Sunday, 23 August 2026
LITE

13 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ครบรอบ 131 ปี วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 การคุกคามจากอำนาจตะวันตก รำลึกความหาญกล้าแห่งยุทธนาวีไทย ที่มิหวั่นแสนยานุภาพฝรั่งเศส

วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 (เอกสารภาษาอังกฤษเรียกว่า Franco-Siamese War หรือสงครามฝรั่งเศส-สยาม) เป็นเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างราชอาณาจักรสยามกับฝรั่งเศส ในสมัยสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 3 ซึ่งเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2436 จากการอ้างอำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง (พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศลาวในปัจจุบัน)

ผู้มีบทบาทสำคัญในวิกฤตการณ์ครั้งนี้คือ โอกุสต์ ปาวี รองกงสุลฝรั่งเศสประจำนครหลวงพระบาง ซึ่งเป็นหัวหอกสำคัญในการแสวงหาผลประโยชน์ของฝ่ายฝรั่งเศสในดินแดนลาว โดยใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของสยามที่ไม่สามารถดูแลหัวเมืองชายแดนได้ทั่วถึง การก่อกบฏในเวียดนามที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ การปราบฮ่อซึ่งแตกพ่ายจากเหตุการณ์กบฏไท่ผิงในจีน และการทวีความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสยามกับรัฐบาลฝรั่งเศสที่กรุงปารีส

การรบที่ปากน้ำเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2436 โดยเกิดการต่อสู้บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าและป้อมผีเสื้อสมุทร ต่างฝ่ายต่างได้รับความเสียหาย โดยฝรั่งเศสสามารถฝ่ากระสุนเข้ามาจอดที่หน้าสถานทูตฝรั่งเศสได้และยื่นคำขาดต่อไทย ดังนี้...

1. ไทยต้องเพิกถอนสิทธิเหนือดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงและเกาะต่าง ๆ ตั้งแต่ภาคเหนือของลาวไปจนถึงพรมแดนเขมร

2. ให้ไทยรื้อถอนด่านทั้งหมดบนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงให้เสร็จภายใน 1 เดือน

3. ให้ไทยจัดการปัญหาทุ่งเชียงคำ เมืองคำพวน และความเสียหายที่เรือรบฝรั่งเศสและชาวฝรั่งเศสได้รับจากการปะทะกัน

4. ให้ไทยลงโทษเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่รับผิดชอบในการยิงปืนที่ปากน้ำ

5. ให้ไทยชดใช้ค่าเสียหายให้ชาวฝรั่งเศสเป็นเงิน 2 ล้านฟรังก์

ฝ่ายไทยจึงยอมรับทุกข้อยกเว้นข้อ 1 ทำให้ฝรั่งเศสไม่พอใจ จึงถอนคณะทูตออกจากประเทศไทย เรือรบจึงได้ไปยังเกาะสีชังและปฏิบัติการปิดอ่าวไทย จึงเป็นเหตุให้ไทยรับเงื่อนไขคำขาดโดยไม่ต่อรองใด ๆ เพื่อให้ฝรั่งเศสยุติการปิดอ่าว แต่รัฐบาลฝรั่งเศสกลับยื่นเงื่อนไขเพิ่มเติมที่รุนแรงขึ้นคือ เรียกร้องจะเข้ายึดครองแม่น้ำและท่าเรือจังหวัดจันทบุรีและไทยต้องไม่มีกำลังทหารอยู่ที่พระตะบอง เสียมราฐ และบริเวณรัศมี 25 กิโลเมตรบนฝั่งขวาของแม่น้ำโขง ฝ่ายไทยจึงยอมรับเงื่อนไขที่เพิ่มเติมมาแต่โดยดี หลังจากนั้นฝรั่งเศสได้ส่งผู้แทนรัฐบาลมาเจรจาขอทำสนธิสัญญาเพื่อยุติกรณีพิพาท ร.ศ. 112 ในร่างสัญญาดังกล่าวไทยมีข้อเสียเปรียบหลายประการ

ท้ายที่สุดวิกฤตการณ์ครั้งนี้จบลงด้วยการลงนามในสนธิสัญญากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2436

วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 จึงเป็นเหตุการณ์สำคัญที่คนไทยพึงเรียนรู้ เพื่อเตือนใจลูกหลานไทยตระหนักว่าครั้งหนึ่งผืนแผ่นดินไทยได้ประสบกับภัยสงคราม โดยนับตั้งแต่รัชกาลที่ 4 จวบจนต้นรัชกาลที่ 5 ประเทศไทยต้องประสบกับภัยคุกคามจากชาติมหาอำนาจตะวันตกเป็นเวลาหลายสิบปี และแม้ว่าฝ่ายไทยจะด้อยแสนยานุภาพกว่าฝรั่งเศสด้วยประการทั้งปวง ทว่าจิตใจและความหาญกล้าของทหารไทยนั้นมิได้ย่นย่อเกรงกลัวข้าศึกแต่ประการใด 

