Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

ผบก.ปคม. เปิดการฝึกอบรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เสริมศักยภาพตำรวจสู่มาตรฐานสากล

(14 ส.ค. 68) เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยมี พล.ต.ท.อภิชาติ สุริบุญญา เป็นวิทยากรบรรยาย และ พ.ต.ท.หญิง ชาฎา ใยลออ สว.ฝอ.5 บก.อก.บช.ทท. เป็นผู้ช่วยวิทยากร ณ ห้อง L101 ศูนย์การเรียนรู้ ชั้น 10 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

การจัดอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการพูด ฟัง อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษให้กับข้าราชการตำรวจ เพื่อรองรับการปฏิบัติงานที่ต้องประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศ เช่น Interpol, องค์กร NGO ระหว่างประเทศ และหน่วยงานความมั่นคง รวมถึงการสื่อสารระหว่างปฏิบัติการภาคสนาม การซักถามผู้เสียหายหรือพยานต่างชาติ การเขียนรายงานคดี การจัดทำเอกสารประชุมระดับนานาชาติ และการนำเสนอผลงานหรือแลกเปลี่ยนความรู้ในเวทีสากล โดยเน้นทักษะภาษาอังกฤษด้านกฎหมาย การเขียนรายงานและอีเมล การตั้งคำถามอย่างเหมาะสม และการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม

เนื้อหาการอบรมประกอบด้วย 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ “ความสำคัญของภาษาอังกฤษกับการทำงานในอาชีพตำรวจ” “หลักการฝึกทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง” และ “เทคนิคการสนทนาภาษาอังกฤษแบบธรรมชาติในชีวิตประจำวัน” โดยมีผู้เข้าร่วมในห้องสัมมนาจำนวน 25 นาย พร้อมถ่ายทอดสดผ่าน Facebook ของกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดทุกนายสามารถเข้าร่วมเรียนรู้ได้พร้อมกัน

โครงการนี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล อันจะส่งผลต่อการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ และเพิ่มศักยภาพในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างยั่งยืน

รอง ผบ.ตร.เปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา สำหรับหน่วยงานในส่วนกลาง

(14 ส.ค.68) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา ประจำปี พ.ศ.2568 ณ ห้องแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โครงการฝึกอบรมฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 - 15 สิงหาคม 2568 ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ที่บัญญัติให้จัดตั้งกองทุนขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกว่า "กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายในงานสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรของกองทุน จึงได้อนุมัติให้สำนักงานงบประมาณและการเงิน โดยกองการเงิน ดำเนินการจัดโครงการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาบุคลากรของกองทุน ให้มีความรู้ความเข้าใจในระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการในการรับ เก็บรักษา การจ่ายเงินกองทุน รวมถึงแนวทางปฏิบัติในการเบิกจ่ายเงินกองทุนได้อย่างถูกต้อง และลดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงาน โดยในระหว่างเดือนมีนาคม 2568 ถึงปัจจุบัน กองทุนได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมให้กับบุคลากรของกองทุนในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 - 9 ไปแล้วรวมทั้งสิ้น 7,458 คน โดยในวันนี้เป็นการจัดอบรมให้กับหน่วยงานในส่วนกลาง จำนวน 383 คน จากหน่วยงานกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, กองบัญชาการตำรวจสันติบาล, กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และผู้สังเกตการณ์จากสำนักงานตรวจสอบภายใน

พล.ต.อ.กรไชยฯ กล่าวว่า กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ถือว่าเป็นทุนหมุนเวียนในกำกับดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นกองทุนหลักที่ช่วยสนับสนุนงานด้านการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างแท้จริง ขอให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกท่านซึ่งเป็นกำลังหลักขับเคลื่อนการเบิกจ่ายเงินกองทุน นำความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรมไปปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการฝึกอบรม และให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของหน่วยบริหารกองทุน ให้ความสำคัญในการตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อลดข้อผิดพลาดจากการเบิกจ่ายเงิน ซึ่งกองทุนดังกล่าวจะช่วยเสริมการปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวน สอบสวน ปราบปราม ของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

แม่ทัพภาค 2 เผยยึด ‘ภูมะเขือ’ คืนเกือบ 1 ตร.กม. ชื่นชมทหารบาดเจ็บ!! ยังเข้มแข็งขอกลับไปสู้แนวหน้า

(14 ส.ค. 68) พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวในงานบรรยายหัวข้อ “เรื่องเล่าจากแนวหน้า และการรักษาอธิปไตยของชาติ” ที่โรงเรียนสาธิต ม.เกษตรศาสตร์ ว่า ในช่วงการปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา ระหว่างวันที่ 24–28 กรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพไทยสามารถยึดดินแดนกลับคืนหลายจุด โดยเฉพาะภูมะเขือ พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้คืนเกือบ 1 ตารางกิโลเมตร

