Monday, 22 June 2026
NEWS FEED

“เฉลิมชัย” เร่งเครื่องดันไทยฮับออร์แกนิคอาเซียน โชว์ผลงานกระทรวงเกษตรขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 1.5ล้านไร่

เกินเป้าหมายมอบ”อลงกรณ์”เปิดแนวรุกใหม่เดินหน้าโครงการ”เกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง”สร้างคานงัดใหม่ยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ"เกษตรกรรมยั่งยืนวิถีในเมือง จาก Post Covid-19 สู่ Next Normal"ในงานสัมมนาเกษตรอินทรีย์วิถีในเมืองจัดโดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)โดยบรรยายถึง6ประเด็นสำคัญ 

(1) 5 ยุทธศาสตร์ปฏิรูปการเกษตรของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
(2) ตัวอย่างโครงการและนโยบายในหลายประเทศ แนวทางการพัฒนาเมืองสีเขียวเมืองน่าอยู่
(3)โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง
(4) 5 สาขาเกษตรกรรมยั่งยืน
(5) โครงสร้างการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
(6)แผนปฏิบัติการด้านเกษตรอินทรีย์ พ.ศ.2566-2570

นายอลงกรณ์กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน) ประธานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนเล็งเห็นความสำคัญการแก้ไขปัญหาภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารในเมือง เนื่องจากในปี2562 ประเทศไทยมีประชากรในเมืองมากกว่าในชนบทเป็นครั้งแรกสะท้อนถึงการขยายตัวของเมือง(Urbanization)และชุมชนเมืองมีการผลิตอาหารได้เองไม่ถึง10% เป็นเหตุผลสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในยุคปัจจุบันต้องเร่งขับเคลื่อนพัฒนาการเกษตรในเมือง(Urban Agriculture )โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด19และยุคต่อไป(Next normal) เป็นการพัฒนาเกษตรในเมืองควบคู่กับเกษตรในชนบทจึงได้จัดตั้งและเดินหน้าโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองมอบหมายตนเป็นประธานบูรณาการทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ มีวัตถุประสงค์ 6 ประการ ได้แก่ 1. การพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง 2. การเพิ่มพื้นที่สีเขียว 3. การลด PM 2.5 และลดก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas) 4. การเพิ่มคุณภาพอากาศ 5. การอัปเกรดคุณภาพชีวิตของประชาชน 6. การสร้างเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ ในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ(Climate Change) ของโลก

รวมทั้งการส่งเสริมสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยเป็นผู้นำเกษตรอินทรีย์ในภูมิภาคอาเซียน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ภายในปี 2565” โดยการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปีงบประมาณ 2560 – 2564) มีโครงการเพื่อขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งสิ้น 342 โครงการ เพื่อมุ่งสู่การเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านไร่ และมีเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ไม่น้อยกว่า 80,000 ราย รวมถึงมูลค่าสินค้าเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3 ต่อปี 

ซึ่งปรากฏว่าในปี 2564 มีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน (ภาครัฐและภาคเอกชน) อยู่ที่ 1.51 ล้านไร่ มีเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์จำนวน 95,752 ราย เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้และกระทรวงเกษตรฯ.กำลังขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านเกษตรอินทรีย์ พ.ศ. 2566 - 2570 ประกอบด้วย ประเด็นการพัฒนา ได้แก่ 1) ส่งเสริมการวิจัย พัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และฐานข้อมูลเกษตรอินทรีย์ 2) พัฒนาศักยภาพการผลิต และการบริหารจัดการตลอดโซ่อุปทานเกษตรอินทรีย์ 3) ยกระดับมาตรฐานและระบบการตรวจสอบรับรองเกษตรอินทรีย์ และ 4) พัฒนาการตลาด และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์

รัสเซีย-ยูเครน ตั้งโต๊ะ เจรจาสันติภาพ รอบ 2 เห็นพ้อง เปิดเส้นทางให้ประชาชนอพยพ

รัสเซียและยูเครนได้ข้อตกลงเพิ่มเติมหลังร่วมเจรจารอบ 2 เห็นพ้องต้องจัดตั้ง “ฉนวนมนุษยธรรม” และอาจมีการหยุดยิงเพื่อเปิดทางให้ประชาชนอพยพได้