สำหรับ วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ครั้งนั้น ได้นำมาสู่สถานการณ์ที่ฝรั่งเศสเรียกร้องผลประโยชน์ และการครอบครองดินแดนไทยยืดเยื้ออยู่นานกว่า 10 ปี ไทยต้องยอมสูญเสียดินแดนเป็นจำนวน ถึง 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมดให้ฝรั่งเศส เพื่อรักษาผืนแผ่นดินส่วนใหญ่ และเอกราชไว้ (ยกดินแดนลาวฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส - สูญเสียดินแดนประเทศราชของไทยในเขมรและลาวที่เหลืออยู่ในเวลาต่อมา)

โดยในปัจจุบัน ป้อมพระจุลจอมเกล้า ได้เป็นอนุสรณ์รำลึกถึงวีรชนผู้ที่เสียสละชีพในเหตุการณ์ ร.ศ. 112 และเป็นสถานที่สำหรับศึกษาด้านประวัติศาสตร์ เช่น พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พิพิธภัณฑ์ป้อมพระจุลจอมเกล้า ป้อมปืนเสือหมอบ พิพิธภัณฑ์เรือหลวงแม่กลอง ลานจัดแสดงอาวุธกลางแจ้ง และ เส้นทางชมป่าชายเลนอันร่มรื่นและแวดล้อมด้วยสัตว์ประจำถิ่นนานาชนิด

13 กรกฎาคม วันคล้ายวันประสูติ 'พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ'

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ มีพระนามเดิม หม่อมหลวงโสมสวลี กิติยากร เป็นธิดาพระองค์ใหญ่ของหม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร กับท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร พระองค์เป็นทั้งพระภาติยะและอดีตพระสุณิสาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องจากอภิเษกสมรสกับพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระองค์มีพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาฯ ถือเป็นเจ้านายพระองค์แรกที่ดำรงพระอิสริยยศเป็นพระวรชายา มีพระธิดาพระองค์เดียวคือสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ภายหลังการหย่าในปี พ.ศ. 2534 พระองค์ยังมีสถานะเป็นเจ้านายและได้รับการเฉลิมพระนามว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติและทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 พระองค์ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระองค์เจ้าต่างกรมฝ่ายใน ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

‘อาร์ม กรกันต์’ ขึ้นแท่นพิธีกรคนใหม่ MUT 2024 ท่ามกลางแฟนนางงามกรี๊ดสนั่น หลังมาแทน ‘พีเค’

(12 ก.ค.67) เปิดตัวแล้ว สำหรับพิธีกรคนใหม่ของ Miss Universe Thailand 2024 ที่หลายคนกำลังสงสัยว่าใครกันหนอ จะมาแทน ‘พีเค’ หลังพีเคเจอข่าวฉาว นอกใจ ‘โยเกิร์ต’ จนเป็นเหตุทำให้หย่าขาดกับภรรยา 

โดยล่าสุด เพจ Miss Universe Thailand ได้โพสต์ภาพ ‘อาร์ม กรกันต์’ พร้อมเขียนข้อความว่า "THE OFFICIAL MAIN HOST OF MISS UNIVERSE THAILAND 2024 IS 𝐀𝐑𝐌-KORNKAN SUTTHIKOSES." ท่ามกลางแฟนนางงามที่เข้ามาบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า หล่อสมมงมาก 

สำหรับ Miss Universe Thailand 2024 คืนนี้ 12 ก.ค. 2567 จะมีการประกวดรอบ 𝐏𝐑𝐄𝐋𝐈𝐌𝐈𝐍𝐀𝐑𝐘 𝐂𝐎𝐌𝐏𝐄𝐓𝐈𝐓𝐈𝐎𝐍 และรอบ 𝐍𝐀𝐓𝐈𝐎𝐍𝐀𝐋 𝐂𝐎𝐒𝐓𝐔𝐌𝐄 𝐂𝐎𝐌𝐏𝐄𝐓𝐈𝐓𝐈𝐎𝐍 ณ MCC HALL ชั้น 4 The Mall Lifestore Bangkapi

‘ลิซ่า’ ได้รับคัดเลือกเป็น ‘ลูกกตัญญู’ ประจำปี 2567 เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ จากสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

(12 ก.ค.67) ‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’ ได้รับการคัดเลือกลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2567 จากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 

นอกจากนี้ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังได้เปิดรายชื่อนักร้อง นักแสดง ศิลปิน รวม 17 คน ที่ได้รับเลือกเป็นลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ อาทิ อิงฟ้า วราหะ, โอม ภวัต, จิ๊บ วสุ, หลุยส์ เฮสดาร์ซัน เป็นต้น

