Saturday, 20 June 2026
NEWS FEED

สอ.รฝ.ฝึกยิงอาวุธด้วยกระสุนจริงพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน  ภายใต้แนวคิด  'รบอย่างไรฝึกอย่างนั้น'

พล.ร.ต.สรวุท ชวนะ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (ผบ.สอ.รฝ ) และคณะ ตรวจเยี่ยมการฝึกยิงอาวุธฝั่งทะเลอันดามัน ของ กองพัน ต่อสู้อากาศยานที่ 22 และกองพันรักษาฝั่งที่ 11 ณ สนามฝึกยิงอาวุธ ฝั่งทะเลอันดามัน โดยทำการยิงในพื้นที่ชายทะเลเพื่อฝึกป้องกันภัยทางอากาศ และป้องกันภัยที่จะมาทางทะเลให้กับพื้นที่สำคัญ ทางทหารและทางเศรษฐกิจ ในพื้นที่ จ.พังงา จ.ภูเก็ต ซึ่งการฝึกครั้งนี้ใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติ หาดท้ายเหมือง จ.พังงา ทำการฝึกยิงไปในสนามยิงอาวุธในทะเล โดยการฝึก เป็นไปตามนโยบาย ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการดำรงความพร้อมรบของกองทัพเรือ ซึ่งหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งได้ทำการฝึกยิงอาวุธประจำปี 2565 ฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อเตรียมความพร้อมรบ" รบอย่างไรฝึกอย่างนั้น  " เพื่อ เตรียม ส่งมอบกำลังให้กับทัพเรือภาคที่ 3 ในแบบกำลัง หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งประจำพื้นที่ เมื่อกองทัพเรือสั่งการ
   
สำหรับการปฏิบัติการฝึกยิงอาวุธ ในครั้งนี่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย กำลังพลปลอดภัย และมีความชำนาญเข้าใจ  ตลอดจนการวางแผนและการแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติการของหน่วยยิงได้เป็นอย่างดียิ่ง 

สคบ. คุมเข้มร้านทองป้องกันเอาเปรียบช่วงตรุษจีน

นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า  สคบ.ได้ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายทองรูปพรรณ ในการจัดทำฉลากของสินค้าประเภททองรูปพรรณให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอต่อการตัดสินใจซื้อทองรูปพรรณและเป็นการเฝ้าระวังการเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ หากผู้ประกอบธุรกิจ รายใดไม่แสดงฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ได้มีการตรวจสอบร้านจำหน่ายทองรูปพรรณกว่า 30 ร้าน พบว่าผู้ประกอบธุรกิจทั้งหมดได้ดำเนินการจัดทำฉลากทองรูปพรรณถูกต้องครบถ้วนตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก  โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปีประชาชนผู้บริโภคส่วนมากจะนิยมซื้อสินค้าประเภททองรูปพรรณจากร้านทองต่าง ๆ 

กห. ยันเปิดกว้างทุกพรรคหาเสียงเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ในหน่วยทหาร ไม่ขวาง "ก้าวไกล" ใช้พื้นที่ ชี้เป็นอำนาจ กกต.จังหวัดประกาศทุกพรรคใช้พื้นที่หน่วยเท่าเทียม ระบุเป็นกลาง-ไม่ชี้นำกำลังพลเลือกใคร  

ที่กระทรวงกลาโหม พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงแนวทางของเหล่าทัพในการสนับสนุนการเลือกตั้งซ่อมเขต 9 กทม.(หลักสี่)ว่าเหล่าทัพมีแนวทางที่ชัดเจนที่เขียนไว้ในเรื่องการสนับสนุนการเลือกตั้ง 4 ประเภทด้วยกันคือ สนับสนุนคน สถานที่ ยานพาหนะและการประชาสัมพันธ์ ในกรณีที่มีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งขอเข้ามาหาเสียงในหน่วย ทางหน่วยก็ต้องแจ้งไปที่คณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัด( กกต.จังหวัด) เพื่อให้ประกาศเชิญชวนให้พรรคการเมืองเข้ามาทำการหาเสียง และจะจัดพื้นที่กลางเพื่อให้ทุกพรรคการเมืองเข้ามา บอกกล่าวถึงนโยบายของพรรคตัวเองและมีการจัดคิวเข้ามาพรรคการเมือง 

