Saturday, 4 July 2026
LITE

‘นิกกี้ พิ้ม’ แฉ!! ร้านปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์เจ้าประจำตรงเอกมัย คิดค่าเปิดเตาเพิ่ม-เมนูไม่ตรงปก-แกล้งลืมเสิร์ฟอาหาร

เมื่อวานนี้ (24 พ.ย.66) ‘นิกกี้ พิ้ม’ นักร้อง นายแบบ และนักแสดงหนุ่ม ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ‘Nicky Pimpz’ เกี่ยวกับพฤติกรรมร้านปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์ตรงเอกมัย ว่า…

พฤติกรรมร้านปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์ตรงเอกมัยที่มีโลโก้รูปลิง มีเวิ้งที่จอดรถ ข้างบนเป็นร้านชาบูน่าเกลียดมาก เป็นร้านประจำที่ไปกินกับครอบครัว ผมถือว่าผมเป็นลูกค้าประจำ บางครั้งไปกินใช้เงินเป็นหมื่นทุกครั้ง ไปไม่ต่ำกว่า 3-5,000 บาท วันนี้ถูกร้านวางยาหลายจุดเหตุเพราะไปถามว่าทำไมถึงคิดค่าเปิดเตาเพิ่ม ทั้งๆ ที่เราไปกัน 4 คน รวมเด็กด้วย 2 คนเป็น 6 คน ในโต๊ะเดียวกันมีอยู่ 2 เตา แต่มาคิดตังค์เราเพิ่ม ผมก็งงเพราะทุกครั้งไปไม่เคยเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เลยถามแบบสุภาพว่าทำไมถึงคิดค่าเปิดเตา เขาตอบแบบงูๆ ปลาๆ ว่าถ้านั่งโต๊ะนี้เป็นโต๊ะ 8 คน ถ้า 4 คนต้องคิดค่าเปิดเตา ผมไปไม่เป็นเลยทั้งๆ ที่มีลูกมาอีก 2 เป็น 6 คน

หลังจากนั้นผมก็สั่งอาหารตามปกติ เขาก็เริ่มเอาเนื้อที่ไม่เหมือนในเมนูเป็นคุณภาพชั้นต่ำเอาออกมาให้แล้วถ่วงเวลามาก ส่วนอาหารที่เป็นพวกหอยก็ไม่เอาออกมาให้ทำเป็นแกล้งลืมยื้อเวลาสุดๆ ถ่านก็ใส่มาน้อยเพื่อไม่ให้เผาไหม้ ที่น่าตกใจไปกว่านั้นเนื้อที่เอาออกมาเป็นเนื้อที่เปรี้ยวเหมือนเสียแล้ว Cutting ก็ไม่ใช่แบบเดิม บอกได้เลยว่าเป็นเนื้อคนละเกรดจากในเมนู ถามว่าทำไมผมรู้เพราะว่าผมเป็นลูกค้าประจำ ผมมากินที่นี่บ่อยมากรู้เลยว่าเนื้อที่เอามาไม่ใช่เนื้อที่กินอยู่ประจำ แถมสภาพเนื้อแตกต่างกันอย่างฟ้าดิน ผมยอมกินไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายเริ่มไม่ไหวเพราะไม่มีเจ้าหน้าที่มาบริการดูแล ทั้งๆ ที่ร้านก็ไม่ค่อยมีคน จนสุดท้ายผมเรียกพนักงานมาต่อว่าและพูดความรู้สึกกับเขา เขารีบยกมือขอโทษแล้วเอาเนื้อไปเปลี่ยนเป็นเนื้อที่ปกติ แบบที่กินประจำและเก็บทุกอย่างบนโต๊ะไปหมดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วให้ข้ออ้างว่าอาจจะเป็นที่ห้องครัวข้างบนส่งผิดมาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอเริ่มบ่นและ Complain ก็เริ่มเอาหอยที่สั่งทั้งหมดออกมา แสดงว่าไม่ได้ลืม แค่ไม่อยากบริการแต่แรก บอกได้เลยว่าน่าเกลียดสุดๆ ใครอยู่ตรงนั้นจะเข้าใจความรู้สึก

ผมพาเพื่อนฝรั่งมากินเพราะเขาชอบที่นี่ทุกครั้งที่มาเมืองไทยผมจะพาเข้ามากินที่นี่เพราะเขาเป็นคน Request ขนาดเพื่อนฝรั่งครอบครัวเขายังรู้เลยว่าผิดปกติและถูกวางยาอย่างแน่นอนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเวลาในการยื้ออาหารหรืออาหารที่คุณภาพต่ำออกมาแบบตั้งใจ ดังนั้นครั้งนี้ผมอยากจะเขียนเพื่อแสดงความรู้สึกในฐานะลูกค้าชั้นดีที่ไม่เคยมีปัญหามาก่อนว่าถ้าทำธุรกิจแบบนี้ อย่าทำเลย เพราะเราเป็นผู้บริโภคเราไม่รู้ว่าอาหารที่คุณเอามาให้เรากินจะกระทบกระเทือนต่อสุขภาพของเราหรือเปล่า

หลังจากที่ร้านรู้ตัวว่าทางลูกค้าไหวตัวทันและไม่พอใจก็เริ่มส่งพนักงานผู้จัดการมาขอโทษขอโพย ทำเป็นตีบทละครน่าเศร้า แต่บอกตรงๆ นะผมไม่กล้ากินหรอกเพราะผมไม่รู้ว่าเขาจะถุยน้ำลายใส่อาหารผมที่ออกมาใหม่หรือเปล่า ด้วยซ้ำไป ผมพาลูกเล็กมากินที่นี่บอกตรงๆ ว่าไม่กล้ากินอีกแล้ว แล้วจะบอกคนในครอบครัวและเพื่อนผมทุกคนว่าให้เลิกอุดหนุนที่นี่เพราะว่าการบริการและการวางยาให้ลูกค้าน่าเกลียดมาก

ถามว่าเจ้าของไม่น่าจะรู้เรื่องก็เป็นไปไม่ได้เพราะเนื้อที่อยู่ในร้านไม่ใช่คุณภาพเดียวกัน ดังนั้นคงมีการเตรียมพนักงานมาเรียบร้อย

บอกตรงๆ นะไม่ใช่ราคาถูกร้านอาหารนี้ ควรจะปรับปรุงและไม่ทำอย่างนี้กับลูกค้าเพราะส่วนใหญ่ลูกค้าที่อยู่แถวเอกมัยเป็นลูกค้าชั้นดีทั้งหมด ฝากไว้ให้คิด

