Wednesday, 1 July 2026
NEWS FEED

‘ปตท.’ ผนึก ‘ม.ศิลปากร’ จัดประกวดศิลปกรรม หัวข้อ ‘จุดประกายความหวัง จุดพลังชีวิต’ ส่งผลงานได้ตั้งแต่ 5 มิ.ย. 66 เป็นต้นไป

ปตท. จับมือ ม.ศิลปากร จัดประกวดศิลปกรรม ครั้งที่ 38 หัวข้อ "จุดประกายความหวัง จุดพลังชีวิต" เปิดให้ทั้งระดับระดับเยาวชน และ ประชาชนทั่วไป ส่งผลงานเข้าประกวด ชิงรางวัลรวม เกือบ 1 ล้านบาท เปิดให้ส่งทางไปรษณีย์ ตั้งแต่ 5 มิ.ย. 66 (ผลงานจะต้องส่งถึงจุดรับผลงานไม่เกินวันที่ 21 มิ.ย. 66) ส่งด้วยตัวเองระหว่างวันที่ 12 - 18 มิ.ย. 66

 ปตท. ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดกิจกรรมการประกวดศิลปกรรม ปตท. ครั้งที่ 38 ในหัวข้อ "จุดประกายความหวัง จุดพลังชีวิต" เพื่อส่งเสริมให้ศิลปินทุกระดับมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และสนับสนุนการพัฒนาวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย ผ่านผลงานศิลปะทุกประเภท ทั้งด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และผลงานสร้างสรรค์ทางด้านทัศนศิลป์อื่น ๆ โดยแบ่งการประกวดเป็น 2 ระดับ คือระดับเยาวชน และประชาชนทั่วไป โดยได้วางระเบียบการประกวด ดังต่อไปนี้ ทั้งนี้สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pttplc.com

หัวข้อการประกวด "จุดประกายความหวัง จุดพลังชีวิต"

ประเภทศิลปกรรม ได้แก่ ผลงานประเภทจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และผลงานสร้างสรรค์ทางด้านทัศนศิลป์อื่นๆ

คุณสมบัติของผู้ส่งผลงานเข้าประกวด
1. เป็นบุคคลสัญชาติไทย และมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย
2. เป็นผู้สร้างสรรค์ศิลปกรรมที่ส่งเข้าประกวดด้วยฝีมือและความคิดของตนเองและเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานที่เข้าประกวด ซึ่งจะต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ของบุคคล หรือบริษัทอื่นใด
3. เป็นผลงานที่ไม่เคยเข้าร่วมประกวดที่ใดมาก่อน


ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดแบ่งเป็น 2 ระดับ ดังนี้
1. ระดับเยาวชน มี 3 กลุ่ม
- กลุ่มอายุต่ำกว่า 9 ปี (แจ้งเกิดตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2557)
- กลุ่มอายุ 9 - 13 ปี (แจ้งเกิดตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2552 ถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2557)
- กลุ่มอายุ 14 - 18 ปี (แจ้งเกิดตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2547 ถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2552)

2. ระดับประชาชนทั่วไป (แจ้งเกิดก่อนวันที่ 12 มิถุนายน 2547 เป็นต้นไป)

ขนาดผลงาน
ระดับเยาวชน ต้องมีขนาดผลงาน ดังนี้
- กลุ่มอายุต่ำกว่า 9 ปี และกลุ่มอายุ 9 - 13 ปี จะต้องส่งผลงานที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 40 x 60เซนติเมตร หรือ ไม่ต่ำกว่าขนาด A2 และไม่เกิน 60 x 80 เซนติเมตร หรือไม่เกินขนาด A1ไม่รวมกรอบหรือฐาน

- กลุ่มอายุ 14 - 18 ปี จะต้องส่งผลงานที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 60 x 80 เซนติเมตร และมีความกว้าง ความยาว หรือความสูง ไม่เกิน 100 เซนติเมตร ไม่รวมกรอบหรือฐาน

