Saturday, 20 June 2026
NEWS FEED

“บุกจับกลางกรุงฯ" หนุ่มขายนกคุ้มครองออนไลน์ ช่วยเหลือลูกนกอีก 16 ตัว รับสารภาพรับซื้อจากชาวบ้าน นำมาโพสต์ขายในกลุ่มลับ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบโดยเฉพาะ”

พล.ต.ต.มานะ กลีบสัตบุศย์ ผบก.ปทส.สั่งการให้พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญญา รอง ผบก.ปทส.พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง ผกก.1 บก.ปทส.พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ รอง ผกก.1 บก.ปทส.พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ชูกรณ์ , พ.ต.ต.ดนัย ดีดวงพันธ์ สว.กก.1 บก.ปทส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดเหยี่ยวดง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าจับกุมนายฉัตรเฉลิม กลิ่นเมย อายุ 34 ปี ในความผิดตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า  ข้อหา “มีสัตว์ป่าคุ้มครองไวในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และค้าสัตว์ป่าคุ้มครองฯ พร้อของกลาง ลูกนกกระรางหัวขวาน  9 ตัว ลูกนกแสก  2 ตัว ลูกนกเค้าจุด 4 ตัว และเหยี่ยวขาว  1 ตัว ได้ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านวงศ์สว่าง แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รับแจ้งว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง นำเสนอขายนกกระรางหัวขวาน, นกเค้าจุด ผ่านทางออนไลน์ จึงเข้าตรวจสอบและติดต่อขอซื้อ โดยนัดรับสินค้าที่กันที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าดังกล่าว เมื่อถึงเวลานัดหมาย ผู้ต้องหานำกล่องพัสดุมาส่งให้  3 กล่อง ภายในบรรจุเหยี่ยวขาว 1 ตัว , ลูกนกกะรางหัวขวาน  5 ตัว และ ลูกนกแสกอีก 2 ตัว จึงแสดงตัวเพื่อจับกุม

'กองทัพเรือ'  จัดกำลังพลและอากาศยาน ขจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหล ในพื้นที่จ.ระยอง

พล.ร.ท.ปกครอง  มนธาตุผลิน  โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ท่อน้ำมันของบริษัท SPRC รั่วไหลอีกครั้งเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งกองทัพเรือได้จัดกำลังพลและ ยุทโธปกรณ์เข้าดำเนินการ เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ ตั้งแต่วันเกิดเหตุ รวมถึงจัด อากาศยาน ขึ้นลาดตระเวนและโปรยสารเคมี

โดยในวันนี้ ทัพเรือภาคที่ 1 ได้จัดเฮลิคอปเตอร์ ขึ้นบินสำรวจโดยรอบบริเวณจุดพบคราบน้ำมัน ที่เรือของกรมทรัพยาการทางทะเลและชายฝั่ง และบริษัท SPRC ได้ทำการกางบูมล้อมสกัดกั้นไว้ ระยะห่างจากชายฝั่งหาดแม่รำพึงประมาณ 4 กิโลเมตร โดยเมื่อเวลา 08.00 น. เรือสำรวจจากกรมเจ้าท่า ได้ตรวจพบคราบน้ำมัน บริเวณปากแม่น้ำระยอง ลักษณะคราบน้ำมันเป็นแผ่นฟิมล์บางกลุ่มเล็กๆ ขนาดประมาณ 1×1 เมตร จำนวน 3 กลุ่ม และบริเวณปลายแหลมรุ่งเรือง ตรวจพบกลุ่มเล็กๆ เจ้าหน้าที่ทำการใช้ Absorf Boom ซับคราบดังกล่าว และในเวลา 11.00 น. ตรวจพบคราบน้ำมันบริเวณ Break Water ปากน้ำระยองอีกครั้ง มีขนาด ×2 เมตร เรือกรมเจ้าท่าดำเนินการสลายคราบน้ำมันเป็นที่เรียบร้อย 