ทั้งนี้ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ขอแสดงความยินดีกับคุณแม่และคุณลูก ทุกท่านที่ได้รับการคัดเลือก โดยแม่ดีเด่นแห่งชาติ และลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ที่ได้รับการคัดเลือกจะเข้ารับพระราชทานรางวัลจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 12 สิงหาคม 2567 ณ เจ้าพระยาแกรนด์ฮอลล์ ชั้น 3  อาคารบางกอก ดินเนอร์เธียเตอร์ สยามอะเมซิ่งพาร์ค ถนนสวนสยาม เขตคันนายาว กรุงเทพฯ

‘หลวงพี่หนุ่ม’ ทำบุญวันเกิด ถวายปัจจัยหลักแสน ร่วมสร้างเจดีย์ ณ วัดป่านาคำน้อย จ.อุดรธานี

(12 ก.ค.67) หลังจากละทางโลกหันหน้าเข้าสู่ทางธรรมมาได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว สำหรับนักร้องชื่อดัง ‘หนุ่ม กะลา’ หรือ หนุ่ม ณพสิน แสงสุวรรณ ที่ได้เข้าพิธีอุปสมบทเพื่อทดแทนคุณพ่อแม่ และอุทิศกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร ที่วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา พร้อมได้รับฉายาทางธรรมว่า ‘สุวณฺโณ’ แปลความหมายได้ว่า ‘ผู้มีแสงธรรมดั่งทอง’ ทางด้านแฟน ๆ และคนบันเทิงต่างร่วมอนุโมทนาบุญกันอย่างมากมาย

ล่าสุด เฟซบุ๊ก Num kala ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมเปิดเผยว่า ‘หลวงพี่หนุ่ม’ ได้ถวายปัจจัยเป็นจำนวน 106,500 บาท เพื่อร่วมสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์ปฏิปทาพระธุดงค์กรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ณ วัดป่านาคำน้อย ของหลวงตาอินถวาย อ.นายูง จ.อุดรธานี เนื่องในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 43 ปี วันที่ 10 กรกฎาคม 2567

‘ลิซ่า’ พา 'Rockstar' ทะลุ!! 100 ล้านวิว หลังปล่อยมาเพียงแค่ 2 อาทิตย์เท่านั้น

(12 ก.ค. 67) เป็นอีกหนึ่งสาวที่มาแรงหยุดไม่อยู่ สำหรับ ‘ลิซ่า BLACKPINK’ ที่หลังจากที่ปล่อยเพลง 'Rockstar' ออกมาสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการเพลงระดับโลก พร้อมพุ่งทะยานสู่อันดับที่ 1 บนชาร์ต Billboard ไปหมาด ๆ ล่าสุดเพลงดังกล่าวก็ทำยอดวิวทะลุ 100 ล้านวิวแล้วเรียบร้อย หลังจากเผยแพร่ออกมาเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น นับเป็นความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยวและต้นสังกัดอย่าง LLOUD และ RCA records ไม่เพียงเท่านั้นยังติดเทรนด์ฮิตในยูทูบเป็น อันดับ 1 ในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก และยังขึ้นไปอยู่อันดับ 1 ของชาร์ตบน Apple Music ของสหรัฐอเมริกา ในหมวดเพลง K-POP อีกด้วย

‘ขวัญ อุษามณี’ เปิดใจย้อนอดีต ปมเกาเหลาดารารุ่นพี่ ขอบคุณทุกคนที่ขอโทษ หลังโดนเข้าใจผิดเป็นสิบปี

เมื่อวานนี้ (11 ก.ค. 67) เพจเฟซบุ๊ก ‘วันบันเทิง - oneบันเทิง’ โพสต์ข้อความระบุว่า…

‘ขวัญ อุษามณี’ เปิดใจกลางรายการแฉ ถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อ 16 ปีที่แล้ว ที่เคยมีข่าวเกาเหลากับดารารุ่นพี่ ‘ปู มัณฑนา’ และมีคลิปฉากดึงผมในตำนานออกมาว่อนเน็ตเป็นกระแสอีกครั้งหนึ่ง 

📌มีพี่ที่ส่งคลิปมาให้ขวัญ แล้วบอกว่า ดีใจด้วยนะ ทุกคนเข้าใจขวัญแล้ว ที่ผ่านมาขวัญพูดอะไรไม่ได้ และคนเข้าใจเราผิดมาเป็นสิบ ๆ ปี

📌ตอนนั้นคนเข้าใจขวัญผิด คิดว่าขวัญร้าย คนไม่ทราบว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ขวัญเป็นเด็ก เรื่องบางอย่างก็ไม่ควรพูดไปว่าโดนกระทำอะไร สมัยก่อนไม่มีคลิปอะไรออกมาเหมือนทุกวันนี้

📌ส่วนตัวไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับใคร ตอนนั้นถ่ายละครและเรียนไปด้วย ขวัญเป็นคนชอบคุยกับคนในกอง พอคนไหนที่เขาไม่คุยกับเรา เราก็ไปคุยกับคนอื่น ก็ไม่ได้รู้สึกว่าใครไม่ถูกกับเรา จนกระทั่งเป็นข่าว ก็รู้แล้วว่าจะอยู่กับใครที่เรารู้สึกปลอดภัย