‘ปอ อรรณพ’ เล่านาทีชีวิต เครื่องบิน ‘ไฟลุก’ กลางอากาศ ทำให้ใช้งานไม่ได้ตอนอยู่บนฟ้า ลั่น!! คนเป็นลมเกือบยกลำ

เมื่อวานนี้ (24 พ.ย.66) ความคืบหน้าหลังจาก ‘ปอ อรรณพ ทองบริสุทธิ์’ หรือ ‘ปอ AF7’ เปิดเผยนาทีชีวิตผ่านไอจีสตอรี่ อธิบายเหตุการณ์ว่า “ทุกคนน เกือบตายยย เครื่องบินระเบิด ไฟลุกกลางอากาศ ตอนนี้กัปตันพาลงที่สนามบินดอนเมืองละครับ เครื่องด้านขวาระเบิด ใช้งานไม่ได้ ตอนอยู่บนฟ้า เป็นลมกันเกือบทั้งลำ”

อย่างไรก็ดี ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาพบว่า ‘ปอ’ โดนแท็กไอจีสตอรี่อยู่ร้านอาหารแล้ว ก่อนที่ ‘ปอ’ จะเล่านาทีระทึกเพิ่มเติมว่า

“ยังไม่ได้หลับสนิท ตอนเครื่องขึ้นไปประมาณ 10 กว่านาที มีเสียงดัง ‘ตึ้ง’ คิดว่าฝันเหรอ หรืออะไร”

อย่างไรก็ดี สมาชิก TikTok @ben_benga ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้โดยสารลำดังกล่าว ได้โพสต์คลิปขณะกัปตันและลูกเรือของสายการบิน เข้ามาพูดคุยกับผู้โดยสาร พร้อมสันนิษฐานถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ให้ฟัง

เธอระบุข้อความว่า เครื่องออกจากดอนเมืองเวลา 11.10 น. วนกลับมาดอนเมือง แลนดิ้งเวลา 12.05 น. เกิดเหตุขัดข้องที่เครื่องยนต์ด้านขวา ผู้โดยสารแจ้งลูกเรือว่ามีประกายไฟเกิดขึ้นที่เครื่องยนต์ด้านขวา เครื่องดับ กัปตันประกาศไม่สามารถบินต่อได้ ต้องประคองเครื่องกลับมาลงดอนเมือง ต่อมา กัปตันมาคุยกับผู้โดยสารที่แจ้งเหตุ และต้องสืบหาสาเหตุต่อไป คนอ้วกไปแล้วครึ่งลำ ดมยาดม เป็นลมกันตามๆ กัน หลังแลนดิ้งทุกคนปรบมือกรีดร้องด้วยความดีใจ

ภายในคลิปได้ยินเสียง ‘ผู้โดยสาร’ สนทนากับ ‘กัปตัน’ ซึ่ง ‘กัปตัน’ อธิบายว่า มี 2 สาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น อาจมีนกเข้าไป เพราะบินผ่านนกข้างขวา แต่คนละทีกัน ตอนเกิดเรื่องประมาณ 6 พันฟุต แต่ผ่านไปประมาณ 4-5 พันฟุต นกผ่านไปแล้ว 2-3 ตัว นกตัวใหญ่ แต่หลังจากนั้นอีกระยะหนึ่งมันถึงเกิดเรื่อง ผมเลยไม่แน่ใจ

‘กัปตัน’ ระบุว่า พอเครื่องมันจะเสีย แต่เนื่องจากมันจะมีแรงอยู่ เหมือนกับเร่งแล้วก็หยุดๆ มันเป็นของมันเอง หลังจากรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นจึงต้องดับเครื่อง แล้วก็มีไฟออกมาช่วงนั้นจริงๆ

อย่างไรก็ดี ‘กัปตัน’ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ตนต้องโดนสอบสวนด้วย 

25 พฤศจิกายน ของทุกปี วันวชิราวุธ (วันคล้ายวันสวรรคต) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

วันวชิราวุธ (วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า) ตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (1 มกราคม พ.ศ. 2423 - 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468) เป็นพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 6 ในราชวงศ์จักรี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ เดือนยี่ ขึ้น 2 ค่ำ ปีมะโรง ตรงกับวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2423 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 29 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสวยราชสมบัติเมื่อวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม ปีจอ พ.ศ. 2453 และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 รวมพระชนมายุ 45 พรรษา เสด็จดำรงราชสมบัติรวม 15 ปี

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระอัจฉริยภาพและทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในหลายสาขา ทั้งด้านการเมืองการปกครอง การทหาร การศึกษา การสาธารณสุข การต่างประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือด้านวรรณกรรมและอักษรศาสตร์ ได้ทรงพระราชนิพนธ์บทร้อยแก้วและร้อยกรองไว้นับพันเรื่อง กระทั่งทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาเมื่อเสด็จสวรรคตแล้วว่า ‘สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า’ พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ใน พระราชวงศ์จักรีพระองค์แรกที่ไม่มีวัดประจำรัชกาล แต่ได้ทรงมีการสถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กหลวงหรือวชิราวุธวิทยาลัยในปัจจุบัน ขึ้นแทน ด้วยทรงพระราชดำริว่าพระอารามนั้นมีมากแล้ว และการสร้างอารามในสมัยก่อนนั้นก็เพื่อบำรุงการศึกษาของเยาวชนของชาติ จึงทรงพระราชดำริให้สร้างโรงเรียนขึ้นแทน

สำหรับพระราชกรณียกิจที่สำคัญ พระองค์นั้นได้เป็นผู้ให้พระราชทานกำเนิดกิจการลูกเสือไทยขึ้น ซึ่งพระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่ได้ทรงริเริ่มและพัฒนาไว้ล้วนแต่เป็นรากฐานที่สำคัญซึ่งนำไปสู่ความเจริญของประเทศ

‘มวยไทย’ ยกทัพเยือน ‘ฮ่องกง’ หนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับโลก พร้อมโชว์ลีลาเด็ดในงานดวลหมัด ‘อีสต์ เอเชียน มวยไทย แชมเปียนชิป’