ระดับประชาชนทั่วไป ต้องมีขนาดผลงาน ดังนี้

- ผลงานจิตรกรรม ภาพพิมพ์ หรือผลงานเทคนิคอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผลงาน 3 มิติ จะต้องมีขนาดผลงาน โดยมีความกว้าง ความยาว หรือ ความสูงไม่เกิน 200 เซนติเมตร รวมกรอบ หรือฐาน
- ผลงานประติมากรรม หรือสื่อ 3 มิติ จะต้องส่งผลงานที่มีขนาดรวมแท่น ฐาน และกรอบ(กว้าง x ยาว x สูง) ด้านละไม่เกิน 150 เซนติเมตร

4. งานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องอยู่ในสภาพที่เรียบร้อย พร้อมที่จะติดตั้งได้ ทั้งนี้ คณะกรรมการคัดเลือกและตัดสินจะพิจารณาคัดเลือกเฉพาะผลงานที่มีคุณภาพและเหมาะสมเข้าร่วมแสดงผลงานคณะกรรมการดำเนินงานจะระวังรักษาผลงานที่เข้าประกวดอย่างดีที่สุด ยกเว้นความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยเหตุสุดวิสัย

5. ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดตกลงให้ ปตท. มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวตลอดระยะเวลาแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามกฎหมายในการทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือ นำผลงานของผู้ส่งผลงานเข้าประกวดไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานของ ปดท. โดยไม่มีค่าตอบแทน ทั้งนี้ ผู้ส่งผลงานเช้าประกวดตกลงที่จะไม่ให้สิทธิแก่บุคคลอื่นในการดำเนินการข้างต้น โดยผู้ส่งผลงานเข้าประกวดตกลงให้เอกสารใบสมัครนี้เป็นหนังสืออนุญาตให้สิทธิแก่ ปตท. ตามความในมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ในกรณีที่เป็นผู้เยาว์ จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมายในการยื่นเอกสารการรับสมัคร)

รางวัลพร้อมใบประกาศเกียรติคุณ
1. ระดับเยาวชน แบ่งรางวัลในแด่ละกลุ่ม ดังนี้
กลุ่มอายุต่ำกว่า 9 ปี
รางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล เงินรางวัล 10,000 บาท
รางวัลดีเด่น 5 รางวัล รางวัลละ 7,000 บาท

กลุ่มอายุ 9 - 13 ปี
รางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล เงินรางวัล 15,000 บาท
รางวัลดีเด่น 5 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท

กลุ่มอายุ 14 - 18 ปี
รางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล เงินรางวัล 20,000 บาท
รางวัลดีเด่น 5 รางวัล รางวัลละ 15,000 บาท

2. ระดับประชาชนทั่วไป
รางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล เงินรางวัล 200,000 บาท
รางวัลดีเด่น 5 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท

และได้รับสิทธิ์ในการจัดนิทรรศการแสดงผลงานที่หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา ภายใต้เงื่อนไขที่ ปตท.กำหนด

ถึงไทยแล้ว!! ‘บิ๊กตู่’ ร่วมต้อนรับคนไทยในซูดานชุดแรก ขอบคุณความร่วมมือของทุกฝ่าย พาคนไทยกลับมาได้อย่างปลอดภัย

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.66 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ต้อนรับคณะคนไทยกลุ่มที่ 1 จากซูดานที่มากับเที่ยวบิน A340-500 เที่ยวบินแรก จากท่าอากาศยานนานาชาติ King Abdulaziz เมืองเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย จำนวน 78 คน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้มาติดตามสถานการณ์การอพยพคนไทยกลับจากประเทศซูดาน ยินดีและขอขอบคุณด้วยหัวใจ ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานด้านความมั่นคง ในนามรัฐบาลได้สั่งการหน่วยงานทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ขอบคุณการเตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่องเพื่ออพยพคนไทยกลับสู่ประเทศไทยให้ได้ ทั้งนี้ การดำเนินการไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องประเมินสถานการณ์ตลอด ครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบของรัฐบาลไทยที่สามารถดูแลคนไทยได้ รวมทั้ง ขอบคุณการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง เช่น อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย

นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า ประสิทธิภาพของประเทศในทุกด้าน ต้องมีความพร้อมทั้งด้านกำลังคน อุปกรณ์ แผนดำเนินการ ที่วางไว้ล่วงหน้าเพื่อเผชิญเหตุต้องเตรียมความพร้อมตลอดเวลา โดยขอให้ทุกคนทำงานตามหน้าที่เตรียมความพร้อมดูแลคนไทยให้ได้มากที่สุด ขอบคุณสื่อมวลชนทุกคนและผู้ที่ติดตามข่าวสารด้วยความห่วงใยคนไทย ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา คนไทยอยู่ร่วมกันด้วยความรักความสามัคคีซึ่งขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่ได้กลับบ้าน และยินดีกับทุกครอบครัว นายกรัฐมนตรีได้กำชับรอติดตามสถานการณ์กลับสู่ความสงบเรียบร้อย

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ทักทายคณะคนไทยด้วยความห่วงใยสอบถามรายละเอียดการเดินทาง สอบถามถึงสถานการณ์การเรียน การเปิดภาคการศึกษา ดีใจที่ทุกคนปลอดภัย ย้ำรัฐบาลส่งความห่วงใยให้ตั้งแต่วันแรกได้สั่งการให้มีการเตรียมการอพยพอย่างรอบคอบเพื่อให้ทุกคนปลอดภัยดีใจที่ทุกคนปลอดภัยกลับมา และขอให้เดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย 

ทั้งนี้ เครื่องบิน Airbus A340-500 ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติ คิง อับดุลาซิซ (King Abdulaziz) เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย นำผู้ประสงค์จะเดินทางกลับพร้อมเครื่องบินของกองทัพอากาศในเที่ยวบินแรก จำนวน 78 คน ประกอบด้วย นักเรียนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 71 คน จังหวัดพัทลุง 1 คน นครศรีธรรมราช 1 คน และครอบครัวซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี 5 คน และเบื้องต้นทุกคนได้รับการดูแลอย่างดีจากกองทัพอากาศ พร้อมได้ตรวจสุขภาพ และผ่านการตรวจคัดกรองจากทีมแพทย์ของกองทัพอากาศ ซึ่งแม้มีอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่ทุกคนปลอดภัยและรู้สึกดีใจที่เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

โดยคณะคนไทยผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองและการตรวจคัดกรองโรคก่อนเดินทางไปยังโรงแรมที่พัก และในวันพรุ่งนี้ ( 28 เมษายน 2566) คณะคนไทยที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ภาคใต้จะเดินทางกลับพื้นที่ด้วยเครื่องบิน C – 130 ของกองทัพอากาศ เพื่อกลับสู่ภูมิลำเนาต่อไป
 

นอกจากนี้ ชุดปฏิบัติการของกองทัพอากาศยังคงเตรียมความพร้อมอยู่ที่เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย พร้อมประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือคนไทยชุดต่อไปซึ่งจะขึ้นเรือจาก Port of Sudan มาที่เมืองเจดดาห์ รวมถึงเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยนายกรัฐมนตรีห่วงใย ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนไทย โดยมุ่งหวังที่จะนำพี่น้องชาวไทยทุกคนที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย

'ท่านใหม่' แจงชัด!! ในหลวงโปรดกระหม่อมให้งดพระราชพิธีฉัตรมงคล เพราะต้องไปร่วมงานราชาภิเษกของกษัตริย์อังกฤษพระองค์ใหม่

(28 เม.ย.66) หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล หรือ 'ท่านใหม่' ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

รับรู้ไว้ แล้วก็อย่าดราม่ากันให้มาก 

สาเหตุที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้งดพระราชพิธีฉัตรมงคล ในวันที่ 2-4 พุทธศักราช 2566 นั้น เพราะจะต้องเสด็จพระราชดำเนินไปร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์อังกฤษพระองค์ใหม่ สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งจะมีขึ้นที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ในวันเสาร์ที่ 6 พ.ค.2566

ม.จ. จุลเจิม ยุคล


ที่มา: https://www.facebook.com/744788370/posts/pfbid0a3EUSvnZWaX5nPnmd6xnCNuzCqJmzLmxysAjLugiopV7tvepE4m8U1WpzWTHV2VLl/?mibextid=Nif5oz

‘2 หนุ่ม’ ทะเลาะกันบนถนน เหตุไม่เปิดไฟเลี้ยว เถียงกันอย่างดุ!! สุดท้ายจบหักมุม กลายเป็นคิมิโนโต๊ะ