แม่ทัพภาคที่ 2 เผยอีกว่า มีทหารบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติภารกิจ แม้ว่าจะยังรักษาตัวไม่หายเต็มที่ แต่ทุกคนยังมีจิตใจเข้มแข็งและพร้อมกลับไปสู้ต่อในแนวหน้า พร้อมยืนยันว่าจิตวิญญาณลูกหลานสมเด็จพระนเรศวรยังอยู่กับทหารไทยทุกคน

นอกจากนี้ พลโทบุญสิน พาดกลาง กล่าวย้ำว่า ทหารไทยจะปกป้องดินแดนไม่ให้ใครรุกราน และจะผลักดันผู้ล้ำเส้นออกไปทุกครั้ง พร้อมสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า กองทัพไทยมีความพร้อมและความตั้งใจแน่วแน่ในการรักษาอธิปไตยของชาติ

เชียงใหม่- สวนสัตว์เชียงใหม่ได้รับประกาศนียบัตรให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบ ปลอดภัย ไม่เสี่ยงโรค ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เป็นแห่งแรกของสวนสัตว์ไทย

(14 ส.ค. 68) นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เข้ารับมอบประกาศนียบัตรของกรมควบคุมโรค โดยนายแพทย์ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค มอบหมายให้นายแพทย์ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อ เป็นประธานในพิธี ในงานนี้สวนสัตว์เชียงใหม่ได้รับการพิจารณาให้เข้าร่วมการพัฒนายกระดับการจัดการ แหล่งท่องเที่ยวต้นแบบ ปลอดภัย ไม่เสี่ยงโรค ณ โรงแรมเรดิสสัน รีสอร์ทแอนด์สปา หัวหิน จังหวัดเพชรบุรี  

การประเมินที่ผ่านมา สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้ามาประเมินสวนสัตว์เชียงใหม่ และนำข้อมูลเสนอต่อ กองโรคติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข หลังจากนั้นจะพิจารณาสวนสัตว์เชียงใหม่ ให้ได้เข้าร่วมการพัฒนายกระดับการจัดการ “เป็นแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบ ปลอดภัย ไม่เสี่ยงโรค” ในครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งแรกของสวนสัตว์ฯในสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศที่ได้รับเกียรติจากผลงานคุณภาพของสวนสัตว์ฯกับองค์กรและการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ ต่อไป

สวนสัตว์เชียงใหม่เป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัตว์ที่สำคัญของภาคเหนือและประเทศไทย ได้รับจากความนิยมเที่ยวชมของเด็ก เยาวชน และครอบครัว อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการพัฒนาสวนสัตว์เชียงใหม่ให้เป็นสถานที่เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และภัยด้านสุขภาพในกลุ่มผู้เดินทาง ตลอดจนถึงการป้องโรคระหว่างคนกับสัตว์ จึงมีความสำคัญต่อสวนสัตว์เชียงใหม่ที่ควรปฏิบัติเพื่อสร้างความมั่นใจต่อนักท่องเที่ยวต่อไป อีกทั้งยังเป็นเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของหน่วยงานตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับรัฐวิสาหกิจ(สคร.)กำหนด และตามนโยบายของคณะกรรมการ(บอร์ด) และผู้บริหารขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยที่สวนสัตว์เชียงใหม่สังกัดอีกด้วย นายวุฒิชัยฯกล่าวทิ้งท้ายตามสไตล์ผอ.ปู คนมีคุณภาพ ผลงานยอดเยี่ยม 

‘อีที ทีเด็ด99’ โพสต์เดือด!! หลังเพื่อนทหารเหยียบทุ่นระเบิด ถามต้องเจ็บ–ตายอีกกี่คนกว่าจะยุติความขัดแย้ง

(14 ส.ค. 68) จากกรณีเมื่อเวลา 09.10 น. ของวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา หน่วยทหารพรานร้อย ทพ.2610 ลาดตระเวนพื้นที่ช่องจุ๊บตาโมก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ทางทิศตะวันตกของปราสาทตาเมือนธม ได้เหยียบทุ่นระเบิด ส่งผลให้ สิบเอกธีรพล เพียขันที อายุ 48 ปี ผบ.ชุดปฏิบัติการ กรมทหารพราน 26 ได้รับบาดเจ็บสาหัส สูญเสียขา 1 ข้าง

ต่อมา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) ออกมายืนยันว่า รัฐบาลจะดูแลและเยียวยากำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บทุกนายอย่างเต็มที่ พร้อมย้ำว่าฝ่ายความมั่นคงไม่นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์นี้ และจะดำเนินมาตรการทุกวิถีทาง เพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของแผ่นดินไทย 

ขณะที่ นายชัยวัฒน์ อัปติกานัง หรือ “อีที ทีเด็ด99” นักมวยเข่าสายบู๊ จากจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งปัจจุบันถือเป็นอีกหนึ่งทหารกล้าของไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “อีที เลิกมวยชั่วคราวครับ” ว่า…

