Thursday, 5 November 2026
THE STATES TIMES TEAM

พร้อมแล้วฉีดเลย! กระทรวงสาธารณสุข สั่งปูพรมฉีดวัคซีนโควิดคนกทม. และพื้นที่ระบาด ไม่ต้องรอดีเดย์ พร้อมแล้วฉีดเลย ด้าน ‘อนุทิน’ ลั่นองค์การเภสัชกรรม ไม่มีค่าหัวคิวซื้อวัคซีนทางเลือก 

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. เวลา 16.30 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด-19 ว่า เบื้องต้นที่ประชุมจะมีการปูพรมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในพื้นที่ กทม. และพื้นที่มีการระบาด ไม่ต้องรอดีเดย์ พร้อมแล้วฉีดเลย และล่าสุด นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม จะสนับสนุนพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่ มีระบบระบายอากาศดี มีที่จอดรถ และการคมนาคมสะดวก ให้เป็นสถานที่ฉีดวัคซีน ตรงนี้ สธ.ก็จะมีการพิจารณา ส่วนการฉีดวัคซีนในพื้นที่อื่นสามารถลงทะเบียนผ่านไลน์และแอพพลิเคชั่น ‘หมอพร้อม’ หรือติดต่อผ่าน อสม. หรือโทรศัพท์ไปที่โรงพยาบาลเพื่อจองคิวรับวัคซีนได้ ทั้งนี้ วันที่ 13 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะไปตรวจเยี่ยมสถานที่ฉีดวัคซีนที่อาคารจามจุรี สแควร์ ด้วย

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีมีผู้กล่าวอ้างว่าองค์การเภสัชกรรมหักค่าหัวคิววัคซีนทางเลือก 10% นั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจาก กลไกซื้อขายวัคซีนตามปกติจะต้องมีค่าดำเนินการ ตรวจแล็บ ตรวจคุณภาพวัคซีน ค่าจัดส่ง รวมถึงค่าแวต (vat) เป็นเรื่องปกติ เหมือนกับที่กรมควบคุมโรค สั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคจากองค์การเภสัชฯ ก็ต้องจ่ายค่าดำเนินการส่วนนี้ ยืนยันว่าเป็นระเบียบการซื้อขายตามปกติ ไม่มีการคิดค่าหัวคิว และอันที่จริง องค์การเภสัชฯ เพียงเข้ามาเป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ผลิตวัคซีนกับรพ.เอกชน เท่านั้น เป็นไปตามคำขอที่ภาคเอกชนระบุว่า ไม่สามารถจัดซื้อได้เอง องค์การเภสัชฯ จึงเข้ามาช่วยซื้อ ซึ่งไม่ใช่ภารกิจหลักขององค์การฯ ทั้งนี้ จัดซื้อวัคซีน จะสั่งซื้อตามจำนวน ตามความต้องการของเอกชนทั้งหมด
.
วันเดียวกันนี้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงการลงทะเบียนฉีดวัคซีนว่า ขอเวลา 2 สัปดาห์ ให้ร่วมกันช่วยลงทะเบียนหมอพร้อมให้กับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเพื่อเข้าถึงการรับวัคซีน โควิด-19 ใช้ในการป้องกันโรคเนื่องจากขณะนี้พบว่า ส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องการลงทะเบียนเพื่อคนสูงอายุอาจไม่ถนัดเทคโนโลยี หรือพาไปลงทะเบียนผ่าน รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.ชุมชนที่เป็นเจ้าของไข้

ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วย รมต.สาธารณสุข ประธานอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด-19 กล่าวว่า วัคซีนคือเครื่องมือสำคัญที่ลดการสูญเสียและการนอน รพ. วัคซีนแอสตราฯ ซึ่งเป็นวัคซีนหลักนั้นข้อมูลการศึกษาพบว่า ป้องกันการป่วยได้ถึง 76% ในเข็มแรก ลดความเสี่ยงเสียชีวิตได้ถึง 80% และลดการแพร่เชื้อในครอบครัวได้ 50% จึงต้องเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้มากที่สุด รวมถึงวัคซีนของซิโนแวคด้วย แม้จะมีผลข้างเคียงบ้าง แต่น้อยกว่าประโยชน์ที่ได้รับจากการฉีดวัคซีน คือการป่วยหนัก ลดการเสียชีวิตลดการแพร่โรค จะช่วยให้เรากลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ และทำให้ประเทศขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/politics/842789

หลงเสนห์สาวไทย! นักดำน้ำชาวเบลเยี่ยม ‘จิม วอร์นีย์’ หนึ่งในทีมกู้ภัยแห่งถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน และนักแสดง ‘The Cave’ ได้ฤกษ์ควงแขนแฟนสาวชาวไทยจดทะเบียนสมรสแบบเรียบง่าย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ว่าการอำเภอศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายจิม วอร์นีย์ นักดำน้ำกู้ภัยแห่งเขานางนอนกับบทบาทนักแสดงใน The Cave ได้ฤกษ์ควงแขน น.ส.ภภัสสร จักกะพาก ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทแห่งหนึ่ง แฟนสาวที่คบหาดูใจกันมาตลอด 1 ปี 7 เดือน เข้าจดทะเบียนสมรสกัน โดยมี นายสุรเชษฐ์ แก้วคำ ปลัดอาวุโสอำเภอศรีราชา เป็นสักขีพยานในครั้งนี้ ซึ่งก็เป็นการจดทะเบียนสมรสแบบเรียบง่าย ตามที่ทั้งคู่ตั้งใจไว้แต่แรกนั้นเอง