(24 พ.ย. 66) การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF), คณะกรรมการกีฬามวย, สมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยฯ, สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย และสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) ร่วมกันจัดโครงการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ศิลปะมวยไทยสู่ต่างประเทศ พร้อมกับจัดการแข่งขันรายการ ‘อีสต์ เอเชียน มวยไทย แชมเปียนชิป 2023’ โดยมีนักมวยไทยจาก 9 ชาติ จากภูมิภาคเอเชียตะวันออก ร่วมขึ้นสังเวียนชิงชัย ที่ควีน อลิซาเบธ สเตเดียม เขตปกครองพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 23-26 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทยให้เผยแพร่ไปสู่ระดับนานาชาติ และกำหนดมาตรฐานมวยไทย ‘One Standard Muaythai’ (OSM) นำโดย ดร.ปัญญา หาญลำยวง คณะกรรมการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ รวมทั้ง ดร.เช้า วาทโยธา ครูมวยไทยนานาชาติชื่อดัง และ ‘กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี’ อนึ่ง คัฒมารศรี ยอดนักมวยไทยชื่อดัง และคณะ ร่วมเปิดคลินิกสอนทักษะมวยไทยให้กับผู้เข้ารับการอบรมทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ซึ่งได้รับการตอบรับจากชมรม และสมาคมกีฬามวยไทยแห่งฮ่องกง ส่งนักกีฬามวยไทยเข้าร่วมอย่างคึกคัก

โครงการเผยแพร่ศิลปะมวยไทยสู่ต่างประเทศ จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์กีฬามวยไทย ซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย ส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้นในฮ่องกง โดยจะเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมมวยไทยสู่นานาชาติอย่างครบวงจร และสามารถต่อยอดสินค้ามวยไทยสู่ต่างประเทศได้อย่างแพร่หลาย ทั้งในรูปแบบสินค้า และบริการด้านมวยไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม อันเป็นอัตลักษณ์ของความเป็นไทยสู่ฮ่องกง ส่งเสริมความนิยมไทย และความเป็นไทยให้เป็นที่รู้จักทุกภูมิภาคของโลก โดยสามารถต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยว การค้าการลงทุนในประเทศไทย และอาหารไทย

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับการกีฬา และนันทนาการบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมพัฒนากีฬา พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างชื่อเสียง และเกียรติภูมิของประเทศ รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬา การท่องเที่ยวเชิงกีฬาเพื่อสร้างคุณค่า และมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย

ดังนั้น สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทยที่มีบทบาทหน้าที่ในการดำเนินกิจกรรมกีฬามวยอาชีพในการส่งเสริม และเผยแพร่กีฬามวยไทยอาชีพให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ รวมทั้งการส่งเสริมอุตสาหกรรมมวยไทยทั้งในรูปแบบสินค้า และบริการเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยธุรกิจอุตสาหกรรมมวยไทย สร้างรายได้ให้บุคลากรมวยไทย จึงจัดโครงการเผยแพร่ศิลปะมวยไทยในประเทศฮ่องกง ขึ้นเพื่อนำกีฬามวยไทยไปเผยแพร่ และยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

กิจกรรมที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง แบ่งออกเป็น กิจกรรมในช่วงเช้าเป็นการจัดเวิร์กชอปเปิดคลินิกสอนทักษะมวยไทยให้กับผู้เข้ารับการอบรมทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ โดย ดร.เช้า วาทโยธา ครูมวยไทยนานาชาติชื่อดัง และ ‘กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี’ อนึ่ง คัฒมารศรี นักมวยไทยชื่อดัง ร่วมติวเข้มทักษะแม่ไม้มวยไทยให้กับผู้เข้ารับการอบรม จากนั้นในช่วงเย็นเป็นพิธีเปิดการแข่งขัน ‘อีสต์ เอเชียน มวยไทย แชมเปียนชิป 2023’ อย่างเป็นทางการ โดยมี ‘สเตฟาน ฟ็อกซ์’ เลขาธิการสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) พร้อมด้วย ปุย ควาน เกย์ ประธานกิตติมศักดิ์ สมาคมกีฬามวยไทยแห่งฮ่องกง, ซิน ลัม ยุก ประธานสมาคมกีฬามวยไทยแห่งฮ่องกง, ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวกับกีฬาของฮ่องกง และนักกีฬามวยไทย 9 จากชาติที่เข้าร่วมชิงชัย ประกอบด้วย บังกลาเทศ, อินเดีย, เกาหลีใต้, มองโกเลีย, มาเก๊า, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, จีน และฮ่องกง เจ้าภาพ เข้าร่วมในพิธีเปิด

พิธีเปิดการแข่งขันได้มีการแสดงศิลปะแม้ไม้มวยไทยโบราณ จากคณะลานนาไฟท์ติ้งมวยไทย นำโดย ‘ครูดิน’ นายวิทวัส ค้าสม นำคณะนักมวยไทยไปโชว์อัตลักษณ์มวยไทยที่เป็นศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทย รวมทั้งการแสดงคีตะมวยไทย จากทีมมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเพชรบูรณ์ ทีมชนะเลิศจากการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2566 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานสุดตื่นตาตื่นใจ

สำหรับ ฮ่องกง ถือเป็นหนึ่งในมหาอำนาจมวยไทยของเอเชีย และเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) ได้จัดการแข่งขันรายการ ‘อีสต์ เอเชียน มวยไทย แชมเปียนชิป 2023’ ที่ควีน อลิซาเบธ สเตเดียม ซึ่งถือเป็นการแข่งขันมวยไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในมวยไทยสมัยใหม่ และยิ่งใหญ่ที่สุดที่จัดขึ้น ณ ฮ่องกง หลังจากรอคอยมา 3 ปี โดยจะเป็นการช่วยส่งเสริมมวยไทยให้ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออก รวมถึงการต่อสู้ และองค์ประกอบดั้งเดิม และการไหว้ครูมวยไทย

สรุปผลการแข่งขันรายการ ‘อีสต์ เอเชี่ยน มวยไทย แชมเปียนชิป 2023’ รอบแรก ดังนี้

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 45 กก.หญิง ‘นามูอูนา อาร์เดเนบายาร์’ (มองโกเลีย) ชนะอาร์เอสซียก 2 ‘ทิเคสชวารี ซาฮู’ (อินเดีย)

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 48 กก.หญิง ‘เพียว ลิง อึน’ (ฮ่องกง) ชนะคะแนน ‘อูรานกู โอดอนทูยา’ (มองโกเลีย)

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 51 กก.หญิง ‘ยูริกะ จิมโป’ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนน ‘หลิว ซินเหอ’ (ไต้หวัน)