📌เรื่องตอนนั้นที่เป็นเรื่อง SMS ขวัญเป็นฝ่ายโดนกระทำ เป็นฝั่งขวัญที่เสียหาย มีคนส่ง SMS มาป่วน มันเป็นเรื่องของแฟนขวัญ ไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเขาเลย ไม่เคยไปปั่นป่วน

📌ไม่ต้องไปสืบว่าเป็นใคร เพราะต่างคนต่างมีครอบครัวแล้ว และไม่อยากเอามารื้อฟื้นอะไรอีก แต่ ณ เวลานี้ต้องขอบคุณทุกคนที่ขอโทษขวัญ ขวัญรับรู้ที่ทุกคนขอโทษจริง ๆ ที่ผ่านมาก็โดนเยอะ

📌ขอบคุณพ่อกับแม่ ป้าแดง (คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์) และพี่ทีมงานที่อัดคลิปไว้ แล้วทำให้ผู้ใหญ่เข้าใจ และทำให้ขวัญยังไม่ตกงาน ถ้าขวัญนิสัยแย่แบบในข่าว ไม่มีใครใช้งานขวัญหรอก

📌ตอนนั้นเป็นเด็ก พอมีเรื่องอะไรก็ไม่อยากทำงาน จะกลับบ้านแล้ว แต่พ่อก็จะบอกว่า ขวัญกลับไม่ได้ ขวัญจะสบายใจแค่คนเดียว แล้วให้ทีมงานคนอื่นมาเดือดร้อนเพราะขวัญเหรอ ทุกวันนี้ที่อยู่ได้ เพราะผู้ใหญ่และพ่อกับแม่จริง ๆ

📌ขอบคุณพี่ ๆ ในเน็ต ซาบซึ้งทุกคน ไม่ต้องขอโทษขวัญก็ได้ ที่ขวัญโตขึ้นและแข็งแกร่งได้เพราะทุกคน ทำให้เป็นขวัญอุษามณี ได้อย่างทุกวันนี้ ถ้าเกิดเรื่องอะไรในอนาคตก็ขอให้เชื่อขวัญหน่อย ที่อยู่วงการนี้ไม่ใช่แค่เก่งอย่างเดียว มันต้องดีด้วย

📌ขวัญต้องมีอะไรดีมากพอที่ผู้ใหญ่พร้อมจะปกป้องขวัญ ไม่ใช่เชื่อแค่คำพูดคนแค่คนเดียวและมาทำร้ายขวัญขนาดนี้ เพราะว่าขวัญไม่เคยทำร้ายใคร ไม่ว่าใครจะมายังไง อยากให้ทุกคนปกป้องขวัญหน่อย เรื่องที่ผ่านมาในอดีตช่างมัน

12 กรกฎาคม พ.ศ. 2417 ‘ในหลวง ร.5’ ทรงมีพระราชดำริจะ ‘เลิกทาส’ ระหว่างประชุมคณะที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงประกาศพระราชดำริของพระองค์ว่าจะ ‘เลิกทาส’ กลางที่ประชุมคณะที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน ณ พระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ อันเป็นสถานที่พระราชสมภพของพระองค์เอง ในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2417

จนถึงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2448 หรือ 31 ปีต่อมา พระองค์จึงจะทรงสามารถออก ‘พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124’ อันเป็นการสิ้นสุดระบบทาสโดยถาวรไปจากสยามประเทศ

40 วัน หลังจากทรงประกาศพระราชดำรินี้ คือวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2417 รัชกาลที่ 5 ทรงออก ‘พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณลูกทาสลูกไทย’ คือการแก้พิกัดค่าตัวทาสใหม่ เพื่อกำหนดเกณฑ์มาตรฐานของค่าตัวทาส ซึ่งมักจะมีการโก่งและขึ้นราคา เนื่องจากนายทาสมักจะนิยมสะสมทาสเพื่อแสดงศักดิ์ และบารมีของตนเอง โดยพระราชบัญญัตินี้บังคับให้ลดค่าตัวทาสลงตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนกระทั่งหมดค่าตัวเมื่ออายุได้ 20 ปี เมื่ออายุได้ 21 ปี ผู้นั้นก็จะเป็นอิสระ แต่จะมีผลกับทาสที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411 เป็นต้นมาเท่านั้น และห้ามมิให้มีการซื้อขายบุคคลที่มีอายุมากกว่า 20 ปีเป็นทาสอีก