(28 เม.ย.66) ผู้ใช้ TikTok บัญชี @kuy6169 ได้เผยคลิปขณะที่คนขับรถยนต์กำลังมีปากเสียงกับคนขี่รถมอเตอร์ไซค์ สาเหตุคือรถใหญ่ไม่เปิดไฟเลี้ยว จนมอเตอร์ไซค์เกือบชนท้าย

โดยคนขับรถยนต์ตะโกนเสียงดังว่า "กูเปิดทีหลัง ทำไมล่ะ" ซึ่งมอเตอร์ไซค์ก็เถียงกลับไปว่า "เปิดทีหลังอะไร มึงต้องเปิดก่อนเลี้ยว" แต่รถยนต์ก็เถียงกลับว่า "แล้วมึงชนกูไหม" ซึ่งมอเตอร์ไซค์ก็บอกว่า "มันไม่เกี่ยวหรอก แล้วถ้าชนล่ะ ถ้ามันเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาล่ะ มึงขับรถไม่ปลอดภัย"

จากนั้นคนขับรถยนต์จึงตอบกลับไปว่า "โอเค กูผิดใช่ไหม" ก่อนเดินเข้าไปจับมือมอเตอร์ไซค์แล้วพูดเสียงเบาลงว่า "กูขอโทษได้ไหม" ด้านมอเตอร์ไซค์ก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบว่า "ได้" จากนั้นก็โผกอดกัน มีตบก้นกันเล็กน้อยให้อภัยกัน สุดท้ายเหตุการณ์ก็จบลงด้วยดี

หลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างคอมเมนต์ชื่นชม ที่สุดท้ายทั้งสองฝ่ายก็ให้อภัยกัน พร้อมทั้งแซวว่า ถ้าพูดดีๆ ตั้งแต่แรกก็คงไม่ต้องเจ็บคอตะโกนคุยกันแบบนี้


ที่มา : https://www.naewna.com/likesara/727309

‘หนิง ปณิตา’ ลั่น!! ถึงเวลารักษาความรู้สึกตัวเอง พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจ วอนสามี ‘จิน’ ขอแค่สิ่งเดียว ออกมาเคลียร์ปัญหาครอบครัว

(28 เม.ย.66) เป็นประเด็นที่หลายคนกำลังได้รับความสนใจ หลังดาราสาวและผู้จัดละครสาวสุดสตรอง หนิง ปณิตา ออกมาเปิดใจถึงปัญหาชีวิตคู่กับสามี จิน จรินทร์ ที่ตอนนี้ยังตกลงเรื่องหย่ากันไม่ได้ และก่อนหน้านี้ ธัญญ่า ธัญญาเรศ ได้โพสต์คลิป หนิง จิน อยู่กันพร้อมหน้า ล่าสุด หนิง ได้เปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องวัน 31 พร้อมอัปเดตสภาพจิตใจตอนนี้

สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง?
หนิง : ตามลำดับค่ะ รู้สึกโล่ง ก็ตามที่หนิงโพสต์ขอบคุณทุกคนไป ตอนแรกก็กังวลคิดอยู่นาน ทุกอย่างหนิงสัมภาษณ์ไว้ชัดเจนแล้ว

อยากจะบอกคนคอมเมนต์ให้กำลังใจยังไงบ้าง?
หนิง : กราบขอบคุณจริงๆ วันนี้ความเข้าใจ กำลังใจมันก็เป็นพลังอย่างหนึ่งของหนิง หนิงเขียนทุกอย่างเอาไว้ในโพสต์ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าวันนี้หนิงได้รับความเข้าใจ ได้รับพลังงานดีๆ จากทุกคน เรารู้สึกว่าอยากส่งต่อพลังงานดีๆ แบบนี้ไปให้กับหลายๆ คน เพราะหนิงเชื่อว่าหลายๆ คน หลายๆ ครอบครัวก็มีปัญหาเหมือนเรา เพียงแต่เขาไม่มีโอกาสที่จะพูด หรือออกมาคุย ก็เป็นการแลกเปลี่ยนกันในคอมเมนต์นั้นๆ 

ถือว่าได้แจงรายละเอียดไปหมดแล้ว?
หนิง : หนิงว่าสัมภาษณ์ค่อนข้างเคลียร์ชัดเจนแล้ว ตามนั้นเลย