เวลา 11.30 น. ทหารเรือ โดย หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ที่ประจำอยู่ในพื้นที่ ได้เข้าทำการตรวจสอบบริเวณโขดหิน ลานหินขาว หลังจากที่มีสื่อบางสำนักได้นำเสนอข่าวว่า มีการพบคราบน้ำมันในบริเวณดังกล่าว แต่จากการตรวจสอบไม่พบคราบน้ำมันตามที่มีการนำเสนอข่าว

“กอ.รมน.” ตรวจสอบอาคารพาณิชย์ ย่านหนองแขม ไม่พบการใช้ตราสัญลักษณ์กอ.รมน. ระบุ หากมีการแอบอ้างต้องถูกดำเนินคดีตามกม.

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เปิดเผยถึงมีการนำเสนอข่าวว่ามีผู้พบเห็นป้ายบริเวณรั้วและภายในอาคารพาณิชย์มีที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่เขตหนองแขม กทม. ซึ่งเมื่อมองเข้าไปที่บริเวณรั้วและภายในอาคารจะปรากฏเห็นป้ายมีข้อความและตราสัญลักษณ์ของ กอ.รมน. ปรากฎอยู่  จึงสงสัยว่าที่อาคารดังกล่าวเป็นอาคารสถานที่ทำงานของหน่วยงาน กอ.รมน. หรือไม่ 

จากกรณีดังกล่าว พล.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เสนาธิการทหารบก ในฐานะ เลขาธิการ กอ.รมน. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ พบว่าอาคารดังกล่าวไม่ใช่สถานที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานในสังกัด กอ.รมน. แต่อย่างใด จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประสานกับเจ้าของอาคารพาณิชย์ดังกล่าว ให้รีบดำเนินการนำป้ายที่มีตราสัญลักษณ์และข้อความ กอ.รมน. ออก เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าสถานที่ดังกล่าวนั้นเป็นสถานที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานในสังกัด กอ.รมน.

 ทั้งนี้อยู่ในระหว่างสอบสวนรวบรวมข้อมูล ซึ่งการขึ้นป้ายและข้อความในลักษณะดังกล่าวนั้นอาจเข้าข่ายได้ว่าเป็นการแอบอ้างเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดในทางที่มิชอบ โดยเฉพาะตราเครื่องหมายสัญลักษณ์ กอ.รมน. เป็นเครื่องหมาย หรือตราของทางราชการ ซึ่งการนำไปใช้จะต้องเป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมายมิฉะนั้นจะถือเป็นความผิดได้

"กองทัพเรือ" สนับสนุนการขจัดคราบน้ำมันทะเลระยองอีกครั้ง

พล.ร.ท..ปกครอง  มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ท่อน้ำมันของบริษัท SPRC รั่วไหลอีกครั้ง เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา  กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 ได้สนับสนุนการขจัดคราบน้ำมัน ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ โดยจัด เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ ขึ้นบินนำสารเคมี DASIC international SLICKGONE ไปโปรยบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ และได้จัดกำลังพลจาก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) จำนวนผลัดละ 40 นาย เข้าประจำพื้นที่บริเวณหาดแม่รำพึง จ.ระยอง เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ หากเกิดกรณีคราบน้ำมันที่รั่วไหลมาถึงบริเวณชายหาดอีกครั้ง โดยจะทำการสำรวจบริเวณชายหาดตลอด 24 ชั่วโมง และเก็บขยะร่วมกับเจ้าหน้าที่จากบริษัท SPRC ซึ่งกำลังพลกองทัพเรือ ได้มีความพร้อมที่จะสนับสนุนปฏิบัติการอีกครั้งตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

รัสเซีย-เบลารุส ซ้อมรบกระสุนจริง เร้าพลเมืองสหรัฐฯ ออกจากยูเครนด่วน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดี (10 ก.พ.) เร่งเร้าพลเมืองอเมริกาให้เดินทางออกจากยูเครนในทันที ในขณะที่การซ้อมรบกระสุนจริงของรัสเซียและการระดมกำลังทหารตามแนวชายแดน โหมกระพือความกังวลว่ามอสโกจะยกพลรุกรานยูเครน