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 54 กก.ชาย ‘จางฮุน ออน’ (เกาหลีใต้) ชนะคะแนน ‘ฝ่าน กวงเจ้อ’ (จีน) และ ‘บาตดอร์จ ซูมิยาซูเรน’ (มองโกเลีย) ชนะคะแนน ‘ฟาฮัด อนัคคายี่’ (อินเดีย)

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 57 กก.ชาย ‘หลี่ หยูหง’ (ไต้หวัน) ชนะคะแนน ‘ดีพานคาร์ โบรา’ (อินเดีย)

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 60 กก.ชาย ‘บาตโบลด์ กานซูร์คห์’ (มองโกเลีย) ชนะคะแนน ‘บิดยาชานดรา ซิงห์ ไลชาห์ม’ และ ‘กวน เว่ยเฮ’ (มาเก๊า) ชนะอาร์เอสซียก 1 ‘เฉิน เบาจอง’ (ไต้หวัน)

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 63.5 กก.ชาย ‘อาเชม ทอนดอนบา ซิงห์’ (อินเดีย) ชนะอาร์เอสซียก 1 ‘ซู่ ยองจู’ (ไต้หวัน)

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 67 กก.ชาย ‘ชุง เป่ยรง’ (ฮ่องกง) ชนะอาร์เอสซียก 1 ‘หวง เจิ้งฉี’ (จีน), ‘อี ซังมิน’ (เกาหลีใต้) ชนะคะแนน ‘โมรัมบ้า ซาโกลเซ็ม’ (อินเดีย) ‘หวง เหาหยวน’ (มาเก๊า) ชนะคะแนน ‘บาต-อิตเกลต์ ชิจีร์บาตาร์’ (มองโกเลีย)

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 70 กก.ชาย ‘ลี่ จวนเซียน’ (ฮ่องกง) ชนะอาร์เอสซียก 2 ‘เป่ง เวิ่นเบา’ (ไต้หวัน)

‘สาวจีน’ ผู้ปลุกกระแส ‘มวยไทย’ ในจีน เดินทางถึงไทยแล้ว ปั่นจักรยานกว่า 35 วัน เพื่อมาเจอ ‘บัวขาว’ ถึงค่ายมวยบัญชาเมฆ

เดินทางสุดทรหดถึงเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ หลี่ เจินเซียง สาวจีนผู้คลั่งไคล้ศิลปะการต่อสู้ ซึ่งเป็นผู้ปลุกกระแส ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ให้กับมวยไทย จนติดชาร์ตอันดับที่ 3 ของ ‘เว่ยป๋อ’ สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังของจีน ล่าสุดได้เดินทางมาหา ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ร.ท.สมบัติ บัญชาเมฆ ยอดนักมวยชื่อดังชาวไทย ถึงค่ายที่ จ.เชียงใหม่

‘หลี่ เจินเซียง’ สาวจีนผู้ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้ แสดงความุ่งมั่นตั้งใจเดินทางด้วยรถจักรยานคู่ใจของเธอ จากเมืองเหมียนหยาง ประเทศจีน เพื่อมาหา ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ฮีโร่ในดวงใจของเธอ

ล่าสุด (24 พ.ย. 66) หลี่ เจินเซียง ได้เดินทางมาถึงค่ายมวยบัญชาเมฆ ที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเธอได้ใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมด 35 วัน กับระยะทางรวมทั้งสิ้น 2,409 กม.

ทั้งนี้ บัวขาว บัญชาเมฆ พร้อมกับคณะ ได้ให้การต้อนรับและเชิญ หลี่ เจิ้นเซียง รับประทานอาหารมื้อแรกที่ไทยด้วยกัน อย่างเป็นกันเอง โดยในช่วงเย็นพร้อมลงฝึกซ้อมมวยไทยทันที จากนั้นในวันรุ่งขึ้นจะร่วมกันทำกิจกรรมเกี่ยวข้าวในท้องนากันอีกด้วย

'เจ๊ไฝ' จับมือ Shin Ramyun รามยอนชื่อดังแห่งเกาหลีใต้ ส่งรามยอนต้มยำกุ้ง ดันอาหารไทยโกอินเตอร์ไปอีกขั้น

ในโลกออนไลน์แห่แชร์ภาพ Shin Ramyun รามยอนชื่อดังในประเทศเกาหลีใต้ ได้คอลแลบกับ ‘เจ๊ไฝ’ เชฟชาวไทยเจ้าของร้านสตรีตฟู้ดระดับ 1 ด้วยรสชาติใหม่ ‘ต้มยำกุ้ง’

โดยเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ในโลกออนไลน์แห่แชร์ภาพ Shin Ramyun รามยอนชื่อดังในประเทศเกาหลีใต้ ได้มีการคอลแลบกับ ‘เจ๊ไฝ’ เชฟชาวไทยเจ้าของร้านสตรีตฟู้ดระดับ 1 ดาวมิชลินที่โด่งดังไปทั่วโลกออกมาด้วยรสชาติใหม่ ‘ต้มยำกุ้ง’ และยังไม่ได้เปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการในตอนนี้

สำหรับ รามยอน คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของเกาหลี เมนูอาหารประเภทเส้น ที่นำไปต้มในน้ำร้อน เพียงเติมซอสและผงน้ำซุป ก็สามารถกินได้ง่าย ๆ โดยสามารถเติมเนื้อสัตว์และผักประเภทต่าง ๆ ลงไปได้ด้วย นอกจากนี้ ซีรีส์หลายเรื่องที่มักมีฉากอาหารเกาหลี รวมถึงภาพการกินรามยอนของศิลปินไอดอลชื่อดัง จนกลาย Soft Power (อำนาจอ่อน) ของเกาหลีใต้ ได้ส่งผลให้วัฒนธรรมอาหาร ‘รามยอน’ เป็นที่รู้จักและเผยแพร่ไปทั่วโลก

โดย Shin Ramyun คอลแลบกับ ‘เจ๊ไฝ’ จะมีด้วยกันทั้งหมด 2 รสชาติ คือ ต้มยำกุ้ง แล้วต้มยำกุ้งผัดแห้ง โดยจะมีจำหน่ายเฉพาะประเทศไทย ในระยะแรกจะเริ่มวางจำหน่ายที่ 7-Eleven โลตัส แม็คโคร และจะมีการขยายช่องทางจำหน่ายอื่น ๆ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้มากขึ้นในอนาคต พร้อมตั้งเป้ายอดขายปีหน้า 3.5 พันล้านบาท