คลิปล่าสุดที่ลงเป็นประเด็นมากเลย จำได้ว่าวันนั้นเพิ่งถ่ายรายการ คุยแซ่บshow เสร็จ?
หนิง : ใช่ แล้วหนิงก็ไปส่งพี่ญ่าที่บ้าน เรากลับบ้านด้วยกัน
ธัญญ่า : ใช่ วันนั้นดิฉันไปทำสวยมา สระผมไม่ได้ แล้วหนิงบอกว่าหนิงมีอุปกรณ์ เดี๋ยวหนิงจะจัดให้พี่ แล้วพอไปถึงบ้านปุ๊บ นางก็ขึ้นไปบนบ้าน ขนที่สระผมลงมาให้ แบกลงมาเลย แล้วไปเจอคุณจินอยู่หน้าบ้าน พี่ก็เลยบอกว่าหนิง ขอพี่ทำคอนเทนต์หน่อยนะ ถ่ายเขา เห็นเขาแบกตรงนี้น่ารักมาก พอดีจินยืนอยู่ก็เลยถ่ายจินด้วย เราก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นประเด็นขนาดนี้

แต่สุดท้ายพอมันออกมาแบบนี้ หนิงรู้สึกยังไงบ้าง?
หนิง : เฉยๆ เหมือนวันนั้นมันบังเอิญเจอหน้าบ้าน เอาจริงๆ แทบไม่เจอหน้ากันเลย แล้วหนิงแบกของลงมา แล้วเหมือนหนิงเปิดประตูรถ แล้วมีรูปที่ได้จากรายการ คุยแซ่บshow เป็นรูปหนิงกับณิริน แล้วหนิงต้องเอาที่สระผมยัดลงไปท้ายรถแทน แล้วเหมือนพี่ญ่าเรียกให้เขามาถือ

ธัญญ่า : คือจินเขาไปเอารูปจากท้ายรถ เสร็จพี่ก็แซวเขา คุณผู้ชายคะไม่ช่วยคุณผู้หญิงแบกหน่อยเหรออะไรประมาณนี้
หนิง : มันเอาเข้ารถไปไม่ได้ ต้องเอารูปจากในรถออกมาก่อน เหมือนมันบังเอิญเจอกันหน้าบ้านมากกว่า เขากำลังจะออกไปข้างนอก

จากวันนั้นจนวันที่เจอ คือไม่ได้เจอกันเลย?
หนิง : ก็ไม่ได้เห็นหน้ากันเท่าไหร่

บางคนที่เห็นคลิปนี้มีความเอ๊ะ ทำไมยังเจอกันอยู่?
หนิง : จริงๆ ในสัมภาษณ์ก็ตอบไปชัดเจนแล้ว สถานะยังไม่ได้หย่ากัน ยังอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน แต่แค่รอว่าจะมาจัดการให้เมื่อไหร่ตามที่ตกลงกันไว้ แค่นั้น ซึ่งก็ไม่มาจัดการให้สักทีหนูก็ไม่รู้จะทำยังไง

เชื่อไหม ณ วันนั้นที่พี่เห็นหนิงกับจินอยู่ใกล้กัน ไม่มีคำพูดอะไร แต่ในความรู้สึกเราที่เคยเห็นความเป็นครอบครัวที่น่ารัก ใจหายมากเลยนะ ทำเป็นแซว แต่ในใจเรารู้สึกแบบจริงเหรอ ถ้าวันหนึ่งเขาคิดได้ เขามาขอโทษ หนิงโอเคไหม?
หนิง : เราอย่าเพิ่งไปคิดมองอนาคตข้างหน้าเป็นยังไง หนิงสัมภาษณ์เคลียร์ทุกอย่างหมดแล้วในวันนั้น มันก็ยังเป็นคำตอบอย่างนั้นชัดเจน ตอนนี้รอการมาเคลียร์ รอมาหลายเดือนแล้ว แค่มาเคลียร์เท่านั้นเอง หนิงจะได้ไม่ต้องมานั่ง แต่หนิงเข้าใจ เราเป็นพิธีกรรายการนี้มันก็ประหลาด ถ้าเราไม่มีการอัปเดตผ่านรายการ แต่หนิงไม่อยากพูดแล้ว วันนี้สิ่งเดียวจริงๆ มาเคลียร์ให้หนิงเถอะ หนิงไม่รู้จะพูดยังไง มาเคลียร์เถอะ

Thai Fight ออนทัวร์ ‘กรุงโรม’ คนแห่ชมร่วม 5 พัน สะท้อน!! สุดยอดกีฬาที่นานาชาติต่างยอมรับ

(27 เม.ย.66) เพจ ‘ประเทศไทยต้องชนะ’ ได้โพสต์ความยิ่งใหญ่ของมวยไทยในต่างประเทศ ระบุว่า...