ด้าน น.ส.ภภัสสร จักกะพาก กล่าวว่า เราทั้ง 2 คน พบใจกันที่งานเปิดตัวภาพยนตร์ ของโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งได้คบหาดูใจกันมาตลอด 1 ปี 7 เดือน จึงได้ตัดสินใจจดทะเบียนสมรสกัน โดยตอนแรกจะไปจดที่กรุงเทพมหานคร แต่ด้วยตนเองเป็นคนเกิดที่ศรีราชา จึงได้เลือกจดทะเบียนที่อำเภอศรีราชา ซึ่งเป็นการจดทะเบียนแบบเรียบง่าย

สำหรับ จิม วาร์นีย์ นักดำน้ำเบลเยียมแสดงนำในหนังสารคดีเรื่อง “นางนอน” The Cave ภารกิจช่วย 13 ชีวิตหมูป่าออกจากถ้ำหลวง ซึ่งเป็นภาพยนตร์สารคดีเรื่องแรกที่มีกำหนดลงโรงฉายทั่วโลกในเดือนกรกฎาคม 2562 โดยมีนายจิม วาร์นีย์ ชาวเบลเยียมเป็นนักแสดงเอกในภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวของการทำงานแข่งกับเวลาเพื่อที่จะช่วยชีวิตนักฟุตบอลเยาวชนจำนวน 12 คน และโค้ช 1 คน ให้ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากถ้ำที่ถูกน้ำท่วมทางภาคเหนือของประเทศไทยที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 โดยที่คนทั่วโลกต้องกลั้นลมหายใจร่วมลุ้นในปฏิบัติการกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือปล่อยทีมหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ซึ่งเป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงราย ในภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ไม่ธรรมดาเลย ซึ่งแม้ในขณะที่เด็กๆ และโค้ชของพวกเขายังคงเป็นติดอยู่ภายในถ้ำ ก็สามารถดึงดูดความสนใจในการดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์สารคดี

 

 

นราธิวาส - โควิด-19 พ่นพิษ แม่ค้าร้านเสื้อผ้านราธิวาสโอดครวญ เสื้อผ้ารับเทศกาล ’ฮารีรายอ’ ปีนี้ไม่คึกคัก

วันนี้ 10 พ.ค.64  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศร้านเสื้อผ้าย่านถนนพิชิตบำรุง ย่านธุรกิจ ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส  ก่อนเทศกาลฮารีรายออิฎิ้ลฟิตรี รีหรือเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ของพี่น้องชาวมุสลิม ที่จะถึง ภายหลังที่ทางสำนักจุฬาราชมนตรีได้ประกาศวันดูดวงจันทร์ เพื่อกำหนดวันฎิ้ลฟิตรี ในคืนวันที่ 11 พ.ค.64 นี้

โดยที่บริเวณถนนสายหอนาฬิกา ถนนพิชิตบำรุง เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ได้มีประชาชนออกมาซื้อเสื้อผ้า ผ้าโสร่ง รองเท้า เสื้อโตป หมวกกาปีเยาะ ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายแบบมุสลิม เพื่อใส่ไปละหมาดในวันฮารีรายออิฎิ้ลฟิตรี นี้ ก็มีประชาชนเดินทางมาจับจ่ายซื้อของกันอย่างคึกคัก

ขณะที่ น.ส นิสา นิแมเราะ อายุ 20 ปี พนักงานร้าน ELAMIN (แอลลานมีน) ตั้งอยู่ที่ถนนพิชิตบำรุง เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ให้ข้อมูลว่า ในปีนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีเหมือนปีที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดอย่างหนักในตอนนี้ และราคายางพาราที่ตกต่ำ ทำให้ประชาชนออกมาจับจ่ายน้อยกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วง 10 วัน สุดท้ายของเดือนรอมฎอน จะมีประชาชนออกมาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้ากันอย่างคึกคัก และขายได้ดี ซึ่งปีนี้เศรษฐกิจย่ำแย่เป็นอย่างมาก แม้ว่าจะมีพี่น้องประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อสินค้า แต่ส่วนใหญ่จะเลือกซื้อสินค้าที่มีราคาถูกลง เนื่องจากผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้มีกำลังในการซื้อสินค้าน้อยลง ทำให้ร้านค้าจำนวนมากต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าย่ำแย่

ทั้งนี้ จากการประกาศจากสำนักจุฬาราชมนตรี ให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์  กำหนดวันที่ 1 เดือนเชาวาล (วันอิฎิ้ลฟิตรี)  ฮิจเราะห์ศักราช 1442 ในวันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564  เวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า หากมีผู้เห็นดวงจันทร์ แสดงว่า วันที่ 1 เดือนเชาวาล (วันอิดิลฟิตรี)  ตรงกับวันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564  หากไม่มีผู้เห็นดวงจันทร์ วันอิดิลฟิตรี ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม 2564