1 เมษายน พ.ศ. 2448 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศใช้ ‘พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124’ และ ‘พระราชบัญญัติลักษณะเกณฑ์ทหาร ร.ศ. 124’ ถือเป็นการเลิกระบบทาสและระบบไพร่ในสยามประเทศ โดยในส่วนของทาสนั้น ‘พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124’ ให้ลูกทาสทุกคนเป็นไทตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2448 ส่วนทาสประเภทอื่นที่มิใช่ทาสในเรือนเบี้ย ทรงให้ลดค่าตัวเดือนละ 4 บาท นับตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2448 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีบทบัญญัติป้องกันมิให้คนที่เป็นไทแล้วกลับไปเป็นทาสอีก ทำให้วันที่ 1 เมษายนเป็นที่รู้จักกันใน ‘วันเลิกทาส’

‘ใบเฟิร์น’ ตอบชัด!! ถอยสัมพันธ์ ‘นาย ณภัทร’ ยัน!! ไม่มีเรื่องคนนอก ชี้!! ตัดสินใจร่วมกัน

(11 ก.ค. 67) ที่อาคาร จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ‘ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก’ เปิดใจกรณีเลิกรา แฟนหนุ่ม ‘นาย ณภัทร’ ว่า อย่างแรกก็ต้องขอโทษที่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์วันนั้น พอถึงวันนี้ก็ต้องบอกเป็นการตัดสินใจร่วมกัน เป็นเรื่องที่คุยกันมาอยู่แล้ว จึงตัดสินใจครั้งนี้ร่วมกัน ยอมรับว่ายากมาก แต่ก็เป็นเรื่องที่เห็นตรงกัน

>>ใช้เวลานานไหม

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก: เราคุยเรื่องนี้มาสักพักแล้ว เราเจอเรื่องนี้มาด้วยกัน เราเข้าใจกัน ส่วนเรื่องข่าวลือไม่ได้ซีเรียส ไม่ได้กังวล ยืนยันไม่เกี่ยวกับคนอื่น เป็นเรื่องที่เรา 2 คนคุยกันและตัดสินใจจากเรา 2 คนจริง ๆ

ได้ดูนาย แถลง ก็ต้องให้กำลังใจ เรายังเป็นเพื่อนที่ดี ยังคุย ยังถามไถ่กันอยู่ ก็เป็นห่วง เป็นห่วงมาตลอดอยู่แล้ว

>>หลายคนยังลุ้น

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก: ในอนาคตไม่ทราบจริง ๆ แต่ตอนนี้ก็เป็นแบบนี้

>>ยังมีรอยยิ้มกลับมา

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก: ก็มีรอยยิ้ม ก็ต้องให้เวลาดูแลจิตใจตัวเอง ก็ขอบคุณทุกคนที่ยังให้กำลังใจ มีความหมายกับตนมากจริง ๆ หลังจากตัดสินใจมาเป็นเพื่อนกัน ก็แจ้งครอบครัว ทั้งคู่ พ่อแม่เราก็เข้าใจ ยังซัพพอร์ตอยู่เหมือนเดิม

>>เลิกกันทั้งที่ยังรัก รู้สึกอย่างไร

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก: ก็ได้เห็นความรักตัวเองในอีกเวอร์ชันหนึ่ง ไม่ว่ายังไงก็ยังรัก และหวังดี ก็ต้องให้เวลาตัวเอง เรื่องข่าวไม่ใช่ปัญหาหลักของเฟิร์น สุดท้ายกลับมาที่ความเข้าใจ ความรักความหวังดี

“ขอบคุณทุกคนกำลังใจมีผลกับเฟิร์นมาก ๆ ตอนนี้โอเคขึ้นตามลำดับ”

>> ฝากบอกแฟนคลับอย่างไร

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก: ก็มีแต่คำว่าขอบคุณ 

11 กรกฎาคม พ.ศ. 2231 ‘สมเด็จพระนารายณ์มหาราช’ เสด็จสวรรคต กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ปราสาททอง

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2231 สมเด็จพระนารายณ์มหาราช กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ปราสาททอง กรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศ เมืองลพบุรี หลังจากประชวรหนักในช่วงที่ ‘พระเพทราชา’ กระทำการชิงราชสมบัติ

สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 4 ของราชวงศ์ปราสาททอง ทรงเป็นพระโอรสของพระเจ้าปราสาททองและพระนางเจ้าสิริกัลยานี พระราชสมภพในปีพ.ศ. 2175 เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2199 มีพระนามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยา ขณะทรงมีพระชนมายุ 25 พรรษา

หลังจากประทับที่กรุงศรีอยุธยาได้ 10 ปี พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองลพบุรีขึ้นเป็นราชธานีแห่งที่ 2 ในปีพ.ศ. 2209 และเสด็จไปประทับทุก ๆ ปี ครั้งละเป็นเวลานานหลายเดือน กระทั่งเสด็จสวรรคตในปีพ.ศ. 2231 ขณะพระชนมายุได้ 56 พรรษา รวมเวลาที่ทรงครองราชสมบัติ 32 ปี