ส่วนร้าน ‘เจ๊ไฝ’ เป็นร้านอาหารประเภทสตรีตฟู้ดเพียงแห่งเดียวที่ได้รับดาวจากมิชลิน โดยได้รับรางวัล 1 ดาว ตามมาตรฐานของมิชลินไกด์ และมีหลายเมนูที่ขึ้นชื่อ เช่น ไข่เจียวปู, ราดหน้าทะเล เป็นต้น จุดเด่นของร้านคือการปรุงอาหารด้วยเตาถ่าน และชื่อของ ‘เจ๊ไฝ’ นั้นโด่งดังในเกาหลีใต้จริง ๆ เพราะดาราและไอดอลเกาหลีหลายคนมากินร้านเจ๊ไฝกันอยู่บ่อยครั้ง

24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ในหลวง ร.9 เสด็จฯ ทางชลมารค เปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์

วันนี้เมื่อ 13 ปีก่อน ถือเป็นวันสำคัญของเมืองไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคไปทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ รวมถึง สะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 ทั้งหมดเป็นโครงการในพระราชดำริที่ทรงตั้งใจแก้ปัญหาให้กับประชาชน

โดยที่มาของการสร้างประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ เกิดขึ้นจากการทรงเห็นว่า สภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาเดิมมีลักษณะไหลวนคดเคี้ยว โดยเฉพาะบริเวณรอบพื้นที่บางกระเจ้า ที่มีความยาวถึง 18 กิโลเมตร ส่งผลให้การระบายน้ำที่ท่วมพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานครเป็นไปได้ช้า ไม่ทันเวลาน้ำทะเลหนุน

จึงมีพระราชดำริให้พัฒนาใช้คลองลัดโพธิ์ ซึ่งเดิมมีความตื้นเขินและมีความยาวราว 600 เมตร ให้เป็นประตูระบายน้ำที่หลากและน้ำที่ท่วมสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้ลงสู่ทะเลทันที และจะปิดคลองลัดโพธิ์เมื่อน้ำทะเลหนุน เพื่อหน่วงน้ำทะเลไม่ให้ขึ้นลัดเลาะไปตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยาที่คดโค้งถึง 18 กิโลเมตรด้วยกัน

ในส่วนของสะพานภูมิพล 1 และ 2 ทรงมีพระราชดำริให้จัดสร้างเพื่อรองรับการขนถ่ายและลำเลียงสินค้าจากท่าเรือกรุงเทพ ไปยังพื้นที่อุตสาหกรรมใน จ.สมุทรปราการ และพื้นที่อื่น ๆ ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาการจราจร โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่จากแหล่งอุตสาหกรรม เพื่อให้มีช่องทางเลี่ยงออกจากใจกลาง กทม. สู่ต่างจังหวัดได้ทันที

ทั้งหมดคือพระราชประสงค์เพื่อแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดียิ่งขึ้น จากวันนี้และในอนาคตสืบไป...

‘ลิซ่า’ สวมชุด ‘Asava’ แบรนด์ของคนไทย รับเครื่องราชฯ ชั้น MBE จากคิงชาร์ลส์ที่ 3

(23 พ.ย. 66) เรียกว่าเป็นความปลาบปลื้มของ 4 สาววง BLACKPINK (แบล็กพิงก์) ทั้ง เจนนี่, จีซู, ลิซ่า, โรเซ่ ที่ได้มีโอกาสไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ณ พระราชวังบักกิงแฮม ประเทศอังกฤษ โดย สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร และ พระราชินีคามิลลา ทรงเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่ ยุน ซอก-ยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และ คิม กอน-ฮี สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เนื่องในโอกาสกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติ เมื่อวันอังคารที่ 21 พ.ย.66 ที่ผ่านมา

ต่อมาในวันที่ 22 พ.ย.66 สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเป็นประธานในพิธีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น MBE ให้แก่ เจนนี่ จีซู ลิซ่า และ โรเซ่ และทรงมีพระราชปฏิสันถารกับทั้ง 4 สาวอย่างเป็นกันเอง โดยตรัสว่า “เราหวังว่าเราจะได้ชมการแสดงสดของพวกคุณบ้างในบางโอกาส”

สำนักพระราชวังบักกิงแฮม เปิดเผยว่า 4 สาว BLACKPINK ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ MBE เพื่อเป็นการแสดงความยอมรับบทบาทของพวกเธอในผู้สนับสนุนการประชุมสุดยอดผู้นำสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องสภาพอากาศครั้งที่ 26 หรือ COP26 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ เมื่อปี 2564

นอกจากนี้มีการเปิดเผยว่า ชุดที่ ลิซ่า BLACKPINK สวมใส่เข้าพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น MBE เป็นชุดเสื้อผ้าจากแบรนด์ไทยชื่อดังอย่าง Asava เรียกว่านอกจากจะเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในวงการ K-POP ยังเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยด้วยเช่นกัน

‘BLACKPINK’ รับพระราชทานเครื่องราชฯ จากคิงชาลส์ที่ 3 ในฐานะทูตสิ่งแวดล้อม COP 26 ที่ทำให้เยาวชนตระหนักถึง

(23 พ.ย.66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงเปิดพระราชวังบักกิงแฮม ณ กรุงลอนดอน เพื่อจัดงานเลี้ยงต้อนรับการมาเยือนอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล และภริยา คิม กอน-ฮี พร้อมกับแขกพิเศษอย่างศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังระดับโลกอย่าง 4 สาว วง 'BLACKPINK' เนื่องในโอกาสกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ทั้งนี้ 4 สาว 'BLACKPINK' ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงระดับ State Banquet นี้ ยังได้รับพระราชดำรัสชื่นชมจากคิงส์ชาร์ลส์อีกด้วย

ล่าสุดอินสตาแกรมของสำนักพระราชวังสหราชอาณาจักร เผยแพร่คลิปทั้งสี่สาวได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ MBE-Member of the Most Excellent Order of the British Empire ในฐานะทูตสิ่งแวดล้อม COP 26 จากสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 และทรงมีพระราชปฏิสันถารกับทั้ง 4 สาวอย่างเป็นกันเอง โดยตรัสว่า “เราหวังว่าเราจะได้ชมการแสดงสดของพวกคุณบ้างในบางโอกาส”

โดยพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ชื่นชมทั้ง 4 สาวเนื่องจากเป็นเหมือนตัวแทนที่จะทำให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และยินดีที่จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยรักษาความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมไปสู่สายตาผู้ฟังทั่วโลก และชื่นชมที่พวกเขาจัดลำดับความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ เช่นเดียวกับการเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก

สำนักพระราชวังอังกฤษ ระบุว่า สมาชิกวง 'BLACKPINK' ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จักรวรรดิบริติช ในบทบาทของผู้สนับสนุน COP26 สำหรับการประชุมสุดยอดสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติที่จัดขึ้นที่เมืองกลาสโกว์ในปี 2021

23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 ‘ทามาก็อตจิ’ สัตว์เลี้ยงดิจิทัล ไอเท็มสุดฮิตยุค 90 วางขายครั้งแรก

วันนี้เมื่อ 27 ปีก่อน ‘ทามาก็อตจิ’ สัตว์เลี้ยงดิจิทัลคลายเหงาสำหรับเด็ก ๆ เพื่อนซี้ 8 บิต หนึ่งในไอเท็มสุดฮิตในยุค 90 ถูกวางจำหน่ายเป็นวันแรก

หากเอ่ยถึงของเล่น วัยเยาว์ยุค 90s เชื่อว่าหลายคนคงจะนึกถึงเจ้า ‘ทามาก็อตจิ’ (Tamagotchi) สัตว์เลี้ยงดิจิทัลสีขาวดำในก้อนไข่ ของเล่นสุดฮิตที่ใครก็อยากมีติดกระเป๋าเอาไว้เล่นยามว่าง อย่างแน่นอน

ทามาก็อตจิ เป็นของเล่นที่คิดค้นและร่วมมือโดย อากิฮิโระ โยโคอิ (Akihiro Yokoi) ประธานบริษัท Wiz ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบของเล่นให้กับผู้ผลิตรายใหญ่ กับ อากิ มาอิตะ (Aki Maita) นักการตลาดของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Bandai ของญี่ปุ่น

อากิฮิโระ โยโคอิ ได้รับแรงบันดาลใจและปิ๊งไอเดียในการสร้างเจ้าของเล่นขนาดพกพานี้จาก ‘โฆษณาทางโทรทัศน์’ ซึ่งปรากฏเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งที่ไม่สามารถพา ‘เต่า’ สัตว์สุดที่รักของเขาไปท่องเที่ยวด้วยกันได้ 

เมื่อได้เห็นโฆษณาดังกล่าว บวกกับโยโคอิ เป็นคนที่ชื่นชอบสัตว์เลี้ยง เขาจึงตัดสินใจจะผลิตเกมที่ช่วยเสริมสร้างความรับผิดชอบให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยง พวกเขาจะต้องดูแลพวกมันแบบเรียลไทม์ โดยสัตว์ในเกมจะนอนหลับในตอนกลางคืน และจะมีเสียง บี๊บ! ตอนที่พวกมันหิว ทั้งยังมีการสร้างพฤติกรรมและใช้ยารักษาโรคให้กับพวกมันอีกด้วย 

โยโคอิตั้งชื่อของเล่นที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ทั่วทุกที่ว่า ‘ทามาก็อตจิ’ หรือภาษาอังกฤษคือ Tamagotchi ซึ่งมาจากคำว่า Tamago แปลว่า ไข่ และ Uotchi แปลว่าดูนาฬิกาหรือนาฬิกาข้อมือในภาษาญี่ปุ่น เหตุที่ตั้งชื่อนี้เพราะในตอนแรกจะออกแบบให้ทามาก็อตจิสวมใส่เป็นนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะกลายมาเป็นพวงกุญแจห้อยไปมาได้

ต่อมา โยโคอิได้นำความคิดนี้ไปขายให้กับบริษัท Bandai และได้มาอิตะมาช่วยเหลือ ดูแล และทำการตลาดให้กับเจ้าทามาก็อตจิตัวนี้ให้ประสบความสำเร็จมากที่สุด

เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามคาด บริษัท Bandai ก็ตัดสินใจออกขายเจ้าก้อนไข่สุดคาวาอี้ในญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) และอเมริกาในปี 1997 ก่อนที่ทามาก็อตจิจะกลายมาเป็น ‘ของเล่น’ ในวัยเด็กที่หลายคนยังคงนึกถึง

22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 ‘จอห์น เอฟ. เคนเนดี’ ผู้นำสหรัฐฯ คนที่ 35 ถูกลอบสังหาร ขณะเดินทางไปหาเสียงเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตกใจให้กับคนทั้งโลก เมื่อ ‘จอห์น เอฟ. เคนเนดี’ ประธานาธิบดีลำดับที่ 35 แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ถูกลอบสังหารขณะเดินทางไปหาเสียงเลือกตั้ง ปธน. ภายในรถเปิดประทุน โดยมีภรรยานั่งอยู่ด้านข้าง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลา 12.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ เดลลีย์พลาซา เมืองแดลลัส รัฐเท็กซัส

โดยจากการสืบสวนของคณะกรรมการวอร์เรน ซึ่งกินเวลา 10 เดือน ระหว่าง พ.ศ. 2506 - 2507 การสืบสวนของคณะกรรมการสมาชิกผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ว่าด้วยการลอบสังหารประธานาธิบดี (HSCA) ระหว่าง พ.ศ. 2519 - 2522 และการสืบสวนของรัฐบาล สรุปว่าประธานาธิบดีถูกลอบสังหารโดย 'ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์’

ซึ่งในเวลาต่อมา ออสวอล์ดถูกฆาตกรรมโดย แจ๊ค รูบี้ ก่อนที่เขาจะต้องขึ้นศาล ในช่วงแรกที่มีการเปิดเผยผลการสืบสวน ข้อสรุปนี้ได้รับการยอมรับจากสาธารณชนอเมริกัน แต่ในภายหลัง ผลสำรวจที่มีการจัดทำขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2509 - 2547 เปิดเผยว่าชาวอเมริกันประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์มีความเชื่อตรงกันข้ามกับข้อสรุปที่ได้จากการสืบสวนดังกล่าว

ดังนั้นการลอบสังหารในครั้งนี้ยังคงเป็นประเด็นการอภิปรายในวงกว้าง และก่อให้เกิดประเด็นเรื่องทฤษฎีสมคบคิดและการจัดฉากอย่างนับไม่ถ้วน จนกระทั่ง พ.ศ. 2522 คณะกรรมการสมาชิกผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ว่าด้วยการลอบสังหารประธานาธิบดี ค้นพบว่ารายงานการสืบสวนของเอฟบีไอและคณะกรรมการวอร์เรนมีข้อบกพร่องอย่างร้ายแรง 