เมื่อถามว่า ต้องรอให้ทุกพรรคการเมืองเสนอมาพร้อมกันหรือไม่ พ.อ.วันชนะ กล่าวว่า หากทาง กกต.จังหวัดประกาศเชิญชวนแล้วมีเพียงพรรคการเมืองเดียว โดยไม่มีพรรคอื่นประสงค์เข้ามาเลย ทางกกต.ก็จะประกาศให้พรรคการเมืองเดียวเข้ามา ถือว่าเป็นการเปิดกว้างเหมือนกัน  ยืนยันว่ากองทัพยืนยันในการสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สำหรับกรณีที่พรรคก้าวไกลขอเข้าไปหาเสียงในหน่วยทหารของ ทบ.แต่ได้รับการปฏิเสธโดยให้เหตุผลที่มีเพียงพรรคเดียวนั้น เราต้องไปดูที่ กกต.ด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ายังอยู่ในขั้นตอนที่ กกต.ประกาศเชิญชวนพรรคการเมืองอื่น เพราะปกติเวลาทำเรื่องไปที่หน่วยแล้วยังไม่สามารถเข้ามาหาเสียงได้ทันที เพราะหน่วยต้องรอทางกกต.แจ้งก่อนเพื่อเตรียมพื้นที่และกำลังพลที่มาฟังก่อน รวมถึงคิวของพรรคการเมืองอื่นๆ ที่จะร่วมได้ 

“บิ๊กป้อม” ขึ้นเหนือ แก้น้ำแล้ง โครงการพัฒนา "เวียงหนองหล่ม-หนองมโนราห์" จ.เชียงราย

ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติหนองมโนราห์ อ.แม่จัน จ.เชียงรายพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ลงพื้นที่ปฎิบัติราชการที่จ.เชียงราย เพื่อติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค และติดตามการบริหารจัดการน้ำภาคเหนือ ได้แก่ การพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ เวียงหนองหล่ม และโครงการขุดลอกหนองมโนราห์ 

โดยรับฟังรายงานสรุปการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ของจังหวัด และภาพรวมการบริหารจัดการน้ำของประเทศและภาคเหนือ จากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)และการดำเนินงานการพัฒนาแหล่งน้ำ เวียงหนองหล่ม และพื้นที่บริเวณโดยรอบ จาก ผอ.สทนช.ภาค1 และผอ.โครงการชลประทานเชียงราย 

พล.อ.ประวิตร กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า ให้สทนช. เร่งจัดทำและศึกษาแผนแม่บท พัฒนา อนุรักษ์ และฟื้นฟู เวียงหนองหล่ม ให้เสร็จโดยเร็ว และให้จังหวัด กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งปฏิบัติตามแผนงานให้เสร็จทันเวลา เพื่อแก้ปัญหาด้านแหล่งน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงราย อย่างทั่วถึงต่อไป 