ความตึงเครียดระหว่างวอชิงตันกับมอสโกพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามเย็น ด้วยสหรัฐฯ ประมาณการว่า มีทหารรัสเซียราว 130,000 นาย ระดมกำลังกันอยู่ตามแนวชายแดนติดกับยูเครน

"พลเมืองอเมริกันควรเดินทางออกมาเดี๋ยวนี้เลย" ไบเดนกล่าวในการสัมภาษณ์ที่บันทึกเทปไว้ล่วงหน้ากับสำนักข่าวเอ็นบีซีนิวส์ "เรากำลังรับมือกับหนึ่งในกองทัพใหญ่ที่สุดในโลก มันเป็นสถานการณ์ที่ต่างออกไปอย่างมากและสิ่งต่างๆ อาจเข้าสู่ความบ้าคลั่งอย่างรวดเร็ว"

ไบเดน เน้นย้ำว่า ไม่มีกรณีแวดล้อมใดที่เขาจะส่งทหารเข้าไปยังยูเครน แม้กระทั่งในภารกิจช่วยหลือพลเมืองอเมริกันในกรณีที่รัสเซียเปิดฉากรุกราน "มันจะเป็นสงครามโลก เมื่ออเมริกาและรัสเซียเริ่มยิงเข้าใส่กัน เราจะอยู่ในโลกที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง" เขากล่าว

คำพูดของไบเดนถูกเผยแพร่ออกมาหลายชั่วโมง หลังจากรัสเซียเคลื่อนรถถังข้ามชายแดนเข้าสู่เบลารุส เพื่อซ้อมรบกระสุนจริง ที่เรียกเสียงเตือนจากนาโต้ และกระตุ้นให้ตะวันตกต้องเร่งมือในความพยายามหลีกเลี่ยงเกิดสงครามในทวีปยุโรป

นาโต้ระบุว่า ความเคลื่อนไหวประจำการขีปนาวุธ ยานเกราะหนัก และกองทหารติดปืนกลของรัสเซีย ตอกย้ำถึง "ช่วงเวลาอันตราย" สำหรับทวีปยุโรป ราว 3 ทศวรรษหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต

พวกผู้นำตะวันตกพยายามติดต่อไปมากับมอสโก ในความพยายามรักษาช่องทางการสื่อสารระหว่างสองฝ่ายเอาไว้ เปิดโอกาสให้รัสเซียระบายความคับข้องใจเกี่ยวกับการแผนขยายอิทธิพลของนาโต้เข้าสู่ยุโรปตะวันตกและบรรดาประเทศอดีตสหภาพโซเวียต

อย่างไรก็ตาม พวกเขาพยามหาทางแสดงออกถึงความแน่วแน่ในการเผชิญกับสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าท่าทีของรัสเซียที่ซ้ำเติมสถานการณ์ความตึงเครียดที่หนักหน่วงอยู่ก่อนแล้ว "รัสเซียไม่ควรประเมินเราต่ำเกินไป ทั้งในแง่ความเป็นหนึ่งเดียวกันและความมุ่งมั่นของเราในฐานะพันธมิตรอียูและในฐานะพันธมิตรนาโต้" โอลาฟ์ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีระบุ

เพนตากอนเผยในวันพฤหัสบดี (10 ก.พ.) ว่า ในความพยายามลดโอกาสของการคำนวณพลาดระหว่างการซ้อมรบของรัสเซียกับเบลารุส บรรดาผู้บัญชาการด้านกลาโหมของสหรัฐฯ และเบลารุสได้พูดคุยทางโทรศัพท์กัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่พบเห็นบ่อยครั้งนัก

รัสเซียยังได้ส่งเรือรบ 6 ลำ ล่องผ่านช่องแคบบอสพอรัส สำหรับซ้อมรบทางนาวีในทะเลดำ และทะเลอาซอฟที่อยู่ติดกัน

'ศรีสุวรรณ' จี้ ผู้ว่าฯ อยุธยา ปลดนายกอบต.บ้านซุ้ง หลังปปช. ชี้มูลความผิดฐานทุจริตนานแล้ว