มวยไทยกระหึ่มโลก! 🥊🇹🇭

‘Thai Fight’ จัดการแข่งขันชกมวยไทยโลกในต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่กีฬามวยไทย ซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก 

‘ซีคอนสแควร์’ ทุ่มงบ 3 ล้าน!! สร้าง ‘ป้ายรถเมล์ติดแอร์’ ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน!!

(27 เม.ย. 66) ด้วยสภาวะอากาศร้อนปะทุต่อเนื่อง ล่าสุด ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์และ บริษัท คูลคูล จำกัด ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร นำร่องจัดทำ ‘Sabuy Square’ (สบายสแควร์) ป้ายรถเมล์ติดแอร์ พลังงานแสงอาทิตย์ แห่งแรกในประเทศไทย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อเป็นต้นแบบในการอนุรักษ์พลังงานและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ให้กับประชาชนในยุคปัจจุบันและเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ ตั้งอยู่บริเวณ Seacon Bus Station ด้านหน้าศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์

สำหรับ ‘Sabuy Square’ เป็นป้ายรถเมล์ติดแอร์ ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ช่วยป้องกันความร้อนจากแสงแดดและสภาวะมลพิษฝุ่นควัน PM2.5

ภายในที่พักคอยรถโดยสารสาธารณะ มีขนาดพื้นที่ 40 ตารางเมตร สามารถรองรับจำนวนคนกว่า 40 คน พร้อมติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ประกอบด้วย ระบบปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์, บริการ Free Wi-Fi, ที่เสียบ USB สำหรับชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ, ตู้กดน้ำดื่มสาธารณะ, กล้อง CCTV เชื่อมต่อระบบไปยังศูนย์บริหารจัดการ, ระบบสัญญาณเตือนฉุกเฉิน (Panic Button), พร้อมจอแสดงสายรถเมล์ที่กำลังจะมาถึง

ทั้งนี้ ผู้บริหารศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ได้มีแนวคิดในการจัดสร้าง ‘Sabuy Square’ ป้ายรถเมล์ติดแอร์ขึ้น เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าให้ได้รับความสะดวกสบายในสภาวะวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบันและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะตอบแทนคืนสู่สังคม

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาปาฐกถาพิเศษงานประชุมใหญ่สามัญประจำปีฯสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.กระบี่ 

วันนี้ ( 27 เม.ย.66) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมช้างเผือก องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการจัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 - 2565 ของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ และปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ฟื้นประเทศไทยด้วยการท่องเที่ยว ยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมถึงอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของการท่องเที่ยว “ โดยมีนายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นางสาวศศิธร กิตติธรกุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.กระบี่ ,นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬา จ.กระบี่ หัวหน้าส่วนราชการ และผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชน และผู้ประกอบการอื่นๆ ที่สนใจเข้าร่วมรับฟังการปาฐกถา  ประมาณ 400 ราย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “ทางกระทรวงฯมีนโยบายสำคัญในด้านการฟื้นการท่องเที่ยว โดยการพัฒนาสามเหลี่ยมเศรษฐกิจอันดามัน คือ จังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ ซึ่งจังหวัดภูเก็ตนั้น ได้วางให้เป็นเมือง Smart City เราพยายามจะผลักดันภูเก็ตให้สามารถจัดงาน Specialised Expo 2028 ให้ได้  และ รวมถึงการเป็นศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพของอันดามันและเอเชียใต้ พร้อม wellness and spa ในศูนย์ฝึกกีฬา ส่วนจังหวัดพังงานั้นจะพัฒนาการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon โดยจะนำร่องที่เกาะคอเขา และเกาะยาวน้อยยาวใหญ่ อำเภอกะปง และขยายไปทั้งจังหวัด ส่วนจังหวัดกระบี่มีทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะความโดดเด่นในเรื่องน้ำพุร้อนเค็ม ที่เป็นแหล่งที่สองของโลกรองจากประเทศเช็คที่เราควรหยิบเอาเพชรมาเจียรไน เราจะประกาศให้อำเภอคลองท่อมเป็นเมืองสปา และร้อยเรียงกับแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของกระบี่อยู่แล้ว ทั้ง เกาะพีพี อ่าวนาง หรือไร่เลย์ สิ่งสำคัญคือเรื่องการบริหารจัดการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ เรื่องของความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวต้องเป็นสิ่งสำคัญ เราอยากมี Lifeguard ในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลทุกที่ หรือแม้แต่ทางภูเขาก็ตาม การดูแลทัวร์ให้มีคุณภาพ เน้นให้นักท่องเที่ยวได้รับประโยชน์จากประสบการณ์การท่องเที่ยว และที่สำคัญที่สุด คือ ขอให้เราเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยว”