จากนั้นพล.อ.ประวิตร และคณะ เดินทางติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานขุดลอกหนองมโนราห์ ในพื้นที่และพบปะประชาชน ที่ขอบคุณ พล.อ.ประวิตร และรัฐบาลที่สนับสนุนโครงการดังกล่าวและชาวบ้านได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง สามารถบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งนี้ ได้เป็นอย่างดี ทั้งน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภคบริโภค และการประมง จากนั้นได้มอบ เครื่องตรวจ ATK จำนวน 500ชุด ให้กับรพ.แม่จัน เพื่อใช้ประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้เวียงหนองหล่ม เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่ ประมาณ 14,000 ไร่ เป็นพื้นที่รับน้ำฝน 187 ตร.กม. มีน้ำท่าเฉลี่ย 72 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีความจุเก็บกัก 8 ล้าน ลบ.ม. โดยมีเป้าหมายการพัฒนาที่ 20 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรองรับการอุปโภคบริโภค 10,008 ครัวเรือน จากนั้นได้รับฟังผลการดำเนินงาน การขุดลอกหนองมโนราห์ จาก นพค.35 และมีความคืบหน้าเกิดผลสัมฤทธิ์ อย่างน่าพอใจ  สำหรับ หนองมโนราห์ เป็นแหล่งน้ำสภาพปิด รับน้ำจากน้ำฝนเป็นหลัก มีพื้นที่ 139 ไร่ เดิมกักเก็บน้ำได้ไม่เกิน 300,000 ลบ.ม. และได้รับการสนับสนุน งป.กลาง ปี64 เมื่อครั้ง พล.อ.ประวิตร  ลงพื้นที่ เมื่อ23ธ.ค.63 ที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาเพิ่มการกักเก็บ ต้ังเป้าไม่เกิน 400,000 ลบ.ม. หากดำเนินการเสร็จสิ้น จะสามารถใช้ประโยชน์ อย่างเพียงพอ ครอบคลุม 8หมู่บ้าน 5,457 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตร กว่า 500ไร่ ต่อไป

ดีอีเอส เร่งเครื่องปลดล็อกบุหรี่ไฟฟ้า ส.ส. ก้าวไกล - เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าหนุน 

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าหนุน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ตั้งคณะทำงานศึกษาปลดล็อกบุหรี่ไฟฟ้า ชี้ผลดีในการเก็บภาษีเข้าประเทศและให้ทางเลือกกับประชาชนในแง่การเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่ ชี้ชัดโลกเทรนด์โลกเปลี่ยนไป จับเท่าไหร่ก็ไม่หมด ประเทศชาติเสียประโยชน์ทั้งด้านสาธารณสุขและด้านภาษี และเปิดให้ผู้สนับสนุนร่วมกันลงชื่อเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม 

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “กลุ่มลาขาดควันยาสูบ” (ECST) และเฟซบุ๊กเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1000,000 คน เผยหลังพบกับ รมต. ดีอีเอส ว่า “พวกเราสนับสนุนความตั้งใจของ รมต. ชัยวุฒิ ในการตั้งคณะทำงานที่เป็นกลางเพื่อศึกษาทางเลือกในการใช้บุหรี่ไฟฟ้าแบบถูกกฎหมาย เช่นเดียวกับที่มีการปลดล็อกกระท่อมและกัญชา ทั้งที่เป็นยาเสพติดมาก่อน และหวังว่าการตั้งคณะทำงานในครั้งนี้จะมีความโปร่งใส เปิดรับฟังเสียงจากประชาชนอย่างแท้จริง และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล เราเชื่อว่าการปลดล็อกบุหรี่ไฟฟ้าและนำมาควบคุมให้ถูกกฎหมายจะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการลดอัตราการสูบบุหรี่ ช่วยให้คนในสังคมห่างไกลอันตรายจากควันบุหรี่ ป้องกันการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนได้ และกรมสรรพสามิตสามารถเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง เช่นเดียวกับประเทศอังกฤษที่อัตราการสูบบุหรี่ลดลงได้ เพราะมีการสนับสนุนให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ทำให้นิวซีแลนด์และฟิลิปปินส์ที่ต้องการลดปัญหาการสูบบุหรี่ในประเทศ ก็ได้ร่างกฎหมายใหม่เพื่อควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบไร้ควันให้แตกต่างจากการควบคุมบุหรี่และไม่แบนด้วย” นายอาสา ศาลิคุปต กล่าว 

TCAS ยันไม่ให้นักเรียนติดโควิดเข้าสอบ พร้อมยก 3 เหตุผล ที่ไม่อาจผ่อนปรน

จากกรณีที่มีแฮชแท็ก #แบนทปอ วันเปิดรับสมัครสอบของ Dek65 ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ ในประเด็นคำถาม-คำตอบ ว่า ถ้าติดโควิดวันสอบจะมีการแก้ไขอย่างไร และแอดมิน Mytcas.com ตอบว่า “สมัครสาขาที่ไม่ต้องใช้คะแนนครับ” ซึ่งมีผู้มาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย นั้น 