ภาพ/ข่าว  ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าวนราธิวาสรายงาน

กระบี่ – เตือนภัยรูปแบบใหม่ ดาบตำรวจหนุ่มเมืองกระบี่ โดนหลอกเช่ารถเก๋งป้ายแดงไปถอดชิ้นส่วนอะไหล่ เชื่อทำเป็นขบวนการ

วันที่ 11 พ.ค.2564 ด. ต. ศุภชัย กรรมการ อายุ 44 ปี  ตำแหน่งผบ. หมู่ กก. สส. ภ. จว. กระบี่ อยู่บ้านเลขที่ 296/2 ม.7 ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่  เจ้าของรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ สีขาว ป้ายแดงทะเบียน  ก 2331 กระบี่  ได้เข้าไปตรวจสภาพความเสียหาย  ของรถคันดังกล่าวภายในศูนย์ริการฮอนด้ามะลิวัลย์กระบี่ ม.2 ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ หลังนายพิชานัน  หรือตั้ม  เกียรติโอฬาร  อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 408/13  ถ.อุตรกิจ ต.กระบี่ ใหญ่ อ.เมืองกระบี่   ได้เช่าไปเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่กลับนำไปจอดที่อู่แห่งหนึ่งใน พื้นที่ ม.2 ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่  จึงตามไปเอารถคืนปรากฎว่า รถอยู่ในสภาพห้องเครื่องมีร่องรอยถูกรื้อถอดชิ้นส่วนไปหลายรายการ   จึงได้ติดตามตัวนายพิชานัน มาสอบถาม ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าได้รื้อเอาอุปกรณ์ในรถไปจริง จึงได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สภ.เมืองกระบี่  เมื่อวันที่9 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะมาตรวจสอบความเสียหายของรถและชิ้นส่วนอะไหล่ที่หายไปเพื่อประเมินควรามเสียหายและแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาลักทรัพย์

เบื้องต้นนายภูวดล ไชยบุญ หัวหน้าช่างประจำศูนย์บริการฯ กล่าวภายหลังการตรวจสภาพรถ ว่า การถอดอะไหล่ในลักษณะดังกล่าวตนไม่เคยเจอมาก่อน เพิ่งพบเป็นเคสแรก จากการตรวจสอบสภาพรถในเบื้องต้น พบว่ามีร่องรอยถอดอุปกรณ์ เช่น  ท่อไอเสีย แคทตาไลติก   และที่ชัดเจนมีชิ้นส่วนถูกถออดออกไป2 รายการ คือ แผ่นกันความร้อนคอท่อหลังเทอร์โบ1 ชิ้น  และแผ่นกันความร้อนเทอร์โบด้านบน 1 ชิ้น ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องกับตัวเทอร์โบ แต่ยังไม่ทันได้ถอดเทอร์โบ นอกจากนั้นยังพบว่ามีการใส่อะไหล่มาไม่ครบ และใส่น็อตไม่ตรงด้วย รวมมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น คาดว่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท 

ขณะที่ ด.ต.ศุภชัย เล่าให้ฟังว่า ตนเปิดบริการให้เช่ารถเป็นอาชีพเสริมในตัวเมืองกระบี่ก่อนเกิดเหตุ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 พ.ค.64 ที่ผ่านมา นายพิชานัน ฯ ผู้ต้องหาได้โทรศัพท์ติดต่อมาขอเช่ารถ พร้อมระบุเป็นรถฮอนด้าซิตี้ รุ่นใหม่ ป้ายแดง ซึ่งตนก็นมีรถรุ่นดังกล่าวเพิ่งซื้อมาได้ประมาณ 5 เดือน จึงได้ตกลงทำสัญญาเช่าเป็นเวลา1 วัน ในราคา 900 บาท โดยผู้ต้องหานัดคืนรถในเช้าวันที่ 9 พ.ค.64  โดยผู้ต้องหาได้โอนเงินมัดจำมาให้ 2 พันบาท และนัดมารับรถที่ ถนนปานุราช เขตเทศบาลเมืองกระบี่  เมื่อตรวจสอบรถในสภาพเรียบร้อย ผ็ต้องหาก็ขับรถไปทันที  ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกันตนสังเกตเห็นสัญญาณจีพีเอสที่ติดตัวรถ หยุดนิ่งผิดปกติเป็นเวลา 4 -5ชม.ที่ปั้มน้ำมันปตท.ไสไทย ก่อนเคลื่อนรถไปที่อู่รถยนต์แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ม.2 ต.ทับปริก และรถจอดที่อยู่ดังกล่าวตั้งแต่4โมงเย็นจนถึงเช้า 