คณะกรรมการฯ ยังสรุปด้วยว่ามีการยิงปืนใส่ไม่ต่ำกว่า 4 นัด ซึ่งเป็นไปได้สูงว่าอาจมีฆาตกรสองคน และทฤษฎีสมคบคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ดี ผลการศึกษาในภายหลัง ซึ่งรวมถึงผลการศึกษาของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐอเมริกาได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องของหลักฐานที่คณะกรรมการฯ ใช้เพื่อสนับสนุนทฤษฎีกระสุนสี่นัดดังกล่าว

แต่แล้ว ในวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560 คดีการลอบสังหารในครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะกระจ่างขึ้น เมื่อประธานาธิบดีโดนัลน์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐฯ เปิดเผยเอกสารเกี่ยวกับคดีลอบสังหาร ปธน.จอห์น เอฟ เคนเนดี ที่ยังไม่เคยเปิดเผยกว่า 2,800 ชิ้น ตามที่ได้เคยกล่าวผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่าจะเปิดเผยข้อมูลในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560

แต่ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้น เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ ตัดสินใจวินาทีสุดท้าย ไม่เปิดเผยข้อมูลลับเกี่ยวกับคดีดังกล่าวอีกกว่า 300 ชิ้น เพราะหน่วยข่าวกรองกลาง หรือซีไอเอ และสำนักงานสอบสวนกลาง หรือเอฟบีไอ ขอให้มีการเก็บข้อมูลบางส่วนต่อไป เนื่องจากมีข้อกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยการเปิดเผยคาดว่าจะมีการพิจารณาถึงความเหมาะสมต่อไปอีก 6 เดือน หรือประมาณช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2561

เหตุการณ์สะเทือนโลกครั้งนี้จึงนับเป็น เหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ที่ชาวโลกยังคงจดจำ ต่อการจากไปของประธานาธิบดีหนุ่ม ‘จอห์น เอฟ. เคนเนดี’ ที่สร้างคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติมากมาย อีกทั้งยังเป็นคดีที่ยังคงมีถูกตั้งข้อสงสัยและยังไม่ได้รับความกระจ่างอย่างแท้จริงจากเอกสารบางส่วนที่ยังไม่เปิดเผย มาจนถึงทุกวันนี้

‘โคราช’ ชู ‘กางเกงแมว’ ซอฟต์พาวเวอร์น้องใหม่ หวังช่วยสร้างอาชีพ - ส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น

เมื่อวานนี้ (20 พ.ย. 66) เพจ ‘Korat Next Step’ โพสต์ข้อความในหัวข้อ #กางเกงแมวโคราช โคราชผุดไอเทมใหม่ 'กางเกงแมว' ชูเป็นซอฟต์พาวเวอร์ใหม่ โชว์อัตลักษณ์โคราชเเละส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยระบุว่า…

หลังจากโคราชจัดประกวดออกแบบ KORAT MONOGRAM (โคราช โมโนแกรม) เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2566 ที่ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้า ‘เซ็นทรัลโคราช’ เพื่อนำผลงานออกแบบที่ชนะเลิศ เพื่อนำไปต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ ที่มีสัญลักษณ์เมืองโคราช เพื่อสร้างการจดจำให้กับนักท่องเที่ยว ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และบริการด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ล่าสุดในงาน ‘มามูย่าโคราช’ ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จัดระหว่างวันที่ 16-26 พฤศจิกายน 2566 เทศกาลและการท่องเที่ยวสายมู พบกับตลาดวัฒนธรรม สินค้าชุมชนท้องถิ่น อาหารพื้นบ้านจากท้องถิ่น และกิจกรรมการเเสดงศิลปะวัฒนธรรมจากเยาวชนและศิลปินโคราชมากมาย ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์สินค้าท้องถิ่นโดยใช้ลาย ‘โคราช โมโนแกรม’ ที่ชนะเลิศประกวดมาพิมพ์ลงบนเสื้อ หมวก กระเป๋า ถุง และไฮไลต์ ‘กางเกงแมว’ คล้าย ‘กางเกงช้าง’ ที่กำลังนิยมของไทย

นายไพจิตร มานะศิลป์ กรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า “หลังจากทางหอการค้าฯ ร่วมกับจังหวัด ได้จัดกิจกรรมการประกวด KORAT MONOGRAM (โคราช โมโนแกรม) เป้าหมายของกิจกรรมเพื่อต้องการพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว และด้านการกีฬา โดยเฉพาะในเรื่องของการนำเรื่องราวประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์พื้นถิ่นของชาวโคราช สื่อผ่านลวดลายโมโนแกรมที่มีเอกลักษณ์”

“เนื่องจากการสร้างลวดลายโคราช หรือ KORAT Monogram เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของเมืองโคราช และความเป็นโคราชอย่างชัดเจน ให้เป็นที่จดจำว่าลาย Monogram นี้ เป็นรูปแบบลวดลายที่เป็นของคนโคราชอย่างแท้จริง เป็นจังหวัดแรกของประเทศที่ริเริ่มให้มีลายประจำจังหวัด”

นายไพจิตร กล่าวอีกว่า “ซึ่ง ‘กางเกงแมว’ เหมือน ‘กางเกงช้าง’ ถ้านักท่องเที่ยวมาโคราชก็ต้องซื้อ ‘กางเกงแมว’ เป็นซอฟต์พาวเวอร์โคราช โดยจะขอพื้นที่ข้างลานย่าโมกับเทศบาลเพื่อตั้งบูธขายประจำตลอดไปด้วย เพื่อให้คนที่มาไหว้ย่าโมได้มาซื้อของที่ระลึกจากบูธอีกด้วยไม่ใช่มาสักการะย่าโมอย่างเดียว โดยเฉพาะสินค้าทุกชิ้นเราสั่งทำในโคราชทั้งหมด ต่อไปก็จะเอาลายนี้ไปให้ชาวบ้านทอเป็นผ้าลายต่อยอด ส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้านอีกด้วย ถ้าฮิตชาวบ้านก็ทอขายเองได้เลย ๆ เป็นลิขสิทธิ์ของจังหวัด ซึ่งต้องมาคุยรายละเอียดอีกครั้ง”

