดพบมีผู้ติดเชื้อโควิดใหม่จำนวน 3 คน

 

“คุณสมบัติ” ประธานกลุ่มอินเตอร์ลิ้งค์ฯ แชร์ประสบการณ์ Cabling & Networking Solution for University พร้อมวิทยากรชั้นนำเจาะลึก กับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศกว่า 100 หน่วยงาน

คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธาน กลุ่ม อินเตอร์ลิ้งค์ฯ มาแชร์ประสบการณ์ Cabling & Networking Solution for University พร้อมนำทีมวิทยากรชั้นนำมาเจาะลึกรายละเอียดการเลือกใช้สายสัญญาณ และอุปกรณ์เน็ตเวิร์คให้เหมาะกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ไอทีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศกว่า 100 หน่วยงาน

อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, เกษตรศาสตร์, มหิดล, เทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ, รังสิต, ขอนแก่น, ราชภัฏสงขลา, นอร์ทเชียงใหม่, บูรพา ฯลฯ

เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเห็นภาพจริงและไปประยุกต์ใช้ได้ อีกทั้งยังมีกิจกรรมแจกของรางวัล ได้ทั้งความรู้ และความสนุกสนานตลอดทั้งงาน


???? LIVE จากสนง.ใหญ่ อินเตอร์ลิ้งค์ กรุงเทพฯ

ไทย..โชว์ ! ศักยภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บนเวทีโลก GCA+20 ชูธง SDGs นำภาคประมงสู่การพัฒนายั่งยืน

(24 ก.ย.64)​ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนประเทศไทย ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมฯ ผ่านระบบออนไลน์ ในการประชุมระดับรัฐมนตรีภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา อันเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมความร่วมมือด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระดับโลก (The Global Conference on Aquaculture 2020 : GCA+20) ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยประเทศไทยได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการกับนานาประเทศ พร้อมแสดงบทบาทและศักยภาพของประเทศไทยในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในระดับสากล

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมง ในฐานะหน่วยงานผู้แทนประเทศไทย ได้เข้าร่วมการประชุมความร่วมมือด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระดับโลก (The Global Conference on Aquaculture GCA+20 ในรูปแบบการประชุมออนไลน์ ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน 2564 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในธีม “Aquaculture for Food and Sustainable Development” จัดโดยกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Ministry of Agriculture and Rural Affairs of the People’s Republic of China : MARA) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) และองค์การข่ายงานศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแห่งเอเชียและแปซิฟิก (The Network of Aquaculture Centres in Asia-Pacific : NACA)

 

จับตาการประชุม 'The Quad' สหรัฐฯ-ออสเตรเลีย-ญี่ปุ่น-อินเดีย พันธมิตร 4 เส้า กับยุทธศาสตร์โลกล้อมจีนของไบเดน

คงต้องจับตามองกับแทบไม่ควรกะพริบกันแล้ว ณ นาทีนี้ กับงานประชุมสุดยอดผู้นำ 4 ฝ่าย ที่จัดขึ้นในกรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2021 นี้ ที่มีชื่อเรียกว่า ‘พันธมิตร The Quad’ อันประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น และอินเดีย ประเทศแกนนำหลักในย่านอินโด-แปซิฟิก ซึ่งทางประธานาธิบดี โจ ไบเดน ได้เปิดทำเนียบขาว เชิญผู้นำ 3 ชาติพันธมิตร มานัดพบกันแบบตัวต่อตัวทีเดียว 

การนัดประชุมพันธมิตร 4 เส้านี้เป็นที่น่าสนใจมากที่มาเกิดเอาในช่วงเวลานี้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา-อังกฤษ-ออสเตรเลีย เพิ่งออกมาประกาศร่วมกันเป็นพันธมิตร AUKUS มีจุดประสงค์ในการส่งผ่านข้อมูลเทคโนโลยีด้านนิวเคลียร์เชิงลึกให้แก่ออสเตรเลีย นำมาใช้พัฒนาเรือดำน้ำนิวเคลียร์ เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก หรืออีกนัยยะหนึ่ง คือ ต้องการสกัดอิทธิพลทางทะเลของจีนในน่านน้ำย่านเอเชีย 

ข่าวการประสานมือเปิดตัวพันธมิตรกลุ่มใหม่ ยังเป็นที่ฮือฮาไม่ทันจางหาย มาวันนี้ มีการนัดประชุมกลุ่มพันธมิตร The Quad แบบจับเข่าคุยกันจริงๆ ถึงในทำเนียบขาว ถึงแม้ว่าหัวข้อสนทนาจะมีประเด็นทั่วๆ ไป อย่างความร่วมมือด้านวัคซีน Covid-19 หรือการร่วมมือด้านความมั่นคงทั้งในเชิงกายภาพ และบนโลกไซเบอร์ 

กฎใหม่ ‘อังกฤษ’ รับรองผู้ฉีดวัคซีนจากประเทศใหญ่ พร้อมข้ามกักตัว 10 วัน ทั่วโลกบ่น 'ไร้เหตุผล'