ด.ต.ศุภชัย กล่าวอีกว่า ขณะรถจอดที่อู่ดังกล่าว พบความผิดปกติ คือสัญญาณจีพีเอสหายไปประมาณ3 ชม. ตั้งแต่5โมงเย็นถึง3ทุ่ม เมื่อเห็นผิดสังเกตุ จึงโทรศัพท์ไปสอบถามผู้ต้องหาว่าจะคืนรถตามกำหนดหรือไม่ผู้ต้องหาก็รับปาก ตนจึงถามต่อว่าทำไมมาจอดที่อู่ ผู้ต้องหาตอบว่ามาดูรถที่ซ่อมไว้ ตนจึงกำชับว่าอย่าถอดอะไหล่รถที่ให้เช่าเขาก็รับปาก ต่อมาเช้าวันที่9 พ.ค.ถึงเวลานัดรับรถคืนแต่ไม่มาตามนัด  ตนพยายามโทรติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้ประสาน ผช..ผญบ  ม.2 ทับบปริก มาร่วมตรวจสอบที่อู่ดังกล่าวปรากฎว่าพบรถจอดอยู่ในสภาพไม่ล๊อคประตู และเปิดไฟในรถทิ้งไว้ ตัดสัญญานภาพกล่องบันทึก ในรถออก มีร่องรอยการถอดอุปกรณ์ โดยมีน๊อตตกอยู่ในกะโปรงรถ และร่องรอยการขันน๊อตหลายจุด พร้อมพบคราบน้ำมัน ของเหลว ภายในห้องเครื่อง จึงได้นำรถ มาตรวจสอบที่ศูนย์บริการดังกล่าว

เชื่อว่าผู้ต้องหาต้องการจะถอดเทอร์โบแต่ถอดไม่ทัน จากการประมวลเหตุการณ์ตนเชื่อว่านายพิชานันไม่ได้ลงมือเพียงคนเดียว อาจจะมีผู้ร่วมขบวนการ 2-3 คน และทางเจ้าของอู่น่าจะมีส่วนรู้เห็นด้วย ซึ่งหลังจากนี้จะรวบรวมหลักฐานแจ้งความดำดำเนินคดีตามกฎหมาย  และให้เจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลว่ามีผุ้ร่วมขบวนการหรือไม่อย่างไร  และอยากฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้บริการให้เช่ารถได้ระมัดระวังด้วย เพราะตอนนี้มิจฉาชีพมาในหลายรูปแบบ ด.ต.ศุภชัย กล่าว


ภาพ/ข่าว  ณัฏฐพงษ์ ศรี

 

ปราจีนบุรี – เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบมือยิงหน้าห้างได้แล้ว พร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

จากเหตุการณ์ที่มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงคู่อริ ที่บริเวณหน้าห้างแมคโคร สาขากบินทร์บุรี หมู่ 8 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในเวลาประมาณ  23.00 น. บริเวณถนนสายสุวรรณศร ทราบชื่อนายอภินันท์ โสมา จากการตรวจค้นร่างกาย  พบของกลาง ปืนสั้น 1 กระบอก พร้อมกระสุนอีก 4 นัด กระสุนปืน M16 จำนวน 130 นัด กระสุนปืนลูกซอง 5 นัด และระเบิด จำนวน 1 ลูก อยู่ภายในเป้  จึงได้ควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่  สภ.กบินทร์บุรี

เช้าวันนี้ (9 พ.ค. 64) พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง  ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี ได้นำตัวนายอภินันท์ โสมา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณหน้าห้างแมคโคร กบินทร์บุรี โดยมีชาวบ้านมามุงดูเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ได้ทำแผนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง  ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี กล่าวถึงสาเหตุในการก่อเหตุในครั้งนี้ โดยคนร้ายได้รับสารภาพว่า ตนเองมีเรื่องขัดแย้งกับนายวัฒนะ เรื่องงานประจำ ก่อนที่จะนัดเคลียร์ปัญญากันในช่วงเย็นเมื่อวาน ที่หน้าห้างแมคโคร  แต่การเจรจาไม่ลงตัว  ผู้ก่อเหตุอ้างว่าฝ่ายตรงข้ามยกพวกมาหลายคน และจะเข้ามาชกต่อยตน จึงได้ใช้อาวุธปืนที่เตรียมมายิงเข้าใส่กลุ่มของนายทรงกลด เพื่อเป็นการป้องกันตนเอง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ก่อนที่จะหลบหนีออกนอกประเทศ ก่อนที่จะถูกจับตัวได้ 

นายอภินันท์  โสมา ผู้ก่อเหตุได้กล่าวขอโทษญาติของผู้สูญเสีย ตนเองทำไปเพราะต้องการป้องกันตัวเอง ไม่ได้คิดจะเอาชีวิตใคร และตกใจที่ฝ่ายตรงข้ามยกพวกมากันหลายคน ส่วนการแจ้งข้อกล้าวหานั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ครอบครองอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต


ภาพ/ข่าว  ณัฐวัฒน์  กุลเศรษฐ์สุวภา ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี

สงขลา - พลเอกประวิตรฯ ห่วงใยคณะสงฆ์และประชาชนไทยพุทธในชุมชนห่างไกลเมืองจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 และสิบวันสุดท้ายรอมฎอน 64 พร้อมสั่งการให้ทุกฝ่ายเร่งช่วยเหลือโดยด่วน

วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการเร่งด่วนให้  ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับส่วนราชการและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วนที่สุดแก่คณะสงฆ์และประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธที่พักอาศัยบริเวณพื้นที่โดยรอบวัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่บ้านและชุมชนรอบวัดที่ห่างไกลเมืองซึ่งมักพบว่ามีประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธเป็นจำนวนน้อยส่งผลให้การส่งเสริมกิจกรรมทางพุทธศาสนาไม่มีความสะดวกเท่าที่ควร บางพื้นที่มีประกาศงดปฏิบัติศาสนกิจของสงฆ์เป็นการชั่วคราว ทำให้พระและลูกวัดมีความเป็นอยู่และการปฏิบัติศาสนากิจประจำวันยากลำบากมากขึ้น ประกอบกับช่วงเวลานี้ เป็นช่วงสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ประจำฮิจเราะห์ศักราช 1442/2564 ซึ่งมักเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่าในช่วงเวลาอื่น

ในการนี้ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า พลเอก ประวิตรฯ ได้มีความห่วงใยต่อเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก เพราะคณะสงฆ์และประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ โดยเฉพาะที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเมือง ล้วนได้รับผลกระทบ 2 ทาง ทั้งจากสถานการณ์โควิด-19 และเหตุการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการใช้ความรุนแรงเป็นจำนวนมากกว่าเวลาอื่น พร้อมนี้ ได้มอบหมายให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เร่งไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือคณะสงฆ์และประชาชน มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบรรเทาความเดือดร้อนตามปัญหาข้างต้นทั้งในระดับพื้นที่ อาทิ การมอบหมายให้ส่วนราชการในจังหวัดรับผิดชอบดูแลให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของวัดและประชาชนในพื้นที่ห่างไกลในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง การจัดตั้งโรงครัวเพื่อจะได้ถวายอาหารแก่พระภิกษุสงฆ์สามเณรที่ไม่สามารถปฏิบัติศาสนากิจได้อย่างเต็มที่ตลอดห้วงเวลานี้ เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ได้ประสานให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการให้ความช่วยเหลือและการสนับสนุนการปฏิบัติงานให้กับหน่วยงานในระดับพื้นที่ต่อไปโดยไม่ชักช้า ดังนั้น หากคณะสงฆ์และวัดใดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประสบปัญหาและความเดือดร้อนในเรื่องใด ขอให้ประสานงานโดยตรงไปยังจังหวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดที่ตั้งเป็นลำดับแรก หรือ อาจจะประสานไปที่ ศอ.บต. ทางสายด่วน ศอ.บต. 880

ภายหลังจากที่พลเอก ประวิตรฯ ได้สั่งการในข้างต้นนั้น ศอ.บต. ได้ลงพื้นที่พบปะเจ้าคณะประจำอำเภอในปัตตานี และเสาร์-อาทิตย์นี้ จะส่งทีมบัณฑิตอาสาในหมู่บ้านที่เป็นที่ตั้งของวัดและสำนักสงฆ์เพื่อจัดทำข้อมูลปัญหาและความเดือดร้อนของวัด พระภิกษุสงฆ์ สามเณรและประชาชนในพื้นที่ที่นับถือศาสนาพุทธโดยรอบวัดที่ห่างไกลและการดูแลให้ความช่วยเหลือยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรวบรวมปัญหาและความจำเป็นให้สำนักปลัด    สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยเหลือเร่งบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพระภิกษุสงฆ์ สามเณรและประชาชนตามที่รองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตรฯ มอบหมายต่อไป

ทั้งนี้ มีการแสดงข้อมูลของพระอารามหลวง วัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์ หรือ เทียบเท่า ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีจำนวนทั้งสิ้น 392 แห่ง แบ่งเป็นวัด จำนวน 309 แห่ง สำนักสงฆ์ จำนวน 11 แห่ง ที่พักสงฆ์ จำนวน 72 แห่ง มีพระภิกษุสงฆ์ รวมทั้งสิ้น 1,509 รูป และสามเณร รวมทั้งสิ้น 33 รูป มีชุมชนไทยพุทธที่อาศัยรอบบริเวณวัดที่เปราะบางและต้องการให้หน่วยงานรัฐเข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน มากถึง 26 ชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันในการให้ความช่วยเหลือเพื่อธำรงไว้ซึ่งความเป็นพหุสังคมและวัฒนธรรมที่ดีงามของจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามนโยบายของรัฐบาล


ภาพ/ข่าว  นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

กระบี่ - โลกโซเชียลแห่ชื่นชม ทีมแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลกระบี่ ผ่าคลอดหญิงป่วยโควิด-19 ได้สำเร็จ เป็นรายแรกของจ.กระบี่ ปลอดภัยทั้งแม่และลูก เผยต้องใช้ทีมแพทย์ พยาบาล และจนท. ถึง15คน