วันนี้ 4 มี.ค. 65 รัสเซียและยูเครน แถลงหลังการเจรจาสันติภาพรอบสองในวันพฤหัสบดีว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงเห็นพ้องต้องกันถึงความจำเป็นในการจัดตั้ง “ฉนวนมนุษยธรรม” ขึ้น และมีความเป็นไปได้ว่าจะหยุดยิงเพื่อเปิดทางให้พลเรือนหลบหนี ซึ่งถือเป็นสัญญาณความคืบหน้าครั้งแรกในการแก้ปัญหาตั้งแต่รัสเซียยกกำลังบุกยูเครน

อย่างไรก็ตาม แม้ วลาดิเมียร์ เมดินสกี หัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของรัสเซียจะระบุว่า การเจรจามี “ความคืบหน้าสำคัญ” แต่กองกำลังรัสเซียก็ยังคงเดินหน้าปิดล้อมและโจมตีเมืองต่างๆ ในยูเครนเป็นสัปดาห์ที่ 2 สมาชิกคณะผู้แทนเจรจารายหนึ่งของยูเครนระบุว่า การเจรจายังไม่บรรลุผลตามที่ยูเครนต้องการ เช่น การหยุดยิงโดยทันทีและการพักรบ แต่ทั้งสองฝั่งรับทราบตรงกันถึงการอพยพประชาชน

มีไคโล โพโดลีแอค ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน กล่าวหลังการเจรจาครั้งนี้ว่า พวกเขาเห็นว่าอาจมีการหยุดยิงชั่วคราวเพื่อเปิดทางให้ประชาชนอพยพได้ รวมถึงเพื่อเปิดเส้นทางขนส่งเพื่อมนุษยธรรมด้วย

พร้อมระบุว่า การหยุดยิงชั่วคราวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทุกที่ และอาจเกิดขึ้นเพียงในพื้นที่ที่จะมีการเปิดเส้นทางดังกล่าวเท่านั้น และจะหยุดแค่ช่วงเวลาที่เปิดให้มีการอพยพประชาชน

วิกฤตด้านมนุษยธรรมเลวร้ายลง โดยสหประชาชาติ หรือยูเอ็น บอกว่า มีประชาชน 1 ล้านคนทิ้งบ้านเรือนหลบหนีในขณะนี้ ส่วนใหญ่เข้าไปขอลี้ภัยในโปแลนด์และประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ทางตะวันตกของประเทศ ส่วนคนที่ยังอยู่ในหลายเมืองของยูเครน ต้องเผชิญกับการโจมตีทั้งจากปืนใหญ่และจรวด ซึ่งมักเป็นพื้นที่เขตที่พักอาศัย เช่นเมืองคาร์คีฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครนที่มีประชาชน 1.5 ล้านคน ก็ถูกโจมตีอย่างหนักเหลือแต่ซาก

สำนักข่าว Belta ของทางการเบลารุส ยังรายงานคำกล่าวของ โพโดลีแอค ที่ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายรับทราบตรงกันถึงการจัดส่งยาและอาหารไปยังบริเวณที่มีการสู้รบรุนแรง โดยทั้งสองฝ่ายจะเจรจาอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

ด้านกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียระบุว่า รัสเซียยังคงเน้นย้ำว่า ข้อตกลงสันติภาพกับยูเครนใดๆ ก็ตาม จะต้องกำหนดให้ยูเครน “ปลอดทหาร” โดยรัสเซียยังส่งสัญญาณว่า ต้องการให้ยูเครนรับ “สถานะเป็นกลาง” และตกลงที่จะยุติความพยายามเข้าร่วมองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต

หนุ่มวัย 20 ทะเลาะกับเพื่อน เถียงเรื่องข่าวแตงโม ก่อนเครียดจัด ดิ่งตึกชั้น 4 ย่านห้วยขวางดับสลด