“เช้าวันนี้ก็มีทหาร ค่ายพราน 26 รุ่นพี่เจ็บสาหัส ต้องเสียขาไปอีกคนแล้วววว คุณก็พูดได้สิ คนเจ็บคนตายมันไม่ใช่ลูกหลานญาติพี่น้องคุณ มีแต่อยากให้หลีกเลี่ยงการปะทะ แล้วดูมันทำสิ ต้องให้มีคนเจ็บคนตายอีกกี่คน ถ้ามีการปะทะกันอีกครั้ง เสิร์ฟให้หนักๆหน่อยนะครับ #ขอให้มันจบที่รุ่นนี้🙏🏻🙏🏻” อีที โพสต์

เชียงใหม่-ตำรวจภูธรภาค 5  แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญจำนวน 5 คดี

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 5 คดี รวมของกลางทั้งหมด ยาบ้า จำนวน 3,600,000 เม็ด, เคตามีน จำนวน 100 กก. และไอซ์ จำนวน 150 กก. 

เมื่อวานนี้ (13 ส.ค.68) เวลา 11.00 น. ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุม และสืบสวนขยายผลยาเสพติดรายสำคัญของในพื้นที่ ภ.5 จำนวน 5 คดี ดังนี้ โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าว

ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร  ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย  รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล  ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์  ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และพล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผบก.ภ.จว.แพร่ ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 โดย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน  มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35 ฝ่ายปกครอง โดย นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผวจ.แพร่ โดย นายนายชรินทร์ ทองสุข ผวจ.เชียงรายสำนักงาน ปปส.ภาค 5  โดย นายธันวา ผุดผ่อง ผอ.ปปส.ภาค 5

ผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 5 คดี
1. สภ.ห้วยไร่ จว.แพร่ บูรณาการร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมของกลาง เคตามีน จำนวน 100 กก. และ ไอซ์ จำนวน 40 กก.
2. สภ.ห้วยไร่ จว.แพร่ บูรณาการร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้ต้องหา 4 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด
3. สภ.วังชิ้น จว.แพร่ บูรณาการร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 1,800,000 เม็ด
4. สภ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย บูรณาการร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้องตรวจของกลางไอซ์ จำนวน 110 กก.
5. สภ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ บูรณาการร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้องตรวจยึดของกลาง ยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด

รวมของกลางทั้งหมด ยาบ้า จำนวน 3,600,000 เม็ด, เคตามีน จำนวน 100 กก. และไอซ์ จำนวน 150 กก.

กปช.จต. จับแรงงานกัมพูชา 46 คน ลักลอบเข้าไทย สารภาพสิ้นโดนรัฐบาลหลอก!! ไม่ให้งานทำตามที่สัญญา

(14 ส.ค. 68) กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จับกุมแรงงานกัมพูชาลักลอบเข้าไทย 46 คน พร้อมคนไทยผู้พานำ 1 คน เมื่อคืนวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ที่บ้านคลองบอน หมู่ 4 ตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธินร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจท้องที่ เข้าจับกุมและนำผู้ต้องหาทั้งหมดส่งดำเนินคดีที่ สภ.บ้านแปลง

พลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ รองโฆษกกองทัพเรือเผยว่า การลักลอบเข้าเมืองยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง แม้รัฐบาลกัมพูชาจะเชิญชวนให้แรงงานกลับประเทศช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา พร้อมสัญญาว่าจะมีงานให้ทำและมีรายได้ แต่เมื่อกลับไปจริงกลับไม่เป็นตามที่ประกาศไว้

แรงงานบางส่วนจึงชักชวนกันลักลอบกลับเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อหางานทำในประเทศ ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงต้องเพิ่มการตรวจตราเข้มข้นตลอดแนวชายแดน เพื่อสกัดการเข้าเมืองผิดกฎหมาย

รองโฆษกกองทัพเรือย้ำว่า ประชาชนไทยที่รับหรือนำแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงาน ต้องคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศ หากตรวจพบจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างสูงสุด พร้อมยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคงจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกกรณี

กอ.รมน. ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ–เขตบางเปิดปฏิบัติการ ‘พัฒน์พงษ์ปลอดปลอม’ ล้างภาพ Watch List

(14 ส.ค. 68) ช่วงค่ำวันที่ 13 สิงหาคม 2568 พลโท ชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.3 กอ.รมน.) นำคณะบูรณาการร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) สำนักงานเขตบางรัก และกอ.รมน.กทม. จัดกิจกรรมเดินรณรงค์ต่อต้านการใช้–จำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า บริเวณถนนพัฒน์พงษ์ กทม.

กิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายสร้างความตระหนักแก่ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และประชาชน ให้หยุดใช้ของปลอม เพื่อป้องกันอันตรายจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง กระเป๋า น้ำหอม และสินค้าลอกเลียนแบบอื่น ๆ ซึ่งอาจเป็นภัยต่อสุขภาพและความปลอดภัย

พลโท ชนินทร์ ย้ำว่า การผลิตหรือจำหน่ายสินค้าลอกเลียนแบบไม่เพียงผิดกฎหมาย แต่ยังสร้างความเสียหายต่อเจ้าของผลงาน และกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ โดยประเทศไทยยังอยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง (Watch List) ด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งอาจกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนและเศรษฐกิจ

พร้อมกันนี้ ได้เชิญชวนประชาชนร่วมงดใช้และจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึงแจ้งเบาะแสเมื่อพบการกระทำผิด เพื่อร่วมกันสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และเสริมความเชื่อมั่นของประเทศไทยทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม

ไทย–ลาวผนึกกำลังร่วมทลายเครือข่ายยาเสพติด! รับตัว 5 นักค้ายาข้ามแดน ตามหมายจับคดีร้ายแรง

เมื่อวานนี้ (13 ส.ค.68) ที่ห้องประชุมศุลกากรหนองคาย สะพานมิตรภาพไทย–ลาว อ.เมืองหนองคาย นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมนายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และหน่วยงานความมั่นคง ร่วมแถลงผลความร่วมมือไทย–ลาวในการรับตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลบหนีหมายจับกลับไทย จำนวน 5 ราย ตามโครงการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อปราบปรามยาเสพติด

นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการ ป.ป.ส.ภาค 4 เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากการประชุมทวิภาคีไทย–ลาวว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 20 ระดับรัฐมนตรี เมื่อ 25 ธันวาคม 2567 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันติดตาม จับกุม และส่งตัวผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ โดยฝ่ายลาวให้คำมั่นดำเนินการตามเป้าหมายที่ไทยร้องขอ จำนวน 21 ราย

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดจากการประสานงานระหว่าง ป.ป.ส.ภาค 4 สำนักงานตรวจตราและควบคุมยาเสพติด และกรมตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด สปป.ลาว จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญที่กบดานในลาวแต่ยังสั่งการลักลอบนำยาเข้าประเทศทางภาคอีสานได้สำเร็จ

ผู้ต้องหาที่ถูกส่งตัวกลับไทย ได้แก่ นายกิตติชัย นานลืม หรือ “โตโต้” ตามหมายจับศาลจังหวัดหนองคาย และศาลจังหวัดอุดรธานีนายศรันย์ภัทร สุขช่วย ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช นายธนากร แน่นอุดร ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี นายเอกรัฐ มากมูล ตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม และน.ส.ชลิตา ไสยเวช ตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม

ทั้งนี้ ป.ป.ส. ขอย้ำว่า จะเร่งไล่ล่าผู้ต้องหาหลบหนีในต่างประเทศต่อเนื่อง เพื่อทำลายเครือข่ายค้ายา และปิดเส้นทางลักลอบนำเข้ายาเสพติดเข้าสู่ไทยอย่างเด็ดขาด

ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลุยชายแดนใต้ มอบนโยบาย–กำชับเข้มความปลอดภัยกำลังพล

(13 ส.ค. 68) เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 ส.ค. 2568 พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้อำนวยการ ศปก.ตร.สน. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่ผู้บังคับบัญชาใน จชต.  โดยมี พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) , พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.9 รรท.ผบก.ภ.จว.นราธิวาส , พล.ต.ต.วัลลพ จำนงค์อาษา รอง ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.ธเรศ แก้วละเอียด รอง ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , พล.ต.ต.ณฐกรญ์ กาญจนาภรณ์ ผบก.ภ.จว.ยะลา , พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม โดยเน้นเสริมความพร้อมการปฏิบัติราชการ ดูแลสวัสดิภาพกำลังพล และยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยตั้งแต่ระดับบุคคลถึงหน่วยปฏิบัติ โดยกำชับตรวจสถานีตำรวจ–ฐานปฏิบัติการ ปรับปรุงกายภาพหน่วย ฝึกซ้อมแผนป้องกันเพื่อลดความสูญเสีย พร้อมสร้างขวัญกำลังใจและดูแลสวัสดิการอย่างเหมาะสม

พล.ต.ท.สำราญฯ เผยว่า ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร. เข้าร่วมประชุมตำรวจไทย–มาเลเซีย ระดับบริหาร ครั้งที่ 28 ระหว่าง 18–21 ส.ค. 2568 โดยเตรียมเสนอความร่วมมือด้านบังคับใช้หมายแดงสากลให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ภายหลังมอบนโยบาย ได้ประชุมติดตามความคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดตามคำสั่ง ตร. ที่ 355/2568 ณ ห้องประชุม War Room ศปก.ตร.สน.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top