วันที่ 8 พ.ค.64  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ได้มีการแชร์ และชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก  เมื่อผู้ใช้เฟซบุค “Jiravan Phaipana”  ได้โพสต์  ภาพและคลิปเรื่องราวที่สุดประทับใจ ขณะทีมแพทย์พยาบาล กำลังนำคนไข้หญิงที่ป่วยโควิด-19 ออกมาจากห้องผ่าตัดได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางการแสดงความยินดี  พร้อมข้อความระบุว่า “ภารกิจวันนี้ สำเร็จ ลุล่วงผ่านไปด้วยดีค่ะผู้ป่วย COVID-19 ผ่าตัดทำคลอดเคสแรก ของประวัติศาสตร์ รพ.กระบี่ #บันทึกในความทรงจำ เผื่อแจ้งเตือนในวัยเกษียณ #ขอบคุณในความเป็นทีมเวิร์คครั้งยิ่งใหญ่ค่ะ” หลังจากที่เธอได้โพสต์รื่องราวดังกล่าวออกไป ปรากฏว่ามีเพื่อน ๆ และเพื่อนชาวโซเชียล  ต่างเข้ามาแสดงความชื่นชมให้กำลังใจ แสดงความยินดีกันเป็นจำนวนมาก ที่สามรถผ่าคลอด ผู้ป่วยโควิด-19  ได้สำเร็จ นับเป็นรายแรกของจังหวัดกระบี่ 

ผู้สื่อข่าวสอบถาม ไปยังน.ส. จิราวรรณ ไพพะนา ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ซึ่งเป็นพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่ตึกผู้ป่วยในโรงพยาบาลกระบี่ ได้รับการเปิดเผยว่า ผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายนี้เป็นผู้หญิง อายุ 33 ปี  อายุครรภ์ 39 สัปดาห์ ได้เข้ามารักษาตัวที่รพ. เมื่อวันที่ 5 พ.ค.64  ที่ผ่านมา และผู้ป่วยมีอาการเจ็บท้องคลอดสูตินรีแพทย์ประเมินว่ามีความจำเป็นต้องผ่าตัด และได้นำผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัด เมื่อวานนี้ (7.พ.ค.64) ซึ่งได้มีการวางแผนซักซ้อมเป็นอย่างดี เพราะต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย ใช้เวลาในห้องผ่าตัดนาน 30 นาที ก็ทำการผ่าคลอดสำเร็จ เป็นทารกเพศหญิงสภาพร่างกายสมบูรณ์  จากนั้นผู้ป่วยก็อยู่ที่ห้องพักฟื้น30 นาที  ก่อนพากลับไปยังหอผู้ป่วย เบื้องต้นคนไข้ ไม่มีอาการแทรกซ้อนใด ๆ

น.ส. จิราวรรณ เปิดเผยอีกว่า การผ่าคลอดและดูแลต่อ ต้องใช้บุคลากรถึง 15 คน ในห้องผ่าตัด 5 คน ประกอบด้วยหมอผ่าตัด 1 คน  พยาบาลช่วยส่งเครื่องมือ 1 คน  วิสัญญี 1 คน พยาบาลผู้ช่วยดมยา 2 คน นอกจากนั้น ยังมีทีมรับเด็กไปตึกหลังคลอด 3 คน หมอเด็กอีก 1 คน พยาบาลเด็ก 2 คน ทีมเปล 3 คน และทีมพยาบาลดูแลอีก 3 คน 

“รู้สึกภูมิใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในครั้งนี้ เป็นนครั้งแรกของกระบี่ แม้จะต้องมีความกดดันบ้าง แต่ก็ได้มีการซ้อมเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องความปลอดภัยของบุคลากร รวมทั้งแม่และเด็ก จนสำเร็จปลอดภัย แต่ก็พร้อมใจในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะมีความเสี่ยงเพียงใด แต่ด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พร้อมที่จะช่วยเหลือคนป่วย คนไข้ทุกรายแน่นอน และขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนด้วย” น.ส. จิราวรรณ กล่าว


ภาพ/ข่าว  ณัฏฐพงษ์  ศรีปล้อง รายงาน

ฉะเชิงเทรา – สนธิกำลังไล่ล่าขบวนการมอดไม้พะยูง กลางป่าบนภูเขานรกผีสิง

หมู่ที่ 5 บ้านหนองขาหยั่ง ผุ้ต้องหาใช้ความชำนาญเส้นทางป่าหลบหนี พบเพียงไม่พะยูง กว่า 10 ต้น ถูกโค่นรอการตัดทอนขนย้าย จากมีชาวบ้านหาเห็ดป่าแจ้งผุ้ใหญ่บ้านนำมาสู่ฝ่ายปกครอง ป่าไม้ ทหารพรานที่1306 ไฟป่า อนุรักษ์ ตำรวจ ผู้นำชุมชนลุยบุกป่าใช้เวลา 3 วันจึงปฏิบัติการสำเร็จ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 นายอาคม ชาติกปริญญ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ท่าตะเกียบ นายสุริยกมล ไวยหงส์ ปลัดฝ่ายความมั่นคงท่าตะเกียบ สนธิกำลัง พ.ต.อ.พิพัชร์ พ่วงแพ ผกก.สภ.ท่าตะเกียบ รอ.สุระ โสรักนิษฐ์ รอง.ผบ.ร้อย.ทหารพรานที่1306 เจ้าหน้าที่ดับไฟป่า เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ เจ้าหน้าที่กองร้อย อส.ท่าตะเกียบ ผู้นำชุมชน ปฏิบัติการร่วมไล่ล่าขบวนการมอดไม้พะยูง กลางป่าบนภูเขานรกผีสิง หมู่ที่ 5 บ้านหนองขาหยั่ง ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา จากที่ผู้ใหญ่ทะนง ศิริเล็ก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 บ้านหนองขาหยั่ง แจ้งว่า มีชาวบ้านที่เข้าไปในป่าหาเก็บเห็ด พบกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังตัดไม้กลางป่า