ล่าสุด รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ ผู้จัดการระบบสมัครสอบ TCAS 65 กล่าวว่า กรณีที่มีคำถามถึงกรณีที่นักเรียนที่มีปัญหาติดเชื้อโควิด-19 ในวันที่มีสอบ TCAS โดย ระบุว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาและปีก่อนหน้าที่ไม่มีสถานการณ์โควิด-19 ผู้ใดที่ไม่สามารถมาสอบยังสนามสอบได้ ถือว่าเป็นผู้ที่ขาดสอบ ซึ่งจะไม่มีคะแนนสอบในปีนั้นๆ ทั้งนี้ ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของไทยตลอดที่ผ่านมาจะไม่มีการจัดสอบ 2 รอบ

ในปีนี้เช่นกัน กรณีนักเรียนที่ไม่สามารถมาสอบเนื่องจากติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงกรณีกักตัว หรือรักษาตัวในโรงพยาบาล เนื่องจากการมาสอบอาจทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้ ฉะนั้นการสอบ TCAS ปี 65 นโยบายของคณะกรรมดำเนินงาน TCAS ไม่อนุญาตให้นักเรียนที่ติดโควิด-19 เข้าสอบและไม่อนุญาตในการจัดให้สอบซ่อมกับนักเรียนที่ติดโควิด-19 โดยมีเหตุผล 3 ข้อคือ

1.) ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคปี 58 กำหนดไว้ว่า ผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 หรือมีโรคติดต่อจะไม่สามารถออกมาจากสถานที่กักตัวได้ เพื่อลดการติดต่อ

2.) การจัดสอบ แม้ว่าจะมีการเสนอให้มีการจัดสอบในโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งการจัดสอบทุกครั้งเป็นการสอบแข่งขันระดับประเทศ ข้อสอบที่จัดสอบภายใต้เงื่อนไข การจัดการสนามสอบที่เป็นมาตรฐาน ฉะนั้นการจัดสอบในโรงพยาบาลจึงไม่อาจจัดให้มีมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงไม่สามารถนำข้อสอบที่ปนเปื้อนเชื้อโควิดไปบริหารจัดการได้

3.) การใช้ข้อสอบคนละชุด ในกรณีหากมีการจัดสอบรอบ 2 จะทำให้มีความได้เปรียบ-เสียเปรียบ เนื่องจากเวลาอ่านหนังสือไม่เท่ากันและข้อสอบคนละชุดกัน การสอบแข่งขันแต่ละครั้งจึงต้องใช้ข้อสอบชุดเดียวเพื่อนำคะแนนมาเปรียบเทียบและแข่งขันกันเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาได้

ดังนั้น ตามที่แอดมินเพจ TCAS ตอบนักเรียนก็เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง และไปตามที่คณะกรรมการดำเนินการ TCAS65 ให้ข้อมูลไว้ คือ ผู้ที่ขาดสอบในปีนี้ ก็คือ ขาดสอบ โดยจะสามารถเลือกคณะต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้คะแนนสอบได้มากกว่า 1,600 เงื่อนไข หรือ นักเรียนอาจต้องรอสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีหน้า

“ในปีก่อนผู้ที่ขาดสอบ ก็เกิดอุบัติเหตุ เช่น รถชน รถติด ไม่สามารถมาสอบได้ทัน ก็เป็นเหตุสุดวิสัยเช่นกัน ข้ออ้างแบบนั้นไม่สามารถใช้ได้ แนะนำให้นักเรียนรักษาตัวให้ปลอดภัยในช่วงก่อนสอบ ไม่ออกไปนอกสถานที่มากจนเกินไป และให้ระมัดระวังตัวอยู่เสมอ”