'ศรีสุวรรณ' ทวงถามผู้ว่าฯ อยุธยาทำไมไม่ปลดนายก อบต.บ้านซุ้ง ทั้งๆ ป.ป.ช. ชี้มูลผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่มานานแล้ว เตือนหากประวิงเวลาอีกต้องร้อง รมว.มหาดไทย เพื่อสอบเอาผิดผู้ว่าฯต่อไป

11 ก.พ. 65 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อทวงถามการใช้อำนาจสั่งให้นายก อบต.บ้านซุ้ง อ.นครพลวง พ้นจากหน้าที่ หลังจากที่ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่มานานแล้ว แต่จังหวัดกลับประวิงเวลาอย่างมีพิรุธ กลายเป็นที่ครหาของประชาชนนั้น

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน ต.บ้านซุ้ง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ว่านายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านซุ้ง ได้กระทำการทุจริตเงินโครงการคนดีศรีบ้านซุ้งต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด 2556 เป็นเหตุให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ทำการไต่สวนและสอบสวน และได้ทำการชี้มูลความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ พร้อมได้สรุปสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครหลวง นายอำเภอนครหลวง และหรือจังหวัดพระนครศรีอยุธยาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป

ระยอง - ผวจ.ระยอง เผยคราบน้ำมันจ่อประชิดฝั่งห่าง 5 กม. ยัน!เสียใจหลังน้ำมันรั่วรอบ 2 พร้อมตำหนิบริษัทต้นตอ ขาดความระมัดระวัง!! กรมเจ้าท่าแจ้งความดำเนินคดี 4 ข้อหา

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง ได้เดินทางมาตรวจและติดตาม การรับเรื่องราวร้องทุกข์ กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล บ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จก. หรือ SPRC ที่หมู่บ้านสบาย สบาย รีสอร์ท หาดแม่รำพึง อ.เมือง จ.ระยอง

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง ได้เปิดเผยถึง กรณีเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลกลางทะเล รอบที่ 2 จำนวน 5,000 ลิตร ซึ่งเป็นจุดเดิมที่มีการรั่วไหลเมื่อครั้งที่แล้วว่า จุดที่พบคราบน้ำมันรั่วไหลอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 5 กม. ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการควบคุมสถานการณ์ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งนี้ ตนรู้สึกเสียใจ ซึ่งทุกฝ่ายก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายกันไป ทั้งนี้ บริษัท น่าจะทำได้ดีกว่านี้ น่าจะมีความระมัดระวังในการวางแผนเข้าดำเนินการตรวจสอบให้รอบคอบ ซึ่งการขอโทษไม่ได้ช่วยอะไร คิดว่าประชาชนคงรับไม่ได้ เบื้องต้นได้ตำหนิทาง บริษัทฯ ไปแล้ว ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีแน่นอน โดยเฉพาะความรู้สึกของประชาชนและนักท่องเที่ยว ส่วนการปลดธงแดง และการลงเล่นน้ำทะเล ต้องขอประเมินสถานการณ์คราบน้ำมันในทะเลอีกรอบ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.) ได้มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง ในฐานะผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ไม้ฟ้า ปักเขตานัง ร้อยเวร สภ.มาบตาพุด ดำเนินคดี 4 ข้อหา โดยแบ่งออกเป็น 4 ฐานความผิด คือ

1.ฐานความผิดตามมาตรา 119 ทวิแห่ง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย(ฉบับที่ 14) พ.ศ.2535 กรณีก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นคดีที่ต่างกรรมต่างวาระ กับการกระทำผิด ซึ่งได้ร้องทุกข์ไปแล้ว เมื่อวันที่ 27 ม.ค.2565

โซเชียลวิจารณ์เมนูฮิต ‘หมึกช็อต’ นักวิจัยเตือน เสี่ยงเจอพยาธิตัวกลม

โซเชียลวิจารณ์เมนูฮิต ‘หมึกช็อต’ รสชาติอร่อย แต่อาจเป็นการทรมานสัตว์ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนเสี่ยงพยาธิตัวกลม ปวดท้องภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังกิน

โซเชียลวิจารณ์เมนู ‘หมึกช็อต’ นำหมึกเป็นๆ ไปจุ่มน้ำจิ้มซีฟูี๊ดในแก้วช็อต หรือแก้วเล็กๆ แต่บางร้านปรับใช้เป็นแก้วขนาดใหญ่ หลังจากจุ่มไปหมึกจะดูดน้ำจิ้มเข้าไป จากนั้นก็หยิบหมึกมากิน หลายคนที่ได้ลองบอกว่า รสชาติดี เนื้อหมึกมีรสหวานเข้ากันได้ดีกับน้ำจิ้มซีฟู้ด แต่อีกด้านก็มองว่า น่าสงสาร เพราะการกินแบบนี้เป็นการทรมานสัตว์

ลูกค้าที่เข้ามากินเมนูหมึกช็อต บอกว่า รสชาติอร่อย มึกสด หวานดี แต่น่าจะลองกินเพียงครั้งเดียว เพราะสงสาร

ขณะที่เจ้าของร้าน บอกว่า ปกติที่ร้านขายซาซิมิ เพิ่งนำเมนูหมึกช็อตมาขายในช่วงที่มีกระแสเกิดขึ้น เพื่อเป็นตัวเลือกของลูกค้า และลูกค้าอยากกินเมนูดังกล่าวที่ร้าน

‘จีน-รัสเซีย’ พันธมิตรสุดแข็ง ที่พร้อมแกว่งทุกเมื่อ หากความเสี่ยง กระทบผลประโยชน์ของประเทศ

ภายใต้สถานการณ์วิกฤติของรัสเซีย จากประเด็นยูเครนในช่วงที่ผ่านมา น่าจะทำให้รัสเซียเริ่มเหลียวมองหาพันธมิตรที่แข็งแกร่งเพื่อพึ่งพิง ซึ่งก็คงใช่ใครอื่นนอกจากจีน 

ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะไม่ว่ารัสเซียจะเจอปัญหาการเมืองกับชาติพันธมิตรในยุโรปหนักแค่ไหน หรือแม้จะเจอเหตุการณ์ประท้วงเพื่อล้มรัฐบาลคาซักสถานที่รัสเซียหนุนหลังอยู่เมื่อตอนต้นปี รวมถึงวิกฤติการลุกคืบของพันธมิตร NATO ในยูเครน ทางการจีนก็มักออกมาประกาศจุดยืนสนับสนุนฝ่ายรัสเซียอย่างแข็งขันเสมอมา

แถมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นก็ยิ่งถูกตอกย้ำขึ้นไปอีก ภายหลังการพบกันอีกครั้งระหว่าง ‘สี จิ้นผิง’ และ ‘วลาดิมีร์ ปูติน’ ในช่วงพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่ง ที่ทางรัฐบาลรัสเซียออกมารายงานว่า เป็นการพบกันที่อบอุ่น และมีความก้าวหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะความร่วมมือด้านพลังงาน ซึ่ง Rosneft บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัสเซียตกลงที่จะจัดโควตาส่งน้ำมันให้จีนเพิ่มอีกในอีก 10 ปีข้างหน้าด้วย

นอกจากนี้ ปูติน ยังได้กล่าวอีกว่า ความร่วมมือระหว่างรัสเซีย และจีนจะช่วยให้ทั้ง 2 ชาติมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคง และสามารถต่อสู้ รับมือกับความเสี่ยง และท้าทายจากชาติอื่นๆ พร้อมย้ำอีกว่า...