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 64 ในวันแรกของการเริ่มปฏิบัติการร่วม และเมื่อไปถึงชายป่าบริเวณภูเขานรกผีสิงตามตำนานเล่าขานของชาวบ้านต่อ ๆ กันมาว่า เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ แต่มีคนหลงเข้าไปแล้วออกไม่ได้ต้องตายอยู่ในป่าหลายคน ได้มีการวางแผนในการเตรียมปฏิบัติการขึ้นเขานรกผีสิง ที่ต้องระมัอระวังเป็นอย่างดีบนความปลอดภัย หลังจากหน่วยราดตระเวนขึ้นไปชุดแรก และพบเห็นมีกลุ่มชายฉกรรจ์ของขบวนการมอดไม้จริง แต่ด้วยด้านบนเขามีหุบเหว ป่ารกร้างมาก จึงไม่สามารถทำการจับกุม ผุ้ต้องหาใช้ความชำนาญเส้นทางป่าหลบหนี พบเพียงไม่พะยูง กว่า 10 ต้น ถูกโค่นรอการตัดทอนขนย้าย

ด้าน นายอาคม ชาติกปริญญ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ท่าตะเกียบ ต้องขอกำลังทหารพรานที่1306 จาก รอ.สุระ โสรักนิษฐ์ รอง.ผบ.ร้อย.ทหารพรานที่ 1306 ในการร่วมเฝ้าระวังและขนย้ายของกลางคือไม้พยูงจำนวน  29 ท่อน ปริมาตร 1.433 ลบ.ม. ราคาประเมิน เป็นเงิน จำนวน 375,250 บาท ลงจากบนภูเขานรกผีสิง ที่รกร้าง สูงชัน ใช้เวลาไปถึง 3 วัน จนกระทั่งเช้าตรู่วันนี้ จันทร์ ที่ 10 พฤษภาคม 64 จึงขนย้ายได้สำเร็จ เป็นไปด้วยความยากรำบาก ทุลักทุเล ด้วยมีฝนตกลงอย่างหนักทุวันในช่วงบ่ายและค่ำคืน

ผู้ใหญ่ทะนง ศิริเล็ก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 บ้านหนองขาหยั่ง ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า มีชาวบ้าน ไปหาเก็บเห็ด แล้วไปพบเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ คือ ขบวนการมอดไม้ ที่กำลังทำการโค่นไม้พะยูง ตนจึงรีบแจ้งนายอำเภอท่าตะเกียบ ก่อนประสานป่าไม้ ทหารพรานที่1306 ปฏิบัติการร่วม  ด้านนายอาคม ชาติกปริญญ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ท่าตะเกียบ ได้ทำการบันทึกพร้อมส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าตะเกียบ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฏหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว  ศักรินทร์ กิยาหัต

ศรีสะเกษ - พิษโควิด "หมอลำสุนันทา" งานหด ต้องเปลี่ยนอาชีพมาปิ้งหมูนมสด ทำปลาเผาขาย หารายได้เลี้ยงครอบครัว

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 64  ที่สำนักงานหมอลำแม่บุญโฮม ตั้งอยู่เลขที่ 73/1 หมู่ 11 ต.หญ้าปล้อง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ  ซึ่งเป็นสำนักงานหมอลำที่มีหมอลำและดนตรีมาสังกัดอยู่หลายคณะด้วยกัน ทั้งคณะลำเรื่องต่อกลอน หมอลำเซิ้ง หมอลำหมู่ หมอลำทรง หรือหมอลำผีฟ้า หมอลำพื้น หมอลำผญา และหมอลำเพลิน ที่เป็นศิลปวัฒนธรรมของชาวอีสานและมักจะมีการจ้างหมอลำไปแสดงตามงานประเพณีต่าง ๆ เป็นประจำอยู่เสมอ 

ปรากฏว่า หลังจากที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มานานร่วม 2 ปีแล้ว ทำให้บรรดาหมอลำที่มีอยู่ในสังกัดได้รับผลกระทบมีความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่า บรรดาเจ้าภาพที่มาจ้างหมอลำเอาไว้ได้พากันยกเลิกงานจ้างหมอลำทั้งหมด  เพราะเกรงว่า หากมีการจัดงานแล้วจะเป็นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้