ผู้จัดการระบบสมัครสอบ TCAS 65 ยังระบุว่า คำถามของนักเรียนที่แอดมิน เพจ Mytcas ว่า จะเลื่อนสอบหรือไม่ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโอมิครอน แอดมินพยายามอธิบายว่า ช่วงเวลาในการเลื่อนสอบมีจำกัด เช่น 7-14 วัน หากสถานการณ์ในการเลื่อนสอบกรณีที่จำเป็นเกิดขึ้นก็จะเลื่อนสอบได้ในระยะเวลา 7-14 วัน ในกรอบที่เตรียมไว้ โดยไม่สามารถเลื่อนสอบไปได้ไกลกว่านั้น โดยตามที่แอดมินตอบว่า แม้ว่าจะมีการเลื่อนสอบออกไปในตารางสอบใหม่ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่า ในวัน-เวลา ดังกล่าว จะไม่มีสถานการณ์โอมิครอนระบาด ฉะนั้นการสอบในเวลาเดิมหรือสอบเวลาใหม่ความเสี่ยงจากสถานการณ์โอมิครอนก็เท่ากันอยู่ดี นั่นคือความหมายของคำตอบของแอดมินฯ

นอกจากนี้ กรณีเปรียบเทียบกับประเทศเกาหลีที่มีการจัดสอบให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 นั้น กรณีดังกล่าวไม่ใช่การสอบระดับชาติ แต่เป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเฉพาะบางแห่งเท่านั้นและไม่ใช่วงกว้างเหมือนกับการสอบระดับชาติแบบไทย จึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ ขณะที่การจัดสอบระดับประเทศของไทย ต้องใช้เวลาเตรียมการ 8-9 เดือนจึงจะสามารถจัดการสอบได้ ขณะที่การสอบของประเทศเกาหลีนั้นเป็นคนละรูปแบบกัน

สิงคโปร์เอาจริง ‘จับ-ปรับ’ ดาวรุ่ง OnlyFans ไม่สน!! แม้สังคมตะวันตกมองเป็นเรื่องปกติ

ดาราหนุ่ม OnlyFans ชาวสิงคโปร์งานเข้า เมื่อทางการสิงคโปร์ออกหมายจับข้อหาส่งรูปโป๊ อนาจาร ขายให้กับกลุ่มแฟนคลับผ่านบัญชี OnlyFans ของเขา ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายสื่อลามกอนาจารของสิงคโปร์ และมีสิทธิ์ได้รับโทษทั้งจำ ทั้งปรับ

ติตัส โลว์ ดาราหนุ่มนักสร้างคอนเทนต์ผู้ใหญ่วัย 22 ผ่านสื่อโซเชียลชื่อดัง OnlyFans ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในสิงคโปร์ มีผู้ติดตามผลงานภาพถ่ายส่วนตัวของเขาบนเพจหลายพันคน ถูกจับกุมและตั้งข้อหาโดยทางการสิงคโปร์ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2021 จากการกระทำผิดดังกล่าว

เนื่องจากตามหลักกฎหมายของประเทศสิงคโปร์นั้น การส่งภาพที่เข้าข่ายลามกอนาจารผ่านสื่อโซเชียล ไม่ว่าจะเพื่อแสวงหาผลกำไรหรือไม่ก็ตาม ยังถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ทั้งผู้ส่ง และผู้รับ ซึ่งแม้จะอนุญาต หรือยินยอมพร้อมใจ ก็ยังถือว่าผิด

จากคดีนี้ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสิงคโปร์ว่าการสร้างคอนเทนต์แนวผู้ใหญ่อย่างเปิดเผย สมควรถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ผิด กฎหมายหรือไม่ เพราะ ติตัส โลว์ เอง ก็เป็นดาว OnlyFans คนแรกของสิงคโปร์ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีด้วยข้อหาดังกล่าว ซึ่งหากศาลตัดสินว่าทำผิดจริง ตัวเขาก็อาจต้องรับโทษจำคุกนานถึง 6 เดือน และปรับเงินอีก 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ อันจะส่งผลถึงเส้นทางของผู้สร้างคอนเทนต์ใน OnlyFans รายอื่นๆ ในสิงคโปร์อีกกว่า 100 คนที่มีโอกาสสูงที่จะถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกัน

สำหรับคดีของ นายติตัส โลว์ นั้น ทางตำรวจสิงคโปร์รายงานว่า ได้เริ่มมีการตักเตือนมาก่อนหน้านี้ หลังเข้าตรวจค้นบ้านพักของเขาตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม (ปี 64) และมีการยึดบัญชี OnlyFans รวมทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไอโฟน และไอแพดของเขา และยังแจ้งเตือนให้เขายุติกิจกรรมใน OnlyFans 

แต่ต่อมานาย โลว์ ได้ติดตามขอบัญชีผู้ใช้คืนจาก OnlyFans และยังเปิดบัญชีสำรองเพื่อโพสต์ภาพนู้ดส่วนตัวผ่านหน้าเพจอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง โดยนาย โลว์ ได้อ้างว่าตัวเขามีรายได้เลี้ยงชีพจากการขายคอนเทนต์บน OnlyFans เท่านั้น ซึ่งการปิดบัญชีผู้ใช้ ทำให้เขาขาดรายได้

นั่นจึงเป็นเหตุให้ทางตำรวจสิงคโปร์ตัดสินใจจับกุมตัวเขาในเดือนธันวาคม ด้วยความผิด 2 กระทง คือ การส่งภาพลามกอนาจารผ่านบัญชี OnlyFans ทั้ง 2 บัญชี และขัดคำสั่งเจ้าพนักงานที่ให้ยุติการเคลื่อนไหวในบัญชีผู้ใช้ของเขา 

ต่อมา นายติตัส โลว์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC ว่า ถูกตำรวจสิงคโปร์ข่มขู่ว่าจะดำเนินคดี และยังจับเขาใส่กุญแจมือ และขังคุก ทำให้เขากลัวมาก และไม่เข้าใจว่าตัวเขาทำความผิดร้ายแรงถึงขนาดนั้นเชียวหรือ

ปูนบำเหน็จ “ตำรวจกล้า” เลื่อนยศเป็น พลตำรวจตรี พร้อมเงินเยียวยาครอบครัวกว่า 1,500,000 บาท ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับดูแลสิทธิประโยชน์อย่างดีที่สุดและรวดเร็ว

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า จากเหตุการณ์อันน่าสลดใจ ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.หนองปลิง สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ได้ออกติดตามคนร้ายผู้ก่อเหตุ เมื่อถึงที่เกิดเหตุแล้วคนร้ายได้คลุ้มคลั่งยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งผลให้ ร.ต.อ.ชัยปติณญา แสงปาน รองสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองปลิง ถูกยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

พล.ต.ต.ยิ่งยศฯ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หลังจากที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว จึงได้กำชับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นของ ร.ต.อ.ชัยปติณญาแสงปาน รองสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองปลิง ให้ดูแลสวัสดิการต่าง ๆ แก่ครอบครัวของนายตำรวจผู้เสียสละอย่างดีที่สุดและรวดเร็ว

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ครอบครัวของ ร.ต.อ.ชัยปติณญา แสงปาน รองสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองปลิง จะได้รับสิทธิประโยชน์เบื้องต้น ดังนี้ 

- เลื่อนยศจาก ร้อยตำรวจเอก เป็นพลตำรวจตรี

- การบรรจุทายาทเข้ารับราชการตำรวจ

- เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

- เงินกองทุนสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

- เงินบำเหน็จตกทอด และเงินสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เบื้องต้นรวมประมาณ 1,500,000 บาท

‘โอมิครอน’ ยึดพื้นที่ทั่วไทย 80% สธ.คาด สิ้นเดือนนี้เข้าแทนที่ ‘เดลตา’ 

นายแพทย์ศุภกิจ เผย ทุกจังหวัดในไทยล่าสุดติดเชื้อโอมิครอนครบแล้ว คาดปลายเดือนนี้เชื้อดังกล่าวเพิ่มเป็น 98% เข้ามาแทนที่จนเดลตาหายไป 