วันนี้ 4 มี.ค. 65 เวลา 00.30 น. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.สุชาติ ราษฎร์ดุษดี รอง สว.(สอบสวน) สน.สุทธิสาร รับแจ้งมีผู้ตกจากที่สูงเสียชีวิต ภายในอาคารพักอาศัยแห่งหนึ่ง ถนนลาดพร้าว ซอย 48 แยก 3 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.รามาธิบดี และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุลักษณะเป็นอะพาร์ตเมนต์ สูง 7 ชั้น บริเวณที่จอดรถจักรยานยนต์ข้างอาคาร 1 พบศพ นายชัย (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล สภาพคางแตก ขาซ้ายหักผิดรูป เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ พร้อมนำรถติดไฟส่องแสงสว่างมาอำนวยความสะดวก ก่อนเร่งรัดสำรวจสภาพศพเบื้องต้น และให้หน่วยอาสากู้ภัยนำร่างไปชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวช รพ.รามาธิบดี ในทันที

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 3 มี.ค. 65 ที่ผ่านมา ผู้ตายได้เดินทางมาหา นายบิ๊ก (นามสมมุติ) เพื่อนชายคนสนิท ซึ่งเป็นเจ้าของห้องพักบนชั้นที่ 4 ประกอบอาชีพเป็นพนักงานควบคุมระบบขนส่งสินค้าของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ปัจจุบันทำงานแบบเวิร์กฟรอมโฮม โดยเจ้าของห้องและผู้ตายรู้จักกันผ่านโซเชียลมีเดียได้ประมาณ 2-3 เดือน และนัดหมายพบเจอกันที่ห้องนานๆ ครั้ง

'รองปลัดฯแรงงาน' สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงานในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

วันที่ 4 มีนาคม 2565 เวลา 07.49 น. นางบุปผา พันธุ์เพ็ง รองปลัดกระทรวงแรงงาน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช ศาลพ่อปู่ชัยมงคล ศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ และศาลพ่อปู่สุชินพรหมมา เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรองปลัดกระทรวงแรงงาน โดยมีผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ด่วน!! ไฟไหม้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ยูเครน ถ้าระเบิดจะแรงกว่า เชียร์โนบีล 10 เท่า

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลก ถูกเทขายอย่างหนัก หลังมีรายงานว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถูกกองทัพรัสเซียโจมตี และเกิดเพลิงไหม้ และตอนนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังไม่สามารถเข้าไปได้

โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าว ชื่อว่า 'ซาปอริซเซีย' (Zaporizhzhia) เป็นโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าหลักราว 25% ของไฟฟ้าทั้งหมดที่ใช้ในยูเครน

นายดมิโทร ออร์ลอฟ นายกเทศมนตรีเมืองอีเนอร์โกดาร์ของยูเครนเปิดเผยว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย (Zaporizhzhia) ในยูเครน หลังจากกองกำลังทหารของรัสเซียได้เข้าโจมตีในพื้นที่ดังกล่าว

นายออร์ลอฟกล่าวว่า เกิดการยิงปะทะกันระหว่างกองกำลังทหารของยูเครนและทหารของรัสเซียในเมืองอีเนอร์โกดาร์ และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

“ผลจากการที่ศัตรูได้ยิงถล่มอาคารและที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซียซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป ทำให้โรงงานแห่งนี้ไฟไหม้ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นภัยคุกคามความปลอดภัยของโลก” นายออร์ลอฟกล่าว

หน่วยงานยูเครนรายงานก่อนหน้านี้ว่า กองกำลังทหารรัสเซียพยายามรุกคืบเพื่อที่จะยึดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ และได้นำรถถังเข้ามาในเมืองอีเนอร์โกดาร์ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังกล่าว

ทอ.จัดอากาศยานร่วมปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง 

ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.อ.นภาเดช  ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ  (ผบ.ทอ.) สั่งการให้หน่วยเกี่ยวข้องจัดอากาศยานของกองทัพอากาศ เข้าร่วมการปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง ประจำปี 2565 โดยร่วมกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยเกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้งและลดผลกระทบที่เกิดจากพพายุลูกเห็บ 

โดยการปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้งในปี 2565 นี้ กองทัพอากาศได้จัดเครื่องบินพร้อมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์สนับสนุนกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในโครงการพระราชดำริ “ฝนหลวง” จํานวน 3-5 เครื่อง ประกอบด้วย
    
เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 2 ก (BT-67) จำนวน 2-3 เครื่อง ในการปฏิบัติการฝนหลวงด้านการป้องกันและแก้ปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งการเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนกักเก็บน้ำ
     