พระองค์ได้ทรงสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่กรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างมาก ด้วยพระปรีชาสามารถหลายด้านของพระองค์ ทั้งด้านการปกครอง การทหาร ทรงชำนาญด้านการศึก ทรงปราบปรามหัวเมืองต่าง ๆ ให้มาสวามิภักดิ์ต่อกรุงศรีอยุธยาเป็นจำนวนมาก

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งเสด็จออกรับคณะฑูต ฝีมือวาดช่างฝรั่งเศส จากหนังสือนวนิยายเรื่อง รุกสยาม ในนามของพระเจ้า โดย มอร์กาน สปอร์แตช

ด้านการทูต ทรงสร้างความสัมพันธ์กับต่างประเทศอย่างกว้างขวาง ทั้ง อังกฤษ ฝรั่งเศส ฮอลันดา จีน ญี่ปุ่น อิหร่าน เช่น พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ส่งคณะราชทูตไปเชื่อมสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศส การค้ากับต่างประเทศจึงเจริญมาก มีชาวต่างชาติเข้ามารับติดต่อค้าขาย และบางส่วนเข้ารับราชการในพระราชอาณาจักรด้วย

อีกทั้งยังทรงรับวิทยาการสมัยใหม่ เช่น กล้องดูดาว และยุทโธปกรณ์บางประการ การวางระบบท่อประปาภายในพระราชวังอีกด้วย

นอกจากนี้ในรัชสมัยของพระองค์เป็นยุคที่วรรณคดีและศิลปะเจริญถึงขีดสุด มีงานวรรณคดีชิ้นสำคัญเกิดขึ้นหลายชิ้น อาทิ สมุทรโฆษคำฉันท์, คำฉันท์กล่อมช้าง, อนิรุทธคำฉันท์ และ จินดามณี ของพระโหราธิบดี ซึ่งจัดเป็นตำราเรียนเล่มแรกของไทย

ROCKSTAR ทะยานติด Billboard Hot 100 เหนือ 'LALISA-MONEY' สะท้อนความฮิต ที่ไม่ได้ปักอยู่แค่ในประเทศไทย

(10 ก.ค.67) Billboard ประกาศว่าเพลงใหม่ของลิซ่า ‘ROCKSTAR’ ได้เปิดตัวที่อันดับ 70 บนชาร์ต Hot 100 ซึ่งเป็นการจัดอันดับเพลงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา

‘ROCKSTAR’ กลายเป็นเพลงเดี่ยวที่ติดชาร์ตสูงสุดของลิซ่าบน Hot 100 โดยสามารถแซงหน้าเพลงก่อนหน้านี้ของเธอ ‘LALISA’ (ซึ่งขึ้นสูงสุดที่อันดับ 84) และ ‘MONEY’ (อันดับ 90) ได้สำเร็จ

นอกจากนี้ ‘ROCKSTAR’ ยังเดบิวต์ที่อันดับ 1 บนชาร์ต Global Excl. U.S. ของ Billboard อันดับ 4 บนชาร์ต Global 200 อันดับ 2 บนชาร์ต Rap Digital Song Sales อันดับ 7 บนชาร์ต Digital Song Sales หลัก และอันดับ 19 บนชาร์ต Hot Rap Songs

ขณะเดียวกัน ลิซ่ายังกลับเข้ามาในชาร์ต Artist 100 ของ Billboard อีกครั้งที่อันดับ 84 นับเป็นสัปดาห์ที่สองที่เธอปรากฏบนชาร์ตนี้

10 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 วันสถาปนา ‘คณะครุศาสตร์’ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มุ่งส่งเสริมมาตรฐานการสอน-เปิดโอกาสให้ผู้ประสงค์เป็นครู

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 คณะครุศาสตร์ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นคณะที่ 7 ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตาม ‘พระราชกฤษฎีกาแยกแผนกวิชาครุศาสตร์จากคณะอักษรศาสตร์’ ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 74 ตอนที่ 63 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2500 หน้า 1164 - 1166 ประกอบด้วย 4 มาตรา มาตราที่ 3 ระบุว่า ‘ให้จัดตั้งคณะครุศาสตร์ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้นใหม่อีกคณะหนึ่ง’

โดยเหตุผลในการประกาศพระราชกฤษฎีกา ระบุท้ายประกาศว่า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประสงค์จะเป็นครู อาจารย์ และเจ้าหน้าที่บริหารการศึกษา ได้เข้าศึกษาทางวิชาการและการวิจัยในวิชาครุศาสตร์ และวิชาอื่นที่เกี่ยวข้องมากขึ้น และเพื่อส่งเสริมมาตรฐานการสอน และการประกอบอาชีพเกี่ยวกับวิชาดังกล่าวให้กว้างขวางขึ้นจนถึงขั้นปริญญาโท และปริญญาเอกในโอกาสต่อไป โดยมีศาสตราจารย์พูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา หัวหน้าแผนกวิชาครุศาสตร์ในขณะนั้น (ศาสตราจารย์กิตติคุณ ท่านผู้หญิงพูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา) เป็นคณบดีคนแรก