บรรดาหมอลำต้องพากันเปลี่ยนอาชีพไปทำมาหากินอาชีพอื่นจนหมดสิ้น จนแทบจะทำให้อาชีพหมอลำสูญพันธุ์ไปเลยทีเดียว  เพราะว่า บรรดาหมอลำหากยังคงรอรับงานอีกต่อไปก็คงจะไม่มีรายได้อะไรมาเลี้ยงตนเองและครอบครัว

นางละมุล  พรหมมา อายุ  43 ปี  หมอลำกลอนชื่อดังของ จ.ศรีสะเกษ ในชื่อการแสดงคือ หมอลำสุนันทาไก่แก้ว เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา  งานจ้างหมอลำของตนจะเยอะมาก เดือนละประมาณ 5 – 6 งาน และหมอลำคนอื่นก็จะมีงานจ้างเข้ามาคิวแน่นมากเช่นกัน มีรายได้ต่อเดือน เดือนละ 20,000 – 30,000 บาท แต่ว่าหลังจากที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้บรรดาเจ้าภาพพากันยกเลิกงานจ้างหมอลำกันหมด  ส่งผลให้บรรดาหมอลำทุกคนต้องพากันเปลี่ยนอาชีพไปทำไร่ไถนา และรับจ้างทั่วไปเพื่อให้ได้เงินมาประทังชีวิต 

ส่วนตนนั้นยังคงปักหลักอยู่ที่สำนักงานแห่งนี้ แต่ว่าได้เปลี่ยนอาชีพจากการเป็นหมอลำมาทำหมูปิ้งนมสด ข้าวเหนียว ข้าวจี่ ตับย่าง หมูยอ น่องไก่ ทำปลาเผาขาย รวมทั้งรับทำข้าวกล่องด้วย เพื่อให้มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว ที่จะต้องเลี้ยงลูกชาย 2 คน คนโตเรียนมหาวิทยาลัย  ส่วนลูกชายคนเล็กเรียนระดับมัธยมศึกษา มีรายได้วันละ 500-1,000 บาท บางวันก็ขายไม่ได้ 

โดยหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วจะมีเงินเหลือเล็กน้อยพอได้ใช้จ่ายในครอบครัว  หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หมดสิ้นไปแล้วตนก็จะกลับมารับงานเป็นหมอลำเช่นเดิมต่อไป เนื่องจากว่า ตนมีความชื่นชอบในอาชีพหมอลำมากนั่นเอง    


ภาพ / ข่าว ศิริเกษ  หมายสุข ผู้สื่อข่าวประจำ จ. ศรีสะเกษ

ชลบุรี - มูลนิธิพุทธรักษา บริษัทสี่พระยามอบเครื่องออกซิเจนรักษาผู้ป่วยโควิด รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

วันนี้ 10 พ.ค.64 ที่ศูนย์รับบริจาคโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี  นายเวคิน  ตั้งกุลวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC)  ผู้แทนมูลนิธิพุทธรักษา นางสาววิภาวี จิรังบุญกุล และ นายวรงค์ รุ่งตระการ ผู้แทน บริษัท สี่พระยาก่อสร้าง จำกัด นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 จังหวัดชลบุรี  ได้ร่วมกันส่งมอบ เครื่องช่วยหายใจ แบบ Vela Plus จำนวน 1 เครื่อง และเครื่องช่วยใจแบบ High Flow จำนวน 1 เครื่อง ร่วมมูลค่ากว่า 670,000 บาท   ให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี นาวาเอกหญิงนงลักษณ์ สิงหโกวินท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริการสุขภาพ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นผู้รับมอบ

สำหรับการบริจาค มีมูลนิธิพุทธรักษา มูลนิธิธนินท์เทวี เจียรวนนท์ บริษัทสี่พระยาก่อสร้าง จำกัด  ได้ร่วมกันบริจาคเครื่องช่วยหายใจ แบบ Vela Plus จำนวน 1 เครื่อง มูลค่า 420,000 บาท และเครื่องช่วยใจแบบ High Flow จำนวน 1 เครื่อง มูลค่า 250,000 บาท  ร่วมมูลค่ากว่า 670,000 บาท  ให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ  เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19   

        

นาวาเอกหญิงนงลักษณ์ สิงหโกวินท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริการสุขภาพ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในระลอกที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการระบาดครั้งนี้ส่งผลเป็นวงกว้าง ทำให้มีผู้ป่วยรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลต่างๆ เป็นจำนวนมาก หลายโรงพยาบาลขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะ “เครื่องออกซิเจน” เป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นและสำคัญในการช่วยชีวิตผู้ป่วยภาวะหายใจล้มเหลว หรือมีภาวะพร่องออกซิเจน และเพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของผู้ป่วยได้มากยิ่งขึ้น ทางโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ต้องขอขอบคุณผู้บริจาค ที่ร่วมกันบริจาคเครื่องออกซิเจน เพื่อช่วยรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่กำลัง ระบาดอยู่ในช่วงนี้  โดยมี นายสะถิระ เผือกประพันธุ์. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 จังหวัดชลบุรี  เป็นผู้ประสานงานในการได้รับมอบ เครื่องออกซิเจน ในครั้งนี้


ภาพ/ข่าว  นิราช ทิพย์ศรี / นันทพล ทิพย์ศรี  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top