เครื่องบินโจมตีแบบที่ 7 (Alpha Jet) จำนวน 1-2 เครื่อง ในการปฏิบัติการฝนหลวงด้านการยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ 

รวมถึงให้ทุกสนามบินมีความพร้อมในการสนับสนุนและเป็นฐานปฏิบัติการฝนหลวง ซึ่งในขั้นต้นกรมฝนหลวงและการบินเกษตรขอรับการสนับสนุนจำนวน 7 กองบิน ประกอบด้วย 
     
กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา เป็นที่ตั้งของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จังหวัดนครราชสีมา
     
กองบิน2 จังหวัดลพบุรี เป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง
     
กองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้
     
กองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี เป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ตอนล่าง)
     
 กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี เป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
     
กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ
     
และ กองบิน 46จังหวัดพิษณุโลก เป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ(ตอนล่าง)
 

วธ.-มธ.ส่งเสริมคนรุ่นใหม่ศึกษา เรียนรู้งานประณีตศิลป์โขน ยก“เครื่องโขน”ทั้งงานโบราณอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี และงานร่วมสมัยมาจัดแสดงกว่า 100 ผลงาน

วธ.-มธ.ส่งเสริมคนรุ่นใหม่ศึกษา เรียนรู้งานประณีตศิลป์โขน ยก“เครื่องโขน”ทั้งงานโบราณอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี และงานร่วมสมัยมาจัดแสดงกว่า 100 ผลงาน ชม“ศีรษะกุมภกรรณ” อายุ 135 ปี “เศียรพระคเณศ” ผลงานของครูชิต แก้วดวงใหญ่ “ศีรษะทศกัณฐ์หน้าทองเขี้ยวแก้ว” และ “ศีรษะหนุมานหน้ามุก” ฝีมือช่างยุครัชกาล 6 ตั้งแต่วันที่ 3 – 25 มี.ค. นี้ ณ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน

วันที่ 3 มีนาคม 2565 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดนิทรรศการ “วิจิตราภรณ์และงานประณีตศิลป์แห่งโขน” พร้อมด้วยนางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารสถาบันไทยคดีศึกษาและผู้บริหารคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วม ณ ชั้น 2 หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน กรุงเทพฯ

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์  กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีภารกิจด้านการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ตามนโยบายของนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โดยได้ดำเนินงานสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อการอนุรักษ์และพัฒนา“โขน” มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ทรงพระโปรดเกล้าฯให้มีการศึกษาข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวข้อง เช่น การแสดงโขนตามแบบโบราณราชประเพณี เครื่องแต่งกายโขนละครโบราณ ตลอดจนพัฒนาและส่งเสริมให้การแสดงโขนเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติและเนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปีที่องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศรับรองให้ “โขน” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2561
ดังนั้น วธ.โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กรมศิลปากร และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ร่วมกับ สถาบันไทยคดีศึกษา และคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดนิทรรศการ “วิจิตราภรณ์และงานประณีตศิลป์แห่งโขน” ตั้งแต่วันที่ 3 – 25 มีนาคม 2565 เข้าชมได้ทุกวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00-19.00 น. ณ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน กรุงเทพฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า นิทรรศการ “วิจิตราภรณ์และงานประณีตศิลป์แห่งโขน จัดขึ้นเพื่อนำเสนอคุณค่าของ “เครื่องโขน” ทั้งงานโบราณและงานร่วมสมัยโดยช่างฝีมือเครื่องโขนโบราณแต่ละท่านมีเอกลักษณ์ในการสร้างสรรค์งานในแบบฉบับของตนเอง ขณะเดียวกันช่างฝีมือเครื่องโขนรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์ศีรษะโขนและออกแบบเครื่องแต่งกายขึ้นใหม่ แต่ยังคงอิงลวดลายที่เป็นประเพณีไทยดั้งเดิมอยู่ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ศิลปะอันงดงามประณีตโดยเฉพาะลวดลายและวิธีการสร้างสรรค์งานของคนรุ่นเก่า สร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ที่มีใจรักการแสดงโขนและงานศิลปวัฒนธรรมไทย ภายในงานจัดแสดงเครื่องโขนโบราณในส่วนของศีรษะโขนที่เก่าแก่ที่สุด ได้แก่ “ศีรษะกุมภกรรณ”หน้าทองแดงซึ่งยืมมาจากพิพิธภัณฑ์วัดพระแก้ว จ.เชียงราย อายุ 135 ปี “เศียรพระคเณศ” ผลงานของครูชิต แก้วดวงใหญ่ และศีรษะโขนในตำนาน คือ“ศีรษะทศกัณฐ์หน้าทองเขี้ยวแก้ว” ที่เก็บรักษาไว้ที่สำนักการสังคีต กรมศิลปากร และ“ศีรษะหนุมานหน้ามุก” สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นของกรมมหรสพมาแต่เดิม รวมทั้งเครื่องประดับโขนโบราณสมัยรัชกาลที่ 6 ชุดห้อยหน้ารูปหัวกะโหลกพระคเณศและเครื่องแต่งกายโขนโบราณชุดของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา และเครื่องโขนโบราณงานฝีมือชั้นครูอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี

สปสช. เผยรายละเอียดแนวทาง รักษาโควิดไม่มีอาการ แบบผู้ป่วยนอก จ่ายยารักษาตามอาการ ก่อนให้กลับไปกักตัวที่บ้าน

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้ข้อมูลกรณี เจอ-แจก-จบ ระบุ เป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่มีอาการแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ด้วยระบบ Tele-health ดังนี้ 

หลังจากผู้ที่สงสัยป่วยโควิด-19 ตรวจ ATK แล้วหากพบผลเป็นบวก (เจอ) ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลตามสิทธิ แพทย์จะพิจารณาจ่ายยารักษาตามอาการ 3 สูตร (แจก) ได้แก่ 

1.) ยาฟ้าทะลายโจร 
2.) ยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ แก้ไอ ลดน้ำมูก 
3.) ยาฟาวิพิราเวียร์ (การจ่ายยาขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ของแพทย์) 

แพทย์จะแนะนำการดูแลรักษาต่อไป จ่ายยาแล้วให้ กลับมากักตัวที่บ้าน (จบ) แต่หน่วยบริการยังให้ผู้ป่วยดูแลป้องกันตนเองเหมือนเดิม และติดตามอาการ 1 ครั้งใน 48 ชั่วโมง

การดูแลผู้ป่วยโควิด-19 แบบผู้ป่วยนอก (OPD) เริ่มวันที่ 1 มี.ค. 65 โดยจะใช้การรักษาแบบผู้ป่วย (OPD) มาเสริม สำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการและไม่มีภาวะเสี่ยง สามารถรักษาแบบ OPD และแยกกักตัวเองที่บ้านได้ โดยระบบการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 การรักษาจะมีการติดตามประเมินอาการ 48 ชั่วโมง หากอาการดีขึ้นทุกอย่าง ก็จะให้ผู้ป่วยแยกกักตัวที่บ้านต่อจนครบกำหนดระยะเวลากักตัว

'วอย' ขึ้น!! ฝากถึง 'กระติก' หลังฟังสัมภาษณ์ “คนแบบคุณไม่มีคุณสมบัติจะทำอาชีพนี้”

หลังจากที่ได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของ กระติก-อิศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ เพื่อนสนิทและเป็นผู้จัดการส่วนตัวของ แตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์ ในหลายๆ ประเด็น เกี่ยวกับกรณีที่ แตงโม นิดา พลัดตกเรือสปีดโบ๊ทจมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยอดีตนักร้อง วอย-เกรียงไกร อังคุณชัย ได้ออกมาฟาดกลับแบบจุกๆ ว่า...

ผมขอใช้ช่องทางนี้สื่อสารถึงคุณกระติกนะครับ รู้สึกคุณเป็นเฟรนด์กับผมในเฟซบุ๊กด้วย (เคยเห็นคุณแว้บๆ ในหน้าฟีดผม) แต่ผมไม่รู้จักคุณ ไม่รู้ชื่อเฟซคุณ เลยไม่สามารถแท็กคุณได้ แต่หวังลึกๆ ว่าคุณจะผ่านมาเห็น เผื่อจะเรียกสติ และทำให้คุณคิดได้บ้าง..

กต.คุณให้สัมภาษณ์บอกแม่น้องว่า...