“มิตรภาพระหว่างจีน และ รัสเซีย ไม่มีข้อจำกัด”

อย่างไรก็ตามกรณีข้อพิพาทล่าสุดระหว่าง ‘รัสเซีย-ยูเครน’ ที่มีชาติพันธมิตรเข้ามาขู่ฟ่อๆ จะล่อรัสเซียหากแหยมยูเครนนั้น ดูจะทำให้รัสเซียต้องคิดหนักกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นตามหลังมากกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา เหตุเพราะสหรัฐอเมริกาขู่งัดมาตรการคว่ำบาตรขั้นสูงสุด หากรัสเซียยกทัพบุกดินแดนยูเครนจริง ขณะที่สหภาพยุโรปก็พร้อมที่จะบอยคอตรัสเซียหนักยิ่งกว่าตอนผนวกดินแดนไครเมียในปี 2014 

ประเด็น คือ หากสถานการณ์ลุกลามไปสุดถึงขั้นนั้นจริงๆ จีนจะกระโดดลงมาร่วมเรียงเคียงไหล่กับรัสเซียหรือไม่?

นักวิเคราะห์หลายคนต่างวิเคราะห์ถึงท่าทีของจีนไว้อย่างน่าสนใจว่า แม้จีนจะแสดงออกชัดเจนถึงการสนับสนุนรัสเซียในด้านเสถียรภาพและความมั่นคงทางภูมิศาสตร์การเมืองในภูมิภาค รวมถึงการพึ่งพาด้านเศรษฐกิจซึ่งกันและกัน แต่หากมองในมุมด้านผลประโยชน์ทางการค้าที่เป็นจุดแข็งสำคัญของจีน เชื่อว่าจีนอาจยังไม่พร้อมที่จะยอมเสี่ยงถึงขนาดนั้นเพื่อรัสเซีย

ยิ่งไปกว่านั้น หากพิจารณาในแง่การตลาด จีนถือเป็นตลาดส่งออกเบอร์ 1 ของรัสเซียเลยทีเดียว คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 16% ของยอดรวมตลาดต่างประเทศของรัสเซีย แต่ในทางกลับกัน ตลาดรัสเซียกลับมีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกให้กับจีนเพียง 2% เท่านั้น ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับตลาดของจีนในสหรัฐอเมริกา และ สหภาพยุโรป

อเล็กซ์ คาพริ นักวิจัยของสถาบัน Hinrich Foundation กล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งควรที่จะระมัดระวังอย่างยิ่งในการแสดงจุดยืนเรื่องข้อพิพาทระหว่าง NATO และ รัสเซีย แม้จะเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจ และพลังงานร่วมกันมานาน แต่ผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรจากชาติมหาอำนาจจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผลประโยชน์ด้านการค้าของจีนอย่างแน่นอน

อีกทั้งคำขู่ของนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ออกโรงเตือนรัฐบาลปักกิ่งว่า หากจีนคิดแทรกแซงเรื่องการบุกยูเครนของรัสเซียจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในปัญหาความมั่นคง และสะเทือนถึงเศรษฐกิจในระดับโลก ซึ่งจีนเองก็จะเจ็บหนักด้วย

แน่นอนว่านี่เป็นสิ่งที่จีนต้องคิดให้หนัก เพราะตอนนี้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจในประเทศของจีนเองก็ยังไม่ค่อยสู้ดี จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และ Covid-19 ที่ดึงให้เศรษฐกิจโดยรวมของจีนที่คาดว่าน่าจะเติบโต กลับชะลอตัวเหลือเพียง 4.8% ในปีนี้ เมื่อเทียบกับที่ได้ 8% ในปี 2020 

ขณะเดียวกัน ในเมื่อเศรษฐกิจรัสเซียต้องพึ่งจีน มากกว่าที่จีนจะพึ่งรัสเซียนั้น การที่พี่สีกระโดดลงมาล่มหัวจมท้ายกับปูติน เพื่อมาแบกรับความเสี่ยงในการถูกคว่ำบาตรขั้นสุดจากสหรัฐอเมริกา และยุโรป จึงเป็นเรื่องลำบากใจของรัฐบาลปักกิ่งไม่น้อย ที่จะต้องยอมแลกผลประโยชน์ทางการค้า เพื่อรักษาพันธมิตรกับรัสเซีย เพราะเท่าที่ผ่านมา นอกจากข้อตกลงร่วมกันทางเศรษฐกิจ จีนก็แทบจะไม่เข้าไปวุ่นวายกับข้อพิพาทเรื่องดินแดนของรัสเซีย นับตั้งแต่สงครามในจอร์เจียตอนปี 2008 รวมถึงการผนวกดินแดนไครเมียในปี 2014 สักเท่าไร