“และที่ฮือฮาเมื่อวันที่ 18-19 พ.ย.ที่ผ่านมา ทีมหอการค้าโคราชได้ใส่ ‘กางเกงแมว’ ไปร่วมงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ที่กรุงเทพฯ ถูกชาวหอการค้าที่มาร่วมงานถามถึงที่มา แถมสั่งซื้อ 100 กว่าตัวส่วนที่โคราชไปซื้อได้ในงาน ‘มามูย่า’ ถึงวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายนนี้ที่ลานย่าโม” นายไพจิตร กล่าวทิ้งท้าย

21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 ‘เขาทราย แกแล็คซี่’ เจ้าของฉายา ‘ซ้ายทะลวงไส้’ คว้าเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท WBA มาครอง

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน ‘สุระ แสนคำ’ หรือ ‘เขาทราย แกแล็คซี่’ ได้คว้าเข็มขัดแชมป์โลกมาครอง ซึ่งได้สร้างความปลื้มปีติให้แก่ชาวไทยทั้งประเทศ เมื่อ ‘เขาทราย แกแล็คซี่’ ยอดนักมวยขวัญใจชาวไทย ชนะน็อก ยูเซปิโอ เอสปินัล นักมวยชาวโดมินิกัน ซึ่งเป็นรองแชมป์โลก WBA อันดับ 2 ในรุ่นซูเปอร์ ฟลายเวท ในขณะนั้นได้สำเร็จ ทำให้ ‘เขาทราย แกแล็คซี่’ คว้าตำแหน่งแชมป์โลก รุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท WBA มาครอง โดยเป็นตำแหน่งแชมป์โลกครั้งแรกของเขาทราย และเป็นแชมป์โลกคนที่ 9 ของไทย

หากพูดถึงชื่อ ‘เขาทราย แกแล็คซี่’ ฉายาที่คุ้นหูคนไทยคงไม่พ้น ‘ซ้ายทะลวงไส้’ อันมีที่มาจากการเป็นนักมวยถนัดซ้าย ที่มาพร้อมกับหมัดซ้ายที่หนักหน่วง และการชกตัดลำตัวที่ยอดเยี่ยม ในขณะที่ฉายาที่สื่อต่างประเทศมอบให้ คือ The Thai Tyson หรือ ไมค์ ไทสัน เมืองไทย

นอกจากนี้การสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการนักมวยไทยของเขานั้น ยังดังไกลในระดับโลก เพราะหลังจากการครอบแชมป์ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 เขาก็ได้ป้องกันแชมป์ไปถึง 19 ครั้งด้วยกัน ทุบสถิติแซงหน้านักชกเอเชียคนไหน ๆ และเทียบเท่ากับ เอวเซบิโอ เปรโดซา อดีตแชมป์โลก WBA รุ่นเฟเธอร์เวท

จากการบันทึกข้อมูลสถิติการชกของเขาทรายโดย Boxing Writers Association of America (BWAA) และนักประวัติศาสตร์มวยโลกได้บันทึกข้อมูลว่า เขาทรายทำสถิติการชกไว้ทั้งหมด 50 ครั้ง ชนะ 49 ครั้ง โดยชนะน็อกถึง 43 ครั้ง แพ้คะแนนเพียง 1 ครั้ง และในการป้องกันแชมป์ 19 ครั้ง เป็นการชนะน็อกถึง 16 ครั้ง มีเพียง 3 ครั้งที่ชนะคะแนน

ซึ่งในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2534 เขาทรายได้ประกาศแขวนนวมในฐานะแชมป์โลกผู้ไม่เคยแพ้ใคร ตลอดระยะเวลาที่ครองตำแหน่ง 2,628 วัน หรือ 7 ปี 2 เดือน 30 วัน เหตุนี้เองจึงทำให้เขาทราย ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติเข้าสู่หอเกียรติยศ International Boxing Hall of Fame ประเภท Modern ในปี พ.ศ. 2542 จากการพิจารณาของ Boxing Writers Association of America (BWAA)

อีกทั้งได้รับการบรรจุชื่อในหอเกียรติยศนักมวยโลก ณ เมืองคานาสโตตา รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งนับว่าเป็นหอเกียรติยศอันทรงเกียรติ ที่จารึกชื่อบุคคลสำคัญในวงการสังเวียนผ้าใบและมีความยิ่งใหญ่ของวงการมวยโลก

‘YG’ ปล่อยโปสเตอร์เปิดตัว ‘แพร ภริตา’ เด็กไทยวัย 18 ปี หนึ่งใน 'BABYMONSTER' อวดความสวยออร่ากระจาย

(20 พ.ย. 66) แฟนคลับฮือฮาอีกรอบเมื่อค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่อย่าง YG Entertainment ของเกาหลีใต้ เปิดตัวแล้วอีกหนึ่งเมมเบอร์ของ 'BABYMONSTER' อย่าง 'PHARITA' หรือ แพร ภริตา ชายคง เด็กไทยคนที่ 2 ที่เดบิวต์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ YG ได้เปิดตัว 'ชิกิต้า' หรือ แคนนี่ ริรชา โดยทันทีที่ทีเซอร์เปิดตัว 'PHARITA' ออกมานั้นเธอได้รับความสนใจจากแฟนๆ ทั่วโลกถึงออร่าความสวยของเธอ

ซึ่งหลังจากที่ทางค่ายได้เปิดเผยว่า BABYMONSTER เตรียมปล่อยซิงเกิลอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ก็ทำให้พวกเธอได้รับความสนใจจากแฟน เค-ป็อป ทั่วทุกมุมโลก เรียกได้ว่า 'PHARITA' เตรียมแจ้งเกิดตามรุ่นพี่ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน

ย้อนฟังคำตอบในรอบตอบคำถาม 5 คนสุดท้ายของ ‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ Miss Universe Thailand 2023

(20 พ.ย. 66) ย้อนฟังคำตอบในรอบตอบคำถาม 5 คนสุดท้ายของ ‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ Miss Universe Thailand 2023 และ รองอันดับ 1 Miss Universe 2023 กับคำถาม ‘ถ้าคุณได้พูดกับนักเรียนเกี่ยวกับการโดนบูลลี่ออนไลน์ จะพูดว่าอย่างไร?’ ซึ่ง แอนโทเนีย ได้ระบุว่า…

“อย่าไปฟังเสียงของคนที่พูดบูลลี่ ขึ้นอยู่กับเราว่าจะตอบโต้สถานการณ์นั้นอย่างไร สิ่งสำคัญคือการลุกขึ้น…มาจากช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้น”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top