‘บิ๊กตู่’ รอรับ 78 คนไทยจากซูดานกลับไทย คาดถึงไทยสี่ทุ่ม ลงจอดที่ บน. 6 กทม.

(27 เม.ย.66) เมื่อ 10.38 น. (เวลาท้องถิ่นซาอุดีฯ) เที่ยวบินพิเศษ ทอ. ออกจากเมืองเจดดาห์ ซาอุดีฯ นำ 78 คนไทยที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในซูดานกลับไทยชุดแรก โดยจะลงจอดที่ บน. 6 กทม. คืนนี้ 22.00 น. โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี / นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี /รมว.ต่างประเทศ จะร่วมต้อนรับคนไทยกลับบ้าน พร้อมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการ Shutdown Fake Loan ทลายเครือข่ายแก๊งเงินกู้ทิพย์ออนไลน์ หลังพบผู้เสียหายกว่า 400 ราย ความเสียหายหลายสิบล้านบาท

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ในด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงประชาชนให้กู้ยืมเงินผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ได้กำชับสั่งการให้ทุกกองบังคับการในสังกัด เร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม และต่อเนื่อง

วันนี้ (27 เม.ย.66) เวลา 15.00 น. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวกรณี เปิดปฏิบัติการ Shutdown Fake Loan ทลายเครือข่ายแก๊งเงินกู้ทิพย์ออนไลน์ โดยมีพฤติการณ์การกระทำผิด และผลการปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

สืบเนื่องมาจากได้มีผู้เสียหายกว่า 400 ราย ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้กู้เงินผ่านเว็บไซต์ค้นหาทั่วไป และจากการได้รับข้อความสั้น (SMS) โดยมีการโฆษณาชวนเชื่อในลักษณะให้วงเงินสูง อัตราดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเงินเร็ว และใช้เอกสารน้อย จากนั้นจะให้แอดไลน์ติดตั้งแอปพลิเคชันเงินกู้ของมิจฉาชีพ มีการอ้างว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินที่ขอกู้ยืมจริง แต่ต่อมามีเงื่อนไขต่างๆ เช่น ต้องโอนเงินมัดจำก่อน ต้องทำกรมธรรม์คุ้มครองวงเงิน ต้องจ่ายค่างวดล่วงหน้า หรือแจ้งว่ามีการกรอกเลขบัญชีธนาคารผิด ต้องจ่ายเงินเป็นค่าเครดิต เป็นค่ารหัสผ่านในการถอนเงิน เป็นต้น เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปแล้วแต่กลับไม่ได้รับเงินเเต่อย่างใด เชื่อว่าถูกหลอกลวงจึงได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บก.สอท.5 จึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเส้นทางการเงิน หาความเชื่อมโยงทางคดี กระทั่งเมื่อวันที่ 21 เม.ย.66 พงส.ได้ยื่นคำร้องขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 52 ราย (สัญชาติไทย 51 ราย สัญชาติจีน 1 ราย) ในข้อหา “ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” และ พงส.ยังได้ยื่นคำร้องขออนุมัติศาลเพื่อขอออกหมายค้นสถานที่สำคัญ จำนวน 4 จุด ในพื้นที่ กทม. 3 จุด และ จ.สระแก้ว 1 จุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top