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงรายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า จากการเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อโควิด-19 ที่ระบาดในประเทศไทย วันนี้ไม่มีจังหวัดไหนที่ไม่พบเจอเชื้อโอมิครอน โดยพบแล้วทุกพื้นที่ ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 17,021 ราย จังหวัดที่สูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ภูเก็ต สมุทรปราการ และ เชียงใหม่ เพิ่มขึ้นกว่า 200 ราย และเป็นการติดเชื้อในพื้นที่ร้อยกว่าราย แนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยผู้เดินทางมาจากต่างประเทศวันนี้ ร้อยละ 97 เป็นการติดเชื้อโอมิครอน ดังนั้น คนที่ตรวจหาเชื้อพบผลบวก ก็เชื่อได้เลยว่าเป็นโอมิครอนเกือบทั้งหมด

นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ส่วนกลุ่มในประเทศก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา จะตรวจโดยตรวจกลุ่มเดินทางมาจากต่างประเทศ และเดินทางผ่านชายแดนเข้ามาทุกราย ด้วยวิธี RT-PCR และจำนวนหนึ่งจะส่งมาถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัว โดยสุ่ม 140 ตัวอย่าง ต่อศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งมี 15 แห่งทั่วประเทศ และครึ่งหนึ่งจะถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัว ส่วนกลุ่มอื่นๆ เช่น การสุ่มในภาพรวมจากผลบวกในแต่ละวัน คลัสเตอร์การระบาด กลุ่มที่ได้วัคซีนแล้ว และกลุ่มที่มีอาการเสียชีวิต บุคลากรการแพทย์ คนที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น

“ข้อมูลในช่วงวันที่ 11-17 มกราคม 2565 ภาพรวมประมาณ ร้อยละ 87 แต่เฉพาะคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ร้อยละ 97 จาก 1,437 ตัวอย่าง ขณะที่ในประเทศตรวจ 2,274 ตัวอย่าง พบเป็นเชื้อโอมิครอน ร้อยละ 80 เชื้อเดลตา ร้อยละ 20 เป็นสัดส่วนที่น่าจะใกล้ความเป็นจริงในภาพรวมของประเทศ” นพ.ศุภกิจ กล่าว

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า สำหรับการตรวจสายพันธุ์ย่อยในประเทศไทย ในกลุ่มคนทั่วไป วันนี้สัดส่วนที่เจอเชื้อโอมิครอน ร้อยละ 85 เชื้อเดลตา ร้อยละ 15 แต่มีเชื้อเดลตาสูงกว่าค่าเฉลี่ยในกลุ่มติดเชื้ออาการรุนแรง หรือเสียชีวิต พบประมาณ ร้อยละ 33 หรือ 2 เท่า ของกลุ่มแรก อันนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าสายพันธุ์โอมิครอนรุนแรงน้อยกว่าเชื้อเดลตาแน่นอน

“ส่วนกลุ่มที่วัคซีนครบถ้วน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มฉีด 2 เข็ม พบเชื้อเดลตาพอสมควร บุคลากรการแพทย์ร้อยละ 25 เป็นเชื้อเดลตา และสุดท้ายที่น่าสนใจ 8 ราย ที่มีการติดเชื้อซ้ำเป็นเชื้อโอมิครอน ร้อยละ 100 จากเดิมคนที่ติดเชื้อเดิม เช่น เชื้อเดลตา จะมีภูมิสูง แต่ยังสามารถติดเชื้อซ้ำเป็นเชื้อโอมิครอนได้ สะท้อนว่า ภูมิเดิมที่มีต่อเชื้อเดิมป้องกันเชื้อโอมิครอนไม่ได้” นพ.ศุภกิจ กล่าวและว่า ในเชิงพื้นที่ตามเขตสุขภาพต่างๆ หลายเขตขึ้นไป ร้อยละ 70-80 ที่เพิ่มมาก คือ เขตฯ 4,6,7 ขึ้นไปเกือบ ร้อยละ 90 และเขตฯ 13 กรุงเทพฯ ร้อยละ 86 ส่วนใหญ่เป็นเชื้อโอมิครอน ที่เหลือลดลง แต่ที่น่าสังเกตคือเขตฯ 12 หรือชายแดนใต้ ครึ่งหนึ่งเป็นเชื้อเดลตา ดังนั้น พื้นที่นี้มีลักษณะชุมชนแตกต่างจากที่อื่นๆ เช่น ไม่มีสถานบันเทิง และไม่มีการรั่วไหลมาจากมาเลเซีย คนมาจากต่างประเทศก็ไม่ได้ไปในพื้นที่มากมาย ทำให้ครึ่งหนึ่งยังเป็นเชื้อเดลตา แต่ในที่สุดจะถูกแทนที่ด้วยเชื้อโอมิครอนอยู่ดี