เห็นภาพแบบนี้แล้ว ก็เลยอดคิดไม่ได้ว่า ปูติน จะยังมั่นใจกับคำกล่าวสุดมั่นที่ว่า “มิตรภาพระหว่างรัสเซีย-จีน ไม่มีข้อจำกัด” ได้อยู่หรือไม่ เพราะนาทีนี้ไม่สามารถเดาใจ สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้เลยจริงๆ ว่าจะยังพร้อมคิดเช่นเดียวกันแค่ไหน...


เรื่อง: ยีนส์ อรุณรัตน์

อ้างอิง: CNN / New Yorker / BBC

ผบ.ทบ. ตรวจหน่วยยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ พร้อมชมอาคารซ่อมบำรุง ภายใต้กรอบความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ 

พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เดินทางไปค่ายพนัสบดีศรีอุทัย อ. เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี ตรวจเยี่ยมกองพลทหารราบที่ 11 และติดตามความคืบหน้าในการจัดตั้งกรมทหารราบยานเกราะเบา หรือกรมสไตรเกอร์ หลังจากกองทัพบกได้ปรับโครงสร้างจัดหน่วยกองพลทหารราบที่ 11 จากเดิมที่เป็นหน่วยสนับสนุนด้านการฝึกศึกษาให้กับกำลังพลสำรอง ปรับโครงสร้างเป็นหน่วยกำลังรบ ในลักษณะหน่วยทหารราบยานเกราะเบาที่มีความสมบูรณ์ในตนเอง และใช้อัตรากำลังพลน้อยกว่าหน่วยทั่วไป สำหรับกรมทหารราบยานเกราะเบา

ปัจจุบันคือกรมทหารราบที่ 112 กองทัพบกได้ดำเนินการจัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 และได้นำยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์เข้าประจำการ ถือเป็นหน่วยระดับกรมที่มียุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย โดยเป็นหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 11 ซึ่งปัจจุบันจัดกำลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ในกองกำลังป้องกันชายแดนด้านตะวันออก

นอกจากรับทราบผลการจัดตั้งหน่วยทหารราบยานเกราะเบา ผู้บัญชาการทหารบกยังได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานของหน่วย โดยเฉพาะการปรนนิบัติบำรุงยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ ณ“อาคารสนับสนุนการซ่อมบำรุงยานเกราะสไตรเกอร์ (Maintenance Support Facility : MSF)” ซึ่งเป็นอาคารที่สร้างขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อการดูแลรักษายานเกราะล้อยางแบบสไตรเกอร์ ภายใต้กรอบความร่วมมือกับกองทัพสหรัฐอเมริกา ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2562 สร้างเสร็จเมื่อเดือนธันวาคม 2564  เป็นอาคารที่มีความทันสมัย ใช้เป็นสถานที่ในการปรนนิบัติบำรุงยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ตามวงรอบ รวมถึงการฝึกศึกษาให้กำลังพลของหน่วยสามารถดำเนินการซ่อมบำรุงได้ด้วยตนเอง โดยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้เชี่ยวชาญทางการซ่อมบำรุงยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์จาก

สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันกรมทหารราบที่ 112 เป็นหน่วยรับผิดชอบ ในโอกาสนี้ นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ร่วมในการตรวจเยี่ยมอาคารและดูการปฏิบัติของหน่วยทหารด้วย ทั้งนี้ที่ผ่านมากองทัพสหรัฐฯ ได้ให้ความช่วยเหลือกองทัพบกในการเสริมสร้างความพร้อมรบของหน่วยยานเกราะสไตรเกอร์มาตั้งแต่แรก โดยเฉพาะด้านการฝึกศึกษา ตลอดจนความร่วมมือล่าสุด คือการก่อสร้างอาคารซ่อมบำรุงยานเกราะสไตรเกอร์ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีและกรอบความร่วมมือในการสร้างความมั่นคงทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top