กฎการเดินทางใหม่ของอังกฤษที่รับรองเฉพาะการฉีดวัคซีนจากสหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, เกาหลีใต้ และอียู สร้างความไม่พอใจไปทั่วโลก โดยกฎการเดินทางในยุค Covid-19 ฉบับใหม่ของอังกฤษ เลือกที่จะปฏิเสธการรับรองวัคซีนที่ฉีดจากประเทศแถบละตินอเมริกา, แอฟริกา, เอเชียใต้ และอีกหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งสร้างความไม่พอใจเป็นวงกว้าง โดยหลายคนมองว่าเป็นนโยบายที่เลือกปฏิบัติและไร้เหตุผล

ภายใต้กฎการเดินทางใหม่ที่ทางการอังกฤษประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca, Pfizer-BioNTech, Moderna หรือ Johnson&Johnson ในประเทศสหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, เกาหลีใต้ หรือประเทศในสหภาพยุโรป (EU) เท่านั้นที่จะถือว่า ‘ได้รับวัคซีนครบแล้ว’ และได้รับการยกเว้นไม่ต้องกักตัวเป็นเวลา 10 เมื่อเดินทางเข้าอังกฤษจากประเทศที่อยู่ในกลุ่มสีเหลือง

ขณะที่ผู้ได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้วจากประเทศในแถบแอฟริกา, ละตินอเมริกา, เอเชียใต้ หรือประเทศอื่นๆ รวมทั้งอินเดีย จะถือว่า ‘ได้รับวัคซีนยังไม่ครบ’ และต้องกักตัว 10 วันเมื่อเดินทางจากประเทศในกลุ่มสีเหลืองมาถึงอังกฤษ

นอกจากนี้ ในยุโรปยังเกิดความไม่พอใจที่อังกฤษไม่ยอมรับว่าผู้ที่เคยป่วย Covid-19 และได้รับวัคซีนแล้ว 1 โดส เป็นผู้ที่ ‘ได้รับวัคซีนครบแล้ว’ และยังต้องกักตัว 10 วัน ขณะที่หลายประเทศในสหภาพยุโรปถือว่าคนกลุ่มนี้ได้รับวัคซีนครบแล้วและสามารถเดินทางท่องเที่ยวในสหภาพยุโรปโดยไม่มีข้อจำกัดเพียงแค่ต้องแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีน

ทั้งนี้ ทางการอังกฤษกำหนดให้ผู้ที่หายป่วยจาก Covid-19 และมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติแล้ว ยังต้องฉีดวัคซีนที่ต้องใช้ 2 โดส อาทิ Pfizer-BioNTech หรือ Moderna ให้ครบทั้งสองโดสก่อนด้วย 

ชาวบ้านนับพันคน เบียดแย่งบัตรคิวฉีดวัคซีน โวยวายลั่น จวกรพ.ไม่มีการจัดระเบียบ หวั่นเกิดคลัสเตอร์ใหม่ 

วันที่ 24 ก.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลกันตัง อ.กันตัง จ.ตรัง ประชาชนจาก 11 ตำบล ใน อ.กันตัง ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับวัคซีนซิโนแวคเข็มแรก เนื่องในวันมหิดลกว่า 1,000 คน เดินทางไปเข้าคิวรอรับการฉีดวัคซีนซิโนแวคกัน ตั้งแต่เวลา 04.00 น. ทำให้ช่วงเช้าวันนี้ มีประชาชนไปเบียดเสียดกันเป็นจำนวนมาก และมีการจับกลุ่มพูดคุยกันโดยไม่มีการเข้าแถวให้เป็นระเบียบ หรือรักษาระยะห่าง ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทำงานได้อย่างล่าช้า

'อียู' เตรียมบังคับผู้ผลิตสมาร์ตโฟนใช้หัวชาร์จ USB-C เหมือนกันหมด ด้าน Apple แย้ง 'ถ่วงนวัตกรรม'

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สหภาพยุโรป (อียู) เตรียมบังคับให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนใช้หัวชาร์จไฟชนิด USB-C เป็นมาตรฐานแบบเดียวกันหมด ด้านบริษัท Apple ผู้พัฒนาหัวชาร์จแบบ ‘ไลต์นิง’ สำหรับไอโฟน แย้ง!! เป็นการถ่วงนวัตกรรม

โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ทางคณะกรรมาธิการยุโรป ได้ออกกฎระเบียบใหม่ โดยมีเป้าหมายในการออกกฎเพื่อลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้ที่ชาร์จไฟของเดิมที่มีอยู่เมื่อซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่

ปัจจุบัน ผู้บริโภคในยุโรป ซึ่งมีประชากรราว 450 ล้านคน มีหัวชาร์จให้เลือกใช้งาน 3 ประเภทหลักๆ คือ ‘ไลต์นิง’ ของ Apple, ไมโครยูเอสบีที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ และ USB-C ที่เป็นแบบใหม่ ซึ่งใช้งานแพร่หลายมากขึ้น 

แต่ตามข้อเสนอของอียู จะกำหนดที่ชาร์จแบบ USB-C ให้เป็นมาตรฐานสากลสำหรับยุโรป และทันทีที่รัฐบาลของชาติสมาชิกและรัฐสภายุโรปอนุมัติ ก็จะส่งผลสะเทือนต่อตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลก 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top