“เฉลิมชัย” มอบ “อลงกรณ์” ลงพื้นที่หน้าด่านหนองคาย-อุดรฯ สัปดาห์หน้า ประสานผู้ประกอบการ ”ไทย-ลาว-จีน” ร่วมมือส่งออกข้าว-ยางพารา-ผลไม้ บนเส้นทางรถไฟสายใหม่รับมือฤดูกาลผลิตปี 2565

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กรกอ.)และประธานคณะทำงานจัดทำแผนแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบเปิด

เผยวันนี้(21ม.ค.)ว่า ในวันพฤหัสบดีสัปดาห์หน้าจะเดินทางไปหนองคาย-อุดรฯ เพื่อหารือกับผู้ประกอบการ ”ไทย-ลาว-จีน” ด้านโลจิสติกส์เพื่อร่วมมือกันในการสนับสนุนการส่งออกสินค้าเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา ผัก ผลไม้กล้วยไม้ สินค้าประมงและสินค้าปศุสัตว์บนเส้นทางรถไฟลาว-จีน 

สำหรับฤดูกาลผลิตปี 2565 ตามข้อสั่งการของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวมทั้งการติดตามความคืบหน้าของนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานีทางด้านการลงทุนอุตสาหกรรมเกษตรอาหารและโครงการโลจิสติกส์ปาร์คตลอดจนการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น ไนโตรเจนฟรีสเซอร์และระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อการส่งออก

“ประเทศไทยสามารถส่งออกข้าวสาร จำนวน 20 ตู้ ปริมาณ 500 ตันโดยใช้เส้นทางรถไฟสายจีน-ลาวโดยมีจุดหมายปลายทางที่มหานครฉงชิ่ง (Chongqing)ในภาคตะวันตกของจีนเป็น Shipment แรกซึ่งสามารถผ่านการตรวจตราและออกใบรับรองจากด่านตรวจพืชที่หนองคายขนส่งถึงท่าบกท่านาและผ่านการเห็นชอบของด่านศุลกากรลาวแล้วรอขบวนรถขนส่งสินค้าเพื่อเดินทางออกจากสถานีเวียงจันทน์ใต้ไปมหานครฉงชิ่ง ก่อนหน้านี้ได้รับรายงานคลาดเคลื่อนจากหน่วยงานว่าขนส่งไปฉงชิ่งแล้วรวมทั้งจำนวนน้ำหนักซึ่งได้ช่วยประสานงานกับทางลาวและได้รับความร่วมมืออย่างดีในการอนุมัติผ่านด่านศุลกากรและกระทรวงเกษตรของลาว เมื่อขบวนรถไฟขนส่งมาถึงก็พร้อมออกเดินทางได้ทันที

การขนส่งระบบรางเป็นระบบใหม่จากไทยผ่านแดนลาวเพื่อขยายโอกาสทางการค้าภายใต้การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ ภาคเกษตรกรและภาคเอกชนตามนโยบายการพัฒนาโลจิสติกส์เกษตรและยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตเพื่อการส่งออกของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์กับ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งทั้ง 2 ท่านได้ดำเนินการเจรจากับทางการจีนและลาวทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการตลอดมาโดยเฉพาะในภาวะที่ต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกแล้วระลอกเล่าซึ่งทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบากแต่ด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมือของทุกฝ่ายจึงสามารถฝ่าฟันอุปสรรคมาได้และถอดบทเรียนปัญหามาสู่การขับเคลื่อนไปข้างหน้าร่วมกัน” 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top