“ที่ไม่ได้ดูแลโมในวันเกิดเหตุ เพราะวันนั้นไปในฐานะเพื่อน ไม่ใช่ฐานะผู้จัดการส่วนตัว” 

ผมขอพูดบ้างนะครับ คำตอบคุณน่าสะอิดสะเอียนมาก ตั้งแต่ผมมีผู้จัดการส่วนตัวมาตั้งแต่วัยเด็ก รวมถึงผู้จัดการส่วนตัวดารา-ศิลปินท่านคนอื่นๆ ที่ผมรู้จัก “ทุกคน” เค้าจะมีสัญชาตญาณที่พร้อมปกป้องคนของเค้าเสมอ ไม่ว่าจะไปในสถานที่ใดก็ตาม (ทำงานหรือเที่ยว) “เค้าจะห่วงเราคนแรกเสมอ”

เค้าพร้อมจะดูแล ปกป้องเราตลอดเวลาตามสัญชาตญาณของเค้า 

แต่…ดูสิ่งที่คุณตอบแม่น้องโมสิ...ตรรกะคุณโคตรแย่ เห็นแก่ตัว และไม่มีความสำนึกจากแก่นแท้เลย

เลขาธิการสภากาชาดไทย เปิดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่ สภากาชาดไทยฯ จังหวัดชัยนาท

(2 มี..65) นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่สภากาชาดไทย ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีนายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วยนาวาเอกหญิงอินทิรา ตันเจริญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท และพลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด โครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่สภากาชาดไทยฯ ในครั้งนี้จัดขึ้น เพื่อทำการตรวจรักษาและผ่าตัดตาให้แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาสโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2565 ณ เทศบาลตำบลเนินขาม อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท

นายเตช บุนนาค กล่าวว่า หน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทย ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 27 ปีแล้ว โดยเริ่มปฏิบัติงานเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ..2538 เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 40 พรรษา ปัจจุบันปฏิบัติงานทุกสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน เป็นประจำที่สถานีกาชาดที่ 6 อรัญประเทศเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดสระแก้ว โครงการนี้ได้รับการปรับปรุงและพัฒนางานมาเป็นลำดับ โดยปฏิบัติงานเชิงรุกด้วยการออกให้บริการสัญจร โดยออกปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลอำเภอในพื้นที่ห่างไกลและไม่มีจักษุแพทย์ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน และต่อมาในปี 2551 ได้เริ่มโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่ฯ ปฏิบัติงานในรูปแบบการนำรถผ่าตัดเคลื่อนที่ ลงไปปฏิบัติงานเชิงลึกระดับตำบล ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ปีละ 6 ครั้ง และอีกทั้ง เมื่อปี 2554 ยังได้จัดทำโครงการที่ตรวจรักษาและผ่าตัดตา ให้แก่พระภิกษุ แม่ชี และนักบวชทุกศาสนาอีกด้วย ตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมา หน่วยแพทย์จักษุฯ ให้การรักษาโดยไม่คิด ค่าใช้จ่ายไปแล้วกว่า 265,000 ราย ทำการผ่าตัดไปแล้วกว่า 67,000 ราย

สำหรับการดำเนินงานโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่ สภากาชาดไทยฯ ครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติงานครั้งที่ 71 ซึ่งสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับจังหวัดชัยนาท สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท ส่วนราชการทุกภาคส่วนและเทศบาลตำบลเนินขาม ตลอดจนภาคเอกชน มีเป้าหมายในการดำเนินงานให้บริการตรวจรักษาโรคตา ผ่าตัดโรคต้อกระจก และทำผ่าตัดโรคตาอื่นๆ เช่น ต้อเนื้อ ต้อหิน โรคของเปลือกตาในผู้ป่วยทุกรายที่จำเป็นต้องรักษา จำนวน 250 ราย เพื่อให้ผู้ป่วยโรคตาในท้องถิ่นทุรกันดารและมีฐานะยากจนได้รับบริการที่ดีเท่าเทียมกับผู้ป่วยในเมืองโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่เสียเวลาในการเดินทางมารับการรักษาในเมือง และผู้สูงอายุที่ยากไร้ในชนบทได้รับการตรวจรักษาอย่างถูกต้อง สามารถมองเห็นและช่วยเหลือตัวเองได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top