ประกอบกับคณะครุศาสตร์มีโครงการจัดตั้งโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อใช้ทดลองฝึกปฏิบัติงานครูและวิจัยงานวิชาการของคณะครุศาสตร์ จึงได้รับการจัดสรรเนื้อที่จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบริเวณด้านทิศตะวันตกของถนนพญาไท จำนวน 4 หมอน หรือประมาณ 40 ไร่ (1 หมอน เท่ากับสิบไร่) นับเป็น ‘คณะแรกที่ได้บุกเบิกออกนอกรั้วมหาวิทยาลัย’ และเมื่อเป็น ‘คณะครุศาสตร์’ ได้แบ่งการสอนออกเป็น 4 แผนกวิชา คือ 1. แผนกวิชาสารัตถศึกษา 2. แผนกวิชาประถมศึกษา 3. แผนกวิชามัธยมศึกษา และ 4. แผนกวิชาวิจัยการศึกษา

‘นิ้ง รองนางสาวไทย’ รุดช่วย CPR ผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เผย!! ลืมความกลัวทั้งหมด รู้แค่ว่าต้องช่วยหนึ่งชีวิตให้ได้

(9 ก.ค. 67) นับเป็นเหตุการณ์ที่น่าระทึกใจและน่าชื่นชมในเวลาเดียวกัน เมื่อรองอันดับ 1 นางสาวไทย อย่าง ‘นิ้ง พรศิริกุล พั่วทา’ ได้เข้าไปช่วยปฐมพยาบาลและ CPR ให้ผู้บาดเจ็บที่ประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ ระหว่างที่เธอกำลังกลับจากงานอีเวนต์

โดยสาวนิ้ง ได้โพสต์เล่าเรื่องว่าได้เข้าไปช่วยทำการ CPR หรือการช่วยเหลือผู้ป่วยที่กำลังจะหยุดหายใจ หรือหัวใจกำลังจะหยุดเต้น ให้กลับมาหายใจ จากอุบัติเหตุรุนแรง เมื่อคืนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังระบุอีกว่า “ลืมหมดเลยว่าใส่กระโปรง ลืมไปหมดว่าต้องกลัวอะไรบ้างไหม ลืมแม้กระทั่งตอนวิ่งไปช่วยปากเจ่อขนาดไหน รู้แค่ว่าชีวิตหนึ่งชีวิตต้องช่วยให้ได้ ต้องปั้มหัวใจให้ได้ ปลอดภัย ส่งขึ้นรถเรียบร้อย ขอบคุณจอนที่กล้าจอดรถให้นิ้งวิ่งลงไปช่วย”

สำหรับ ‘นิ้ง พรศิริกุล พั่วทา’ ได้รับตำแหน่งรองอันดับ 1 นางสาวไทยประจำปี 2567 โดยเป็นตัวแทนจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2567 จบการศึกษาจากหัวหินวิทยาลัย และต่อมาศึกษาต่อที่วิทยาลัยนิเทศ ม.รังสิต ขณะนี้กำลังศึกษาระดับปริญญาโทที่ ม.รังสิต

9 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ‘ไมค์ ไทสัน’ โดนปรับ 3 ล้านดอลลาร์ฯ - ถูกแบนไม่ให้ขึ้นชกมวย หลังสร้างเรื่องช็อกโลก!! กัดหู ‘อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์’ จนแหว่ง

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ‘ไมค์ ไทสัน’ เจ้าของฉายามฤตยูดำ ถูกปรับเงิน 3 ล้านดอลลาร์ พร้อมถูกยึดใบอนุญาตชกมวย จากเหตุการณ์ช็อกโลกกัดใบหู ‘อีแวนเดอร์ โฮลิฟิลด์’ ในการชกชิงแชมป์โลก รุ่น เฮฟวีเวท

ซึ่งชนวนเหตุ เริ่มขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2539 ไมค์ ไทสัน หรือที่ทั่วโลกรู้จักเขาในฉายา มฤตยูดำ ต้องพบกับความพ่ายแพ้เป็นครั้งที่ 2 ในการชกมวยอาชีพ ด้วยน้ำมือของ อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ ด้วยการถูกน็อกในยก 11 พร้อมกับทำให้ ไทสัน เสียเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวทของสมาคมมวยโลก (WBA) ไปแบบสุดเจ็บช้ำ ซึ่งจากความพ่ายแพ้ในครั้งนั้น ทำให้ไทสันพยายามที่จะขอรีแมตช์เพื่อแย่งแชมป์โลกคืนมา และในที่สุดทั้งคู่ก็ตกลงดวลกำปั้นกันอีกครั้งในวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2540 ที่สังเวียน เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ ลาสเวกัส พร้อมกับมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก

เมื่อเริ่มยกแรก โฮลีฟิลด์ คู่ปรับเดินหน้าเข้าใส่ทันที และทำได้ดีจนกระทั่งเข้าสู่ยกที่ 2 โฮลีฟิลด์ ได้เอาหัวไปโขกไทสันจนบริเวณตาขวาบวมขึ้นมา แต่กรรมการ มิลล์ เลน ไม่ได้ลงโทษใด ๆ เนื่องจากมองว่าเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งจากอุบัติเหตุครั้งนี้ก็ทำให้ ไทสัน เริ่มออกอาการหัวเสีย

เมื่อเข้าสู่ยกที่ 3 ไทสัน ดูจะฟิวส์ขาดอย่างชัดเจน เพียงแค่ 40 วินาทีสุดท้ายก่อนหมดยก ในขณะที่ทั้งคู่กำลังคลุกวงในอยู่ ไทสันที่ฟิวส์ขาดจนฉุดไม่อยู่ ก็ได้สร้างเหตุการณ์ช็อกโลก ไทสันแอบคายฟันยางและกัดเข้าที่ใบหูข้างขวาของ โฮลีฟิลด์ จนขาดติดปาก ก่อนจะถ่มลงพื้นเวที ทำเอา โฮลีฟิลด์ กระโดดไปทั่วด้วยความเจ็บปวดปนช็อกที่ไม่คิดว่าจะมาเจออะไรแบบนี้บนสังเวียน และการชกก็ต้องหยุดลงไปหลายนาทีเพื่อปฐมพยาบาล

โดยเมื่อแพทย์ได้ห้ามเลือดและดูบาดแผลแล้วก็ยังอนุญาตให้ชกได้ กรรมการจึงประกาศหักคะแนนไทสัน 2 แต้ม จากการทำผิดกติกาก่อนจะให้ชกกันต่อ แต่ดูเหมือนไทสันจะยังไม่หนำใจ เพราะเขาได้ทิ้งรอยแผลที่หูอีกข้าง ด้วยการกัดไปอีกหนึ่งรอบ ก่อนระฆังจะหมดยก ซึ่งกรรมการ มิลล์ เลน ก็ได้ ปรับให้ไทสันแพ้ฟาวล์ในการกัดหูรอบที่สอง

8 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 ‘พระธรรมโกศาจารย์’ (ท่านพุทธทาสภิกขุ) มรณภาพ ด้าน 'ยูเนสโก' ยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก

‘พระธรรมโกศาจารย์’ (เงื่อม อินทปัญโญ) หรือรู้จักในนาม ‘ท่านพุทธทาสภิกขุ’ เป็นชาวอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 เริ่มบวชเรียนเมื่ออายุได้ 20 ปี ที่วัดบ้านเกิด จากนั้นได้เข้ามาศึกษาพระธรรมวินัยต่อที่กรุงเทพมหานคร จนสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ท่านได้ตัดสินใจมาปฏิบัติธรรมที่อำเภอไชยา ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของท่านพร้อมปวารณาตนเองเป็น ‘พุทธทาส’ เนื่องจากต้องการถวายตัวรับใช้พระพุทธศาสนาให้ถึงที่สุด

ท่านพุทธทาสภิกขุได้บวชเรียนตามประเพณี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2469 ที่โรงอุโบสถวัดอุบล หรือวัดนอก ก่อนจะย้ายมาประจำอยู่ที่วัดพุมเรียง มีพระอุปัชฌาย์คือ พระครูโสภณเจตสิการาม (คง วิมาโล) รองเจ้าคณะเมืองในสมัยนั้น และมีพระปลัดทุ่ม อินทโชโต เจ้าอาวาสวัดอุบล และ พระครูศักดิ์ ธมฺรกฺขิตฺโต เจ้าอาวาสวัดวินัย หรือวัดหัวคู เป็นพระคู่สวด ท่านพุทธทาสภิกขุได้รับฉายาว่า อินทปญฺโญ ซึ่งแปลว่าผู้มีปัญญาอันยิ่งใหญ่

ผลงานเด่นของทาสพุทธทาสคืองานหนังสือ อาทิ หนังสือพุทธธรรม ตามรอยพระอรหันต์ และคู่มือมนุษย์ และยังมีผลงานอื่น ๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อชนรุ่นหลังในการศึกษาศาสนาพุทธเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ท่านยังเป็นพระสงฆ์ไทยรูปแรกที่บุกเบิกการใช้โสตทัศนูปกรณ์สมัยใหม่สำหรับการเผยแพร่ธรรมะ

ทั้งนี้ ท่านพุทธทาสภิกขุ ได้ละสังขารอย่างสงบ ณ สวนโมกขพลาราม เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 สิริรวมอายุ 87 ปี 67 พรรษา

หลังจากที่ท่านได้มรณภาพไปแล้ว ในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2548 องค์การยูเนสโก ประกาศยกย่องให้ท่านพุทธทาสภิกขุเป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านส่งเสริมขันติธรรม สันติธรรม วัฒนธรรม ความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีของมวลมนุษย์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top